นราธิวาส – อัญเชิญถ้วยพระราชทานการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทาน

           วันนี้ (22 ก.ย. 62) ที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ อัญเชิญถ้วยพระราชทานการแข่งขันขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่ง ในงานของดีเมืองนรา ประจำปี 2562

         จากนั้นนำถ้วยพระราชทานส่งมอบให้สมาชิกสโมสรไลออนส์ อัญเชิญถ้วยพระราช ทานประดิษฐานบนรถ โดยได้เคลื่อนขบวนออกจากศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ไปยังบริเวณถนนพิชิตบำรุง (หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า) อ.เมือง จ.นราธิวาส ไปตามเส้นทางที่กำหนดสู่พลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติ ครบรอบ 50 ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนราธิวาส รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส (นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์) หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด และสมาชิกสโมสรไลออนส์นราธิวาส ร่วมรับ – ส่งขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานฯ ไปประดิษฐาน ณ พลับพลาเฉลิมพระเกียรติฯ

         สำหรับการจัดแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง เรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่ นั่ง ประจำปี 2562 กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 19 – 22 กันยายน 2562 ณ บริเวณพลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย แม่น้ำบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส

          โดยในปีนี้มีทีมเรือที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 52 ทีม ทีมเรือกอและเข้าร่วมแข่งขัน 18 ทีม ทีมเรือยอกองเข้าร่วมการแข่งขัน 22 ทีม และทีมเรือคชสีห์เข้าร่วมการแข่งขัน 12 ทีม ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศวันนี้ (22 ก.ย. 62) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการมอบถ้วยรางวัลพระราชทานแก่ทีมเรือที่ชนะการแข่งขัน และมอบของที่ระลึกแก่ทุกภาคส่วนที่สนับสนุนการจัดการแข่งขัน รวมทั้งมีการจัดแสดงขบวนแห่ทางน้ำ “เรือบุปผชาติ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ถ่ายทอดประเพณี วิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดนราธิวาส และที่สำคัญเป็นการสื่อถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

“กีตอ ไม่ทิ้งกัน” ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแก่ครอบครัวที่มีรายได้น้อยในหมู่บ้าน

หลังจากที่ว่างเว้นการเป็นวิทยากรให้ความรู้ เรื่องโทษพิษภัยยาเสพติด ที่รู้จักกันในนาม “ญาลันนันบารู” วันนี้ได้เปลี่ยนบทบาทการจับไมค์โครโฟน มาจับค้อน – ตะปู แทนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นงานจิตอาสาอย่างหนึ่งของทีมวิทยากรญาลันนันบารู

          นาย อาหะมะ สาตอปา อายุ 48 ปี  บ้านเลขที่ 126/3 ม.8 บ.ลูโบ๊ะซามา ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นเจ้าของบ้านได้อาศัยอยู่กับครอบครัวรวม จำนวน 9 คน และเป็นครอบครัวที่มีรายได้น้อยในหมู่บ้าน โชคร้ายประสบเหตุจากภัยธรรมชาติ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ เกิดลมพายุพัดเป็นเหตุให้ต้นไม้ที่อยู่ใกล้บ้านล้มทับจนหลังคาได้รับความเสียหาย เมื่อทราบข่าวเบื้องต้น ทีมงานวิทยากรญาลันนันบารู และนท.ฉก.นราธิวาส 30 พร้อมกับประชาชนในพื้นที่ ได้ช่วยเหลือตัดกิ้งไม้ที่ทับหลังคาบ้านออกทันทีเพื่อความปลอดภัย  โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

          เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ทีมวิทยากรญาลันนันบารู หรือ กลุ่ม “กีตอ ไม่ทิ้งกัน” ร่วมกับ จนท.ฉก.นราธิวาส 30 และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันทำกิจกรรม “กีตอ ไม่ทิ้งกัน” ซ่อมแซมหลังคาบ้าน ให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรงใช้งานได้ตามปกติ โดยการมีส่วนของจากทุกภาคส่วน เช่น กลุ่ม “กีตอ ไม่ทิ้งกัน” และ จนท.ฉก.นราธิวาส 30 สนับสนุนกำลังในการดำเนินการซ่อแซม, อบต.ปาเสมัส สนับสนุน กระเบื้องหลังคา จำนวน 30 แผ่น และ สังกะสี จำนวน 4 แผ่น, จิตอาสาญาลันนันบารู ต.ปาเสมัส สนับสนุน อาหารและเครื่องดื่มให้กับผู้ร่วมกิจกรรม, ประชาชนในพื้นที่ สนับสนุน นายช่างก่อสร้าง และไม้ การดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จภายในเวลา 9 ชม. ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก จนทำให้เจ้าของบ้านและคนในครอบครัวมีความรู้สึกดีใจมาก และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขอีกครั้งหนึ่ง

          สำหรับการช่วยครอบครัวนี้ครั้งต่อไป นาย อับดุลเราะมัน สายาดะ ประธานกลุ่ม “กีตอ ไม่ทิ้งกัน” ได้หารือร่วมกันกับจิตอาสาญาลันนันบารูตำบลปาเสมัส, ตำบลมูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก, จิตอาสาญาลันนันบารูตำบลแม่ดง อ.แว้ง จ.นราธิวาส และ จนท.ฉก.นราธิวาส 30  จะทำการสร้างห้องน้ำ จำนวน 1 หลัง เนื่องจากปัจจุบัน มีห้องน้ำสภาพที่ไม่สมบูรณ์และไม่สามารถใช้งานได้

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมไหว้พระสวดมนต์

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. พ.อ.รักชาติ รัตนาศักดิ์ รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เป็นประธานกิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ แรม 8 ค่ำ เดือน 10 ณ ลานปฏิบัติธรรม เขาพระศรีศากยมุนีพุทธโคดม ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยมีกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อม และสร้างความเข้าใจพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนผู้นำเครือข่ายพี่น้องไทยพุทธ  ในพื้นที่ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดี และเกื้อกูลต่อการแก้ปัญหาให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุข

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

“กอ.รมน.-สมช. “ จัดทำ “ระบบเชื่อมโยงข้อมูล ที่พักแรม และคนเข้าเมือง” ทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัย เป็นฐานข้อมูลฝ่ายความมั่นคง สมช.คุม

“กอ.รมน.-สมช. “ จัดทำ “ระบบเชื่อมโยงข้อมูล ที่พักแรม และคนเข้าเมือง” ทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัย เป็นฐานข้อมูลฝ่ายความมั่นคง สมช.คุม พร้อม จัดพิมพ์ คู่มือการปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจสอบสินค้าเกษตรที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย แจกจ่าย จนท.7หน่วยงาน

          พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ ๙/๒๕๖๒ สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค ๑ – ๔ เข้าร่วมประชุมฯ ที่ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมฯ

         ทั้งนี้ กอ.รมน. ติดตามความก้าวหน้าการจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลที่พักแรมและคนเข้าเมือง กอ.รมน. โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๒ ได้จัดประชุมติดตามความก้าวหน้าของการจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูล ที่พักแรม และคนเข้าเมืองในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต, เชียงใหม่, เชียงราย, กระบี่ และขอนแก่น ในปัจจุบัน เพื่อรับทราบแนวทางการปฏิบัติอันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลที่พักแรมและคนเข้าเมืองเข้าด้วยกัน ให้เกิดความสมบูรณ์ ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะไม่ไปกระทบต่อสิทธิ ในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายแนวทาง การดำเนินการได้อย่างเกิดผลเป็นรูปธรรม ทำให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน

         ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลของผู้พักแรม และคนเข้าเมืองนั้น ต้องการที่จะให้ผู้ประกอบการ ได้มีความเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นในข้อเท็จจริงของข้อมูลผู้เข้าพักอาศัย โดยดำเนินการตามมาตรการ ประกอบด้วย มาตรการระยะเฉพาะหน้า จะเน้นให้ทุกหน่วยงานปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และมาตรการระยะยาว เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลของทุกภาคส่วน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลตามกฎหมาย ได้ทั้งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ โดยมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการ

         นอกจากนี้ ยังจัดทำคู่มือการปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจสอบสินค้าเกษตรที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จากปัญหาการลักลอบนำเข้าพืชผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ส่งผลกระทบต่อราคาพืชผลทางการเกษตรภายในประเทศ

          นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน. ได้สั่งการให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการในการป้องกันการลักลอบนำเข้า ซึ่งการดำเนินการป้องกันเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีหลายขั้นตอน และมีกฎหมายหลายข้อที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ ยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอ ผอ.รมน. จึงได้จัดทำ “คู่มือการตรวจสอบสินค้าเกษตร ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร” ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

         กอ.รมน. โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกรมการค้าภายใน, กรมการค้าต่างประเทศ, กรมวิชาการเกษตร, กรมศุลกากร, กรมทางหลวง, กองบังคับการตำรวจทางหลวง และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ร่วมกันพิจารณาจัดทำคู่มือดังกล่าว ปัจจุบันได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบ ร้อย โดยได้จัดพิมพ์ขนาด A๕, ๔ สี ๗๐ หน้า จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม เพื่อมอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามด่านความมั่นคงบริเวณชายแดน ได้ศึกษาเทคนิคและวิธีตรวจสอบด้วยตัวเองตลอดเวลาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นแนวทางสำหรับเจ้าหน้าที่

          โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงนำไปใช้ปฏิบัติในพื้นที่ให้เข้าใจถึงขั้นตอน เทคนิค ข้อสังเกตต่างๆ ตลอดจนข้อกฎหมายและระเบียบที่สำคัญในการสนับสนุน การป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร เข้ามาในราชอาณาจักรได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูการ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ ในการจัดทำคู่มือดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมศุลกากร

สำหรับคู่มือข้างต้น ศปป.๔ กอ.รมน. จะแจกจ่ายให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๗ หน่วยงาน ภายในเดือน กันยายน ๒๕๖๒ ต่อไป

วช. จัดแถลงข่าว kick off โครงการตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการปลอดภัย peer evaluation เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันในระดับประเทศ

วช. จัดแถลงข่าว kick off โครงการตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการปลอดภัย peer evaluation เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันในระดับประเทศ

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าสร้างระบบการตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการปลอดภัยในรูปแบบ peer evaluation นำร่องตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการ 240 ห้อง จากมหาวิทยาลัยแม่ข่ายด้านความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ภายในปี 2563

          มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก วช. ในการดำเนินโครงการ “ตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการในรูปแบบ peer evaluation: phase 1” เพื่อจัดทำกระบวนการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการเพื่อการยอมรับร่วมที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในระดับประเทศ โดยมุ่งเน้นให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือด้านความปลอดภัยกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนามาตรฐานห้องปฏิบัติการปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม

          ทั้งนี้ วช. ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีมาตรฐานและแนวปฏิบัติต่างๆ ควบคู่กับการดำเนินงานด้านความปลอดภัย เพื่อพัฒนางานวิจัยให้ได้คุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดังนั้น เพื่อให้ห้องปฏิบัติการภายในประเทศได้พัฒนาระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

          ม.มหิดล จึงจัดทำระบบตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการในรูปแบบการยอมรับร่วม peer evaluation โดยใช้ ESPReL Checklist เป็นเครื่องมือในการประเมินสภาพความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการร่วมกับการตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ ผลักดันให้เกิดกลไกการยกระดับความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งเป้าสู่วัฒนธรรมความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการอย่างยั่งยืน และพัฒนาสู่มาตรฐานห้องปฏิบัติการวิจัยในระดับสากล

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จังหวัดสุโขทัย โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร จัดโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ พื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย

จังหวัดสุโขทัย โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร จัดโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ พื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ โพดุล ใน 21 จังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ พื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรในการประกอบอาชัพด้านการเกษตรต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

          โดยในวันนี้ 23 กันยายน 2562 เวลา 09.30 น. นายอานัติ วิเศษรจนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ พื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. ประชาชนจิตอาสาและบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

          สำหรับโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯ จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินทดรองราชการ จัดหน่วยเครื่อนที่ให้คำแนะนำการฟื้นฟู ดูแล ด้านพืช ด้านประมง ด้านปศุสัตว์ การแจกเมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ให้แก่เกษตร รวมทั้งการปล่อยปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงายจากจังหวัดสุโขทัย

สุโขทัย – น่าชื่นชมกลุ่มไบค์เกอร์กว่า 80 คัน มอบทุนการศึกษา อุปกรณ์กีฬา อาหารกลางวัน

สุโขทัย-น่าชื่นชมกลุ่มไบค์เกอร์กว่า 80คัน มอบทุนการศึกษา อุปกรณ์กีฬา อาหารกลางวัน

         กลุ่มบิ๊กไบค์สุโขทัย ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีใจจิตอาสา รวมตัวสมาชิกของกลุ่มกว่า 80 คัน ทำความดีช่วยเหลือสังคม ด้วยการนำสิ่งของและทุนการศึกษา มอบให้นักเรียน โรงเรียนบ้านเปาปมดงยางมิตรภาพ ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เป็นจำนวน 54 ทุน ทุนละ1,000บาท และมอบเงินบริจาคให้โรงเรียนจำนวน 13,700บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการศึกษา มอบอุปกรณ์การเรียน มอบอุปกรณ์กีฬากว่า5,000บาท พร้อมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวันนักเรียนที่มารอต้อนรับ ทั้งขนม ไอศกรีม น้ำส้ม และของใช้จำเป็นให้นักเรียนเป็นจำนวนมาก

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

จากภาคกลาง..สู่อีสาน​ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสังคมสงเคราะห์ เดินสายฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดต่อเนื่อง

จากภาคกลาง..สู่อีสาน​ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสังคมสงเคราะห์ เดินสายฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดต่อเนื่อง

         เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมสังคมสงเคราะห์ มอบเครื่องอุปโภค-บริโภคแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 1,000 ชุด ณ ชุมชนทุ่งสระ และ ต.ทุ่งดอนสวรรค์ อ.เมือง​ จ. กาฬสินธุ์ ในโครงการ “ฟื้นฟูหลังน้ำลด” พร้อมมอบเงินช่วยเหลือวาตภัย 25 รายๆละ 3,000​ บาท รวมงบประมาณเป็นเงินจำนวน 425,000 บาท โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าฯ จ.กาฬสินธุ์ และคณะกรรมการฯ มูลนิธิคุณธรรมสงเคราะห์กาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้ประสานงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ร่วมในพิธี

         โครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานรวม 9 จังหวัด คิดมูลค่าเป็นเงินกว่า 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน)

         เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่ เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรร เทาทุกข์และช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ปลากระป๋อง, น้ำปลา และน้ำมันพืช บรรจุลงในถุงผ้ามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​

ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร
086-854-1418​ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ด่านตม.เชียงแสน​ รับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญจาก สปป.ลาว

         วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 23 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม​ พร้อม​ด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.พงศ์อา นันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.ณัชธฤต ปิ่นปัก ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน ร่วมแถลงข่าว สตม.ร่วมมือ จนท.สปป.ลาว หลังจับ 2 หนุ่มเวียงแก่นหลบหนีเข้าเมือง มีหมายจับเอี่ยวขนยาบ้าร่วม 10 ล้าน-ไอซ์ 300 กก.หิ้วตัวส่งมอบที่ด่านตม.เชียงแสน

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ได้รับการประสานจากสถานีตำรวจภูธรเวียงแก่น ว่ามีผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญหลายราย หลบหนีการจับกุมตามหมายจับ ไปซุกซ่อนอยู่ในแขวงบ่อแก้ว จึงได้ประ สานแจ้งตรวจคนเข้าเมืองขัว 4 สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

         ผ่านกลไกความร่วมมือชายแดนอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง (GMS-BLOCATOC) ซึ่งมีการก่อตั้งและประสานความร่วมมือกันโดยตลอดมากว่า 5 ปี​ ต่อมาได้รับแจ้งจาก ตรวจคนเข้าเมืองขัว 4 สาธารณรัฐประชา ธิปไตยประชาชนลาว ได้ทำการจับกุมตัว นายจรัญฯ และนายยิ่งยงฯ สัญชาติไทย ในความผิดฐานหลบหนีเข้าเมือง ที่ สปป.ลาว ซึ่งได้ดำเนินคดีถึงที่สุดเรียบร้อย

         ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน จึงได้ประสานรับมอบตัวนายจรัญฯ และ นายยิ่งยงฯ ณ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 14.30 น. จากนั้นได้ทำการตรวจสอบข้อมูลบุคคลในระบบทะเบียนราษฎร์​ และระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (POLIS)

         พบว่า นายจรัญฯ อายุ 21 ปี อยู่ที่ ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเทิง ที่ 42/2561 ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 และ นายยิ่งยงฯ อายุ 24 ปี อยู่ที่ ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเทิง ที่ 53/2561 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ในความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีนและไอซ์) คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่ายี่สิบกรัม ขึ้นไปไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” จึงได้จับกุมตัว นายจรัญฯ และนายยิ่งยงฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ผู้ต้องหาทั้งสองรายเป็นเครือข่ายยาเสพติดบ้านห้วยหาน ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น เชื่อมโยงคดีลักลอบนำเข้ายาบ้า 9.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 788 กก.ตามที่ สภ.เวียงแก่น จับกุมได้เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2561 และเชื่อมโยงกับคดีพยายามฆ่านายทวีศักดิ์ฯ กำนันตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น ได้รับบาดเจ็บพร้อมลูกชายอายุ 3 ปี ส่วนภรรยา​ และลูกสาวอายุ 5 ปีเสียชีวิตคารถกระบะขณะขับจากสวนจะกลับบ้าน บริเวณถนนผาตั้ง-ภูชี้ฟ้า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเทศเพื่อนบ้าน ให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เสมา​ 3​” ลงพื้นที่ไม่เคยหยุด เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

          เมื่อวันที่​ 20 ก.ย.62​ : ระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดกาญจนบุรี ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ รุดให้กำลังใจครูและนักเรียน โรงเรียนสมเด็จพระปิยะมหาราชรมณียเขต อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ตลอดจนประชาชน และหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบด้านต่างๆ

          พร้อมทั้งตรวจความเสียหายของโรงเรียนและพื้นที่โดยรอบที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลท่วม เมื่อช่วงคืนวันพฤหัสบดี​ 19 กันยายน​ 2562​ ที่ผ่านมา พร้อมทั้งกำชับให้ศึกษาธิการจังหวัด ส่วนราชการและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานความร่วมมือเข้าช่วยเหลือเยียวยาเพื่อฟื้นฟูสภาพของโรงเรียน ตลอดจนจัดหาสถานที่รองรับให้ทันกับช่วงสอบปลายภาคโดยด่วน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​