อาเซียนพร้อมร่วมมือกับสหประชาชาติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อน SDGs ให้เป็นรูปธรรมทั้งในและนอกอาเซียนต่อไป

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) ณ ห้องประชุมคณะมนตรีภาวะทรัสตี ชั้น 2 สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้มาร่วมกล่าวถ้อยแถลงในนามอาเซียน 10 ประเทศ โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้นำอาเซียนได้ร่วมรับรองวิสัยทัศน์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งเห็นชอบข้อริเริ่ม “ความเกื้อกูลระหว่างวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030” โดยอาเซียนมุ่งหวังที่จะเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านกลไกสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1. ทุกประเทศต้องร่วมเร่งรัดการดำเนินการ สร้างความเชื่อมโยง ลดความเหลื่อมล้ำ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ขจัดปัญหาขยะทะเลและใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
2. ทุกประเทศต้องขับเคลื่อน SDGs ในระดับพื้นที่ ใช้แนวทางการพัฒนาที่เป็นของชุมชน สนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และเตรียมการเข้าสู่สังคมสูงอายุ
3. ทุกประเทศต้องร่วมเสริมสร้างความร่วมมือ ส่งเสริมการเปิดเสรีทางการค้าผ่านระบบการค้าพหุภาคี และสร้างภูมิต้านทานต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำถึงความพร้อมของอาเซียนที่จะร่วมมือกับสหประชาชาติและนานาประเทศในการพัฒนาองค์ความรู้ ศักยภาพ และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี ซึ่งการจัดตั้งศูนย์อาเซียนเพื่อการหารือและการศึกษาวิจัยด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในไทยปลายปีนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อน SDGs ให้เป็นรูปธรรมทั้งในและนอกอาเซียนต่อไป

ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมในเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาและภริยา เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุข/หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุมฯ และคู่สมรส ณ โรงแรมล็อตเต นิวยอร์ก พาเลซ

มุกดาหาร # ทพ.2110 ขยายผลปิดล้อมตรวจค้น รีสอร์ทหรู เครือข่ายยานรก

สืบเนื่องจาก กรณีจับกุม นางสาวนิภาพร โพธิสรรค์ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 16 ซ.จันทร์อนุสรณ์ ณ พิทักษ์พนมเขต ต.มุกดาหาร อ.เมือง จว.ม.ห. ของกลาง ยาบ้า 540 เม็ด ยาไอซ์ 97 กรัม นั้นจากการสอบสวน นางสาววนิภาพร ฯ ได้ให้การที่เป็นประโยชน์และสามารถขยายผลต่อถึงผู้ร่วมขบวนการ

เมื่อ 24 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น ทหารพรานที่ 2110 ตำรวจชุดสืบสวน นรข. และกอ.รมน.มุกดาหาร ได้ทำการขยายผลโดยได้เข้าปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ 88/8 ชุมชนคำหอย ต.มุกดาหาร อ.เมือง จว.มุกดาหาร ซึ่งเปิดเป็นบ้านพักรีสอร์ท โดย มีนายณภพ แก้วลาย อายุ 40 ปี รับเป็นเจ้าของ รีสอร์ทดังกล่าว จึงขออนุญาตเข้าตรวจค้นภายในห้องพักหมายเลข 12 โดยมีชาย 1 คน พักอยู่ภายในห้อง ทราบชื่อภายหลัง คือ นายณัฐวุฒิ สุบิณฑ์ อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 8/1 ถ.คำสายทองวิทยา ต.มุกดาหาร อ.เมือง จว.มุกดาหาร

ผลการตรวจค้นพบยาเสพติด ยาไอซ์ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ซุกซ่อนอยู่ในกระถางดอกไม้เทียม ซึ่งตั้งอยู่ บริเวณหน้าห้องพักหมายเลข 12 จำนวน 3 ถุง น้ำหนักประมาณ 3 กรัม ยาบ้า 2 เม็ด จากการสอบถาม เจ้าตัวได้ยอมรับว่า ของกลางดังกล่าวเป็นตนจริง โดยได้ซื้อยาเสพติด (ยาบ้า/ไอซ์) มาจากนักค้าชาว สปป.ลาว โดยซื้อยาบ้ามามัดละ 20,000 บาท จำหน่ายในพื้นที่ เม็ดละ 50-80 บาท ไอซ์ กิโลกรัมละ 160,000 บาท จำหน่ายในพื้นที่ จี (g) ละ 800 บาท แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์แนวโน้ม ยาเสพติด(ยาบ้า/ไอซ์) มีราคาถูกลง และมีการลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย ด้าน จว.มุกดาหาร อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป


พวงเพชร ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร รายงาน

5 อบต.ท่าศาลาเมืองคอนบุกยื่นหนังสือหลังอำเภอคืนงบ 21 โครงการรวมงบประมาณกว่า 33 ล้านบาท

5 อบต.ท่าศาลาเมืองคอนบุกยื่นหนังสือหลังอำเภอคืนงบ 21 โครงการรวมงบประมาณกว่า 33 ล้านบาท

(24 ก.ย.) ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชนายอำนวย ยุติธรรม รองนายก อบต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พร้อมรองนายก และ ส.อบต. ต.ท่าขึ้น ต.ท่าศาลา ต.ไทรบุรี ต.กลาย และ อบต. สระแก้ว อ.ท่าศาลา เป็นตัวแทนนายก อบต.ทั้ง 5 แห่งเดินทางเขายื่นหนังสือถึงนายจำเริญ ทิพญพงศธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ทางจังหวัดทบทวนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอันเนื่องมาจากภัยแล้งและอุทกภัย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนายวินัย รักษ์พันธ์ รองผู้วาราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้รับมอบหนังสือและนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป

นายอำนวย ยุติธรรม กล่าวว่า ตามที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับการจัดสรรงบประมาณ ปี พ.ศ. 2562 งบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อันเนื่องมาจากภัยแล้งและอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในอำเภอท่าศาลาได้รับการจัดสรรงบประมาณ 21 โครงการ รวมงบประมาณ 33,449,300 บาท แต่อำเภอท่าศาลาได้ใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งแตกต่างจากอำเภออื่น ๆ เช่น อ.เมือง สิชล นบพิตำ เป็นต้น ซ่วงในวีธีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการคัดเลือก และลงนามลงนามในสัญญาภายในวันที่ 30 ก.ย. 2562 เพื่อจะได้กันงบประมาณไว้ภายในกำหนดระยะเวลาเป็นการกันความเสี่ยงไม่ให้งบประมาณตกไป

“การที่อำเภอท่าศาลาจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีวิธีการประกวดราคาลิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)ทำให้งบประมาณที่จะได้รับไม่ทันการในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่สามารถดำเนินการได้ทันท่วงที ทางผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 5 แห่ง จึงร่วมกันกันหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดให้ทบทวนวิธีการจัดซื้ดจัดจ้าง 21 โครงการของอำเภอท่าศาลาให้ใช้วิธีการแบบเดียวกันทุกอำเภอ เพื่อจะได้นำงบประมณมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หากงบประมาณกว่า 33 ล้านดังกล่าวตกไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีงบประมาณดำเนินการแก้ปัญหาช่วยเหลือประชาชน และจะส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนที่จะเกิดข้นในอนาคตนี้ได้”

นายอำนวย ยุติธรรม กล่าวอีกว่า ทั้ง 5 อบต.ใน อ.ท่าศาลา ขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรี ธรรมราชเร่งดำเนินการทบทวนและออกคำสั่งให้การจัดซื้อจัดจ้างทั้ง 21 โครงการใช้วิธการเดียวกับอำเภออื่น ๆ โดยจะกำหนดระยะเวลาให้คำตอบภายใน 2 วัน และหลังจากนั้นจะเหลือเวลาอีก 2 วันทุก อบต.จะเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจางแล้วแล้วเสร็จพร้อมลงนามในสัญญาให้ทันภายในวันที่ 30 ก.ย. 2562 และหากล่วงเลย 2 วันที่กำหนดไปแล้วทุก อบต.คงไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ทันงบทั้ง 33 ล้านก็ตกไป เชื่อว่าประชาชนที่เสียประโยชน์เสียโอกาสในการที่จะได้รับการช่วยเหลือคงไม่ยอมแน่ และจะตั้งเวทีปราศรัยเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมในเรื่องนี้ทันที.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

วันนี้ (23 ก.ย. 62) เวลา 09.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อพระราชทานรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ผู้ชนะเลิศการประกวดและแข่งขันผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและกระจูด และผู้ชนะการประชันเสียงนกเขาชวา โดยมีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือผลงานตามแนวพระราชดำริ ในปีที่ผ่านมา และกราบบังคมทูลรายงานการจัดงานของดีเมืองนรา จากนั้นนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ

         สำหรับการประกวดผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร มีผู้เข้ารับพระราชทานรางวัล 72 ราย ส่วนการประกวดผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและกระจูด ประกอบด้วย ใบลาน  กระจูด ปาหนัน ย่านลิเภา เรือกอและจำลอง ผ้าทอนราธิวาส และการสานเสื่อกระจูด มีผู้เข้ารับพระราชทานรางวัล 9 ราย สำหรับการประชันเสียงนกเขาชวา ประกอบด้วยเสียงใหญ่ เสียงกลาง เสียงเล็ก เสียงดาวรุ่ง มีผู้เข้ารับพระราชทานรางวัล 44 ราย

         ต่อมาเสด็จทอดพระเนตร “นิทรรศการวิถีนกเขาชวามุ่งสู่การประชันเสียงชิงถ้วยพระราช ทาน” จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการงานวันลองกอง ในงานของดีเมืองนรา ครั้งที่ 44 ซึ่งมีนิทรรศการจากหน่วยงานราชการร่วมจัดนิทรรศการ 30 หน่วยงาน โดยในปีนี้มีการจัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อ “สืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา การเกษตรก้าวหน้า ปวงประชาเป็นสุข”

          จากนั้นเวลา 16.20 น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังโรงเรียนบ้านโคกศิลา หมู่ที่ 6 ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส เสด็จเข้าภายในอาคารเรียน 105/29 พระราชทานสิ่งของแก่ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้แทนนักเรียน พระราชทานพันธุ์ไม้ผลแก่ผู้แทนชาวบ้าน จากนั้นทรงลงนามพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสด็จไปทอดพระเนตรกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน และทอดพระเนตรกิจกรรมเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน การเลี้ยงไก่ไข่พระราชทาน โครงการสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน กิจกรรมฝึกอาชีพเลี้ยงชันโรง

         จากนั้นเสด็จเข้าอาคารห้องสมุด ทอดพระ เนตรการสาธิตการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และกิจกรรมห้องสมุด เสด็จไปอาคารเรียนชั้นเดียว ทอดพระเนตรการสาธิตการเรียนการสอนชั้นอนุบาล 2 ห้องพยาบาล การสาธิตการเรียนการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้เทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เสด็จไปยังโรงอาหาร ทอดพระเนตรการประกอบเลี้ยงอาหารกลางวัน จากนั้นทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ทรงเยี่ยมราษฎร และเสด็จไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ที่ประทับแรม ณ เรือนรับรองพิกุลทอง

#พระราชทานรางวัล #นิทรรศการในงานวันลองกอง #งานของดีเมืองนรา #ILOVETHAILAND

ข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – ทัดดาว ยิ้นลุ้ง /ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส

จังหวัดปัตตานี พระราชทานเพลิงศพ อส. เหยื่อระเบิด

วันนี้ 23 กันยายน 2562 เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ สมาชิก พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี เป็นกรณีพิเศษ โดยนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธี ได้อัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทาน ทำพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดปุหลน ตำบลช้างให้ตก อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

อส.พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ คนร้ายลอบวางระเบิด ในขณะที่ อส.พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ พร้อมกำลัง อส. รวม 6 นาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการรับส่งครูโรงเรียนบ้านควนประ เพื่อนำส่งครูไปยังถนนสายหลัก ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ได้ลอบนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็ก นำมาวางไว้ที่ริมทางแบบเร่งด่วน ก่อนที่คนร้ายได้กดฉนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ขณะที่คณะครู และเจ้าหน้าที่ อส. ขับรถจักรยานยนต์วิ่งผ่านจุดเกิดเหตุ ทำให้ อส.พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี และ อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศีรษะและลำตัวอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าโรงเรียนบ้านควนประ หมู่ที่ 5 ตำบลนาประดุ่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา

#จังหวัดปัตตานี #พระราชทานเพลิงศพ #อส. เหยื่อระเบิด #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – ธรรมนูญ คีรีนารถ /ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงการตรวจค้นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อ.จะนะ จ.สงขลา หลังพบเชื่อมโยงผู้ก่อความไม่สงบ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ 2562 ผ่านมา นั้น ล่าสุด พันเอกธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการตรวจค้นโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ติดตามและบังคับใช้กฎหมายบุคคลต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคนร้ายปล้นร้านทองสุธาดา อ.นาทวี จ.สงขลา เหตุเกิด เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2562 ซึ่งปรากฏความเคลื่อนไหวของ นายไซนูรอาบาเซร์ สุหลงเส็น ซึ่งมี หมาย ป.วิ อาญา จำนวน 3 หมาย เข้ามาหลบซ่อน/พักพิง ภายในบ้านพักครู โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา ต.สะกอม อ. จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านพักของ น.ส.นูรยานิง อาฆง อายุ 34 ปี มีภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 94 ม.2 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อเตรียมการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

ทั้งนี้ในขณะที่เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อเตรียมขอหมายค้นนั้น พบมีรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซิตี้ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กฉ 9155 สงขลา ได้ขับออกจาก โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา โดยมุ่งหน้าไปทาง อ.เทพา จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจนมาถึงบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 บริเวณ สี่แยกลำไพล ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา กลุ่มบุคคลที่นั่งอยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว จำนวน 4 คน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้จอดรถยนต์ทิ้งไว้และวิ่งหลบหนี โดย เจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน คือ นายเดะแว อาแว ภูมิลำเนาเลขที่ 181/1 บ.นาจวก ม.2 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบเป็นผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบยิงสำนักสงฆ์ชะเมา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และ นายสาการียา อาแวลาเตะ ภูมิลำเนาเลขที่ 91/4 บ.สวนโอน ม.6 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งมีพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้าใน อ.ควนเนียง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2561 ส่วนคนร้ายอีก 2 คน สามารถหลบหนีการจับกุมไปได้

ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถยนต์คันที่ใช้เป็นยานพาหนะ พบกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 90 นัด อุปกรณ์ที่ใช้ดำรงชีพในป่า เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ รวม 44 รายการ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน โดยผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 2 ได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของอุปกรณ์ทั้งหมดภายในรถยนต์ และอ้างว่าเป็นของเพื่อนทั้ง 2 คนที่หลบหนีไป

สำหรับผู้ที่หลบหนีการจับกุมคือ นายอับดุลเลาะ บาเฮง และ นายฮาฟิส โต๊ะแวมะ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ ในพื้นที่หรือไม่ ในเบื้องต้นพบว่า บุคคลทั้ง 2 คนที่หลบหนีไป เป็นสมาชิกระดับปฏิบัติการของกลุ่มอาร์เคเค มีหมายจับ พ.ร.ก.ติดตัวอยู่หลายหมายด้วยกัน

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 2 ราย ได้ให้การตรงกันว่า ทั้ง 4 คน ได้อาศัยอยู่ในโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นเวลา 3-4 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผล นำหมายค้นของศาลจังหวัดนาทวี นำตัว นายเดะแว อาแว และ นายซาการียา อาแวปูเต๊ะ เข้าชี้ห้องพักภายในโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งใช้เป็นที่หลบซ่อนพักพิง ทำการเก็บดีเอ็นเอและหลักฐานอื่นๆ เพื่อสืบสวนสอบสวนถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ในส่วนของโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ในเบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาแต่อย่างใด อยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงว่า การสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ ให้ที่หลบซ่อนพักพิงแก่บุคคลซึ่งมีหมาย ป.วิอาญา ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะได้รับโทษในฐานให้ที่พักพิง ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาทแล้ว ยังอาจได้รับโทษฐานมีส่วนร่วมหรือการสนับสนุนการกระทำความผิด ซึ่งมีโทษที่สูงขึ้นอีกด้วย หากประชาชนพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ได้ทันที ผ่านสายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณข้อมูล : NEWS

แม่ทัพภาคที่ 4 ประชุมแถลงแผนถวายความปลอดภัยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

 เมื่อวันที่ 22 ก.ย.62 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยกองทัพ ภาคที่ 4 เป็นประธานการประชุมแถลงแผนถวายความปลอดภัย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ห้องประชุม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต. กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ก่อนเดินทางตรวจความเรียบร้อยเส้นทางเสด็จ และความปลอดภัยบริเวณที่ประทับ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้การถวายความปลอดภัยในการทรงงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 23- 27 กันยายน 2562 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ จ.นราธิวาส, จ.ปัตตานี, จ.ยะลา, จ.สงขลา และ จ.พัทลุง โดยเสด็จประทับพักแรม ณ เรือนรับรองพิกุลทอง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.นราธิวาส กองทัพภาคที่ 4 ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการถวายความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยกองทัพภาคที่ 4 ขึ้น ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อวางแผนอำนวยการควบคุมประสานงาน และกำกับดูแลการถวายความปลอดภัยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสมพระเกียรติ โดยได้ทำการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ของกองทัพภาคที่ 4 และหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการเข้าวางกำลังในพื้นที่รับผิดชอบ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมาจนจบภารกิจ

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ” การถวายความปลอดภัยในครั้งนี้ถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง จะต้องดูแลการปฏิบัติไม่ให้มีข้อบกพร่องหรือเกิดเหตุการณ์ที่ผิดปกติใดๆ ทั้งปวง ที่จะส่งผลกระทบต่อภารกิจถวายความปลอดภัย โดยผู้บังคับหน่วย จะต้องกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล และรักษามาตรการความปลอดภัยตามแผนทุกประการอย่างใกล้ชิด และเข้มงวด ทุกหน่วยต้องร่วมมือบูรณาการประสานสอดคล้องและให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้การถวายความปลอดภัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติยิ่ง”

ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน.

สำนักข่าวความมั่นคง

พันสห.11-ชาวบ้านเขตจอมทอง เตรียมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลฯ

เตรียมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลฯ – เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่วัดสุทธาวาส (ใหม่ตาสุด) คณะสงฆ์ พร้อมด้วย พ.อ.จักร วราภิรมณ์ ผบ.พัน.สห.11 ร่วมกับ นายจิรเสก วัฒนมงคล อดีตประธานสภาเขตจอมทอง, วัดสุทธาวาส (ใหม่ตาสุด), คณะสงฆ์วัดท่าพระ, สน.บุคคโล, ชาวชุมชนวัดท่าพระ, ชมรมฟุตบอลลูกประดู่ในทรงธรรม เอฟ.ซี. และ ชุมชนแขวงดาวคะนองนำสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

โดยมีรถบรรทุกจากกองพันทหารสารวัตรที่ 11 นำสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค แพ็คเสร็จเรียบร้อยจำนวน 1,200 ชุด ข้าวสารขนาด 5 กก. จำนวน 500 ถุง น้ำดื่ม รวมถึงเสื้อผ้า เครืองนุ่งห่ม อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งสิ่งของภายในถุงที่แพ็คจะมี พวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นม ขนม ยารักษาโรค และน้ำดื่ม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประสบภัยในตอนนี้

ด้านนายจิรเสก กล่าวว่า ทางทีมงานได้ร่วมกันกับทางวัดสุทธาวาส เพื่อเป็นศูนย์ช่วยเหลือรับสิ่งของบริจาคต่างๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือ พี่น้อง ผู้ประสบภัยภาคทางอีสาน ซึ่งมีหน่วยงานทหารช่วยสนับสนุน โดยกองพันทหารสารวัตรที่ 11 ได้ส่งรถบรรทุก

เพื่อช่วยบรรทุกสิ่งของส่ง ไปช่วยผู้ประสบภัยทางภาคอีสานให้ถึงมือพี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เราคนไทยไม่ว่าอยู่ภาคไหนเราก็คือคนไทย “คนไทยไม่ทิ้งหัน” ยามเดือดร้อนสิ่งไหนเราเราร่วมมือช่วยเหลือกันได้เราจะทำอย่าเต็มความสามารถ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดสัมมนาใหญ่ ยกระดับผู้เชี่ยวชาญการปราบปรามคดีค้ามนุษย์ ที่พัทยา วันที่ 25 – 27 กันยายน 2562

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการผู้เชี่ยวชาญการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ และการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสืบสวนสอบสวน การป้องกันปราบปรามคดีค้ามนุษย์
   
พัทยา- เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ก.ย.62 ที่โรงแรม พูลแมน พัทยา จี อ.บางละมุง จ.ชลบุรี   พลตำรวจโท จารุวัฒน์  ไวศยะ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี/ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็กสตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการผู้เชี่ยวชาญการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ และการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 กันยายน  2562

พลตำรวจโท จารุวัฒน์ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี/ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์  ชี้แจงว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  โดยกำหนดให้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง  นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2562 (TIP Report 2019) โดยในปีนี้ ไทยได้รับการจัดระดับ ให้อยู่ใน Tier 2 ซึ่งเป็นการคงอันดับเดิมจากปี 2561 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ผลการดำเนินการป้องกันและปราบปรามคดีค้ามนุษย์ในปี 2562 ได้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด จำนวน 195 คดี จำแนกเป็น คดีทางเพศ (ค้าประเวณี, สื่อลามก, ทางเพศในรูปแบบอื่น) 105 คดี, คดีแรงงานและขูดรีด (แรงงานประมง, ขูดรีด, เอาคนมาเป็นทาส) 84 คดี, คดีขอทาน 6 คดี (ข้อมูล ณ วันที่ 19 กันยายน 2562)
  

ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ศูนย์พิทักษ์เด็ก  สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการผู้เชี่ยวชาญการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ และการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเพิ่มพูนทักษะให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแก้ไขข้อบกพร่องในการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยหัวข้อการสัมมนาที่สำคัญได้แก่ การบรรยายพิเศษ เรื่อง “วิธีการและความต้องการข้อมูลสำหรับการเขียน TIP Report และบทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์” “แนวทางการสั่งคดีของพนักงานอัยการในคดีค้ามนุษย์” และ “ทำไมการขนแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายจะเป็นคดีค้ามนุษย์ได้ การบรรยายเรื่อง “การคัดแยกผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ การคุ้มครองผู้เสียหาย  สิทธิประโยชน์ของผู้เสียหาย และการขอรับเงินรางวัลและค่าตอบแทนในการนำจับและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์” นอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติการทำคดีค้ามนุษย์รูปแบบเพศ รูปแบบแรงงาน และเอาคนลงเป็นทาส  มีผู้เข้ารับการสัมมนาประกอบด้วย คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญในคดีค้ามนุษย์ ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และชุดปฏิบัติการการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวม 230 คน 

ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ ได้กำหนดหัวข้อการสัมมนาที่สำคัญ ได้แก่ การบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “วิธีการและความต้องการข้อมูลสำหรับการเขียน TIP Report และบทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์” โดยพลตำรวจเอกธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “แนวทางการสั่งคดีของพนักงานอัยการในคดีค้ามนุษย์ และทำไมการขนแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายจะเป็นคดีค้ามนุษย์ได้” โดยวิทยากรจากสำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงได้เรียนเชิญวิทยากรจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาบรรยายเรื่อง “การคัดแยกผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ การคุ้มครองผู้เสียหาย  สิทธิประโยชน์ของผู้เสียหาย และการขอรับเงินรางวัลและค่าตอบแทนในการนำจับและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์”จากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติการทำคดีค้ามนุษย์รูปแบบเพศ รูปแบบแรงงาน และเอาคนลงเป็นทาส.

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสวรณ์ -วรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

สุโขทัย-จัดโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู และดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย

วันที่ 25 กันยายน 2562 ณ บริเวณวัดยางซ้าย ต.ยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย นายเนตร สมบัติ เกษตรจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัยของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับจิตอาสาพระราชทาน 904 ร่วมรับฟังถ่ายทอดสด การมอบนโยบาย “โครงการ จิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย” โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ร่วมพิธีเทิดพระเกียรติองค์ราชัน

ซึ่งการดำเนินงานจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดสุโขทัยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั้งเรื่องดิน น้ำ ปศุสัตว์ ประกอบด้วย การให้ความช่วยเหลือสำรวจความเสียหาย, การให้คำปรึกษาทางด้านวิชาการและสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช, การดูแลปรับปรุงพื้นฟูสภาพดิน, และให้การสนับสนุนพันธุ์พืช สารชีวภัณฑ์ กล้าพันธุ์มะละกอ มะเขือ พริก กล้วยน้ำว้า มะม่วง และจิตอาสา ซ่อมแซมเครื่องจักรกลทางการเกษตร โดยมีหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสุโขทัย และประชาชนจิตอาสาร่วมกิจกรรม ประมาณ 150 คน

ทั้งนี้ที่ผ่านมา จังหวัดสุโขทัยได้รับผลกระทบจากพายุ “โพดุล” วันที่ 31 สิงหาคม 2562ถึง 4 กันยายน 2562 ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้วประกอบด้วย พื้นที่ประสบภัย จำนวน 7 อำเภอ 35 ตำบล 141 หมู่บ้าน จำนวน 9,271 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายด้านพืช จำนวน 34,886 ไร่ ด้านประมงบ่อปลา 900 บ่อ และด้านปศุสัตว์ เป็นสัตว์ปีก จำนวน 256 ตัว ซึ่งจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัด จะได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่ต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย