สาวทอมห้าวสุดขีดถือมีดพร้าบุกจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ตร.ตามรวบทันควันห่างจากร้านแค่ 3 กม.ของกลางครบ

นี่เป็นภาพเหตุการณ์คนร้ายสวมหมวกกันน๊อคปิดอำพรางใบหน้าพร้อมทั้งสวมแจ๊คเก็ต ถือมีดพร้าเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งย่านชุมชนบ้านหน้าทับ ริมถนนสายนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี หมู่ 15ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรี ธรรมราช เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา หลังจากที่สบโอกาสคนร้ายได้ใช้มีดพร้าขู่บังคับพนักงานของร้านก่อนที่จะบังคับเอาทรัพย์สินไป เป็นเงินสดชนิดเหรียญจำนวนกว่า 2 พันบาท ก่อนที่จะหลบหนีไป

ต่อมาพันตำรวจตรีวรรณชัย คชายนต์ สารวัตรสืบสวน สภ.ท่าศาลา นำกำลังเข้าตรวจสอบรูปพรรณคนร้าย พร้อมทั้งพนักงานร้านแจ้งว่าคนร้ายมีสำเนียงพูดคล้ายผู้หญิง หลังจากนั้นจึงติดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี ปรากฏว่าบนเส้นทางพบมีผู้ต้องสงสัย เดินอยู่ริมถนนจึงเชิญตัวมาทำการพุดคุยที่ตู้ยามสายตรวจบ้านหน้าทับทราบชื่อต่อมาคือนางสาวรัชนีกร โสภาวัจน์ อายุ 21 ปี เป็นสาวทอมบอย มีบ้านอยู่ห่างจากร้านสะดวกซื้อเพียง 3 กิโลเมตร หลังจากที่นำมาพูดคุยพบว่ามีพฤติกรรมแสดงพิรุธ และเมื่อถูกซักถาม นางสาวรัชนีกร ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจยึดของกลางประกอบด้วยเงินสดซึ่งเป็นเงินเหรียญบรรจุถุงจำนวน 1,400 บาท เสื้อแจ๊คเก็ตที่ใช้ก่อเหตุ หมวกกันน๊อค ส่วนมีดพร้านางสาวรัชนีกร พาเจ้าหน้าที่ไปนำชี้จุดโยนทิ้งในคลองปากพยิง ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 800 เมตร และรับสารภาพด้วยว่าไปก่อเหตุด้วยอารมย์ชั่ววูบเนื่องจากขาดเงินใช้จ่ายจึงตรงไปก่อเหตุก่อนที่จะถูกจับกุมตัวได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธ ก่อนที่จะคุมตัวไปดำเนินคดีแล้ว./////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

นครนายก พิธีเปิดงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดระเบียบสายสื่อสาร

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก จัดพิธีเปิดงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าบน 74 จังหวัดทั่วประเทศ

ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จังหวัดนครนายก นายณัฐพงษ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมเสาไฟฟ้า 74 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยมีนายตระกูล กุลบุญนิธิ ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครนายก ผู้แทนหน่วย ผู้ประกอบการเจ้าของสื่อสาร และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมในพิธีเปิดจำนวนมาก

ด้วยสภาพความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยของสายสื่อสาร เป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน ยากต่อการแก้ใขให้สำเร็จลุล่วงในเวลาอันรวดเร็ว โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง ที่ผ่านมา PEA ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยหลากหลายวิธี โดยการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำสายลงใต้ดินและการแก้ไขปัญหาสายบนเสา แต่เนื่องจากการนำสายลงใต้ดินต้องใช้งบประมาณสูง

อีกทั้งพื้นที่ความรับผิดชอบของ PEA มีมาก การนำสายลงดินจึงทำได้เพียงพื้นที่สำคัญ ๆ บางส่วนเท่านั้น โดยมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาที่เสาไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อเป็นมาตรฐานการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ ในปี 2562 PEA นำเสนอกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการทั้ง 74 จังหวัด ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ PEA เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างเป็นระบบ เป็นการสร้างทัศนียภาพที่สวยงาม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยส่วนรวม ทั้งยังก่อให้เกิดความมั่นคงในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ PEA อีกด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ยะลามอบโฉนดที่ดิน“คืนความสุขให้ปชช. ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม”

ยะลามอบหนังสือแสดงการ ทำประโยชน์ (น.ค.3) และหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) แก่สมาชิกนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จ.ยะลา จำนวน 141 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ที่หอประชุมนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ บ้านนิคมฯ ม.6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จังหวัดยะลา นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานพิธีมอบเอกสารสิทธิ์ น.ค.3 และ น.ค.1 ให้กับราษฎรในพื้นที่ หมู่ 6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยมีนายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา และนายไพรัตน์ หมันเจริญ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ ให้การต้อนรับ

นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่าจังหวัดยะลำจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้อนุมัติให้ราษฎรเข้าทำประโยชน์ ในที่ดินทำกินของนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา ประจำปี2562 จำนวน 141 ราย เพื่อให้ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกินได้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และเข้าทำประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ก่อให้เกิด ความมั่นคงในการดำรงชีวิต และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และจังหวัด ให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป

นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ยังกล่าวว่าปัจจุบันยังคงเหลือพื้นที่นิคมฯ ยะลา รับผิดชอบ จำนวน 213,651 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิกนิคมฯ จำนวน 6,867 ราย แบ่งเป็น 1. สมาชิกผังจัดสรร จำนวน 3,271 ราย ได้ออกเอกสารสิทธิ์แล้ว 588 ราย 2. สมาชิกราษฎรเดิม จำนวน 3,596 ราย ได้ออกเอกสารสิทธิ์แล้ว 1,578 ราย รวมที่ได้ออกเอกสารสิทธิ์แล้ว จำนวน 2,166 ราย ในปี 2562 นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา ได้ดำเนินการบรรจุ สมาชิกนิคม และได้เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้อนุมัติ หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) เพื่อให้สมาชิกนิคมฯ นำไปขอออกหนังสือรับรองการทำ ประโยชน์ (น.ส.3) หรือโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป.

ขอบคุณข้อมูล : News

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.62 เวลา 09.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ กรมทหารราบที่ 152 ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมทหารราบที่ 152 ค่ายสิรินธร ครบรอบปีที่ 39 ทรงพระราชทานของที่ระลึก พร้อมเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และราษฎรที่มาร่วมเฝ้ารับเสด็จ

หลังจากนั้นทรงประทับรถรางพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมโครงการทหารพันธุ์ดีกองทัพภาคที่ 4 โดยทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการเลี้ยงแพะพระราชทาน โครงการเลี้ยงไก่พันธุ์ตระกูลดำ และไก่เบตง โครงการทดลองปลูกพืชในสวนยาง การปลูกกาแฟโรบัสต้า และโกโก้ ก่อนจะประทับรถรางพระที่นั่ง ติดตามการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค่ายสิรินธร ซึ่งได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งขึ้นพร้อมทอดพระเนตรการแสดงของเด็กนักเรียนของศูนย์ฯ

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมและทอดพระเนตรผลงานผ้าบาติก ของศูนย์ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก ภายในค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ในการนี้ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 นางแจ่มจิตร์ พูลสวัสดิ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากองทัพภาคที่ 4 หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำลังพลภายในหน่วย ตลอดจนประชาชน เข้าเฝ้ารับ-ส่ง เสด็จฯ

ต่อมาเวลา 14.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.นราธิวาส ทรงทอดพระเนตรงานวิชาการเกษตร และโครงการรวบรวมพันธุ์พืชผัก พืชไร่ เพื่อช่วยเหลือชาวเกษตรกร ในยามวิกฤติตามพระราชดำริ ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับที่ประทับแรม ณ เรือนรับรองพิกุลทอง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยกองทัพภาคที่ 4 ได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยกองทัพภาคที่ 4 เพื่อให้การถวายความปลอดภัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติยิ่ง

ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน.

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงการตรวจค้นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อ.จะนะ จ.สงขลา หลังพบเชื่อมโยงผู้ก่อความไม่สงบ

  จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ 2562 ผ่านมา นั้น ล่าสุด พันเอกธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า

จากการกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการตรวจค้นโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา สืบเนื่อง จากเจ้าหน้าที่ได้ติดตามและบังคับใช้กฎหมายบุคคลต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคนร้ายปล้นร้านทองสุธาดา อ.นาทวี จ.สงขลา เหตุเกิด เมื่อวันที่ 24 ส.ค 2562 ซึ่งปรากฏความเคลื่อนไหวของ นายไซนูรอาบาเซร์ สุหลงเส็น ซึ่งมีหมาย ป.วิ อาญา จำนวน 3 หมาย เข้ามาหลบซ่อน/พักพิง ภายในบ้านพักครู โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา ต.สะกอม อ. จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านพักของ น.ส.นูรยานิง อาฆง อายุ 34 ปี มีภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 94 ม.2 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อเตรียมการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

ทั้งนี้ในขณะที่เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อเตรียมขอหมายค้นนั้น พบมีรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซิตี้ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กฉ 9155 สงขลา ได้ขับออกจาก โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา โดยมุ่งหน้าไปทาง อ.เทพา จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจนมาถึงบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 บริเวณ สี่แยกลำไพล ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา กลุ่มบุคคลที่นั่งอยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว จำนวน 4 คน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้จอดรถยนต์ทิ้งไว้และวิ่งหลบหนี โดย เจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน คือ นายเดะแว อาแว ภูมิลำเนาเลขที่ 181/1 บ.นาจวก ม.2 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบเป็นผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบยิงสำนักสงฆ์ชะเมา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และ นายสาการียา อาแวลาเตะ ภูมิลำเนาเลขที่ 91/4 บ.สวนโอน ม.6 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งมีพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้าใน อ.ควนเนียง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2561 ส่วนคนร้ายอีก 2 คน สามารถหลบหนีการจับกุมไปได้

         ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถยนต์คันที่ใช้เป็นยานพาหนะ พบกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 90 นัด อุปกรณ์ที่ใช้ดำรงชีพในป่า เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ รวม 44 รายการ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน โดยผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 2 ได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของอุปกรณ์ทั้งหมดภายในรถ ยนต์และอ้างว่าเป็นของเพื่อนทั้ง 2 คนที่หลบหนีไป

          สำหรับผู้ที่หลบหนีการจับกุมคือ นายอับดุลเลาะ บาเฮง และ นายฮาฟิส โต๊ะแวมะ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ ในพื้นที่หรือไม่ ในเบื้องต้นพบว่า บุคคลทั้ง 2 คนที่หลบหนีไป เป็นสมาชิกระดับปฏิบัติการของกลุ่มอาร์เคเค มีหมายจับ พ.ร.ก.ติดตัวอยู่หลายหมายด้วยกัน

         ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 2 ราย ได้ให้การตรงกันว่า ทั้ง 4 คน ได้อาศัยอยู่ในโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นเวลา 3-4 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผล นำหมายค้นของศาลจังหวัดนาทวี นำตัว นายเดะแว อาแว และ นายซาการียา อาแวปูเต๊ะ เข้าชี้ห้องพักภายในโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งใช้เป็นที่หลบซ่อนพักพิง ทำการเก็บดีเอ็นเอและหลักฐานอื่นๆ เพื่อสืบสวนสอบสวนถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไป

          ในส่วนของโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ในเบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาแต่อย่างใด อยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงว่า การสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ ให้ที่หลบซ่อนพักพิงแก่บุคคลซึ่งมีหมาย ป.วิอาญา ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนอก จากจะได้รับโทษในฐานให้ที่พักพิง ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาทแล้ว ยังอาจได้รับโทษฐานมีส่วนร่วมหรือการสนับสนุนการกระทำความผิด ซึ่งมีโทษที่สูงขึ้นอีกด้วย หากประชาชนพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ได้ทันที ผ่านสายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

หนุ่มเมืองจันท์สั่งยาไอซ์ทางไปรษณีย์มาเสพ พกยาใส่กระเป๋าสะพายขับขี่รถผ่านด่านตรวจ ทำตัวพิรุธถูกรวบคาด่าน

หนุ่มเมืองจันท์สั่งยาไอซ์ทางไปรษณีย์มาเสพ พกยาใส่กระเป๋าสะพายขับขี่รถผ่านด่านตรวจ ทำตัวพิรุธถูกรวบคาด่าน

ตำรวจจราจรเมืองจันทบุรีออกกวดขันวินัยจราจรบริเวณแยกบุญสม ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ได้เรียกตรวจค้นผู้ขับขี่รถจักรยาน ยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย พบผู้ขับขี่มีพิรุธจึงขอค้นกระเป๋าพบยาไอซ์ บรรจุในกล่องสีดำ น้ำหนัก 1.7g. จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ทราบชื่อต่อมาชื่อนายธรรมมนูญ ศรีแทนบาล อายุ 18 ปี ยอมรับสารภาพว่ายาไอซ์ซื้อมาเพื่อเสพในราคา 1,300 บาท โดยได้ให้เพื่อนสั่งมาจากพัทยา ส่งมาทางไปรษณีย์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎกมายและจะขยายผลจับกุมเครือข่ายคนอื่นๆต่อไป

ด้านพันตำรวจโทชัชวาลย์ รอดคำวงค์ รองผู้กำกับจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรได้ออกตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรบริเวณแยกบุญสม ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี และพบว่าผู้ขับขี่มีพิรุษจึงขอตรวจค้นในกระเป๋าสะพาย จากการตรวจค้นในกระเป๋าสะพายพบกล่องสีดำพันด้วยสก๊อตเทป จึงเปิดดูพบมียาไอร์ บรรจุอยู่ในถุง 2 ถุง

จากการสอบถามผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าได้สั่งยามาจากพื้นที่พัทยาส่งมาทางไปรษณีย์ เพื่อนำมาเสพ จึงได้จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายและจะประสานชุดสืบสวนนำตัวไปสวนสวนเพิ่มเติมและจะขยายผลติดตามตัวผู้ที่ส่งยามาทางไปรษณีย์ต่อไป

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – อุทาหรณ์เสียบสายชาร์จโทรศัพท์ นักศึกษาแพทย์ รพ.พระปกเกล้าจันทบุรี

หวิดทำอาคารที่พักแพทย์และพยาบาลวอดทั้งหลัง เหตุเสียบสายชาร์จทิ้งจนเกิดเพลิงลุกไหม้ภายในห้อง ทำทรัพย์สินเสียหายหมด โชคดีดับเพลิงเข้าระงับเหตุทัน

เมื่อเวลา 12.15 น.วันนี้ (25 ก.ย.) ได้เกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักแพทย์และพยาบาลภายในโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงเทศบาลเมืองจันทบุรี ต้องระดมรถน้ำดับเพลิง จำนวน 5 คัน และรถกระเช้า 1 คัน เดินทางเข้าระงับเหตุ

พบจุดเกิดเหตุเป็นอาคารขนาด 4 ชั้น ตั้งอยู่ด้านหลังโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี โดยมีเปลวเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากห้องพักบนชั้นที่ 4 สร้างความแตกตื่นให้แก่แพทย์และพยาบาลที่นอนพักอยู่ภายในอาคารจนต้องวิ่งหนีตายลงมาอยู่ที่ชั้นล่างอย่างอลหม่าน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อให้อยู่ในวงจำกัด และเพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปติดห้องพักอื่นๆ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่า เป็นห้องพักของ นายสราวุธ บุญฤทธิ์ นักศึกษาแพทย์โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี โดยพบว่าทรัพย์สินภายในห้องพัก ทั้งตู้เสื้อผ้า ที่นอน โทรทัศน์ พัดลมและทรัพย์สินอื่นๆ ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ ห้องพักที่อยู่ติดกันก็ถูกเพลิงไหม้เสียหายเล็กน้อย และขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ เนื่องจากต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

จากการสอบถาม นายสราวุธ ทราบว่า ได้เสียบปลั๊กชาร์จโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ ก่อนจะลงจากห้องพักมาทำงานภายในโรงพยาบาล กระทั่งได้รับแจ้งจากเพื่อนว่าเกิดเพลิงไหม้ภายในห้องพักจึงรีบวิ่งมาดู พร้อมได้กล่าวขอโทษเพื่อนแพทย์ และพยาบาลที่ทำให้เดือดร้อนจากการกระทำของตนเอง

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด/ กิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ออกหน่วยเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ

ในเขตเทศตําบลคลองใหญ่และเขต อบต.คลอง ใหญ่ ตั้งแต่หมู่ 3-8 และหมู่ 9 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด จํานวน 21 ราย

วันที่ 25 กันยายน 2562 นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ นําสมาชิกกิ่งกาชาด โรงพยาบาลคลองใหญ่ อบต.คลองใหญ่ อสม.ผู้ใหญ่บ้าน และชุดพัฒนาสัมพันธ็มวลชน 1307 เข้าร่วมออกหน่วยตรวจเยี่ยม ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ จํานวน 21 ราย เพื่อเป็นการบริการด้านสุขภาพในเชิงรุกอีกวิธีหนึ่ง เป็นกลวิธีที่มีความสําคัญต่อการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ของผู้ป่วยติดเตียง

ในยุคปัจจุบันมีกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้สูงอายุในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่เป็นจํานวนหลายรายแต่ละพื้นที่ และมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ซื่งเป็นปัญหามากในการดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย และจิตใจ การออกเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง เป็นการค้นหาปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน และทําความเข้าใจกับผู้ป่วยติดเตียง เข้าใจกับสภาพปัญหาผู้ป่วยเล่านั้น เพื่อที่จะหาแนวทางการแก้ไขให้เหมาะกับวิถีชีวิตของผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ เป็นต้น พร้อมสอบถามปัญหาของผู้ป่วยต่างๆ เพื่อสร้างขวัญและกําลังใจให้กับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุเล่านั้น ให้มีกําลังใจลุกขึ้นต่อสู้ได้ตลอดไป

พร้อมกันนี้ นางสําราญ ประสิทธิเวช รองนายกกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ยังใจบุญได้มอบเงินส่วนตัวให้กับผู้ป่วยติดเตียงอีกด้วย พร้อมด้วยสมาชิกเป็นต้น และพร้อมกันนี้ทางนายกและสมาชิกได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและถุงยังชีพให้กับผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ จํานวน 21 ราย อีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เกษตรจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายภาคเกษตรกรจัดงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรเมืองจันท์”ส่งเสริมสร้างมูลค่าสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน GAP

เกษตรจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายภาคเกษตรกรจัดงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรเมืองจันท์”ส่งเสริมสร้างมูลค่าสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมีความปลอดภัยได้รับการรับรอง มาตรฐาน GAP เกษตรอินทรีย์ และมาตรฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น GMP อย.ให้แก่ผู้บริโภค

เย็นวันนี้ ( 25 ก.ย.62 ) ที่ตลาดเจริญสุข ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรภาคการเกษตร ประชาชน และ เกษตรกร ร่วมงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรเมืองจันท์”ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีจัดขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพของเกษตรกร ให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพ ประชาสัมพันธ์ผลผลิตและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรคุณภาพของเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรี ให้เป็นที่รู้จักและกระตุ้นการรับรู้ของผู้บริโภคในวงที่กว้างขึ้น

เสริมสร้างเครือข่ายด้านการตลาดเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์คุณภาพของเกษตรกรที่มีคุณภาพมีความปลอดภัยได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP เกษตรอินทรีย์ และมาตรฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น GMP อย.

อีกทั้งเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน อีกทั้งเป็นการเชื่อมโยงผลผลิตที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานจากกิจกรรมแปลงใหญ่ เกษตรทฤษฎีใหม่ สินค้าที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่การเกษตร (Zoning by Agrimap)สินค้าจากเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริม อาทิ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน Young Smart Farmer และ Smart Farmer ช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการตลาดให้เข้มแข็งและมั่นคงสามารถพึ่งพาตัวเองได้ อย่างยั่งยืน มั่งคั่ง มั่นคงต่อไป

ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร และ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร กว่า 20 ร้านค้า และจะเปิดจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพ ในราคายุติธรรม รวม 2 วัน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมแสดงความยินดีกับวิทยาลัยเทคนิคจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “องค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน”สาขาศิลปวัฒนธรรม ประจำปี 2562

ส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมแสดงความยินดีกับวิทยาลัยเทคนิคจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “องค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน”สาขาศิลปวัฒนธรรม ประจำปี 2562

วันนี้ ( 25 ก.ย.62 ) ที่วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี ครู อาจารย์ นักศึกษาได้ร่วมขบวนแห่ องค์กรที่ทำคุณประโยชน์แก่เด็กและเยาวชน หลังจากนั้นหอประชุมจันผา วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการร่วมแสดงความยินดีในพิธียกย่องเชิดชูเกียรติรางวัล“องค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน” สาขาศิลปวัฒนธรรม เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2562 ที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มอบให้แก่วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี

โดย เล็งเห็นถึงการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการงานด้านศิลปกรรม เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรม ด้วยชาติไทย เป็นชาติที่เก่าแก่ และมีวัฒนธรรม ประจำชาติที่เกิดจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ พัฒนาหล่อหลอมขึ้นในสังคมไทย จนมีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย ดนตรีไทย ศิลปกรรม หัตถกรรม อาหาร และการแต่งกาย ดังนั้น เยาวชนในฐานะของผู้ที่จะ เติบโตไปเป็นอนาคตของชาติ ต้องร่วมกันอนุรักษ์ และถ่ายทอดศิลปกรรมไทย อันทรงคุณค่านี้ให้คงอยู่คู่สังคมไทย และสังคมโลก

รางวัลนี้เป็นสิ่งยืนยันถึงความร่วมมือของคณะผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และ นักเรียน นักศึกษาที่มีมาอย่างยาวนานเป็นการแสดงถึงความเจริญงอกงามทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจเป็นมรดกตกทอดสู่อนุชนรุ่นหลังสืบไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก