เทศบาลตำบลท้ายดงจัดตลาดนัดในฝัน(Dream Market )ของนักเรียนผู้สูงอายุ

ณ โรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีกิจกรรมตลาดนัดในฝันของนักเรียนผู้สูงอายุ ขึ้น ซึ่งกิจกรรมตลาดนัดในฝัน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 วัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการถอดบทเรียนจากวิชาเศรษฐกิจผู้สูงอายุ ของโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลท้ายดง มาสู่การปฏิบัติจริง

ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ได้บรรจุในการเรียนการสอนของทางโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลท้ายดง โดยเป็นการพัฒนาศักยภาพในด้านอาชีพของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ นำสินค้ามาเปิดจำหน่ายสร้างรายได้ ด้วยราคาที่เป็นกันเองสินค้าพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนทำขึ้นเอง เช่นพัด, ห่อหมกปลา, หมกหยวกใส่หมู, น้ำพริกดำ, ผักปลอดสารพิษ, เมี่ยงหัวทูน, มะขามกวน เป็นต้นนอกจากนี้ในตลาดยังมีสินค้าจากกลุ่มแม่บ้านและสินค้าจากโรงเรียนบ้านวังขอนเข้ามาจำหน่าย

นายภาคภูมิ ศรีสมวงค์ นายกเทศมนตรีตำบลท้ายดงได้เข้ามาเยี่ยมชมและให้กำลังใจนักเรียนผู้สูงอายุพร้อมทั้งได้อุดหนุนซื้อสินค้าพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร, สมาชิกสภาฯ, ผู้นำ, ส่วนราชการ, ชาวบ้าน, นักเรียนและเหมืองทองอัครา ทำให้นักเรียนผู้สูงอายุต่างมีรอยยิ่มที่มีรายได้จากการขายสินค้า

ยุทธ ศรีทองสุข ภาพ/ข่าว

กลุ่มไทยออยล์ ร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 9 อบต.บางพระ และอำเภอศรีราชา แถลงข่าวการ จัดกิจกรรมวิ่งมินิมาราธอนเพื่อการกุศล ภายใต้งาน “THAIOIL CHARITY RUN 2019 ”

วันที่ 26 กันยายน 2562 กลุ่มไทยออยล์ โดยนายเลอเลิศ อมรสังข์ ผู้จัดการประชาสัมพันธ์โรงกลั่น พร้อมด้วย นายสมเจต พานทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 นายสมศักดิ์ เกตุวัตถา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนายภูพิงค์ ทวีทรัพย์ ผู้จัดการประชาสัมพันธ์สโมสรไทยออยล์ เปิดแถลงข่าวกิจกรรมวิ่งมินิมาราธอนเพื่อการกุศล ภายใต้งาน “Thaioil Charity Run 2019 ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 ณ อ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี

นายเลอเลิศ อมรสังข์ ผู้จัดการประชาสัมพันธ์โรงกลั่น กล่าวว่า โครงการ “Thaioil Charity Run 2019 ” ซึ่งประกอบไปด้วยการแข่งขันวิ่ง Fun Run ระยะทางวิ่งประมาณ 6 กม. มีค่าสมัคร 500 บาท การแข่งขันวิ่งมินิมาราธอน ระยะทางวิ่งประมาณ 10.5 กม. มีค่าสมัคร 600 บาท โดยมีการเปิดรับสมัครนักวิ่งแบบ VIP Charity ซึ่งมีค่าสมัคร 3,000 บาท

โดยรายได้จากการจัดกิจกรรม “Thaioil Charity Run 2019 ” ในครั้งนี้ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับโรงพยาบสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อสมทุนก่อสร้างอาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี และศูนย์ส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ สภากาชาดไทย บางพระ พร้อมทั้งทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้แก่ อบต. บางพระ และอำเภอศรีราชา

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมวิ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ เฟสบุ๊ค (Facebook Page) Thaioil The Charity RUN หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์โรงกลั่น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) โทร. 038-359-000 ต่อ 2836, 2834

ด้านนายสมศักดิ์ เกตุวัตถา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ กล่าวว่า สำหรับ “อ่างเก็บน้ำบางพระ” ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ทำกิจกรรมสันทนาการของประชาชนทั่วไปที่มีทัศนียภาพสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจึงถือเป็นการส่งเสริมสังคมคุณภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน อันครอบคลุมไปถึงกิจกรรมด้านกีฬาและการออกกำลังกาย และการทำประโยชน์ร่วมกันสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อีกด้วย
ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะทำให้ ประชาชนทั่วไปและนักวิ่งได้รู้จัก อ่างเก็บน้ำบางพระ และยังทำให้ประชาชนในพื้นที่ไดรับผลประโยชน์ในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย เป็นผลดีในเรื่องของเศรษฐกิจอีกด้วย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรีเริ่มแล้ว คณะกรรมการโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี จัดพิธีอัญเชิญตะเกียงเทพยดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร เป็นการประกาศวันถือศีลกินเจ ประจำปี 2562

จันทบุรีเริ่มแล้ว คณะกรรมการโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี จัดพิธีอัญเชิญตะเกียงเทพยดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร เป็นการประกาศวันถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 7 ตุลาคม

เวลา 11.19 น. ที่โรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี นายโกศล กัลปนา ประธานโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารปี 2561-2562 ได้ร่วมกันประกอบพิธี อัญเชิญตะเกียงเทพยดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร เป็นการประกาศวันถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 7 ตุลาคม ของโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี โดยมีคณะกรรมการโรงเจบ้วนเฮงเจตั๊ว วัดเขตร์นาบุญญาราม และคณะกรรมการ 4 ศาลเจ้าในจังหวัดจันทบุรี ทั้งศาลเจ้าที่ตลาดล่าง ศาลเจ้าตั้วเล่าเอี๊ย ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม และศาลเจ้าพ่อสระบาป รวมถึงเจอิ๊วเข้าร่วมพิธี โดยพร้อมเพียงกัน

สำหรับการทำพิธีอัญเชิญตะเกียงเทพยดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร ก่อนเทศกาลถือศีลกินเจในทุกๆปี ถือว่าเป็นการประกาศวันถือศีลกินเจ ของสถานที่นั้นๆ ซึ่งเทศกาลถือศีลกินเจประจำปี 2562 นี้ ถือเป็นปีที่ 132 ของโรงเจบ้วนเฮงเจตั๊ว วัดเขตร์นาบุญญาราม และเป็นปีที่ 33 ของโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี

ในส่วนวันที่ 28 กันยา ยน 2562 เวลา 12.00 น. จะเป็นวันอัญเชิญท่านกิ่วอ้วงฮุกโจ้ว หรือ การรับเจ้า ณ ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม ข้างวัดโบสถ์เมืองจันทบุรี โดยขบวนจะเริ่มตั้งแต่โรงเจบ้วนเฮงเจตั๊ว วัดเขตร์นาบุญญาราม มายังโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ นำอดีตเจ้าอาวาสวัดบ่อน้ำเงินฝากขังต่อศาลจันทบุรี ค้านประกันตัว หลังยักยอกเงินวัด-ประพฤติตัวไม่เหมาะสม

ตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ นำอดีตเจ้าอาวาสวัดบ่อน้ำเงินฝากขังต่อศาลจันทบุรี ค้านประกันตัว หลังยักยอกเงินวัด-ประพฤติตัวไม่เหมาะสม

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่บ้านบ่อน้ำเงิน ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี ได้ร้องขอให้ตำรวจให้เข้าตรวจสอบภายในกุฏิของพระอธิการยอดชาย ยติโก เจ้าอาวาสวัดบ่อน้ำเงิน ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี และยังเป็นเลขานุการเจ้าคณะตำบลชากไทย หลังทราบว่าเจ้าอาวาสถูกพระลูกวัดที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมคดียาเสพติดภายในวัด ซัดทอดกรณียาเสพติด และทางเจ้าหน้าที่ขออนุญาตตรวจปัสสาวะพระทั้งหมด แต่มีเพียงเจ้าอาวาสเท่านั้นที่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจ และหลังเจ้าหน้าที่กลับไป ในช่วงกลางดึกมีชาวบ้านเห็นมีรถยนต์ และมีผู้หญิงเข้ามารับเจ้าอาวาสไป และได้หายตัวไป ทำให้ผู้นำชุมชน กรรมการวัดและชาวบ้านได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบภายในกุฏิ

ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบพบว่าประตูกุฏิถูกล๊อก ทำให้ชาวบ้านต้องงัดหน้าต่างบานเลื่อนเข้าไปเปิดประตู เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบเพียงเอกสารโฉนดที่ดิน ในลิ้นชัก แต่เงินที่ได้จากการจัดงานปิดทองฝังลูกนิมิต และเงินบริจาคจำนวน 1-2 ล้านบาท ยังอยู่หรือเจ้าอาวาสนำติดตัวไปด้วย

พันตำรวจโทสมาน ชัยชาญ รองผู้กำกับสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฎ ได้มีการรวบรวมหลักฐานออกหมายจับพระยอดชาย ยติโก หรือนายยอดชาย ทับทิมทอง อายุ 41 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.คิชฌกูฎร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดจันทบุรี และประสานชุดสืบสวนสภ.ทับทัน จ.อุทัย ธานีและตำรวจกองปราบสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหามาเปิดร้านขายอาหารตามสั่งในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี จึงได้แสดงหมายจับ ซึ่งผู้ต้องหาได้ยินยอมให้จับแต่โดยดีและไม่ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายยอดชาย ทับทิมทอง ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นยอมเอาทรัพย์นั่นไป โดยมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่กว่า 20 คน ที่ทราบเรื่องเดินทางมาที่สภ.คิชฌกูฎ เพื่อคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนและได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดจันทบุรีเพื่อยื่นคัดค้านในชั้นศาลต่อไป

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด​-ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว, ชุมชนท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมฟัง ทิศทางการท่องเที่ยวตราด ปี 2563

ตราด​-ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดตราด ชุมชนท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมฟัง ทิศทางการท่องเที่ยว ตราด ปี 2563

วันที่ 26 ก.ย. 62​ นายวิบูลย์ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) พร้อมด้วย​ นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ร่วมกันเปิดการประชุมและแถลงแผนการตลาดการท่องเที่ยวไทย และทิศทางท่องเที่ยวตราด ปี 2563

ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราดจัดขึ้น โดยมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดตราด ชุมชนท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมที่ห้องประชุมโรงแรมเอวาด้า​ ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด​ จ.ตราด

ทางด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดทำแผนการตลาดในปี 2563 ซึ่งได้วางแผนเป้าหมายภาพรวม โดยชูการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบให้เป็นรูปธรรมในทุกมิติ เน้นนักท้องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่ไปกับกาเดินหน้านำเสนอสินค้าและบริการที่สามารถชูเอกลักษณ์วิถีไทยที่ทรงเสน่ห์ ตั้งเป้ารักษาตำแหน่งประเทศที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก และกำหนดทิศทางการเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการท้องเที่ยว Mass Tourism เข้าสู่การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

ซึ่งเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและที่ให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าราคา โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้ความสำคัญต่อการคัดเลือกและสรรหาสินค้าและบริการที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม การบริโภคทรัพยากรที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินทางท่องเที่ยว การลดละและเลิกการกระทำที่จะส่งผลต่อช่วงอายุของทรัพยากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตท้องถิ่น สำหรับทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดตราดนั้น จะตอกย้ำการส่งเสริมการขายสินค้าท่องเที่ยวหาดทราย ขายทะเล หมู่เกาะ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ด้วย Gastronomy-Luxperience ซึ่งเป็นอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น โดยรังสรรค์เมนูผ่าน Chef Table สร้างเรื่องราวของเมนูอาหารให้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าทางการเกษตรอย่างผลไม้ ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรม CSR อาทิ แรลลี่คายัค เก็บขยะในอ่าวสลักคอก เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการท่องเที่ยวอย่างรัยผิดชอบ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก เป็นกลุ่ม Gen Y/Corporate/Food Lover และกลุ่มที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษาเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดจันทบุรี 1,734 ทุน

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษาเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดจันทบุรี 1,734 ทุน พร้อมจัดประกวดทักษะวิชาการ รวมกว่า 2 ล้านบาท ให้โอกาสเด็ก เยาวชน ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา

วันนี้ ( 26 ก.ย.62 ) ที่พุทธมณฑล จังหวัดจันทบุรี พระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี พระครูประดิษฐ์ศาสนการ หรือหลวงปู่นงค์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง/ พระครูสุจิตกิตติวัฒน์ ผู้อำนวยการหน่วยวิทยบริการมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดจันทบุรี และ นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมพิธีมอบทุนการศึกษา โครงการกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงมอบทุนการศึกษาเยาวชน ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 จำนวน 1,734 ทุน

ซึ่งเป็นรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง แบ่งเป็นระดับชั้นประถมศึกษาทุนละ 1,000 บาทจำนวน 1,000 ทุนและคณะสงฆ์อำเภอมะขามได้สมทบเพิ่มทุนระดับประถมศึกษาจำนวน 100 ทุน วัดพลวงจำนวน 33 ทุน รวมจำนวนระดับชั้นประถมศึกษา 1,133 ทุนระดับชั้นมัธยมศึกษาทุนละ 2,000 บาท จำนวน 501 ทุนระดับชั้นอุดมศึกษาทุนละ 3,000 บาท จำนวน 100 ทุน รวมทั้งหมดเป็นเงินทุนการศึกษา รวม 2,435,000 บาท

เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการศึกษาให้กับเยาชนที่เข้ารับมอบทุน และได้จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางวิชาการ / ประกวดแข่งขันคัดลายมือ/ ประกวดแข่งขันเรียงความ /ประกวดแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ /ประกวดแข่งขันวงดนตรีไทย / ประกวดแข่งขันวงเครื่องสายวงเล็กผสมขิม / ประกวดแข่งขันวงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องคู่ / ประกวดรำวงกลองยาว ชิงทุนการศึกษารวมทั้งสิ้น 382,800 บาท

ซึ่งการมอบทุนการศึกษาของกองทุนนิธิพระพุทธ บาทพลวงในปีนี้ มียอดรวมทั้งหมด 2,817,800 บาท มีผู้จิตศรัทธาร่วมสมทบเพิ่มเติมจำนวนมาก เพื่อกระจายให้เด็กเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างครอบคลุม จึงได้จัดมอบทุนเป็นเวลา 2 วัน

นอกจากนี้ สถานศึกษา วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยในจังหวัดจันทบุรียังได้จัดนิทรรศการแนะแนวทางการศึกษาทั้งวิชาชีพ และ หลักสูตรวิชาการ เพื่อเสริมความรู้เป็นแนวทางในการศึกษาต่อของนักเรียน นักศึกษาในอนาคต อีกทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมออกร้านตั้งโรงทานจัดเลี้ยงนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปอย่างล้นหลาม

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ(องค์กรมหาชน) ร่วมกับจังหวัด จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เชื่อมโยงธุรกิจ สู่ตลาดดิจิทัล ในยุคเศรษฐกิจใหม่ 2020

จันทบุรี-สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ(องค์กรมหาชน) ร่วมกับจังหวัด จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เชื่อมโยงธุรกิจ สู่ตลาดดิจิทัล ในยุคเศรษฐกิจใหม่ 2020

ที่ห้องห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ และ ผู้ประกอบการ นักธุรกิจร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ”การเชื่อมโยงธุรกิจในเครือข่ายผู้ประกอบการ สู่ตลาดดิจิทัล ในยุคเศรษฐกิจใหม่ 2020″ ที่สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ(องค์กรมหาชน) หรือ TCEB ร่วมกับจังหวัดจันทบุรี และบิสคลับ

จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ ให้มีความรู้ สร้างสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน การสร้างโอกาสและขยายช่องทางการตลาด ในระบบการค้าออนไลน์ โดยนำร้านค้า ผ่าน Platform : Bizconnect.asia ภายในงานมีกิจกรรม ออกบูธโชว์สินค้า/การเจรจาธุรกิจ/การอบรมให้ความรู้เรื่องการค้าออนไลน์ และ การสร้างข้อมูลกิจการออนไลน์ ในระบบตลาดออนไลน์ ผ่าน Platform Bizconnect.asia และมีผู้ประกอบสมาชิก บิสคลับ ภาคตะวันออก เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวน 120 คน และมีธุรกิจ ได้นำร้านค้า เข้าสู่การค้าออนไลน์ ผ่านระบบ Platform : Bizconnect.asia จำนวน 80 ร้านค้า ซึ่งสินค้าที่ผ่านระบบ จะได้รับการพิจารณา คัดเลือก ไปออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พรานปลา กลายเป็นศพในบ่อบำบัดน้ำเสีย เพื่อนร่วมหาปลา มึนไม่รู้ใครพาศพขึ้นจากน้ำ-เรือไฟเบอร์หาย

พรานปลากลายเป็นศพในบ่อบำบัดน้ำเสียเพื่อนร่วมหาปลามึนไม่รู้ใครพาศพขึ้นจากน้ำ-เรือไฟเบอร์หาย

พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจนครศรีธรรมราช เข้าทำ การตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต บริเวณคันบ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หลังสวนสาธารณสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 หรือทุ่งท่าลาด ในท้องที่คาบเกี่ยวระหว่างเขตตำบลนาเคียน และตำบลนาทราย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากรับแจ้งว่ามีคนจมน้ำในบริเวณนี้

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกลับพบว่าศพถูกนำมาวางอยู่บนคันบ่อน้ำเสียแล้วทราบชื่อต่อมาคือนายจำนง หีดแก้ว อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 1 ตำบลนาทราย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช สภาพศพเสียชีวิตมาได้ไม่นาน โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำร่างขึ้นมาจากน้ำ

ขณะที่เพื่อนบ้านที่มาร่วมหาปลาห่างจากจุดพบศพนายจำนงไปประมาณ 200 เมตร เล่าว่าเห็นนายจำนงอยู่บนเรือไฟเบอร์ขนาดเล็กข้ามไปมาระหว่างคันบ่อทั้งสองด้าน เพื่อดูตาข่ายดักปลาที่พาดทั้งสองด้าน หลังจากนั้นไม่นานไม่เห็นนายจำนงอีก ไม่ได้สงสัยอะไรจนกระทั่งเห็นรถเครื่องจักรสีเหลืองมาจอดอยู่ที่ขอบบ่อจึงมาดูพบว่านายจำนงเสียชีวิตแล้ว ส่วนเรือนั้นเห็นว่าอยู่บนเครื่องจักรคันนั้นแต่ไม่ทราบว่าเป็นเรือลำเดียวกับที่นายจำนงผู้ตายใช้หรือไม่ หรือจะจมอยู่ก้นบ่อก็ไม่มั่นใจ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ประสานญาติให้เข้ามาตรวจสอบสภาพศพและจะได้นำส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุแห่งการตาย นอกจากนั้นจะได้เรียกผู้เกี่ยวข้องภายในพื้นที่บ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นพื้นที่ของทางเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มาทำการสอบสวนเพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริงในสาเหตุการณ์ตายต่อไปแล้ว.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้ประกอบการร้านค้ารวมตัวแจ้งความกลุ่มบุคคลหลังเชื่อถูกหลอกขายพื้นที่ร้านค้ากลางสนามหน้าเมืองนครศรีฯ

ผู้ประกอบการร้านค้ารวมตัวแจ้งความกลุ่มบุคคลหลังเชื่อถูกหลอกขายพื้นที่ร้านค้ากลางสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช -โดยอ้างเป็นพื้นที่งานเดือนสิบนครศรีธรรมราช ของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช

ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช นางสาวภัสสุ์กุลช์ จันทร์เอียด พร้อมด้วยผู้ประกอบการร้านค้าอีกกว่า 10 รายได้เข้ารวมตัวและแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังจากที่ได้จ่ายเงินค่าออกบูธร้านค้ารายละ 3 พันบาท บริเวณตอนกลางสนามหน้าเมือง ถนนราชดำเนิน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยหลงเชื่อว่าเป็นงานของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้นำหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลรายหนึ่งเป็นหลักฐาน

นางสาวภัสสุ์กุลช์ จันทร์เอียด ระบุกับพนักงานสอบสวนว่าได้มีบุคคลอย่างน้อย 3 คนซึ่งได้ระบุชื่อกับพนักงานสอบสวนไว้แล้วเป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน ในรูปของคณะกรรมการ ได้ชักชวนให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้ามาออกบูธสินค้าในงานเดือนสิบนครศรีธรรมราช ที่บริเวณกลางสนามหน้าเมือง โดยอ้างว่าเป็นงานของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรม ราช ระหว่างวันที่ 22 กันยายนถึง 1 ตุลาคม 2562 โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีรายละ 3,000 – 3,500 บาท หลังจากที่ผู้ประกอบการได้โอนเงินเข้าบัญชีปรากฎว่าเมื่อถึงวันงานกลับไม่มีการอำนวยความสะดวกใดๆ จึงเริ่มรู้สึกว่าหากเป็นงานของผู้ว่าราชการจังหวัดจริงไม่น่าจะเกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้น จึงเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสอบสวนให้ติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่เรียกรับเงินจำนวนนี้ โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาหลังจากที่ได้มีการแจ้งความแล้ว กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนได้เข้าร้องเรียนต่อนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้มอบให้นายษฐา ขาวขำ จ่าจังหวัดนครศรีธรรมราช รับเรื่องและติดตามในการแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ โดยได้ดำเนินการจัดหาพื้นที่ให้โดยประสานกับผู้จัดงานกิจกรรมเดือนสิบในพื้นที่อื่นให้การช่วยเหลือ โดยยืนยันว่าจังหวัดได้จัดกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าวโดยเป็นการปล่อยฟรีไม่ได้รับเงินหรือเรียกเก็บค่าพื้นที่ใดๆส่วนผู้ที่ประสงค์จะเรียกเงินคืนนั้นสามารถไปดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เรียกรับเงินได้ตามเจตนา.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

รมช.มหาดไทยมอบโฉนดที่ดินแปลงใหม่ จังหวัดสุโขทัยพัฒนาพื้นที่เพื่อประชาชน

วันที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธาน ในพิธีมอบโฉนดที่ดินแปลงใหม่ ตามโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่เป็นการส่งเสริมการพัฒนาตามผังเมือง โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการร่วมคิดร่วมสร้างร่วมพัฒนา และแก้ปัญหาผังเมืองอย่างเป็นระบบทั้งบริเวณ คือเปิดพื้นที่ตาบอดให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ สร้างโครงข่ายคมนาคมและขนส่งที่สมบูรณ์ ประหยัดงบประมาณในการเวนคืนที่ดิน มูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว และสามารถพัฒนาเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพระหว่างกลุ่มเจ้าของที่ดินและหน่วยงานภาครัฐ โดยเจ้าของที่ดินยังมีกรรมสิทธ์ในที่ดินของตนเองอันจะนำมาซึ่งประโยชน์ แก่เจ้าของที่ดินและชุมชนเมือง

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลปากแคว และเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ได้ดำเนินการจัดรูปที่ดินฯ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดสุโขทัย โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการพัฒนาพื้นที่ ด้วยวิธีการจัดรูปที่ดินในเขตผังเมืองรวมเมืองสุโขทัย ในบริเวณเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (สีเหลือง) สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่รกร้างใจกลางเมืองยังไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ และบางแปลงเป็นพื้นที่ถูกปิดล้อมไม่มีทางเข้าออก มีพื้นที่โครงการฯ 163 ไร่ 3 งาน 89.08 ตารางวา แปลงที่ดิน 93 แปลง

เจ้าของที่ดิน 45 ราย กรมฯ ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างถนนโครงการพร้อมระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ จำนวนทั้งสิ้น 111,600,000 บาท ได้แก่ ถนนโครงการ ขนาดเขตทาง 16 เมตร 12 เมตร และถนนสายย่อยขนาดเขตทาง 9 เมตร และ 6 เมตร รวมความยาวถนนทั้งสิ้น 2,681 เมตร เนื่องจากในพื้นที่มีสถานีขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งเป็นศูนย์กลางของ การบริการด้านขนส่งสาธารณะของจังหวัดสุโขทัย จึงทำให้ถนนโครงการที่สร้างขึ้นสามารถช่วยระบายรถที่เข้าออกในสถานีขนส่งฯ พร้อมทั้งมีระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ประปา และติดตั้งระบบสูบน้ำ 2 จุด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เต็มศักยภาพ

:วิชัย สิทธิพันธ์ ภาพข่าว
:พงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย