จันทบุรี-เทศกาลกินเจ ผักปลอดสารพิษ เจอิ้ว ผู้ถือศีลกินเจ ร่วมพิธีแห่รับเจ้า ปีที่ 132 คึกคัก พร้อม ชิม ช็อป ใช้ เทศกาลกินเจ ฟรี อาหารเจ ทั้ง 2 ตั๊ว

จันทบุรี-เทศกาลกินเจ ผักปลอดสารพิษ เจอิ้ว ผู้ถือศีลกินเจ ร่วมพิธีแห่รับเจ้า ปีที่ 132 คึกคัก จันทบุรี พร้อม ชิม ช็อป ใช้ เทศกาลกินเจ ฟรี อาหารเจ ทั้ง 2 ตั๊ว เน้น สด อร่อย สะอาด

วันนี้ ( 28 ก.ย.62 ) นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำคณะกรรมการโรงเจทั้ง 2 แห่ง ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี ผู้ร่วมถือศีล กินเจ หรือเจอิ้ว ร่วมขบวนอัญเชิญกิ่วฮ้วงฮุ๊กโจ้ว เพื่อประดิษ ฐานเป็นการชั่วคราว ณ โรงเจทั้ง 2 แห่ง ของจังหวัดเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยขบวนเริ่มต้นจากสี่แยกเมืองจันท์ วัดเขตนาบุญญารามไปสมทบกับขบวนของเม่งหงีเจตั้ว ที่บริเวณสี่แยกโรงเรียนตังเอ็ง

รูปแบบขบวนมีพระภิกษุสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ต่อด้วยขบวน ล่อโก้ว นำคณะกรรมการโรงเจ และเจอิ้ว เดินไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี ซึ่งขบวนแห่รับเจ้าปีนี้ จังหวัดจันทบุรีจัดพิธีอย่างเรียบง่าย พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมถือศีล กินเจ ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระราชินี รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวตามมาตรการ ชิม ช็อป ใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

สำหรับปีนี้โรงเจทั้ง 2 แห่ง คือ โรงเจบ้วนเฮงเจตั๊ว วัดเขตร์นาบุญญาราม จัดเทศกาลถือศีลกินเจต่อเนื่องเป็นปีที่ 132 ส่วนโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 33 และองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ได้สนับสนุนผักปลอดสารพิษจากโครงการหลวงพื้นที่ภาคเหนือนำมาปรุงเป็นอาหารเลี้ยงแก่ผู้ร่วมรับประทานอาหารเจ ฟรีตลอด 10 วันของเทศกาลถือศีลกินเจจังหวัดจันทบุรี”หนึ่งมื้อกินเจ หมื่นชีวิตรอดตาย”

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

แม่ทัพเรือภาค 1 เตะอำลา และแสดงความยินดี ผบ.เรือหลวงสัตหีบคนใหม่ในบอล 4 เส้า ร.ล.สัตหีบต้านภัยยาเสพติด

เรือหลวงสัตหีบ จัดบอล 4 เส้า ต้านภัยยาเสพติด เนื่องในโอกาสครบรอบขึ้นระวางประจำการ ปีที่ 36 ส่งเสริมให้กำลังพลออกกำลังกาย สร้างความสัม
พันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และให้แม่ทัพเรือภาคที่ 1 เป็นครั้งสุดท้ายตามนโยบายของ ผบ.ทร. “จิตใจที่เข้มแข็งและดีงาม ล้วนอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” ก่อนอำลาชีวิตราช การ โดยมีทีมอำเภอสัตหีบ ทีมเทศบาลเมืองสัตหีบ ทีมปลาหมึกยักษ์ ทีมบางเสร่ และทีมเรือหลวงสัตหีบ เข้าร่วมการแข่งขัน เมื่อวันที่ 27 ก.ย.62 ที่ผ่านมา

น.ต. จตุพร จตุทอง ผู้บังคับการเรือหลวงสัตหีบ จัดบอล 4 เส้า ต้านภัยยาเสพติด เนื่องในโอกาสครบรอบขึ้นระวางประจำการ ร.ล.สัตหีบ ปีที่ 36 โดยมี พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน และ พล.ร.ต. กิตติ คุณ นาคสุก รองผู้บัญชาการหน่วยบัญการนาวิกโยธิน นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ และกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ร่วมเป็นเกียรติในการแข่งขัน

ผลการแข่งขัน ชนะเลิศได้แก่ทีม เรือหลวงสัตหีบ รองชนะเลิศอันดับ 1ได้แก่ ทีม ปลาหมึกยักษ์บางเสร่ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมอำเภอสัตหีบ และรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ทีม เทศบาลเมืองสัตหีบ

โดยไฮไลต์ของงานนี้อยู่ที่การส่งมอบปลอกแขนกัปตันทีม เรือหลวงสัตหีบจาก น.ต.จตุพร จตุทอง ผู้บังคับการเรือหลวงสัตหีบ ให้กับ น.ต.สุปรีด์ ตันติตระ
กูล ผู้บังคับการเรือหลวงสัตหีบท่านใหม่ใน 1 ตุลาคมนี้ สร้างเสียงเฮฮาและสร้างบรรยากาศแห่งความสุขในสนามการแข่งขันเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้เนื่องด้วย พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จะเกษียณอายุราชการใน 1 ต.ค. นี้ และในอดีต ท่านยังเคยดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการเรือหลวงสัตหีบ จึงได้มีการมอบของที่ระลึกจากเรือหลวงสัตหีบ โดย น.ต. จตุพร จตุทอง ผู้บังคับการเรือหลวงสัตหีบ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน นับเป็นการเตะฟุตบอลนัดสุดท้ายก่อนอำลาชีวิตราชการใน 30 กันยายนนี้ ของผู้บัฯชาการทัำเรือภาคที่ 1 และที่สำคัญยังคงส่งมอบนโยบายของ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. ที่มอบให้กับกำลังพลของกองทัพเรือที่ว่า “จิตใจที่เข้มแข็งและดีงาม ล้วนอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” ก่อนอำลาชีวิตราชการ ให้กับกำลังพลของกองทัพเรือ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

หลังจากการแข่งขันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นักกีฬาทุกทีมและแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ สร้างสัมพันธ์ร่วมกับกำลังพลของเรือหลวงสัตหีบ ณ ร้านปายละเมอสัตหีบ ด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเองในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เครียดงานไม่มี !! สิงห์หัวลากเครียดงานไม่มี ดื่มหนัก หลับไม่ตื่น ไม่ได้ขับหัวลากตลอดไปชั่วนิรันดร์

คนขับรถหัวลากไม่ได้วิ่งงานมาสองสัปดาห์ เครียดจัดคิดมาก ไม่มีงานก็ไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัวดื่มเหล้าอย่างหนัก กลับที่พักเข้าไปนอน เพื่อนกลับมาจากทำงานเข้าไปเรียกไม่ตอบ เปิดประตูเข้าไปดู พบนอนตัวเย็นเสียชีวิตแล้ว

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.วันนี้ ( 27 ก.ย. ) กู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในลานตู้ปะยางเจ้เดือน เนินไร่สอง หมู่ 10 ตำบลทุ่งศุขลา อำเภอศรีราชา จึงประสาน ร.ต.ท.ณรงค์ จันทรา ร้อยเวรสอบสวน สภ.แหลมฉบัง ร่วมตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักพนักงานขับรถหัวลากที่ปลูกอาศัยอยู่กว่า 10 หลังคาเรือน ภายในห้องพักพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อคือนายสิทธิ์ ไกรเสือ อายุ 48 ปี อาชีพพนักงานขับรถหัวลาก ที่อยู่ในบัตรอาศัยอยู่ที่ 20/1 หมู่ 4 ต.พรมเทพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนในสภาพนอนหงาย ถอดเสื้อเหลือแต่กางเกงขาสั้น ภายในบ้านพักพนักงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ทรัพย์สินมีค่าไม่สูญหาย จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง พร้อมติดต่อญาติให้มาดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

จากการสอบสวน นายพิสิทธิ์ เผ่าพันธุ์ อายุ 47 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิตให้การว่า หลังจากที่กลับมาจากขับรถหัวลาก เมื่อมาถึงที่พัก ก็เดินไปเรียกนายสิทธิ์ แต่ไม่ยอมตื่น จึงเดินขึ้นไปปลุกบนที่นอน ก็พบว่าตัวเย็นเฉียบ จึงเขย่าร่างอีก จนมั่นใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาตรวจสอบ ซึ่งก่อนหน้านี้นายสิทธิ์ไม่ได้ออกงานขับรถมาประมาณสองสัปดาห์แล้ว คงจะเกิดความเครียด นั่งดื่มสุราเป็นประจำ ล่าสุดวันนี้ก็ดื่มเหล้าคนเดียว ก่อนจะเข้าไปนอน เพื่อนบ้านเห็นล่าสุดเมื่อประมาณบ่ายสามโมงที่ผ่านมา มาเรียกอีกครั้งก็เสียชีวิตไปแล้ว

จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นคาดว่า ผู้เสียชีวิตคงเครียด จึงดื่มเหล้าโดยไม่ยอมกินไม่ยอมนอน หรือพักผ่อนน้อย ทำให้อาจเกิดหัวใจวายเฉียบพลันก็เป็นได้ ซึ่งจะต้องชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด-ด่านควบคุมโรคคุมเข้มโรคระบาดในสุกร ป้องกันนำเข้าสุกรโดยเด็ดขาด ในพื้นที่ติดชายแดน

ตราด/ ด่านควบคุมโรคตราดคุมเข้มโรคระบาดในสุกร ป้องกันนำเข้าสุกรโดยเด็ดขาด ในพื้นที่ติดชายแดน

วันที่ 27 กันยายน 62 นายจิรโรจน์ ระวีวัฒน์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ตราดเปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรว่า นับวันจะเพิ่มการระบาดมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีการแพร่ระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา ลาว พม่าแล้ว ดังนั้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบคุมเข้มตรวจค้นตามชายแดน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร ทหาร ตม.ตรวจสอบการเข้าออกชายแดน และคุมเข้มการนําเข้าเนื้อสัตว์ เนื้อสุกรตามชายแดนอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะเนื้อสุกร สุกรเป็น ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด เหตุเพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระบาดของโรคอหิตวาห์แฟริกาในสุกร เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายสัตว์ ซากสัตว์รวมถึงมีโอกาสที่เชื้อจะปนเปื้อนกับคนและอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสุกรที่ผ่านการปรุงสุก หากมีการระบาดเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโรคระบาดในสุกรที่มีความรุนแรงและก่อเกิดความเสียหายต่อสุกรทุกกลุ่มในปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนหรือยาที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรค

นอกจากนี้ทางกรมปศุสัตว์ยังมีผลจากการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ที่อาจจะเกิดโรคอหิตวาห์แฟริกาในสุกร ซื่งพบว่าบางพื้นที่มีการเลี้ยงสุกรเป็นอันดับ 1 ของประเทศก็มี เช่น จังหวัดราชบุรี และที่มีพื้นติดกับชายแดนการเข้าออกตามชายแดน ดั้งนั้นด่านกักกันสัตว์ตราด จึงได้กําชับตรวจการเข้าออกตามชายแดนให้มากขึ้นทุกๆวัน พร้อมประชาสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคดั้งกล่าวได้ จึงได้อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 21 แห่ง พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ใน พ.ศ.2558 ประกาศให้เฝ้าระวังตามแนวชายแดน และห้ามเคลื่อนย้ายหรือซากสัตว์โดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่รับผิดชอบประจําพื้นที่นั้นๆในทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ทุกชนิดตามแนวชายแดน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ขณะเดียวกันยังมีการประสานความร่วมมือกับสำนักงานปศุสัตว์จ.ตราดปศุสัตว์อำเภอในการลงพื้นที่ตรวจฟาร์มเลี้ยงสุกร ให้ป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกา ด้วยการบริหารจัดการฟาร์มให้สะอาด ถูกสุขลักษณะต่อไปด้วยเพราะเรื่องดังกล่าวนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงสุกรได้ จึงให้แต่ละพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมการป้องกันโรค ASF อย่างเต็มระบบ

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลพบุรี-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ปิดการแข่งขันสตรีทฟุตซอลลีก ต้านภัยยาเสพติดณ.ลานกีฬาต้านยาเสพติด ภายในวัดตองปุ

อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ปิดการแข่งขันสตรีทฟุตซอลลีก ต้านภัยยาเสพติดวัดตองปุ

ณ.ลานกีฬาต้านยาเสพติด ภายในวัดตองปุ หมู่ที่ 1 ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง ลพบุรี พล.ต.หญิงวีราพรรณ เนินลพ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ร.ท.เสมา คชเพช นายจักรินทร์ สุวรรณเพ็ชร (โดมข้าวมันไก่) พร้อมสมาชิก”ก้าวเพื่อแบ่งปัน 2019 ลพบุรี” ผู้สนับสนุนหลัก และส่งเสริมในการจัดการแข่งขันสตรีทฟุตซอลลีก ต้านภัยยาเสพติดในครั้งนี้ ได้เดินทางมาชมและเชียร์คู่ชิงชนะเลิศ ที่เล่นกันอย่างสนุกสนานเร้าใจ

หลังจบการแข่งขันได้มอบเงินบำรุงทีมที่ชนะการแข่งขัน มอบถ้วยรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ท่าม กลางความชื่นมื่นของนักกีฬาที่มีถ้วยรางวัล ของรางวัลติดมือกลับบ้านทุกทีม อีกทั้งยังมีรางวัลสำหรับนักเตะยอดเยี่ยม รางวัลดาวซัลโว และรางวัลทีมที่ตกรอบแรกเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ขยันฝึกซ้อม เพื่อที่จะได้ร่วมการแข่งขันกันอีกในครั้งต่อไป ซึ่งสตรีทฟุตซอลลีก วัดตองปุ ต้านภัยยาเสตติดจะเน้นการสอน การส่งเสริมการเล่นให้มีการพัฒนา ให้มีประสบการณ์เฉกเช่นพี่สอนน้อง

พล.ต.หญิงวีราพรรณ เนินลพ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ได้กล่าวโอวาทให้กำลังใจแก่นักกีฬา ซึ่งการกีฬาทุกชนิดเป็นสิ่งที่ดี ที่สามารถเชื่อมโยงให้ทุกคนมารวมกัน ทำสิ่งดีๆที่เกิดประโยชน์แก่ตัวเองและสังคม อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนได้หันมาออกกำลังกาย โดยการเล่นกีฬาชนิดใดก็ได้ล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น ตนเองและสมาชิกเล็งเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชนทุกคน ซึ่งต้องขอชื่นชมผู้ที่มีส่วนในการจัดการแข่งขันสตรีทฟุตซอลลีก วัดตองปุต้านภัยยาเสพติด ในครั้งนี้ รวมถึงนักกีฬาทุกคน กองเชียร์ ประชาชน เด็กๆ และเยาวชนทุกคน ซึ่งพล.ต.หญิง วีราพรรณ เนินลพ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ผู้มีใจในการการกีฬาได้กล่าวทิ้งท้ายว่าตนเองและสมาชิกมีความยินดีที่จะเป็นผู้นำ ส่งเสริม และสนับสนุนการกีฬาต้านยาเสพติดทุกชนิดอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะเป็นประธานในการปิดการแข่งขันสตรีทฟุตซอลลีก วัดตองปุ อย่างเป็นทางการ

ภาพ/ข่าว นายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี
0890899090 รายงาน

ลพบุรี องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหินอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาแหลม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี พร้อมกับรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตจังหวัดลพบุรี

โอกาสนี้องคมนตรีได้ให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำโดยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านพัฒนาแหล่งน้ำที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศ์ พระราชทานเพื่อช่วยเหลือราษฎรจำนวน 26 โครงการ ที่สร้างประโยชน์สุขให้กับราษฎรเสมอมา

โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหินอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการฯ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2538 ตามที่ราษฎรตำบลห้วยหิน ขอพระราชทานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค ทำการเกษตร

โดยเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2549 ปัจจุบันราษฎรมีแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคและเพาะปลูกได้อย่างเพียงพอ รวมทั้งสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบ้านห้วยหิน จำนวน 58 ครัวเรือน และบ้านเนินทองพัฒนา จำนวน 82 ครัวเรือน พื้นที่ประมาณ 1,400 ไร่ และยังช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อีกด้วย นอกจากนี้ราษฎรได้สร้างการมีส่วนร่วมโดยรวมกลุ่มมีสมาชิกจำนวน 72 ราย เพื่อบริหารจัดการน้ำ และบำรุงรักษาระบบชลประทานอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกคน

จากนั้นเวลา 13.30 น. องคมนตรีและคณะฯ เดินทางไปยังพื้นที่ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยซับสอง อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี เพื่อติดตามและรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริไว้ตั้งแต่ปี 2547 และเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2548 พระราชทานพระราชดำริสรุปความว่า “ควรพิจารณาวางโครงการเก็บกักน้ำตอนบนของลำน้ำสาขาแม่น้ำป่าสักไว้ให้มาก เพื่อใช้ด้านการเกษตรและป้องกันอุทกภัย เนื่องจากน้ำเหนือเขื่อนป่าสักมีมาก ให้พิจารณาจัดเก็บกักให้เหมาะสม” ต่อมากรมชลประทาน จึงพิจารณาเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ และตำบลยางราก อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี พบว่าอ่างเก็บน้ำวังมโนราห์ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2527 ซึ่งเป็นโครงการชลประทานขนาดเล็ก มีขนาดความจุประมาณ 340,000 ลูกบาศก์เมตร ได้ชำรุดและมีปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอกับการขยายตัวของชุมชน จึงได้มีการศึกษาเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำวังมโนราห์ โดยพิจารณาแนวทางการพัฒนาเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน และตั้งชื่อโครงการใหม่ให้ตรงกับชื่อลำห้วยที่ไหลผ่าน จากอ่างเก็บน้ำวังมโนราห์ เป็นอ่างเก็บน้ำห้วยซับสอง ซึ่งเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่การเกษตรประมาณ 2,000 ไร่ ในเขตพื้นที่บ้านวังมโนราห์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ และบ้านวังวัด ตำบลยางราก อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี โอกาสนี้ องคมนตรี ได้พบปะเยี่ยมราษฎรและกลุ่มผู้ใช้น้ำ รับทราบชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนการประกอบอาชีพของราษฎร

ภาพ/ข่าว นายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090 รายงาน

สุโขทัย-เปิดป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐเพื่อความสุขของคนไทย สวนป่าห้วยทรวง

นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยนายกองโทพยุงศักย์ สุวรรณโณ นายอำเภอศรีสัชนาลัย หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารกรมป่าไม้ ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู-นักเรียน และประชาชนเกือบ 500 คน ร่วมกันเปิดโครงการป่าในเมือง “สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย” สวนป่าห้วยทรวง จ.สุโขทัย ที่บริเวณหมู่ 4 บ้านดอนระเบียง ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย พร้อมร่วมทำกิจกรรมปลูกป่า บวชป่าไม้ให้ป่าถูกทำลาย

ตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องการให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ตามความเหมาะสม โดยรัฐร่วมมือกับท้องถิ่นและชุมชนดำเนินการในลักษณะของพื้นที่สาธารณะ และให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ เช่น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ศึกษาธรรมชาติ เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ เป็นต้น

สวนป่าห้วยทรวง ตั้งอยู่หมู่ 4 ต.แม่สำ ห่างจากตัวอำเภอศรีสัชนาลัย 12 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดสุโขทัย 70 กิโลเมตร ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 โดยการปลูกสร้างสวนป่า 2,300 ไร่ และปลูกป่าเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2549 รวม 16 แปลงปลูกป่า รวมพื้นที่ปลูกป่าทั้งสิ้น 12,376.31 ไร่ ไม้ที่ปลูกเป็นไม้สัก ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าไม้สักที่มีความอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้มีขนาดใหญ่

จึงเหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ท่องเที่ยวศึกษาเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ จัดกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวและชุมชน ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ของนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และยังเป็นแหล่งเก็บหาของป่าสร้างรายได้แก่คนในท้องถิ่นอีกด้วย ทำให้กรมป่าไม้เล็งเห็นว่าสวนป่าห้วยทรวงมีศักยภาพในการเปิดตัวเป็นป่าในเมือง “สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย” นับเป็นป่าในเมืองแห่งแรก และแห่งเดียวในสุโขทัย จากจำนวน 31 แห่ง ที่ดำเนินการโดยกรมป่าไม้

ภาพ ผญ ธนกฤต ท้าวบุญยืน
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ลพบุรี โจรหนาวแน่ตำรวจลพบุรีฟิตจัดแข่งขันวิ่งจับโจรปีที่2

ลพบุรี โจรหนาวแน่ตำรวจลพบุรีฟิตจัดแข่งขันวิ่งจับโจรปีที่2

ที่สนามกีฬาพระราเมศวร ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง ลพบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี นำโดยพล.ต.ต.สุนทร โตรอด ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ แม่บ้าน ประชาชน ได้ร่วมกันในการปิดการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสามัคคี เสริมสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะข้าราชการตำรวจและครอบครัว และเพื่อส่งเสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างประชาชน กับตำรวจ (กต.ตร.) ในสังกัดจังหวัดลพบุรีจำนวน 21 โรงพัก โดยได้มีจัดการแข่งขันกีฬาและกรีฑาชิงถ้วยรางวัล และเงินรางวัลมากมาย มีข้าราชการตำรวจ ครอบครัวเข้าร่วมการแข่งขัน และร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วยความสุขสนุกสนานกว่า 500 คน

โดยในระหว่างพักครึ่งของการแข่งขันฟุตบอลคู่ชิงชนะเลิศ ระหว่าง สภ.เมืองลพบุรี กับ สภ.ชัยบาดาล ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งชุดเต็มยศที่มีทั้งตำรวจสายตรวจ ตำรวจจราจร ตำรวจชั้นพนักงานสอบสวน ประมาณ 40 นาย ที่มีทั้งอาวุธปืนกระบอง กุญแจมือ วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ เข้ามาในสนาม เพื่อทำการแข่งขันจับโจรกระชากสร้อย กระชากกระเป๋า หนีคดีความ ชิงทรัพย์ และกระทำความผิดซึ่งหน้าในคดีต่างๆ

สำหรับการแข่งขันในปีนี้เป็นปีที่ 2 มีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภท ประเภทที่ 1 วิ่ง 100 เมตรตำรวจสายตรวจ จับโจรกระชากสร้อย ประเภทที่ 2 วิ่ง 100 เมตร จับโจรกระชากกระเป๋า วิ่ง 100 เมตร พนักงานสอบสวน จับโจรหนีคดี และวิ่ง 4 คูณ 100 เมตร จับโจรชิงทรัพย์ โดยกติกามีอยู่ว่า ตำรวจทุกนายต้องแต่งชุดเต็มยศเหมือนขณะปฎิบัติหน้าที่จริง ทุกนายต้องพกอาวุธปืน วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์ ของทุกอย่างห้ามตกหล่น เมื่อเริ่มการแข่งขันกองเชียร์ทั้ง 21 โรงพัก ต่างส่งเสียงเชียร์กันอย่างกึกก้องทั้งสนาม ทุกคนต่างสนุกสนาน สร้างรอยยิ้มมีความสุข ซึ่งผู้ที่ชนะเลิศได้รับเงินรางวัลจาก ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ก่อนที่จะมีพิธีปิดอย่างเป็นทางการ

ภาพ/ข่าว นายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090 รายงาน

จังหวัดจันทบุรี รับมอบป้ายเกียรติยศ เมืองกีฬายอดเยี่ยมประจำปี 2562

ที่ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เป็นประธานในพิธีมอบป้ายเกียรติยศ และเกียรติบัตรเมืองกีฬา (Sports City) โดยมีนายปัญญา หาญลำยวง รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสันติ ป่าหวาย อธิบดีกรมพลศึกษา, นายก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และนายวิษณุ ไล่ชะพิษ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายส่งเสริมกีฬา ร่วมในพิธีเกียรติยศ และเกียรติบัตรเมืองกีฬา ให้กับ จังหวัดต่างๆที่ได้รับการพิจารณาเป็นเมืองกีฬา ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดเชียงราย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดระลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดตรัง จังหวัดภูเก็ต กรุงเทพมหานคร และจังหวัดจันทบุรี

โดยในส่วนจังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, ดร.กาหลง เย็นจิตร ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 1, นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจันทบุรี, นายสมชาย สินวัต อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้รับมอบป้ายเชิดชูเกียรติ ทั้งนี้ตามที่การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยว ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกเมืองกีฬา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาแบบครบวงจร ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา การท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการจัดตั้งเมืองกีฬา ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการกีฬาของภูมิภาค ตามแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 ( พ.ศ. 2560 – 2564) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

ซึ่งจังหวัดจันทบุรี ก็ได้เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว โดยมอบหมายให้สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี ดำเนินการจัดทำข้อมูลการเสนอตัวเป็นเมืองกีฬา และมอบหมายให้ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศ ไทยจังหวัดจันทบุรี ประสานงานร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเสนอตัวเป็นเมืองกีฬา และเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 จังหวัดจันทบุรี โดยการนำของ นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, ดร.กาหลง เย็นจิตร, นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจันทบุรี, อุกฤษฏ์ จรูญชัย อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี, ปราณี จั่นนพรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค1 พร้อมคณะ ได้เข้านำเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการพิจารณา

ซึ่งผลการพิจารณาของคณะกรรมการได้เสร็จสิ้นลง ปรากฏว่า จังหวัดจันทบุรี ได้รับการพิจารณา เป็นเมืองกีฬา ในกลุ่มที่ 1 ด้านกีฬาเชิงสุขภาพ ออกกำลังกาย และได้เข้ารับเกียรติบัตรเมืองกีฬาในวันนี้ ซึ่งจากการที่จังหวัดจันทบุรี ได้รับการพิจารณาเป็นเมืองกีฬาแล้ว ก็จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดจันทบุรีได้เป็นอย่างดี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เป็นเพราะระบบรถหรือคน !! แม่ค้า ตลาดนัด รีบตั้งร้าน ทิ้งลูกน้อยหลับในรถ แต่รถเกิดล็อคเอง แจ้งอัศวินบูรพาเร่งช่วย

แม่ค้าตลาดนัด มีใจเกือบสลาย เมื่อขับรถกระบะคู่ใจมารีบตั้งร้าน โดยทิ้งลูกน้อยวัย 7 เดือนหลับในรถติดเครื่องเปิดแอร์ แต่ระบบรถเกิดล็อคประตูเองโดยอัตโนมัติ หลังตั้งร้าน ขนของเสร็จกลับมาจะเอาลูกออก แต่เปิดประตูไม่ได้ พบว่ารถล็อค ตกใจสุดขีด ตะโกนร้องให้คนช่วยด้วยความเป็นห่วงลูกน้อย เดชะบุญอาสาอัศวินบูรพาดูแลการจราจรอยู่บริเวณตลาด ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ รีบนำอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือเปิดประตู โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 นาที จึงเปิดประตูนำเด็กออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนผู้เป็นแม่ ดีใจจนร้องไห้น้ำตาไหล


เมื่อเวลาประมาณ 14.45 น.ของวันนี้ (26 ก.ย.62)ที่ตลาดนัดหัวสนามบิน ม.1 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อาสาแจ้งข่าวประสานเหตุอัศวินบูรพา ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ จากนางน้อย(นามสสมมุติ) แม่ค้าที่ตลาดนัดดังกล่าว ว่า ลูกของตนวัย 7 เดือนติดอยู่ในรถ และประตูรถเกิดล็อคเอง จึงทำให้เปิดประตูรถไม่ได้ และลูกของตนยังหลับอยู่ภายในรถ ให้ช่วยที เพราะกลัวลูกน้อย จะเป็นอันตราย ดังนั้นทางอาสาอัศวินบูรพา จึงเร่งนำอุปกรณ์มาทำการเปิดประตูรถ โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 นาทีจึงสามารถเปิดประตูรถ นำเด็กน้อยออกมาสู่อ้อมอกแม่อย่างปลอดภัย


สำหรับสาเหตุในครั้งนี้จากการสอบถามแม่ ของเด็ก รับทราบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ได้ขับรถกระบะมาตลาด เพื่อรีบตั้งร้าน พร้อมลูกน้อยวัย 7 เดือน เมื่อมาถึงตลาดจึงรีบตั้งร้านและขนของลง โดยให้ลูกน้อย นอนหลับอยู่ในรถซึ่งได้ติดเครื่อง ยนต์เปิดแอร์ไว้ เมื่อเสร็จจึงรีบกลับมาเพื่อรับลูกและนำรถไปจอด แต่กลับเปิดประตูไม่ได้ ซึ่งพบว่า ประตูรถเกิดล็อคเองทั้งสองด้าน จึงตกใจมากเพราะลูกอยู่ในรถ พร้อมกับร้องให้คนช่วย โชดดีที่มีอาสาอัสวินบูรพา ดูแลการจราจรที่ตลาด ได้ยินและเข้ามาช่วยเหลือ จนนำลูก ออกมาได้อย่างปลอดภัย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก