กอ.รมน. ร่วมกับ กสทช. เชิญชวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ยืนยันตัวตน

(วันที่ 29 ก.ย. 62) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า ตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ได้มีการประกาศ เรื่อง มาตรการการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 นั้น ได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 เครือข่าย ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนอาสาสมัครรูปแบบต่างๆ ในการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบยืนยันตัวตนเป็นอย่างดียิ่ง

อย่างไรก็ตามยังคงมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร ยังไม่ทราบถึงการประกาศขอความร่วมมือในการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบยืนยันตัวตน จึงยังไม่ได้ไปลงทะเบียน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีกทั้ง เพื่อให้การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ได้หารือกับ กสทช. และผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์ ดังนี้
๑. เพิ่มช่องทางการรับรู้ด้วยรูปแบบจัดทำป้ายโฆษณา, ป้ายไวนิล ตามสถานที่สำคัญ เช่น สนามบินท่ารถบริษัทขนส่งจำกัด(บขส.), การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด(มหาชน) เป็นต้น
๒. จัดชุดเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนเคลื่อนที่ไปตามหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และสถานที่ต่างๆ เพื่อการลงทะเบียน(ผู้ใช้บริการในพื้นที่ จชต.)
๓. เพิ่มยอดเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน(USER) ในหมู่บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ เช่น บัณฑิตอาสา, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)(ผู้ใช้บริการในพื้นที่จชต.) สำหรับการตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนระบบยืนยันตัวตนใช้ได้ทั้งบุคคลในพื้นที่จชต. และนอกพื้นทีจชต. สามารถดำเนินการด้วยตนเองโดยกด 1655*หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก กดสี่เหลี่ยมแล้วกดโทรออก และผู้ใช้บริการโทรศัพท์ ที่อยู่นอกพื้นที่ จชต. สามารถลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้ ณ ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วราขอาณาจักร ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

กอ.รมน. ร่วมกับ กสทช. ขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมลงทะเบียนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยระบบยืนยันตัวตน เพื่อเป็นการป้องกันการสวมสิทธิ์ รักษาสิทธิประโยชน์ และความปลอดภัยไม่ให้บุคคลอื่นนำหมายเลขโทรศัพท์ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดกับประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สังสรรค์ สื่อสารการเมือง-นศ.สื่อสารการเมือง ม.เกริก นัดเลี้ยงรุ่น กระชับมิตร

สังสรรค์ สื่อสารการเมือง :พล.อ.ปกิตน์ สันตินิยม ประธาน นศ.สื่อสารการเมือง ม.เกริก นัดเลี้ยงรุ่น กระชับมิตร มี พล.ต.ประสิทธิ์ หมอทรัพย์.สส.ศิริพงศ์ รัศมี,พันธวัช สุทิน,จเร ตัณฑ์พรชัย อดีตสส.สระบุรี,ชาตรี ตะเคียนทอง,อำนวย ชัยประพรเสริฐ,สิทธิชัย นุ่มแจ่ม,ปุณยนุช วัฒนาจิรกุล(กระต่าย) สุนทร ช่วยตระกูล”ทอนส์79″ ที่ร้านอาหารศรีวิชัย นาคนิวาส 53 เมื่อวันก่อน บรรยากาศอบอุ่น

cr.ทอนส์79

“บิ๊กอู๊ด” พร้อมคณะนักศีกษาหลักสูตร ปปร.23 สถาบันพระปกเกล้า เดินหน้านำทีมเยียวยา ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

“บิ๊กอู๊ด” พร้อมคณะนักศีกษาหลักสูตร ปปร.23 สถาบันพระปกเกล้า เดินหน้านำทีมเยียวยา ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

จากเกิดกรณีสถานการณ์พายุน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่​ จังหวัด​อุบลราชธานี​ อย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ราษฏรได้อพยพตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่มีระดับน้ำท่วมสูงเนื่องจากห่วงทรัพย์สิน และมีราษฎรที่เดือดร้อนจากการที่บ้านเรือนถูกทำลายเสียหาย

ทางรัฐบาล โดยการสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการตำรวจทุกหน่วยลงพื้นที่ โดยเฉพาะการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.

ในวันนี้​ วันเสาร์​ที่ 28 ก.ย.62 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กุลัตถ์นาม รอง ผบก.กฝ. ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จ.อุบลราชธานี

และคณะหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 23 (ปปร.23) ได้นำตำรวจจิตอาสาสังกัด สตม.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ตม.จ.อุบลราชธานี ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย ใน จ.อุบลราชธานี ดังนี้

จุดที่ 1 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจชาวบ้านชุมชนบ้านกุดระงุม อ.วารินชำราบ มอบถุงยังชีพ จำนวน 650 ชุด​ จุดที่ 2 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจชาวบ้านชุมชนวัดกุดคูณ อ.เมือง มอบถุงยังชีพ จำนวน 350 ชุด และมอบวัสดุก่อสร้างให้ชุมชนวัดกุดคูณ จำนวน 1 ชุด

พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ กล่าวว่า ได้สั่งการ ให้ จนท.ตม.ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ประสบภัย ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และร่วมให้กำลังใจอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน ที่ตนและคณะมาในวันนี้ ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน หวังเพียงแต่ว่าผู้ประสบภัยจะผ่านพ้นวิกฤติความเดือดร้อนครั้งนี้ไปให้ได้ โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเต็มที่

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดเสวนาวิชาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้หัวข้อ “มหันตภัย…คอร์รัปชั่น ยุค 4.0 นักศึกษา วัยใส ต้านภัยทุจริต” ครั้งที่ 4/2562

สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดเสวนาวิชาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้หัวข้อ “มหันตภัย…คอร์รัปชั่น ยุค 4.0 นักศึกษา วัยใส ต้านภัยทุจริต” ครั้งที่ 4/2562

โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ย.62 ที่ห้องประชุมกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยเชียงราย : มี นายภาสกร บุญญลักษณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน

ดร.เอกชัย เหลืองสะอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น​ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การจัดงานเสวนาครั้งนี้มีจุดประสงค์ เพื่อต่อต้านทุจริต ปลุกจิตสำนึกเด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษา ให้รู้ถึงพิษภัยของการทุจริต ปลูกฝังค่านิยมประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติหน้าที่ตอบแทนคุณแผ่นดิน

นอกจากนี้ สมาคมฯและมูลนิธิต่อต้านทุจริต ยังได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนรณรงค์และต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ พร้อมทั้งเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับองค์กรอื่นๆ และดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ของประเทศ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตาชาวอุบลฯ​ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยกว่า 6,000 ชุดหลังน้ำลดต่อเนื่อง

วันนี้ วันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2562 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมสังคมสงเคราะห์ออกแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.วารินชำราบ จำนวน 2,000​ ชุด อ.เมือง จำนวน 2,400 ชุด และใน อ.เขื่องใน 1,400 ชุด​ จ.อุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น 6,000 ชุด ในโครงการ “ฟื้นฟูหลังน้ำลด” รวมงบประมาณเป็นเงินจำนวน 2,100,000 บาท โดยมี มูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี​ (จีตัมเกาะ) ร่วมกับมูลนิธิสว่างบูชาธรรมสถาน อ.วารินชำราบ​ จ.อุบลราชธานี เป็นผู้ประสานงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ โดยมีนายเฉลิมพล มั่งคั่ง รองผู้ว่าจ.อุบลราชธานี​ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ร่วมในพิธี

โครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานรวม 9 จังหวัด คิดมูลค่าเป็นเงินกว่า 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน)

เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา และน้ำมันพืช บรรจุลงในถุงผ้ามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อฝ่ายสังคมสงเคราะห์

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม #ทีมงานสื่อสารองค์กร​ 086-854-1418 #สายด่วนป่อเต็กตึ๊1418

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นักธุรกิจชื่อดังร้องสื่อเตือนภัยแฉขบวนการทนายความแก๊งต้มตุ๋นสูญเงินกว่า 80 ล้าน

วันนี้​ วัน​ศุกร์​ที่ 27 ก.ย.62 เวลา 14.00 น.: นายชาญวิทย์ กิจเลิศสิริวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูเขาหกลูก จำกัด ได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนที่ศูนย์ปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ถนนศรีอยุธยา แขวงและเขตราชเทวี กทม. แฉขบวนกลุ่มมิจฉาชีพ หรือแก๊งต้มตุ๋น เพื่อเป็นอุทาหรณ์ เตือนภัย อย่าไปหลงเชื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้

นายชาญวิทย์ฯ ได้เปิดเผยว่า กลุ่มมิจฉาชีพ หรือ แก๊ง ต้มตุ๋นเหล่านี้ มีอดีตนายตำรวจระดับ​ พล.ต.อ.และ​พ.ต.อ.มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการซื้อขายที่ดินใน เกาะนาคาน้อย อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยเมื่อประมาณปี​ 2559 ที่ผ่านมา ผมได้เข้าไปดำเนินการซื้อที่ดินที่ เกาะนาคาน้อย เป็นใบ ภบท.5 เมื่อปี 2559 ต่อมาได้มีปลัด อบต.ท่านหนึ่ง แนะนำให้รู้จักกับ นายณรงค์ฤทธิ์ เนติเกียรติวงศ์ หรือ นายกร ซึ่งเป็นทนายความโดยบอกว่ามีทีมงานที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมื่องสามรถออกโฉนดที่ดินบนเกาะนาคาน้อยได้ และได้พยายามสร้างเรื่องราวต่างๆให้สมจริงว่าสามารถออกโฉนดที่ดินได้จริงๆ

ต่อมานายณรงค์ฤทธิ์ฯ ได้พาผมไปพบกับอดีต พล.ต.อ.ท่านหนึ่งและมี พ.ต.อ.อีกคนที่ยังรับราชการอยู่ในปัจจุบัน ทั้งหมดก็พาผมไปพบกับท่าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.โดยบอกว่าเป็นทีมงาน เพื่อจะทำเรื่องการ ออกโฉนดที่ดิน บนเกาะนาคาน้อย และยังมีการถ่ายภาพร่วมกันเพื่อให้เกิดความเชื่อถือ (ผมมารู้ที่หลังว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ฯ ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย)

ตลอดระยะเวลา 2-3 ปี ที่ผ่านมา นายณรงค์ฤทธิ์ฯ เรียกเงินหลายครั้งรวม 80 ล้านบาท อ้างเป็นค่าวิ่งเต้นผู้ใหญ่ออกโฉนด และบอกว่า เจ้าพนักงานที่ดิน จะมาทำการ รังวัด เพื่อทำการออกโฉนดให้ ช่วยนำ ผู้สื่อข่าว ลงมาเป็น สักขีพยานด้วย ซึ่งผมก็ได้ดำเนินการตามที่ นายณรงค์ฤทธิ์ฯ แนะนำ โดยมี ผู้สื่อข่าว จาก กรุงเทพฯ ประมาณ 3-4 ฉบับ ลงพื้นที่ไปด้วย แต่แล้ว ก็ไม่มีการ รังวัด แต่อย่างใด หลังจากนั้น นายณรงค์ฤทธิ์ฯ ได้นำ หนังสือจาก สำนักงานที่ดิน อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ลง วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 มาแสดงว่า โดยมีเนื้อหาว่า เจ้าหน้าที่ ที่ดิน ขอเลื่อน การรังวัด ซึ่งตนเองก็น้อมรับโดยที่ไม่คิดอะไรเพราะไว้ใจ (มาทราบที่หลังเป็นเอกสารปลอม)

จนกระทั่งเมื่อประมาณเดือนธันวาคม​ 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ได้ดำเนินคดีกับผมในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าเกาะนาคาน้อย ผมจึงได้ทราบความจริงว่าถูกนายณรงค์ฤทธิ์ฯ กับพวกหลอกลวง ต้มตุ๋น ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ฯ ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ ต้มตุ๋นผม ที่บอกว่าสามารถออกโฉนดที่ดินได้ทุกคน

นายชาญวิทย์ฯ ยังได้กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นผมจึงได้ตัดสินใจเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ที่ดินระดับสูงของจังหวัดภูเก็ต ด้วยตนเอง ว่าจะมีการ รังวัด ให้เมื่อใด แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน เจ้าหน้าที่ ที่ดินระดับสูงของ จังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวกับตนว่า ที่ดินบนเกาะนาคาน้อย ที่ผมเป็น ผู้ซื้อและให้ นายณรงค์ฤทธิ์ฯ มาทำเรื่องขอออก โฉนดนั้น ไม่เคยได้รับเรื่องการร้องขอ ออกโฉนด แต่อย่างใด ซึ่งผมเองจึงได้ทราบทันทีว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่จ่ายเงินให้ นายณรงค์ฤทธิ์ฯ ประมาณ 80 กว่า ล้านบาท ถูกหลอก ตลอดมา

จึงเป็นเหตุให้ต้องมา ร้องสื่อมวลชนเพื่อเป็นอุทาหรณ์ เตือนภัย ถึงพฤติกรรม ของนายณรงค์ฤทธิ์ฯ และเชื่อว่าน่าจะมีอดีตนายตำรวจร่วมขบวนการด้วย หลังจากที่ผมทราบว่าถูกนายณรงค์ฤทธิ์ฯ​ หลอก จึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.รัตนาธิเบศร์เมื่อวันที่ 19 เม.ย.62 ที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 ก.ย.62 ศาลแขวงนนทบุรี ได้ออกหมายจับนายณรงค์ฤทธิ์ฯ​ ในข้อหาฉ้อโกงแล้ว

ด้านนายกันตเมธส์ จโนภาส ทนายความประจำสมาคมฯ​ เปิดเผยว่าเรื่องดังกล่าวได้เรียนไปยังทนายพนิต บุญชะม้อยประธาน กรรมการมรรยาททนายความของสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์แล้วถึงเรื่องจริยธรรม และจรรยาบรรณของทนายณรงค์ฤทธิ์ฯ ท่านบอกว่ากรณีนี้เนื่องจากว่า ทนายความ ได้หลอกลวง เอาเงินของประชาชนไป โดยแจ้งว่าจะไปดำเนินการใดๆ แต่ เมื่อตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีการดำเนินการใดๆตามที่กล่าวอ้างทั้งสิ้น

ผู้เสียหายสามารถมาร้องเรียนที่สภาทนายความได้ในส่วนแผนก มรรยาททนายความ ทางสภาทนายความ สามารถตั้ง คณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบวินิจฉัย รับเป็นคดีมรรยาททนายความได้ โดยกรณีนี้ สามารถลงโทษได้สูงสุดถึง ลบชื่อ ออกจากการเป็นทนายความ การดำเนินคดีของทนายความ ในส่วนของสภาทนายความไม่จำเป็นต้อง รอผลสรุป ในคดีอาญาแต่อย่างใด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ฝนหลวงฯ” ชี้แจงกรณีเครื่องบินฝนหลวงประสบเหตุตกที่ ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

“ฝนหลวงฯ” ชี้แจงกรณีเครื่องบินฝนหลวงประสบเหตุตกที่ ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

วันนี้​ วัน​ศุกร์​ที่ 27 กันยายน 2562 เวลา​13.30 น.: นายสุรสีห์​ กิตติมณฑล​ อธิบดีกรมฝนหลวง​ และการบินเกษตร พร้อมด้วยคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุด้านนิรภัยการบินเปิดเผยถึงกรณีเครื่องบินฝนหลวงประสบเหตุตกที่ ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี​ ว่าเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 09. 00 น.ที่ผ่านมา​ เครื่องบินแบบ CESSNA CARAVAN หมายเลข 1917 ได้ทำการบินในภารกิจฝึกบินเปลี่ยนแบบให้กับนักบินใหม่

โดยมี ร้อยเอก ตฤณ อัมระนันท์ นักบิน ท/4 หัวหน้า ทำหน้าที่ครูการบิน และนายสุขสันต์ จงเสถียรธรรม นักบิน (พนักงานราชการ) กลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษผู้รับการฝึกบินได้ทำการฝึกบินสนามบินกาญจนบุรีค่ายสุรสีห์ จ. กาญจนบุรี ซึ่งหลังจากฝึกบินขึ้นลงในวงจรเสร็จแล้วได้มีการฝึกบินทำท่าทางการบิน (Air Work) ในพื้นที่การฝึกด้านฝั่งตะวันตกของสนามบินโดยขอบินแบบภายใต้การมองเห็นสภาพภูมิประเทศ (MSUAL TERRAN)

หลังจากนั้นในเวลาประมาณ 10.20 น. เจ้าพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศได้ทำการติดต่อเครื่องบินเกษตร 1917 เพื่อขอทราบตำแหน่งเนื่องจากจะมีอากาศยานผ่านในพื้นที่การฝึกแต่ไม่สามารถติดต่อได้เจ้าพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศจึงได้ทำการติดต่อเป็นระยะ ๆ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ในเวลาต่อมาได้รับแจ้งจากมณฑลทหารบกที่ 17 ค่ายสุรสีห์ว่ามีอากาศยานตกในพื้นที่เจ้าพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศจึงแจ้งกองค้นหาและช่วยชีวิต​ โดยในขณะเดียวกันในพื้นที่ได้แจ้งกลับให้ทราบว่าพบเครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุและพบผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นายแล้ว

โดยชุดปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดกาญจนบุรีได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที ซึ่งภายหลังจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากสภาพอากาศส่วนข้อเท็จจริงคณะกรรมการฯจะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุต่อไป

อย่างไรก็ตามนักบินทั้ง 2 นายได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพให้แก่ ร้อยเอก ตฤณ อัมระนันท์ และโปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์เชิญพวงมาลาหลวงส่วนพระองค์และพวงมาลาหลวงของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีไปวางที่หน้าหีบศพของ ร้อยเอกตฤณ อัมระนันท์ และนายสุขสันต์ จงเสถียรธรรม​ และรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ตลอดทั้งงาน อีกทั้งยังได้รับธงชาติประกอบเกียรติยศศพเนื่องจากได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อภารกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในการปฏิบัติการฝนหลวงด้วยความเรียบร้อยตลอดมาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

ทั้งนี้ด้านการดูแลและสิทธิที่นักบินจะได้รับในการเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบราชการ ร้อยเอก ตฤณ อัมระนันท์ นักบิน ท/4 จะได้รับบำเหน็จตกทอดสำหรับทายาท จำนวน1,882,520 บาทเงินค่าช่วยเหลือพิเศษ (ค่าทำศพ) จำนวน 222,930 บาท เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ (สงเคราะห์) จำนวน 100,000 บาทกองทุนฝนหลวงฯจำนวน 100,000 บาท กองทุนสวัสดิการกรมฯ 5,000 บาท รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,410,450 บาท

ส่วนนายสุขสันต์ จงเสถียรธรรม นักบินจะได้รับสิทธิจากกองทุนทดแทนจากการประสบอันตรายจำนวน 1,680, 000 บาทเงินค่าช่วยเหลือพิเศษ (ค่าทำศพ) จำนวน 33, 000 บาทเงินจากกองทุนฝนหลวง 100, 000 บาท และเงินจากกองทุนสวัสดิการกรมฯจำนวน 5,000 บาทรวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,818,000 บาท นายสุรสีห์กล่าวทิ้งท้าย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบช.น.รับมอบพัดลมอเนกประสงค์ ยี่ห้อฮาตาริ​ จากภาคเอกชน

วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 27 ก.ย.62 เวลา 11.00 น.ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น. : พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. รับมอบพัดลมอเนกประสงค์ ยี่ห้อฮาตาริ จาก คุณวิทยา พานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาตาริ อิเล็คตริก จำกัด จำนวน 50 ตัว มูลค่า 120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน) เพื่อใช้ประโยชน์ในส่วนของฝ่ายอำนวยการ บช.น. โดยมี พล.ต.ต.กิตติพันธุ์ จุนทการ ผบก.อก.บช.น., พ.ต.อ. อภิสัณห์ หว้าจีน รอง ผบก.อก.บช.น., ผกก.ฝอ.1-7 และ ศฝร. เข้าร่วมพิธี จากนั้น พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ฯ​ กล่าวขอบคุณ​ และมอบของที่ระลึก แสดงความขอบคุณ แก่กรรมการผู้จัดการบริษัท ฯ

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สาธิตพัฒนา แผนกมัธยมฯ ปั้นหลักสูตรเข้มวิชาการผนวกแผนการเรียนรายบุคคล

วันนี้​ วัน​ศุกร์​ที่​ 27​ ก.ย.62​ เวลา10.00​ น.​ ณ โรงเรียน สาธิตพัฒนา​ แผนกมัธยม​ฯ​ ถนนรามอินทรา​ บางเขน​ กทม.​ : โรงเรียนสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยมฯ ร่วมกับ เลิร์น คอร์ปอเรชั่น ริเริ่มการเรียนการสอนแบบ ID Plan หรือระบบการเรียนการสอนโดยวางแผนการเรียนจากความถนัดผนวกกับการใช้จิตวิทยาเชิงบวก เพื่อสร้างเป็นแผนการเรียนของนักเรียนแบบรายบุคคลตลอดระยะเวลา 6 ปี เพื่อให้ผู้เรียนมุ่งความตั้งใจไปในทิศทางตามอาชีพที่ตนมุ่งหวัง ส่งผลเชิงบวกในระยะยาวตั้งแต่วัยเรียนถึงชีวิตการทำงาน

​รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตพัฒนา เปิดเผยว่า “จากวิสัยทัศน์ของโรงเรียนในการเป็นสถานศึกษาชั้นแนวหน้าของประเทศ เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีความเป็นผู้นำที่มีหัวใจประชาธิปไตย กล้าแสดงออก มีทักษะชีวิต คิดเชิงบวก และสามารถสื่อสารได้ในระดับนานาชาติ จึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตร 5 F (FUN FIND FOCUS FULFILLMENT และ FRUITION) เพื่อให้นักเรียนได้ค้นพบศักยภาพ ความสามารถ ความชอบของตนเองเพื่อจะต่อยอดไปสู่อาชีพที่ตรงกับความสามารถของตนเองได้ในอนาคต โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นักเรียนของโรงเรียนได้ต่อยอดตามความฝันด้วยการเรียนต่อในสาขาที่ตนอยากเรียน

อย่างไรก็ตามโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การจัดการศึกษาในระบบโรงเรียนจึงต้องปรับเปลี่ยนให้ทัน ดังนั้นในปีการศึกษา 2563 โรงเรียนจึงได้ร่วมมือกับ เลิร์น คอร์ปอเรชั่น องค์กรอันดับหนึ่งด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของประเทศไทย มาบริหารจัดการงานด้านวิชาการของโรงเรียนสาธิตพัฒนาฝ่ายมัธยมฯ เพื่อพัฒนานักเรียนต่อยอดจากฝ่ายประถมศึกษาให้ชัดเจนในตัวตนมากขึ้น เน้นเติมเต็มศักยภาพเพื่อส่งต่อสู่ความสำเร็จในอนาคต โดยการพัฒนาดังกล่าว ถือเป็นการต่อยอดจุดแข็งของโรงเรียนที่มีความโดดเด่นในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาตรฐานระดับสากล มีพื้นที่กว้างขวางและสวยงาม เอื้อต่อการเรียนรู้เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับนักเรียน ส่งผลให้โรงเรียนสาธิตพัฒนา​ กลายเป็นโรงเรียนที่มีจุดแข็งรอบด้านทั้งวิชาการ และสภาพแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

​นายสุธี อัสววิมล หัวหน้าทีมวิชาการโครงการเลิร์น สาธิตพัฒนา กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยมฯ และเลิร์น คอร์ปอเรชั่น เกิดจากการศึกษากระแสหลักของประเทศในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ เนื่องด้วยโรงเรียนมัธยมไทยส่วนมากมีการสะท้อนผลสัมฤทธิ์เด็กนักเรียนด้วยคะแนนเป็นหลัก แต่ไม่นำคะแนนมาสร้างแนวทางพัฒนาเด็กในทางตรงกันข้าม โรงเรียนมัธยมนานาชาติที่มีการวัดผลหลายมิติ แต่มีอัตราค่าเทอมสูง ตัดโอกาสเด็กนักเรียนจำนวนมาก

อีกทั้งผลสัมฤทธิ์เชิงคะแนนยังไม่ตอบโจทย์เพียงพอต่อการสมัครเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำต่างๆ ดังนั้น หลักสูตรร่วมที่ได้พัฒนาในครั้งนี้ จึงมุ่งสร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการเพื่อเป็นใบเบิกทางในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาชั้นนำทั้งในไทยละต่างประเทศ ด้วยแนวทาง 3 Core Pillars อันได้แก่ การเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก การใช้หลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน Cambridge (CAIE) ในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน (English 4 skills) ได้แก่ ฟัง พูด อ่าน เขียน

โดยมุ่งเน้นให้เด็กนักเรียน สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้จริงทั้งในการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน นอกห้องเรียนและในอนาคต และการพัฒนาแผนการเรียนการสอน Individual Development Plan แผนการเรียนตามเป้าหมายรายบุคคล หรือ ID Plan ซึ่งเป็นการวางแผนโดยมุ่งเน้นเป้าหมาย ความสนใจ และความถนัดของนักเรียนแต่ละคน และนำมาสร้างเป็นแผนการเรียนการสอนตลอดระยะเวลา 6 ปี เพื่อให้นักเรียนสามารถค้นพบศักยภาพของตนเองและเลือกเรียนวิชาที่ตรงกับเป้าหมายของตน

โดยทางโรงเรียนจะเป็นผู้สนับสนุนทั้งในด้านวิชาการ กิจกรรมและการเสริมสร้างการเรียนรู้ โดยการใช้ระบบ Learning Ecosystem หรือระบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานเข้ามาช่วย เพื่อให้ 7 ชั่วโมงต่อ 1 วัน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อให้นักเรียนสามารถบรรลุเป้าหมาย ทั้งในด้านการเลือกสาขาวิชาเรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัย และการเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับความสามารถของตน ทั้งนี้ ยังมีการพัฒนาความร่วมมือทางด้านบุคลากร โดยมีการเชิญอาจารย์จากสถาบันออนดีมานด์ ในเครือ เลิร์น คอร์ปอเรชั่น มาเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรของโรงเรียน ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสร้างความโดดเด่นด้านวิชาการ ตลอดจนหลักสูตรเฉพาะที่จะสามารถพัฒนาเด็กนักเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ”

ด้านนายเศรษฐพล ไกรคุณาศัย หัวหน้าทีมบริหารโครงการเลิร์น สาธิตพัฒนา กล่าวเสริมว่า “การร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรดังกล่าว ทำให้โรงเรียนสาธิตพัฒนาฝ่ายมัธยม เป็นโรงเรียนหลักสูตรไทยที่มีมาตรฐานนานาชาติ และเป็นผู้นำด้าน ID School ที่ประยุกต์ใช้ Positive Psychology ในการพัฒนา Character นักเรียนแบบรอบด้าน ผนวกการประยุกต์ใช้ RAISEC Model ในการค้นหาตัวตนและศักยภาพของตนเอง

นอกจากนั้น โรงเรียนฯ ยังเน้นการเข้าถึงของนักเรียนในทุกพื้นที่ สนองนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยได้มีการขอเปิดหอพักให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษา และคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 แบ่งสัดส่วนการรับนักเรียนจากกรุงเทพและปริมณฑลประมาณ 67% และต่างจังหวัดประมาณ (ประจำ) 33% โดยได้มีการพัฒนาหอพักนักเรียนให้มีความสวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกได้มาตรฐานระดับนานาชาติ มีพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้นักเรียนไม่รู้สึกว่าเป็นหอรวมแบบเดิมๆ

รวมทั้งการมีกิจกรรมที่ทางคณาจารย์ที่ดูแลนักเรียนประจำได้เตรียมไว้สำหรับช่วงเวลาหลังเลิกเรียน โดยมีแนวคิดในการเป็นหอพักแบบ premium ทั้งในด้านสภาพแวดล้อมและกิจกรรมต่างๆของนักเรียนประจำ นอกจากนั้น โรงเรียนยังได้เปิดรับนักเรียนทุนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านวิชาการ รวมถึงความสามารถพิเศษทางด้านกิจกรรมต่างๆและ ทักษะส่วนตัว โดยเปิดรับตั้งแต่ระดับชั้นม.1 และ ม.4 ซึ่งนักรียนที่ได้รับคัดเลือก จะสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนโดยละเว้นค่าธรรมเนียมทั้งหมดตลอดระยะเวลาการศึกษา”

โรงเรียนสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยมฯ เปิดรับสมัครนักเรียน และนักเรียนทุนเพื่อเข้าศึกษาต่อในปีการศึกษา 2563 โดยใช้ระบบสอบคัดเลือก Minimum Standard Requirement หรือ MSR ซึ่งเป็นการวัดความรู้ทางวิชาการพร้อมค้นหาตัวตน มีการสอบคัดเลือกทั้งสิ้น 3 รอบ โดยเปิดรับสมัครรอบที่ 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2562 นักเรียน​ และผู้ปกครองที่สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครสอบทางออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ www.satitpattanaschool.org สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเยี่ยมชมโรงเรียนพร้อมรับคำแนะนำเกี่ยวกับหลักสูตรที่ สามารถร่วมงาน Open House ในวันที่ 19 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 8.30-12.00 น. โดยสามารถลงทะเบียนสำรองสิทธ์ ได้ทางเว็บไซต์ www.satitpattanaschool.org หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-113-1956

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวน ตม.6 รวบบังคลาเทศลักลอบทำงานจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นมือสอง​ และ รวบ 2 หนุ่มอินเดีย ติดแบล็คลิสต์ เปลี่ยนข้อมูล Passport กลับเข้าประเทศ

สืบสวน ตม.6 รวบบังคลาเทศลักลอบทำงานจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นมือสอง​ และรวบ 2 หนุ่มอินเดีย ติดแบล็คลิสต์ เปลี่ยนข้อมูล Passport กลับเข้าประเทศ

วันนี้​ วันศุกร์ที่ 27 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ณัฏฐภาคิน ขวัญชัยพฤกษ์ รอง ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ภคยศ ทนงศักดิ์ ผกก.สส.บก.ตม.6 จับกุมคดีคนร้ายต่างชาติน่าสนใจ ในห้วงวันที่ 1 ถึง 26 กันยายน 2562 จํานวน 2 คดี ดังนี้

1.วันที่ 19 ก.ย.62 กก.สส.บก.ตม.6 ร่วมกับ ตม.จ.ปัตตานี สืบสวนจับกุม Mr.Parves สัญชาติ บังคลาเทศ โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบทำงานคัดแยกสินค้ามือสองจากประเทศญี่ปุ่น นำมาจำหน่ายในจังหวัดปัตตานี โดยสั่งสินค้ามือสองนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยผ่านนายหน้าชาวบังคลาเทศเพื่อกระจายสินค้ามาพักรอที่ จ.ปัตตานี จากนั้น Mr.Parves จะเป็นผู้คัดแยกสินค้าและนำมาจำหน่ายหน้าร้านต่อไป สถานที่จับกุม โกดังสินค้ามือสองเลขที่ 37/1 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี นำตัวส่ง พงส.สภ.เมืองปัตตานี

2.วันที่ 24 ก.ย.62 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ภคยศ ทนงศักดิ์ ผกก.สส. บก.ตม.6 สั่งการให้ กก.สส.บก.ตม.6 บูรณาการร่วมกับ ตม.จ.สงขลา ได้เชิญตัวคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย จำนวน 2 ราย มาเพื่อทำการตรวจสอบประวัติข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก ราชอาณาจักร และประวัติบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่า คนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย ทั้ง 2 ราย เคยมีประวัติเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร “ห้ามเข้ากรณีอยู่เกินกำหนดอนุญาต” จากการตรวจสอบพบรายละเอียดดังนี้

2.1 MR.YADAV (ชื่อใหม่) MS.KUMAR (ชื่อเดิม) พบว่ามีประวัติบุคคลต้องห้ามในระบบ Biometrics เหตุผลห้ามเข้ากรณีอยู่เกินฯ (10 ปี)
2.2 MR.ANIL (ชื่อใหม่) MR.SATISH (ชื่อเดิม) พบว่ามีประวัติบุคคลต้องห้ามในระบบ Biometrics เหตุผลห้ามเข้ากรณีอยู่เกินฯ (3 ปี)

โดย กก.สส.บก.ตม.6 ตรวจพบคนต่างด้าวทั้ง 2 ราย ที่บ้านเช่าเลขที่ 10/1 หมู่ที่ 9 ถ.ปลักหว้า 3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากนั้นจึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และดำเนินการส่งตัวคนต่างด้าว สัญชาติอินเดียทั้ง 2 ราย ไปยังที่พักเพื่อรอการส่งกลับ (สะเดา) ตม.จ.สงขลา เพื่อดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ ต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในทุกรูปแบบฐานความผิดอย่างจริงจัง และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสถานที่พักอาศัยหรือประชาชนทั่วไป หากพบบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในลักษณะต่าง ๆ หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย โดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​