เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเรียกร้องรัฐบาลใหม่ทบทวนนโยบาย ชี้ข้อมูลรัฐยืนยันชัด แบน 10 ปี แต่ผู้ใช้เพิ่มกว่า 11 เท่า

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เผยแพร่ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลใหม่ ให้เร่งทบทวนนโยบาย “แบนบุหรี่ไฟฟ้า” ของประเทศไทย หลังข้อมูลทางการจากหน่วยงานรัฐสะท้อนชัดว่า นโยบายดังกล่าวไม่สามารถลดการใช้ได้จริง ตรงกันข้าม จำนวนผู้ใช้กลับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภายใต้การแบนที่ดำเนินมายาวนานกว่า 10 ปี

ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า จำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มจาก 78,742 คนในปี 2021 เป็น ประมาณ 900,000 คนในปี 2024 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 11 เท่า ภายในเวลาเพียง 3 ปี แม้บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยากจะปฏิเสธว่า นโยบายแบนแบบเบ็ดเสร็จไม่บรรลุเป้าหมายในการควบคุมการใช้ แต่กลับผลักกิจกรรมทั้งหมดออกไปอยู่นอกระบบการกำกับดูแลของรัฐ

นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าและอดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เผยภายหลังมีรายงานข่าวว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอรายชื่อ “ครม.อนุทิน2” ขึ้นทูลเกล้าฯ “หากนโยบายแบนได้ผลจริง จำนวนผู้ใช้ควรลดลง ไม่ใช่เพิ่มขึ้นเป็นหลักแสนภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และปัจจุบันเชื่อว่าตัวเลขผู้ใช้น่าจะมีกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ”
เครือข่ายฯ ชี้ว่า การเติบโตของผู้ใช้ภายใต้การแบน สะท้อนว่าความต้องการของผู้บริโภคยังคงมีอยู่ แต่รัฐไม่มีเครื่องมือในการกำกับควบคุม ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพสินค้า การจำกัดอายุผู้ซื้อ หรือการให้ข้อมูลที่ถูกต้องด้านสุขภาพ แตกต่างจากสินค้าควบคุมอื่น เช่น บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่อยู่ภายใต้ระบบกฎหมายชัดเจน

นอกจากนี้ การปล่อยให้ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าดำเนินอยู่ในระบบผิดกฎหมาย ยังเพิ่มความเสี่ยงด้านสาธารณสุข เนื่องจากรัฐไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มา มาตรฐานผลิตภัณฑ์ หรือป้อง กันการเข้าถึงของเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การปราบปรามอย่างต่อเนื่องในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีการจับกุมและยึดของกลางจำนวนมาก แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐานว่าช่วยลดจำนวนผู้ใช้ลงได้จริง

“เมื่อทุกอย่างถูกผลักให้เป็นของผิดกฎหมาย รัฐเหลือเพียงมาตรการปราบปราม ล่าสุดในการแถลงข่าวของกรมศุลกากรบอกว่ามีบุหรี่ไฟฟ้าลักลอบเข้ามาจำหน่ายทุกวันจนจับไม่ไหว และแม้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะปิดกั้นเว็บไซต์ขายบุหรี่ไฟฟ้ามากถึง 4 หมื่นเว็บไซต์ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก เป็นเพียงการสร้างภาระให้เจ้าหน้าที่ และยังไม่มีกลไกคุ้มครองผู้บริโภคหรือดูแลความปลอดภัยของสังคมอื่นใดเลย” ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าว

นายอาสาฯ ย้ำว่า การเรียกร้องให้ทบทวนนโยบาย ไม่ได้หมายถึงการส่งเสริมหรือสนับสนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้า แต่เป็นการขอให้รัฐบาลใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเป็นฐานในการออกแบบนโยบายที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการดึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงเข้าสู่ระบบกำกับดูแลของรัฐ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสาธารณสุข

“ตัวเลขผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 11 เท่า ภายใต้การแบน คือสัญญาณเตือนเชิงนโยบายที่รัฐบาลใหม่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งในสมัยของรัฐบาลชุดที่แล้ว กมธ.วิสามัญฯ ของสภาผู้แทนฯ ได้ศึก ษาผลกระทบของการแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างรอบด้านพร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหา 3 ทาง โดยแนวทางที่ได้รับความเห็นชอบมากที่สุดคือการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภทเป็นสินค้าถูกกฎหมาย และควบคุมอย่างเข้มงวด” นายอาสา ระบุ

ทั้งนี้ ประเด็นข้อเรียกร้องของเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังสอดคล้องกับแนวทางการสร้างกำ แพงความมั่นคงของพรรคภูมิใจไทย ที่เน้นการดำเนินนโยบายเชิงปฏิบัติจริง มากกว่าการกล่าวอ้าง ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” ที่มุ่งปกป้องคนไทยจากภัยคุกคามที่ไม่ได้มีเพียงสงครามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายที่ไม่มีคุณภาพ เป็นอันตรายต่อทั้งสุขภาพ และเศรษฐกิจประเทศด้วย


ที่มา : https://www.facebook.com/share/1JgYFyJHpE/

สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

‘โอเบค อาเซียน อีสปอร์ต ไฮสคูล’ ดวล 2 ประเภท แชมป์ไปลุยต่างแดน

กรุงเทพฯ – ‘โอเบค อาเซียน อีสปอร์ต ไฮสคูล’ ดวล 2 ประเภท แชมป์ไปลุยต่างแดน

เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต ระดับมัฐยมศึกษา รายการ “OBEC ASEAN ESPORTS HIGH SCHOOL 2025” รอบชิงชนะเลิศ ที่จะแข่งขันวันที่ 25-26 มีนาคม 2569 นี้ ที่ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพฯ โดยมี ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เป็นประธาน ในพิธีเปิด พร้อมด้วย รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา,นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ต แห่งประ เทศไทย พร้อมคณะกรารรมการจัดการแข่งขันร่วมงานมากมาย

สำหรับการแข่งขันรอบนี้เป็น รอบชิงชนะเลิศของ ROV จากทั้งหมดที่เข้าร่วมในรอบแรก 868 ทีม ที่เป็นนักกีฬาอีสปอร์ต จากนักเรียนระดับมัธยมปลาย โรงเรียนสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ คัดจนเหลือ 16 ทีมสุดท้ายมาแข่งขันกันในรอบ Final ในรอบนี้ และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ eFootball Mobile ที่คัดเลือกจาก 1,288 คน จากนักเรียนระดับมัธยมปลาย โรงเรียนสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ ซึ่งจะมาแข่งขันกันในรอบ 16 คนสุดท้ายเช่นกัน

โดยมีเงินรางวัลการแข่งขันรวมของทั้ง 2 เกม ROV และ eFootball Mobile รวมกว่า 305,000 บาท (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน,ค่าที่พัก และค่าอาหารในการเดินทางไปต่างประเทศของทีมที่ได้อันดับที่ 1-3 ในอีก3ประเทศ) โดยการแข่งข้นรอบ Grand Final แข่งขันกันที่ ที่ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ วันที่ 25-26 มีนาคม 2569 นี้ แฟนกีฬาอีสปอร์ตจะได้ พบกับแคสเตอร์ชื่อดัง มากมายภายในงาน ที่จะมาพากย์การแข่งขันกันแบบสุดมันส์ตลอดทั้ง 2 วัน

นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันรายการพิเศษ OBEC ESPORTS ตะลุมบอนทัวร์ ROV & eFootball Mobile ที่มีเงินรางวัลรวมถึง 60,000 บาท โดยแข่งขันประเภทละ 8 ทีม โดยทีมที่แข่งขันชนะได้แชมป์กลุ่มจะรับเงินรางวัลทันที ส่วนทีมแพ้สามารถต่อคิวเพื่อลงสมัครแข่งขันใหม่ได้ตลอดทั้งวัน (เว้นกรณีที่ชนะและได้รับเงินรางวัลแล้ว จะต้องมาแข่งขันใหม่ในวันถัดไป)

งานนี้เปิดให้เยาวชน-ประชาชนทั่วไปเข้ามาเชียร์สดหน้างานให้สนั่นฮอลล์ มาให้กำลังใจอนาคตเกมเมอร์ทีมนักเรียนไทย งานนี้ชมฟรี! ตลอดงาน! หรือชมการถ่ายทอดสดที่เพจ TESF และเพจ สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กอ.รมน. เปิดอบรม “พัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร” จ.สุรินทร์ เสริมความร่วมมือทุกภาคส่วน สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน

กอ.รมน. เปิดอบรม “พัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร” จ.สุรินทร์ เสริมความร่วมมือทุกภาคส่วน สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดย สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (สมท.กอ.รมน.) เดินหน้าขับเคลื่อนการเสริมสร้างความมั่นคงในระดับพื้นที่ จัดการอบรม “หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร” ของ กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์ (พคบ.จังหวัด ส.ร.) รุ่นที่ 1 ประจำปี 2569 ณ จังหวัดสุรินทร์ โดยมีผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ในโอกาสนี้ พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ (ผอ. สมท.กอ.รมน.) ได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านมวลชนและสารนิเทศของหน่วยในพื้นที่ กอ.รมน.ภาค 2 พร้อมกำกับดูแลและประสานการปฏิบัติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายส่วนกลาง

การอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้นำองค์กรทุกภาคส่วน ให้มีความพร้อมรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งด้านความมั่นคงชายแดน ความมั่นคงภายใน และภัยพิบัติ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ภายในพิธีเปิด รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ได้ให้โอวาทแก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ พร้อมส่งเสริมให้นำองค์ความรู้ไปต่อยอด ขยายผลในพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ทั้งนี้ หลักสูตรจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–27 มีนาคม 2569 รวม 5 วัน ประกอบด้วยกิจกรรมด้านวิชาการ การศึกษาดูงาน และกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 51 คน จากหน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างมุมมองและศักยภาพของผู้เข้าร่วมอบรมอย่างรอบด้าน

ในช่วงท้ายของการอบรม ครูเพชรในตมของจังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคงกับพลโทธนาธิปฯ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ (ฝ่ายทหาร) โดยมีการหารือถึงแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม และร่วมกันขับเคลื่อนความมั่นคงของพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน

การจัดอบรมครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้ทุกภาคส่วน และร่วมกันขับเคลื่อนความมั่นคงของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เฝ้าฯ รับพระราชทานเข็มกลัดที่ระลึก ในพิธีเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบสแห่งใหม่

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เฝ้าฯ รับพระราชทานเข็มกลัดที่ระลึก ในพิธีเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบสแห่งใหม่

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ กับทอดพระเนตร นิทรรศการมูลนิธิพระดาบส โรงเรียนพระดาบส และรับพระราชทานเข็มกลัดที่ระลึก ในโอกาสที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นผู้สนับสนุนการฝึกอบรมให้แก่ศิษย์ของโรงเรียนพระดาบส และการก่อสร้างอาคารดังกล่าว โดยมี นายชาติวุฒิ ทองกัน ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, นายสิทธิชัย สุดสวาท ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ณ มูลนิธิพระดาบส อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงงาน 1 สมุทรปราการ ได้ประสานความร่วมมือ และจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาฝีมือแรงงาน ระหว่าง มูลนิธิพระดาบส กับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อร่วมมือกันจัดฝึกอบรมให้ความรู้ ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน รับ รองความรู้ความสามารถ จัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ อาทิ วิทยากร สถานที่ เครื่องมืออุปกรณ์ วัสดุ งบประมาณ ตลอดจนเทคโนโลยี ด้านวิชาการ รวมทั้งต่อยอดให้ศิษย์พระดาบสเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาข่างไม้เครื่องเรือน คว้าเหรียญทอง และสาขาประกอบมุมไม้ เหรียญเงิน ระดับ กลุ่มจังหวัดภาคกลาง

ทั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของแรง งานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต พร้อมสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป อธิบดีสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ขอแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนไทย ที่ได้รับรางวัลการแข่งขันโดรนในเวที ‘หนูน้อยจ้าวเวหา’ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนามคัดเลือก สนามที่ 1

ขอแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนไทย ที่ได้รับรางวัลการแข่งขันโดรนในเวที ‘หนูน้อยจ้าวเวหา’ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนามคัดเลือก สนามที่ 1

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และสถานีโทรทัศน์ Thai PBS จัดการแข่งขันเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ รายการ “หนูน้อยจ้าวเวหา” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประจําปี 2569 สนามคัดเลือก สนามที่ 1 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้เกียรติมอบรางวัลแก่เยาวชนผู้ชนะการแข่งขัน พร้อมด้วย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ คณะผู้บริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วมรับชมการแข่งขัน ณ ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) ให้การสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้แก่เยาวชนไทย ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงด้านการออกแบบอากาศยาน การควบคุม การเขียนโปรแกรม ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีม อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีของประเทศ นอกจากนี้ การแข่งขันยังมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอากาศยานสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้รับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัล

การแข่งขันเครื่องบินจำลองวิทยุบังคับ “หนูน้อยจ้าวเวหา” ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามคัดเลือก สนามที่ 1 ได้ผู้ชนะเลิศใน 3 ประเภทการแข่งขัน ดังนี้

ประเภทปีกหมุนประลองปัญญา

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม DW จากโรงเรียนดงหลวงวิทยา
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมตะโกราย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม BSP Drone T เดียว จากโรงเรียนบึงศรีราชาพิทยาคม

ประเภทยุทธวิธี

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมอัสสัมชัญโคราช จากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมครั้งแรกคับพี่ จากโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมคนหัวใจสิงห์ ทีม1 จากโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์

ประเภทปีกหมุนประลองทักษะ

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมน้องฟาฟา&น้องพราวพราว IP นารีนุกูล จากโรงเรียนนารีนุกูล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมน้องพาขวัญ&น้องภูมิ IP นารีนุกูล จากโรงเรียนนารีนุกูล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมโรงเรียนมุกดาหาร จากโรงเรียนมุกดาหาร

ทั้งนี้ (วช.) และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อม ThaiPBS มุ่งหวังให้เวที “หนูน้อยจ้าวเวหา” เป็นพื้นที่ในการจุดประกายความสนใจด้านอากาศยานแ

ละเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่เยาวชน เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้กระบวนการคิดและการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นนักประดิษฐ์และนวัตกรในอนาคต

เปิดเบื้องหลังสปิริต “อภิวิชญญ์” สส.ป้ายแดง พรรครวมพลังประชาชน ฝืนอาการป่วยเข้าสภาฯ ลงมติเลือกนายกฯ

เปิดเบื้องหลังสปิริต “อภิวิชญญ์” สส.ป้ายแดง พรรครวมพลังประชาชน ฝืนอาการป่วยเข้าสภาฯ ลงมติเลือกนายกฯ

ย้อนรอยนาทีสำคัญในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ท่าม กลางบรรยากาศการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ทั่วประเทศเฝ้าจับตามอง ได้ปรากฏภาพความมุ่งมั่นของ นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน ที่แสดงสปิริตผู้แทนราษฎรอย่างเต็มเปี่ยม

รายงานข่าวระบุว่า นายอภิวิชญ์ฯ มีอาการป่วยกระทันหันตั้งแต่วันก่อนหน้าวันโหวตนายกฯ เพียง 1 วัน แต่ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่และคะแนนเสียงของประชาชน นายอภิวิชญญ์ฯ ได้ตัดสินใจขออนุญาตคุณหมอออกจากโรงพยาบาลชั่วคราว เพื่อเดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนสำคัญในครั้งนี้ให้ทันท่วงที ก่อนจะถูกเร่งนำตัวส่งกลับไปรักษาอาการภายใต้ดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดทันทีหลังจบภารกิจในสภาฯ

สำหรับการลงมติในวันดังกล่าว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียง 293 เสียง ชนะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน (119 เสียง)

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับเพื่อนสมาชิก สส. และผู้พบเห็น ถึงความเสียสละและความพยายามในการทำหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายยังคงส่งกำลังใจและเฝ้าติดตามอาการของนายอภิวิชญญ์ฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลับมาแข็งแรงในเร็ววัน

อภิวิชญญ์ทิพย์รัตน์ #พรรครวมพลังประชาชน #สปิริตสส #โหวตนายก69


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

“พรรครวมพลังประชาชน” รุกหนักยุทธศาสตร์ปี 69 ปฏิรูปโครงสร้างสู่สถาบันการเมืองโปร่งใส พร้อมชู “จริยธรรม” เป็นบรรทัดฐานหลักในการบริหารพรรค

กรุงเทพมหานคร – “พรรครวมพลังประชาชน” รุกหนักยุทธศาสตร์ปี 69 ปฏิรูปโครงสร้างสู่สถาบันการเมืองโปร่งใส พร้อมชู “จริยธรรม” เป็นบรรทัดฐานหลักในการบริหารพรรค

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 พรรครวมพลังประชาชนประสบความสำเร็จในการจัดกิจกรรมทาง การเมืองครั้งสำคัญต่อเนื่อง 2 วันซ้อน ณ ศูนย์ฝึกอบรมวีเทรน ดอนเมือง โดยเริ่มต้นจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อวางรากฐานการยกระดับพรรคสู่การเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง ก่อนจะจัดประชุมใหญ่สาขากรุงเทพมหานครในวันที่ 22 มีนาคม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่และสร้างกลไกการทำงานที่ยึดโยงกับประชาชนอย่างใกล้ชิดและโปร่งใส

นางสาวชัญญพัชร์ โมอินทร์ เลขาธิการพรรคฯ ในฐานะประธานเปิดการประชุม ได้ประกาศวิสัยทัศน์ “ยกเครื่อง” โครงสร้างภายในพรรคภายใต้แนวคิดการสร้าง “บ้านที่เข้มแข็ง” เพื่อมุ่งสู่การเป็นสถาบันการเมืองที่ตรวจสอบได้และพร้อมทำหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาลเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาประเทศอย่างเป็นระบบ โดยไฮไลท์สำคัญคือการบรรยายพิเศษโดย นายวัฒนา จำปาดิบรัตนกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ในหัวข้อจริยธรรมที่เป็นบรรทัดฐานสำหรับกรรมการบริหารพรรคญ รวมถึงประเด็นการร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเน้นย้ำว่าความซื่อสัตย์สุจริตคือหัวใจสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นและเป็นเกราะป้องกันการดำเนินงานทางการเมืองให้ยั่งยืน

ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบาย คุณปุณณ์ภัสสร จีรวิวัฒนชัย ผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ (สส. และหัวหน้าพรรค) ได้นำเสนอความคืบหน้าของนโยบายที่พรรคได้รณรงค์ไว้ โดยยืนยันว่าพรรคกำลังเร่งผลักดันทุกโครงการผ่านกลไกบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ตรงจุดและเป็นรูปธรรม ขณะที่ นายเฉลิมพล อุตรัตน์ ตัวแทนพรรคฯ ได้กล่าวสรุปภาพรวมของการจัดประชุมทั้ง 2 วันว่าเป็นการยืนยันความพร้อมของพรรครวมพลังประชาชนในการสร้างการเมืองสร้างสรรค์และยกระดับมาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองให้เป็นบรรทัดฐานใหม่ในสังคมไทย เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริง

พรรครวมพลังประชาชน #ปฏิรูปการเมือง69 #ประชุมใหญ่สามัญประจำปี #สาขากรุงเทพ #จริยธรรมนักการเมือง #การเมืองไทยสร้างสรรค์

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ขอเชิญเที่ยวงานบุญยิ่งใหญ่ เททองหล่อ “หลวงพ่อโตทรงเครื่องจักรพรรดิ์” ณ วัดหลักหกรัตนาราม จ.ราชบุรี

ขอเชิญเที่ยวงานบุญยิ่งใหญ่ เททองหล่อ “หลวงพ่อโตทรงเครื่องจักรพรรดิ์” ณ วัดหลักหกรัตนาราม จ.ราชบุรี

พระปลัดมนต์ดก สุวโจ เจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนาราม ตำบลศรีสุราษฎร์ อำเภอดำเนิน สะดวก จังหวัดราชบุรี ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมงานบุญครั้งยิ่งใหญ่! พิธีเททองหล่อพระ “หลวงพ่อโตทรงเครื่องจักรพรรดิ์” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ทางวัดได้กำหนดจัดงานบุญอย่างยิ่งใหญ่ 8 วัน 8 คืน ระหว่างวันที่ 26 เมษายน–3 พฤษภาคม 2569 ณ วัดหลักหกรัตนาราม เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญ สร้างกุศล และร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา

ภายในงานนอกจากพิธีบุญอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังจัดให้มี มหรสพและการแสดงชมฟรีตลอดทุกค่ำคืน โดยเชิญศิลปินชื่อดังจากทั่วฟ้าเมืองไทยมาร่วมสร้างความบันเทิง อาทิ : ยิ่งยง ยอดบัวงาม, นุจรี ศรีราชา, เพ็ญนภา มุกดามาศ ,ศิลปิน พม่า-มอญ, รำวงย้อนยุคไฟว์สตาร์, หมอ ลำระเบียบ วาทะศิลป์, หินกองคอมโบ้, สาวๆ ย้อนยุคสุดมัน ขวัญใจนักเต้น และปิดท้ายความสนุกด้วย น้องคิวแช้มป์ไมค์ทองคำสามวัย,แช้มป์เกษตรเสียงทอง,นอกจากนี้ยังมี การประกวดร้องเพลง เปิดรับสมัครและจัดการประกวดในวันที่ 26–28 เมษายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถได้แสดงศักยภาพบนเวที รวมถึงการประกวด “หนูน้อยธิดาเกษตร ครั้งที่ 1“

จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมทำบุญ อิ่มบุญ อิ่มใจ พร้อมรับชมความบันเทิง และร่วมเที่ยวงานบุญครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ :ผู้สนใจ จองพื้นที่ร้านค้า หรือร่วมออกบูธภายในงาน สามารถติดต่อได้ที่

  • คุณธัญน์จิรา โทร.062-059-3919, 096-975-4692
  • คุณไชภิรมย์ โทร.063-278-9899

สนับสนุนโดย : ห้างออนไลน์ของคนไทย www.eat24shoppingmall.com


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

47 ปี สศก. เดินหน้า 9 ภารกิจแห่งการเปลี่ยนผ่าน มอบคุณค่าไปยัง 4 กลุ่มเป้าหมาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรไทย สู่การตัดสินใจที่แม่นยำ รวดเร็ว เป็นธรรม

47 ปี สศก. เดินหน้า 9 ภารกิจแห่งการเปลี่ยนผ่าน มอบคุณค่าไปยัง 4 กลุ่มเป้าหมาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรไทย สู่การตัดสินใจที่แม่นยำ รวดเร็ว เป็นธรรม

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยในวาระโอกาสพิเศษ วันที่ 24 มีนาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนา (สศก.) ครบรอบ 47 ปี นับแต่ได้รับการสถาปนาและยกฐานะขึ้นเป็นส่วนราชการระดับกรม เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2522 เป็นต้นมา โดยในปีนี้ (สศก.) มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาด้านเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ พร้อมชูเป้าหมายสำคัญในการ “ทำให้ระบบเกษตรไทยตัดสินใจได้แม่นขึ้น เร็วขึ้น และเป็นธรรมขึ้น ด้วยข้อมูล แบบจำลอง และสัญญาณเตือนที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้ทันสถานการณ์ เกษตรกรปรับตัวทัน และประชาชนมั่นใจ”

เลขาธิการ (สศก.) กล่าวถึงบทบาทของ (สศก.) ว่า ตลอดระยะเวลา 47 ปี ในฐานะหน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจการเกษตร ได้มุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจเคียงคู่กับพี่น้องเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบเกษตรไทยก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน มีขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว (สศก.) ได้วางยุทธศาสตร์การดำเนินงานปี 2569 ส่งมอบคุณค่าไปยัง 4 กลุ่มเป้าหมาย ผ่านภารกิจและเครื่องมือสำคัญ ดังนี้

  1. เกษตรกร มุ่งการตัดสินใจที่แม่นยำและความเสี่ยงลดลง ผ่านข้อมูลคาดการณ์ตลาดและระบบแจ้งเตือนภัยที่สรุปให้อ่านง่าย พร้อมแนวทางเลือกการผลิตที่สอดรับกับสถานการณ์และเครื่องมือคำนวณกำไรระดับแปลง ช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้ทันท่วงที เพิ่มโอกาสขายสินค้าได้ราคาสูงและเสริมอำนาจการต่อรอง
  2. ประชาชน สร้างความมั่นใจด้านความมั่นคงอาหารและความโปร่งใส โดยสื่อสารสาเหตุราคาผันผวนตามกลไกตลาดและต้นทุนจริง พร้อมระบบเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงที่กระทบราคาอาหาร และใช้เกณฑ์ตรวจสอบราคาที่โปร่งใสเพื่อป้องกันการบิดเบือนราคา ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์โดยไม่ตื่นตระหนก และมั่นใจในระบบบริหารคลังอาหารของรัฐ
  3. ผู้บริหาร สนับสนุนการตัดสินใจเชิงรุกด้วยข้อมูลหนึ่งเดียว (Single Source of Truth) ผ่านระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงสำคัญ การนำเสนอทางเลือกนโยบายที่วิเคราะห์ผลกระทบรอบด้าน และการจำลองฉากทัศน์ล่วงหน้า พร้อมระบบติดตามผลสัมฤทธิ์จริงผ่านหน้าจอเดียว ช่วยให้ตัดสินใจว่องไวและใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า
  4. ภาคีเครือข่าย บูรณาการการทำงานบนมาตรฐานข้อมูลเดียวกัน ผ่านแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงระบบเพื่อลดจุดอ่อนของตลาดและวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการลงทุนร่วมกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรไทย

สำหรับการขับเคลื่อนในปี 2569 (สศก.) ได้กำหนด “9 ภารกิจ ใน 365 วัน” ภายใต้แนวคิด “9 แห่งการเปลี่ยนผ่าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรไทยสู่สากล” เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี ประกอบด้วย

  1. พัฒนารายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจรายปี
  2. เสริมความเข้มแข็งทีมเศรษฐกิจและทีมข้อมูล
  3. พัฒนาประเด็นเขตเศรษฐกิจการเกษตร
  4. ยกระดับมาตรฐานงานวิจัยและบทวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจ
  5. เชื่อมเครือข่ายนักเศรษฐศาสตร์และหน่วยงานวิชาการ
  6. พัฒนากรอบพิจารณาโครงการและมาตรการด้านเกษตร
  7. พัฒนาระบบติดตามสถานการณ์ราคาและตลาดสินค้าเกษตร
  8. เสริมระบบบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลภายใน
  9. ทบทวนและพัฒนาแผนปฏิบัติการดิจิทัล 5 ปี

ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาปีนี้ (สศก.) ได้จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากร พร้อมทั้งร่วมสืบสานวัฒนธรรมองค์กรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจหลักของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีพิธีการทางศาสนา (พิธีสงฆ์) พิธีบวงสรวงองค์ท้าวมหาพรหมประจำ (สศก.) พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำ (สศก.) เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งพิธีกล่าวสดุดีและประกาศเกียรติคุณ ดร.สมนึก ศรีปลั่ง เลขาธิการ (สศก.) ท่านแรก ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลสำคัญผู้ก่อร่างสร้างฐานรากให้กับองค์กร นอกจากนี้ ยังได้มีพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น(สศก.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รวมถึงพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ดีเด่น เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่ทุ่มเททำงานเพื่อภาคเกษตรไทยมาอย่างต่อเนื่อง

“สศก. ขอย้ำความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาภาคเกษตรไทยให้มั่นคง ในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เศรษฐกิจการเกษตรอาสา และบุคลากรของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนภารกิจขององค์กรด้วยดีเสมอมา ซึ่งความร่วมมือจากทุกท่านคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตร และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ สศก. กล่าว


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : สำนักงานเลขานุการกรม

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เชิญชวนน้องๆ หนูๆ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานขาไถโรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี ครั้งที่1

สุพรรณบุรี – เชิญชวนน้องๆ หนูๆ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานขาไถโรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรีครั้งที่1

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายบารมี เที่ยงธรรม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ขอเชิญชวนผู้ปกครองพาบุตรหลาน น้องๆ หนูๆ มาสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานขาไถ โรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี ครั้งที่ 1 Robinson Lifestyle SUPHANBURI RunBike Cup#1 [2026] เพื่อให้น้องๆ หนูๆ มาร่วมสนุกประลองความแรงกันให้สนุกสนาน

เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมแข่งขัน ถึงวันที่ 28 มี.ค.69 ค่าสมัคร 299 บาท พบกันวันที่ 28-29 มีนาคม 69 ณ ลานจอดรถหน้า โรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี สำหรับวันที่ 28 มี.ค.69 กิจกรรม work shop โดยทีมโค้ชผู้ฝึกสอน-ฝึกซ้อมเตรียมความพร้อม วันที่ 29 มี.ค.69 จัดการแข่งขัน จำนวน 11 รุ่น ถ้วยรางวัล รุ่นละ 6 ใบ โค้งสุดท้าย แต่ยังไม่ท้ายสุด รีบสมัครกันนะ น้องๆ หนูๆ ชิงถ้วยรางวัล เหรียญที่ระลึก และรางวัลพิเศษจากพี่ๆทีมงาน ขอเชิญชวนมาร่วมสนุกประลองความแรงกันเยอะๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ ที่คุณอ้อม 084-3161928 สามารถกดลิงก์สมัคร https://form.jotform.com/…/Robinson- Suphanburi-runbike2026 ลิงก์ตรวจสอบรายชื่อ https://shorturl.asia/f0m9V


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี