“นายกฯสุรเชษฐ์” แถลง จัดศึกมวยมหากุศลสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ 28 ม.ค.นี้

“นายกฯสุรเชษฐ์” แถลง จัดศึกมวยมหากุศลสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ 28 ม.ค.นี้ !!

วันนี้(8 ม.ค.2566) เวลา 11.30 น. ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นประธานอำนวยการแข่งขัน ได้แถลงข่าวการจัดศึกมวยมหากุศลสมาคมชาวปักษ์ใต้สามัคคีในวันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2566 เวลา 17.30 น. ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์

โดยสำหรับการจัดศึกมวยมหากุศลสมาคมชาวปักษ์ใต้สามัคคีในครั้งนี้ อันเนื่อง จากพบว่าอาคารสมาคมมีการก่อสร้างและใช้งานมาแล้วกว่า 30 ปี จึงมีความชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก มีความจำเป็นต้องปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานและความปลอดภัยจากการใช้อาคาร เพื่อให้สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวปักษ์ใต้ทุกคนสืบไป คณะกรรมการบริหารสมาคม จึงมีมติให้มีการจัด“ศึกมวยมหากุศลสมาคมชาวปักษ์ใต้สามัคคี”เพื่อนำรายได้จากการจัดงานมาใช้ในการปรับปรุงอาคารสมาคมตามเจตนารมย์ของสมาคมต่อไปในส่วนการดำเนินการในส่วนต่างๆ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๓ รอบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๓ รอบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

วันนี้ เวลา 17.44 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๓ รอบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย

เมื่อเสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วประทับพระราชอาสน์

จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาสน์ แล้วเสด็จไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการเครื่องแก้ว

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปถวายพัดรองที่ระลึกการพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ ๓ รอบ แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์จนครบ 37 รูป เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาพระปริตร จบแล้ว พระสงฆ์ 37 รูป เจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 3 รอบ เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบททำน้ำพระพุทธมนต์

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงจุดเทียนที่ฝาพระครอบเฟือง และเสด็จไปทรงประเคนพระครอบเฟืองแด่สมเด็จพระราชาคณะ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระธรรมวชิรมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “ปัญญากถา” จบแล้ว

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์แด่พระธรรมวชิรมุนี แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมและย่ามที่ระลึก ฯ แด่สมเด็จพระอริยาวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะ กับทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมและย่ามที่ระลึก ฯ แด่พระราชาคณะที่เจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 3 รอบ จนครบ 37 รูป

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทหน้าพระราชอาสน์ พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ใบมะตูม ทรงเจิม พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร และดุริยางค์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานเงิน สิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์แก่ วัด โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ จำนวน 24 แห่ง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา วันที่ 8 มกราคม 2566

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสุขอนามัยพื้นฐาน และการโภชนาการของประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งพระสงฆ์ เด็กเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้เจ็บป่วย ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ในการนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน และสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา วันที่ 8 มกราคม 2566

วันที่ 8 มกราคม 2566 เวลา 08.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ จำนวน 24 แห่ง ดังนี้

– ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมหลวงทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์ เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้พิการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย) และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

– ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางศรินดา จามรมาน เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก และสถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

– ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางรติรส จุลชาต เชิญเงินพระราชทานไปถวายแด่พระสงฆ์ และมอบแก่ผู้ป่วย รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาลสงฆ์ เขตราชเทวี สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

– ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวธันย์ชนก ฟักอุดม เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่แก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านราชวิถี เขตราชเทวี โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ เขตดุสิต สถานพักฟื้นคนชราบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

– ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวพัชรินรุจา จันทโรนานนท์ เชิญตุ๊กตาพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้ป่วย เด็ก เยาวชน ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และเชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม และเด็ก รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี และมูลนิธิสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

– ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวธารารัตน์ เกษนาวา เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม และเด็กรวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค (บ้านบางแค 1) เขตภาษีเจริญบ้านผู้สูงอายุบางแค 2 เขตบางแค และสมาคมสงเคราะห์เด็กกำพร้าแห่งประเทศไทย เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร

– ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายกิติภัค เกสรสิริธร เชิญเงินพระราชทาน
ไปถวายแด่พระสงฆ์ และมอบแก่เจ้าหน้าที่ ณ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดถ้ำกระบอก อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และวัดพระบาทน้ำพุ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ
พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญ ในการบำบัดทุกข์ และบำรุงสุขแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการที่ดี อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาล วัด และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นในพระมหากรุณาที่พระราชทานแก่ราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน


กตป. กสทช. ลงพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม ประจำปี 2565 ณ จังหวัดจันทบุรี

กตป. กสทช. ลงพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม ประจำปี 2565 ณ จังหวัดจันทบุรี

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 6 มกราคม 2566 ณ ห้องประชุม New Port โรงแรมแซนด์ดูนส์ เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทิศา รัตนวิชา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม (กตป.) เป็นประธานเปิดโครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม ประจำปี 2565 ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมีตัวแทนจากภาครัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นกว่า 150 คน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทิศา รัตนวิชา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม (กตป.) กล่าวว่า กตป. มีกำหนดการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม ประจำปี 2565 ทั้งหมด 5 จังหวัด 5 ภาค ซึ่งภาคตะวันออก ได้เลือกจังหวัด จันทบุรี โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียในด้านกิจการโทรคมนาคมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ

  1. การจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง 
  2. การกำกับดูแลการประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสาร
  3. การแก้ไขปัญหา Call Center และ SMS หลอกลวง และ 4. การพัฒนาบริการแทนบัตร “Mobile ID”  ซึ่งการประชุมนี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบกิจการ และผู้บริโภคในพื้นที่ เพื่อให้การประเมินการดำเนินงาน
ของสำนักงาน กสทช. ตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและข้อมูลต่างๆ และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูงสุด 

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดในวันนี้ ทางกรรมการติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม (กตป.) และคณะฯ จะรวบรวมสรุปศึกษาและวิเคราะห์ ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานต่างๆ ของสำนักงาน กสทช. ในปีพ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา


นครนายก จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท 104 รูป เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

นครนายก – จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท 104 รูป เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 8 มกราคม 2566 ที่วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายบัญชา เชาวริรทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานในพิธีปลงผมผู้ที่เข้าร่วมบรรพชาอุปสมบท จำนวน104 รูป เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จังหวัดนครนายกในระหว่างวันที่ 8 – 23 มกราคม พ.ศ. 2566 โดยมีพระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก ประธานสงฆ์ พร้อมคณะสงฆ์ร่วมพิธีฯข้าราชการพลเรือน ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาด ผู้บริหารและ สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา นิสิต พ่อค้า สมาคม สโมสร มูลนิธิ องค์กรต่างๆ ทุกภาคส่วนในจังหวัดนครนายก ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

ในโอกาสนี้ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก ประธานสงฆ์และผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันขลิบผม ก่อนเปลี่ยนชุดนาค ร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

นักวิ่งและผู้รักสุขภาพกว่า 1,200 คน แห่ร่วมงานวิ่ง Ramayana Run 2023 คึกคัก

ชลบุรี – นักวิ่งและผู้รักสุขภาพกว่า 1,200 คน แห่ร่วมงานวิ่ง Ramayana Run 2023 คึกคัก

วันที่ 8 ม.ค.66 สวนน้ำรามายณะ พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวและปลูกฝังการเอาใจใส่สุขภาพด้วยการจัดงานวิ่ง Ramayana Run 2023 ขึ้นโดยมี นายอันเดร กาเลอาซซี CEO สวนน้ำฯ นายสุลัย ศรีพันโท รอง ผอ.ททท.สำนักงานพัทยา นายธณพง โคตรมณี นายกเทศมนตรีเขาชีจรรย์ และนายวันชาติ วรรณพราหม ปลัดอำเภอสัตหีบ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Ramayana Run 2023 และปล่อยตัวนักกีฬา

กิจกรรมเป็นการวิ่งชื่นชมทัศนียภาพและสัมผัสกับธรรมชาติไปตามเส้นทางถนนเขาชีจรรย์ ที่ใกล้ชิดและเต็มไปด้วยต้นไม้ ภูเขาและอ่างเก็บน้ำ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะ 10 กม. ระยะ 6 กม. และระยะ 3 กม.

งานวิ่ง Ramayana Run 2023 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรมแล้ว ยังยังถือเป็นการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน
ขอบคุณ เก่ง ณ สงขลา

ประชุมใหญ่สามัญประจำปีทหารผ่านศึกสัตหีบ “ทหารผู้เสียสละแม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย”

ประชุมใหญ่สามัญประจำปีทหารผ่านศึกสัตหีบ “ทหารผู้เสียสละแม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย”

พลเรือโท เสมา สุวรรณโชติ ประธานชมรมทหารผ่านศึกสัตหีบ เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ชมรมทหารผ่านศึกสัตหีบ ครั้งแรก ณ สำนักงานชมรมทหารผ่านศึกสัตหีบ อาคารอเนกประสงค์ สวนกรมหลวงชุมพร (หนองตะเคียน) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีคณะกรรมการ และสมาชิกชมรมฯ ประมาณ 500 คน เข้าร่วมประชุม มีนาวาเอก ดวง พึ่งสุรินทร์
เลขานุการชมรมฯ จัดลำดับการประชุม ตามวาระที่กำหนดไว้

พลเรือโท เสมา สุวรรณโชติ กล่าวว่า การจัดประชุมในครั้งนี้เป็นครั้งแรก นับว่ามีความสำคัญต่อการดำเนินงานของชมรมทหารผ่านศึกสัตหีบเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องมีการรับรองระเบียบชมรมฯ ตามที่คณะกรรมการได้เห็นชอบในร่างระเบียบที่ได้จัดทำไว้ และเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ จึงให้สมาชิกที่ประชุมใหญ่ได้ร่วมกันพิจารณาและมีมติเห็นชอบ ให้ใช้เป็นกฎกติกา ในการดำเนินงานของชมรมประกอบกับ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันทหารผ่านศึก จึงมีกำหนดการจัดงานเฉลิมฉลองเพื่อเป็นเกียรติแก่ ทหารผู้เสียสละแม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินและอธิปไตยของชาติ โดยในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ทางชมรมฯ กำหนดจัดกิจกรรมวางพวงมาลา เนื่องในวันทหารผ่านศึก ประจำปี 2566 โดยเชิญผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ชมรม มูลนิธิ ตลอดจนทหารผ่านศึกนอกประจำการ ร่วมวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมกับจะนำดอกป๊อปปิ้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนทหารผ่านศึก สีแดงของดอกป๊อปปี้ คือเลือดของทหารหาญที่ได้หลั่งชโลมแผ่นดินไว้ ด้วยความกล้าหาญเสียสละสูงสุด ให้ดอกป๊อปปี้บานสะหรั่ง ในงานวันดังกล่าว

ส่วนการขับเคลื่อนงานของชมรมฯ จะต้องได้รับความร่วมมือจากทหารผ่านศึกทุกนาย ด้วยชมรมทหารผ่านศึกสัตหีบ เป็นของสมาชิกชมรมทหารผ่านศึกสัตหีบทุกนาย ในปัจจุบันมีทหารผ่านศึกทั้งในและนอกราชการในพื้นที่สัตหีบ กว่า 3,000 นาย แต่ขณะนี้มีผู้ที่ทราบข่าวและสมัครเข้าเป็นสมาชิกชมรมฯ เพียง 500 นาย ซึ่งจะได้มีการประชาสัมพันธ์ ให้ทหาร ผ่านศึกทุกนายได้รับทราบ เพื่อเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกฯ เพื่อรับสวัสดิการ ตลอดจนการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ลดค่าไฟฟ้า ค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สามารถเบิกได้ เมื่อเจ็บป่วย หรือเสียชีวิต เพียงเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครเป็นสมาชิก ปีละ 300 บาท เท่านั้น
จึงขอเชิญชวนทหารผ่านศึกทั้งในและนอกราชการ ในพื้นที่สัตหีบ เข้าร่วมเป็นสมาชิก

โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานชมรมทหารผ่านศึกสัตหีบ อาคารอเนกประสงค์สวนกรมหลวงชุมพร (หนองตะเคียน) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ระหว่างเวลา 08.30 น. – 12.00 น. ในวันราชการ จะมี จนท.คอยอำนวยความสะดวกและแนะนำชี้แจง

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งชมรมทหารผ่านศึกสัตหีบ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวมในการเสริมสร้างความรัก ความผูกพัน ความสามัคคี ระหว่างสมาชิกรวมทั้งครอบครัวของสมาชิก เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสารแก่สมาชิก ตลอดจนเพื่อให้การช่วยเหลือแก่สมาชิกชมรมด้านสวัสดิการทั้งที่เป็นตัวเงิน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขและอย่างสมเกียรติตามฐานานุรูปแห่งตน และเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของส่วนราชการ สังกัดกระทรวงกลาโหม และส่วนราชการต่างๆ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร โดยมีสมาชิก แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สมาชิกกิตติมศักดิ์ และสมาชิกสามัญ ที่เป็นทหารผ่านศึก และมีบัตรประจำตัวทหารผ่านศึก


ภาพ/ข่าว นิราช/นันฐพล/พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

พบศพสาวนิรนามเปลือย ลอยมาติดท่าเรือ มีบาดแผลตามร่างกาย

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 มกราคม 2566 ร.ต.ท.หญิง ปัณณภัสร์ คุ่มเคี่ยม รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระประแดง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งพบศพลอยน้ำ บริเวณหน้าท่าเรือศุภนาวา หมู่ 10 ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบศพหญิงลอยอยู่ในน้ำ อายุประมาณ 25-30 ปี สูงประมาณ 155-160 เซนติเมตร ผิวขาว ผมบ๊อบสีดำ สวมเสื้อซับในสีดำ ท่อนร่างเปลือย มีเสื้อแจ็คเก็ตผ้าร่มสีดำแขนยาวปิดใบหน้าอยู่ เจ้าหน้าที่จึงทำการใช้เชื้อผูกร่างผู้เสียชีวิตลากมาขึ้นฝั่ง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน มีบาดแผลที่หน้าผากข้างขวาจำนวน 1 แผล ศีรษะข้างซ้ายจำนวน 1 แผล แขนหักทั้งสองข้างท่อนบน ช่วงหน้าอกมีร่องรอยบาดแผลจำนวน 2 แผล

จากการสอบถาม นายสมศักดิ์ เดชจุ้ย อายุ 62 ปี เจ้าหน้าที่ รปภ. ท่าเรือ เล่าว่า ขนาดตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็มีคนขับรถบรรทุกเสาเข็มที่จอดบริเวณตรงท่าเรือได้เดินมาบอกตนว่ากำลังลงไปเก็บผักบุ้งบริเวณท่าเรือ ก็หันไปเห็นมีศพลอยน้ำเป็นผู้หญิง จากนั้นตนจึงได้รายงานให้ผู้จัดการท่าเรือทราบและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบเพื่อมาตรวจสอบที่เกิดเหตุจากนั้นตนจึงเดินมาดูที่จุดพบศพ ก็เป็นจุดเดียวกะเมื่อ 2 วันก่อนตนได้กลิ่นเหม็นเน่ามาก่อนหน้านี้แล้วตนเอะใจนึกว่าเป็นปลาหรือตัวอะไรตาย ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรจนมาวันนี้คนขับรถบรรทุกมาแจ้งว่าพบศพลอยน้ำลอยอยู่ ตรงกับที่บริเวณที่ตนได้กลิ่นเหม็นเน่าก่อนหน้านี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจร่างผู้เสียชีวิตพร้อมเก็บตัวอย่างไปตรวจ ทางด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบว่ามีการแจ้งบุคคลหายหรือไม่ พร้อมมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


อัญมณี คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ 095-5543516

รวบทันควัน สองโจ๋ใช้มีดแทงสวนคู่อริเสียชีวิตคาที่ อ้างถูกรุมก่อนเลยป้องกันตัว

รวบทันควัน สองโจ๋ใช้มีดแทงสวนคู่อริเสียชีวิตคาที่ อ้างถูกรุมก่อนเลยป้องกันตัว

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 7 มกราคม 2566 ร.ต.อ.เดชชาติ สารุณา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุวัยรุ่นทะเลาะกัน มีผู้เสียชีวิต บริเวณหลังอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในชุมชนวัดสลุด หมู่ 7 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุ พบร่าง นายณัฐวุฒิ โคตุดร อายุ 18 ปี นอนหงายจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่กับพื้น มีแผลถูกของมีคมแทงเข้าที่กลางหน้าอก 1 แผล สีข้างด้านซ้าย 1 แผล บนสะพานข้ามคลองใกล้จุดพบร่างผู้เสียชีวิตพบคราบเลือดจำนวนมาก ในที่เกิดเหตุยังพบมีปลายแหลมจำนวน 1 เล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกำลังจะทำการห่อร่างผู้เสียชีวิต แฟนสาวของผู้เสียชีวิตร้องไห้จนเข่าทรุดลงไปกับพื้นจับปลายเท้าของผู้เสียชีวิตก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิจะทำการห่อร่างผู้เสียชีวิตนำขึ้นรถส่งชันสูตรที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ ส่วนผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ

ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพ ขณะที่ผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาเติมน้ำมันที่ตู้เติมน้ำมันบริเวณซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว ก่อนที่จะขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปภายในชุมชน ผ่านไปประมาณ 15 นาที ผู้ก่อเหตุได้ขับขี่ออกมาจากชุมชนโดยถูกกลุ่มผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน 6 คน ไล่ตามออกมาอย่างกระชั้นชิด ผู้ก่อเหตุได้เลี้ยวขึ้นไปบนสะพานก่อนจะหลุดกล้องไป ก่อนจะเกิดการชุลมุนกันจนเพื่อนของผู้เสียชีวิตจะจอดรถกลางถนน แล้วเดินไปที่สะพานก่อนที่กลุ่มผู้เสียชีวิตจะวิ่งหนีกันคนละทิศคนละทาง โดยมีหนึ่งในเพื่อนของผู้เสียชีวิตลากผู้เสียชีวิตลงมาจากสะพาน แต่หนึ่งในผู้ก่อเหตุได้วิ่งไล่มาจนทันและจะฟันเพื่อนคนที่ลากผู้เสียชีวิตจึงปล่อยมือผู้เสียชีวิต แล้ววิ่งหนีไปทางเข้าซอยชุมชนก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะวิ่งหนีกลับมาที่สะพาน แล้วขี่รถออกไป ส่วนกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้เดินมาดูผู้เสียชีวิต ก่อนจะมีชาวบ้านพากันเดินมาดู

จากการสอบถาม นางสาวนุ่น ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า ขณะที่ตนเองยืนอยู่บริเวณดังกล่าว เห็นเยาวชนชายสองคนขับรถมาเติมน้ำมันบริเวณดังกล่าว จากนั้นก็ขับรถเข้าในชุมชน ไม่นานก็พบว่ามีการขับรถไล่กันออกมา จนมาถึงที่เกิดเหตุ รถของผู้ก่อเหตุไปชนกับรถไลเดอร์บนสะพานขณะกำลังพากันหนีออกจากชุมชน ทำให้กลุ่มของผู้ตาย พากันเข้าไปรุมทำร้ายจนชุลมุนกันแล้วเห็นว่าฝ่ายของผู้ก่อเหตุมีการถือมีดไล่แทงกัน จนนายมอส (ผู้เสียชีวิต) ฟุบลงนอนแน่นิ่งส่วนผู้ก่อเหตุขับรถหลบหนีไป

ด้าน นาย เอฟ อายุ 15 ปี เพื่อนรุ่นน้องของผู้เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า ตนเองขับรถออกมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อในชุมชน พอมาถึงก็มาเจอกับฝ่ายของผู้ก่อเหตุทั้งสองคน แล้วฝ่ายผู้ก่อเหตุตะโกนถามตนเองว่าใครเป็นคนด่าอีกฝ่าย ตอนนั้นตนเองก็บอกไม่ใช่ตนเอง และหันไปเห็นทั้งสองมีการชักมีดที่เอว จึงรีบขับรถหนีและไปบอก นายมอส (ผู้เสียชีวิต) ที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ในชุมชน จน นายมอส พร้อมเพื่อน ๆ รวม 6 คน พากันขับขี่รถจักรยานยนต์ออกตามหาทั้งสองคน จนมาเจอกันกลางชุมชนจึงขับรถไล่ตามและกะว่าจะถีบรถของอีกฝ่ายให้ล้มแต่ไม่โดน นายมอส จึงขับไล่ตามจนมาถึงที่เกิดเหตุ รถของอีกฝ่ายล้ม นายมอส จึงเข้าไปชกต่อยและอีกฝ่ายได้ชักมีดออกมาจนเกิดการชุลมุนกันโดยไม่ทราบว่า นายมอส ถูกแทงตอนไหนมาทราบอีกทีตอนที่ นายมอส พูดคำสุดท้ายว่าพี่ถูกแทงแล้วก็ล้มลงต่อหน้าเพื่อน ๆ

ขณะเดียวกันหลังจากที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนหลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ ชื่อนายเขม อายุ 16 ปี และนายออย อายุ 15 ปี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอยู่ที่บ้านเพื่อนที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งย่านเทพารักษ์ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุทั้งสองคนบริเวณสวนสาธารณะภายในหมู่บ้าน จึงทำการเข้าคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.บางแก้ว พร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน 1 กก 6572 นครสวรรค์ ที่ขับขี่ไปก่อเหตุ ก่อนจะคุมตัวไปเอามีด ยาว 1 ฟุต จำนวน 1 เล่ม ซึ่งใช้ก่อนเหตุ ที่ นายออย โยนทิ้งไว้ข้างทาง

นาย ออย อายุ 15 ปี ผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่าตนเองเป็นคนแทง นายมอส จริง แต่ที่ทำลงไปเพราะป้องกันตัว เนื่องจากตนเองถูกอีกฝ่ายเข้ามารุมต่อยก่อน และถูกล็อกคอจึงใช้มีดแทงสวนไป ส่วนที่พกมีดไปนั้น เพราะเห็นว่ามาต่างถิ่นและมาเป็นเพื่อน นายเขม ที่ชักชวนเอาโทรศัพท์มาให้แฟนสาว จึงพากันออกมา จนมาเกิดเหตุดังกล่าว ตนเองยืนยันไม่เคยมีเรื่องและไม่เคยรู้จักกับฝั่งของคนตายแต่อย่างใด

ส่วน นาย เขม อายุ 16 ปี ผู้ก่อเหตุ บอกว่า หนึ่งในกลุ่มของผู้ตาย ซึ่งเป็นเด็กเจ้าถิ่นและเคยเป็นอดีตแฟนหนุ่มของคนรักตนเอง แต่เลิกคบหากันไป จนแฟนสาวมาคบหากับตนเองทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจและมีการพูดจาแขวะกันไปมาเกือบทุกครั้งที่ตนเองโทรหาแฟนสาวขณะอยู่โรงเรียนเพราะอดีตคนรักเก่าเรียนด้วยกันกับแฟนสาว พอมาวันนี้ตั้งใจเอาโทรศัพท์มาให้แฟนสาวจนมาเจอหนึ่งในกลุ่มของผู้ตาย จึงเอ่ยปากถามหาคนที่ด่าตนผ่านโทรศัพท์ขณะคุยกับแฟนสาว จนมีการไปตามเพื่อนรุ่นพี่มา และมาเจอกันกลางซอยแต่พบว่าอีกฝ่ายมากันหลายคนจึงขี่รถหนีจนมาชนกับรถของไรเดอร์แล้วจนล้ม แล้วถูกกลุ่มผู้ตายรุมทำร้าย ตนเองเห็นว่า นายออย ถูกล็อกคอจึงถอดหมวกกันน็อกฟาดไปที่ นายมอส เพื่อให้ปล่อยคอเพื่อนจนเพื่อนใช้มีดที่พกมาแทงสวนไป ส่วนมีดของตนเองไม่ทราบว่าตกจากตัวตอนไหนและยืนยันว่าตนเองไม่ได้ใช้มีดแทง นายมอส

ขณะที่ผู้ดูแล นายออย และนายเขม บอกว่า ทั้งสองคน เป็นเด็กค่อนข้างดี ขยันทำงาน ไม่เที่ยวไม่ดื่มเหล้าแต่อย่างใด ทั้งสองเป็นเด็กต่างจังหวัดที่บ้านฐานะยากจน และไม่ได้เรียนต่อ ด้วยความสงสารจึงชักชวนมาทำงานรับเหมาก่อสร้างได้ประมาณ 5 เดือน ที่ผ่านมาก็ขยันตั้งใจทำงานอย่างดี ไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องดังกล่าวจนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตามที่แคมป์พักคนงาน ซึ่งตอนแรกยังเข้าใจว่าทั้งสองเข้านอนแล้วพอไปดูไม่พบตัวจึงให้พี่สาวของ นายออย โทรตามจนทราบว่าหลบไปอยู่บ้านเพื่อน ตำรวจจึงตามไปควบคุมตัว

ด้าน พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว เห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองยังเป็นเยาวชน จึงให้ทั้งสองจำลองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพื่อใช้ประกอบสำนวนทางคดีและงดนำทั้งสองไปทำแผนในที่เกิดเหตุ หวั่นเรื่องความปลอดภัย เบื้องต้น นาย ออย มือมีด แจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และพกพาอาวุธมีดไปในทางเมืองชุมชนสาธารณะ ส่วน นายเขม แจ้งข้อกล่าวหา พกพาอาวุธมีดไปในทาง เมือง ชุมชนสาธารณะ ก่อนนำตัวทั้งสองพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งจะต้องร่วมกับสหวิชาชีพในการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวนั้น สามารถอ้างสิทธิได้ แต่ทุกอย่างว่ากันตามพยานและหลักฐาน


อัญมณี คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ 095-5543516

ตชด.146 หัวใส ใช้มือถือติดกล้องวงจร ดักจับขบวนการค้าวัวเถื่อน

ประจวบฯ – ตชด .146 หัวใสใช้มือถือติดกล้องวงจรดักจับขบวนการค้าวัวเถื่อน

7 ม.ค. 66 กล้องวงจรปิดจากมือถือชุดปฎิบัติการกองร้อยตชด.146 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ที่แอบติดตั้้งไว้บริเวณต้นทางตามแนวสันเขาระหว่างเส้นทางเดินลงช่องทางธรรมชาติน้ำตกบัวสวรรค์ ต.ห้วยยาง อ.เมืองประจวบฯ จับภาพกลุ่มขบวนการลักลอบค้าวัวเถื่อนข้ามประเทศกำลังเดินต้อนฝูงวัวจำนวนมากผ่านกล้องวงจร โดยมีชายฉกรรแต่งตัวคล้ายชุดทหารสะพายอาวุธปืนเดินนำทาง

จากกล้องวงจรปิดบนมืถือของเจ้าหน้าที่เห็นได้ว่ามีกลุ่มชายฉกรรหลายคนกำลังเดินต้อนฝูงวัวผ่านช่องทางธรรมชาติลงมาตามสันเขา บริเวณช่องทางนำ้ตกบัวสวรรค์ หมู่ 10 บ้านหัวเขา ต.ห้วยยาง อ.เมืองประจวบฯ เนื่องจากช่องทางธรรมชาติในเขตพื้นที่ด่านสิงขร ต.คลองวาฬ มีเส้นทางเดินเท้าตามสันเขาแนวตะเข็บชายแดนจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการควบคุมป้องกันปราบปรามการค้าสิ่งผิดกฎหมายนาๆชนิดประกอบกับเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวทำให้เส้นทางธรรมชาติแนวตะเข็บชายแดนด่านสิงและเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์หลายจุดมีเส้นทางเดินเท้าสภาพพื้นที่แห้ง เหมาะแก่การขนถ่ายสิ่งผิดกฎหมายและขบวนการลักลอบค้าวัวเถื่อนรวมทั้งขบวนการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของกลุ่มแรงงานต่างด้าวจึงยากต่อการควบคุมดูแล

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจตะเวณชายแดนที่ 146(ตชด.146)นำโดย นำโดย ร.ต.ท.มนตรี ตรีสุวรรณ ผบ.มว./หน.ชปข.ร้อย ตชด.146 นำกำลังเข้าทำการจับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบค้าวัวเถื่อนที่กำลังเดินต้อนนำพาฝูงวัวหลายสิบตัวหลังจากเดินผ่านกล้องวงจรปิดบนมิอถือลงมา แต่กลุ่มขบวนการดังกล่าวไหวตัวทันอาศัยความชำนาญเส้นทางหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตชด.146 จึงได้ยึดวัวหลายสิบตัวลำเลียงขึ้นรถบันทุก18ล้อเพื่อส่งเข้าศูนย์กักกันโรคหน้าด่านตรวจปศุสัตว์ห้วยยางก่อนดำเนินการสืบสวนหาต้นตอเจ้าของวัวในฝั่งไทยต่อไป


นัครินทร์/ข่าวประจวบฯ