สุวรรณภูมิ ชี้แจงประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่จุดนัดพบของบริษัททัวร์

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่จุดนัดพบของบริษัททัวร์ เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารรองรับผู้ใช้บริการหนาแน่นขึ้น

สืบเนื่องจากนโยบายเปิดประเทศเต็มรูปแบบภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้คลี่คลายลง ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีความหนาแน่นมากขึ้นในทุกกลุ่มประเภทผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะโดยบริษัทท่องเที่ยว (กรุ๊ปทัวร์) ที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดจากช่วงมีการแพร่ระบาดของ โควิด-19

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้พบหลายกรณีที่บริษัทท่องเที่ยวได้นัดหมายกรุ๊ปทัวร์ก่อนเวลาเดินทางเป็นเวลานาน บางกรณีลูกทัวร์มาถึงท่าอากาศยานก่อนเวลาเดินทางมากกว่า 10 ชั่วโมงและบางบริษัทไม่มีการดูแลกรุ๊ปทัวร์ ทำให้เกิดกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ที่รอเวลาเช็กอินบริเวณโถงผู้โดยสารขาออกเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบภายในอาคารผู้โดยสารที่มีผู้ใช้บริการหลายกลุ่มให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทสภ. จึงได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสมาคมซึ่งเป็นผู้แทนผู้ประกอบการบริษัทท่องเที่ยว ได้แก่ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) เพื่อดำเนินการตามแนวทางการใช้พื้นที่ในอาคารผู้โดยสารให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ทสภ. ได้ขอความร่วมมือบริษัทท่องเที่ยวทุกแห่งในการรวมกรุ๊ปทัวร์สำหรับเที่ยวบินขาออกที่บริเวณชั้น 4 ประตู 10 อาคารผู้โดยสาร ซึ่งการกำหนดพื้นที่เฉพาะนี้ช่วยจัดระเบียบความเรียบร้อยบริเวณหน้าเคาน์เตอร์เช็กอินภายในอาคาร ซึ่งภายหลังการจัดระเบียบตามแนวทางดังกล่าวบริษัทท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิกของทั้ง 2 สมาคม ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทสภ. มุ่งหวังให้การบริหารจัดการพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผู้ใช้บริการท่าอากาศยานทุกกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ทสภ. ต้องขออภัยหากผู้โดยสารได้รับความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้


อัญมณี คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ 095-5543516

ตำรวจเร่งตรวจสอบศพหญิงนิรนามลอยแม่น้ำเจ้าพระยา มีบาดแผลตามร่างกาย ว่าเป็นผู้ใคร

จากกรณีพบศพสาวนิรนาม อายุประมาณ 25-30 ปี เปลือยท่อนล่าง มีบาดแผลตามร่างกาย มีเสื้อแจ็คเก็ตผ้าร่มสีดำแขนยาวปิดใบหน้าอยู่ ลอยน้ำมาติดอยู่ที่บริเวณหน้าท่าเรือศุภนาวา หมู่ 10 ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จากการตรวจสอบพบบาดแผลตามร่างกาย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 มกราคม 2566 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.พระประแดง สมุทรปราการ พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ดร.พัลลพ แอร่มหล้า ผบก ภ.จว.สมุทรปนาการ ให้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และชุดสืบสวน สภ.พระประแดง ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าศพที่พบเป็นใครและเกิดเหตุอะไรขึ้นกับผู้ตาย จึงได้แบ่งงานกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนเป็น 3 ชุด

  • ชุดที่ 1 ชุดสืบสวนสภพระประแดง ให้สืบสวนว่ามีการแจ้งบุคคลสูญหายหรือมีอุบัติเหตุทางน้ำหรือไม่ในพื้นที่ และสอบสวนผู้พบเจอศพ
  • ชุดที่ 2 ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงหรือมีใครที่พยายามทำร้ายตัวเองทางน้ำเช่นกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย กระโดดสะพานที่มีความสูงในพื้นที่ใกล้เคียงและสืบสวนหาว่าผู้ตายเป็นผู้ใด
  • ชุดที่ 3 เจ้าพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพยานบุคคลรวมถึงผลการตรวจที่เกิดเหตุและผลการชันสูตรศพ ว่าผู้ตายเป็นใครและสาเหตุการตายในครั้งนี้คืออะไร

การสันนิฐานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นสภาพศพบาดแผลหรือชุดเสื้อผ้าที่ใส่ของผู้ตายตั้งไว้ 2 ประเด็น ประเด็นที่ 1 หลังจากตรวจสอบสภาพศพคาดว่าน่าเป็นไปได้ว่า ผู้ตายอาจจะทำร้ายตัวเองด้วยการกระโดดจากที่สูงลงมาในน้ำ (กระโดดสะพาน) โดยไม่มีใครพบเห็นและเสียชีวิตมาหลายวันทำให้สภาพศพขึ้นอืดเน่าเหม็นเปลี่ยนสภาพไป ประเด็นที่ 2 อาจจะถูกทำร้ายร่างกายและโดนล่วงละเมิดทางเพศแล้วนำศพมาโยนทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ให้เปอร์เซ็นต์น้อยมากแต่ก็ไม่ตัดประเด็นทิ้ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามสุดท้ายทางเจ้าที่ตำรวจต้องรอผลการชันสูตรศพอีกครั้งและผลพิสูจน์หลักฐานถึงเสื้อผ้า ว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหนแล้วทำไมถึงเสียชีวิตเป็นศพลอยน้ำมา

ทางเจ้าที่ตำรวจก็ต้องฝากถึงหากผู้ใดรู้จักหรือคุ้นเคย ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นหญิงอายุประมาณ 20-25 ปี สูงประมาณ 155-160 เซนติเมตร ผิวขาว ทรงผมประบ่า สีดำ การแต่งกายใส่ สปอร์ตบรา สีดำ 1 ตัว ช่วงล่างเปลือย และขาทั้งสองข้างใส่ถุงเท้าลายทหารแบบสั้น 1 คู่ พบเสื้อเชิ้ตแขนยาว สีดำ เหมือนใส่ออกกำลังกายพันอยู่ที่ศีรษะ จำนวน 1 ตัว สภาพเสื้อขาดทั้งตัว ตรวจสอบร่างกายผู้ตายมีบาดแผลที่หน้าอก แขนทั้งสองข้างหักท่อนบน คอหัก และมีบาดแผลที่หน้าผากข้างขวาจำนวน 1 แผล ศีรษะเหนือหูซ้ายจำนวน 1 แผล ไม่พบเอกสารหลักฐานหรือทรัพย์สินใด ๆ ถ้าผู้ใดรู้จักคุ้นเคยหรือมีญาติสูญหายสามารถติดต่อขอดูภาพได้ที่ สภ.พระประแดง โทร. 024625010 หรือ ร.ต.ท.หญิง ปัณณภัสร์ คุ่มเคี่ยม โทร.0659653682

พ.ต.อ.พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ เผยว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ลงมาตรวจสอบเหตุดังกล่าว ที่ลักษณะพบศพผู้เสียชีวิตมาแล้วกว่า 6 วัน ซึ่งการเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารพิสูจน์ได้ ซึ่งมีการพบบาดแผล คอหัก แขนหัก ที่เห็นในเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดมากกว่านี้ก็ต้องรอผลชันสูจน์จากสถาบันนิติเวชถึงสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนผุ้เสียชีวิตเป็นใครนั้น ต้องขอให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย โดยที่เจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลทุกอย่าง ทั้ง ดีเอ็นเอ ส่วน ลายนิ้วมือนั้นเลือนราง เนื่องจากศพผู้เสียชีวิตอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน โดยให้นิติเวชเก็บหลักฐานทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์สาเหตุ แต่ว่าประเด็นสำคัญของฝ่ายสืบสวนสมุทรปราการ ลงมาวันนี้ต้องระบุได้ว่าผู้เสียชีวิตดังกล่าวเป็นใครได้เสียก่อน

โดยทางเจ้าที่ตำรวจก็ต้องฝากถึงหากผู้ใดรู้จักหรือคุ้นเคย ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นหญิงอายุประมาณ 20 – 25 ปี สูงประมาณ 155 – 160 เซนติเมตร ผิวขาว ทรงผมประบ่าสีดำ การแต่งกายใส่ สปอร์ตบรา สีดำ 1 ตัว ช่วงล่างเปลือย และ ขาทั้งสองข้างใส่ถุงเท้าลายทหารแบบสั้น 1 คู่ พบเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำเหมือนใส่ออกกำลังกายพันอยู่ที่ศีรษะและใบหน้า จำนวน 1 ตัว ไม่พบเอกสารหลักฐานหรือทรัพย์สินใด ๆ ถ้าผู้ใดรู้จักคุ้นเคยหรือมีญาติสูญหายสามารถไปดูได้ที่ สภ.พระประแดง โทร. 024625010 หรือ 191


อัญมณี คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ 095-5543516

ปาฏิหาริย์ ! หนุ่มเร่ร่อนถูกเพื่อนร่วมวงเหล้าแทงดับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยปั้มหัวใจจนกลับมามีชีวิต

ปาฏิหาริย์ หนุ่มเร่ร่อนถูกเพื่อนร่วมวงเหล้าแทงดับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยปั้มหัวใจจนกลับมามีชีวิต

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 มกราคม 2566 พ.ต.ต.พัชร์ธนพล รัชตาธารากาญจน์ สารวัตรสอบสวน สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีผู้ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ บริเวณใต้อาคารอเนกประสงค์ ภายในวัดบางโฉลงนอก ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดพบนายณัฐวุฒิ ศรีนวลจันทร์ อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดหมดสติอยู่ใต้บันได มีแผลฉกรรจ์ช่วงสีข้างฝั่งขวา และมีเลือดไหลจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือปั้มหัวใจ อยู่ประมาณ 20 นาที เป็นผลผู้ได้รับบาดเจ็บกลับมาหายใจและลืมตาขึ้นมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ได้เล็กน้อย ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงทำการเคลื่อนย้ายขึ้นรถโรงพยาบาลก่อนจะทำหัตธการ ก่อนจะเร่งนำส่งโรงพยาบาลบางพลี ใกล้กันพบมีปลายแหลมตกอยู่ข้างเสา ใกล้กันพบฟุบที่นอนผ้าห่ม หมอน และกองขวดเหล้าจำนวนมาก

จากการสอบถาม นายณัฐวุฒิ ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ตนเองถูกนายบอม หรือนายเหน่ง อายุประมาณ 30-35 ปี ใช้มีดแทงตนเองจนบาดเจ็บ สาเหตุมาจากก่อนหน้านี้ ตนเองและนายบอม พากันนั่งดื่มสุราบริเวณดังกล่าว จนเมาได้ที่ นายบอม ได้คุยโอ้อวดว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ อส. มีอำนาจจับกุมตนเอง ตนเองจึงตอบกลับไปว่าตนเองก็เป็นถึงสารวัตรใหญ่กว่า อส. ทำให้ นายบอม ไม่พอใจชักมีดดาบที่พกมาแทงใส่ตัวเองก่อนจะหลบหนีไป

เพื่อนของ นายบอม ที่เป็นชายเร่ร่อนมาอาศัยนอนบริเวณดังกล่าว เล่าว่า ทั้งสองนั่งดื่มเหล้ากันส่วนตนเองนอนหลับพอตื่นมาก็พบว่าเพื่อนถูกแทงแล้วจึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน

ด้าน นาย บำรุง อันดารา มกทายกของวัดดังกล่าว เล่าว่า ผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุเป็นชายเร่ร่อนที่มาอาศัยนอนใต้ถุนอาคารแห่งนี้มาเกือบปี ที่ผ่านมา จะคอยเดินขอเงินจากพระจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าวพอได้เงินมาก็พากันซื้อเหล้ามาดื่มกินพอเมาก็ทะเลาะกันเอง เป็นแบบนี้บ่อยครั้ง แต่ไม่มีหน่วยงานใดมาจัดการ จนมาเกิดเหตุในวันนี้

ขณะที่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว เล่าว่า บริเวณดังกล่าวมีชายเร่ร่อนมาอาศัยอยู่กันประมาณ 4-5 คน และมักดื่มสุราทุกวันตีกันเองทุกวันจนชาวบ้านในละแวกดังกล่าวหวาดผวากับกลุ่มชายคนดังกล่าว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องมาจัดการ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะใช้เป็นทางหลบหนี เพื่อติดตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


อัญมณี คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ 095-5543516

โรงเรียนศรียานุสรณ์จันทบุรี จัดงานศรียาวิชาการ “เปิดบ้านกันเกรา เล่าเรื่องนวัตกรรม

จันทบุรี – โรงเรียนศรียานุสรณ์จันทบุรีจัดงานศรียาวิชาการ “เปิดบ้านกันเกรา เล่าเรื่องนวัตกรรมเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงผลงานศักยภาพด้านวิชาการ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร จนเกิดนวัตกรรมจากการเรียนรู้เพื่ออนาคต

วันนี้ (9 ม.ค.66 ) ที่ โรงเรียนศรียานุสรณ์จังหวัดจันทบุรี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดงานศรียาวิชาการ “เปิดบ้านกันเกรา เล่าเรื่องนวัตกรรม ” โดยมีนายสมพงษ์ เปรมปิยศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนศรียานุสรณ์ พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียน โรงเรียนศรียานุสรณ์ ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมนิทรรศการวิชาการ สำหรับการจัดงานแสดงนิทรรศการวิชาการและผลงานของนักเรียนเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพด้านวิชาการ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร จนเกิดนวัตกรรมจากการเรียนรู้ และการทำงานร่วมกัน เพื่อเผยแพร่ต่อ สาธารณชน และเพื่อให้นักเรียนทำงานร่วมกัน เรียนรู้ในการฝึกปฏิบัติ การแก้ปัญหาในการทํางาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชน ได้มีโอกาสชื่นชมผลงานของนักเรียนที่เกิดจากกระบวนการจัดการเรียนการสอน และเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน ผู้ปกครอง จากโรงเรียนต่างๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชม และ สอบถามเกี่ยวกับการจัดการศึกษาต่อในปีการศึกษา 2566

ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อ นิทรรศการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ แผนการเรียนรู้ห้องเรียนพิเศษและห้องเรียนปกติ การประกวดการแข่งขันทักษะทาง วิชาการต่างๆ มากมาย


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

แถลงข่าว การจัดการแข่งขันกีฬา”ฟุตบอล หลงหลิน โอเพ่นคัพ ครั้งที่ 7 ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ ประจำปี 2566

แถลงข่าว การจัดการแข่งขันกีฬา”ฟุตบอล หลงหลิน โอเพ่นคัพ ครั้งที่ 7 ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ ประจำปี 2566

เมื่อวันที่ 8 มกรคม 2566 ณ สนามกีฬาเทศบาล หัวดง ( ป.ฟักอังกรู ) ดาบตำรวจ สุพจน์ หน้านวล ประธานชมรมฟุตบอลหัวดงมหานคร พร้อมด้วย นายทองตฤน ทองก้อน ประธานฝ่ายจัดการแข่งขัน, นายสมบัติ เพิ่มทอง สมาชิกเทศบาลตำบลหัวดงประธานที่ปรึกษา ได้จัดให้มีแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬา ฟุตบอลหลงหลิน โอเพ่นคัพ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2566 ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากนายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์
นายกสำราญ เอื้อจิรวาณิชย์(นายกกล้วย)

สำหรับทีมฟุตบอลที่สมัครเข้าร่วมแข่งขัน 15 ทีม ได้แก่

  1. ทีมหัวดงมหานคร
  2. ทีม ป.ปลา อุตรดิตถ์ ปริ้นเตอร์
  3. ทีมไร่สีสุข
  4. ทีมลับแล PS กรุ๊ป
  5. ทีมยอดตำรวจไทย
  6. ทีมพิชัย
  7. ทีมคนเมืองตรอน
  8. ทีม ณ ภาคภูมิ
  9. ทีมพี่น้องตำรวจศรีสัช
  10. ทีม อบต.น้ำไคร้
  11. ทีมท่าเหนือ
  12. ทีมไผ่ล้อม
  13. ทีมทุ่งยั้ง
  14. ทีมตำนานทุ่งยั้ง
  15. แม่พูล FC
    และทีมประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมในการแข่งขันทั้งหมด 12 ทีม

ซึ่งในวันนี้ มีการแข่งขันอุ่นเครื่ง โดย “ทีม ไร่สีสูบ, ทีมหัวดงมหานคร, ทีมท่าเหนือ” ได้มีการแข็งขันเพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการแข่งจริงในวันที่ 21 มกรคม 2566 เป็นต้นไปจนกว่าจะครบทีม พร้อมประกาศผลการแข่งขันและมอบถาวยรางวัล

นายทองตฤน ทองก้อน ประธานการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า วัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานราชการพ่อค้าประชาชนรวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข่งแรง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

ผู้ว่าฯ ปัตตานี เป็นประธานในพิธี มอบทุนการศึกษา และสนับสนุนกิจการของภาครัฐและเอกชน องค์กรการกุศล โดย มูลนิธิชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธี มอบทุนการศึกษา และสนับสนุนกิจการของ ภาครัฐและเอกชน องค์กรการกุศล โดย มูลนิธิชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ

วันนี้ (6 ม.ค.66) เวลา 09.30 น.นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีได้เดินทางไปเป็นประธานในการจัดงาน มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนยากจน และมอบเงินสนับสนุน แก่หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน องค์กรการกุศล โดยมูลนิธิชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ ณ สำนักงานโชว์รูมมาสด้าปัตตานี

โอกาสเดียวกันนี้ ทางมูลนิธิชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ ได้จัดให้มีการลงนามถวายพระพรให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงโดยเร็ววัน
ภายในงานมี ส่วนราชการ นักเรียนนักศึกษา พ่อค้าประชาชน ร่วมงาน กว่า 200 คน ซึ่งทางมูลนิธิได้จัดพิธีฯดังกล่าวติดต่อกัน เป็นปีที่ 28 มีนักเรียนมารับทุน จำนวน 360 คน เป็นเงิน 884,500 บาท บริจาคเงินสด 200,000 บาท บริจาคอุปกรณ์สำนักงานมูลค่า 52,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,137,000 บาท

ทั้งนี้เป็นปณิธาน ของ คุณชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ ประธานมูลนิธิฯที่มีความประสงค์จะตอบแทนสังคมและแบ่งปัน เนื่องในวันคล้ายวันเกิดในวันนี้ 6 มกราคม 2566 อายุครบ 91 ปี


มณฑลทหารบกที่ 31 พร้อมจิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน ร่วมพิธีปลงผมนาค บรรพชาอุปสมบท จำนวน 99 รูป ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

มณฑลทหารบกที่ 31 พร้อมจิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน ร่วมพิธีปลงผมนาค บรรพชาอุปสมบท จำนวน 99 รูป ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2566 พลตรี สาธร ศิริยานนท์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ พันเอก รุ่งโรจน์ ใจน้ำ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 31 ร่วมพิธีปลงผมนาค บรรพชาอุปสมบท จำนวน 99 รูป เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมี นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธี ทั้งนี้มีจิตอาสา 904 ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ และกำลังพลจิตอาสา มณฑลทหารบกที่ 31 ประชาชนจิตอาสา ร่วมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนภายในงานดังกล่าว ณ วัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์


ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

สำนักข่าวความมั่นคง

นที มีเดช รายงาน

ผบ.มณฑลทหารบกที่ 38 นำกำลังพล ร่วมจิตอาสา พัฒนาสาธารณะประโยชน์ กำแพงเมืองเก่า ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา 8 มกราคม 2566

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 นำกำลังพล จิตอาสา พร้อมกับเทศบาลเมืองน่าน ประชาชนจิตอาสา ร่วมพัฒนาสาธารณะประโยชน์ กำแพงเมืองเก่า ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา 8 มกราคม 2566

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2566 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 / ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 38 นำกำลังพล จิตอาสา พร้อมกับ กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 , , กรมทหารพรานี่ 32, กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2, เทศบาลเมืองน่าน ประชาชนชุมชนบ้านมงคลและใกล้เคียง ร่วมพัฒนาสาธารณะประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา 8 มกราคม 2566 เพื่อแสดงความจงรักภักดี การเทิดทูนและการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และให้ความสำคัญในการดูแลรักษา สถานที่สำคัญแห่งนี้ต่อไป โดยการทำความสะอาด เก็บกวาดขยะ ตัดกิ่งไม้และวัชพืช ณ บริเวณกำแพงเมืองเก่า ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ช่วยทำให้บริเวณกำแพงเมืองเก่า สะอาดเรียบร้อยสวยงาม


ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

สำนักข่าวความมั่นคง

นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิษณุโลก ศอ.ประสานงานโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างฝายชะลอน้ำแบบชั่วคราว ในลำห้วยป่าต้นน้ำอำเภอชาติตระการ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ศูนย์อำนวยการประสานงานโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างฝายชะลอน้ำแบบชั่วคราว ในลำห้วยป่าต้นน้ำอำเภอชาติตระการ

ในห้วงวันที่ 2 – 8 มกราคม 2566 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ศูนย์อำนวยการประสานงานโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำแบบชั่วคราว จำนวน 1 แห่ง ณ บริเวณลำห้วยบ้านหมั่นแสวง หมู่ที่ 11 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 4 ฝาย ขนาดความกว้าง 3 เมตร x สูง 1 เมตร เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับธรรมชาติ และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่เพื่อการเกษตร ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่


ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

สำนักข่าวความมั่นคง

นที มีเดช รายงาน

ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ลงพื้นที่ลาดตระเวนทางน้ำ คุมเข้มตามแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ในภารกิจสกัดกั้นการทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ลงพื้นที่ลาดตระเวนทางน้ำ คุมเข้มตามแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ในภารกิจสกัดกั้นการทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2566 พันเอกภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 เดินทางลงพื้นที่ลาดตระเวนทางน้ำ ร่วมกับจุดตรวจเกาะสะระนีย์ ฉก.ร.25 ตั้งเเต่บริเวณปากน้ำจังหวัดระนอง-เขตรอยต่อทะเลนอก โดยคุมเข้มการเข้าออกของเรือประมงที่เข้ามายังฝั่งประเทศไทย ในการสกัดกั้นการทำผิดกฎหมายทางทะเล โดยเฉพาะการลักลอบขนแรงงานแบบผิดกฎหมาย การลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และรวมถึงการทำผิดกฎหมายในรูปแบบอื่นๆ เพ่งเล็งท่าเรือขนาดเล็ก ช่องทางตามธรรมชาติ โดยเน้นย้ำแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้มีการเฝ้าระวังให้มากขึ้น เข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย ตลอดแนวฝั่งทะเลที่หน่วยดูแลรับผิดชอบอยู่

ในการนี้ ยังได้เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารราบที่ 2521 โดยรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานและสถานการณ์ในห้วงเวลา รวมถึงปัญหาต่างๆในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำนโยบายที่สำคัญในการปฎิบัติตามพันธกิจ 3 ประการของ ศูนย์ปฎิบัติการกองทัพบก การสกัดกั้นการกระทำผิดกฏหมายตามแนวชายแดนทุกรูปเเบบ และต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมถึงงานด้านการข่าวที่ต้องเพิ่มมากยิ่งขึ้น ก่อนมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค เพื่อเป็นการบำรุงขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานต่อไป

ซึ่งทาง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี จะมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางบกและทางทะเลเพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งมีทั้งนายหน้าชาวไทย และชาวต่างชาติร่วมมือกันหาผลประโยชน์จากแรงงาน ที่พยายามจะลักลอบเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการนำพาสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดที่จะเข้ามาในจังหวัดระนองและพื้นที่ตอนในของประเทศไทยอีกด้วย


สำนักข่าวความมั่นคง
ศูนย์ข่าวชุมพร ระนอง
สุรัตน์ รุกเขตต์ รายงาน