โฆษก ตร.เผย เริ่มบังคับใช้วันนี้ ระบบตัดคะแนนใบขับขี่ ความผิดหลักตัดคะแนนทันทีที่ฝ่าฝืน

โฆษก ตร.เผย เริ่มบังคับใช้วันนี้ ระบบตัดคะแนนใบขับขี่ ความผิดหลักตัดคะแนนทันทีที่ฝ่าฝืน ส่วนความผิดอื่นๆ จะตัดเมื่อไม่ชำระค่าปรับ ถ้าถูกตัดเหลือ 0 จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต 90 วัน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน

วันที่ 9 ม.ค.66 เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ : พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง การตัดคะแนนใบขับขี่ ที่มีผลบังคับใช้วันนี้ (9 ม.ค.66) ว่า “ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ กำหนดไว้ใน ระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ พ.ศ.2565 ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 142/1 เป็นความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,กรมการขนส่งทางบก,ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

ผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่แต่ละคน จะมีคะแนนความประพฤติคนละ 12 คะแนน หากทำผิดตามกฎจราจรในข้อหาที่ระบุไว้ จะถูกตัดคะแนนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด เช่น กลุ่มความผิดหลักที่เป็นปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุ (20 ฐานความผิด) จะถูกตัดคะแนนเมื่อทำผิดทันที ได้แก่

  • ตัด 1 คะแนน เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย,ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย,ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย และ ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
  • ตัด 2 คะแนน เช่น ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (ฝ่าไฟแดง)
  • ตัด 3 คะแนน เช่น ขับรถชนแล้วหนี
  • ตัด 4 คะแนน เช่น เมาแล้วขับ และขับรถในขณะเสพยาเสพติด

ส่วนกลุ่มความผิดอื่นๆ 42 ฐานความผิด ตามบัญชีท้ายระเบียบ ความผิดกลุ่มนี้จะถูกตัดคะแนนเฉพาะกรณีไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งในเวลาที่กำหนดเท่านั้น เช่น ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรในทาง,จอดในที่ห้ามจอด,ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ขณะขับรถ เป็นต้น

วิธีการตัดคะแนนนั้น จะดำเนินการโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ระบบฐานข้อมูลใบสั่ง PTM ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการบันทึกการทำผิดกฎจราจรและตัดคะแนนในแต่ละครั้ง

โฆษก ตร. ย้ำว่า “เมื่อผู้ขับขี่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือห้ามขับรถ เป็นเวลา 90 วัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าว และหากฝ่าฝืนไปขับรถในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การตัดคะแนน มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนวินัยการขับขี่ จึงให้สิทธิผู้ที่ถูกตัดคะแนน สามารถขอคืนคะแนนได้ โดยการเข้าอบรมกับกรมการขนส่งทางบก กรณีที่คะแนนเหลือน้อยกว่า 6 คะแนน สามารถขอเข้ารับการอบรมได้ปีละ 2 ครั้ง ส่วนกรณีที่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน และต้องการคะแนนกลับคืนมาทั้งหมด 12 คะแนน ก็สามารถขอเข้ารับการอบรม ซึ่งคะแนนจะมีอายุความเพียง 1 ปี เมื่อครบ 1 ปีที่กระทำผิด ระบบจะคืนคะแนนให้โดยอัตโนมัติ

ประชาชนสามารถตรวจสอบคะแนนได้ 3 ช่องทาง
1) เว็บไซต์ E-Ticket PTM ซึ่งพัฒนาโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สามารถตรวจสอบใบสั่งค้างชำระ จ่ายค่าปรับ ตรวจสอบคะแนนความประพฤติ และตรวจสอบสถานะใบขับขี่
2) แอปพลิเคชัน ขับดี (KHUB DEE) ซึ่งพัฒนาโดย NT เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสาร และตรวจสอบใบสั่งค้างชำระ และคะแนนความประพฤติ และดำเนินการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่อันเป็นประโยชน์ต่างๆ ที่ทันสมัย
3) แอปพลิชัน เป๋าตัง ให้บริการชำระค่าปรับผ่านระบบออนไลน์

ส่วนการชำระค่าปรับ ธนาคารกรุงไทย ได้พัฒนาระบบ เพิ่มช่องทางการรับชำระค่าปรับผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน “Krungthai NEXT” และ “เป๋าตัง” โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และสามารถชำระค่าปรับใบสั่งผ่านทางเว็บไซต์ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน (e-Ticket) https://ptm. police. go.th/ ด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิต เป็นการยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประหยัดเวลาในการเดินทาง พร้อมบริการตรวจสอบแต้มจราจรผ่านระบบออนไลน์

โฆษก ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ความสูญเสียบนท้องถนนตามนโยบายรัฐบาล ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ เป็นหนึ่งในมาตรการเสริมในการสร้างวินัยการขับขี่เพิ่มเติมจากการออกใบสั่งเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการสร้างวินัยการขับขี่ปลอดภัย ให้โอกาสแก้ไขไม่กระทำผิดซ้ำ สร้างความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย และเป็นมาตรฐานสากล

โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,กรมการขนส่งทางบก,ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งหมายให้ระบบบันทึกคะแนนดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างวินัยการขับขี่ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร ป้องกันอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืน ต่อไป”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจไซเบอร์ ฝากเตือนภัยพฤติกรรม Sharenting ของผู้ปกครองโพสต์ข้อมูลส่วนตัวบุตรหลานในความปกครองเสี่ยงเปิดโอกาสผู้ไม่หวังดี

ตำรวจไซเบอร์ ฝากเตือนภัยพฤติกรรม Sharenting ของผู้ปกครองโพสต์ข้อมูลส่วนตัวบุตรหลานในความปกครองเสี่ยงเปิดโอกาสผู้ไม่หวังดี

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยพฤติกรรม Sharenting พ่อแม่โพสต์ข้อมูลส่วนตัวเด็กเสี่ยงเปิดโอกาสผู้ไม่หวังดี ดังนี้

Sharenting เกิดจากการผสมคำว่า share + parenting ใช้เรียกพฤติกรรมของพ่อแม่ที่แชร์ภาพ วิดีโอ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวของลูกมากเกินไป จริงอยู่ที่พ่อแม่ ผู้ปกครองไม่ได้มีเจตนาร้าย ส่วนใหญ่เป็นการโพสต์รูปลูกด้วยความรักใคร่ เอ็นดู และอยากจะส่งต่อความน่ารักนี้ให้คนอื่นได้เห็น แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตัวบุตรหลานในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพ หรือผู้ไม่หวังดีเข้าถึงตัวบุตรหลานได้ง่าย จากกิจกรรมที่ผู้ปกครองโพสต์ไว้ในสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น การขโมยตัวตน (Identity Theft) สวมรอยเหยื่อนำข้อมูลส่วนตัวไปกระทำผิดกฎหมาย หรือนำภาพเด็กไปสร้างเรื่องราวขอรับเงินบริจาคต่างๆ ปัญหาเรื่องล่วงละเมิดทางเพศเด็ก การนำภาพเด็กไปขายในเว็บมืด (Dark web) หรือนำไปเพื่อใช้ตอบสนองทางเพศของกลุ่มคนที่มีอาการใคร่เด็ก (Pedophile) หรือนำไปเเสวงหาผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ เป็นต้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ โดยได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรตระหนักรู้ถึงผลที่จะตามมาหลังการโพสต์ข้อมูลของเด็ก หรือบุตรหลานในแต่ละครั้ง ซึ่งมิจฉาชีพอาจใช้โอกาสเอาข้อมูลส่วนตัวไปเเสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างได้
จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ พร้อมแนวทางการป้องกัน ดังนี้

  1. พึงระลึกอยู่เสมอว่าการโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลลงในโลกออนไลน์ไม่ปลอดภัย
  2. คิดเสมอว่าสิ่งใดที่เผยแพร่ไปแล้วในพื้นที่สาธารณะบนโลกออนไลน์ สิ่งนั้นจะคงอยู่ตลอดไป ไม่สามารถเรียกกลับคืน หรือลบล้างออกได้หมด
  3. ไม่โพสต์ หรือแชร์ข้อมูลของบุตรหลานจนเกินพอดี
  4. ไม่โพสต์ข้อมูลที่สำคัญลงในสื่อสังคมออนไลน์ และควรตั้งค่าความเป็นส่วนตัวจำกัดผู้เข้าถึงข้อมูล
  5. ผู้ปกครองหมั่นตรวจสอบการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของบุตรหลาน เพราะเด็กอาจจะนำข้อมูลไปเผยแพร่โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ทั้งนี้หากพบเบาะแสการกระทำผิด หรือ ข้อขัดข้องใดๆ ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนหมายเลข 1441 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 081-866-3000 ตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งความออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

DSI จัดทำเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ ขอเป็นต้นแบบการเติบโต โปร่งใส เป็นธรรม

DSI จัดทำเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ ขอเป็นต้นแบบการเติบโต โปร่งใส เป็นธรรม

เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2566 เวลา 10.00 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษจัดการประชุมคณะทำงานการจัดทำแผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) กรมสอบสวนคดีพิเศษณ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานที่ปรึกษาฯ

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษให้ความสำคัญกับการจัดทำเส้นทางก้าวหน้าในสายอาชีพ เพราะเป็นปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานให้กับกลุ่มผู้มีศักยภาพในการทำงานด้วยความมุ่งมั่น ได้มีโอกาสได้รับรู้ความก้าวหน้าของตนเอง หรือได้รับการเลื่อนไปดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงาน และสามารถสร้างผลงานตามที่หน่วยงานคาดหวัง

“กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนให้ความคาดหวังสูงในการอำนวยความยุติธรรมให้บังเกิดขึ้นกับประชาชน กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบของหน่วยงานที่มีความโปร่งใสสูงสุดในการสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพ โดยยึดหลักความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงาน ในการคัดกรองคนดี คนเก่ง ซึ่งจะทำให้บุคคลากรภายในองค์กรเกิดแรงจูงใจในการตั้งใจปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับ โดยมีความสอดคล้องและตรงตามเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด” อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อให้แผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) กรมสอบสวนคดีพิเศษมีการขับเคลื่อน และปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทของกฎหมาย กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และวัฒนธรรมขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวการณ์ จึงแต่งตั้งคณะทำงานการจัดทำแผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมี พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานคณะทำงาน โดยมี ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการกลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ และผู้อำนวยการส่วนในกลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นคณะทำงาน ซึ่งทำหน้าที่หลักในการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล ระเบียบ หลักเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำแผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ และกำกับติดตามผลการดำเนินการที่เกียวข้องกับแผนดังกล่าว รวมทั้งพิจารณา หาความเป็นไปได้ในการเชิญผู้ที่มีความรู้ความสามารถจากหน่วยงานภายนอก หรือหน่วยงานเอกชนที่ประสบความสำเร็จในการจัดทำแผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นจุดประกายความคิดใหม่ๆ โดยมุ่งหวังให้แผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนภายในระยะเวลา 2 เดือนนับจากนี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สืบสวนนครบาลรวบ “นิว สามโคก” หลอกขายอะไหล่รถยนต์-รถจักรยานยนต์-บิ๊กไบค์

สืบสวนนครบาลรวบ “นิว สามโคก” หลอกขายอะไหล่รถยนต์-รถจักรยานยนต์-บิ๊กไบค์

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้ออกลานตระเวนออนไลน์จนทราบถึงความเดือนร้อนจากประชาชนซึ่งถูกคนร้ายใช้กลอุบายโพสต์หลอกขายอะไหล่รถจักรยานยนต์ในกลุ่ม Triumph Scramber Club Thailand,Triumph-Thailand เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งตามพฤติการณ์น่าจะมีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อคนร้ายรายนี้ ทั้งอดีตและปัจุบัน มูลค่าความเสียหาย 3 ล้านบาท จนมีการตั้งกลุ่มทางโซเชี่ยล รวมพลคนถูกนายกฤษณะ โกงเงิน มีสมาชิกกว่า 200 คน

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2566 เวลาประมาณ 19.00 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่, พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี, พ.ต.อ.กมล นุ่มหอม รอง ผบก สส.บช.น., พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น, พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้สืบสวนติดตามจับกุมตัว นายกฤษณะฯ อายุ 31 ปีที่อยู่ 66/232 หมู่ 5 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสุพรรณบุรี ที่ จ.178/2565 ลงวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2565

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่ามกันฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมิได้กระทำต่อประชาชน” โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณกลางซอย 4/1 ภายในหมู่บ้านคันทรีพาร์ค 15 ตำบล สามโคก อำเภอสามโคก ปทุมธานี

กล่าวคือ สืบเนื่องมาจากการแนวทางสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบการวิเคราะห์แผนประทุษกรรมการก่อเหตุของคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. มีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุข้างต้นคือ นายกฤษณะ เข็มทอง หรือนิว คนสามโคก จึงได้ตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปรากฏพบว่า ณ ปัจจุบันนายกฤษณะ เข็มทอง ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 5 หมายจับ ประกอบด้วย

1) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสุพรรณบุรี ที่ จ.178/2565 ลงวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่ามกันฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมิได้กระทำต่อประชาชน” ท้องที่ สภ.ทุ่งคลี ภ.จ.สุพรรณบุรี

2) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครไทย ที่ 50/2565 ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน” ท้องที่ สภ.นครไทย ภ.จ.พิษณุโลก

3) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ที่ จ.109/2565 ลงวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน” ท้องที่ สภ.ตลุกดู่ ภ.จ.อุทัยธานี

4) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 289/2565 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ท้องที่ สภ.เหนือคลอง ภ.จ.กระบี่

5) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระนอง ที่ จ.115/2565 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ท้องที่ สภ.กะเปอร์ ภ.จ.ระนอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบดำเนินการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตามหมายจับและอายัดตัวดำเนินคดีตามกฎหมายตามหมายจับที่ยังต้องการตัวให้ครบถ้วน ประกอบกับตรวจสอบพยานหลักฐานที่ชุดสืบสวนเชื่อว่าจะสามารถพิสูจน์ทราบถึงความเชื่อมโยงกับคดีที่เพิ่งเกิดขึ้นตามที่มีผู้เสียหายโพสต์แจ้งเตือน/ร้องเรียนในกลุ่ม Triumph Scramber Club Thailand,Triumph-Thailand

ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การว่ารับสารภาพตามข้อกล่าวหาตามหมายจับ พร้อมให้ข้อมูลว่าตนเริ่มมีพฤติกรรมโพสต์หลอกขายสินทางทางออนไลน์มาตั้งแต่ประมาณปี 2553 โดยเริ่มจากการหลอกขายโทรศัพท์มือถือที่ไม่ตรงกับคำสั่งซื้อของลูกค้า ในเว็บไซต์ siamphone ( https://www.siamphone.com/ ) จนมาถูกจับกุมในข้อหา “ฉ้อโกง” เมื่อช่วงปลายปี 2554 ครั้งนั้นถูกศาลตัดสินจำคุก 3 ปี แต่เนื่องจากตนให้การรับสารภาพศาลจึงลดโทษเหลือ 1 ปี 6 เดือน โทษ 1 ปี 6 เดือนให้รอลงอาญา 2 ปี ต่อมาปี 2555 ถูกจับกุมในข้อหา “ฉ้อโกง” ท้องที่ สภ.ท่าช้าง ภ.จ.สิงบุรี ครั้งนี้ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 9 เดือน หลังพ้นโทษได้หลอกขายอะไหล่รถยนต์ในเพจ/กลุ่ม เฟซบุ๊ก ต่างๆ กว่า 50 กว่ากลุ่ม เช่น กลุ่ม BMW F10 & Series 5 (Thailand), กลุ่ม ซื้อขาย เต็นท์บนหลังคารถ เต็นท์พื้นสนาม อุปกรณ์แคมป์ปิ้งราคาแบ่งปัน,กลุ่ม BMW X1 E84 Club Thailand, กลุ่ม โตโยต้า ไทเกอ ดีโฟดี,กลุ่ม ซื้อขายอะไหล่ ฮุนได H1 และรถ H1 มือสอง, Coleman Thailand ห้องซื้อ-ขาย, HILUX TIGER AND SPORT CRUISER 4X4 CLUB THAILAND (พูดคุย สอบถาม), Range Rover P3 Thailand, กลุ่ม ชมรม คนรักรถจิ๊ปทหาร ซื้อ – ขาย, Haval H6 Club Thailand โดยใช้บัญชีธนาคารในนามชื่อบัญชีธนาคารของตนเอง กว่า 14 บัญชี ประกอบด้วย ธนาคารทหารไทย 8472003832, ธนาคารกรุงไทย 7800274926, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 020207033092, ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต 8472004020, ธนาคารออมสิน 020388274662, ธนาคารซีไอเอ็มบี 7012214580, ธนาคารออมสิน 020390493839, ธนาคารออมสิน 020393045321, ธนาคารกสิกรไทย 0861366162, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 5741172893, ธนาคารไทยพาณิชย์ 4300765265, ธนาคารยูโอบี 3043968589, ธนาคารเกียรตินาคิน 2005004502, ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย 0022217782

ล่าสุดรับสารภาพว่าเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “อ๊อฟ แลนพีสามแปด (คุณอ๊อฟฯ)” เข้าไปโพสต์หลอกขายอะไหล่รถจักรยานยนต์ Triumph เช่น ท่อไอเสีย ไฟเลี้ยว กันตก เบาะ ในกลุ่ม Triumph Scramber Club Thailand,Triumph-Thailand โดยใช้บัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่บัญชี 8014647871 ชื่อบัญชี นายธนพลฯ และบัญชีธนาคารธนชาตทหารไทย เลขที่บัญชี 6342526578 ชื่อบัญชีนายไพรสนฯ และบัญชีอื่นๆ ซึ่งได้ไปเช่ามาเพื่อใช้รองรับเงิน จากกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อขายบัญชีธนาคาร เช่น กลุ่ม “ดีลงาน/บัญชี/ซื้อ-ขาย”,กลุ่ม “ซื้อ ขาย บันชี ธนาคาร”,กลุ่ม “ซื้อขาย บัญชีธนาคาร ใน กทม.” รวมทั้งซื้อผ่านเฟซบุ๊กชื่อบัญชี “Noone Champ”,ชื่อบัญชี” อยากเป็นคนที่ใช่ ในวันที่เทอเจ็บ”,ชื่อบัญชี “Pueng Noi” โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าบัญชีประมาณ 900 บาท โดยจะได้ทั้งเลขบัญชีธนาคารและรูปถ่ายบัตรประจำตัวชาชนของเจ้าของบัญชีมาเพื่อใช้ในการรองรับเงินที่หลอกได้จากผู้เสียหาย

จากการก่อเหตุตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบันผู้ต้องหารับว่าได้เงินจากการก่อเหตุมากกว่า 3,000,000 (สามล้านบาท) เงินที่ได้ส่วนใหญ่นำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในครอบครัว รวมทั้งซื้อสิ่งของที่ตนอยากได้

เมื่อตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหาในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีรวมทั้งหมด ทั้งที่เคยถูกจับกุมได้ และยังต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวนรวม 13 คดี ประกอบด้วย

  • คดีที่ 1 ปี 2553 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ท้องที่ สภ.ท่าศาลา สถานะรอออกหมายจับ
  • คดีที่ 2 ปี 2554 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ท้องที่ สภ.คลองห้า สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
  • คดีที่ 3 ปี 2555 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ท้องที่ สภ.ท่าช้าง สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
  • คดีที่ 4 ปี 2555 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ท้องที่ สภ.พังโคน สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
  • -คดีที่ 5 ปี 2555 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ท้องที่ สภ.เถิง สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
  • คดีที่ 6 ปี 2555 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ท้องที่ สน.พญาไท สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
  • คดีที่ 7 ปี 2556 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ท้องที่ สภ.ประตูน้ำจุฬา สถานะรอออกหมายจับ
  • คดีที่ 8 ปี 2556 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ท้องที่ สภ.สามชุก สถานะควบคุมตัว/ไม่ได้ออกหมายจับ
  • คดีที่ 9 ปี 2565 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่ามกันฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมิได้กระทำต่อประชาชน” ท้องที่ สภ.ทุ่งคลี สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้
  • คดีที 10 ปี 2565 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน” ท้องที่ สภ.นครไทย สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้
  • คดีที่ 11 ปี 2565 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน” ท้องที่ สภ.ตลุกดู่ สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้
  • คดีที่ 12 ปี 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ท้องที่ สภ.เหนือคลอง สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้
  • คดีที่ 13 ปี 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ท้องที่ สภ.กะเปอร์ สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้

ซี่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำหนังสือประสานเพื่อให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแต่ละคดีทำการอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติอย่างหลงเชื่อกลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ เสนอขาย หรือชักชวนลงทุนในด้านต่างๆ แจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สุโขทัย แถลงข่าวเชิญเที่ยวงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช 17 – 19 มกราคมนี้ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

สุโขทัย – แถลงข่าวเชิญเที่ยวงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช 17 – 19 มกราคมนี้ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

วันนี้ (10 มกราคม 2566) เวลา 17.00 น. ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนราม คำแหงมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานแถลงข่าวการจัดงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2566 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 มกราคม 2563 โดยมีนายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย ดร.มนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ผศ.เกษร เอมโอด ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย นางธาดา สังข์ทอง ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวเป็นจำนวนมาก

สำหรับในปีนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ กิจกรรมเทิดพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กิจกรรมลูกหลานสุโขทัยกราบไหว้พ่อขุน การประกวดลูกหลานพ่อขุน การแสดงหมากรุกคน การแสดงแสง-เสียง ชุด “อานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” การแสดงมหรสพชุดพิเศษ พบกับ น้าโย่ง น้าพวง น้านงค์ จากรายการคุณพระช่วย การแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนศึกแสงอาทิตย์ อินทรชิตแผลงศรพรหมมาสตร์ โดย วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย การแสดงลิเก เรื่อง ขโมยที่รัก จากคณะน้องจอย และรวมดาวศิษย์นาฏศิลปะสุโขทัย และชิมช็อบ ตลาดโบราณ อุดหนุนสินค้า OTOP สินค้าสหกรณ์ 4 ภาค

ทั้งนี้ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 ในราชวงศ์พระร่วงแห่งราชอาณาจักรสุโขทัย เสวยราชย์ประมาณปี พ.ศ.1822 ถึงประมาณปี พ.ศ.1841 พระองค์ทรงรวบรวมอาณาจักรไทยจนเป็นปึกแผ่นกว้างขวาง และได้ทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้น ทำให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ทางศิลปวัฒนธรรม และวิชาการต่างๆ สืบทอดกันมากว่า 700 ปี และ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2376 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงค้นพบแท่นศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแห่งมหาราชที่เนินปราสาท จ.สุโขทัย ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้กำหนดวันที่ 17 มกราคมของทุกปีเป็นวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อชาวไทยนานัปการ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสไว้ว่า “ถ้าไม่มีสุโขทัย คงไม่มีประเทศไทยจนทุกวันนี้”


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

โปรซิม ณัฐกฤตา คว้าตำแหน่งผู้ชนะ Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers รับสิทธิ์เข้าดวลวงสวิงกับนักกอล์ฟหญิงระดับโลก ในการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 ชิงรางวัล 1.7 ล้านดอลลาร์

โปรซิม – ณัฐกฤตา คว้าตำแหน่งผู้ชนะ Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers รับสิทธิ์เข้าดวลวงสวิงกับนักกอล์ฟหญิงระดับโลก ในการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 ชิงรางวัล 1.7 ล้านดอลลาร์

(กรุงเทพฯ – 10 มกราคม 2566) ฮอนด้า ร่วมกับ ไอเอ็มจี จัดการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers ณ สนามสยามคันทรีคลับ โรลลิ่ง ฮิลส์ พัทยา ผลการแข่งขัน โปรซิม-ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ นักกอล์ฟหน้าใหม่ของแอลพีจีเอ ทัวร์ คว้าตำแหน่งผู้ชนะ รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ Honda LPGA Thailand 2023 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 16 ในวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สนามสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Road to Honda LPGA Thailand ซึ่งเปิดรับนักกอล์ฟสตรีชาวไทยทั้งระดับอาชีพและมือสมัครเล่น ร่วมดวลวงสวิงเพื่อชิงสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ Honda LPGA Thailand 2023 ซึ่งเพิ่มเงินรางวัลเป็น 1.7 ล้านดอลลาร์ (ราว 62 ล้านบาท) โดยในปีนี้ การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers จัดขึ้นในวันที่ 9-10 มกราคม 2566 นี้ ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ครั้งนี้มีนักกอล์ฟชาวไทยทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเข้าร่วมสมัครคว้าชัยถึง 69 คน ถือเป็นจำนวนมากสุดนับตั้งแต่จัดการแข่งขันรอบคัดเลือก National Qualifiers

โปรซิม-ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ วัย 20 ปี ผู้นำจากวันแรก วันสุดท้ายยังคงโชว์วงสวิงสมราคานักกอล์ฟรุกกี้แอลพีจีเอ ทัวร์ เก็บเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 68 ปิดเกมชนะอย่างสวยงามด้วยสกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 134 เอาชนะ โปรสตางค์ – กรกมล ศุขอารีย์ 1 สโตรก กล่าวว่า “ดีใจมากค่ะที่ชนะในวันนี้ การแข่งขันครั้งนี้ไม่ง่ายเลยเพราะมีนักกอล์ฟฝีมือดีมาแข่งกันเยอะมาก ทำให้รู้สึกเครียดเหมือนกัน ที่ผ่านมาฝึกหนักมากค่ะ เพื่อมาแข่งในทัวร์นาเมนต์นี้และรู้สึกดีใจมากที่การฝึกซ้อมให้ผลที่คุ้มค่า ภูมิใจมากที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันใน Honda LPGA Thailand 2023 เชื่อว่าจะการแข่งขันในปีนี้จะให้ประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ กับพวกเราทุกคนค่ะ”

“ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณ ฮอนด้า การกีฬาแห่งประเทศไทย ไอเอ็มจี และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งทำให้นักกอล์ฟเยาวชนทุกคนได้รับโอกาสดี ๆ รวมถึงครอบครัว เพื่อน ๆ และโค้ชที่ช่วยให้ซิมได้รับความสำเร็จวันนี้ หลังจากนี้ก็จะมุ่งมั่นเตรียมความพร้อมสำหรับรายการ Honda LPGA Thailand 2023 ในเดือนกุมภาพันธ์ และจะพยายามอย่างเต็มที่ หวังว่าจะทำให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจอีกครั้งค่ะ”

โปรสตางค์ – กรกมล ศุขอารีย์ วัย 21 ปี คว้าอันอับสองไปครอง โดยวันสุดท้ายพยายามเร่งเครื่องเต็มที่ เก็บเพิ่ม 5 อันเดอร์พาร์ 67 จบเกมด้วยสกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ 135 แพ้แชมป์แค่ 1 สโตรก ค่อนข้างพอใจกับผลงานของตัวเองในวันนี้ และกล่าวว่าจะยังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อมต่อไปเพื่อก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลก ส่วนน้องนัจ-กฤติชัญญา เก้าพัฒนสกุล นักกอล์ฟสมัครเล่นวัยเพียง 13 ปี คว้าอันดับ 3 ไปครอง ที่สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 138 ขณะที่ น้องแพงกี้ – แอลล่า แกลิทสกีย์ นักกอล์ฟสมัครเล่นดาวรุ่ง ลูกครึ่งแคนาดา ดีกรีทีมชาติไทย วัย 15 ปี คว้าอันดับ 4 สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 139 และอันดับ 5 เป็นของโปรเปียโน-อาภิชญา ยุบล วัย 20 ปี รุกกี้ของแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2023 สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 140

สำหรับกิจกรรม Road to Honda LPGA Thailand มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมกอล์ฟในประเทศไทย รวมถึงการมอบโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้สัมผัสประสบการณ์ในเกมการแข่งขันระดับสากลกับเหล่าโปรกอล์ฟสตรีระดับโลก โดยมีการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม สำหรับแชมป์รายการนี้ ได้แก่ โปรกิฟท์ เบญญาภา นิภัทร์โสภณ (แชมป์ National Qualifiers 2019) รีน่า ทัตเทมัตซึ (แชมป์ National Qualifiers 2020) โปรพราว-ชเนตตี วรรณแสน (แชมป์ National Qualifiers 2021 และ 2022) นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์กชอป Young Ambassadors สำหรับเยาวชนที่สนใจในการบริหารจัดการกีฬากอล์ฟ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ร่วมทำงานกับคณะผู้จัดการแข่งขันซึ่งอยู่เบื้องหลังทัวร์นาเมนต์ระดับโลก และกิจกรรม Junior Golf Clinic โปรแกรมการฝึกซ้อมสำหรับนักกอล์ฟรุ่นเยาว์ที่จะได้ฝึกฝนทักษะกับโปรกอล์ฟชั้นนำอย่างใกล้ชิด

การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 พร้อมเปิดบ้านจำหน่ายบัตรต้อนรับผู้ชมในสนามอีกครั้ง เพื่อสร้างปรากฏการณ์เกมการแข่งขันกอล์ฟที่สนุกสนานและร่วมยกระดับวงการกอล์ฟของเมืองไทยให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถเข้าชมได้ฟรี การแข่งขันมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สนามสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยมีนักกอล์ฟระดับโลกเข้าร่วมแข่งขันรวม 72 คน ซึ่ง โปรซิม-ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ ผู้ชนะจากการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers จะร่วมดวลวงสวิงกับทัพนักกอล์ฟสาวไทยชั้นนำอย่าง โปรจีน อาฒยา ฐิติกุล โปรแพตตี้ ปภังกร ธวัชธนกิจ โปรโม โมรียา จุฑานุกาล และ โปรเม เอรียา จุฑานุกาล

สามารถดูรายละเอียดของการแข่งขันและการจำหน่ายบัตรเข้าชม ได้ที่เว็บไซต์ https://hondalpgathailand.com/ หรือติดตามในเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand อินสตาแกรม https://www.instagram.com/hondalpgathailand


ศูนย์ข่าวพัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร *0861499878

ปกครองจังหวัด(กลุ่มงานความมั่นคง)ร่วมตรวจรถขนส่งสินค้าและสถานประกอบการบรรจุพัสดุภัณฑ์ เข้ า-ออก ทางชายแดน

นครพนม – ปกครองจังหวัด(กลุ่มงานความมั่นคง)ร่วมตรวจรถขนส่งสินค้าและสถานประกอบการบรรจุพัสดุภัณฑ์ เข้า-ออก ทางชายแดน

เมื่อ 10 มกราคม 2566ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครพนม (ศอ.ปส.จ.น.พ.) จัดกำลัง จนท. / สมาชิก อส.กองร้อย อส.จ.นพ.ที่ 1 ตรวจยานพาหนะสำหรับการขนส่ง เข้า-ออก โดยการร่วมบูรณาการกับชุดปฏิบัติการประจำจุดตรวจ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม มีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติประกอบด้วย ชุดตรวจสุนัขเฝ้าตรวจ กกล.สุรศักดิ์มนตรี ,จนท.ตรวจคนเข้าเมืองนครพนม, สารวัตรปศุสัตว์, กอ.รมน.จังหวัด น.พ. และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอดส่องดูแลการขนส่งสินค้าผ่านพรหมแดน และสถานประกอบการที่มีการ รับ-ส่ง บรรจุพัสดุภัณฑ์ฯในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย


“เพลิงพระกาฬ ” สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนมรายงาน

ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ นำข้าราชการ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ โครงการบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

เพชรบูรณ์ – ผู้ว่าฯนำข้าราชการ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ โครงการบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ที่พุทธอุทยานเพชรบุระ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ โครงการบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีพระราชปริยัติบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 4-5 (ธรรมยุต)เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ และ พุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี

โดยจังหวัดเพชรบูรณ์กำหนดจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ระหว่างวันที่ 9 – 23 มกราคม 2566 เพื่อให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และ พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ที่เข้ารับการบรรพชาอุปสมบท ได้ร่วมกันทำบุญและประกอบศาสนกิจ เพื่อถวายพระพรชัยมงคล ให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน


มนสิชา คล้ายแก้ว/สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์

เทศบาลเมืองท่าช้าง แถลงข่าว จัดงานวันเด็กแห่งชาติ เสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ของขวัญ ของรางวัล อาหารเพียบ แจกรถจักรยานกว่า 100 คัน

จันทบุรี – เทศบาลเมืองท่าช้าง แถลงข่าว จัดงานวันเด็กแห่งชาติ เสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ของขวัญ ของรางวัล อาหารเพียบ แจกรถจักรยานกว่า 100 คัน

วันนี้ ( 10 ม.ค.66 ) ที่ เทศบาลเมืองท่าช้าง นายธวัชชัย จันทกิจ นายกเทศมนตรีเมืองท่าช้าง พร้อมด้วยผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองท่าช้าง ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกองและพนักงานเทศบาลเมืองท่าช้าง ร่วมแถลงข่าวเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ.2566 ทั้งนี้เทศบาลเมืองท่าช้างได้เล็งเห็นถึงความสำคัญกับการจัดกิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เด็กได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัยที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่น ในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และได้รับความรู้ ความสุขสนุกสนานจากการจัดกิจกรรมต่างๆ

เทศบาลเมืองท่าช้างจึงจัดให้มีกิจกรรมบนเวทีกลาง อาทิ กิจกรรมการแสดง กิจกรรมสันทนาการ การถาม/ตอบโจทย์ปัญหาชิงรางวัล การจัดซุ้มนิทรรศการ กิจกรรมการละเล่นอื่นๆ และกิจกรรมจับฉลากแจกของขวัญ ลุ้นรับของรางวัลต่างๆ เช่น จักรยาน มีจำนวนมากกว่า 100 คัน, รถบังคับวิทยุ, ของเล่น ตุ๊กตา เป็นต้น และภายในงานมีบริการอาหารและเครื่องดื่ม บริการให้กับเด็กๆ ฟรี ตลอดงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ห้างร้าน ชุมชนและประชาชนภายในเขตเทศบาลเมืองท่าช้างและพื้นที่ใกล้เคียง

ในการนี้ เทศบาลเมืองท่าช้างจึงขอเชิญชวนผู้ปกครองนำบุตร หลานร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ในเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณลานเอนกประสงค์เทศบาลเมืองท่าช้าง จังหวัดจันทบุรี


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

เปิดแล้วชุดปฎิบัติการที่ 23 บ้านไม้รูด ต.ไม้รูด จัดทําพิธีเปิดการฝึกอบรมกําลังประชาชนตําบลชายแดน จัดระบบป้องกันเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน รุ่นที่ ๒ ปีงบประมาณ 2566 จํานวน 60 คน

ตราด – เปิดแล้วชุดปฎิบัติการที่ 23 บ้านไม้รูด ต.ไม้รูด จัดทําพิธีเปิดการฝึกอบรมกําลังประชาชนตําบลชายแดน จัดระบบป้องกันเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน รุ่นที่ ๒ ปีงบประมาณ 2566 จํานวน 60 คน

เมื่อเวลา 14.00น. บ่ายวันที่ 10 มกราคม 2566 ที่ศาลาวัดตะกาด ร่วมสุข หมู่ 6 ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด นายวิจิตร พาพลงาม นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดฝึกอบรมกําลังประชาชนตําบลชายแดน บ้านไม้รูด น.ท.ศักดิ์ชัย ศรีวิไสย หัวหน้าชุดปฎิบัติการที่ 23 บ้านไม้รู้ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมในพิธีเปิด โดยเรือตรี สุกิจ สุขจันทร์ นายทหารประเมินผล ศปชด.กปช. จต. นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด กํานัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.ไม้รูด พร้อมด้วยทีมงานวิทยากร โรงพยาบาล ชุดปฎิบัติการที่ 23 บ้านไม้รูดโรงพยาบาลส่งเสริมเพื่อสุขภาพตําบลไม้รูด พร้อมผู้เข้าร่วมฝึกอบรมโครงการ จํานวน 60 คน เรื่องการป้องกันโควิด-19 และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมผู้เข้าร่วมอบรมได้ให้การร่วมมือสวมหน้ากากการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย

โดยมีประชาชนในตําบลไม้รูดทั้ง 6 หมู่บ้าน เข้าร่วมการฝึกอบรมจํานวน 60 คน โดยใช้เวลาการฝึกอบรมจํานวน 3 วันด้วยกัน 10-12 มค.2566 โดยการฝึกอบรมดังกล่าวเป็นไปตามคําสั่งการฝึก ศูนย์จัดระบบป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด ครั้งที่ 2/2566 ให้หน่วยเฉพาะกิจจัดระบบป้องกันเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนตราด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และตระหนักถึงภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน ให้มีความสามารถ

ในการป้องกันตนเองและหมู่บ้านจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ตลอดจนสนับสนุนการปฎิบัติการทางทหารได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ ทั้งในภาวะปกติและไม่ปกติ เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมของส่วนราชการในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ชุมชน ตลอดจนการปลุกจิตสํานึกให้เกิดความรักหวงแหนพื้นที่ ร่วมกันปกป้องและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ เพื่อให้มีการผนึกกําลังประชาชนป้องกันชายแดนที่มีประสิทธิภาพ มีโครงสร้างด้านการป้องกันหมู่บ้าน มีการจัดระบบ หมวด หมู่ และการแบ่ง มอบหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน โดยการฝึกอบรมดังกล่าวมีทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฎิบัติ การออกภาคสนาม การฝึกอาวุธจากการยิงปืนท่าต่างๆรวมทั้งการนัดหมายแบ่งหน้าที่พร้อมในการณ์ต่างๆในช่วงเทศกาลตรุจีนที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมายได้ต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก