งานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2569 อำเภอนครชัยศรี

วันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมงาน พร้อมกล่าวต้อนรับ ท่านอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จังหวัดนครปฐม อดีตรัฐ มนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานในพิธี

งานในวันนี้ โดยสำนักงานสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ได้ร่วมกันจัดงานขึ้น เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจ พี่น้องอสม. ที่ได้ร่วมกันเสียสละ อุทิศตน สร้างคุณประโยชน์ให้แก่แผ่นดิน ผู้ร่วมงานประกอบด้วย คุณสุรภาพร จิรักษา(เจ๊หนิง ชัยศรี) ประธานกต.ตร.สภ. นครชัยศรี และประธานกลุ่มบ้านใหญ่ใจดี, พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับสภ.นครชัยศรี พร้อมด้วย ท่าน สจ บรรทูล สนน้อย สจ นครชัยศรี และ ปลัดอำเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อำเภอนครชัยศรี จำนวน 1,500 คน ภาคเอกชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน สถานที่จัดงาน ณ ลานสนามที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี หน้าอาคารสำนักงานสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รพ.นครปฐม จัดกิจกรรมรณรงค์ “วันไตโลก” และ งานรณรงค์ หวานปกติ ร้อยละ 50

โรงพยาบาลนครปฐม จัดกิจกรรมรณรงค์ “วันไตโลก” และ งานรณรงค์ หวานปกติ ร้อยละ 50

วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธาน เปิดกิจกรรมวันไตโลก พร้อม ประกาศรณรงค์ “น้ำตาลปกติ ร้อยละ 50 และส่งเสริมอาหารเมนูชูสุขภาพ โดยมี แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการ กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคไต รณรงค์ ปรับพฤติกรรมการบริโภค ลดหวาน และส่งเสริมร้านอาหารให้มีเมนูสุขภาพตามหลักโภชนา การ โดยมีการจัดเสวนาความรู้ ตรวจสุขภาพฟรี และนิทรรศการ ณ ลานคุณธรรม โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ฉก.ลาดหญ้า/ร.29 บูรณาการทุกภาคส่วน เสริมมาตรการคุมเข้มชายแดนเมืองกาญจน์ทุกช่องทาง สกัดน้ำมันเถื่อน แก๊งสแกมเมอร์ แรงงานเถื่อน สอดรับนโยบายรัฐบาลและกองทัพบก

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก ตลอดจนส่งผลให้มีคำสั่งระงับการส่งออกน้ำมันชั่วคราวในบางประเทศ และลดปริมาณการออกน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จึงทำให้ประเทศเพื่อนบ้านมีความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเทศเมียนมาซึ่งมีชายแดนติดกับจังหวัดกาญจนบุรี

เมื่อวันนี้ 25 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดน ไทย – เมียนมา จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยได้ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับ นายสุรสิทธิ์ จันอุทา นอภ.ไทรโยค, พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ กันตะยศ ผกก.สภ.ไทรโยค, นายอานุภาพ หอมจันทร์ ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร ด่านศุลกากรสังขละบุรี และ พ.ต.ต.จีรศักดิ์ กุลีน้อย ผบ.ร้อย ตชด.136 จัดประชุมกำหนดมาตร การเสริมเพิ่มความเข้มงวด ในการป้องกันและป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบในพื้นที่ชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี ณ ห้องประชุมจุดตรวจร่วมถาวรไทรโยค ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

โดยได้เน้นย้ำเรื่องการลักลอบขนน้ำมันจากประเทศไทยข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดของรัฐบาล ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก โดย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 และหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ หรือกรมทหารราบที่ 29 นั้น ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากหากมีการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาจทำให้มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน จึงได้นำนโยบายดังกล่าวมาบูรณาการร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ให้เกิดเป็นรูปธรรม ภายหลังการประชุม ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับกำลังพลประจำจุดตรวจถาวรไทรโยค เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน

ต่อมาได้เดินทางต่อไปยังจุดตรวจเขาหนีบ ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพล และเดินทางต่อไปยังฐานปฏิบัติการช่องทางพุน้ำร้อน บ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และหารือร่วมกับ ผอ.ส่วนบริการทางศุลกากร ด่านศุลกากรสังขละบุรี เพื่อประสานการปฏิบัติในการเข้มงวดกวดขันด้านพลังงาน ในเรื่องการป้องกันการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งบูรณาการในการตรวจตราสิ่งของผิดกฎหมายตามคำสั่งของศูนย์สั่งการชายแดนฯ หลังจากนั้นได้มอบโอวาท และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่กำลังพล นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพล ณ ฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดน เพื่อพบปะและมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพลดังกล่าว

พันเอก พรรณศักย์ฯ เปิดเผยว่า นอกจากมาตรการความเข้มงวดที่หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วนั้น หน่วยยังได้เพิ่มภารกิจเสริม คุมเข้มพื้นที่ชายแดน ไทย – เมียนมา ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยเน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวังกลุ่มชาวต่างชาติในประเทศไทยที่มีแนวโน้มจะลักลอบข้ามไปยังประเทศเมียนมาเพื่อกระทำผิดด้านอาชญากรรมไซเบอร์ หรือแก๊งสแกมเมอร์ อีกทั้งยังเพิ่มมาตรการความเข้มงวดตามช่อง เข้า-ออก ทุกช่องทาง ให้กวดขันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบทั้งขาเข้าและขาออก โดยเฉพาะการลักลอบขนน้ำมันจากประเทศไทยข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ชาวต่างชาติในประเทศไทยที่มีแนวโน้มจะลักลอบข้ามไปยังประเทศเมียนมาเพื่อกระทำผิดด้านอาชญากรรมไซเบอร์ และการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา กรมทหารราบที่ 29 หรือ หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สามารถจับกุมขบวนการและผู้กระทำผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง


///////#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

ซิสทรอนิกส์ จัดงาน “โดรน งาน ใหญ่ ปีกเล็ก ใจใหญ่ กู้ภัยเพื่อมวลชน” งานเสวนาครั้งยิ่งใหญ่ ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากวงการกู้ภัยในประเทศไทย ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ซิสทรอนิกส์ จัดงาน “โดรน งาน ใหญ่” ปีกเล็ก ใจใหญ่ กู้ภัยเพื่อมวลชน งานเสวนาครั้งยิ่งใหญ่ ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากวงการกู้ภัยในประเทศไทย ณ อิมแพ็ค เมือง ทองธานี

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด จัดงาน “โดรน | งาน | ใหญ่” นำโดย คุณอัศวรรณ์ เรืองชู กรรมการผู้จัดการ บริษัทฯ ภายใต้แนวคิด “ปีกเล็ก ใจใหญ่ กู้ภัยเพื่อมวลชน (Small Wings,Giant Lifesaving)” ณ ห้อง Amber 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี งานบรรยายและเสวนาครั้งยิ่งใหญ่ ที่รวบรวม ผู้เชี่ยวชาญจาก 4 หน่วยงานหลัก ทั้งภาครัฐ กองทัพ และหน่วยงานกำกับดูแลการบิน (CAAT) มารวม ถ่ายทอดองค์ความรู้แบบเจาะลึก และแชร์ประสบการณ์ตรงจากการใช้อากาศยานไร้คนขับในภารกิจ บรรเทาสาธารณภัย อาทิ เหตุการณ์แผ่นดินไหว ภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้ และวิกฤตไฟป่าภาคเหนือ รวมถึง การอัปเดตมาตรฐาน และข้อบังคับการขึ้นบินอากาศยานไร้คนขับ เพื่อการปฏิบัติภารกิจได้อย่างปลอด ภัย และถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมการจัดแสดงประสิทธิภาพของนวัตกรรมและเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หลากหลายรูปแบบ ทั้งงานสำรวจ งานขนส่ง และงานกู้ภัย อีกทั้งยังนำเสนอทิศทางของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่สามารถนำมาปรับใช้กับวิกฤตการณ์ภัยพิบัติและการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์จริง

โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย Director of the Civil Aviation Authority of Thailand (CAAT) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยไฮไลต์สำคัญภายในงาน กับการบรรยายพิเศษจากวิทยากรในเหตุการณ์จริง จากหน่วยงานระดับประเทศทั้ง 4 ท่าน

นาย ฉัตรชัย ปั้นตระกูล ผู้จัดการฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำนักงานการบินพลเรือน แห่งประเทศไทย (CAAT) ในหัวขอการกำกับดูแล ควบคุม ส่งเสริมและพัฒนากิจการการบินพลเรือน ของประเทศ ให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสากล

นาย ภุชพงศ์ สัญญโชติ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย 3 สำนักป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ในหัวข้อผู้ใช้อากาศยานไร้คนขับในเหตุการณ์แผ่นดินไหว อาคารถล่ม และเพลิงไหม้

พ.อ.พงษ์ยุทธ งามเกษม รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองทัพน้อยที่ 3 ในหัวข้อผู้ใช้อากาศยานไร้คนขับในเหตุการณ์ไฟป่าขนาดใหญ่ การควบคุม ป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลาม และงานค้นหา

พ.อ.ภาสกร ยะสะวุฒิ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ในหัวข้อผู้ใช้อากาศยานไร้คนขับในเหตุการณ์อุทกภัย,สารเคมีรั่วไหล และงานค้นหา

ภายในงานยังเปิดโอกาส ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ซักถามและปรึกษาประเด็นการใช้อากาศยานไร้คนขับ ในวิกฤตงานกู้ภัยและเหตุการณ์ภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญให้คำตอบตรง จากประสบการณ์จริง พร้อมถ่ายทอดความรู้การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะหลากหลายรูปแบบจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น JOUAV, DJI Enterprise, DJI Delivery และบริษัทชั้นนำอื่น ๆ โดยมีการจัดแสดงอากาศยานไร้คนขับ อันทรงเกียรติที่ได้รับพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 10 พร้อมโซนไฮไลด์โดรน ที่เข้าไปช่วยในภารกิจกู้ภัยต่างๆ และบริเวณโดยรอบจัดแสดงอากาศยานไร้คนขับที่ใช้ในการเข้าร่วม กู้วิกฤตภัยพิบัติจริง ทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหว น้ำท่วมภาคใต้ ไฟป่าภาคเหนือ และวิกฤตข้างป่าบุกรุกพื้นที่ รวมถึง การอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตหายากและทรัพยากรทางทะเล อีกทั้ง ยังจัดแสดงหุ่นยนต์เสมือนจริงอัจฉริยะจาก Unitree Robotics

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความประทับใจจากประสบการณ์ตรงของผู้เชี่ยวชาญที่รวมเสียสละ เพื่อกู้วิกฤตภัยพิบัติและการบรรเทาสาธารณภัยครั้งใหญ่หลากหลายเหตุการณ์ในประเทศ

โดรนงานใหญ่ #โดรนกู้ภัย #กู้วิกฤต #ภัยพิบัติ #บรรเทาสาธารณภัย #CAAT # Lifesaving #DroneTechnology #DJIFlyCart30 #DJIM4T #DJIM4E #DJIMATRICE3OT #DJIMATRICE400 #DJIZenmuseL3 #DJIDOCK3 #DJI #DJIEnterprise #DJlbySystronics #JOUAVCW15 #JOUAV #JOUAVbySystronics #UinitreeRobotics #ThaiBotEvent #Droneroboworks #Systronics #ซิสทรอนิกส์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เชิดชูเกียรติยศ “เทพทอง” ครั้งที่ 24 จารึกคนดีศรีสังคม องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์มอบ 56 รางวัลเด่น ย้ำสื่อต้องมีจริยธรรม-รักษามรดกภาษาไทย

เชิดชูเกียรติยศ “เทพทอง” ครั้งที่ 24 จารึกคนดีศรีสังคม องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์มอบ 56 รางวัลเด่น ย้ำสื่อต้องมีจริยธรรม-รักษามรดกภาษาไทย

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัล “เทพทอง” ครั้งที่ 24 ประจำปี 2569 แก่องค์กรและนักสื่อสารมวลชนดีเด่น 56 รางวัล ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อยกย่องบุคคลต้นแบบผู้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

การจัดงานโดย สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปีนี้ให้ความสำคัญกับการ “ครองตน-ครองงาน” ของบุคลากรในวงการวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ โดยเน้นย้ำเรื่องการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องและการนำเสนอข้อมูลที่สร้างทัศนคติเชิงบวก ท่ามกลางวิกฤตข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน

ในปีนี้มีบุคคลหลากสาขาอาชีพเข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ อาทิ สายงานสื่อมวลชน : นิตยา กีรติเสริมสิน (ไทยพีบีเอส),สารวัตร กิจพานิช (พุทธทอล์ค), ประสาน อิงคนันท์ (มนุษย์ต่างวัย) พร้อมตัวแทนจากสำนักข่าวไทยโพสต์ และ News1

• สายงานศาสนาและสังคม พระโสภณธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร
• สายงานบริหารและฝ่ายปกครอง นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา และ พลเอก บุญสิน พาดกลาง (อดีตแม่ทัพภาคที่ 2) รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ

รางวัลเทพทองถือเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้คนทำงานสื่อสารมวลชนยึดมั่นใน “จริยธรรม” และ “ข้อเท็จจริง” เพื่อเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพและสงบสุขสืบไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ซินเจนทา เขย่าวงการเกษตรไทย ส่ง “ซิโมดิส” ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมระดับโลก พลิกเกมการจัดการศัตรูพืช สู่ความยั่งยืน

ซินเจนทา เขย่าวงการเกษตรไทย ส่ง “ซิโมดิส” ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมระดับโลก พลิกเกมการจัดการศัตรูพืช สู่ความยั่งยืน

ภาคการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายจากการระบาดของศัตรูพืชที่รุนแรงขึ้น และข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพในการจัดการศัตรูพืช ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลผลิต คุณภาพ และต้นทุนของเกษตรกร การรักษาประสิทธิภาพในการจัดการศัตรูพืชจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพผล ผลิต และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ภาคเกษตรไทยจึงกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องเร่งปรับตัวด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

ซินเจนทา ประเทศไทย ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรระดับโลก เปิดตัว “ซิโมดิส” (Simodis) นวัตกรรมสารอารักขาพืชที่ใช้เทคโนโลยี พลินาโซลิน (Plinazolin™) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์กลุ่มใหม่ (IRAC Group 30) ที่มีกลไกการทำงานเฉพาะตัว ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเปลี่ยนเกมการจัดการศัตรูพืชในยุคเกษตรสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมสนับสนุนการทำเกษตรที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของเกษตรกรไทย

นายพิษณุ อภิราชกมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด กล่าวว่า “ซิโมดิส (Simodis) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของการจัดการศัตรูพืชในปัจจุบัน โดยใช้เทคโนโลยี พลินาโซลิน (Plinazolin™) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์กลุ่มใหม่ที่มีกลไกการทำงานเฉพาะตัว สามารถควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการระบาด ทั้งแมลงปากกัดและแมลงปากดูด เมื่อใช้ตามคำแนะนำ เกษตรกรสามารถลดจำนวนครั้งในการพ่น พร้อมคงประสิทธิภาพการควบคุมศัตรูพืชได้อย่างต่อเนื่อง พ่นครั้งเดียว อยู่ได้ยาวนานสูงสุด 21 วัน คุมแมลงได้หลายชนิด ทนแดด ทนฝน ไม่หลุดง่าย เกาะติดใบดีแม้ฝนตกหรือโดนแสงแรง ที่สำคัญปลอดภัยต่อพืช ไม่ทำให้ใบไหม้ ดอกช้ำ หรือผลเสียหาย ซึ่งการใช้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำนี้ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหารอีกด้วย”

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตพืชผักที่สำคัญของภูมิภาค และกำลังเผชิญความท้าทายด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่เข้มข้นมากขึ้น ด้วยคุณสมบัติเด่นของเทคโนโลยีพลินาโซลิน (Plinazolin™) ทำให้ผลิตภัณฑ์ ซิโมดิส (Simodis) มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากร และรักษาคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการทำเกษตรอย่างยั่ง ยืน ผ่านการยืดช่วงเวลาการฉีดพ่นและลดจำนวนรอบการทำงานลง ส่งผลให้ต้นทุนทั้งด้านแรงงานและเชื้อเพลิงลดลงอย่างเห็นผล พร้อมลดความเสี่ยงจากการรบกวนการเติบโตของพืชจากการฉีดพ่นที่บ่อยเกินไป

นอกจากนี้ การใช้ในปริมาณที่ถูกต้องเหมาะสมยังช่วยลดปริมาณสารเคมีรวมต่อพื้นที่ สอด คล้องกับมาตรฐานเกษตรปลอดภัย (GAP) และแนวทางเกษตรสีเขียว (Green Agriculture) ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภค และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กับการใช้สารอย่างรับผิดชอบ โดยผลิตภัณฑ์ ซิโมดิส (Simodis) สามารถใช้ได้กับพืชหลากหลายชนิด ตั้งแต่ผักเศรษฐกิจไปจนถึงพืชหลักที่ต้องการการดูแลสูง เช่น ผักกินใบ ผักกินผล และไม้ผล ซึ่งมักเผชิญความท้าทายในการจัดการศัตรูพืชอย่างต่อเนื่อง การนำเทค โนโลยีพลินาโซลิน (Plinazolin™) มาใช้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการล้มเหลวในการจัดการศัตรูพืช พร้อมเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับการผลิตภาคการเกษตรไทยได้อย่างแท้จริง

นางสาวกล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “แนวคิดด้านความยั่งยืนในภาคการเกษตรไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มผลผลิตเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวและลดการทำ ลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเทคโนโลยีพลินาโซลิน (Plinazolin™) ในผลิตภัณฑ์ ซิโมดิส (Simodis) นี้ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมใหม่ แต่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการสูญเสียผลผลิตและบริหารจัดการต้นทุนทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด เพราะสุดท้ายแล้ว ความยั่งยืนของระบบอาหารต้องเริ่มจากการที่เกษตรกรสามารถผลิตได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีรายได้ที่ยั่งยืน”

“แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญคือการใช้อย่างถูกต้องและมีความรู้ ซินเจนทาจึงไม่เพียงแค่ส่งมอบผลิตภัณฑ์ แต่เรายังมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยลงพื้นที่ให้คำแนะนำ ตั้งแต่เทคนิคการผสมสารไปจนถึงการจัดการแปลงที่เหมาะสม เพราะเราเชื่อว่านวัตกรรมที่ดีต้องใช้ในปริมาณที่พอดี ถูกวิธี ถูกเวลา และสอดคล้องกับหลักวิชาการ รวมถึงการหมุนเวียนกลไกการออกฤทธิ์อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควบคู่ไปกับการลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม นี่คือความรับผิดชอบต่อสังคมที่เรายึดถือมาตลอด เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีของเราจะช่วยสร้างทั้งผลผลิตที่งอกเงยและรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนไปพร้อมกัน” นางสาวกล้วยไม้ กล่าวสรุป

ล่าสุด ซินเจนทา ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ซิโมดิส (Simodis) ในงาน “ซิโมดิส เอ็กซ์โป 2026” ณ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการถ่ายทอดนวัตกรรมและเทค โนโลยีการเกษตรสมัยใหม่สู่เกษตรกร ภายในงานมีการสาธิตแปลงปลูกจริงในพืชผักเศรษฐกิจ เช่น คะน้า ผักกาดเขียวปลี และผักกาดขาวปลี เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ของเทคโนโลยีในสภาพแปลงจริง พร้อมกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ เวทีเสวนา และเวิร์กช็อปด้านการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน การจัดการดิน น้ำ และปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยงานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเกษตรกร นักวิชาการ และภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการผลิตพืชผักไทยสู่ความปลอดภัยและความยั่งยืนในระยะยาว

ท่ามกลางความท้าทายของระบบอาหารโลก การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดอนาคตของภาคเกษตร การเปิดตัว ซิโมดิส (Simodis) ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่ระบบการผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเรียกร้องรัฐบาลใหม่ทบทวนนโยบาย ชี้ข้อมูลรัฐยืนยันชัด แบน 10 ปี แต่ผู้ใช้เพิ่มกว่า 11 เท่า

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เผยแพร่ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลใหม่ ให้เร่งทบทวนนโยบาย “แบนบุหรี่ไฟฟ้า” ของประเทศไทย หลังข้อมูลทางการจากหน่วยงานรัฐสะท้อนชัดว่า นโยบายดังกล่าวไม่สามารถลดการใช้ได้จริง ตรงกันข้าม จำนวนผู้ใช้กลับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภายใต้การแบนที่ดำเนินมายาวนานกว่า 10 ปี

ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า จำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มจาก 78,742 คนในปี 2021 เป็น ประมาณ 900,000 คนในปี 2024 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 11 เท่า ภายในเวลาเพียง 3 ปี แม้บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยากจะปฏิเสธว่า นโยบายแบนแบบเบ็ดเสร็จไม่บรรลุเป้าหมายในการควบคุมการใช้ แต่กลับผลักกิจกรรมทั้งหมดออกไปอยู่นอกระบบการกำกับดูแลของรัฐ

นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าและอดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เผยภายหลังมีรายงานข่าวว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอรายชื่อ “ครม.อนุทิน2” ขึ้นทูลเกล้าฯ “หากนโยบายแบนได้ผลจริง จำนวนผู้ใช้ควรลดลง ไม่ใช่เพิ่มขึ้นเป็นหลักแสนภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และปัจจุบันเชื่อว่าตัวเลขผู้ใช้น่าจะมีกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ”
เครือข่ายฯ ชี้ว่า การเติบโตของผู้ใช้ภายใต้การแบน สะท้อนว่าความต้องการของผู้บริโภคยังคงมีอยู่ แต่รัฐไม่มีเครื่องมือในการกำกับควบคุม ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพสินค้า การจำกัดอายุผู้ซื้อ หรือการให้ข้อมูลที่ถูกต้องด้านสุขภาพ แตกต่างจากสินค้าควบคุมอื่น เช่น บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่อยู่ภายใต้ระบบกฎหมายชัดเจน

นอกจากนี้ การปล่อยให้ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าดำเนินอยู่ในระบบผิดกฎหมาย ยังเพิ่มความเสี่ยงด้านสาธารณสุข เนื่องจากรัฐไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มา มาตรฐานผลิตภัณฑ์ หรือป้อง กันการเข้าถึงของเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การปราบปรามอย่างต่อเนื่องในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีการจับกุมและยึดของกลางจำนวนมาก แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐานว่าช่วยลดจำนวนผู้ใช้ลงได้จริง

“เมื่อทุกอย่างถูกผลักให้เป็นของผิดกฎหมาย รัฐเหลือเพียงมาตรการปราบปราม ล่าสุดในการแถลงข่าวของกรมศุลกากรบอกว่ามีบุหรี่ไฟฟ้าลักลอบเข้ามาจำหน่ายทุกวันจนจับไม่ไหว และแม้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะปิดกั้นเว็บไซต์ขายบุหรี่ไฟฟ้ามากถึง 4 หมื่นเว็บไซต์ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก เป็นเพียงการสร้างภาระให้เจ้าหน้าที่ และยังไม่มีกลไกคุ้มครองผู้บริโภคหรือดูแลความปลอดภัยของสังคมอื่นใดเลย” ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าว

นายอาสาฯ ย้ำว่า การเรียกร้องให้ทบทวนนโยบาย ไม่ได้หมายถึงการส่งเสริมหรือสนับสนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้า แต่เป็นการขอให้รัฐบาลใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเป็นฐานในการออกแบบนโยบายที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการดึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงเข้าสู่ระบบกำกับดูแลของรัฐ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสาธารณสุข

“ตัวเลขผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 11 เท่า ภายใต้การแบน คือสัญญาณเตือนเชิงนโยบายที่รัฐบาลใหม่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งในสมัยของรัฐบาลชุดที่แล้ว กมธ.วิสามัญฯ ของสภาผู้แทนฯ ได้ศึก ษาผลกระทบของการแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างรอบด้านพร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหา 3 ทาง โดยแนวทางที่ได้รับความเห็นชอบมากที่สุดคือการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภทเป็นสินค้าถูกกฎหมาย และควบคุมอย่างเข้มงวด” นายอาสา ระบุ

ทั้งนี้ ประเด็นข้อเรียกร้องของเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังสอดคล้องกับแนวทางการสร้างกำ แพงความมั่นคงของพรรคภูมิใจไทย ที่เน้นการดำเนินนโยบายเชิงปฏิบัติจริง มากกว่าการกล่าวอ้าง ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” ที่มุ่งปกป้องคนไทยจากภัยคุกคามที่ไม่ได้มีเพียงสงครามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายที่ไม่มีคุณภาพ เป็นอันตรายต่อทั้งสุขภาพ และเศรษฐกิจประเทศด้วย


ที่มา : https://www.facebook.com/share/1JgYFyJHpE/

สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

‘โอเบค อาเซียน อีสปอร์ต ไฮสคูล’ ดวล 2 ประเภท แชมป์ไปลุยต่างแดน

กรุงเทพฯ – ‘โอเบค อาเซียน อีสปอร์ต ไฮสคูล’ ดวล 2 ประเภท แชมป์ไปลุยต่างแดน

เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต ระดับมัฐยมศึกษา รายการ “OBEC ASEAN ESPORTS HIGH SCHOOL 2025” รอบชิงชนะเลิศ ที่จะแข่งขันวันที่ 25-26 มีนาคม 2569 นี้ ที่ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพฯ โดยมี ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เป็นประธาน ในพิธีเปิด พร้อมด้วย รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา,นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ต แห่งประ เทศไทย พร้อมคณะกรารรมการจัดการแข่งขันร่วมงานมากมาย

สำหรับการแข่งขันรอบนี้เป็น รอบชิงชนะเลิศของ ROV จากทั้งหมดที่เข้าร่วมในรอบแรก 868 ทีม ที่เป็นนักกีฬาอีสปอร์ต จากนักเรียนระดับมัธยมปลาย โรงเรียนสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ คัดจนเหลือ 16 ทีมสุดท้ายมาแข่งขันกันในรอบ Final ในรอบนี้ และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ eFootball Mobile ที่คัดเลือกจาก 1,288 คน จากนักเรียนระดับมัธยมปลาย โรงเรียนสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ ซึ่งจะมาแข่งขันกันในรอบ 16 คนสุดท้ายเช่นกัน

โดยมีเงินรางวัลการแข่งขันรวมของทั้ง 2 เกม ROV และ eFootball Mobile รวมกว่า 305,000 บาท (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน,ค่าที่พัก และค่าอาหารในการเดินทางไปต่างประเทศของทีมที่ได้อันดับที่ 1-3 ในอีก3ประเทศ) โดยการแข่งข้นรอบ Grand Final แข่งขันกันที่ ที่ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ วันที่ 25-26 มีนาคม 2569 นี้ แฟนกีฬาอีสปอร์ตจะได้ พบกับแคสเตอร์ชื่อดัง มากมายภายในงาน ที่จะมาพากย์การแข่งขันกันแบบสุดมันส์ตลอดทั้ง 2 วัน

นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันรายการพิเศษ OBEC ESPORTS ตะลุมบอนทัวร์ ROV & eFootball Mobile ที่มีเงินรางวัลรวมถึง 60,000 บาท โดยแข่งขันประเภทละ 8 ทีม โดยทีมที่แข่งขันชนะได้แชมป์กลุ่มจะรับเงินรางวัลทันที ส่วนทีมแพ้สามารถต่อคิวเพื่อลงสมัครแข่งขันใหม่ได้ตลอดทั้งวัน (เว้นกรณีที่ชนะและได้รับเงินรางวัลแล้ว จะต้องมาแข่งขันใหม่ในวันถัดไป)

งานนี้เปิดให้เยาวชน-ประชาชนทั่วไปเข้ามาเชียร์สดหน้างานให้สนั่นฮอลล์ มาให้กำลังใจอนาคตเกมเมอร์ทีมนักเรียนไทย งานนี้ชมฟรี! ตลอดงาน! หรือชมการถ่ายทอดสดที่เพจ TESF และเพจ สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กอ.รมน. เปิดอบรม “พัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร” จ.สุรินทร์ เสริมความร่วมมือทุกภาคส่วน สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน

กอ.รมน. เปิดอบรม “พัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร” จ.สุรินทร์ เสริมความร่วมมือทุกภาคส่วน สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดย สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (สมท.กอ.รมน.) เดินหน้าขับเคลื่อนการเสริมสร้างความมั่นคงในระดับพื้นที่ จัดการอบรม “หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร” ของ กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์ (พคบ.จังหวัด ส.ร.) รุ่นที่ 1 ประจำปี 2569 ณ จังหวัดสุรินทร์ โดยมีผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ในโอกาสนี้ พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ (ผอ. สมท.กอ.รมน.) ได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านมวลชนและสารนิเทศของหน่วยในพื้นที่ กอ.รมน.ภาค 2 พร้อมกำกับดูแลและประสานการปฏิบัติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายส่วนกลาง

การอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้นำองค์กรทุกภาคส่วน ให้มีความพร้อมรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งด้านความมั่นคงชายแดน ความมั่นคงภายใน และภัยพิบัติ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ภายในพิธีเปิด รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ได้ให้โอวาทแก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ พร้อมส่งเสริมให้นำองค์ความรู้ไปต่อยอด ขยายผลในพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ทั้งนี้ หลักสูตรจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–27 มีนาคม 2569 รวม 5 วัน ประกอบด้วยกิจกรรมด้านวิชาการ การศึกษาดูงาน และกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 51 คน จากหน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างมุมมองและศักยภาพของผู้เข้าร่วมอบรมอย่างรอบด้าน

ในช่วงท้ายของการอบรม ครูเพชรในตมของจังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคงกับพลโทธนาธิปฯ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ (ฝ่ายทหาร) โดยมีการหารือถึงแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม และร่วมกันขับเคลื่อนความมั่นคงของพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน

การจัดอบรมครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้ทุกภาคส่วน และร่วมกันขับเคลื่อนความมั่นคงของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เฝ้าฯ รับพระราชทานเข็มกลัดที่ระลึก ในพิธีเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบสแห่งใหม่

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เฝ้าฯ รับพระราชทานเข็มกลัดที่ระลึก ในพิธีเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบสแห่งใหม่

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ กับทอดพระเนตร นิทรรศการมูลนิธิพระดาบส โรงเรียนพระดาบส และรับพระราชทานเข็มกลัดที่ระลึก ในโอกาสที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นผู้สนับสนุนการฝึกอบรมให้แก่ศิษย์ของโรงเรียนพระดาบส และการก่อสร้างอาคารดังกล่าว โดยมี นายชาติวุฒิ ทองกัน ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, นายสิทธิชัย สุดสวาท ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ณ มูลนิธิพระดาบส อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงงาน 1 สมุทรปราการ ได้ประสานความร่วมมือ และจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาฝีมือแรงงาน ระหว่าง มูลนิธิพระดาบส กับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อร่วมมือกันจัดฝึกอบรมให้ความรู้ ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน รับ รองความรู้ความสามารถ จัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ อาทิ วิทยากร สถานที่ เครื่องมืออุปกรณ์ วัสดุ งบประมาณ ตลอดจนเทคโนโลยี ด้านวิชาการ รวมทั้งต่อยอดให้ศิษย์พระดาบสเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาข่างไม้เครื่องเรือน คว้าเหรียญทอง และสาขาประกอบมุมไม้ เหรียญเงิน ระดับ กลุ่มจังหวัดภาคกลาง

ทั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของแรง งานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต พร้อมสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป อธิบดีสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน