รัฐบาลยืนยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน !! ชี้บางปั๊มขาดช่วงจากความต้องการสูงกว่าปกติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

รัฐบาลยืนยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน !!! ชี้บางปั๊มขาดช่วงจากความต้องการสูงกว่าปกติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

วันนี้ (15 มี.ค. 69) เวลา 13.20 น. ณ ห้องประชุมชี้แจงคณะกรรมาธิการ (สส.) ห้อง CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้แทนบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายสำคัญของประเทศ อาทิ บริษัท ปตท. บริษัท บางจาก บริษัท พีที บริษัท เชลล์ บริษัท ซัสโก้ และบริษัท คาลเท็กซ์ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อติดตามผลกระทบด้านพลังงานและเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคดังกล่าว โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ที่ประชุมได้รับรายงานจากกระทรวงพลังงาน โดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานยืนยันว่า ประเทศ ไทยยังสามารถบริหารจัดการน้ำมันดิบได้เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญผู้บริหารจากบริษัทพลังงานและผู้ค้าน้ำมันรายสำคัญของประเทศเข้าร่วมการประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์จริงของการจัดหาน้ำมันและการกระจายสู่สถานีบริการ โดยทุกฝ่ายยืนยันตรงกันว่าน้ำมันหน้าปั๊มยังมีปริมาณเพียงพอ และประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลต่อสถานการณ์การขาดแคลน

ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ได้ตรวจสอบปริมาณน้ำมันสำรองทั่วประเทศในคลังน้ำมันจำนวน 53 คลัง รวม 589 ถัง พบว่ามีน้ำมันสำรองเพื่อการค้าอยู่ประมาณ 1,400 ล้านลิตร และน้ำมันสำรองตามกฎหมายประมาณ 3,400 ล้านลิตร รวมกันคิดเป็นปริมาณสำรองราว 39 วัน นอกจากนี้ ยังมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งอีกประมาณ 27 วัน และปริมาณน้ำมันที่มีสัญญาจัดหายืนยันแล้วอีกประมาณ 30 วัน ส่งผลให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองรวมขั้นต่ำประมาณ 96 วัน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งและการกระจายน้ำมัน เพื่อให้สามารถจัดสรรน้ำมันไปยังสถานีบริการทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วและเพียงพอต่อความต้องการ

ด้าน ดร.คงกระพัน อินทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. ได้เตรียมความพร้อมด้านการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง โดยมีเครือข่ายการจัดหาน้ำมันจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้งจากสหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันตก และภูมิภาคลาตินอเมริกา เพื่อรองรับความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังมีแหล่งจัดหาน้ำมันที่เพียงพอ และสามารถนำเข้าน้ำมันดิบได้อย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของ ปตท. ซึ่งดูแลกำลังการจัดหาน้ำมันประมาณร้อยละ 60 ของการใช้ทั้งประเทศ ยังคงสามารถดำเนินการจัดหาและบริหารจัดการน้ำมันได้ตามปกติ โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเติมสต๊อกและรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ผู้แทนบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายสำคัญของประเทศ อาทิ บริษัท ปตท. บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย บริษัท พีที บริษัท บางจาก บริษัท ซัสโก้ และบริษัท คาลเท็กซ์ ต่างยืนยันตรงกันว่าสามารถบริหารจัดการปริมาณน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในบางพื้นที่อาจเกิดภาวะน้ำมันหมดชั่วคราวในบางช่วงเวลา เนื่องจากความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติในระยะนี้ แต่ได้เร่งเพิ่มการขนส่งและกระจายน้ำมัน เพื่อให้สถานีบริการสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเพียงพอ

ด้านนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ พบว่าผู้ประกอบการบางส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมัน อย่างไรก็ตาม ได้มีการชี้แจงให้ผู้ประกอบการทราบว่าน้ำมันยังมีเพียงพอ โดยในบางกรณีที่รถบรรทุกขนส่งเข้าคิวเติมน้ำมันที่สถานีบริการ เนื่องจากราคาถูกกว่าการเติมผ่านผู้ค้าส่ง (Jobber) ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในบางช่วง ซึ่งภาครัฐจะพิจารณามาตรการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสมดุลในการกระจายน้ำมัน

ในช่วงท้าย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวย้ำว่า สถานการณ์น้ำมันของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีภาวะขาดแคลน โดยตั้งแต่ต้นทางของน้ำมันดิบจนถึงการกระจายสู่สถานีบริการ กระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. ได้ยืนยันว่ามีการเตรียมปริมาณน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้งานภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความกังวลของประชาชนในช่วงสถานการณ์ความไม่แน่นอนของภูมิภาค อาจทำให้เกิดการเร่งซื้อหรือกักตุน ส่งผลให้บางสถานีบริการมีน้ำมันจำหน่ายน้อยกว่าปกติในบางช่วงเวลา

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน โดยกรมธุรกิจพลังงาน ประสานความร่วมมือกับผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน และบริหารจัดการการกระจายน้ำมันให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอ และประชาชนสามารถใช้พลังงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวล


นที มีเดช รายงาน

หนุ่มใหญ่หื่น!! ขับขี่จักรยานยนต์ประกบหญิงสาวก่อนสไลด์หนอนโชว์

สงขลา/สะเดา – หนุ่มใหญ่หื่นขับขี่จักรยานยนต์ประกบหญิงสาวขณะขับจักรยาน ยนต์จะไปธุระก่อนสไลด์หนอนโชว์ ผู้เสียหายถ่ายคลิปไว้ได้ อีกรายเจอจังๆขณะเดินออกกำลังกาย พบสไลด์หนอนกับเสาไฟฟ้า พอถูกถามว่าทำอะไรกลับขับรถหนีก่อนวกกลับมาดักเตรียมสไลด์อีกรอบ คลิปถูกแชร์ในสื่อโซเชียลพบผู้เสียหายนับสิบราย วอนเจ้าหน้าที่นำตัวดำเนินคดีหวั่นเหตุลุกลามเป็นภัยสังคม

15 มี.ค.69 พ.ต.ต. ธนเดช เทพพิมพา สว.สอบสวน สภ.สะเดา ได้รับแจ้งจากนางสาวนูรฮายาตี (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาว ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ว่าเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 17.40 น. ตนเองได้ขับขี่รถจกรยานยนต์เพื่อจะไปทำธุระที่ตัวอำเภอ ขณะมาถึงบริเวณ ถ.กาญจนวนิช หน้าโรงงานแห่งหนึ่ง เขตพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.สำนักขาม
ได้มีชายคนหนึ่งสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว สวมแมสสีดำ กางเกงขายาวสีเทา ขี่รถจักรยาน ยนต์ไล่ประกบตาม พออยู่ในระยะใกล้ๆได้รูดซิปกางเกงแล้วเอาอวัยวะเพศออกมาสำเร็จความใคร่ให้เห็น ตนเองรู้สึกตกใจมากและพยายามเอาโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้ ชายดังกล่าวเมื่อเห็นว่ามีการถ่ายคลิปก็ขับขี่รถจักรยานด้วยความเร็วหลบหนีไป

“เขาขับรถตามมาจากด่านพืช ก็สงสัยว่าเราชะลอรถแล้วแต่เขาไม่แซง พอเราขับเร็วเขาก็ขับเร็ว พอเราขับช้าเขาก็ขับช้า พอหันไปดูตกใจเลยเขาเอาของลับมาโชว์ รู้สึกตกใจมากไม่คิดว่าจะมาเจอใกล้ตัวขนาดนี้เคยเห็นแต่ในคลิปในโซเชียล รู้สึกว่าเป็นภัยใกล้ตัวมากเลยความปลอดภัยในชีวิตประจำวันนี่เป็นศูนย์เลย อย่าไปไหนคนเดียว อย่าไปในที่ไม่มีคน อยากให้เจ้าหน้าที่จับตัวมาดำเนินคดี” นางสาวนูรฮายาตีฯบอก ซึ่งภายหลังคลิปดังกล่าวได้ถูกโพสต์ลงในสื่อโซเชียล และมีผู้มาแสดงความคิดเห็นซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายลักษณะคล้ายๆ กันนับสิบราย

ด้านนางสาว รสธรฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ผู้เสียหายอีกรายบอกว่าในวันเดียวกันขณะที่ตนเองเดินออกกำลังกายที่ถนนคอกแพะ ต.สำนักขาม ได้ไปพบเจอชายคนดังกล่าวกำลังยืนจอดรถจักรยานยนต์ ยืนสำเร็จความใคร่อยู่ที่เสาไฟฟ้าริมข้างทาง ตนจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือได้ถ่ายคลิปเอาไว้ เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นตนเอง ก็ได้รีบขี่รถจักรยานยนต์หนีไป ก่อนที่ชายคนดังกล่าวได้ขับรถวนกลับมาอีกครั้งเพื่อที่จะให้เราเห็น และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้ตนเองกลัวและตกใจเพราะคิดว่าชายคนดังกล่าวเมายาบ้าหรือเปล่า และอยากฝากให้ตำรวจช่วยจัดการกวดขันเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

หลังจากที่รับแจ้ง พ.ต.ต. ธนเดช เทพพิมพา สว.สอบสวน สภ.สะเดา ได้ประสานกับชุดสืบสวนฯสภ.สะเดา ลงพื้นที่และสามารถติดตามตัวชายคนดังกล่าว ทราบชื่อ นายสมยศฯ (สงวนนามสกุล )มาได้ขณะออกไปขับวิน (จักรยานยนต์รับจ้าง) ในพื้นที่หมู่ที่ 7 สำนักขาม ซึ่งหลังจากนั้นได้เชิญตัวมาสอบปากคำที่ สภ.สะเดา เพื่อหาเหตุหรือแรงจูงใจในการลงมือสำเร็จความใคร่โชว์หญิงสาว พร้อมทั้งตรวจปัสสาวะเบื้องต้นไม่พบสารเสพติด ก่อนส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.สะเดา เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

แม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวทหารกล้า ผู้เสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยชาติ

แม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวทหารกล้า ผู้เสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยชาติ

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ ร้อยเอก ศราวุธ นามสวัสดิ์ ตำแหน่งหัวหน้าชุดยิง กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 8 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสนาม ตำแหน่ง หัวหน้าชุดยิง กองร้อย ร.8201 และเป็นหนึ่งในทหารกล้าผู้เสียสละจากการปฏิบัติภารกิจ ณ สมรภูมิภูผี

โดยได้เข้าเยี่ยมครอบครัว ณ บ้านเลขที่ 199 บ้านพรสวรรค์ ตำบลกุดแห่ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อให้กำลังใจแก่ครอบครัวของวีรบุรุษผู้เสียสละจากการปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ของครอบครัว พร้อมติดตามการดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของสมาชิกในครอบครัว โดยยืนยันว่ากองทัพบกจะให้การดูแลครอบครัวของกำลังพลผู้เสียสละอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลัง ตามเจตนารมณ์ของกองทัพที่ยึดมั่นว่า “จะไม่ทอดทิ้งกันไว้ข้างหลัง”

นอกจากนี้ คณะยังได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่ สร้างความอบอุ่นและความประทับใจแก่ครอบครัวทหารกล้าและชุมชนโดยรอบ รวมถึงสายใยความผูกพันของครอบครัวทหาร และความห่วงใยที่กองทัพมีต่อกำลังพลและครอบครัวอย่างแท้จริง

#กองทัพบก #RTA #สดุดีทหารกล้า


พรพิพัฒน์ รายงาน

สภ.เมืองพัทยา โชว์ความเก๋าวางแผนจับกุม “หัวจ่าย” เครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดที่ใช้ “จีนเทา” เป็นร่างทรง

ทีมสืบสวนฯ พร้อมด้วย ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองพัทยา โชว์ความเก๋า เดินเกม “กุ้งฝอยตกปลากระโห้” วางแผนจับกุม “หัวจ่าย”เครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดที่ใช้ “จีนเทา”เป็นร่างทรง ด้วยการส่งสายลับเข้าไปทำตัวกลมกลืน จนกระทั่ง “เบี้ยเดินยา”ตายใจ ก่อนจะขอซื้อ “พอร์ตเค” ในราคา 5 พันบาท จนสามารถรวบตัวไว้ได้ ก่อนขยายผลไปค้นบ้านพัก ถึงกับผงะ เมื่อเจอ “คลังยานรก” ซุกซ่อนภายในห้องพักบนรีสอร์ทหรู ย่านพัทยาใต้
ความสำเร็จของปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด ตามนโยบายป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล ตามแนวทางการดำเนินการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ. จว.ชลบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา,พ.ต.ท.สุรเดช อิ่มใจ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท. ธเนศน์ แสงหิรัญ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา ร่วมวางแผนกับตำรวจสืบสวนชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองพัทยา นำโดย ร.ต.อ.ภูเบศ รวมทรัพย์ รอง สว.สส.สภ.เมืองพัทยา ในฐานะเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เพื่อจับกุมเครื่องข่ายยาเสพติดรายหนึ่ง ซึ่งจากการข่าว ระบุค่อนข้างแน่ชัดว่าเป็นขบวนการ “จีนเทา” นำยาเสพติด มากระจายในพื้นที่เมืองพัทยา

จากนั้น เวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 12 มีนาคม 2569 ได้ให้สายตำรวจ เข้าไปติดต่อขอซื้อพอร์ตเคจำนวนหนึ่ง ตกลงกันที่ราคา 5,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงถ่ายสำเนาเงินดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน โดยพ่อค้ายานรกชาวจีนได้นัดหมายให้ไปรับของบริเวณหน้า โอลิมปัส ซิตี้ การ์เด้น คอนโดมิเนียม ท้องที่หมู่ 10 ซอยกอไผ่ 4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อถึงเวลานัดหมาย ชายลักษณะตรงตามเป้าหมายก็ปรากฏตัวขึ้น หลังจากส่งมอบสินค้าให้สายลับแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระจายรายล้อมรอบบริเวณ จึงกรูเข้าชาร์จ ล็อกตัวไว้อย่างทันควัน ทราบในเวลาต่อมาว่าชื่อ MR. WANG XINYU อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งตกอยู่ในอาการช๊อกสุดขีด เมื่อรู้ว่าโดนซ้อนแผนจับกุม

ต่อมาตำรวจชุดจับกุมใช้อำนาจเจ้าพนักงานปราบปรามยาเสพติด ควบคุมตัว MR. WANG XINYU ไปขยายผลต่อเนื่องยังห้องพักบนชั้น 3 อาคาร A ซึ่งเป็นห้องชุดของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ที่ผู้ถูกจับกุมเช่าพักอาศัยและเป็นจุดพักรอกระจายยาเสพติด ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เจอของกลางยาไอซ์ ชนิดเกล็ดสีขาวขุ่น อยู่ในสภาพพร้อมขาย บรรจุถุงซีลสีดำ-ใส จำนวน 2 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 33.3 กรัม ,ยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาวขุ่น บรรจุถุงซิปล็อกใส จำนวน 13 ถุง น้ำหนักแต่ละถุงแตกต่างกัน รวมน้ำหนักประมาณ 18.2 กรัม นอกจากนี้ ยังตรวจพบ ยาไอซ์ผสมยาบ้า บรรจุถุงซิปล็อกใส จำนวน 1 ถุงน้ำหนักประมาณ 12.7 กรัม และยาไอซ์ บรรจุถุงซิปล็อกใส จำนวน 1 ถุงน้ำหนักประมาณ 1.5 กรัม รวมยาไอซ์ทั้งหมด น้ำหนักประมาณ 65.7 กรัม, ยาบ้าเม็ดสีแดง บรรจุถุงซิปล็อกใส จำนวน 3 ถุงๆละ 65 เม็ด, 60 เม็ด และ 30 เม็ด รวม 155 เม็ด, ยาบ้าเม็ดสีส้ม 1 ถุง จำนวน 15 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 170 เม็ด นอกจากนี้ยังมียาบ้าบดละเอียดพร้อมเสพ ด้วยวิธีรมควัน บรรจุในถุงซิปล็อกใส น้ำหนักประมาณ 4.6 กรัม

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังค้นเจอ “ยาอี”ชนิดเม็ด มีทั้งสีเขียว,สีฟ้า,สีชมพู,สีเหลือง,สีม่วง,สีเทา รวมทั้งหมด 29 เม็ด “ยาเคตามีน” ชนิดผงสีขาว จำนวน 3 ถุง น้ำหนักประมาณ 0.8, 0.8 และ 0.5 กรัม รวมน้ำหนักประมาณ 2.1 กรัม “สารเอโทมีเดท” ชนิดผงสีขาว จำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 17.8 กรัม และ บุหรี่ไฟฟ้า 2 ตัว พร้อมด้วยหัวบุหรี่ไฟฟ้า (พอตเค) จำนวน 58 หัว

พร้อมกันนี้ ยังตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ iPhone 17 Pro Max สีเทา เพื่อนำไปขยายผลเพิ่มเติมทางคดี รวมทั้งส่งไปตรวจปัสสาวะ ยังกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์และพยาธิวิทยาคลินิก โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ผลเป็นบวก มี “เมทแอมเฟตามีน”ในร่างกาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ขายสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสั่งห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และพอตเค) อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด ตามมาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และมีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เอโทมีเดท) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์ ยาบ้า ยาอี หรือเมทแอมเฟตามีน) และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ อินผดุง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาค ตะวันออก รายงาน

เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่! “งานเกษตรวลัยลักษณ์ 2569” ชูแนวคิด AgriNext ดึงนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน จัดงาน “เกษตรวลัยลักษณ์ ประจำปี 2569” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 14-23 มีนาคม 2569 ชูแนวคิด “AgriNext: เปลี่ยนเกษตรให้ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรม” มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมสู่ชุมชน หวังช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของภาคใต้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมแข่งขันในเวทีโลก

วันนี้ (14 มี.ค.69) เวลา 15.00 น. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสำนักวิชาเทคโนโลยีการ เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดพิธีเปิดงาน “เกษตรวลัยลักษณ์ ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจากนายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิด ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวต้อนรับ และ รองศาสตราจารย์ ดร.มัลลิกา เจริญสุธาสินี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวรายงาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ พันพิพัฒน์ คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษา แขกผู้มีเกียรติ หัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกรและประชาชนที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ เวทีกลาง ลานอเนกประสงค์ข้างอาคาร Next Gen มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีพันธกิจสำคัญในการสร้างองค์ความรู้เพื่อยกระดับภาคการเกษตรให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง แนวคิด AgriNext สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อน “เกษตรอนาคต” ที่ผสานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น มุ่งเน้นการทำเกษตรกรรมที่แม่นยำ (Precision Agriculture) เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) และเกษตรที่ยั่งยืน (Sustainable Agriculture) เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดความเสี่ยง และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่พี่น้องเกษตรกร

ทางด้าน นายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประธานในพิธี ได้กล่าวเน้นย้ำถึงทิศทางของภาคการเกษตรไทยว่า ในยุคที่เกษตรกรต้องเผชิญความท้าทาย ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น สภาพอากาศที่ผันผวน และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป “นวัตกรรม” จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น “กุญแจสำคัญ” ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ งานเกษตรวลัยลักษณ์จึงเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่การนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดนครศรีธรรมราชให้เข้มแข็ง

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.มัลลิกา เจริญสุธาสินี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน กล่าวว่า สำหรับการจัดงาน “เกษตรวลัยลักษณ์ ประจำปี 2569” ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรม โดยการจัดแสดงเทคโนโลยีด้านการเกษตรและอาหารที่ล้ำสมัยของมหาวิทยาลัย การสาธิตเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในฟาร์ม เวทีเสวนาวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างแนวคิดใหม่และต่อยอดสู่การปฏิบัติ การออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร สินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้านวัตกรรม เป็นต้น

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์และอัปเดตเทรนด์การเกษตรยุคใหม่ได้ในงาน “เกษตรวลัยลักษณ์ ประจำปี 2569” ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2569 ณ ลานอเนกประสงค์ข้างอาคาร Next Gen มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ติดตามข่าวสารอื่น ๆ


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

ชาวบ้านขอโชค! เจ้าพ่อไทรทอง ได้เลขเด็ดต้นโพธิ์หน้าศาล

อุทัยธานี – ชาวบ้านขอโชค!เจ้าพ่อไทรทอง ได้เลขเด็ดต้นโพธิ์หน้าศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านซับป่าพลู หมู่ 6 ต.ป่าอัอ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ใกล้กับวันหวยออกงวดวันที่ 16 มีนาคม 2569 ได้พบกับชาวบ้านเดินทางพร้อมกับนำธูปมากราบไหว้กับเจ้าพ่อไทรทอง อยู่คู่กับหมู่บ้านมานานกว่า40 ปี ได้พบกับคุณตา ชื่อนายสมาน อายุ 79 ปี เปิดเผยว่า ที่ศาลแห่งนี้อยู่คู่กับหมู่บ้านมานาน ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีชาวบ้านมาจัดงาน ฉายหนังกลางแปลงภายในหมู่บ้าน แต่ไม่สามารถจัดงานได้ รวมถึงงานบุญ ก็ไม่สำเร็จ เกิดเหตุเครื่องฉายหนังเสียหายไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดเป็นที่เล่าขานต่อกันมา ว่าเจ้าพ่อไทรทองนั้นศักดิ์สิทธิ์ จนทำให้ชาวบ้าน ต่างพากันศรัทธา และที่ผ่านมาก็ได้มาขอโชคขอลาภ ให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

หลังจากที่ชาวบ้านกราบจุดธูปไหว้เจ้าพ่อไทรทองแล้ว ได้จุดธูปเลขเสี่ยงดวงได้เลข 404 หลังจากนั้นได้มาขอเลขเด็ดที่ต้นโพธิ์ใหญ่หน้าศาล เห็นเลชัดที่กลางต้น ได้เลข 829 บางคนก็เห็นเป็น 329 พร้อมกับนำแป้งมาทาถู ได้เห็นตัวเลขต่างๆนาๆ ทั้งนี้ชาวบ้านจะนำเลขที่ได้นั้นเป็นเสี่ยงดวงในวันหวยออก หากถูกรางวัลจะนำน้ำแดงและนำสิ่งของมากราบไหว้ อย่างไรก็ตามเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

“กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรม “Smile Army” เดินหน้าสร้างความสุขและกระชับสัมพันธ์ประชาชนชายแดนไทย-กัมพูชา”

“กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรม “Smile Army” เดินหน้าสร้างความสุขและกระชับสัมพันธ์ประชาชนชายแดนไทย-กัมพูชา”

กองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าสร้างขวัญกำลังใจและเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน จัดกิจกรรมแสดงดนตรี “Smile Army” ณ ลานกิจกรรมชุมชนบ้านสายโท 6 ใต้ ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

โดย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมแสดงดนตรี “Smile Army” เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของกองทัพบกที่ให้ความสำคัญกับการดูแลขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ชายแดนควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจและความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชน แล้วเป็นงานกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชน พื้นที่ชายแดน

กิจกรรม “Smile Army” ในครั้งนี้ใช้ดนตรีเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความสุขและสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ส่งมอบความผ่อนคลายและเติมพลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนทั่วพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 นอกจากการแสดงดนตรีแล้ว กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 26 ยังได้จัดกิจกรรมบริการประชาชนที่หลากหลาย อาทิ การให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงการจัดกิจกรรมโดยชุดขุนภักดีเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติและความภาคภูมิใจในแผ่นดินไทย ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่

โดยกิจกรรมทั้งหมดมุ่งเน้นที่จะสร้างความเชื่อมั่น ความเข้าใจ และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งในการดูแลรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #SmileArmy #จังหวัดบุรีรัมย์ #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

แห่ส่องเลขเด็ด! บวงสรวง “พญานาคคู่” ยาว 75 เมตร วัดวังไทรทอง คอหวยไม่พลาดเลขธูป

เพชรบูรณ์ – ชาวบ้านแห่ร่วมพิธีบวงสรวง “พญานาคคู่” ทางเข้า วัดวังไทรทอง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ หลังสร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่องเลขเด็ดจากธูปเสี่ยงทายและเลขหางประทัด เพื่อนำไปเสี่ยงโชคงวดนี้

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณทางขึ้น วัดวังไทรทอง หมู่ 7 ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาร่วมพิธีบวงสรวง พญานาคคู่ ซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณทางเข้าวัด โดยองค์พญานาคทั้งสองมีความยาวกว่า 75 เมตร เชื่อกันว่าเป็นพญานาคราชผู้คุ้มครองพระพุทธศาสนาและประทานพรด้านโชคลาภ

ภายในพิธีมีคณะกรรมการวัดและชาวบ้านร่วมกันจัดโต๊ะบวงสรวง พร้อมตั้งบายศรี เครื่องสักการะ ผลไม้ 9 อย่าง และอาหารคาวหวาน เช่น ขนมต้ม ขนมเทียน ก่อนเชิญ นางน้ำฝน เกศวิริยะการ ร่างทรงปู่ดำแสนจันทา มาประกอบพิธีบวงสรวง เปิดดิน เปิดฟ้า และเปิดประตูทั้งสามทิศ เพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์

นางน้ำฝน เปิดเผยว่า การทำพิธีครั้งนี้เป็นการบวงสรวงพญานาคราชทั้ง 2 องค์ หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ เพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้รับรู้ และขอให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในการสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยพิธีได้จัดตามที่องค์พญานาคต้องการ ได้แก่ ธัญพืช 9 อย่าง ขนมต้ม ขนมเทียน และจุดธูปเปิดภูมิ 52 ดอก
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีต่างร่วมร่ายรำถวายองค์พญานาคเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เมื่อเสร็จพิธี หลายคนไม่พลาดพากันไปส่อง ธูปเสี่ยงทาย บริเวณหน้าโต๊ะบวงสรวง บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพ ขณะที่บางคนจดเลขกันอย่างตั้งใจ

โดยเลขที่ชาวบ้านมองเห็นจากธูปเสี่ยงทายคือ 648 ส่วนเลขหางประทัดที่จุดในพิธีปรากฏเป็นเลข 45 และ 637 ทำให้คอหวยต่างนำไปหาซื้อลอตเตอรี่เพื่อเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังเล่าว่า นับตั้งแต่สร้างพญานาคคู่บริเวณทางเข้าวัดวังไทรทองแล้วเสร็จ ได้มีชาวบ้านถูกลอตเตอรี่จากการมาขอพรและส่องเลขกันมาแล้ว ติดต่อกันถึง 2 งวด ทำให้ยิ่งมีผู้คนหลั่งไหลมาขอพรและร่วมพิธีอย่างต่อเนื่อง.


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

รวบแล้วโจรควงปืนชิงทองห้างดังนครปฐม ได้ของกลางคืนครบ 23 เส้น

นครปฐม – ตำรวจภาค 7 ตำรวจนครปฐม ไม่ถึง 3 วัน ตามรวบผู้ต้องหาควงปืน ชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างดังนครปฐม ได้ของกลางคืนครบ 23 เส้น หลังก่อเหตุผู้ต้องหาหลบหนีกบดานเข้าบ้านพักย่านบ้านแพ้ว

วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นคร ปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก. สส.ภ.7, พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดม ผกก.กก.1 บก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ. จว.นครปฐม, พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.บก.กค.ภ.7, พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7, พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก. สส.สภ.เมืองนครปฐม,ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.7 ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครปฐม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม

ได้ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างดังนครปฐม คือนายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ที่อยู่ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.278/2569 โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ในเวลา กลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการ ใด ๆ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้า หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

พร้อมของกลางในคดี อาวุธปืน แบลงค์กัน ยี่ห้อ โซรากิ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกล่องใส่อาวุธปืน หมวกกันน็อก แบบเต็มใบ สีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น สปาร์ค สีดำ คันหมายเลขทะเบียน ขลน 428 ราชบุรี เสื้อผ้า-เครื่องแต่งกาย ที่ผู้ต้องหาใช้ในวันก่อเหตุ สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 23 เส้น มูลค่า 3,680,000 บาท โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
สืบเนื่องเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.27 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 1 คน ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างดังนครปฐม โดยคนร้ายได้ สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าและแต่งกายเพื่ออำพรางตัว ก่อนเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งนครปฐม จากนั้นได้ใช้อาวุธปืน ยิงข่มขู่พนักงานร้านทอง แล้วปีนเข้าไปทุบกระจกตู้แสดงสินค้า ก่อน นำเอาสร้อยคอทองคำ น้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น น้ำหนักรวม 46 บาท มูลค่าประมาณ 3,680,000 บาท แล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ภายหลังจากก่อเหตุ คนร้ายได้ ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนี ออกจากบริเวณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี นครปฐม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งทำการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานสอบสวนจึง ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อ ศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อขออนุมัติหมายจับ ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมี คำสั่ง ออกหมายจับเลขที่ จ.278/2569 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2569

ทางชุดสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุ อยู่ภายในบ้านพักหลัง ดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ทราบ ก่อนทำการจับกุมตัว

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุได้มาดูลาดเลาก่อนก่อเหตุ 1วันเพื่อหาจังหวะลงมือก่อเหตุ และหลังก่อเหตุ ระหว่างหลบหนีได้เปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดเส้นทาง และขี่รถจยย.วนไปวนมาเพื่อหลอกเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่สืบสวนออกหาเบาะแสจนสามารถจับกุมตัวได้ ในชั้นจับกุม ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไปตรวจค้นภายในบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งสามารถตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

“สภท.” ร่วมกับรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จัดตรวจสุขภาพฟรี! สื่อมวลชน เนื่องใน “วันนักข่าว”

“สภท.” ร่วมกับรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จัดตรวจสุขภาพฟรี! สื่อมวลชน เนื่องใน “วันนักข่าว”

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ณ ที่ทำการสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย สี่แยกการเรือน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร : นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.61ปี) กล่าวถึงการจัดกิจกรรมการตรวจสุขภาพเนื่องในโอกาส “วันนักข่าว 5 มีนาคม” ประจำปี 2569 โดยสมาคมฯ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรี! ให้กับสมาชิกสมาคมฯ-สื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

โดยกำหนดจัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00–14.00 น. ณ สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 299 ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน” ตามนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางกรุงเทพมหานคร ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึง

พร้อมกันนี้ขอขอบคุณ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ที่มอบอาหารกล่อง และข้าวปั้นญี่ปุ่น,บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด ที่มอบน้ำดื่ม เซเว่น มาให้บริการผู้ร่วมตรวจสุขภาพ และขอขอบคุณ สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย,นายอรรถการ ตฤษณารังสี ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่,คุณมาลี มหาเจริญสิริ และศูนย์สายตาทรีเฟรนด์ ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมสมาคมฯ และขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการกิจกรรมในครั้งนี้

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)

สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน