เดอะโฮปสงขลาไม่ทน โร่พบผู้กำกับการ 9 ตำรวจตระเวนชายแดน หลังพบคดี ด.ต.ทารุณกรรมสุนัขไม่คืบ

สะเดา/สงขลา – เดอะโฮปสงขลาไม่ทน โร่พบผู้กำกับการ 9 ตำรวจตระเวนชายแดน หลังพบคดี ด.ต.ทารุณกรรมสุนัขไม่คืบ อีกทั้งแนวโน้มส่อสุนัขถูกทำร้ายทารุณกรรมเพิ่ม ลั่นตอนนี้พยานแสดงตัวแล้วคดีไม่คืบอีก “กฎหมายมีไว้ทำไมล่ะคะ”

2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ค่ายท่านมุก กองกำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นางสมคิด บุหงาชาติ ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลา (The hope Songkhla) ได้เข้าพบ พันตำรวจเอก เชษฐ์วิทย์ นีระฮิง ผู้กำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อยื่นหนังสือขอให้สอบสวน กรณีที่มีการร้องเรียนว่า ตำรวจยศ ‘ด.ต.’ ก่อเหตุทารุณกรรมสุนัขที่มีเจ้าของและสุนัขจรจัด ประมาณ 20-30 ตัว โดยมีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบไปแล้ว แต่ในด้านของคดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

นางสมคิดฯบอกว่า ก่อนหน้านี้มีประชาชนร้องเรียนไปยังกลุ่มเดอะโฮปสงขลาว่า ในพื้นที่ค่ายท่านมุก มีการวางยาและยิงสุนัขตายระหว่างเดือนมิถุนายน 2568 – ตุลาคม 2568 ประมาณ 20-30 ตัว ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ ยศ ด.ต. ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในค่ายท่านมุก และเลี้ยงไก่อยู่บริเวณบ้านพัก เกิดความโมโหที่ไก่ของตัวเองถูกสุนัขกัดตาย จึงก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้สุนัขที่ถูกวาง ยาหรือถูกทำร้ายส่วนหนึ่งเป็นสุนัขจรจัด และส่วนหนึ่งก็เป็นสุนัขที่มีเจ้าของ

ซึ่งทราบข้อมูลจากแหล่งข่าวบอกว่า เคยได้ยิน ด.ต.คนดังกล่าวพูด “ถ้าสุนัขกัดไก่ ก็ต้องมีการตายเกิดขึ้น” หลังจากนั้นก็พบว่า มีสุนัขถูกวางยาและยิงตาย เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค. ถึงปัจจุบัน รวมแล้วกว่า 20-30 ตัว จึงถือว่าเป็นการทารุณกรรม มีความผิดตาม มาตรา 20 พ.ร.บ. ทารุณกรรมสัตว์ฯ และมีความผิดตามประมวลอาญา มาตรา 157

ก่อนหน้านั้นเราเคยเข้ามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมโดยพบกับผู้กำกับคนก่อน ได้ยื่นเอกสารขอให้ท่านชี้แจงปัญหาการวางยาเบื่อและยิงสุนัขในค่าย ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าอยู่ในระหว่างการหาข้อเท็จจริงเพื่อจะแจ้งให้ทางเดอะโฮปทราบ จนวันที่ 27 มกราคม ได้มีเหตุยิงสุนัขอีกตัวนึง

โดยก่อนหน้านั้นเราไม่ได้รับแจ้งว่าความคืบหน้าในการสอบสวนเป็นอย่างไรในวันนี้เราจึงมาเพื่อนำหนังสือให้ทางผู้กำกับคนใหม่ ให้ท่านได้ชี้แจงว่า ต่อไปนี้เราจะดำเนินการอย่างไรในการแก้ปัญหาสุนัขถูกวางยาหรือยิงในค่ายฯ

สำหรับการแจ้งความในครั้งนี้กับสุนัขซึ่งโดนยิงชื่อ “ข้าวเหนียว” ไม่สามารถระบุคนกระทำได้แต่เหตุการณ์ครั้งที่ผ่านมาประมาณเดือนตุลาคมมีการยิงสุนัขตัวนึง ซึ่งพยานมีความพร้อมแล้วโดยจะมีการแจ้งความเพิ่มเติมและเพิ่มกับเคสล่าสุด ซึ่งเป็นต่างกรรมต่างวาระ โดยทางเดอะโฮปสงขลาจะช่วยเหลือในการแจ้งความ จริงๆ แล้วมันควรที่จะเป็นกรณีเร่งด่วนกับกรณีที่ผ่านมา พอมีความล่าช้าเลยมีผลกระทบต่ออย่างเช่น น้องข้าวเหนียวทำให้เกิดอันตราย เจ้าของต้องเสียเงินในการรักษา ซึ่งเราได้ชี้แจงท่านผู้กำกับให้กับผู้ที่เลี้ยงไก่ในบริเวณนี้ ไม่ให้ไก่ออกมานอกพื้นที่

สำหรับคดีคิดว่าน่าจะมีความคืบหน้าเพราะพยานกล้าแสดงตัวแล้ว โดยก่อนหน้านี้พยานไม่กล้าแสดงตัวเพราะเห็นว่าเป็นหน่วยงานเดียวกัน แต่ ณ วันนี้สุนัขตายและมีจำนวนเยอะมากกว่า 30 ตัว ก็เกิดรวมกันเป็นปึกแผ่นได้แล้ว ที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะฉะนั้นการย้ายไม่ใช่การแก้ปัญหา การแก้ปัญหาคือเราต้องเอาคนที่กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ ไม่งั้นจะมีกฎหมายไว้เพื่ออะไร เรามีกฎหมายพระราชบัญญัติป้องกันการทำทารุณกรรม โทษจำคุก 2 ปีปรับ 4 หมื่น ต่างกรรมต่างวาระ หากยังไม่มีความคืบหน้าเราต้องคิดว่ากฎหมายมีไว้ทำไมล่ะคะ ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลา ( The hope Songkhla ) บอกทิ้งท้าย

ทั้งนี้ เดอะโฮปสงขลา ได้แนะนำการแก้ไขปัญหาต้นเหตุของสุนัขจรจัดในพื้นที่ค่ายท่านมุก ที่มีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ โดยให้จัดโครงการทำหมัน และปล่อยให้มีสุนัขชุมชน เพื่อเป็นกันชนไม่ให้สุนัขจากที่อื่นเข้าไปอยู่อาศัย

นายณุภัทรณีย์ พิทักษ์วง์อรุณ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขที่ถูกวางยาจนตาย บอกว่าลักษณะการวางยาคือมีการเอาข้าวใส่ถุงคลุกกับไก่ย่างเป็นก้อนๆซึ่งลักษณะแบบนี้จะเป็นทุกเคสที่มีน้องหมาตาย คือจะเห็นแบบนี้ตลอด ซึ่งในวันที่หมาตัวเองตายประมาณ 05.00 น.ก็เห็นคนก่อเหตุเดินมาและลักษณะถุงข้าวก็เป็นแบบเดิม มีน้องหมาที่ตัวเองเลี้ยงไว้ไปกิน ก็คิดว่าน้องออกไปเดินปกติ จนกระทั่งประมาณ 7 โมงก็เรียกน้องเข้าบ้านซึ่งทุกๆตัวเข้าบ้านหมด แต่มีเจ้ากาแฟไม่เข้ามา พอเดินเข้าไปดูก็พบว่าถูกวางยาคือลักษณะเหมือนกับหมาจรตัวอื่นๆที่เคยโดน ส่วนหมาอีกตัวที่เคยเลี้ยงไว้ก็ตายซึ่งลักษณะมีคราบเขียวๆ ที่ปากและก้น จึงเชื่อว่าไม่ได้ตายธรรมดาแต่ตายเพราะถูกวางยา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นไม่ได้มีการแจ้งความเพียงแค่ร้องเรียนไปทางหน่วยเหนือของกำลังพลนี้ และทราบว่ามีการจัดคณะกรรมการสอบกันภายใน แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในรายรายละเอียด แต่ได้ยินแว่วๆว่าอาจไม่ถูกใจผู้ร้อง “ตอนนี้สื่อในสังคมที่เห็นจะด่าหมา ว่าถ้าหมาไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์วางยา แต่อยากให้ทุกคนหันมามองว่า หมาที่โดนวางยาตายเป็นหมาที่มีเจ้าของ

ซึ่งเคยมีเคสนึงมีหมาซึ่งเป็นของแม่บ้านตำรวจไปกัดไก่เค้า ก็มีการจ่ายค่าเสียหาย แต่กรณีนี้ไม่มีการพูดถึง แต่พอหมาเราไปกัดไก่เค้าพอลงข่าวคนก็มาด่า เรารู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งไก่เค้าเลี้ยงแบบปล่อยปละละเลย เลี้ยงแบบปล่อย ส่วนหมาเราล่ามไว้หรืออยู่ในกรง พอไก่วิ่งมาหมาก็ไปหยอก และเราก็ได้พูดแล้วว่าหากเป็นหมาเราหรือหมามีเจ้าของให้มาแจ้งเรายินดีชดใช้ค่าเสียหาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาไม่มาแจ้งกลับวางยาหรือแอบยิง ทั้งที่หมาเราไม่ได้ไปกัดไก่เขาเลย รู้สึกเสียใจนะเราเลี้ยงหมาก็รักหมาเรา เขาเลี้ยงไก่ก็เข้าใจว่าเขารักไก่เขา แต่หมาเราไม่มีพฤติกรรมแบบนั้น และบอกเขาแล้วว่าหากเป็นหมาเราก็จะรับผิดชอบ แต่นี่เขากลับวางยาเบื่อแบบสุ่ม วางไปทั่ว นับได้กว่า 20 ตัว บางตัวเราขุดหลุมฝังเองด้วยซ้ำสามารถไปชี้จุดได้เลยว่าฝังตรงไหนบ้าง และแม้ว่าอาจจะไม่เห็นตอนเขาวางยาแต่เมื่อมีหมาตาย ใครๆก็พูดชื่อได้เลยว่าคนนี้เป็นคนทำ นายณุภัทรณีย์ฯบอก

ด้านพันตำรวจเอก เชษฐ์วิทย์ นีระฮิง ผู้กำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เปิดเผยว่าตนเองในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่ได้ปกป้องลูกน้องหรือกำลังพลที่ก่อเหตุ เบื้องต้นจะเรียกผู้สงสัยก่อเหตุมาพูดคุย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ส่วนที่เกิดขึ้นแล้วหากมีหลักฐานพยานก็ว่ากันไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพร้อมที่จะดำเนินการต่างๆเพื่อเป็นการจัดระเบียบสุนัขตามที่เดอะโฮปสงขลาแนะนำต่อไป


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

พบศพหนุ่มชาวรัสเซียถูกฆาตกรรม หั่นร่างแยกชิ้นส่วนฝังดินในไร่มันสำปะหลัง ด้านมารดาเหยื่อเผย หลังลูกชายหายตัวถูกบุคคลปริศนาส่งข้อความข่มขู่เรียกเงินดิจิตอลแลกชีวิต

พบศxหนุ่มชาวรัสเซียถูกฆาxกรรม หั่นร่างแยกชิ้นส่วนฝังดินในไร่มันสำปะหลัง ด้านมารดาเหยื่อเผย หลังลูกชายหายตัวถูกบุคคลปริศนาส่งข้อความข่มขู่เรียกเงินดิจิตอลแลกชีวิต!

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 1 ก.พ.2569 พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ ได้นับแจ้งพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกฝังดินอยู่ในไร่มันสัมปะหลัง ซอยพัฒนาการ 4 ต.หนองปรือ อ.บาง ละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.ธนา วิเศษชัย รอง ผกก.สส.สภ.หนองปรือ พ.ต.ท.ธัชกร ไชยสิทธิ์ นักวิทยาศาสตร์ (สบ.3) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 นำกำลังตำรวจสืบสวนภาค 2, ตำรวจสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี, ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ในไร่มันสำปะหลัง มีป่าหญ้าขึ้นรกทึบ ห่างจากถนนประมาณ 50 เมตร พบชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ อาทิ แขน ขา ลำตัว และอวัยวะภายใน ถูกแยกบรรจุใส่ถุงพลาสติกสีดำ และขุดหลุมฝังไว้หลายจุด ส่วนศีรษะถูกพบในป่าไม่ไกลกันนัก นอกจากนี้ยังพบเอกสารผู้ตาย ระบุชื่อคือนายมิคาอิล เยเมลยานอฟ อายุ 29 ปี สัญชาติรัสเซีย รวมถึงเสื้อผ้า สายชาร์จแบตโทรศัพท์ อุปกรณ์เสพกัญชา และกระเป๋า ถูกใส่ถุงดำฝังไว้ใต้ดินเช่นกัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนมอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด ส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนแนวทางการสืบสวนทราบว่าเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา นางลาซาเรนโก โอลกา อนาโตลเยฟนา อายุ 52 ปี สัญชาติรัสเซีย ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ให้ช่วยตามหา นายมิคาอิล เยเมลยานอฟ อายุ 29 ปี ลูกชายชาวรัสเซีย ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งก่อนที่จะหายตัวลูกชายได้โทรศัพท์มาหาพร้อมกับแจ้งว่าจะไปหา นายยาโรซาฟ เดมิดอฟ อายุ 35 ปี กับนายดมิทรี มาสกาเลฟ อายุ 38 ปี ชาวรัสเซีย ที่จะร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน จากนั้นจึงขาดการติดต่อไป

ในเวลาต่อมานางลาซาเรนโก ได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน Telegram จากบุคคลลึกลับ มาข่มขู่เรียกเงินสกุลเงินดิจิทัลให้ใช้หนี้จำนวน 4 ล้านบาท เพื่อแลกกับความปลอดภัยของลูกชาย และมีการติดต่อเจรจากันอยู่หลายครั้ง กระทั่งมาพบว่า ลูกชายมากลายเป็นศพถูกฆ่าหั่นแยกอวัยวะฝังดิน ในไร่มันสำปะหลังดังกล่าว

จากการตรวจสอบข้อมูลที่พักของนายดมิทรี กับนายยาโรซาฟ 2 ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ พบว่าเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ทั้งคู่ได้เข้าพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท กรุงเทพมหา นคร จึงติดตามไปจับกุมไว้ได้ และอยู่ในระหว่างการควบคุมตัวมาสอบสวน ซึ่งรายละเอียดความคืบหน้าของคดีและแรงจูงใจในการฆาตกรรมในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวจะได้นำมาเสนอต่อไป


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าวภาคตะวันออก รายงาน

ผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

ผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และ นาย โชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พร้อมด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สัง เกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ที่ซุ้มพุทธมามกะ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชา ชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเดินทางกลับไปทำงานต่างจังหวัด

โอกาสนี้ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนชาวไทย และชาวจังหวัดนครปฐมออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนเองมีชื่ออยู่ ซึ่งในครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่

สำหรับจังหวัดนครปฐม แบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 6 เขต มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 1,274 หน่วย ในส่วนผู้มาลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง 37,380 คน ในเขตเลือกตั้ง 985 คน รวมทั้งสิ้น 38,365 คน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รองผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

รองผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.30 น. นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนคร ปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ณ บริเวณข้างหอประชุมอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขตเลือกตั้งที่ 5 ของจังหวัดนครปฐม

โดยมีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธาน กกต.เขต 5 นครปฐม พร้อมด้วย นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ผอ.กกต.เขต 5 นครปฐม และอนุกรรมการฯ ให้การต้อนรับการตรวจเยี่ยม/การสังเกตการณ์ในครั้งนี้

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีและอำเภอพุทธมณฑล แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้า


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

งานวันรำลึกบรรพชนมอญผู้ยิ่งใหญ่อลังการ ขบวนแห่ยาวกว่า 1 กิโลเมตร

สุพรรณบุรี – พ่อเมืองสุพรรณ ประธานในงานวันรำลึกบรรพชนมอญ ครั้งที่ 79 “สิรินาถรามัญญานุสรณ์ มอญไทยรวมใจถวายพระราชกุศลเเด่พระพันปีหลวง”

ที่วัดสระบัวทอง ตำบลบ้านโข้ง อำเภออู่ทอง ได้จัดงานวันรำลึกบรรพชนมอญ ครั้งที่ 79 “สิรินาถรามัญญานุสรณ์ มอญไทยรวมใจถวายพระราชกุศลเเด่พระพันปีหลวง” จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มี พระครูประภัศร์สุวรรณคุณ เจ้าอาวาสวัดสระบัวทอง, นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี, นายเศกสรรค์ สุมนตรี ประธานชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพฯ, นางสาวสราวดี สนเผือก นายอำเภออู่ทอง, นายนพคุณ สุนทรหงส์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณ บุรี, ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัด, ผู้แทนสาธารณสุขจังหวัด, ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานชมรมมอญฯ เครือข่าย 11 ชาติพันธุ์จังหวัดสุพรรณบุรี สมาคมไทยรามัญ อบจ. อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สื่อมวลชน และประชาชนชาวมอญในพื้นที่เข้าร่วมงานจำนวนมาก กว่า 500 คน ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานในพิธีได้นำผู้เข้าร่วมงาน กล่าวถวายความอาลัยและยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนเริ่มพิธีการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า เป็นที่รู้กันดีในทางประวัติศาสตร์ว่ามอญเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ร่วมสร้างบ้านเมืองแปลงเมืองจนมาเป็นสยามหรือประเทศไทยในปัจจุบัน จนเมื่อกาลเวลาผ่านไป ชาวมอญในประเทศไทยได้ย้ายถิ่นฐานทำมาหากินจนมีชุมชนมอญอยู่ถึง 37 จังหวัด งานวันรำลึกบรรพชนมอญในวันนี้ไม่ใช่เพียงงานเทศกาล หากเป็นการกลับมาพบกันของครอบครัวใหญ่ ครอบครัวมอญ ที่มีทั้งพี่น้องจาก สุพรรณบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร ลพบุรี บางท่านมาไกลจากลำพูน เรียกได้ว่ามาจากชุมชนมอญทั่วประเทศไทย หรือแม้แต่พี่น้องจากเมียนมาที่มาทำงานในบ้านเรา ในฐานะที่มีสายเลือดมอญปากลัด (ปาก-ลัด ชาวไทยเชื้อสายมอญที่อาศัยอยู่บริเวณอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ) รู้สึกอบอุ่นใจอย่างยิ่งที่ได้มาต้อนรับพี่น้องมอญ ณ แผ่นดินสุพรรณบุรีแห่งนี้

ในนามจังหวัดสุพรรณบุรี งานนี้ยังถือเป็นเวทีที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน เพราะมีร้านค้าจากผู้ประกอบการทั้งในจังหวัดสุพรรณบุรีและจากชุมชนมอญจังหวัดอื่น ๆ มาร่วมจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นบ้าน สร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชน ขอเชิญชวนทุกท่านไปสัมผัสเสน่ห์ของสุพรรณบุรีต่อ ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมวิวที่สกายวอล์คอู่ทอง หรือแวะไหว้พระที่ยอดหน้าผาแกะสลักพระใหญ่ พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ รวมทั้งวัดศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดสุพรรณบุรีที่มีความเกี่ยวข้องกับมอญ เช่น วัดป่าเลไลก์วรวิหาร ทุกวันนี้ยังมีโบสถ์มหาอุตม์ซึ่งมีบันทึกว่า “มอญน้อย” เป็นผู้บูรณะปฏิสังขรณ์ อีกทั้ง เชิญชวนเลือกชมเลือกซื้อสินค้าเกษตรจากฟาร์มใกล้เคียง เพื่อให้การมาเยือนสุพรรณบุรีครั้งนี้เป็นทั้งการรำลึกบรรพชนและการท่องเที่ยวที่อบอุ่นใจ อีกด้วย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สามพี่น้องพ่อค้ายาเสพติดถูกรวบเพราะสุนัขตำรวจตามดมกลิ่นยาเสพติด

สุพรรณบุรี – ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี นำ กำลังพร้อมสุนัขชุดหมวดสุนัขพระราชทาน สุนัข K9 ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนตรวจค้นยาเสพติด กองกำกับการถวายอารักขา ตำรวจภูธรภาค 7 ตามดมกลิ่นยาเสพติด สามารถจับ 3 พี่น้อง ได้ของกลางยาเสพติด ยาบ้า เกือบ 30,000 เม็ด , ยาไอซ์ เกือบ ครึ่ง กิโล และอาวุธปืนขนาด 9 มม.ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก กระสุน 72 นัด

จากการเปิดเผยของ พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ว่าเมื่อกลางดึกวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.อ. ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.สืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี, พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ ศรีวิบูลย์ สว.กก.สส.ฯ, ร.ต.อ.นิวัต สุขกิจ รอง สว.กก.สส.ฯ, ร.ต.อ.อำนาจ ชื่นชูศรี รอง สว.(สส.)ฯ, ร.ต.ท.เนตร นรสิงห์ รอง สว.(สส.)ฯ, ว่าที่ ร.ต.ต.ปิยวิทย์ เจริญพานิชเสรี ผบ.มว.คฝ.ฯ พร้อมกำลังตำรวจ. กก.สส.ชป.3 ชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.สุพรรณบุรี ชุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหญ้าไซ และสุนัขตำรวจ กก.ถปภ ภ.7 ลงพื้นที่สืบสวนจับกุมยาเสพติดพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ หลังจากสืบทราบว่าที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 2 ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลัง พร้อมด้วยสุนัขดมกลิ่น K 9 เข้าไปตรวจค้น แต่คนในบ้านไหวตัววิ่งหลบหนีออกไปหลังบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดและสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ ทราบชื่อนายสมเกียรติ หรือเกียรติ อายุ 59 ปี นายทวี หรือจ้อน อายุ 61 ปี และนายสวิง หรือแว่ว อายุ 52 ปี ทั้ง 3 คน นามสกุลเดียวกันและเป็นพี่น้องกันด้วย จากการตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบของกลางยาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าผู้ต้องหาต้องนำเอายาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณบ้านอย่างแน่นอน จึงได้ให้ (สุนัขตำรวจ 2 นาย ประกอบด้วยสุนัขตำรวจตรี ไข่หวาน และ สิบตำรวจตรีไข่ตุ๋น) ปฏิบัติการดมกลิ่นเพื่อตามหาของกลางยาเสพติด ไปตามจุดต่างๆ แล้ว สุนัขทั้ง 2 ก็ พาเจ้าหน้าที่ไปที่ท่อลองปูนคอนกรีต แบบน่าสงสัย พอก้มไปดูลองปูน พบกับถังพลาสติดสีส้ม ซุกซ่อนอยู่ในลองปูนข้างบ้าน จึงนำออกมาเปิดดูพบยาเสพติด ยาบ้า 2 มัด และ อีก 2 ห่อ รวมถึงในกระเป๋า มียาไอซ์ อีก 2 ถุง และสุนัขตำรวจยังพาไปที่คอกวัว พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ใต้รางให้อาหารวัวเพิ่มอีก

ซึ่งของกลางที่พบทั้งหมด ประกอบด้วย ยาบ้า จำนวน 29,860 เม็ด ยาไอซ์ หนัก 485.81 กรัม นอกจากนี้ยังค้นพบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 72 นัด ซ่อนอยู่ในถังขยะหน้าบ้าน เครื่องชั่งดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง รถยนต์ ยี่ห้อ ISUZU สีเทา 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

สอบสวนนายสมเกียรติ หรือเกียรติ ผู้ห้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดทั้งหมดซื้อมาจากนายหนึ่ง ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง บ้านอยู่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อนำมาแบ่งขายให้กับนักเสพในพื้นที่ มานานแต่วันนี้โชคไม่ดีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพาสุนัขตำรวจมาตามดมกลิ่น ตรวจค้นจนพบของกลางยาเสพติดดังกล่าว จึงถูกจับได้ทั้ง 3 พี่น้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา 3 พี่น้อง พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ. หนองหญ้าไซ ดำเนินคดี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

หกล้อ ซิ่งฝ่าไฟแดงชนจยย.ดับคาที่

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 1 ก.พ.2569 พ.ต.ต.เจริญทรัพย์ โพธิ์พระ สว.สอบสวน สภ.สาม พราน จ.นครปฐม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันที่แยกไฟแดงคลองใหม่ ต.คลองใหม่ อ.สาม พราน จึงไปตรวจสอบพร้อม มูลนิธิกู้ภัยพรานพิทักษ์ ที่เกิดเหตุฝั่งมุ่งหน้าเข้านครปฐม เลนขวาสุดพบรถบรรทุก หกล้อตู้ทึบ ทะเบียน 73-4701 นครปฐม จอดอยู่ ที่หน้ารถทับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีลาโน่ 9 ขพ 4622 กทม. ห่างออกไป พบศพ น.ส.ผึ้ง สุจจิตร์จูล อายุ 30 ปี คนขับรถจยย.สภาพแขนขาหัก จึงมอบศพให้มูลนิธิกู้ภัยพรานพิทักษ์ ส่งศพชันสูตรอย่างละเอียด ที่รพ.สามพราน

จากการตรวจสอบ กล้องวงจรปิด ที่เกิดเหตุพบว่า รถจยย.ผู้ตายจอดรอไฟแดงอยู่จากเส้นทางถนนสายคลองใหม่ พอได้สัญญาณไฟเขียวจึงขับออกตัวจะเลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรเกษมไปทางสามพราน ส่วนรถบรรทุกหกล้อคู่กรณีมาจากทางสามพรานขับมาเลขที่ 3 เป็นสัญ ญาณไฟแดงแต่ไม่หยุดรถ ทำให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์เข้ากลางคัน และผู้ขับขี่รถจยย. กระเด็นไปไกลจนเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ตรวจสอบที่เกิดเหตุและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเชิญตัวคนขับรถบรรทุก 6 ล้อและพยานที่เห็นเหตุการณ์ สอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างแท้จริง ตามขันตอนกฎหมายต่อไป


จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม (Wonder Kids Club) อบรม นักข่าวรุ่นเยาว์

ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม (Wonder Kids Club) อบรม นักข่าวรุ่นเยาว์

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ The Spheres ถนนเพชรเกษม อ.อ้อมน้อย จ.นครปฐม ชมรมเด็กสร้างสรรค์สังคม (Wonder Kids Club) โดย นางสาวชมพูนุท จินตอาจารีย์ ประธานชมรมฯ จัดอบรมนักข่าวรุ่นเยาว์ Young Reporter Training (Basic)

มีผู้เข้าอบรมประกอบด้วย
1.นายธนทวฤช มิ่งมิตรวิบูลย์ โรงเรียนราชดำริ
2.นายภูมิ ขยันกิจ สาธิต มศว.ประสานมิตร
3.นายกวินภพ บัวสิม โรงเรียนราชดําริ
4.นางสาว พัชชาพลอย ชัยศิริพร โรงเรียนราชดำริ
5.นางสาวธนัชพร สอนขยัน โรงเรียนนาหลวง
6.นางสาวกัณภัทร ชมภูโคตร โรงเรียนสุวรรณพลับพลาพิทยาคม
7.นายมุนินโท โคนชัยภูมิ โรงเรียนวัดราชบพิธ
8.ด.ช.อธิเดช โคนชัยภูมิ โรงเรียนวัดราชบพิธ
9.นางสาวกัญญารัตน์ งดงาม
10.นายชาฮีนาซ อาแด โรงเรียนสตรีอิสลามวิทยามูลนิธิ
11.นายอัฐวีร์ วณิชเดชารัชต์ โรงเรียนนันทบุรีวิทยาลัย
12.นายพัชรา วัดถุมา โรงเรียนสังขะ
13.นายนพคุณ เหมวิริยะ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล
14.นายธนกฤต สุคนธานนท์ สารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล
15.นางสาวขวัญจิรา แสนงาม โรงเรียนสีออศิลปศาสตร์
16.นายธนกฤต เกษรทับทิม โรงเรียนสารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล
17.นายณัฏฐ์พัชร์ บุตรสามบ่อ สารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล
18.นายชยานันต์ ธนัญชยานนท์ สารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล
19.นางสาวศศิวิมล วัณณะสุต สารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล
20.เด็กหญิงซาบีร่า มีนา อัญสัมชัญคอนแวนต์สีลม
21.นางสาววาสนา เนื่องทวี โรงเรียนสายปัญญารังสิต
22.นายสหรุจ ไตรภู่ สารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล
23.นายภูพิรัฐ พระนอนข้าม เอกอโยธยา
24.นางสาวสุพิชญา พระนอนข้าม จอมสุรางค์อุปถัมภ์
25.นายธรรมธร บูชาพันธ์ สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
26.นายวิมาน ธูปทอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
27.นางสาวกุลชญา สีสนทอง โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา
28.นางสาวนิชาภัทร ยังโยมร สารสาสน์วิเทศศึกษา
29.นายปุญชรัสมิ์ พนมรัมย์ สถาบันการบินพลเรือน
30.นายพชรพล ดีศรี เทคโนโลยีภาคตะวันออก อี.เทค ชลบุรี
31.นางสาว วณิชญา วงศ์วิริยชาติ โรงเรียน พานทอง
32.ด.ญ.ปรัชญมล ชูตระกูล วัฒยาวิทยาลัย
33.นางสาวชลธิชา นามเมือง โรงเรียนสารสาสน์วิเทศธนบุรี
34.นางสาวนิชาภา รอดกลิ่น โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม
35.นางสาวธนัญฌา พูทอง โรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี
36.นางสาวกมลวรรณ นาเมือง โรงเรียนพรหมานุสรณ์
37.ดช.วิชยศักดิ์ ฉินเจนประดิษฐ์ ศูนย์การเรียนรู้พชระ
38.นางสาวอัณศยา สวัสดิ์รุ่ง โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์
39.นางสาวอาภัสรา ไหลจำปี โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์
40.คุณภัทร ทัศไนยเธียรกุล หอวัง
41.นางสาวณิชนันทน์ ช้างท่าถั่ว โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา
42.นางสาวสรัลพร ยืนยงวิริยะชัย สารสาสน์วิเทศศึกษา
43.นางสาว นาราชา ดอกเดื่อ โรงเรีนนสารสาสน์วิเทศศึกษา
44.น.ส.ปาณกวิน ขันธวิชัย สารสาสน์วิเทศศึกษา
45.นายคุณวุฒิ อ่อนแก้ว เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า
46.นางสาวอภิษฎา ดุงแก้ว โรงเรียนสารสาสน์วิเทสศึกษา
47.นางสาววีรยา กิตติวงศ์สุนทร

การเข้าอบรม ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย และยังได้รับเกียรติบัตร (Certificate) เท่ๆ ไปใส่ Portfolio (เมื่อเข้าเรียนครบ 70% ขึ้นไป)

วิทยากร โดย นายศิโรจน์ มิ่งขว้ญ ผู้ก่อตั้ง ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ภายใต้ สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มีคุณอรวรรณ บุณยธาดา เป็น ผอ.ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ในงานยังมีกิจกรรมแสดงความสามารถ ของเยาวชนอีกด้วย

ถ่ายภาพโดย ทีมนักข่าวป้ายแดง นายธนทวฤช มิ่งมิตรวิบูลย์, นางสาวพัชชาพลอย ชัยศิริพร
นายกวินภพ บัวสิม, นางสาวกัญญารัตน์ งดงาม, นายนพบดินทร์ จันเส

#สนุกเล่นสนุกคิดจิตอาสา #WonderKidsClub #นักข่าวรุ่นเยาว์ #Charmmy #สูการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็แบบอย่างที่ดี #ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา


สุุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดระนอง พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ.2569 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรม การและรองเลขาธิการฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ, นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการฯ, นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนฯ นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดระนอง (จังหวัดที่ 4 ของทางภาคใต้) จำนวน 16 ครัวเรือน รวมมูลค่า 421,650 บาท และมอบรถจักรยาน แก่โรงเรียน 2 แห่ง รวมจำนวน 20 คัน มูลค่า 25,800 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 447,450 บาท (สี่แสนสี่หมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน)

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฯ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ โดยมี นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และ นางมุกดา หลิมนุกูล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี นายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร่วมในพิธี และ คณะมูลนิธิระนองสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วยอาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) ร่วมสร้างสีสันและให้กำลังใจ ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดระนอง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง

นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน

นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มทภ.2 ไม่ทอดทิ้งครอบครัวผู้เสียสละ

แม่ทัพภาคที่ 2 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ เยี่ยมครอบครัว “พลตรีศตวรรษ สุจริต” วีรบุรุษผู้เสียสละ ยืนหยัดเคียงข้างไม่ทอดทิ้ง พร้อมมอบ ริสแบนด์ของกองทัพภาคที่2 ที่มีชื่อ “ยุทธการศตวรรษ”มอบให้แก่ทายาททั้งสองคนด้วยความภาคภูมิใจ

“ชื่อคุณพ่ออยู่บนนี้ ขอให้ภูมิใจในตัวคุณพ่อที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทย เพื่อประชา ชนคนไทยทุกคน”

นอกจากนี้ บุตรสาวของพลตรีศตวรรษ ยังได้เขียนข้อความสั้น ๆ เพื่อมอบเป็นกำลังใจให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 “ขอให้ลุงแม่ทัพปลอดภัย ขอบคุณค่ะ”

พลตรีศตวรรษ สุจริต วีรบุรุษทหารกล้า ผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย–กัมพูชา ณ สมรภูมิช่องบก เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568


พรพิพัฒน์ รายงาน