ทางด่วนงามวงศ์วานถูกค้านแล้วรถติดโซนเหนือ กทม. จะแก้อย่างไร?

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่มันคือ “ชีวิตประจำวัน” ของคนจำนวนมากในตอนเหนือของกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ถนนรัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-ประเสริฐมนูกิจ (หรือถนนเกษตร-นวมินทร์) คือแนวตะวันตก-ตะวันออกที่มีรถติดหนักทุกวัน ติดจนไม่ต้องดูสภาพจราจรผ่านแอป เพราะรู้อยู่แล้วว่า “ยังไงก็ติด”

แนวคิดแก้รถติดมีมานาน แต่ทางด่วน… ไม่เคยไปถึงเส้นชัย

ความจริงคือ แนวคิดสร้างทางด่วนงามวงศ์วาน ถูกพูดถึงมานานหลายสิบปี ทั้งแบบยกระดับ ใต้ดิน และบนดิน แต่สุดท้าย… ก็ไม่เกิดสักแบบ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงคือ รถติดหนักขึ้นทุกปี และเวลาในชีวิตของผู้คนหายไปกับการเดินทางวันละหลายชั่วโมง

1. ทางด่วนมี 224 กิโลเมตร แต่ “ขาดเส้นสำคัญ” โซนเหนือวันนี้ กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีทางด่วนเปิดใช้แล้ว 224.6 กิโลเมตร แต่กลับไม่มีทางด่วนแนวตะวันตก-ตะวันออก ในโซนเหนือ คนที่ต้องการเลี่ยงรถติดต้องขับอ้อมเข้าเมือง แล้ววนออกนอกเมือง เสียทั้งเวลา และค่าทางด่วนเพิ่ม ทั้งที่เส้นทางจริงอยู่ตรงหน้า

2. ทางด่วนขั้นที่ 3 : วางแผนไว้ แต่ไปไม่ถึงการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้วางแผนก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 แนวถนนรัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-ประเสริฐมนูกิจ เป็นทางด่วนยกระดับตลอดสาย ถึงขั้นสร้างตอม่อรองรับทางด่วนไว้ล่างหน้าจำนวน 281 ต้น พร้อมกับการก่อสร้างถนนประเสริฐมนูกิจ ตั้งแต่ปี 2539-2541แต่แล้ว… ช่วงที่ผ่านข้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถูกคัดค้าน โครงการจึงหยุดยาว

3. ใต้ดินก็ลองแล้ว แต่ไม่รอดปี 2565-2567 กทพ.พยายาม “แก้เกม” ด้วยการเปลี่ยนเป็นทางด่วนใต้ดิน ลึกถึง 48.5 เมตร เท่าตึกสูง 16 ชั้น หวังลดผลกระทบด้านบน แต่ผลการประเมินออกมาชัด… ค่าก่อสร้างสูงมาก ค่าซ่อมบำรุงรักษาก็แพง ทำให้ไม่คุ้มทุนปลายปี 2567 โครงการทางด่วนใต้ดินสายแรกของไทยจึงถูก “เบรก”

4. ระดับดิน? แนวคิดล่าสุดที่แทบเป็นไปไม่ได้แนวคิดล่าสุดคือ ก่อสร้างทางด่วนระดับดิน ช่วงแยกพงษ์เพชร-แยกเกษตร โดยใช้ถนนงามวงศ์วาน 4 ช่องจราจร จาก 8 ช่อง รวมทั้งสะพานพงษ์เพชร สะพานบางเขน และอุโมงค์เกษตรแต่ในความเป็นจริง ถ้าทำแบบนี้ ถนนงามวงศ์วานจะเป็น “อัมพาต” ทันที

5. ลอยฟ้า… ถูกค้าน, ใต้ดิน… ไม่คุ้ม, บนดิน… แท้ง แล้วเราจะทำอย่างไร?คนที่ใช้ถนนเส้นนี้ทุกวันไม่ต้องการคำอธิบายเชิงทฤษฎี เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่ารถติดหนักแค่ไหน คำถามคือ ถ้า “ทางด่วน” เดินต่อไม่ได้ เมืองควรมี “ทางเลือกอื่น” อย่างไร? เพื่อให้คนใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

ผมเชื่อว่ายังมีผู้คนอีกมากที่มีไอเดียและประสบการณ์ แต่ไม่เคยมีเวทีให้พูด โพสต์นี้จึงอยากเชิญชวนทุกคนร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนออย่างสร้างสรรค์ไปถึง กทพ. และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง ไม่ใช่เพื่อกล่าวโทษใคร แต่เพื่อกันช่วยหาทางออก และที่สำคัญ ไม่ปล่อยให้รถติดเป็น “คำตอบสุดท้าย” ของเมืองนี้


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลนครปฐม จัดพิธีไหว้ครูประจำปี 2569

ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลนครปฐม จัดพิธีไหว้ครูประจำปี 2569

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานในพิธีไหว้ครู ประจำปี 2569 โดยได้รับเกียรติ จาก แพทย์หญิงอัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย ดร.แพทย์หญิงณัทญา ตรีภูริเดช ดร.นายแพทย์วงศกร เหลืองพิพัฒน์ อาจารย์แพทย์ และคณะผู้บริหารศูนย์แพทยศึกษาชันคลินิก เข้าร่วมพิธี นายแพทย์ณัฐพงศ์ กาญจนะโกมล ผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ ได้แสดงมุทิตาจิต และน้อมรำลึกถึงพระคุณครูแพทย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

วช. เดินหน้ามอบ “ของขวัญปีใหม่ อว.2569” นำเตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln เสริมศักยภาพกลุ่มชุมชนบ้านม่วง และกลุ่มชุมชนม่วงใหม่พัฒนา อ.ภูเพียง จ.น่าน

วช. เดินหน้ามอบ “ของขวัญปีใหม่ อว.2569” นำเตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln เสริมศักยภาพกลุ่มชุมชนบ้านม่วง และกลุ่มชุมชนม่วงใหม่พัฒนา อ.ภูเพียง จ.น่าน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 “โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569” สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัด “พิธีส่งมอบนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ให้แก่ กลุ่มชุมชนบ้านม่วง และชุมชนม่วงใหม่พัฒนา ตำบลนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) เป็นประธานในการส่งมอบนวัตกรรม โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวรายงาน,นายชาตรี หมอสุริยะ ผู้ใหญ่บ้านม่วงใหม่ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ,คณะผู้ทรงคุณวุฒิ (วช.),นายวร ปันคำ ผู้ใหญ่บ้านม่วงใหม่พัฒนา หน่วยงานภาครัฐในตำบลนาปัง และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธี ณ กลุ่มชุมชนบ้านม่วง ตำบลนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (อว.) ได้ดำเนินโครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2569 โดย (วช.) ร่วมขับเคลื่อนการนำนวัตกรรมไปใช้ประ โยชน์ในระดับพื้นที่ ผ่านนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ซึ่งพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้งานให้แก่ชุมชนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีของชุมชน ตลอดจนต่อยอดการใช้ประโยชน์ในมิติทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวถึงนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ว่า เป็นการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น ฟางข้าวและชีวมวลประเภทต่างๆ ผ่านกระบวนการผลิตไบโอชาร์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและฟื้นฟูคุณภาพดิน ช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร และลดการเผาเศษวัสดุในที่โล่ง อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดจุดความร้อนและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ส่งผลให้ปัญหามลพิษทางอากาศลดลง พร้อมทั้งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

นายชาตรี หมอสุริยะ ผู้ใหญ่บ้านม่วงใหม่ กล่าวถึงนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนมีความมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้และนวัต กรรมไปใช้เพื่อส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน และขอขอบคุณ (วช.) และภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมดังกล่าวถือเป็นของขวัญอันทรงคุณค่าแก่ประชาชนในชุมชนเพื่อใช้ในการลดฝุ่น PM2.5

ทั้งนี้ การส่งมอบนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ครั้งนี้ วช. มุ่งผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบ.ตร.เซ็นตั้ง “อัคราเดช” อดีตตำรวจมือปราบ นั่งที่ปรึกษา เสริมทัพป้องกันอาชญากรรม เร่งขับเคลื่อนนโยบายปี 69

ผบ.ตร.เซ็นตั้ง “อัคราเดช” อดีตตำรวจมือปราบ นั่งที่ปรึกษา เสริมทัพป้องกันอาชญากรรม เร่งขับเคลื่อนนโยบายปี 69

วันที่ 2 ก.พ.2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) : พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 585/2568 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีภารกิจสำคัญที่จะต้อะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ.2569 ในด้านยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรทางการบริหารในทุกด้านเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว ให้สามารถขับเคลื่อนงานตามนโยบายที่สำคัญให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 จึงแต่งตั้ง พลตำรวจเอก อัคราเดช พิมลศรี เป็นที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยมีหน้าที่ ดังนี้

  1. ให้ข้อมูลและให้คำปรึกษาแก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,จเรตำรวจแห่งชาติ หรือตำแหน่งเทียบเท่า,ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,รองจเรตำรวจแห่งชาติ หรือตำแหน่งแหน่งเทียบเท่า รวมทั้งผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานระดับรองลงมาที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมรวมถึงงานบริหารในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตานโยบายการบริหารราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
  2. ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม พร้อมทั้งนำเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
  3. ถ่ายทอดงานให้แก่ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,จเรตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งเทียบเท่า,ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,รองจเรตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งเทียบเท่า และผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่รับผิดชอบงานเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
  4. ให้คำปรึกษาในด้านอื่นๆ ตามที่ผู้บัญชาการดำรวจแห่งชาติจะได้มอบหมายตามที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 สั่ง ณ วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2568 “คำสั่งดังกล่าว ระบุ”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ชูวิทย์” ซัดเดือด! ปมแคนดิเดตนายกฯ พรรคส้มไม่ร้องเพลงชาติ เตือนอย่านำ “ชาติ” เป็นเครื่องมือการเมือง ชี้เส้นบางๆ ระหว่างรักชาติ–ชังชาติ

“ชูวิทย์” ซัดเดือด! ปมแคนดิเดตนายกฯ พรรคส้มไม่ร้องเพลงชาติ เตือนอย่านำ “ชาติ” เป็นเครื่องมือการเมือง ชี้เส้นบางๆ ระหว่างรักชาติ–ชังชาติ

วันที่ 31 ม.ค.2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “สิ้นชาติ“ หรือ ”ชังชาติ” เมื่อวานบนเวทีดีเบต พิธีกรขอให้ผู้ชมรวมถึงแคนดิเดตนายกฯ บนเวทีทั้ง 7 คน ร่วมกันยืนตรงเคารพธงชาติ ปรากฏว่า แคนดิเดตทั้งหมดยืนตรง และร้องเพลงชาติพร้อมกัน ยกเว้น เท้ง แห่งพรรคส้มคนเดียว ที่ยืนเอามือไขว้หลังและไม่ร้องเพลงชาติ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนไทยหัวใจรักชาติจำนวนมาก การให้เกียรติประเทศชาติ ไม่เกี่ยวกับอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะชาติอยู่เหนือความขัดแย้งทางความคิด แม้ความเห็นทางการเมืองต่างกัน แต่สิ่งที่ยังดำรงอยู่คือชาติ ให้ไปดูชาติที่ผ่านสงคราม ไม่ว่าอเมริกาที่พรรคส้มยกย่อง การเอามือขวาแตะที่หัวใจข้างซ้าย คือการแสดงถึง “ความรักชาติ” อันเป็นสิ่งที่เคารพ พรรคส้มมักใช้วิธีนำความแตกแยกมาเริ่มปลูกฝังทีละเล็กทีละน้อย เริ่มตั้งแต่การปลุกระดมแก้ ม.112 การด้อยค่าทหารว่า “รบกับใครก็ไม่เชื่อว่าจะชนะ” หรือแม้แต่การยืนนิ่ง เอามือไขว้หลัง ตอนเพลงชาติกำลังบรรเลงอยู่ ในขณะที่คนอื่นยืนตรง ร้องเพลงชาติเพื่อแสดงความเคารพ ทำเพื่อให้เห็นว่าแตกต่างจากพรรคการเมืองเก่า โดยใช้วิธีการของคนรุ่นใหม่การเมืองใหม่


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สสจ.นครปฐม ขอเชิญร่วมกิจกรรม “มหกรรมวันมะเร็งโลก” ในวันที่ 6 – 7 กุมภาพันธ์ 2569

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับโรงพยาบาลนครปฐม สาธารณสุขอำเภอทุกอำเภอ โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม ขอเชิญชวนชาวจังหวัดนครปฐมทุกท่าน ร่วมกิจกรรม “มหกรรมวันมะเร็งโลก” ในวันที่ 6 – 7 กุมภาพันธ์ 2569
เริ่มกิจกรรมเวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม

งานนี้มีกิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ การตรวจคัดกรอง,ประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งแต่ละชนิด ได้แก่ เต้านม, ตับ, ลำไส้, ปากมดลูก, ช่องปาก การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก(ตรวจและให้บริการฟรีทุกกิจกรรมค่ะ….) นอกจากนี้ยังมีของชำร่วยแจกทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรม ฝากกดไลด์ กดแชร์ กดติดตาม เพจ CANCER NAKHON PATHOMกิจกรรมดีๆแบบนี้ไม่มาไม่ได้แล้วค่ะ สุขภาพดีไม่มีขายถ้าอยากได้ต้องเดินมาด้วยด้วยเอง


การประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบส่งต่อ โรงพยาบาลนครปฐม

การประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบส่งต่อ โรงพยาบาลนครปฐม

นพ.สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อ ผู้ป่วย โรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่มงาน เข้าร่วมประชุม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อติดตาม ผลการรับส่งต่อผู้ป่วย ผลการส่งกลับ (Refer Back) เพื่อยกระดับมาตรฐานการ รับ-ส่งต่อผู้ป่วย ในระดับจังหวัด และระดับเขตสุขภาพ ณ ห้องประชุมกาสะลอง โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โรงเรียนกำแพงแสนวิทยาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

พระครูโกศลธรรมรัตน์ เจ้าอาวาสวัดวังน้ำเขียว รองเจ้าคณะอำเภอกำแพงแสนพร้อมคณะสงฆ์อำเภอกำแพงแสน ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) พร้อมด้วยนายธีระ วรรณเกตุศิริ
ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยาพร้อมคณะครูโรงเรียนกำแพงแสนวิทยาเป็นเจ้าภาพ
สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผู้การฯ กาญจนบุรี กำชับเข้ม ทุกเขตเลือกตั้ง เน้น อำเภอทองผาภูมิ–สังขละ พร้อมสั่งเดินสำนวนคดีคลิปเสียงเขต 5 ตามขั้นตอนกฎหมาย

ผู้การฯ กาญจนบุรี กำชับเข้ม ทุกเขตเลือกตั้ง เน้น อำเภอทองผาภูมิ–สังขละ พร้อมสั่งเดินสำนวนคดีคลิปเสียงเขต 5 ตามขั้นตอนกฎหมาย

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้กำชับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งในพื้นที่ เขต 5 จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งครอบคลุมอำเภอไทรโยค ศรีสวัสด์ ทองผาภูมิ อำเภอสังขละบุรี และตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเป็นธรรม

พร้อมกันนี้ ยังได้ให้แนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับ การดำเนินคดีกรณีคลิปเสียงที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในเขต 5 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และยืนยันว่าทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างรอบคอบ

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงแนวทางการทำสำนวนคดีดังกล่าว ผู้การฯ ชี้แจงว่า การดำเนินการของพนักงานสอบสวนจะเริ่มจาก

  1. ผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ พร้อมมอบพยานหลักฐาน
  2. พนักงานสอบสวน สอบพยานผู้เกี่ยวข้อง ตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง และที่ปรากฎตามสื่อโซเชียล
  3. ตรวจสอบสื่อโซเชียลที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ ยืนยัน (อาจใช้ระยะเวลาการตรวจ 2-3 เดือน แล้วแต่ ไม่แน่นอน )
  4. ระยะเวลาทำสำนวน ตามอายุความ อาจประมาณ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานครับ

ผู้การตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เน้นย้ำว่า การกำชับการทำงานทั้งเรื่องการดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่ เขต 5 และการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียง เป็นไปเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ข้ามขั้นตอน ไม่เร่งสรุปผลก่อนข้อเท็จจริงจะชัดเจน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ยังคงตรึงกำลังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเลือกตั้งในพื้นที่เขต 5 เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด


///////#กัมพล ทันเวลา &// กีรติ ก้อนทองคำ / ภาพ – ข่าว #ทีมข่าวาคตะวันตก

“ซาบีดา” ควง “มนัญญา” ลงพื้นที่ ทับสะแก-บางสะพาน ช่วยผู้สมัคร เขต 3 นายกเดียร์ “พงษ์พันธ์” ผู้สมัคร หมายเลข 7 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง ช่วงโค้งสุดท้าย เป็นไปอย่างคึกคัก

“ซาบีดา” ควง “มนัญญา” ลงพื้นที่ ทับสะแก- บางสะพาน ช่วยผู้สมัคร เขต 3 นายกเดียร์ “พงษ์พันธ์” ผู้สมัคร หมายเลข 7 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง ช่วงโค้งสุดท้าย เป็นไปอย่างคึกคัก

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ หาเสียงโค้งสุดท้ายให้ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน (บุตรเขย ท่านมนัญญา) ผู้สมัคร สส. เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เบอร์ 7 จากพรรคภูมิใจไทย อ้อนขอคะแนนชาวบ้านในเขตเทศบาลทับสะแก และตลาดวัดห้วยทรายขาว บางสะพาน หวังปักธงในเขต 3 ให้ได้

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน เป็นอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก ได้ลงพื้นที่หาเสียง มีพี่น้องประชาชนให้การตอบรับที่ดีมากๆ หลายท่านก็บอกว่าอยู่ในใจอยู่แล้วและ ก็เดินเข้ามากอด พร้อมขอถ่ายภาพแต่ว่ายังไงนะคะ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อยากให้เอาหัวใจมากาลงในช่อง เบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทย แล้วก็เบอร์ 7 ส.ส. เขต 3 ฝากพี่ชายสุดที่รักด้วยนะคะ ทำงานดี ทำงานเก่ง และพร้อมที่จะทำเพื่อพี่น้องค่ะ วันนี้พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ พรรคภูมิใจไทย ชัดเจน โดย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 5 ของพรรคภูมิใจไทย และ นายสวาป เผ่าประทาน ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 36 ของพรรคภูมิใจไทยก็ได้ลงหาเสียงด้วยเช่นกัน

จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ ตลาดห้วยทรายขาว ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน เพื่อหาเสียง ในช่วงเย็นต่อไป สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีอำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย และ อำเภอเมืองเฉพาะตำบลห้วยทราย



ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443