ตระการตา รำบวงสรวงถวายดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จังหวัดลพบุรี – สุดยิ่งใหญ่ตระกาลตา นางรำกว่า 5,000 กว่าคน ร่วมรำบวงสรวงถวายดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และร่วมกันร้อง “ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์”ถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปิดท้ายด้วยการแสดงพลุเทิดพระเกียรติ ในชุด “แสงแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์” จำนวนกว่า 2,200 นัด

ที่ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วงเวียนเทพสตรี จ.ลพบุรี นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีถวายพานพุ่มเงินพุ่มทอง และบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน ต่อเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมทั้งร่วมกันขับร้องบทเพลง “ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์” เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ตลอดประชาชนร่วมพิธี

ในการนี้ นางภัคจิรา แป้นแก้ว รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี เป็นผู้นำรำบวงสรวง โดยมีผู้รำบวงสรวง จากทั้ง 11 อำเภอ จำนวน 5,120 คน ซึ่งทุกคนแต่งกายด้วยชุดไทย โจงกระเบนสีเขียว เสื้อแขนยาวทรงกระบอกสีเหลือง ซึ่งเป็นสีวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมด้วยสไบสีเขียวร่วมกันรำถวาย ด้วยท่ารำถวายบวงสรวงแด่ดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ บริเวณเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ซึ่งมีกิจกรรม ประกอบด้วย การแสดงเทิดพระเกียรติ ชุด “ระบำลพบุรี” โดยวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี การรำบวงสรวง การขับเสภา และไฮไลท์สำคัญของงาน คือการแสดงพลุเทิดพระเกียรติ ในชุด “แสงแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์” จำนวนกว่า 2,200 นัด ที่สุดยิ่งใหญ่ตระกาลตาซึ่งมีประชาชนรอเฝ้าดูเป็นจำนวนมาก โดยได้มีการปิดการจราจรรอบวงเวียนทุกด้าน อย่างสวยงาม ทำให้บริเวณรอบวงเวียน และท้องถนนเต็มไปด้วยภาพนางรำที่กำลังแสดงท่ารำอย่างสวยงามอ่อนช้อยงดงามสมพระเกียรติ

สำหรับ กิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งปกติเหล่าพสกนิกรที่เป็นสุภาพสตรีชาวจังหวัดลพบุรี จะร่วมรำถวายเป็นประจำทุกปี ควบคู่กับ การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวจังหวัดลพบุรี อย่างหาที่สุดมิได้ นั้นคือ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงสถาปนาเมืองลพบุรี เป็นราชธานีแห่งที่ 2 รองจากกรุงศรีอยุธยา นำซึ่งความเจริญมาสู่เมืองลพบุรี และสยามประเทศจนถึงปัจจุบัน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

โชคชัยจัดใหญ่ เปิดงานฉลองย่าโม 2569 สืบสานวีรกรรม–กระตุ้นเศรษฐกิจ มอบทุนการศึกษา 133 ทุน

โชคชัยจัดใหญ่ เปิดงานฉลองย่าโม 2569 สืบสานวีรกรรม–กระตุ้นเศรษฐกิจ มอบทุนการศึกษา 133 ทุน

ค่ำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลานอนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี องค์ประจำ อำเภอโชคชัย ได้มีพิธีเปิดงานฉลองประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมลั่นฆ้องชัยเปิดงาน ท่ามกลางบรรยา กาศคึกคักของพี่น้องประชาชน

นาย พิชาญ ตราผักแว่น นายอำเภอโชคชัย กล่าวรายงานว่า งานฉลองอนุสาวรีย์ย่าโมของอำเภอจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 นับตั้งแต่ชาวโชคชัยร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์เมื่อปี 2545 เพื่อเทิดทูนวีรกรรมอันกล้าหาญของย่าโม ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งพิธีบวงสรวงและรำบวงสรวงดวงวิญญาณท้าวสุรนารี การแสดงแสง สี เสียง ถ่ายทอดวีรกรรม การแสดงพื้นบ้าน การประกวดและการแข่งขันสร้างสรรค์ ตลอดจนการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนจำนวน 133 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท รวม 133,000 บาท รายได้จากการจัดงานจะนำสมทบกองทุนการกุศลย่าโมอำเภอโชคชัย เพื่อนำไปบำรุงรักษาอนุสาวรีย์และสาธารณประโยชน์ พร้อมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตประชาชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

“แม่ทัพเติ่ง” ตรวจแนวเชคความพร้อม กำลังพล ยุทโธปกรณ์ ฐานที่มั่น ตรึงกำลังตลอดแนว พร้อม รองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

“แม่ทัพเติ่ง” ตรวจแนวเชคความพร้อม กำลังพล ยุทโธปกรณ์ ฐานที่มั่น ตรึงกำลังตลอดแนวพร้อม รองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยในพื้นที่แนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงอย่างใกล้ชิด ตรวจความพร้อมของกำลังพล กำชับการปฏิบัติให้เข้มแข็ง รอบคอบ และมีประสิทธิภาพสูงสุด

กำลังพลยังคงตรึงกำลังเต็มรูปแบบ ดูแลพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด การเสริมความแข็งแรงของฐานที่มั่น การพัฒนาพื้นที่ รวมทั้งการเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และแผนปฏิบัติการในทุกมิติ เพื่อรองรับทุกสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำชัดว่า ความมั่นคงของชาติ ไม่ได้เริ่มต้นจากอาวุธ แต่เริ่มต้นจาก “ความพร้อม” ของกำลังพลทุกนาย กองทัพยังคงยืนหยัดปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ อย่างไม่ย่อท้อ


พรพิพัฒน์ รายงาน

ผู้การนครปฐม พร้อมคณะ จัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์ ทำโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา” รวมพลัง แบ่งปันน้ำใจ นำสิ่งของมอบให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทอง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

ผู้การนครปฐม พร้อมคณะ จัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์ ทำโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา” รวมพลัง แบ่งปันน้ำใจ นำสิ่งของมอบให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทอง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

วันนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย คุณ ปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้าน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม พร้อมคณะจัดกิจกรรมวันวาเลน ไทน์ ดำเนินโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” นำสิ่งของอุปกรณ์การเรียน การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเครื่องอุปโภค บริโภค จำพวก ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำส้มสายชู และอื่นๆอีกจำนวนมาก พร้อมได้จัดทำอาหารกลางวัน เลี้ยง คณะครู และนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทองจำนวน 250 คน และได้เยี่ยมชมสวนผักปลอดสารพิษที่ทางนักเรียนปลูกไว้บริโภค

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า การทำจัดโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อแบ่งปันความรัก ความห่วงใย และสนับสนุน โอกาสทาง การศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารที่ห่างไกลเพื่อส่งเสริมให้เยาวชน เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีพื้นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

โดย โรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดนตะโกปิดทองตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2521 โดยได้รับบริจาคที่ดินจากบริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยเนื่องจากบุตร – หลาน ของคนงาน บริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยไม่มีสถานที่เรียน ทางบริษัทจึงได้มอบที่ดิน จำนวน 30 ไร่ 2 งาน และสร้างอาคารเรียนจ๋านวน 1 หลัง พร้อมทั้งประสานกับกองกำกับการดำรววจดระเวนชายแดน เขด 7 (กองกำกับการดำรดำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 ปัจจุบัน ) เพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากชายแดนไทย พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับปฐมศึกษา ในเบื้องต้นมีครูตำรวจ 8 ท่าน ครูพลเรือน 5 ท่าน โดยมีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่จำนวน 250 คนและจะมีนักเรียนประมาณ 70 คน จะพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเป็นประจำ ซึ่งทางโรงเรียนจะต้องทำอาหารเลี้ยงทั้ง 3 มื้อ ส่วนที่กลับบ้านจะได้รับประทานอาหารกรณีมาเรียนจะได้รับประทานอาหารมื้อกล่างวัน 1 มื้อ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนกว่าร้อยละ 90 เป็น ชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง มอญ และ พม่า ทำให้การสื่อสารและการสอนเป็นภาษาไทย เด็กๆจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวต่อว่าทางโรงเรียนแห่งนี้ ได้ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฯ ตามพระราชดำริ ทั้ง 8 โครงการอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม การดำเนินงานโครงการพระราชดำริ ฯ ซึ่งทางคณะครู อาจารย์ นั้นมีวิชาการ และเพิ่มเติมหลักสูตรความรู้ด้านทางการเกษตร ดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน โดยการบูรณาการงานโครงการเข้ากับการเรียนรู้ของนักเรียน เน้นการปฏิบัติจริง เช่น การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดไข่ ไก่ไข่ การเพาะเห็ด และการหมักปุ๋ยอินทรีย์ เด็กๆ ทุกคนจะได้เข้ามาเรียนรู้ในศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาทักษะด้านการเกษตร ให้กับนักเรียนเพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการส่งต่อให้ กับครอบครัวและคนในชุมชนให้ต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต และทางโรงเรียนยังมีการเรียนการสอนด้านวิชาสหกรณ์ โรงเรียนมีสหกรณ์นักเรียน ดำเนินการโดยคณะกรรมการสหกรณ์นักเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมออมทรัพย์กิจกรรมร้านค้า กิจกรรมส่งเสริมการผลิตขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชนอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมโครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและวางรากฐานที่มั่นคงให้เยาวชนเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติต่อไป


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ชาวอู่ทองเขต 3 พร้อมใจมอบคะแนนให้ เฮียตี๋กิตติพัชญ์ ว่าที่ สจ. อย่างท่วมท้น

สุพรรณบุรี – ประชาชนชาวอำเภออู่ทองในเขตเลือกตั้งที่ 3 ร่วมยินดีกับ เฮียตี๋ย กิตติพัชญ์ ว่าที่ สจ.เขต 3 อำเภออู่ทอง ในโอกาสชนะการเลือกตั้ง ซ่อมสมาชิกสภาจังหวัดสุพรรณบุรี (ส.อบจ.สุพรรณบุรี )

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยคะแนนที่ท่วมท้น ที่บ้านเขาชานหมาก ตำบลตรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี, นายนพดล มาตรศรี อดีต สส.สุพรรณบุรี เขต 3 และชาวบ้านและผู้นำชุมชน จากตำบลจรเข้สามพัน ตำบล สระพังลาน ตำบลดอนมะเกลือ เทศบาลตำบลขุนพัดเพ็ง และเทศบาลตำบลสระยายโสม จำนวนมากเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับ เฮียตี๋ นายกิตติพัชญ์ พัชรเชาว์วัชร์ ที่ชนะการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาจังหวัดสุพรรณบุรี (ส.อบจ.สุพรรณบุรี ) ที่ว่างลงเนื่องนายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ อดีต ส.อบจ.เขต 3 ได้ลาออกไปลงสมัคร สส.จึงทำให้ตำแหน่งว่าง

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้จัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการเลือกตั้ง โดย นายกิตติพัชญ์ พัชรเชาว์วัชร์ ได้ 11,348 คะแนน ทิ้งห่าง นายสราวุธ วงศ์ประเสริฐ ผู้สมัครหมายเลข 1 ที่ได้ 6,307 คะแนน นับเป็นการชนะแบบขาดลอย

สำหรับเขตการเลือกตั้ง เขต 3 อำเภออู่ทอง ประกอบด้วย ตำบลจรเข้สามพัน ตำบล สระพังลาน ตำบลดอนมะเกลือ เทศบาลตำบลขุนพัดเพ็ง และเทศบาลตำบลสระยายโสม (ยกเว้น หมู่ 6 ตำบลสระพังลาน) มีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 23,721 คนมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 18,255 คน จำนวนบัตรดี 17,655 บัตร จำนวนบัตรเสีย 359 บัตร

นายกิตติพัชญ์ พัชรเชาว์วัชร์ ว่าที่ สจ.เขต 3 อำเภออู่ทอง กล่าวว่ารู้สึกดีใจและขอบคุณพี่น้องประชาชน ทุกคนทุกคะแนนเสียงที่ให้การสนับสนุน ด้วยความรักความเมตตาและไว้วางใจ อย่างล้นเหลือทำให้ตนชนะการเลือกตั้ง ตนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามา ช่วยดูแลรับใช้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง ชาวบ้านที่มาร่วมแสดงความยินดีต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกยินดีและดีใจที่เฮียตี๋ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

“นาตาลี” ปักธงเป็นนายกเทศบาลทับสะแก ตามความคาดหมาย ชนะคู่แข่งขาดลอย พร้อมดูแลพี่น้องชาวทับสะแก

“นาตาลี” ปักธงเป็นนายกเทศบาลทับสะแก ตามความคาดหมาย ชนะคู่แข่งขาดลอย พร้อมดูแลพี่น้องชาวทับสะแก

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายงานว่า จากการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแกแทน นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ที่ลาออกไปลงสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดย ได้ภรรยาคือ น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค บุตรสาว ท่านมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้มาร่วมเป็นกำลังใจบุตรสาวในครั้งนี้ด้วย

ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก (อย่างไม่เป็นทางการ) ผลปรากฎว่า น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค ผู้สมครนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก หมายเลข 1 ได้คะแนน 2,181 นายวิมลศักดิ์ ตันเจริญ ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้คะแนน 1,102

สำหรับน.ส.ปารีณา ซักเซ็ค ว่าที่นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก คนใหม่ เป็นภรรยา นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ว่าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวทับสะแกทุกท่านที่ออกมาใช้สิทธิ์ และขอบคุณทุกท่านที่มอบความไว้วางใจ โดยตนเองจะเข้าไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด


ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

เขาทรายแกแล็คซี่ เป็นประธานพิธีบวงสรวงเปิดสนามไก่ชน

สุพรรณบุรี – เขาทรายแกแล็คซี่เป็นประธานพิธีบวงสรวงเปิดสนามไก่ชน

นายสุระ แสนคำ “เขาทราย แกแล็คซี่” อดีตนักมวยแชมป์โลก เป็นประธานพิธีบวงสรวงเปิดสนามชนไก่อู่ทอง เลขที่ 168/1 หมู่ 6 ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายมาโนช เขาเแก้ว อายุ 48 ปี ผู้ประกอบการ ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีประชาชนที่สนใจเข้ามาร่วมพิธีบวงสรวงกันจำนวนมาก โดยมีพราหมณ์ (กอล์ฟ) หรือธรรมบุตร พราหมณ์ชื่อดังอำเภออู่ทอง มาประกอบพิธีบวงสรวง ได้มีการจัดตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวงคาวหวานจำนวนมาก ประกอบด้วย หัวหมู เป็ด ไก่ ขนมมงคล และผลไม้มงคล นา นา ชนิด พร้อมกับได้โปรยข้าวตอกดอกไม้ เพื่อความเป็นสิริมงคล ที่พลาดไม่ได้ “เขาทราย แกแล็คซี่” ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีและนักเสี่ยงโชค ต่างมาลุ้นส่องเลขเด็ดธูปมงคลในพิธี เพื่อนำเอาเลขไปลุ้นเสี่ยงโชคกันในช่วงโค้งสุดท้าย วันที่ 16 ก.พ.2569 นี้ ได้เลข 304, 412, 30,03 และเลข 681 ซึ่งเป็นที่ฮือฮาเลขธูปมงคล 681 ยังได้มาตรงกับเลขบ้านที่ของสนามไก่ชนแห่งนี้ บ้านเลขที่ 168/1 หมู่ 6 ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งนายสุระ แสนคำ “เขาทราย แกแล็คซี่” อดีตนักมวยแชมป์โลก ได้ร่วมสนุกร้องเพลงกับวงดนตรีอย่างสนุกสนาน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ไฟไหม้รับตรุษจีน เรือยอร์ช ราคากว่า 40 ล้านวอด

เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.วินัย รายละเอียด สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ ไฟลุกไหม้อู่ต่อเรือ ยอร์ช ริมชายหาด บ้านทุ่งประดู่ หมู่ที่ 3 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ จึงประสาน อาสามูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน และ รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลทับสะแก และ อบต. ในพื้นที่อำเภอทับสะแก ประมาณ 10 คัน ไปร่วมระงับ เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว

บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นโรงงานต่อ เรือ ซึ่ง ดำเนิน กิจการ ต่อเรือยอร์ช ขนาด 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ถูกเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังลุกใหม้เรือ และโครงสร้างเหล็กอาคารหลังคาแมนชั่นชีทอย่างเร่งด่วน ซึ่งอาคารดังกล่าวได้ทรุดตัวลงมา พร้อมตู้คอนเทรนเนอร์อีกประมาณ 10 ตู้ ถูกไฟโหมใหม้เสียหายไปด้วย หลังเกิดเหตุ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก รุดอำนวยการและตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ พระสุพจน์ ซึ่งธุดงนั่งประฎิบัติธรรมใกล้ที่เกิดเหตุ ทราบว่า ขณะตนเองนั่งปฏิบัติธรรมอยู่กับพระอีกรูป ก็เห็นควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาจึงออกไปดู พบเพลิงกำลังลุกใหม้อยู่ใต้ท้องเรือจึงน้ำน้ำใส่ถังไปดับ แต่ลมกระโชกแรงไม่สามารถดับได้ และไฟได้โหมลุกขึ้นเข้าไหม้เรือยอร์ชลำดังกล่าว ด้านนายจรัญ ศรีชะเอม ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งประดู่ กล่าวว่า ตนเองกำลังซ่อมเรือประมงอยู่ที่ปากคลองเห็นควันไฟขนาดใหญ่พวยขึ้นท้องฟ้า จึงวิ่งมาดูพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำรถดับเพลิงมาระงับเหตุ ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า เรือยอร์ชลำดังกล่าว มี บริษัท ซี แมน ยอร์ช เป็นผู้ต่อเรือ ซึ่งเป็นเรือของชาวต่างชาติสิงค์โป เป็นแบบ เรือยอร์ช 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ราคาผลิตประมาณกว่า 40 ล้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ให้ พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจหาสาเหตุ เพลิงไหม้ ครั้งนี้ให้ละเอียดอีกต่อไป


ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์.

“วันนี้ก็รัก พรุ่งนี้ก็รัก วันต่อๆไปก็รัก นานแค่ไหนก็รัก”

“วันนี้ก็รัก พรุ่งนี้ก็รัก วันต่อๆไปก็รัก นานแค่ไหนก็รัก” สำนักทะเบียนอำเภอ ถูกเนรมิตเป็นดินแดนแห่งความรัก ด้วยซุ้มดอกไม้ Happy Valentines Day มุม Check in ถ่ายภาพคู่สวยๆ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 “รัก ณ นครชัยศรี Happy Valentines Day” เริ่มต้นชีวิตคู่ในวันพิเศษ กับสถานที่แห่งความรัก สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี วันแห่งความรัก วาเลนไทน์นี้ สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรี เปิดประตูคู่รักจดทะเบียนสมรส โดย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ
นายอำเภอนครชัยศรี ขอมอบความสุขให้กับทุกคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรส และมอบของขวัญเป็นที่ระลึก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแสดงความยินดี และเป็นสักขีพยาน

วันนี้ไม่ใช่แค่การจดทะเบียนเพื่อเก็บกระดาษใบเดียว แต่คือการได้รับสิทธิ์ในการดูแลกันและกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย “วันนี้ก็รัก พรุ่งนี้ก็รัก วันต่อๆไปก็รัก นานแค่ไหนก็รัก” ภายในสำนักทะเบียนอำเภอ ถูกเนรมิตเป็นดินแดนแห่งความรัก ด้วยซุ้มดอกไม้ Happy Valentines Day มุม Check in ถ่ายภาพคู่สวยๆ อำนวยความสะดวกโดย ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่อำเภอนครชัยศรี พร้อมดูแลให้บริการด้วยรอยยิ้ม ณ สำนักทะเบียนอำเภอนคร ชัยศรี จังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

ตำรวจทางหลวงอู่ทองรวบเอิร์ท โอนไวพร้อมพวกปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด

สุพรรณบุรี – ตำรวจทางหลวงอู่ทอง “รวบ 2 หนุ่ม วัยรุ่นร้อยละยี่” เครือข่ายแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด 300% ต่อปี ปล่อยกู้ดอกลอย ภายใต้สโลแกน “บริการเงินทุนหมุนเวียน อนุมัติไว ภายใน 5 นาที”

ด.ต.อาทิตย์ พูลโพธิ์ทอง, ด.ต.โสภณ ตะพัง, จ.ส.ต.รชานนท์ คล้ายทอง, จ.ส.ต.ปฎิพล ประสพกาญจน์ ผบ.หมู่ ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงอู่ทอง
ร่วมกันจับกุมนายกิติศักดิ์ หรืออาร์ม โฮงโย อายุ 26 ปี นายสิทธิศักดิ์ หรือเอิร์ท คงบุรี อายุ 26 ปี พร้อมของกลางนามบัตรเชิญชวนให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน สีเขียว มีข้อความตัวอักษรพิมพ์ว่า “บริการเงินทุนหมุนเวียน สำหรับพ่อค้า แม่ค้าและเจ้าของกิจการต่างๆ 093-4925285 (เอิร์ท) อนุมัติไว ภายใน 5 นาที” จำนวน 55 แผ่น สำเนาบัตรประชาชน (ลูกค้าที่กู้ยืมเงิน) พร้อมรายละเอียดการปล่อยกู้ยืมเงิน และจำนวนยอดเงินที่ ตกลงกู้ยืมกัน จำนวน 11 แผ่น ในข้อหา “ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล โดยหาซึ่งเงินทุนให้ผู้อื่นกู้ยืมโดยไม่ได้รับอนุญาต

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมาถึงบริเวณริมถนนทาง หลวงหมายเลข 321 กม.59-60 (ขาเข้า จ.นครปฐม) หมู่ 3 ต.สระยายโสม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน บธ 2140 ชัยนาท มีลักษณะฝากระโปรงหน้าและกระบะท้ายเป็นสีดำ ซึ่งไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ในระบบของกรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้สัญญาณเรียกให้รถยนต์ คันดังกล่าวหยุด เพื่อขอตรวจสอบ เมื่อรถยนต์คันดังกล่าวหยุด พบนายกิติศักดิ์ หรืออาร์ม โฮงโย เป็นผู้ขับขี่ และนายสิทธิศักดิ์ หรือเอิร์ท คงบุรี นั่งด้านข้างคนขับ

จากการตรวจค้น พบของกลาง นามบัตรเชิญชวนให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน สีเขียว มีข้อความตัวอักษรพิมพ์ว่า “บริการเงินทุนหมุนเวียน สำหรับพ่อค้า แม่ค้าและเจ้าของกิจการต่างๆ 093-4925285 (เอิร์ท) อนุมัติไว ภายใน 5 นาที” จำนวน 55 แผ่น วางอยู่ภายในช่องเก็บของด้านหน้าคอนโซลรถยนต์ สำเนาบัตรประชาชน (ลูกค้าที่กู้ยืมเงิน) พร้อมรายละเอียดการปล่อยกู้ยืมเงิน และจำนวนยอดเงินที่ตกลงกู้ยืมกัน จำนวน 11 แผ่น ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บของด้านข้างประตูฝั่งคนนั่งผู้โดยสาร

เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งสองไปที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงอู่ เพื่อสวนขยายผลจากการสอบสวนนายกิติศักดิ์ หรืออาร์ม และนายสิทธิศักดิ์ หรือเอิร์ท ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่ากำลังจะเดินทางไปในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม เพื่อไปแจกจ่ายนามบัตรชักชวนลูกค้าให้มากู้ยืมเงินจากตน โดยใช้วิธีการวางนามบัตรไว้ตามหน้าร้านค้า และโปรยนามบัตรดังกล่าวในเขตพื้นที่ชุมชน เพื่อจะให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน มีการปล่อยเงินกู้ ให้ลูกค้าไปแล้ว เป็นเงิน 8,000 บาท โดยจะเก็บดอกเบี้ยรายวัน วันละ 400 บาท จำนวน 24 วัน รวมเป็นเงิน 9,600 บาท เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าการที่นายกิติศักดิ์ หรืออาร์ม และนายสิทธิศักดิ์ หรือเอิร์ท มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยมีการจัดหาลูกค้าเพื่อมากู้ยืมเงิน มีการแบ่งหน้าที่ในการขับรถเพื่อไปเก็บเงินจากลูกค้าที่กู้ยืมเงินไปแล้ว ในพื้นที่ต่างๆ และดำเนินการในการจัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วนำมาให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน อันเป็นการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้เป็นนิติบุคล และไม่ได้รับอนุญาต การกระทำดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐาน ประกอบกิจการจัดหามาซึ่งเงินทุน แล้วให้ผู้อื่นกู้เงินโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ข้อ 5 (7) และ ข้อ 16

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 ในข้อหากระทำผิดในฐานความผิด “ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยหาซึ่งเงินทุนให้ผู้อื่นกู้ยืมโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด.ต.อาทิตย์ พูลโพธิ์ทอง หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงอู่ทองกล่าวว่ากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้ การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีบ รอง ผบก.ทล. กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล.เข้มงวดกวดขันจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดกฎหมายทุกประเภทอย่างต่อเนื่องจริงจัง ให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรมเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี