กำแพงแสน จัดโครงการ “อำเภอกำแพงแสนปันสุข บรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้” บูรณาการกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่

โครงการอำเภอกำแพงแสนปันสุข บรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้ บูรณาการกับภาคีเครือข่ายพื้นที่อำเภอกำแพงแสน นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงานสาธารณสุข นำโดยนายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน นางปาณิสรา หนูนุ่น ผอ.รพ.สต.ทุ่งกระพังโหม ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน ตามโครงการอำเภอกำแพงแสนปันสุข บรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้ บูรณาการกับภาคีเครือข่ายพื้นที่อำเภอกำแพงแสน โดยในวันนี้ ลงพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลทุ่งกระพังโหม จำนวน 10 ราย โดยมีทีมผู้นำชุมชน นำโดยกำนันสุเทพ ภาคภูมิ ปลัดเทศบาลทุ่งกระพังโหม ผู้นำชุมชน และ อสม.ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผู้การฯ กาญจนบุรี นำประชุมขับเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงทางถนน รับมอบสื่อรณรงค์หนุนงานพื้นที่

ผู้การฯ กาญจนบุรี นำประชุมขับเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงทางถนน รับมอบสื่อรณรงค์หนุนงานพื้นที่

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานการประชุมโครงการรณรงค์และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนของจังหวัดกาญจนบุรี ที่ห้องประชุมชั้น 2 ภ.จว.กาญจนบุรีในการประชุมครั้งนี้มี พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ วิเศษสิงห์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.กาญจนบุรี, รอง ผกก.ฝอ.ฯ สว.ฝอ.ฯ ผู้แทนผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี, พนมทวน, หนองขาว, ท่าม่วง และลาดหญ้า รวมถึงตำรวจทาง หลวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ยังมีคุณสุรสิทธิ์ ศิลปงาม จาก มูลนิธิเมาไม่ขับ เข้าร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมมอบเกียรติบัตรและสื่อรณรงค์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในกา ประชาสัมพันธ์และเสริมประสิทธิ ภาพ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรีอย่างยั่งยืน


///////#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

กอ.รมน.คุมเข้มชาบัดเฮ้าท์ชาวยิวในปาย

กอ.รมน.แม่ฮ่องสอน สั่งคุมเข้มรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวยิวและชาบัดเฮ้าท์ใน อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน หลังมีการสู้รบระหว่าง อิสราเอลร่วมกับสหรัฐ กับประเทศอิหร่าน อย่างหนัก

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 พ.อ.ภูมิรัชต์ ดุษฏี ผอ.กอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าเนื่องด้วย สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อิสราเอลได้ร่วมกับสหรัฐอเมริกา ได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีอิหร่าน ในช่วงเช้า (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 28 ก.พ.69 ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ยกระดับรุนแรงขึ้น และมีแนวโน้มจะลุกลามไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง นั้น

ในภาคเหนือ มีสถานที่ที่เป็นผลประโยชน์ของอิสราเอล และสหรัฐฯ รวมถึงมีนักท่องเที่ยวอยู่จำนวนมาก จึงควรเฝ้าระวังสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ เช่น ชาบัดเฮ้าส์ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา จ.เชียงใหม่ ตลอดจนโรงแรมในเครือของสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการก่อเหตุจากประเทศคู้ขัดแย้ง จึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ อำเภอปาย ให้ช่วยติดตามสถานการณ์ หากมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ให้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.แม่ฮ่องสอนด้วยเพื่อจะได้หาทางป้องกันการเกิดเหตุอันไม่คาดฝันในพื้นที่

ด้านเว็บไซต์สภาความมั่นคงแห่งชาติ อิสราเอล เมื่อ 28 ก.พ.69 ได้มีการเผยแพร่ประกาศแจ้งเตือนพลเมืองอิสราเอลในต่างประเทศให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ จากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่ยกระดับรุนแรงขึ้น โดยระบุว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะเพิ่มความพยายามโจมตีเป้าหมายอิสราเอล/ชาวยิว ในต่างประเทศ เป็นไปได้ว่ากลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ และกลุ่มผู้ก่อการร้ายในท้องถิ่น (รวมถึงผู้โจมตีรายบุคคล) จะได้รับแรงจูงใจในการทำร้ายชาวอิสราเอลในต่างประเทศ

จากเหตุผลข้างต้นและจากการประเมินสถานการณ์หลังจากเหตุการณ์ล่าสุด สภาความมั่นคงแห่งชาติ อิสราเอล จึงเรียกร้องให้พลเมืองอิสราเอลในต่างประเทศเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในทุกจุดหมายปลายทางทั่วโลก เรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำเตือนการเดินทางและแนะนำให้ตรวจสอบระดับคำเตือนการเดินทางของประเทศนั้นๆ ล่วงหน้า

ข้อแนะนำ โดยเน้นย้ำในประเด็นต่อไปนี้:

  1. หลีกเลี่ยงการโพสต์บนโซเชียลมีเดียแบบเรียลไทม์ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่พัก ที่พัก แผนการเดินทาง หรือรายละเอียดอื่นใดที่อาจให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับแผนการและตำแหน่งในอนาคตของคุณ
  2. หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลหรือชาวยิวที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง
  3. ให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล/ศาสนายิว (บ้านชาบัด โบสถ์ยิว ร้านอาหารอิสราเอล/ยิว) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่ผิดปกติ (วัตถุต้องสงสัย บุคคลต่างชาติ)
  4. ในกรณีที่มีภัยคุกคามหรือการโจมตี ให้ติดต่อหน่วยงานรักษาความปลอดภัยในพื้นที่และรายงานโดยเร็วที่สุด สภาความมั่นคงแห่งชาติแนะนำให้จดหมายเลขฉุกเฉินล่วงหน้าในประเทศที่คุณอยู่
  5. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นปรปักษ์ต่อชาวอิสราเอลและชาวยิว (ย่าน เขต และตลาดในประเทศหรือภูมิภาคที่ความคิดเห็นสาธารณะเป็นปรปักษ์ต่ออิสราเอล)

ควรปฏิบัติตามคำแนะนำโดยละเอียดของสภาความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับแต่ละประเทศ ตามที่เผยแพร่บนเว็บไซต์

สำหรับที่อำเภอปาย โบสถ์ชาวอิสราเอล หรือชาบัดเฮ้าท์ ที่ตั้งอยู่หลังโรงพัก สภ.ปาย อ.ปาย ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หน่วยต่าง ๆ ได้มีการจัดกำลังเข้าไปดูแลรักษาความสงบให้แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแม่ฮ่องสอน ระบุว่า ล่าสุดนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ในอำเภอปาย มีไม่เกิน 3 – 4 พันคน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลจะเบนเข้มไปท่องเที่ยวบริเวณเมืองชายทะเลทางภาคใต้ของประเทศ


ภานุเดช ไชยสกูล/ แม่ฮ่องสอน

ผบ.ทบ. เยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ หารือความมั่นคงทุกมิติ ย้ำความร่วมมือบนพื้นฐานความไว้วางใจ เคารพอธิปไตย และร่วมธำรงเสถียรภาพชายแดนอย่างมั่นคง

ผบ.ทบ. เยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ หารือความมั่นคงทุกมิติ ย้ำความร่วมมือบนพื้นฐานความไว้วางใจ เคารพอธิปไตย และร่วมธำรงเสถียรภาพชายแดนอย่างมั่นคง

​พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27–28 กุมภาพันธ์ 2569 ตามคำเชิญของกองทัพประชาชนลาว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ

​โดยคณะผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พลตรี วันทอง บุดตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว (เทียบเท่า ผบ.ทบ.) ย้ำความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ที่มีการร่วมมืออย่างใกล้ชิด ผ่านการเยือน การประชุม และการตรวจพื้นที่ชายแดนร่วมกัน สะท้อนถึงความไว้วางใจที่มีต่อกัน

​สำหรับกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ฝ่ายลาวได้ขอให้ใช้ความอดทนอดกลั้นและแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่ภูมิภาค พร้อมยืนยันไม่เข้าข้างฝ่ายใด และต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยและเศรษฐกิจชายแดน พร้อมขอให้ไทยผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันข้ามแดนไปยังลาว

ผู้บัญชาการทหารบกยืนยันพร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านความมั่นคง การศึกษา การฝึกผสม การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการลาดตระเวนร่วมชายแดน พร้อมเร่งเสนอข้อหารือด้านการค้าชายแดนและการผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันกับรัฐบาล และทบทวนการปฏิบัติในส่วนที่กองทัพบกรับผิดชอบ

​ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องยกระดับกลไกประสานงาน แต่งตั้งผู้ประสานงานหลัก เพิ่มการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และร่วมมือปราบปรามยาเสพติด การลักลอบค้า รวมถึงแก้ปัญหาโดรนล้ำแดน โดยเน้นการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

​ท้ายที่สุด ผู้บัญชาการทหารบกย้ำความพร้อมสนับสนุนทุกประเด็นที่หารือ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสองกองทัพให้มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขอบคุณฝ่ายลาวสำหรับความร่วมมือจริงใจและต่อเนื่อง

​จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พลโท สายใจ กมมะสิด หัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ (เทียบเท่า ผบ.ทสส.) และรองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ ซึ่งระบุว่าการติดต่อประสานงานโดยตรงในช่วงสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน มีความสำคัญต่อการป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และช่วยรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดน

​ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการจัดทำหลักเขตแดนในพื้นที่ชายแดน การพัฒนาช่องทางสื่อสารเร่งด่วนระหว่างผู้บังคับหน่วยชายแดน การบริหารจัดการปัญหาการลักลอบข้ามแดน และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงปัญหาโดรนและเครือข่ายออนไลน์ พร้อมยืนยันว่าความร่วมมือระดับพื้นที่คือกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

​ต่อมาคณะได้เข้าเยี่ยมคำนับ พลเอก คำเลียง อุทะไกสอน รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ซึ่งกล่าวต้อนรับและแสดงความชื่นชมต่อความตั้งใจของฝ่ายไทยในการสานต่อความร่วมมือทางทหาร ทั้งสองฝ่ายได้หารือภาพรวมความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ ทั้งการพัฒนากำลังพล การขยายโอกาสการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารบก การฝึกผสมและการฝึกร่วมหน่วยขนาดเล็ก ความร่วมมือด้านการแพทย์ทหาร และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวชายแดน

​รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ย้ำว่า กองทัพทั้งสองประเทศยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนาน ความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความโปร่งใส และการเคารพซึ่งกันและกัน จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของทั้งสองประเทศ และเป็นแบบอย่างความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน

​โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประจำปี 2569 ให้แก่ พลตรี สมพอน มิดตะพอน เจ้าแขวงพงสาลี ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อปี 2547 เป็นศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ และยังคงรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมรุ่นอย่างใกล้ชิด การมอบรางวัลครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านการศึกษาทางทหารไทย–ลาว ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

​จากนั้นคณะได้เดินทางไปวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์นักรบนิรนาม เพื่อสดุดีวีรกรรมของทหารและผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ อันเป็นการแสดงความเคารพต่อความกล้าหาญ ความเสียสละ และคุณูปการที่มีต่อความมั่นคงของประเทศ ก่อนเข้าหารือกับ นาง ครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว ในประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงชายแดน เพื่อให้การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเมือง การทูต และความมั่นคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดช่องว่างการประสานงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ตลอดจนยกระดับกลไกความร่วมมือไทย–ลาว ให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

อลังการงานเกษตรล้ำนำอนาคต รถไถขับเคลื่อนไร้คนขับ โดรนบินบังคับอัตโนมัติ

จังหวัดลพบุรี – รองผู้ว่าราชการจังหวัด ส.ส.สาวทึ่ง รถไถบังคับด้วยระบบคอม พิวเตอร์ แถมประหยัดน้ำมันสุดๆ ยังมีโดรนที่ใช้การบังคับแบบอัตโนมัติ…พ่นน้ำ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงได้ดี รองผู้ว่ายังได้โชว์การบินโดรน กล่าวล้ำสมัยมาก อยากได้มาเติมน้ำมนต์เพื่อใช้รด ฉีด พ่น ให้กับพืชผักผลไม้เจริญงอกงาม

ที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลตำบลหนองม่วง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นางสาวกาญจนาพร จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยจังหวัดลพบุรี ว่าที่ร้อยตรีหญิง สรวีย์ เหมือนเพ็ชร นายอำเภอหนองม่วง หน่วยงานต่างๆ เกษตรกร ประชาชนกว่าพันคน ร่วมเปิดงานเกษตรล้ำนำอนาคต ครั้ง1 แนะนำเกษตรกรให้ได้ความรู้ ภายในงานมีของกิน ของใช้ ของดีอำเภอหนองม่วงมารวมไว้มากมาย สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างคึกคัก

โดยภายในงานมีบริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการเกษตรกว่า 50 บริษัท มีการออกบูธที่เกี่ยวกับการทำการเกษตร และเทคโนโลยี่เครื่องมือ เครื่องจักรกล อาทิ รถไถแบบบังคับด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งระบบ GPS ที่ขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ ซึ่งทั้งแบบมีเครื่องปรับอากาศ และแบบมีคนขับที่ติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศแบบเย็นฉ่ำในห้องคนขับแบบประหยัดน้ำมันกว่ารุ่นเดิมๆ โดรนที่มีระบบบังคับแบบอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีบูธให้ความรู้ด้านการใช้เครื่องพ่นยาปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลงจากบริษัทต่างๆ มาสาธิตให้ชม

นอกจากนี้ ยังมีบูธจำหน่ายสินค้าทั้งของกิน ของใช้ จากชุมชนในราคาถูก มีประชาชนชาวบ้านพี่น้องเกษตรกร ให้ความสนใจจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก รวมถึงผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นคุณภาพดี สินค้า OTOP มาจำหน่ายมากมายหลายร้าน แต่ที่ทุกคนให้ความสนใจ คือเทคโนโลยีที่ล้ำนำสมัยสมกับชื่องาน

โดย น.ส.กาญจนาพร.ส.สาวคนสวยได้ขอทดลองนั่งรถไถควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์กับความเย็นฉ่ำของแอร์ที่เกษตรกรจะไม่ร้อนอีกต่อไป ด้านรองฯ ทรงพล กลัวน้อยหน้าขอทดลองนั่งรถไถที่ขับเคลื่อนด้วยบระบบคอมพิวเตอร์ โดยเพียงแค่นั่งโชว์ โบกไม้โบกมือ ท่าทางเก้ๆ กังๆ ด้วยระบบล้ำสมัย แต่ก็สีหน้ายังกลัวว่าระบบจะไม่เป็นอย่างที่อ้าง แต่ก็ผ่านไปด้วยดี รองฯทรงพล ยังได้ขอบินโดรนด้วยตนเอง ครั้งนี้รองฯ ใบหน้ายิ้มแย้มต่างกับการนั่งบนรถไถ โดยบอกว่ากับผู้สื่อข่าวว่า น้ำที่ผมปล่อยจากโดรนลำนี้เป็นน้ำมนต์ (น้ำมนต์สำหรับพืช ที่จะนำความเจริญงอกงามให้พืชผักผลไม้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

พระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ทำพิธีเบิกเนตร ท้าวเวสสุวรรณห้ามจน องค์แรกของจังหวัดปราจีนบุรี

เพชรบูรณ์ – พระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ทำพิธีเบิกเนตร ท้าวเวสสุวรรณห้ามจน องค์แรกของจังหวัดปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูอุปถัมภ์พัชรากร เจ้าคณะตำบลนาเฉลียง – เจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี พร้อมด้วย พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือพระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ประธานสงฆ์วัดใหม่สามัคคี – ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ พระอา รามหลวง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เมตตาเดินทาง ไปเป็นประธานในพิธีเบิกเนตร ท้าวเวสสุวรรณห้ามจน ซึ่งถือเป็นองค์แรกของจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นที่สักการะ ขอพรของสาธุชน ตลอดจนสายมู ที่มีความศรัทธา ที่วัดโบสถ์เก่าหัวหว้าธรรมยุต ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

โดย พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือพระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ได้ทำพิธีเปิดผ้าแดงปิดตา “ท้าวเวสสุวรรณห้ามจน” พร้อมทำพิธีเจิมอักขระ ก่อนนำองค์หลวงพ่อห้ามจน ขึ้นประดิษฐานไว้บนยอดเศียรท้าวเวสสุวรรณ โดยมีพุทธศาสนิกชน ชาวบ้าน ตลอดจนสายมู เข้าร่วมพิธีกันคึกคัก

สำหรับประวัติ “หลวงพ่อห้ามจน” เป็นพระพุทธรูปที่ช่างพม่า แกะสลักขึ้นมาจากกิ่งไม้ยืนต้นตายพราย โดยชาวบ้านเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ขัดสนเรื่องเงินทอง หรือติดขัดสิ่งใด หากไปขอพรก็จะได้สมความปรารถนา จนได้ชื่อว่า “หลวงพ่อห้ามจน” ทำให้มีผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา นักเสี่ยงโชค รวมทั้งสายมู ต่างเดินทางมากราบไหว้ ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระดมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อิสราเอล – อิหร่าน

สมุทรปราการ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระดมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อิสราเอล – อิหร่าน

เมื่อคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ระดมเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศอิสราเอล – อิหร่าน โดยมีสายการบินที่ได้รับผลกระทบ 8 สายการบิน ได้แก่ EL AL Israel Airlines, Air Arabia, Emirates Qatar Airways, Etihad Airways ,Gulf Air, Arkia Israel Inland Airlines และ Kuwait Airways ยกเลิกเที่ยวบินรวม 16 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินขาออก 14 เที่ยวบิน และเที่ยวบินขาเข้า 2 เที่ยวบิน

สำหรับเช้าวันที่ 1 มีนาคม 2569 ณ เวลา 06.48 น. มีสายการบิน World2Fly แจ้งยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มอีก 1 สายการบิน รวมทั้งสิ้น 32 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินขาออก 16 เที่ยวบิน และเที่ยวบินขาเข้า 16 เที่ยวบิน ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบและดูแลผู้โดยสารอย่างเหมาะสม ทสภ. ได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวก พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่มแจกจ่ายแก่ผู้โดยสารที่รอเช็กอิน พร้อมจัดพื้นที่ไว้รองรับให้เพียงพอ รวมถึงได้จัดให้มีพื้นที่รองรับเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราว โดยเพิ่มเก้าอี้พักคอยบริเวณชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า จำนวน 2 จุด ได้แก่ บริเวณประตู 1 และประตู 10 ตลอดจนประสานงานกับสายการบินอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมบริหารจัดการเที่ยวบินและดูแลผู้โดยสารให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เบื้องต้นสายการบินได้มีการจัดหาที่พักให้แก่ผู้โดยสารที่ถูกยกเลิกเที่ยวบินตามความเหมาะสม ทำให้ไม่มีผู้โดยสารขาออกตกค้างอยู่ที่สนามบิน ทั้งนี้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางไปยังประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางหรือพื้นที่ใกล้เคียง ขอให้ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินของท่านอย่างใกล้ชิด โดยสามารถตรวจสอบผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
• เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสายการบิน
• เคาน์เตอร์สายการบิน ณ ทสภ.
• หรือช่องทางติดต่อโดยตรงของสายการบิน

นอกจากนี้ สามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการของ ทสภ. เพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง


วิวรรธน์ ยั่งยืนเตชานนท์ สมุทรปราการ

นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาค ตะวันออก รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจชายแดนไทย–กัมพูชา กำชับความปลอดภัยกำลังพล รับมือสถานการณ์เฝ้าระวัง

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจชายแดนไทย–กัมพูชา กำชับความปลอดภัยกำลังพล รับมือสถานการณ์เฝ้าระวัง

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบของ หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงและความพร้อมของกำลังพล ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงอยู่ในระดับเฝ้าระวัง

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กำชับให้ทุกหน่วย ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยกำลังพลเป็นลำดับแรก พร้อมเน้นการเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังรบ การข่าว และการปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดนซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ

นอกจากนี้ ยังได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน สะท้อนถึงความห่วงใยจากผู้บังคับบัญชา และการดูแลกำลังพลแนวหน้าอย่างใกล้ชิด

การลงพื้นที่ครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความพร้อมของกองทัพภาคที่ 2 ในการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา และสร้างความเชื่อมั่นต่อการรักษาอธิปไตยและความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างต่อเนื่อง

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

“ปุ๋ง-สุดาวรรณ” เปิดสังเวียนเดือด THAI FIGHT มวยคาดเชือกเยือนถิ่นวีรชนทุ่งสัมฤทธิ์ สดุดีวีรกรรม ครบ 200 ปี ตำนานวีรสตรีคุณย่าโม และ ย่าเหลือ กอบกู้เมืองโคราช

“ปุ๋ง-สุดาวรรณ” เปิดสังเวียนเดือด THAI FIGHT มวยคาดเชือก!! เยือนถิ่นวีรชนทุ่งสัมฤทธิ์ สดุดีวีรกรรม ครบ 200 ปี ตำนานวีรสตรีคุณย่าโม และ ย่าเหลือ กอบกู้เมืองโคราช

“สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” อดีต รมว.อว. เปิดศึก THAI FIGHT ศึกนี้เดิมพันกันแบบหมัดต่อหมัด บนแผ่นดินวีรชนแห่งทุ่งสัมฤทธิ์ เหล่านักชกผู้กล้าร่วมย้อนตำนานรำลึกวีรกรรมและความกล้าหาญของท้าวสุรนารี (ย่าโม) และ นางสาวบุญเหลือ (ย่าเหลือ) ที่ได้กอบกู้เมืองโคราช จวบจนครบ 200 ปี

วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการแข่งขันชกมวยไทยโลก THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์ โดยมี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา เขต 8, นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล สส.นครราชสีมา เขต 5, นางพัชราวรรณ ภิญโญ สส.นครราช สีมา เขต 6, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีม เขต 2 ร่วมด้วยผู้แทนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหารท้องถิ่น ที่สำคัญ “พี่น้องชาว จ.นครราชสีมา” ที่ได้เดินทางมาร่วมย้อนรำลึก 200 ปี วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ และ ร่วมชมศึก THAI FIGHT อย่างเนืองแน่น ย

การจัดแข่งขันชกมวย ศึกมวยคาดเชือก “THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์” เยือนถิ่นเมืองวีรชน ร่วมฉลอง “200 ปี วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์” แสดงให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชาวโคราช ของภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ประกาศให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้ว่า จ.นครราชสีมา พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้มาเยือนเมืองที่มีประวัติ ศาสตร์อันน่าจดจำมาอย่างยาวนาน โดย อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้ ก็เป็นอีก 1 สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เราชาวโคราชภูมิใจ และขอร่วมกันน้อมรำลึกวีรกรรมอันกล้าหาญของคุณย่าโม ผู้นำชาวโคราชเข้าต่อสู้กับกองทัพผู้รุกรานแผ่นดิน โดยมี นางสาวบุญเหลือ หรือ ย่าเหลือ ซึ่งพลีชีพตนเองด้วยการจุดฟืนไฟเข้าทำลายเกวียนบรรทุกดินระเบิดของข้าศึก จนชาวโคราชได้รับชัยชนะ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 รวมถึงเหล่าวีรชนชาวโคราชที่เสียสละชีพตนเองเพื่อปกป้องแผ่นดิน ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้

“เวทีนี้จะเป็นเวที สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬามวยเยาวชนโคราช ที่จะได้เห็นท่วงท่า ลีลา และทักษะบนสังเวียนผ้าใบระบบมวย THAI FIGHT และพร้อมที่จะนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปฝึกฝนพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นนักกีฬามวยไทยระดับประเทศ สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในฐานะนักมวยอาชีพในอนาคต”


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

ช็อกผู้โดยสาร ! ภาษีสนามบินพุ่ง 53% จ่ายเพิ่ม แล้วได้อะไร?

อีกไม่นาน ผู้โดยสารที่บินออกจากไทยจะต้องจ่ายแพงขึ้น เนื่องจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เตรียมปรับค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge หรือ PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ณ สนามบิน 6 แห่ง ในสังกัด ทอท. จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท เพิ่มขึ้น 390 บาท คิดเป็น 53% คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ขึ้นราคาเท่าไหร่?” แต่คือ “เงินที่จ่ายเพิ่ม ผู้โดยสารจะได้อะไรกลับมา?”

1. PSC ของไทยแพงไหม?

เมื่อเทียบกับสนามบินระดับโลกเมื่อเทียบกับสนามบินชั้นนำของโลกในปี 2568 ที่จัดอันดับโดย Skytrax ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจการบินและจัดอันดับสนามบินที่ดีที่สุดในโลกเป็นประจำทุกปี หลังการปรับราคา สนามบินสุวรรณภูมิจะเก็บ PSC สูงกว่าสนามบินระดับโลกหลายแห่ง ทั้งที่อันดับโลกของสนามบินสุวรรณภูมิยังอยู่เพียงอันดับ 39

ตัวอย่าง PSC สนามบินชั้นนำของโลก… สนามบินชางงีของสิงคโปร์

  • อันดับ 1 ของโลก ประมาณ 1,600 บาท สนามบินฮาหมัดของกาตาร์
  • อันดับ 2 ประมาณ 600 บาท สนามบินฮาเนดะของญี่ปุ่น
  • อันดับ 3 ประมาณ 600 บาท สนามบินอินชอนของเกาหลีใต้
  • อันดับ 4 ประมาณ 370 บาท สนามบินนาริตะของญี่ปุ่น
  • อันดับ 5 ประมาณ 640 บาท และสนามบินฮ่องกง
  • อันดับ 6 ประมาณ 800 บาท

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ไทยกำลังจะเก็บ PSC สูงกว่าสนามบิน 5 แห่งใน Top 6 ของโลก คำถามที่ตามมาคือ “เมื่อจ่ายระดับโลก แล้วผู้โดยสารจะได้รับบริการระดับไหน?”

2. ผลกระทบ “ตั๋วแพงขึ้น แข่งขันยากขึ้น”

ค่า PSC ถูกบวกเข้าไปในราคาตั๋วเครื่องบิน เที่ยวบิน Low Cost ระยะเวลาบิน 4-5 ชั่วโมง ราคาเฉลี่ย 4,000-5,000 บาท หากเพิ่ม PSC อีก 390 บาท จะทำให้ราคาตั๋วแพงขึ้น 7-10% ทุกเที่ยวผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือ ค่าเดินทางมาไทยแพงขึ้น ความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวลดลง นักท่องเที่ยวอาจเลือกไปประเทศอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่า สุดท้ายรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศอาจได้รับผลกระทบในระยะยาวนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้โดยสารไทย แต่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งระบบ

3. ทอท.ได้รายได้เพิ่ม “แล้วผู้โดยสารจะได้อะไรกลับมา?”

โดยหลักการ รายได้จาก PSC ควรใช้เพื่อยกระดับการให้บริการผู้โดยสาร เช่น

  1. พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ดีขึ้น เช่น ลดคิวตรวจคนเข้าเมืองและจุดตรวจความปลอดภัย ระบบโหลดกระเป๋าและรับกระเป๋าเร็วขึ้น ห้องน้ำ-ที่นั่ง-พื้นที่พักผู้โดยสารเพียงพอ WiFi ครอบคลุมและเร็ว รวมทั้งพัฒนาระบบ Self Check-in และ Biometrics ให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบและครอบคลุมทุกพื้นที่
  2. ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัย
  3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ขยายอาคารผู้โดยสาร ลดความแออัด เพิ่มหลุมจอดเครื่องบิน ลดปัญหาคอขวดในสนามบิน

ถ้าผู้โดยสารได้เห็นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ผมเชื่อว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ย่อมยินดีจ่าย แต่สิ่งเขากังวลคือ เงินที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับการให้บริการจริงหรือไม่? หรือเพียงกลายเป็นกำไร โบนัส และเงินปันผล?

4. สรุปสั้น ๆ

การขึ้นราคาไม่ใช่ปัญหา หากพิสูจน์ได้ว่า “คุ้มค่าต่อผู้โดยสาร”คุณคิดอย่างไร เงินที่ผู้โดยสารต้องจ่ายเพิ่มควรแลกกับอะไร? คอมเมนต์บอกความเห็นของคุณมาได้เลย

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์