สวทช.–ทช. ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สวทช.–ทช. ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรุงเทพฯ : ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้าน “การวิจัย พัฒนา และวิชาการ เกี่ยวกับป่าชายเลนและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย” โดยมี ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ (สวทช.) และ นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นพยานในพิธีลงนาม พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค),ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค),ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และคณะผู้บริหาร (สวทช.) เข้าร่วมงาน

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ (สวทช.) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง (สวทช.) และ (ทช.) ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือต่อเนื่องระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2569–2574 มีเป้าหมายนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ มาเสริมศักยภาพการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการป่าชายเลน และระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ภายใต้ การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Kunming-Montreal Global biodiversity framework) โดยเฉพาะการหยุดยั้งความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ การฟื้นฟูพื้นที่ที่เสื่อมโทรม การบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่นโยบายและการตัดสินใจเชิงพื้นที่ รวมถึงการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคีเครือข่าย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDGs 13 (Climate Action) และ SDGs 14 (Life Below Water)

โดยที่ผ่านมา (สวทช.) และ (ทช.) ได้ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สำคัญ ได้แก่

  1. การจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพจีโนมและพันธุกรรมของป่าชายเลน
  2. การประเมินศักยภาพบลูคาร์บอน หรือ คาร์บอนไดออกไซด์ถูกดูดซับไว้โดยระบบนิเวศชายฝั่งรวมถึงมหาสมุทร อาทิ ป่าชายเลน ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
  3. การใช้ระบบดิจิทัลในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชายฝั่ง และ
  4. การพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่และเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ความร่วมมือในระยะ 5 ปีข้างหน้านี้ จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาของประเทศและกรอบการดำเนินงานในระดับโลก เพื่อพัฒนาให้เกิดระบบการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว “ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งของประเทศไทย และเป็นต้นแบบของความร่วมมือที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ นโยบาย และการปฏิบัติในระดับพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจฯ กล่าว

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ทรัพยากรป่าชายเลนและระบบนิเวศทางทะเล คือต้นทุนธรรมชาติที่สำคัญ เป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้อง กันภัย และแหล่งกักเก็บคาร์บอน แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง การอนุรักษ์ด้วยวิธีเดิมอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การลงนามในวันนี้เป็นการยกระดับพันธกิจระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะผู้ดูแลและบริหารจัดการพื้นที่ กับ (สวทช.) ซึ่งเปรียบเสมือนคลังสมองและผู้นำด้านเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อผนึกกำลังนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นเครื่องมือหลักในการทำงานด้านการอนุรักษ์ โดยภายใต้กรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี มีเป้าหมายขับเคลื่อนการวิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่นำมาใช้แก้ปัญหาได้จริง พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และร่วมมือกันเพื่อบริหารจัดการข้อมูล ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

“ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลของไทย ก้าวไปสู่ยุคใหม่ที่มีความแม่นยำด้วยข้อมูล ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม และมั่นคงด้วยความร่วมมือ ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 หน่วยงาน แต่ยังเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและระบบนิเวศของประเทศในระยะยาว” ดร.ปิ่นสักก์ฯ กล่าว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“วศ.อว.” จับมือ ม.สวนดุสิต ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงาน PACCON 2027

“วศ.อว. จับมือ ม.สวนดุสิต ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงาน PACCON 2027”

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Pure and Applied Chemistry International Conference 2027 (PACCON 2027) ภายใต้ธีม “Chemical Innovation Longevity and Well-being มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทั้งในส่วนของงานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยประยุกต์และนวัตกรรมในระดับนานาชาติ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กุมภาพันธ์ 2570 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักดิ์โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ แจ้งวัฒนะ กรุง เทพมหานคร

พิธีรับมอบการเป็นเจ้าภาพจัดงานฯ ดังกล่าว ได้จัดขึ้นภายในงาน PACCON 2026 ที่มหา วิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพ โดยช่วงเช้ามีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการรับเป็นเจ้าภาพระหว่าง วศ. กับ ม.สวนดุสิต พร้อมด้วย ศ.ดร.วุฒิชัย พาราสุข นายกสมาคมเคมีแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารทั้งสองฝ่าย ร่วมเป็นสักขีพยาน จากนั้นช่วงบ่ายเป็นพิธีปิดงานและส่งมอบธงสัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานในปีถัดไป

ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า วศ. ขอขอบคุณสมาคมเคมีฯ ที่ให้โอกาส วศ. และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน PACCON ในปี 2570 โดย วศ. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure: NQI) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา บูรณาการ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบตรวจสอบ วิเคราะห์ ทดสอบ และรับรองทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ เราเป็นหน่วยงานแรกด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ ที่เริ่มต้นจากหน่วยวิเคราะห์แร่เติบโตต่อเนื่องเป็นสถานเคมีปฏิบัติผลิตนักเคมีจากรุ่นสู่รุ่น พัฒนาการไปตามยุคสมัย จนมีอายุครบ 135 ปีเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ดังนั้น วศ. พร้อมนำพาและเชิญชวนหน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์และทิศทางขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์เคมีของประเทศ และสร้างการมีส่วนร่วมโดยเชิญชวนนักวิจัยมาแสดงผลงานสู่สายตานานาชาติ

ด้าน ผศ.ดร.พรชณิตว์ แก้วเนตร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศ มหา วิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่ามหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีความเชี่ยวชาญโดดเด่นด้านการวิจัยสุขภาพ อาหาร ธุรกิจบริการ และการท่องเที่ยว การบูรณาการความเชี่ยวชาญของทั้งสองหน่วยงาน จะช่วยยกระดับเวทีวิชาการด้านเคมีให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ดร.พจมานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า วศ. และ ม.สวนดุสิต เรามีเจตนารมย์ตั้งใจและมุ่งมั่นเป็นเจ้าภาพที่ดีเพื่อให้การจัดงาน PACCON 2027 บรรลุวัตถุประสงค์ และเป็นโอกาสสำคัญในการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 70 พรรษาในปี 2570 ดังกล่าวด้วย

กรมวิทยาศาสตร์บริการ #DSS #กรมวิทย์ฯบริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว #อุดมศึกษา #วิจัยและนวัตกรรม

PureandAppliedChemistryInternationalConference2027 #paccon2027


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

โรงพยาบาลพญาไท 3 ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีม้าทอง 2569 มอบอั่งเปาสุขภาพ พร้อมแจกส้มให้แก่ผู้รับบริการ

โรงพยาบาลพญาไท 3 ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีม้าทอง 2569 มอบอั่งเปาสุขภาพ พร้อมแจกส้มให้แก่ผู้รับบริการ

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 โรงพยาบาลพญาไท 3 ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีม้าทอง นำทีมโดย นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 และ คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด นำทีมการตลาดของโรงพยาบาลพญาไท 3 มอบอั่งเปาสุขภาพ แจกส้มมงคลให้แก่ผู้มารับบริการในโรงพยาบาล พร้อมลงพื้นที่ Phyathai 3 SocialClub ตลาดฟู้ดวิลล่า ราชพฤกษ์, เวิลด์มาร์เก็ต ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา, ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี และตลาดวงศ์เจริญ พุทธมณฑลสาย 2 พร้อมกันนี้ทางโรงพยาบาลยังจัดกิจกรรม Health Festival มหกรรมสุขภาพลดสูงสุดถึง 50% ผ่านแคมเปญ “Be You เลือกสุขภาพในแบบที่ใช่” มอบเป็นของขวัญเนื่องในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ส่งต่อความห่วงใยและสุขภาพที่ดี ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 – 1 มีนาคม 2569 ณ ลาน OPD ชั้น 1 โรงพยาบาลพญาไท 3 และ Phyathai 3 SocialClub ตลาดฟู้ดวิลล่า

โรงพยาบาลพญาไท 3 ขออวยพรให้ผู้รับบริการประสบแต่ความสุข มีสุขภาพแข็งแรง มั่งมีศรีสุข สมหวังในทุกสิ่ง ตลอด ปีม้าทอง 2569 นี้

โรงพยาบาลพญาไท3 #เทศกาลตรุษจีน

สอบถามเพิ่มเติม : Phyathai Call Center 1772


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วันมวยไทย เทิดพระเกียรติพระเจ้าเสือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือ

ทุกวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันมวยไทย เทิดพระเกียรติพระเจ้าเสือ กรมส่งเสริมวัฒน ธรรม ร่วมกับสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดพิธีบวงสรวงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ)

เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป : นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) โดยมี นางพุทธิพร พลอยผักแว่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา) พร้อมด้วย นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านการประกันสังคม คณะกรรมาธิการแรงงาน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นางสาวรินทร์ปภัส เหิกขุนทด วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตอธิบดีกรมสรรพสามิต, นายชัยชนะ บุญนะโชติ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง) พุทธศักราช 2541, นายจรัสเดช อุลิต นายกสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือ, นางสาวกิตติพร ใจบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม, นางสุกัญญา เย็นสุข ผู้อำนวยการกลุ่มสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม, คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือ, คณะผู้แทนครูมวยจากสมาคมมวยไทยทั่วประเทศ

พร้อม นายธนศักดิ์ ชูสี ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการฯ,นายเกรียงไกร ลาภจตุรพิธ กรรมการผู้จัดการบริษัท พีไบค์ จำกัด, ดร.รัฐวิชญ์ วัจนปรีชาศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสชีจี แกรนด์ จำกัด, ดร.อาณัติ วัชรางกุร ณ เชียงใหม่ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา, นางสาวแองจีรีน่า ไรส ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา ผู้แทนนายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ สมาชิกวุฒิสภา รองประธาน คนที่ 5, นายกิตติศักดิ์ ภักดี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา, พลเอก เอี่ยม น้ำจันทร์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์,นายรักเกียรติ จิตตบวร ประธานที่ปรึกษา กตตร สนหลักสอง, พ.ต.อ. ชรินทร์ บัวเผื่อนหอม ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายธชวริษฐ์ เรืองรัชต์ธนา Bikerontheway ครีเอเตอร์การเดินทาง อดีตพิธีกร ช่องอมรินทร์, คุณปรีดา นภาพฤกษ์ชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามร่วมมิตร, ดร.ภูวิช ปัญญาสิทธิ์ ที่ปรึกษารองประธานสภาฯ และที่ปรึกษาสมาคม กีฬามวยไทยพระเจ้าเสือ, ดร.ภาวัช รุจาฉันท์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์, คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง, คณะผู้แทนจากหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ, คณะบุคลากรกรมส่งเสริมวัฒนธรรม แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ณ สนามหน้าศาลากลางหลังเก่า อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พิธีบวงสรวงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) ที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านมวยไทยอันเป็นที่ประจักษ์ อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรู้จักประวัติความเป็นมา คุณค่าและความสำคัญของศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒน ธรรมของชาติให้มีความยั่งยืน รวมทั้งเผยแพร่และพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ของศาสตร์มวย ไทยและทักษะการเล่นกีฬามวยไทยซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของไทยมาแต่ครั้งโบราณให้คงอยู่สืบไป

กิจกรรมในงานพิธีดังกล่าว ประกอบด้วย

  1. การแสดงโหมโรงโดยคณะศิลปินแห่งชาติ
  2. พิธีรับมอบสมรรถนะครูมวยไทยกิตติมศักดิ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8
  3. พิธีบวงสรวงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) ประกอบด้วย การทำน้ำพระพุทธมนต์ (holy water) การโปรยข้าวตอก (puffed rice) และดอกไม้สักการะ
  4. พิธีครอบมงคลให้เยาวชนและนักเรียนมวยไทย
  5. การแสดงศิลปะมวยไทยเทิดพระเกียรติสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8
  6. การไหว้ครูร่ายรำมวยไทย
  7. พิธีมอบรางวัล ประกอบด้วย รางวัลประกวดถักมงคล จำนวน 6 คน รางวัลประกวดระบายสีรูปมวยไทย จำนวน 6 คน และเกียรติบัตรผู้สนับสนุนการสืบทอดมรดกมวยไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ จำนวน 15 แห่ง และ
  8. การแสดงจากโรงเรียนดนตรีนพ โสตถิพันธุ์ (Nop Music School) ควบคุมโดยครูจตุภูมิ คำลือชา

เด็กนักเรียน เยาวชน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากสถานศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวนกว่า 800 คน ได้เข้าร่วมในพิธีบวงสรวงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) พร้อมได้ฝึก ฝนศาสตร์และศิลปะมวยไทยกับคณะนักมวยและครูมวยไทยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 21 ประเทศ ได้แก่ มอริเชียส, อเมริกา, ไต้หวัน, รัสเซีย, บราซิล, สเปน, เวลส์, ฮ่องกง, อังกฤษ, เลบานอน, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, เกาหลี, มาเลเซีเม็กซิโก, อินเดีย, อิตาลี, กรีซ, เบลเยียม และเยอรมนี ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้เทคนิคศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมจากครูมวยไทยผู้มีประสบการณ์ และแนวคิดการฝึกซ้อมมวยไทยที่หลากหลายจากผู้ฝึกสอนชาวต่างชาติ อันจะนำไปสู่การสืบสานและเผยแพร่กีฬามวยไทย เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านศิลปะการต่อสู้ของไทย และกระตุ้นให้เยาวชนเกิดความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทุนทางสังคม และทุนทางวัฒนธรรม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มรภ.สวนสุนันทา จับมือ กตป. ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค สรุปผลเวที Focus Group ประเมินผลงานปี 68 มุ่งสร้างบรรทัดฐานใหม่เชิงนโยบายในยุคดิจิทัล

มรภ.สวนสุนันทา จับมือ กตป. ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค สรุปผลเวที Focus Group ประเมินผลงานปี 68 มุ่งสร้างบรรทัดฐานใหม่เชิงนโยบายในยุคดิจิทัล

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ประสบความสำเร็จในการดำเนินบทบาทที่ปรึกษาเชิงรุกในโครงการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำปี 2568 โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมประชุมกลุ่มย่อยหรือ Focus Group ครั้งที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องไอวี่ 4 โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ โดยมี รศ.(พิเศษ) พล.ต.ท.ดร.ณรงค์ กุลนิเทศ ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในฐานะหัวหน้าโครงการ เป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการรวบรวมข้อมูลและเสียงสะท้อนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจาก พลเอกสิทธิชัย มากกุญชร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธาน พร้อมร่วมรับชมวิดีทัศน์รายละเอียดโครงการที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาประโยชน์ของประชาชนในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

การดำเนินงานภายใต้การนำของ รศ.(พิเศษ) พล.ต.ท.ดร.ณรงค์ ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ 4 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ได้แก่ การขยายผลเครือข่ายผู้บริโภคเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิทธิให้ครอบคลุม การวิเคราะห์ฐานข้อมูลเครือข่ายจากสำนักงาน กสทช. เพื่อวัดผลความเข้าใจจริงของภาคประชาชน การพัฒนากลไกป้องกันการถูกเอาเปรียบจากโฆษณาเกินจริงหรือการให้บริการที่ไม่เป็นธรรม และการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับเรื่องร้องเรียนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกระบวนการศึกษาได้ถูกวางโรดแมปไว้อย่างเป็นระบบถึง 4 ระยะ ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น (Inception) การลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลและสัมภาษณ์เชิงลึก (Progress) ซึ่งได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นตอนการวิเคราะห์สรุปผลและทวนสอบข้อมูล (Draft Final) เพื่อเตรียมเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final) ในรูปแบบ E-book และ Infographic ที่ทันสมัยในลำดับถัดไป

หัวใจสำคัญของเวที Focus Group ครั้งที่ 2 นี้ คือการใช้บทสนทนาเชิงลึกเป็นเครื่องมือประเมินผลสัมฤทธิ์ในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อค้นหาจุดแข็งและแนวทางพัฒนาที่จะนำไปสู่การสร้าง “เกราะคุ้มกัน” ให้ผู้บริโภคไทยไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว นับเป็นการประสานความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้างกลไกการตรวจสอบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งเป็นธรรมเพื่อรากฐานการคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างยั่งยืนสืบไป

คุ้มครองผู้บริโภค #มรภสวนสุนันทา #กตป #ประเมินผล2568 #SSRU #FocusGroup #สิทธิผู้บริโภค

ชมรมผู้สื่อข่าวสร้างสรรค์

ชมรมผู้สื่อข่าว ออนไลน์

สมใจนึก – ยุทธนา นำสายมู “วิ่งเพื่อบุญ เสริมสุขภาพ” ที่ อุทยานวิหารเซียน ปากช่อง ครั้งที่ 1

สมใจนึก – ยุทธนา นำสายมู “วิ่งเพื่อบุญ เสริมสุขภาพ” ที่ อุทยานวิหารเซียน ปากช่อง ครั้งที่ 1

เช้าวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ณ อุทยานวิหารเซียน มูลนิธิสว่างดาวดึงส์ธรรม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คุณสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง /กรรมการ /ประธานกรรมการ /ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พร้อม “บิ๊กหยิม” นายยุทธนา หยิมการุณ อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ / ประธานมูลนิธิศุลการักษ์และเพื่อน / ประธานชมรมสายสัมพันธ์ศุลกากร เป็นประธานเปิดกิจกรรมมหากุศล งานเดิน–วิ่งอุทยานวิหารเซียนปากช่อง ครั้งที่ 1
โดยจัดให้มีการเดิน–วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแล บูรณะ และพัฒนา มูลนิธิสว่างดาวดึงส์ธรรม รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ ระบบสาธารณูปโภค และการส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนา วัฒนธรรม และสาธารณประโยชน์ให้คงอยู่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป โดยมีคณะชมรมเดินวิ่งต่างๆร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากรับสัมผัสอากาศเย็นสบาย 21 องศา ในพื้นที่อำเภอปากช่อง เช้าวันนี้! ที่ผ่านมา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“อภิวิชญญ์” หนึ่งเดียวรวมพลังประชาชน ลั่น 1 เสียงก็มีค่า พร้อมชูประสบการณ์การเมืองแน่น ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

“อภิวิชญญ์” หนึ่งเดียวรวมพลังประชาชน ลั่น 1 เสียงก็มีค่า พร้อมชูประสบการณ์การเมืองแน่น ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

นายอภิวิชญญ์ ทิพรัตน์ หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชน และว่าที่ สส. หนึ่งเดียวของพรรค เปิดใจด้วยความตื้นตันหลังทราบผลการเลือกตั้ง โดยขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจให้กับพรรคการเมืองน้องใหม่ที่เพิ่งครบรอบ 1 ปีไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการสะสมประสบการณ์บนเส้นทางการเมืองมาอย่างยาวนาน โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริการ พรรคทางเลือกใหม่ และอดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย (พรรคพลังไทยรักไทย) รวมถึงการทุ่มเทลงพื้นที่คลุกคลีกับปัญหาของชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปี จนกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจสร้างพื้นที่ทางการเมืองของตนเองขึ้นมาเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างเต็มตัว

สำหรับบทบาทในสภาฯ นายอภิวิชญญ์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า แม้จะเป็นเพียงเสียงเดียว แต่เป็น 1 เสียงที่มีค่าและมีพลังมหาศาล เพราะเป้าหมายหลักคือการทำงานด้วย “อุดมการณ์นิยม” มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องเพื่อให้คนไทยกินดีอยู่ดี มีรายได้ที่ยั่งยืน และพร้อมเป็นที่พึ่งให้แก่พี่น้องประชาชนในทุกมิติอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารพรรคภูมิใจไทย นายอภิวิชญญ์ ทิพรัตน์ ได้เดินทางเข้าร่วมแถลงข่าวกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เพื่อประกาศจุดยืนร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ พร้อมกับพรรคเล็กรวม 3 พรรค ได้แก่ พรรครวมใจไทย และพรรคไทยทรัพย์ทวี โดยนายอภิวิชญญ์และกลุ่มพรรคร่วมได้ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนประเทศต่อไป

อภิวิชญญ์ทิพรัตน์ #พรรครวมพลังประชาชน #พรรคภูมิใจไทย #จัดตั้งรัฐบาล2569 #สสหนึ่งเดียว #อนุทินชาญวีรกูล #การเมืองไทย #รวมพลังประชาชน #แก้ปัญหาปากท้อง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

SCGJWD โลจิสติกส์หนุน ‘โปรเมียว’ สู้ศึก LPGA 2026 และขึ้นหัวแถวโลก

SCGJWD โลจิสติกส์หนุน ‘โปรเมียว’ สู้ศึก LPGA 2026และขึ้นหัวแถวโลก

บริษัท เอสซีจี เจดับเบิลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) โดยคุณบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารร่วม บีริษัท เอสซีจี เจดับเบิลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) ได้แถลงข่าวการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ กับ”โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ โปรหญิงระดับโลกของไทย เพื่ิอร่วมผลักดันศักยภาพ และตวามสำเร็จของนักกีฬาไทยในการแข่งขันLPGA2026 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่่ผ่านมา ห้องราชาวดี อาคารกอล์ฟคลับ สสนามกอล์ฟราชพฤกษ์ คลับ โดยนายบรรณ เปิดเผยว่า

“ในโลกของการแข่งขันระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬา หรือสนามธุรกิจ สิ่งที่สร้างความแตกต่าง อย่างแท้จริง คือ ความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง ความเป็นมืออาชีพ และมาตรฐานที่เชื่อถือได้ SCGJWD Logistics ผู้นำด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรในอาเซียน จึงประกาศความร่วมมือกับ “โปรเมียว”ปาจรีย์ อนันต์นฤการ” นักกอล์ฟหญิงไทยระดับโลก ผู้โดดเด่นด้วยความมุ่งมั่น วินัย และการวางแผนการเล่น อย่างแม่นยำ ซึ่งสะท้อนคุณค่าหลักเดียวกับแนวทำงการดำเนินธุรกิจของ SCGJWD Logistics”

“โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ คือหนึ่งในนักกีฬาหญิงไทยที่พิสูจน์ศักยภาพบนเวทีนานา ชาติ ด้วยความทุ่มเทและการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง คุณลักษณะเหล่านี้ไม่เพียงเป็นหัวใจของความสำเร็จในสนามแข่งขัน แต่ยังสะท้อนแนวคิดเดียวกับการดำเนินงานของ SCGJWD Logistics ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนเชิง กลยุทธ์ กำรบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และการดำเนินงานตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับความซับซ้อนของ ซัพพลายเชนในยุคโลกาภิวัตน์

ในมิติของการแข่งขันระดับโลก SCGJWD Logistics ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทุกประเทศในอาเซียนและจีน รองรับลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม ด้วยโซลูชันโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการ ของซัพพลายเชน ความสามารถดังกล่าวสะท้อน Global Mindset ขององค์กร ที่พร้อมบริหารความซับซ้อนภายใต้แรงกดดัน มาตรฐานระดับสากล และความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลก ไม่ต่างจากนักกีฬาที่ต้องแข่งขันในเวทีนานาชาติ

ความร่วมมือกับโปรเมียวในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนนักกีฬา แต่เป็นการย้ำถึงความเข้ำใจของ SCGJWD ต่อบริบทการแข่งขันในระดับโลก และความพร้อมขององค์กร ทั้งด้านโครงสร้าง ระบบ เทคโนโลยี ทีมผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำ ที่สามารถเชื่อมต่อทุกโหมดการขนส่งและส่งมอบบริการแบบครบวงจร (Total Logistics Solutions) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภำพ

อีกหนึ่งมิติสำคัญของควำมร่วมมือครั้งนี้ คือกสรเสริมสร้าง Brand Trust & Credibility ภาพลักษณ์ของนักกีฬาระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในเวทีสากล สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ ความแข็งแกร่ง และความเป็นมืออาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ SCGJWD Logistics ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่องค์กรสามารถไว้วางใจได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการบริหารซัพพลายเชนที่มีความซับซ้อน หรือการพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม

SCGJWD Logistics เชื่อว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากความสำเร็จเพียงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การรักษามาตรฐาน และการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งตลอดเส้นทาง เช่นเดียวกับ เส้นทางอาชีพของโปรเมียว ที่ยังคงมุ่งหน้าสู่ความท้า ทายใหม่ ในเวทีโลกอย่างไม่หยุดยั้ง”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กอ.รมน. บินด่วนลงพื้นที่สุรินทร์ ขน “อวนยักษ์-บังเกอร์” เสริมแกร่งรั้วของชาติ สกัดภัยโดรน-เยียวยาครอบครัวผู้เสียสละ

กอ.รมน. บินด่วนลงพื้นที่สุรินทร์ ขน “อวนยักษ์-บังเกอร์” เสริมแกร่งรั้วของชาติ สกัดภัยโดรน-เยียวยาครอบครัวผู้เสียสละ

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฝูงบิน 6 ดอนเมือง พล.ท.ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. นำคณะตัวแทนจากภาคเอกชนและเครือข่ายมวลชนกว่า 70 ชีวิต เหินฟ้าด้วยเครื่องบิน C-295W มุ่งหน้าสู่สมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อปฏิบัติภารกิจเติมขวัญกำลังใจให้ทหารกล้าอย่างเป็นรูปธรรม

ทันทีที่แตะรันเวย์ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ คณะได้รุดเดินทางไปยังกองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์ เพื่อร่วมโต๊ะข่าวรับฟังสถานการณ์ความมั่นคงล่าสุด โดยเฉพาะประเด็นร้อนอย่าง “ภัยคุมคามทางอากาศจากโดรน” ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ทหารแนวหน้าต้องเผชิญ กอ.รมน. จึงไม่ได้มามือเปล่า แต่หอบเอาทางแก้มามอบให้ถึงที่

ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การส่งมอบ “อวนยักษ์” หนักกว่า 4,000 กิโลกรัม พร้อมเสาเหล็กและอุปกรณ์ครบชุด เพื่อนำไปติดตั้งเป็นระบบตาข่ายดักโดรนรอบฐานปฏิบัติการ เสริมทัพด้วย “บังเกอร์ท่อปูนเสริมใยเหล็ก” อีก 40 ท่อ และกระสอบทรายกว่า 5,000 ถุง เพื่อเปลี่ยนฐานปฏิบัติการให้กลายเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

ด้าน พล.ท.ธนาธิปฯ เปิดใจกลางสมรภูมิว่า การเดินทางมาครั้งนี้คือการนำความห่วงใยจากคนไทยทั้งประเทศมาส่งให้ถึงมือรั้วของชาติ เพราะทหารแนวหน้าคือด่านแรกที่ต้องเผชิญอันตราย เราจึงต้องรับฟังเสียงจากพื้นที่จริงแล้วจัดส่งยุทโธปกรณ์ที่ “ตรงจุด” โดยเฉพาะการรับมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด

นอกจากยุทโธปกรณ์หนักแล้ว คณะยังได้มอบถังเก็บน้ำและผ้าห่มอีกนับพันผืนเพื่อดูแลความเป็นอยู่ รวมถึงมีภาพสุดประทับใจในการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพ เพื่อยืนยันคำมั่นสัญญาว่า “เราจะไม่มีวันทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และพร้อมโอบอุ้มครอบครัวผู้เสียสละอย่างเต็มที่

ก่อนปิดท้ายภารกิจ คณะได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปราสาทตาควายเพื่อความเป็นสิริมงคล และลงพื้นที่เนิน 350 เยี่ยมเยียนให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยภารกิจนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเครือข่ายภาคประชาชนหลายกลุ่ม สะท้อนพลังสามัคคีที่คนไทยทุกภาคส่วนพร้อมใจกันผนึกกำลังหนุนหลังทหารไทยให้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอย่างสุดกำลัง


สุรเชษฐ ศิลลานนท์ รายงาน

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ สคม. กกท. มอบประกาศนียบัตร “ผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติ” ยกระดับศิลปะมวยไทยสู่มาตรฐานสากล ที่พัทยา

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! สคม. กกท. มอบประกาศนียบัตร “ผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติ” ยกระดับศิลปะมวยไทยสู่มาตรฐานสากล ที่พัทยา

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 : สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย (สคม.) ภายใต้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ประสบความสำเร็จในการจัดโครงการฝึกอบรม “Muaythai Instructor Course (Introductory Level) for Foreigners 2025” พร้อมจัดพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการ ณ Boutique City Hotel Pattaya เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

นายธีรวัฒน์ ศิลปอาชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนากีฬามวย สคม. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย กกท. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิด และมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรมชาวต่างชาติที่ผ่านการทดสอบครบถ้วนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยการรับรองในครั้งนี้ถือเป็นการการันตีมาตรฐานองค์ความรู้ตามหลักเกณฑ์ของ สคม. อย่างเป็นทางการ

โครงการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมอบรมชาวต่างชาติกว่า 100 คน และได้รับความร่วมมือจากคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับ A License มากกว่า 10 ท่าน ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้นครอบคลุมทักษะพื้นฐานมวยไทย อาทิ การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ตลอดจนการปลูกฝังระเบียบวินัย จริยธรรม และพิธีการไหว้ครูมวยไทยที่ถูกต้องงดงามตามขนบธรรมเนียม

ผู้สำเร็จการอบรมในครั้งนี้พร้อมก้าวสู่บทบาท “ทูตวัฒนธรรมมวยไทย” ในการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทยสู่เวทีนานาชาติอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน และใบประกาศนียบัตรที่ได้รับจะเป็นก้าวแรกสำคัญในการต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน