ทต.สำนักขาม แถลงข่าว “โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว Dannok Night Songkran” สาดสนุก สุขใจ ณ เมืองด่านนอก

สะเดา/สงขลา – เทศบาลตำบลสำนักขาม จัดงานแถลงข่าว “โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว Dannok Night Songkran” สาดสนุก สุขใจ ณ เมืองด่านนอก เพื่อประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมสัมผัสบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ในเมืองท่องเที่ยวชายแดนไทยมาเลเซีย

โดยมี นายสาธิต ลิ่ววัฒนะโชตินันท์ นายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม เป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองนายก อบจ. สงขลา,นางสาวนวพร ชีวชมเกตุ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายสวัสดิ์ เหมือนหนู ปลัดอาวุโสอำเภอสะเดา, นายพลวัฒน์ วิไลชื่นผล กำนันตำบลสำนักขาม, หัวหน้าส่วนราชการ , ภาคีเครือข่าย, หน่วยงานราชการในพื้นที่, ผู้ประกอบการในพื้นที่ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลสำนักขาม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) เพื่อใช้ในการจัดโครงการดังกล่าว อันเป็นความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เกิดความคึกคักมากยิ่งขึ้น

นายสาธิต ลิ่ววัฒนะโชตินันท์ นายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม บอกว่าการจัดงาน Dannok Night Songkran ในครั้งนี้ร่วมกับอบจ.สงขลา มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ด่านนอก สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของอำเภอสะเดาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ภายในงานจะมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ ปาร์ตี้โฟม อุโมงค์น้ำใหญ่ที่สุด การแสดงดนตรีและดีเจชื่อดัง รวมถึงร้านค้าอาหารและสินค้าท้องถิ่น

“ปีนี้เรามีไฮไลท์คืออุโมงค์น้ำที่ยาวที่สุดในอำเภอสะเดา ปาร์ตี้โฟม ดีเจทั้งชาวไทยและดีเจจากประเทศมาเลเซีย และดาราซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชาวมาเลเซียมีผู้ติดตามกว่า 4 ล้านคน มาร่วมเป็นสีสัน สำหรับสถานการณ์น้ำมันที่ขาดแคลนในช่วงนี้ ประกอบกับมีการแจ้งจากกงศุลมาเลเซียประจำประเทศไทยที่จังหวัดสงขลาได้ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยให้ระวังในเรื่องของน้ำมันที่ขาดแคลน ตรงนี้คิดว่าจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวในด่านนอกเพราะชาวมาเลเซียเข้ามาแค่ประมาณ 2 กิโลเมตร ก็สามารถมาสนุกสนานได้อย่างเต็มที่ และสามารถกลับไปเติมน้ำมันในประเทศเขาได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน”

ทั้งนี้ งาน Dannok Night Songkran กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 14 เมษายน 2569 ณ บริเวณถนนกาญจนวนิช หมู่ 7 เทศบาลตำบลสำนักขาม ด่านนอก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาร่วมเทศกาลสงกรานต์กันเป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานจากผู้ประกอบการในพื้นที่ว่าขณะนี้มียอดจองห้องพัก โรงแรม ในเมืองท่องเที่ยวชายแดนด่านนอกประมาณ 70 เปอร์เซ็น


ภาพ-ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

ผู้ว่าฯ นครนายก เปิดนิทรรศการ AR Exhibition ศิลปะอิมเมอร์ซีฟ ยกระดับท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

นครนายก – ผู้ว่าฯ นครนายก เปิดนิทรรศการ AR Exhibition ศิลปะอิมเมอร์ซีฟ ยกระดับท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 23 มี.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณถ้ำพญานาค วัดมณีวงศ์ ต.ดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดนิทรรศการผลงานวิจัยรูปแบบศิลปะอิมเมอร์ซีฟ เพื่อส่งเสริมประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก ช่วงเวลาที่ตำนานของชุมชนดงละครได้มีชีวิตอีกครั้ง ในรูปแบบ AR Exhibition ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมี ผศ.ดร.เมธี ทรัพย์ประสพโชค คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) เจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์ พร้อมด้วย วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก, ททท.สำนักงานจังหวัดนครนายก, นายอำเภอเมือง, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก, คณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ เข้าร่วมงานท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำพญานาค

นิทรรศการนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดนครนายก โดยการหยิบยกตำนานพญานาคดงละครซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนานตั้งแต่สมัยทราวดี นำมาเสนอผ่านรูปแบบ AR Exhibition (Augmented Reality) ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้เพียงแค่มาไหว้พระหรือชมความงามของปูนปั้น แต่ยังสามารถโต้ตอบกับประติมา กรรมในถ้ำนาคาได้เสมือนมีชีวิตจริงผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน ถือเป็นการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเดิมด้วยนวัตกรรมดิจิทัล งานวิจัยชิ้นนี้เน้นการใช้เทคโนโลยี ศิลปะอิมเมอร์ซีฟ และความจริงเสริมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับต้นทุนทางวัฒนธรรม โดยเลือกพื้นที่วัดมณีวงศ์ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดนครนายก เพื่อให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวเข้าถึงรากเหง้าของชุมชนดงละครได้ง่ายขึ้นและสนุกกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถเข้าชมและสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำจากงานวิจัย “รูปแบบศิลปะอิมเมอร์ซีฟเพื่อส่งเสริมประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก” ได้แล้ววันนี้ ณ วัดมณีวงศ์ จังหวัดนครนายก สืบสานและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงได้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

รองผู้ว่าฯ นครปฐม” นำทีมตรวจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ สสร้างความมั่นใจประชาชนด้านราคาและคุณภาพพลังงาน

รองผู้ว่าฯ นครปฐม” นำทีมตรวจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ สสร้างความมั่นใจประชาชนด้านราคาและคุณภาพพลังงาน

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย
นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี สำนัก งานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม และสำนักงานพลังงานจังหวัดนครปฐม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในเขตอำเภอดอนตูมและอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม การตรวจสอบดังกล่าวมุ่งเน้นให้สถานีบริการน้ำมันปฏิบัติตามกฎหมาย อาทิ การแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ปริมาณน้ำมันต้องถูกต้องครบถ้วน คุณภาพได้มาตรฐาน รวมทั้งป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมด้านราคาให้กับประชาชน

ในส่วนของปัญหาน้ำมันดีเซลที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ผู้ว่าราช การจังหวัดนครปฐม ได้สั่งการให้ทุกอำเภอ สำรวจปริมาณทุกชนิด ของสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ และรายงานผลให้ทางจังหวัดทราบในเวลา 08.00 น. และ 18.00 น. ของทุกวัน เพื่อประชาสัมพันธ์และลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบด้านค่าครองชีพ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐมหรือสายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวัง โรคหัด หัดเยอรมัน และ AFP ภายใต้โครงการกำจัดหรือกวาดล้างโรคตามพันธะสัญญานานาชาติ ในจังหวัดนครปฐม

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวัง โรคหัด หัดเยอรมัน และ AFP ภายใต้โครงการกำจัดหรือกวาด ล้างโรคตามพันธะสัญญานานาชาติ ในจังหวัดนครปฐม

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนคร ปฐม เป็นประธาน ในการเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวัง โรคหัด หัดเยอรมัน และ AFP ภายใต้โครงการกำจัดหรือกวาดล้างโรคตามพันธะสัญญานานาชาติ ในจังหวัดนครปฐม โดยมี นพ.ชาโล สาณศิลปิน รองผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี เป็นวิทยากร พร้อมด้วย นางดรุณี โพธิ์ศรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม และ จนท.จากกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ ผู้รับผิดชอบงานระบาดวิทยา และควบคุมโรค ของ อบจ. รพ.รัฐ-เอกชน สสอ.ทุกแห่ง เข้าร่วมประชุมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าว ณ ห้องประชุมทับแก้ว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ชาวเพชรบุรี แห่สักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ระหว่างแห่กลับสงขลา เพื่อความเป็นสิริมงคล

ชาวเพชรบุรี แห่สักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ระหว่างแห่กลับสงขลา เพื่อความเป็นสิริมงคล

เมื่อกลางดึกวันที่22 มี.ค.69 ที่ปั้มลุงเท่งชะอำ ขาล่องใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นางลักษณา ม่วงศรี เจ้าของปั้มลุงเท่งชะอำ ขาล่องใต้ พร้อมด้วย นายเฉลิมเกียรติ เป็นศิริ เจ้าของปั๊มลุงเท่ง ขาเข้า กทม.และครอบครัว อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิฯสว่างสรรเพชรฯ พ่อค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมให้การต้อนรับ คณะมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) อ.หาด ใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคีมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่อัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หลวงปู่ไต้ฮงกง องค์แป๊ะกง และองค์นาจา มาแวะภายในปั้มลุงเท่ง ขาล่องใต้ ให้ประชาชนชาวเพชรบุรีได้กราบสักการะ

โดยปั้มลุงเท่งชะอำ ได้จัดพิธีส่งองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกลับสงขลา โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง และครอบครัว พร้อมได้จัดเตรียมพิธีอัญเชิญ และสถานที่ไว้นรองรับขบวนเจ้าแม่ จัดหาอาหาร น้ำดื่ม ขนม แจกจ่ายแก่อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิฯ และประชาชนที่มากราบไหว้ขอพรองค์เจ้าแม่ พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนจำนวน 1หมื่นบาทให้แก่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี พร้อมกันนี้ได้จัดพิธีรอดใต้ฐาน องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หลวงปู่ไต้ฮงกง องค์แป๊ะกง และองค์นาจา ก่อนที่ทางมูลมิตรภาพสามัคคี ได้จัดพิธีแห่องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หลวงปู่ไต้ฮงกง องค์แป๊ะกง และองค์นาจา วนรอบปั๊มลุงเท่งขาล่องใต้ จำนวน 3 รอบ ก่อนคณะได้ข้ามถนนเพชรเกษม ไปวนรอบปั๊มลุงเท่งขา กทม. จำนวน 3 รอบ เพื่อความเป็นศิริมงคล โดยมีคณะ พ่อค้าประชาชนแบละนักท่องเที่ยวร่วมพิธีแห่กัน้เป้นจำนวนมาก จากนั้นได้ร่วมกันอัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หลวงปู่ไต้ฮงกง องค์แป๊ะกง และองค์นาจา ขึ้นรถยนต์ที่เดตรียมไว้ก่อนเดินทางกลับ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อไป


/////////// บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

รพ.ดอนตูม จัดงานทำบุญประจำปี 2569 เนื่องในโอกาสครบรอบ 64 ปี แห่งการก่อตั้ง รพ.ดอนตูม

โรงพยาบาลดอนตูม จัดงานทำบุญประจำปี 2569 เนื่องในโอกาสครบรอบ 64 ปี แห่งการก่อตั้งโรงพยาบาลดอนตูม (24 มีนาคม 2505)

วันนี้ ท่าน สุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 4 พร้อมด้วย ท่านสมรักษ์ มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม และพ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรดอนตูม ได้เดินทางมาร่วมงาน ในการจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ สร้างความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากร ผู้ป่วย และประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนเป็นการแสดงความสำนึกในความเมตตาและคุณูปการของผู้ก่อตั้ง พระครูภาวนาสังวรคุณ (เต๋ คังคสุวัณโณ)

ทั้งนี้ ภายในงานได้จัดให้มีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้แก่ผู้เสียชีวิตภายในโรงพยาบาลดอน ตูม ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อแสดงความอาลัยรำลึก และอุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ อันเป็นการสืบสานคุณค่าทางจิตใจและความเอื้ออาทรในองค์กร และทางโรงพยาบาลดอนตูม ขอขอบพระคุณทุกๆโรงทาน และทุกน้ำใจ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้งานในครั้งนี้
ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย อบอุ่น และเปี่ยมด้วยความประทับใจและขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและกำลังใจที่มอบให้ นับเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาโรงพยาบาลดอนตูม เพื่อดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน โรงพยาบาลดอนตูม ขอขอบ พระคุณจากใจ 64ปี โรงพยาบาลดอนตูม เคียงข้างด้วยหัวใจ ใส่ใจทุกชีวิต


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ตม.กาญจนบุรี เปิดปฏิบัติการลุยจับต่อเนื่อง! รวบเพิ่ม 7 ชาวจีน ลอบเข้าเมือง ใช้ไทยเป็นทางผ่านขบวนการข้ามชาติ

ตม.กาญจนบุรี เปิดปฏิบัติการลุยจับต่อเนื่อง! รวบเพิ่ม 7 ชาวจีน ลอบเข้าเมือง ใช้ไทยเป็นทางผ่านขบวนการข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.69 เวลา 08.00 น. ที่ ตม.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 ในฐานะ โฆษก บก.ตม.3 เปิดเผยกรณี ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี นำกำลัง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.กาญจนบุรี สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สามารถจับกุมบุคคลสัญชาติจีนลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้จำนวน 3 ราย จากการขยายผลเชิงลึก ทำให้ทราบถึงความเคลื่อนไหวของเครือข่ายขบวนการข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่าน ต่อมา เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าระวังและลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการต้องสงสัย กระทั่งเข้าตรวจค้นห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

ผลการปฏิบัติ พบกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนรวม 7 ราย พักอาศัยอยู่ภายในห้องเช่าดังกล่าว โดยไม่สามารถแสดงเอกสารประจำตัวหรือหลักฐานการเข้าเมืองได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ ประกอบด้วย
• นายหลี่ ซินปิน อายุ 36 ปี
• นายเฉิง ไฉ่หาว อายุ 21 ปี
• นายกู่ ซิ่งฮุย อายุ 23 ปี
• นายเฉิน เฟิง อายุ 28 ปี
• นายจาง จื้อห้าว อายุ 20 ปี
• นายซ่ง ปิ่น อายุ 24 ปี
• นางสาวหวัง ฮุ้ยหมิ่น อายุ 23 ปี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การตรงกันว่า ได้ลักลอบเดินทางจากประเทศกัมพูชา เข้ามายังประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว ก่อนจะมีรถยนต์มารอรับ เพื่อลำเลียงต่อไปยังประเทศเมียนมา โดยมีนายทุนชาวจีนและเมียนมาหนุนหลัง และใช้ประเทศไทยเป็น “ทางผ่าน” ของขบวนการ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกการจับกุม พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีนโยบายป้องกันและปราบคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองและกระทำผิดกฎหมาย โดยให้ สตม. วางมาตรการเชิงรุก สกัดกั้น ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าว รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติในประเทศไทย

หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและขอประชาสัมพันธ์ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
📞 โทรศัพท์: ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่
🌐 เว็บไซต์: www.immigration.go.th


///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 5,700,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 5,700,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 04.50 นาฬิกา ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 20 – 25 คน แบกเป้สะพายหลัง หน่วยจึงได้ให้สัญญาณเตือนให้หยุด เพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการปะทะ ประมาณ 5 นาที ฝ่ายเราปลอดภัย กลุ่มขบวนการอาศัยห้วงทัศนวิสัยจำกัด และความชำนาญในพื้นที่ หลบหนีไปได้ หน่วยจึงได้จัดกำลังเพิ่มเติม จำนวน 4 ชุดปฏิบัติการ วางกำลังควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจพบของกลางกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 25 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวนทั้งสิ้น 5,700,000 เม็ด

และเมื่อเวลา 14.00 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 275 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 281 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 170,242,051 เม็ด, เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 2,947.2 กิโลกรัม, ฝิ่น 169.4 กิโลกรัม และ คีตามีน 431.4 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 37 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 25 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 28,924 ล้านบาท (28,924,854,152 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

ทบ.ไทย–สหรัฐฯ ปิดการฝึกผสม “Hanuman Guardian 2026” พร้อมนำองค์ความรู้พัฒนาการปฏิบัติการรบอย่างเป็นรูปธรรม

ทบ.ไทย–สหรัฐฯ ปิดการฝึกผสม “Hanuman Guardian 2026” พร้อมนำองค์ความรู้พัฒนาการปฏิบัติการรบอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 20 มี.ค. 69 กองทัพบกจัดพิธีปิดการฝึกผสมไทย–สหรัฐฯ ภายใต้รหัส “Hanuman Guardian 2026” ภายหลังดำเนินการฝึกในห้วงวันที่ 9–20 มี.ค. 69 ณ พื้นที่ฝึกบ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี โดยการฝึกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาขีดความสามารถการปฏิบัติการทางทหารร่วมกันของทั้งสองประเทศ

โดยการฝึกมุ่งเน้นปฏิบัติการระดับกองพันผสมเหล่า บูรณาการขีดความสามารถด้านการรบสมัยใหม่ อาทิ การใช้อากาศยานไร้คนขับ, การปฏิบัติสงครามอิเล็กทรอนิกส์, การใช้โดรนโจมตี การยิงสนับสนุน การเจาะช่องเครื่องกีดขวาง และการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (CUAS) ทั้งการฝึกวางแผนและปฏิบัติการร่วมในสถานการณ์สมมติ

โดยพิธีปิดการฝึกในวันนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก, H.E. Mr. Sean Kotaro O’Neill เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และ LTG Joel B. Vowell USARPAC DCG รองผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก ร่วมเป็นประธานในพิธี ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวว่า การฝึกผสม Hanuman Guardian 2026 เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นของทั้งสองกองทัพ การฝึกในครั้งนี้ช่วยต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนาเทคนิคและยุทธวิธีการปฏิบัติการร่วมในหลากหลายมิติ อันจะเสริมสร้างศักยภาพและความพร้อมรบของกำลังพลให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

กก.สส.ภ.จว.นพ. ปิดสะพานจับกระบะตู้ทึบ หนุ่มขอนแก่น ขนยาฯ 1.7 แสนเม็ด อ้างมีค่าแรง จ้าง 50,000 บาท

นครพนม – กก.สส.ภ.จว.นพ. ปิดสะพานจับกระบะตู้ทึบ หนุ่มขอนแก่น ขนยาฯ 1.7 แสนเม็ด อ้างมีค่าแรง จ้าง 50,000 บาท !!!

เมื่อ 21 มีนาคม 2569 เวลา 14.30 น. ที่หน้ากองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนคร พนม (กก.สส.ภ.จว.ฯ) พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 170,000 เม็ด พร้อมรถยนต์กระบะตู้ทึบ 1 คัน

เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 20 มีนาคม 69 ที่ผ่านมา โดยเมื่อในเวลาประมาณ 11.00 น.ชุดจับกุมได้รับการประสานจากหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดบึงกาฬ ว่า มีรถยนต์กระบะตู้ทึบต้องสงสัย ขับออกจากริมแม่น้ำโขงในพื้นที่อำเภอหนึ่งและกำลังมุ่งหน้าเข้าเขต รอยต่อ อ.เซกา จ.บึงกาฬ กับ อ.นาทม จ.นครพนม คาดว่าน่าจะลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ชั้นในของประเทศ จึงวางกำลังเฝ้าซุ่มบนถนนสาย เซกา-อ.นาทม

กระทั่งพบรถยนต์โตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ กระบะหลังดัดแปลงเป็นตู้ทึบ คล้ายรถส่งพัสดุ ตรงตามข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคง จ.บึงกาฬ แจ้งประสานเข้ามา จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น ณ บริเวณถนนบ้านดอนแดงหมู่ 2 ต.นาทม แต่รถต้องสงสัยไม่ยอมจอด กลับเร่งเครื่องแหวกวงล้อมเพื่อหลบหนี จึงเกิดการไล่ล่ากันขึ้น ตั้งแต่บ้านดอนแดง ผ่านเทศบาลตำบลนาทม ก่อนเลี้ยวเข้าถนนสาย นาทม-บ้านข่า เขตพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
ชุดปฏิบัติการ จึงแจ้งกำลังที่อยู่บริเวณนั้น ใช้รถยนต์กระบะเจ้าหน้าที่ ปิดกั้นกลางสะพานห้วยยาง ต.ดอนเตย อ.นาทม

รถต้องสงสัยจึงถูกไล่อัดหัวท้าย จึงยอมหยุดรถแต่โดยดี บริกลางสะพานดังกล่าวทราบชื่อคนขับต่อมาว่า นายบอม (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี เป็นชาว อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ตรงที่พักเท้าเบาะข้างคนขับ พบกระสอบป่านสีเขียว 1 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้าห่อหุ้มด้วยกระดาษไขสีเหลือง ระบุอักษร Y1 จึงนำตัวนายบอมพร้อมของกลางไปสอบสวนที่ กก. สส. ภ.จว.นครพนม และตรวจนับของกลางได้จำนวน 170,000 เม็ด พร้อมแจ้งข้อหา “จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครอง จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้าอันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”

สอบสวนเบื้องต้น นายบอมฯเล่าว่า เมื่อปี 2557 เคยต้องโทษลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พ้นโทษเมื่อปี 2563 ก็ดาวน์รถยนต์กระบะมาวิ่งรับส่งพัสดุบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมามีเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ ติดต่อให้ไปรับยาบ้าที่ริมโขงเขต จ.บึงกาฬ โดยให้ค่าจ้าง 50,000 บาท ทีแรกให้ไปส่งในพื้นที่ จ.เลย แต่ภายหลังเปลี่ยนให้มาส่งในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม ซึ่งตนยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว โดยผู้สั่งการจะจ่ายหลังเสร็จงานเท่านั้น กระทั่งถูกดักจับกุมดังกล่าว โดยขบวนการค้ายาเสพติด จะใช้รถกระบะดัดแปลงเป็นตู้ทึบ คล้ายรถขนส่งพัสดุเอกชน เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตามเส้นทางลำเลียง ซึ่งระยะหลังถูกจับและตรวจยึดยาเสพติดในลักษณะนี้ถี่ขึ้น ทางหน่วยงานความมั่นคงจึงสั่งจับตามองรถกระบะตู้ทึบเป็นพิเศษ และติดตามกระบวนการ อย่างต่อเนื่อง


เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน