กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 6,024,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 6,024,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

จากกรณี เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 20.30 นาฬิกา หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย จัดกำลังพล 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด บริเวณ บ้านไทยเจริญ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลง จำนวน 17 กระสอบๆ ละ 300,000 เม็ด รวมประมาณ 6,024,000 เม็ด

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เวลา 15.00 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก พร้อมด้วย นาวาเอก ภากร มาเนียม ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ณ สถานีเรือเชียงของ บ้านหัวเวียง หมู่ 1 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยมี นาย ประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการแถลงข่าว ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สถานีตำรวจภูธรเวียงแก่น เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 399 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 387 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 236,617,954 เม็ด, เฮโรอีน 7.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 4,665.8 กิโลกรัม, ฝิ่น 264.4 กิโลกรัม และ คีตามีน 977.7 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 55 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 41 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 41,156 ล้านบาท (41,156,786,211 บาท)


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ อยุธยา เข้าร่วมการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS)

อยุธยา – ผู้ว่าฯ เข้าร่วมการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS)

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมมหาธาตุ อาคาร 1 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรี อยุธยา เข้าร่วมการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมส่วนกลาง และในส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนายประพันธ์ ตีบุปผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายก นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

ในการประชุมครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มอบนโยบายเร่งด่วน “ACTION 5 PLUS” เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของทุกจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความมั่นคงปลอดภัย การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยควบคู่กับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และการยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในจังหวัดนำนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวทาง “ทำทันที เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พี่น้องประชาชน” อันเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความผาสุกให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน


สุขุม แก้วกูดั่น อยุธยา

รถบรรทุกปุ๋ย หลุดโค้ง พลิกคว่ำกลางถนน บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ถูกถุงปุ๋ยทับร่างเร่งนำส่งรพ.

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.หนองฉาง จ.อุทัย ธานี กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณ สามแยกหนองฉาง ไปทางอำเภอบ้านไร่ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ พลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บเป็นชาวพม่า 1 ราย ถูกกระสอบปุ๋ยทับร่างอยู่ จึงรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้ออุทัยธานี พลิกตะแคงคว่ำอยู่บนถนน เจ้าหน้าที่พร้อมพลเมืองดี ได้ช่วยกันนำถุงปุ๋ยออกจากร่างผู้บาดเจ็บพร้อมประสานรถโรงพยาบาลหนองฉางมารับผู้บาดเจ็บส่งรพ.ส่วนที่เหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามสอบถาม เพื่อพูดคุย แต่ไม่สามารถพูดคุยกันได้เนื่องจากเป็นชาวพม่า

ล่าสุดได้สอบถามนายประเสริฐ คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ เปิดเผยว่า ตนเองเป็นลูกจ้าง ให้นำปุ๋ยหลายสิบถุงไปส่งให้ลูกค้าทีอำเภอบ้านไร่ โดยมาทั้งหมด 4 คน โดยมีลูกจ้างชาวพม่า 2 คน นั่งอยู่ที่หลังรถ ส่วนด้านหน้ามีตนเอง และลูกจ้างอีกคน พอมาถึงทางโค้งสามแยกหนองฉาง รถเกิดเบรคไม่อยู่ และตนเองก็ได้หักพวงมาลัยเข้าโค้ง ทำให้น้ำหนักของถุงปุ๋ยลื่นมาอยู่รวมกัน จนทำให้เกิดเหตุดังกล่าว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ทรงวางพวงมาลาสักการะ หน้าพระโกศพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 09.24 น. สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน เสด็จ ฯ มาทรงวางพวงมาลาสักการะ หน้าพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา และทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในสมุดหลวงแสดงความอาลัย ณ พระที่นั่งราชกรัณยสภา ในพระบรมมหาราชวัง


ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติดและขจัดสิ่งชั่วร้าย ของผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์

ประจวบคีรีขันธ์ – ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติดและขจัดสิ่งชั่วร้าย ของนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยึดยาบ้าเพิ่ม พร้อมอาวุธปืน

วันที่ 19 มิ.ย.69 เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของนายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก สั่งการให้นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก, นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ พร้อมด้วย สมาชิก อส.อ.สังกัด ร้อย อส.อ.ทับสะแกที่6 จำนวน 3 นาย และกำลังชุดปฎิบัติการล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก ประกอบด้วย นายชลิต เพชรดี กำนันตำบลอ่างทอง, นายวุฒิชัย อำนวยผล ผญบ.ม.8 ตำบลอ่างทอง, นางโนรี ฉัตรบรรยงค์ ผญบ.ม.4 ตำบลแสงอรุณ, นายฉัตรชัย ฝักเล็ก ผญบ. ม.1 ตำบลห้วยยาง กวดขันการลักลอบการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามคำสั่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และกระทรวงมหาด ไทย โดยได้ติดตามข้อมูลการขยายผลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก

ผลการปฏิบัติ ตามข้อมูลเพื่อการขยายผลพบผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 1 ราย คือ จับกุม นายศักดิ์ชัย(ขอสงวนนามสกุล) ราษฎรหมู่ที่ 5 ตำบลทับสะแก อำเภอทับ สะแก แต่มาอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 93/8 หมู่ที่4 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก พร้อมด้วยของกลาง

  1. ยาเสพติดให้โทษ ประเภท1 (ยาบ้า) จำนวน 166 เม็ด
  2. อาวุปืนสั้นชนิดกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม ยี่ห้อ CZ เลขหมายประจำปืน A315809 จำนวน 1กระบอก
  3. เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 7 นัด
  4. ซองบรรจุกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนสั้นยี่ห้อ CZ รุ่น 75 P-01 จำนวน 1 ซอง
  5. รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีเทาคันหมายเลขทะเบียน กพ 347 ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คัน

โดยแจ้งข้อกล่าวหา 1.จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย, 3.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนโดยผิดกฎหมาย สอบสวนขยายผลและนำตัวผู้กระทำผิดพร้อมของกลางมาจัดทำบันทึกการจับกุม และส่ง พงส.สภ.ห้วยยาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


//////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

SSI–TCRSS ผนึก NEA ร่วมโครงการศึกษา ไฮโดรเจนสีเขียวสำหรับผลิตเหล็กคาร์บอนต่ำ

ประจวบคีรีขันธ์ – SSI–TCRSS ผนึก NEA ร่วมโครงการศึกษา ไฮโดรเจนสีเขียวสำหรับผลิตเหล็กคาร์บอนต่ำ

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (SSI) และบริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) (TCRSS) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเอสเอสไอ ร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LoI) ภายใต้โครงการ “การศึกษาความเป็นไปได้ของการผลิตเหล็กสีเขียวสำหรับประเทศไทย” (Feasibility Study of Green Steel Production for Thailand) กับบริษัท นูมาน แอนด์ เอสเซอร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (NEA) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ในการผลิตเหล็กคาร์บอนต่ำ (Green Steel) ในประเทศไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไปสู่การผลิตเหล็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการดังกล่าวครอบคลุมการศึกษาทั้งด้านเทคนิค เศรษฐศาสตร์ และการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างฐานองค์ความรู้สำหรับสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการพัฒนาโครงการไฮโดรเจนสีเขียวในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมความตระ หนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจนสีเขียวในภาคตลาดและอุตสาหกรรมของไทย นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ยังมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมไทย–เยอรมนี เพื่อผลักดันนวัตกรรมและความร่วมมือด้านไฮโดรเจนสีเขียวในอนาคต พร้อมต่อยอดสู่การเป็นโครงการนำร่องในภาคอุตสาหกรรม ที่สามารถขยายผลและพัฒนาเป็นต้นแบบสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภายหลังพิธีลงนาม บริษัทในกลุ่มเอสเอสไอได้นำเสนอภาพรวมองค์กร การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียว รวมถึงภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมนำคณะผู้เข้าร่วมเยี่ยมชมโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นของ TCRSS เพื่อศึกษากระบวนการผลิต เครื่องจักร และแนวทางการบูรณาการไฮโดรเจนสีเขียวเข้าสู่กระบวนการผลิตเหล็กสีเขียวของบริษัท อันเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล็กสู่การผลิตคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในอนาคต


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

จนท.อช.แก่งกระจาน รวบพรานป่าลอบล่าเลียงผา สัตว์ป่าสงวนป่ามรดกโลก เร่งขยายผลติดตามตัวอีก 1 หลังเผ่นหนี เจอข้อหาหนัก คุก 10 ปี ปรับ 1 ล้าน

จนท.อช.แก่งกระจาน รวบพรานป่าลอบล่าเลียงผาสัตว์ป่าสงวนป่ามรดกโลก เร่งขยายผลติดตามตัวอีก 1 หลังเผ่นหนี เจอข้อหาหนัก คุก 10 ปี ปรับ 1 ล้าน

วันที่ 19 มิ.ย.69 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า คณะพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ออกลาดตระเวนพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติอก่งกระจาน ตามที่ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มพรานเข้าไปล่าสัตว์ในบริเวณพื้นที่อุทยานฯ โดยเริ่มลาดตระเวนจาก หมู่9 บ้านปางไม้ (ป่ารวก) ต.ป่าเด็ง ออกไปทาง ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ร่วม 4 วัน 3 คืน คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินสำรวจตามเส้นทาง จนมาถึงพิกัด 47P 0553885 N 1400097 เจ้าหน้าที่พบเส้นทางต้องสงสัยจึงได้ทำการดักซุ่ม ก่อนพบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมเข้าแสดงตัว โดยสามารถจับกุมได้ 1 ราย ส่วนอีก1 รายหลบหนีไปได้

ก่อนทำการตรวจค้นบริเวณจุดเกิดเหตุ พบซากเลียงผา สัตว์ป่าสงวน เพศผู้ โตเต็มวัย 1 ซากตรวจสอบพบรอยกระสุนปืน ขนาด .22 มม. บริเวณซอกขาหน้าด้านขวา กระสุนทะลุเจาะปอด เลือดตกใน และพบรอยสันมีดบริเวณหน้าผาก ผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายพุเบะ ไม่มีนามสกุล เป็นชาวกะหร่างที่มาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านปกาเกอะญอ (ป่าเด็งใต้) ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยอาศัยอยู่มาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า นายพุเบะวันที่เกิดเหตุตนได้เข้ามาล่าสัตว์กับนายจอแอะ โดยนัดหมายเข้ามาล่าสัตว์ตั้งแต่เช้า และได้ยิงเลียงผาในช่วงสายๆ โดยนายจอแอะที่เป็นลุงเป็นคนยิง และนำเลียงผามาแช่น้ำไว้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาตรวจพบและถูกจับกุม

เบื้องต้น แจ้งข้อหา ร่วมกันล่าสัตว์ป่าสงวน ในเขตอุทยานแห่งชาติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหารชุดเฉพาะกิจทับพญาเสือ สภ.แก่งกระจาน และอุทยานฯ จะทำการ ขยายผลตรวจค้นพยานหลักฐาน จับกุมผู้ร่วมกระทำผิด มาดำเนินคดีต่อไป


///////////บรรณรต จ.เพชรบุรี

ประมงร่วมกับหลายภาคส่วน เปิดปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำลอยเกลื่อนคลองริมหาดชะอำได้กว่า 3 ตัน

เพชรบุรี – ประมงร่วมกับหลายภาคส่วนเปิดปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำลอยเกลื่อนคลองริมหาดชะอำได้กว่า 3 ตัน

วันที่ 18 มิถุนายน 69 นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พร้อมด้วย นายประจวบ เจี่ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี นำเจ้าหน้าที่ สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี อำเภอชะอำ หน่วยงานสังกัดกรมประมงจังหวัดเพชรบุรี เรือนจำกลางเพชรบุรี ผู้นำชุมชน ชาวประมง ทีมอาสาสมัครกำจัดปลาหมอคางดำเพชรบุรี ผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมทำกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในพื้นที่คลองบ่อเคี๊ยะ ชุมชนห้วยทรายใต้ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ให้มีประสิทธิภาพและเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ตามมาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด และการนำปลาหมอคางดำที่ถูกกำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ผลการดำเนินงานสามารถจับปลาหมอคางดำได้ จำนวน 3,121 กิโลกรัม ก่อนส่งมอบให้เรือนจำกลางเพชรบุรี นำไปผลิตเป็นน้ำปลา และส่งมอบให้ชาวประมง และทีมอาสาสมัครกำจัดปลาหมอคางดำ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

นายประจวบเจียงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า วันนี้ประมงร่วมกับภาคีเครือข่ายอาสาสมัครกำจัดปลาหมอคางดำร่วม30 คน ร่วมทำกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำ ภายในแหล่งน้ำธรรมชาติคลองบ่อเคี๊ยะ จากการสำรวจพบว่าของภายในคลองบ่อเคี๊ยะพบปลาหมอคางดำจำนวนหนาแน่นเต็มคลอง จึงระดมกำลังเครือข่ายมาร่วมกันกำจัดปลาหมอคางดำ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบนโยบาย กำกับพื้นที่ การกำจัดออกจากแหล่งน้ำ และการนำไปใช้ประโยชน์ ครั้งนี้ประมงได้ประสานกับผู้ประกอบการเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่ ให้รับซื้อปลาหมอคางดำส่วนนึงเพื่อนำไปเป็นอาหารปลากะพงขาวที่เพาะเลี้ยงอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งคาดว่าจะใช้ อาทิตย์ละ 1 ตัน ส่วนที่เหลืออีก 2ตัน จะนำส่งแพผู้รวบรวมปลาหมอคางดำ ส่งโรงงานอาหารปลาป่นที่จังหวัดสมุทรสาคร

การจัดกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการมาแล้วเป็นครั้งที่ 59 ของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งคาดว่าทำให้ปลาหมอคางดำเบาบางและอยู่ในความควบคุมได้ โดยอาศัยจำนวนการจับหลายครั้งในการกำจัดในแหล่งน้ำเพื่อควบคุม และกำจัดประชากรปลาหมอข้างดำให้หมดไป ปลาหมอข้างดำมีการแพร่ระบาดได้เร็ว หากทำให้ตกใจหรือมีภัย ปลาหมอคางดำจะพ่นไข่ออกจากปากทันที โดยหลังจากกำจัดไปแล้ว1 สัปดาห์ คิดว่าเครื่องมือใดๆ ก็ไม่สามารถดำเนินการจับปลาหมอคางดำตัวเล็กๆได้เพราะมีขนาดเล็ก จึงจะนำกากชามาโรยใส่ลูกปลาตัวเล็กๆให้ทั่วคลองเพื่อกำจัด ฝากถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาช่วยกันจับนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อร่วมกันกำจัดให้หมดไป



//////////////// บรรณรต จ.เพชรบุรี

ภายใต้ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด และการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและสิ่งชั่วร้าย ภายใต้แนวคิด “4 ย” (เยี่ยมเยียน แยกแยะ หยุดยั่งและยั่งยืน) ของ ผู้ว่าฯประจวบคีรีขันธ์

ประจวบคีรีขันธ์ – ภายใต้ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด และการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและสิ่งชั่วร้าย ภายใต้แนวคิด “4 ย” (เยี่ยม เยียน แยกแยะ หยุดยั่งและยั่งยืน) ของ ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 เวลา 13.00 น. ภายใต้การอำนวยการของนายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก สั่งการให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ พร้อมด้วย สมาชิก อส.อ.สังกัด ร้อย อส.อ.ทับสะแกที่ 6 และกำลังชุดปฎิบัติการล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก ประกอบด้วย 1.นายชลิต เพชรดี กำนันตำ บลอ่างทอง 2.นายวุฒิชัย อำนวยผล ผญ.ม.8 ตำบลอ่างทอง 3.นางสาวอัมราพร บุญเสริม ผญ.ม.5 ตำบลอ่างทอง 5.นายจักรรินทร์ รวยรื่น ผช. ผญ.ม.8 ตำบลอ่างทอง ได้กวดขันการลักลอบการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพตามคำสั่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกระทรวงมหาดไทย โดยได้ติดตามข้อมูลการขยายผลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลอ่างทอง

ผลการปฏิบัติ ตามข้อมูลเพื่อการขยายผลพบผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 1 ราย คือ นายตันติยาฯ(ขอสงวนนามสกุล)ราษฎรหมู่ที่ 5 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแกพร้อมด้วยของกลาง

  1. ยาเสพติดให้โทษ ประเภท1 (ยาบ้า) จำนวน 1,202 เม็ด กับ เป็นชิ้น น้ำหนัก จำนวน 1 กรัม
  2. กระเป๋าพลาสติกแบบมีซิปรูดปิด เปิด ได้ จำนวน 1 ใบ

โดยแจ้งข้อกล่าว จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย

สอบสวนขยายผลและนำตัวผู้กระทำผิดพร้อมของกลางมาจัดทำบันทึกการจับกุม และส่ง พงส.สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์

กกต.จัดประชุมจังหวัด 77 สานพลังยกระดับสื่อสารเลือกตั้ง “แสวง” ย้ำระบบเลือกตั้งไทยโปร่งใสที่สุด

กกต.จัดประชุมจังหวัด 77 สานพลังยกระดับสื่อสารเลือกตั้ง “แสวง” ย้ำระบบเลือกตั้งไทยโปร่งใสที่สุด

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรม สานพลังภาคีเครือข่ายต่อยอดกลยุทธ์สื่อสารการเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2569 ที่ ห้องวายุภักษ์ 2 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ช่วงเช้า ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร ได้บรรยายกิจกรรมสานพลังภาคีเครือข่ายต่อยอดหลยุทธ์สื่อสารการเลือกตั้ง โดยมีเครือข่ายประชาสัมพันธ์และสื่อ มวล ชนจากทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมอบรม เพื่อยกระดับการสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนยิ่งขึ้น

ต่อมาช่วงบ่าย นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวรายงาน และบรรยายหัวข้อ อำนาจ บทบาท หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายพลวัตน์ พิรติชัยธนกุล ผู้เชี่ยวชาญประจำกรรมการการเลือกตั้ง และ นางสาวสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน 1บรรยายการเลือกตั้งหาเสียงอย่างที่ไม่ผิดกฎหมาย และนายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายชาตรี จันทร์เพ็ญ เลขานุการกรรมการการเลือกตั้ง ผู้บริหารสำนักงาน กกต. เจ้าหน้าที่ด้านประชาสัมพันธ์ และภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ (กกต.) แต่ละจังหวัด ประชาสัมพันธ์สำนัก งาน กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร รวมถึงตัวแทนสื่อมวลชนและภาคีเครือข่ายจังหวัดละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 231 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจของ (กกต.) กฎ หมาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติด้านการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อนำไปพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารการเลือกตั้งให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ทางสำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าระบบการเลือกตั้งของประ เทศไทยมีความโปร่งใสที่สุด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากคนไม่ใช่ระบบ พร้อมระบุว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามประชาชนหรือผู้สนใจเข้าร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนน หากพบเห็นความผิดปกติสามารถทักท้วงได้ทันทีในขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่ปล่อยให้ผ่านพ้นไปแล้วจึงระดมผู้คนออกมาตั้งข้อสงสัยภายหลังว่าไม่โปร่งใส

ประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ ปัจจุบันสำนักงาน กกต.ยังมีสำนวนคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณามากกว่า 2,000 คดี โดยมีการทยอยพิจารณาเฉลี่ยวันละ 3–4 เรื่อง สะท้อนถึงภารกิจด้านการสืบสวนสอบสวนที่ยังคงมีปริมาณงานจำนวนมาก

จากนั้น นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้บรรยายหัวข้อ “การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง สรุปการประชุม ในการประชุมในวันแรก เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องของพรรคการเมืองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป


////////#ทีมข่าวภาคตะวันตกรายงาน ภาพ-ข่าว