โอกาสทองนักลงทุน ! กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพแฟรนไชส์เด็ด บุกอุดรธานี สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ให้ประชาชนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพแฟรนไชส์คุณภาพกว่า 40 แบรนด์ พร้อมกิจกรรมให้ความรู้และการเจรจาธุรกิจแบบครบวงจร หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เติบโต ทั่วประเทศ พบกันได้ที่งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3 @เซ็นทรัลอุดรธานี 5-8 มีนาคม 2569

กิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม 2569 ณ ลานนาข่า 1-2 เซ็นทรัลอุดรธานี ยกขบวนแฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 40 แบรนด์ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม บริการ และค้าปลีก โดยคัดเลือกแฟรนไชส์ที่ผ่านมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด เพื่อให้ประชาชน ผู้ประกอบการ ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ ได้มีโอกาสเข้าถึงการลงทุน พร้อมรับคำปรึกษาจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์รวมถึงการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) พบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการจากหลากหลายธุรกิจ เพื่อเป็นเวทีในการขยายธุรกิจรวมถึงเปิดรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

โดยไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน คือ การแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าของธุรกิจแฟรนไชส์ แพ็กเกจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ เช่น ธุรกิจการศึกษาลดสูงสุด 40% ธุรกิจเครื่องดื่มลดสูงสุด 100,000 บาท ธุรกิจเครื่องซักผ้าอัตโนมัติลดสูงสุด 200,000 บาท พร้อมแถมฟรีเครื่องซักผ้า นอกจากนี้ยังมีสถาบันการเงินมาร่วมออกบูธให้คำปรึกษาและสนับสนุนเงินทุน พร้อมเงื่อนไขพิเศษแก่ผู้ที่สนใจ โดยสามารถลุ้นรับโปรโมชั่นส่วนลดแฟรนไชส์สุดพิเศษภายในงาน

ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ในพื้นที่จังหวัดที่จัดงานและพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม 2569 ณ ลานนาข่า 1-2 เซ็นทรัลอุดรธานี เพื่อเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สายด่วน 1570, โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953, e-Mail : franchisedbd@gmail.com

#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์


ที่มา : กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรี เปิดงาน “อัตลักษณ์วิถี ของดีภาคกลาง” ยกระดับ SME 17 จังหวัด สู่ตลาดสากล ณ ซีคอนบางแค

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคกลาง โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรี เปิดงาน “อัตลักษณ์วิถี ของดีภาคกลาง” ยกระดับ SME 17 จังหวัด สู่ตลาดสากล ณ ซีคอนบางแค

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ณ ซีคอนบางแค : นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “อัตลักษณ์วิถี ของดีภาคกลาง : Central Thai Identity Fair” อย่างเป็นทางการ โดยมี นายชัยรัตน์ ชื่นเจริญ พาณิชย์จังหวัดสระบุรี ในฐานะหน่วยงานผู้ดำเนินการจัดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกลุ่มจังหวัดภาคกลาง 17 จังหวัด และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น B ศูนย์การค้าซีคอนบางแค เพื่อมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการฐานราก และสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นของพื้นที่ภาคกลางให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ส่งเสริมพัฒนาขีดความสามารถ SMEs เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากกลุ่มจังหวัดภาคกลาง” ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรีได้รับมอบหมายให้เป็นหัวเรือใหญ่ในการบูรณาการร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคกลางทั้ง 17 จังหวัดประกอบด้วย สระบุรี, ลพบุรี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ชัยนาท, นคร ปฐม, ราชบุรี, กาญจนบุรี, สุพรรณบุรี, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สมุทรปราการ, นนทบุรี และปทุมธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าอัตลักษณ์ และสร้างโอกาสทางการตลาดผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้าระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่กับกลุ่มคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ

ภายในงานได้มีการคัดสรรผู้ประกอบการศักยภาพสูงจำนวน 60 ราย นำผลิตภัณฑ์คุณภาพพรีเมียมมาจัดแสดงและจำหน่ายอย่างครบครัน ทั้งสินค้ากลุ่ม SME และสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชาวภาคกลางได้อย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็น ผ้าทอและเครื่องแต่งกายดีไซน์ร่วมสมัย ของใช้ของตกแต่งบ้านจากวัสดุธรรมชาติ สมุนไพรไทย อาหารสดและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ตลอดจนเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการเจาะลึกนวัตกรรมสินค้าเกษตรและสินค้า GI เกรดพรีเมียมที่หาชมยาก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้สนใจและนักลงทุนที่เข้าเยี่ยมชมงาน

นอกเหนือจากการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพแล้ว งานนี้ยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมความบันเทิงและโปรโมชั่นพิเศษเพื่อคืนกำไรให้ผู้บริโภค อาทิ การจำหน่ายสินค้านาทีทองโดยอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และสิทธิ์ลุ้นรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวันเมื่อซื้อสินค้าครบทุก 300 บาท พร้อมชมการแสดงจากศิลปินชื่อดังตลอดการจัดงาน อาทิ ตรี ชัยณรงค์, ธัญญ่า อาร์สยาม, เจมส์ จตุรงค์, ต้นข้าว อาร์สยาม, กานต์ ทศน และ หญิง ธิติกานต์ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนและเลือกชมสินค้าในงาน “อัตลักษณ์วิถี ของดีภาคกลาง” ได้ตั้งแต่วันที่ 4–9 มีนาคม 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น B ศูนย์การค้าซีคอนบางแค กรุงเทพมหานคร


สุรเชษฐ์ ศิลานนท์ รายงาน

รอง ผบ.ตร. รับมอบรถจักรยานยนต์คุณภาพสูง สนับสนุนงานจราจรโครงการพระราชดำริ ผนึกกำลังภาคเอกชน เสริมศักยภาพงานจราจรเพื่อประชาชน

รอง ผบ.ตร. รับมอบรถจักรยานยนต์คุณภาพสูง สนับสนุนงานจราจรโครงการพระราชดำริ ผนึกกำลังภาคเอกชน เสริมศักยภาพงานจราจรเพื่อประชาชน

วันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. : พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ. ศจร.ตร.) เป็นประธานในพิธีรับมอบรถจักรยานยนต์ จำนวน 9 คัน เพื่อใช้ในภารกิจของตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รองผู้บัญชาการประจำสำนัก งาน ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร, พ.ต.อ.ประทีป ศรีหรั่งไพโรจน์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ร่วมพิธี ณ ห้องโถง ชั้น 1 กองบังคับการตำรวจจราจร

ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ตั้ง แต่ปี พ.ศ.2536 พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อรถจักรยานยนต์เพื่อใช้เป็น “หน่วยเคลื่อนที่เร็ว” ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ประชาชนที่รถเสีย และแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร มีภารกิจหลักที่สำคัญคือการเป็น “หมอรถ หมอคน หมอถนน” รวมถึงมีภารกิจที่สำคัญยิ่งในการส่งต่อ “อวัยวะหัวใจ” ให้กับผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่าย ให้ทันภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง โดยที่ผ่านมาได้ส่งหัวใจไปแล้วเกือบ 160 ดวง

ล่าสุดกองบังคับการตำรวจจราจรได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน โดยมี คุณชุมพล พรประภา และครอบครัว เป็นผู้แทนในการมอบรถจักรยานยนต์ Honda CBR 500R ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์คุณภาพสูง ทนทาน ใช้งานได้อเนกประสงค์ จำนวน 9 คัน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ในภารกิจอำนวยความสะดวกการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงทีในสถานการณ์ฉุกเฉิน

พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวว่า ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบพระคุณในการสนับสนุนครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่ร่วมส่งเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานของตำรวจจราจร การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนภารกิจของตำรวจเพื่อสาธารณประโยชน์โดยตรง เพื่อดูแลประชาชนในทุกสถานการณ์ อันจะนำไปสู่การบริการประชาชนที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาต่อองค์กรตำรวจอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พร้อมจัดแข่ง ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026

เรด ทาเลนท์ กรุ๊ป ผนึกกำลัง สมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ จัดแข่งขันเทนนิส “Jersey Launch:Thailand Tennis Masters 2026” (เจอร์ซีย์ ลันช์ : ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026) ดึงนักหวดระดับโลกร่วมเปิดตัว ชูสปอร์ตทัวริซึ่ม โปรโมต 4 เมืองท่องเที่ยวไทยสู่สากล

นางสาวนันท์นภัส นันตะสุข ผู้แทนกรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ และ นายซาชิน โทมาร์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน บริษัท เรด ทาเลนต์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวการแข่งขันเทนนิสนานาชาติรายการใหญ่ “Jersey Launch : Thailand Tennis Masters 2026” (เจอร์ซีย์ ลันช์ : ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026) อย่างเป็นทางการ ที่ โรงแรม เอ็นเอช กรุงเทพ สุขุมวิท ร่วมด้วย 2 นักเทนนิสหนุ่มดาวรุ่งของไทย นำโดย “เจได” เครดิต ไชยรินทร์ และ “วินเนอร์” ธีรภัทร ขันติวีรวัฒน์

ไฮไลต์พิเศษมีการเปิดตัวชุดแข่งขัน Jersey (เจอร์ซีย์) โฉมใหม่ รวมทั้งดึงนักเทนนิสระดับโลกจาก ATP (เอทีพี) ร่วมเป็นตัวแทนโปรโมต 4 คลับจากเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ, พัทยา, ภูเก็ต และหัวหิน สู่สายตาแฟนกีฬาเทนนิสทั่วโลก กิจกรรมครั้งนี้ ทางสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (LTAT) ร่วมกับ บริษัท เรด ทาเลนท์ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท อีลาน อีเวนท์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด ร่วมจัดการแข่งขัน

นายซาชิน โทมาร์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน บริษัท เรด ทาเลนต์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “เป้าหมายหลักของเราคือการใช้กีฬาเทนนิสเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย (Sports Tourism) อย่างเป็นรูปธรรม เราจึงตั้งใจใช้ชื่อ ‘Thailand’ (ไทยแลนด์) เป็นชื่อรายการแข่งขันหลัก”

“โดยให้นักกีฬาแต่ละคลับเป็นตัวแทนในการโปรโมตมนต์เสน่ห์ของ 4 เมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย ซึ่งภาพความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันจะถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลกผ่านเครือข่ายของ Thailand Tennis Masters ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ เพื่อผลักดันให้กีฬาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย”

นอกจากนี้ ไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือการเปิดตัวชุดแข่งขันโดย 4 นักเทนนิสชายระดับโลก ประกอบด้วยนักกีฬาต่างชาติ อาทิ เกรกรอรี่ โลมาคิน (Grigoriy Lomakin) จากคาซัคสถาน

สำหรับการแข่งขัน Thailand Tennis Masters 2026 ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026 จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-20 เมษายน 2569 ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ (Nonthaburi Tennis Centre) โดยมีนักเทนนิสระดับนานาชาติเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 16 คน แข่งขันรวม 31 แมตช์ ตลอดระยะเวลา 8 วัน

นอกจากนี้ยัง ได้รับความร่วมมือ จากเครือข่าย EuRo sport (ยูโร สปอร์ต) สถานีเครือข่ายกีฬาที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ในยุโรป รวมทั้งแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่จะถ่ายทอดการแข่งขันรายการนี้ไปทั่วโลก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กำแพงแสน จัดโครงการ “อำเภอกำแพงแสนปันสุข บรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้” บูรณาการกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่

โครงการอำเภอกำแพงแสนปันสุข บรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้ บูรณาการกับภาคีเครือข่ายพื้นที่อำเภอกำแพงแสน นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงานสาธารณสุข นำโดยนายอำนาจ ภูศรี สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน นางปาณิสรา หนูนุ่น ผอ.รพ.สต.ทุ่งกระพังโหม ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน ตามโครงการอำเภอกำแพงแสนปันสุข บรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้ บูรณาการกับภาคีเครือข่ายพื้นที่อำเภอกำแพงแสน โดยในวันนี้ ลงพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลทุ่งกระพังโหม จำนวน 10 ราย โดยมีทีมผู้นำชุมชน นำโดยกำนันสุเทพ ภาคภูมิ ปลัดเทศบาลทุ่งกระพังโหม ผู้นำชุมชน และ อสม.ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผู้การฯ กาญจนบุรี นำประชุมขับเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงทางถนน รับมอบสื่อรณรงค์หนุนงานพื้นที่

ผู้การฯ กาญจนบุรี นำประชุมขับเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงทางถนน รับมอบสื่อรณรงค์หนุนงานพื้นที่

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานการประชุมโครงการรณรงค์และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนของจังหวัดกาญจนบุรี ที่ห้องประชุมชั้น 2 ภ.จว.กาญจนบุรีในการประชุมครั้งนี้มี พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ วิเศษสิงห์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.กาญจนบุรี, รอง ผกก.ฝอ.ฯ สว.ฝอ.ฯ ผู้แทนผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี, พนมทวน, หนองขาว, ท่าม่วง และลาดหญ้า รวมถึงตำรวจทาง หลวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ยังมีคุณสุรสิทธิ์ ศิลปงาม จาก มูลนิธิเมาไม่ขับ เข้าร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมมอบเกียรติบัตรและสื่อรณรงค์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในกา ประชาสัมพันธ์และเสริมประสิทธิ ภาพ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรีอย่างยั่งยืน


///////#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

กอ.รมน.คุมเข้มชาบัดเฮ้าท์ชาวยิวในปาย

กอ.รมน.แม่ฮ่องสอน สั่งคุมเข้มรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวยิวและชาบัดเฮ้าท์ใน อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน หลังมีการสู้รบระหว่าง อิสราเอลร่วมกับสหรัฐ กับประเทศอิหร่าน อย่างหนัก

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 พ.อ.ภูมิรัชต์ ดุษฏี ผอ.กอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าเนื่องด้วย สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อิสราเอลได้ร่วมกับสหรัฐอเมริกา ได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีอิหร่าน ในช่วงเช้า (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 28 ก.พ.69 ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ยกระดับรุนแรงขึ้น และมีแนวโน้มจะลุกลามไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง นั้น

ในภาคเหนือ มีสถานที่ที่เป็นผลประโยชน์ของอิสราเอล และสหรัฐฯ รวมถึงมีนักท่องเที่ยวอยู่จำนวนมาก จึงควรเฝ้าระวังสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ เช่น ชาบัดเฮ้าส์ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา จ.เชียงใหม่ ตลอดจนโรงแรมในเครือของสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการก่อเหตุจากประเทศคู้ขัดแย้ง จึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ อำเภอปาย ให้ช่วยติดตามสถานการณ์ หากมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ให้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.แม่ฮ่องสอนด้วยเพื่อจะได้หาทางป้องกันการเกิดเหตุอันไม่คาดฝันในพื้นที่

ด้านเว็บไซต์สภาความมั่นคงแห่งชาติ อิสราเอล เมื่อ 28 ก.พ.69 ได้มีการเผยแพร่ประกาศแจ้งเตือนพลเมืองอิสราเอลในต่างประเทศให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ จากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่ยกระดับรุนแรงขึ้น โดยระบุว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะเพิ่มความพยายามโจมตีเป้าหมายอิสราเอล/ชาวยิว ในต่างประเทศ เป็นไปได้ว่ากลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ และกลุ่มผู้ก่อการร้ายในท้องถิ่น (รวมถึงผู้โจมตีรายบุคคล) จะได้รับแรงจูงใจในการทำร้ายชาวอิสราเอลในต่างประเทศ

จากเหตุผลข้างต้นและจากการประเมินสถานการณ์หลังจากเหตุการณ์ล่าสุด สภาความมั่นคงแห่งชาติ อิสราเอล จึงเรียกร้องให้พลเมืองอิสราเอลในต่างประเทศเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในทุกจุดหมายปลายทางทั่วโลก เรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำเตือนการเดินทางและแนะนำให้ตรวจสอบระดับคำเตือนการเดินทางของประเทศนั้นๆ ล่วงหน้า

ข้อแนะนำ โดยเน้นย้ำในประเด็นต่อไปนี้:

  1. หลีกเลี่ยงการโพสต์บนโซเชียลมีเดียแบบเรียลไทม์ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่พัก ที่พัก แผนการเดินทาง หรือรายละเอียดอื่นใดที่อาจให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับแผนการและตำแหน่งในอนาคตของคุณ
  2. หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลหรือชาวยิวที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง
  3. ให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล/ศาสนายิว (บ้านชาบัด โบสถ์ยิว ร้านอาหารอิสราเอล/ยิว) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่ผิดปกติ (วัตถุต้องสงสัย บุคคลต่างชาติ)
  4. ในกรณีที่มีภัยคุกคามหรือการโจมตี ให้ติดต่อหน่วยงานรักษาความปลอดภัยในพื้นที่และรายงานโดยเร็วที่สุด สภาความมั่นคงแห่งชาติแนะนำให้จดหมายเลขฉุกเฉินล่วงหน้าในประเทศที่คุณอยู่
  5. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นปรปักษ์ต่อชาวอิสราเอลและชาวยิว (ย่าน เขต และตลาดในประเทศหรือภูมิภาคที่ความคิดเห็นสาธารณะเป็นปรปักษ์ต่ออิสราเอล)

ควรปฏิบัติตามคำแนะนำโดยละเอียดของสภาความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับแต่ละประเทศ ตามที่เผยแพร่บนเว็บไซต์

สำหรับที่อำเภอปาย โบสถ์ชาวอิสราเอล หรือชาบัดเฮ้าท์ ที่ตั้งอยู่หลังโรงพัก สภ.ปาย อ.ปาย ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หน่วยต่าง ๆ ได้มีการจัดกำลังเข้าไปดูแลรักษาความสงบให้แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแม่ฮ่องสอน ระบุว่า ล่าสุดนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ในอำเภอปาย มีไม่เกิน 3 – 4 พันคน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลจะเบนเข้มไปท่องเที่ยวบริเวณเมืองชายทะเลทางภาคใต้ของประเทศ


ภานุเดช ไชยสกูล/ แม่ฮ่องสอน

ผบ.ทบ. เยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ หารือความมั่นคงทุกมิติ ย้ำความร่วมมือบนพื้นฐานความไว้วางใจ เคารพอธิปไตย และร่วมธำรงเสถียรภาพชายแดนอย่างมั่นคง

ผบ.ทบ. เยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ หารือความมั่นคงทุกมิติ ย้ำความร่วมมือบนพื้นฐานความไว้วางใจ เคารพอธิปไตย และร่วมธำรงเสถียรภาพชายแดนอย่างมั่นคง

​พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27–28 กุมภาพันธ์ 2569 ตามคำเชิญของกองทัพประชาชนลาว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ

​โดยคณะผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พลตรี วันทอง บุดตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว (เทียบเท่า ผบ.ทบ.) ย้ำความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ที่มีการร่วมมืออย่างใกล้ชิด ผ่านการเยือน การประชุม และการตรวจพื้นที่ชายแดนร่วมกัน สะท้อนถึงความไว้วางใจที่มีต่อกัน

​สำหรับกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ฝ่ายลาวได้ขอให้ใช้ความอดทนอดกลั้นและแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่ภูมิภาค พร้อมยืนยันไม่เข้าข้างฝ่ายใด และต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยและเศรษฐกิจชายแดน พร้อมขอให้ไทยผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันข้ามแดนไปยังลาว

ผู้บัญชาการทหารบกยืนยันพร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านความมั่นคง การศึกษา การฝึกผสม การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการลาดตระเวนร่วมชายแดน พร้อมเร่งเสนอข้อหารือด้านการค้าชายแดนและการผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันกับรัฐบาล และทบทวนการปฏิบัติในส่วนที่กองทัพบกรับผิดชอบ

​ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องยกระดับกลไกประสานงาน แต่งตั้งผู้ประสานงานหลัก เพิ่มการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และร่วมมือปราบปรามยาเสพติด การลักลอบค้า รวมถึงแก้ปัญหาโดรนล้ำแดน โดยเน้นการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

​ท้ายที่สุด ผู้บัญชาการทหารบกย้ำความพร้อมสนับสนุนทุกประเด็นที่หารือ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสองกองทัพให้มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขอบคุณฝ่ายลาวสำหรับความร่วมมือจริงใจและต่อเนื่อง

​จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พลโท สายใจ กมมะสิด หัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ (เทียบเท่า ผบ.ทสส.) และรองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ ซึ่งระบุว่าการติดต่อประสานงานโดยตรงในช่วงสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน มีความสำคัญต่อการป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และช่วยรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดน

​ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการจัดทำหลักเขตแดนในพื้นที่ชายแดน การพัฒนาช่องทางสื่อสารเร่งด่วนระหว่างผู้บังคับหน่วยชายแดน การบริหารจัดการปัญหาการลักลอบข้ามแดน และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงปัญหาโดรนและเครือข่ายออนไลน์ พร้อมยืนยันว่าความร่วมมือระดับพื้นที่คือกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

​ต่อมาคณะได้เข้าเยี่ยมคำนับ พลเอก คำเลียง อุทะไกสอน รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ซึ่งกล่าวต้อนรับและแสดงความชื่นชมต่อความตั้งใจของฝ่ายไทยในการสานต่อความร่วมมือทางทหาร ทั้งสองฝ่ายได้หารือภาพรวมความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ ทั้งการพัฒนากำลังพล การขยายโอกาสการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารบก การฝึกผสมและการฝึกร่วมหน่วยขนาดเล็ก ความร่วมมือด้านการแพทย์ทหาร และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวชายแดน

​รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ย้ำว่า กองทัพทั้งสองประเทศยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนาน ความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความโปร่งใส และการเคารพซึ่งกันและกัน จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของทั้งสองประเทศ และเป็นแบบอย่างความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน

​โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประจำปี 2569 ให้แก่ พลตรี สมพอน มิดตะพอน เจ้าแขวงพงสาลี ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อปี 2547 เป็นศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ และยังคงรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมรุ่นอย่างใกล้ชิด การมอบรางวัลครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านการศึกษาทางทหารไทย–ลาว ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

​จากนั้นคณะได้เดินทางไปวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์นักรบนิรนาม เพื่อสดุดีวีรกรรมของทหารและผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ อันเป็นการแสดงความเคารพต่อความกล้าหาญ ความเสียสละ และคุณูปการที่มีต่อความมั่นคงของประเทศ ก่อนเข้าหารือกับ นาง ครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว ในประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงชายแดน เพื่อให้การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเมือง การทูต และความมั่นคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดช่องว่างการประสานงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ตลอดจนยกระดับกลไกความร่วมมือไทย–ลาว ให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

อลังการงานเกษตรล้ำนำอนาคต รถไถขับเคลื่อนไร้คนขับ โดรนบินบังคับอัตโนมัติ

จังหวัดลพบุรี – รองผู้ว่าราชการจังหวัด ส.ส.สาวทึ่ง รถไถบังคับด้วยระบบคอม พิวเตอร์ แถมประหยัดน้ำมันสุดๆ ยังมีโดรนที่ใช้การบังคับแบบอัตโนมัติ…พ่นน้ำ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงได้ดี รองผู้ว่ายังได้โชว์การบินโดรน กล่าวล้ำสมัยมาก อยากได้มาเติมน้ำมนต์เพื่อใช้รด ฉีด พ่น ให้กับพืชผักผลไม้เจริญงอกงาม

ที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลตำบลหนองม่วง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นางสาวกาญจนาพร จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยจังหวัดลพบุรี ว่าที่ร้อยตรีหญิง สรวีย์ เหมือนเพ็ชร นายอำเภอหนองม่วง หน่วยงานต่างๆ เกษตรกร ประชาชนกว่าพันคน ร่วมเปิดงานเกษตรล้ำนำอนาคต ครั้ง1 แนะนำเกษตรกรให้ได้ความรู้ ภายในงานมีของกิน ของใช้ ของดีอำเภอหนองม่วงมารวมไว้มากมาย สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างคึกคัก

โดยภายในงานมีบริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการเกษตรกว่า 50 บริษัท มีการออกบูธที่เกี่ยวกับการทำการเกษตร และเทคโนโลยี่เครื่องมือ เครื่องจักรกล อาทิ รถไถแบบบังคับด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งระบบ GPS ที่ขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ ซึ่งทั้งแบบมีเครื่องปรับอากาศ และแบบมีคนขับที่ติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศแบบเย็นฉ่ำในห้องคนขับแบบประหยัดน้ำมันกว่ารุ่นเดิมๆ โดรนที่มีระบบบังคับแบบอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีบูธให้ความรู้ด้านการใช้เครื่องพ่นยาปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลงจากบริษัทต่างๆ มาสาธิตให้ชม

นอกจากนี้ ยังมีบูธจำหน่ายสินค้าทั้งของกิน ของใช้ จากชุมชนในราคาถูก มีประชาชนชาวบ้านพี่น้องเกษตรกร ให้ความสนใจจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก รวมถึงผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นคุณภาพดี สินค้า OTOP มาจำหน่ายมากมายหลายร้าน แต่ที่ทุกคนให้ความสนใจ คือเทคโนโลยีที่ล้ำนำสมัยสมกับชื่องาน

โดย น.ส.กาญจนาพร.ส.สาวคนสวยได้ขอทดลองนั่งรถไถควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์กับความเย็นฉ่ำของแอร์ที่เกษตรกรจะไม่ร้อนอีกต่อไป ด้านรองฯ ทรงพล กลัวน้อยหน้าขอทดลองนั่งรถไถที่ขับเคลื่อนด้วยบระบบคอมพิวเตอร์ โดยเพียงแค่นั่งโชว์ โบกไม้โบกมือ ท่าทางเก้ๆ กังๆ ด้วยระบบล้ำสมัย แต่ก็สีหน้ายังกลัวว่าระบบจะไม่เป็นอย่างที่อ้าง แต่ก็ผ่านไปด้วยดี รองฯทรงพล ยังได้ขอบินโดรนด้วยตนเอง ครั้งนี้รองฯ ใบหน้ายิ้มแย้มต่างกับการนั่งบนรถไถ โดยบอกว่ากับผู้สื่อข่าวว่า น้ำที่ผมปล่อยจากโดรนลำนี้เป็นน้ำมนต์ (น้ำมนต์สำหรับพืช ที่จะนำความเจริญงอกงามให้พืชผักผลไม้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

พระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ทำพิธีเบิกเนตร ท้าวเวสสุวรรณห้ามจน องค์แรกของจังหวัดปราจีนบุรี

เพชรบูรณ์ – พระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ทำพิธีเบิกเนตร ท้าวเวสสุวรรณห้ามจน องค์แรกของจังหวัดปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูอุปถัมภ์พัชรากร เจ้าคณะตำบลนาเฉลียง – เจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี พร้อมด้วย พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือพระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ประธานสงฆ์วัดใหม่สามัคคี – ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ พระอา รามหลวง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เมตตาเดินทาง ไปเป็นประธานในพิธีเบิกเนตร ท้าวเวสสุวรรณห้ามจน ซึ่งถือเป็นองค์แรกของจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นที่สักการะ ขอพรของสาธุชน ตลอดจนสายมู ที่มีความศรัทธา ที่วัดโบสถ์เก่าหัวหว้าธรรมยุต ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

โดย พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือพระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ได้ทำพิธีเปิดผ้าแดงปิดตา “ท้าวเวสสุวรรณห้ามจน” พร้อมทำพิธีเจิมอักขระ ก่อนนำองค์หลวงพ่อห้ามจน ขึ้นประดิษฐานไว้บนยอดเศียรท้าวเวสสุวรรณ โดยมีพุทธศาสนิกชน ชาวบ้าน ตลอดจนสายมู เข้าร่วมพิธีกันคึกคัก

สำหรับประวัติ “หลวงพ่อห้ามจน” เป็นพระพุทธรูปที่ช่างพม่า แกะสลักขึ้นมาจากกิ่งไม้ยืนต้นตายพราย โดยชาวบ้านเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ขัดสนเรื่องเงินทอง หรือติดขัดสิ่งใด หากไปขอพรก็จะได้สมความปรารถนา จนได้ชื่อว่า “หลวงพ่อห้ามจน” ทำให้มีผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา นักเสี่ยงโชค รวมทั้งสายมู ต่างเดินทางมากราบไหว้ ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน