แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ประธานสมาคมแม่บ้านฯ ร่วมพิธีต้อนรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้ง “พระรัตนโมลี” ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะ จ.พิษณุโลก

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีต้อนรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้ง “พระรัตนโมลี” ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณ อิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีต้อนรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก โดยมี พระเทพรัตนุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 5 และเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ มี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มี พลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พันเอก ทรงสิทธิ์ รอดสการ นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ พระวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

สืบเนื่องจากมติมหาเถรสมาคม ในการประชุมครั้งที่ 14/2569 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 มีมติที่ 309/2569 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้งเจ้าคณะภาค, เจ้าคณะจังหวัด และเจ้าอาวาสพระอารมหลวง ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ได้เป็นประธานในพิธีมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งพระสังฆาธิการให้ดำรงตำแหน่งในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งในคราวเดียวกันนี้ พระรัตนโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ได้เข้ารับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก”

นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จำนวน 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา พระรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ถวายสักการะประธานสงฆ์และถวายไทยธรรมแด่ประธานสงฆ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประเคนไทยธรรมแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ พระเทพรัตนุนีกล่าวสัมโมทนียคาถา พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์อนุโมทนา (กรวดน้ำ-รับพร) และในลำดับสุดท้าย คณะสงฆ์และประชาชนได้เข้าถวายมุทิตาสักการะแด่ พระรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างพร้อมเพรียงกัน


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

มทบ.37 ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 69 เวลา 07.00 o. พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผบ.มทบ.37 นำข้าราชการ มทบ.37 และสมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.37 เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดง ออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานฯ ซึ่งภายในพิธีได้ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ หอประชุมใหญ่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

#น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #เพื่อชาติศาสน์กษัตริย์และประชาชน #พิทักษ์ราชันปกป้องประชารักษาแผ่นดิน


นที มีเดช รายงาน

มทบ.34 ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 ก.ค. 69

มทบ.34 ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 ก.ค. 69 ของ จังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 69 เวลา 07.00 น. พล.ต. วิศิษฐ์ บรรณากิจ ผบ.มทบ.34 พร้อมด้วย รอง ผบ.มทบ.34(1), หก.กกร.มทบ.34 และกำลังพล มทบ.34 ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 ก.ค. 69 ของ จังหวัดพะเยา ณ ศาลาประชาคม จังหวัดพะเยา

ประกอบด้วย พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล, พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และตักบาตรพระสงฆ์ 74 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล, พิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี ถวายพระพรชัยมงคล และ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน โดยมี นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผวจ.พ.ย. เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย หน.ส่วนราชการ, ผู้แทนหน่วยงาน และข้าราชการในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมฯ ในครั้งนี้

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ทรงพระเจริญ #ทรงพระเจริญ #พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว #มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

กองทัพบก จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

วันนี้ (27 กรกฎาคม 2569) ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลของกองทัพบก ร่วมประกอบพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดจนน้อมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล ประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 75 รูป พิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี ถวายพระพรชัยมงคล และการถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดี จากนั้นประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมพิธีไถ่ชีวิตกระบือ จำนวน 6 ตัว และมอบบัตรประจำตัวสัตว์ นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดจนจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ

เนื่องในโอกาสเดือนมหามงคล กองทัพบก พร้อมด้วยหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนกรกฎาคม อาทิ การอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 99 รูป ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ณ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน การบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล และการลงนามถวายพระพรชัยมงคล เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของกำลังพลกองทัพบกที่พร้อมน้อมนำพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน

ทั้งนี้ กองทัพบกขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ผ่านระบบออนไลน์ของหน่วยราชการในพระองค์ ที่ wellwishes.royaloffice.th จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เพื่อร่วมน้อมถวายพระพรชัยมงคลและแสดงความจงรักภักดี พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศโดยพร้อมเพรียงกัน


นที มีเดช รายงาน

มหัศจรรย์พระอาทิตย์ทรงกลดเหนือสำนักสงฆ์พุปะหังฯ พุทธศาสนิกชนนับพัน ร่วมพิธีขอขมากรรมและแห่เทียนพรรษา ก่อนวันพระใหญ่

ราชบุรี – พุทธศาสนิกชนนับพันจากทั่วสารทิศ เดินทางมายังสำนักสงฆ์พุปะหัง วงษ์วนาราม ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อร่วมพิธีขอขมากรรม แห่เทียนพรรษา ถวายสังฆทาน เจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา และทอดผ้าป่าสามัคคี เนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสศรัทธา โดยระหว่างประกอบพิธีได้เกิดปรากฏการณ์ “พระอาทิตย์ทรงกลด” พร้อมลมพัดแรงเหนือบริเวณสำนักสงฆ์ สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นนิมิตหมายอันเป็นสิริมงคล

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เจ้าสำนักสงฆ์พุปะหัง วงษ์วนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการประกอบพิธีขอขมากรรม พร้อมนำพุทธศาสนิกชนร่วมประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยมีประชาชนจากหลายจังหวัดเดินทางมาร่วมงานทั้งแบบหมู่คณะและครอบครัว ทั้งรถบัส รถตู้ และรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อนำบายศรีมงคลเข้าร่วมพิธีตามความเชื่อ ด้วยความหวังให้ชีวิตพบแต่ความเป็นสิริมงคล ครอบครัวร่มเย็น หน้าที่การงานก้าวหน้า การเงินคล่องตัว และมีความเจริญรุ่งเรือง

บรรยากาศภายในพิธีเต็มไปด้วยความสงบและความศรัทธา ผู้เข้าร่วมพิธีต่างตั้งจิตอธิษฐานและร่วมประกอบพิธีอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ระหว่างประกอบพิธีได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดเหนือท้องฟ้า ประกอบกับกระแสลมที่พัดแรง ทำให้ผู้ร่วมงานจำนวนมากต่างยกมือสาธุและบันทึกภาพไว้ด้วยความประทับใจ โดยเชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์อันเป็นมงคลที่เกิดขึ้นในวันประกอบพิธีบุญใหญ่

พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม กล่าวว่า การขอขมากรรมไม่ใช่การแก้กรรม แต่เป็นการขออโหสิกรรมต่อสิ่งที่เคยล่วงเกินไว้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในอดีตหรือปัจจุบัน แม้บางเรื่องจะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ แต่หากผู้ปฏิบัติมีความสำนึกผิดจากใจจริง ย่อมช่วยให้จิตใจเบาสบาย คลายความทุกข์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยในพิธีพระอาจารย์จะนำประกอบพิธีผ่านบายศรีที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย เพื่อร่วมอธิษฐานและขออโหสิกรรมตามความเชื่อ

พระอาจารย์กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของการจัดพิธีคือการช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญความทุกข์ ให้มีที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ โดยไม่ได้เรียกร้องสิ่งตอบแทนใด ๆ พิธีขอขมากรรมจะจัดเป็นประจำเดือนละหนึ่งครั้ง รวมปีละเก้าครั้ง และจะเว้นการจัดพิธีในช่วงเข้าพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อมุ่งเน้นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและนำพุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรม

ภายในงานยังมีพิธีถวายเทียนพรรษาและทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำปัจจัยสมทบการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมและหอระฆัง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อเป็นถาวรวัตถุสำหรับพระพุทธศาสนาและเป็นประโยชน์แก่ชุมชนในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักสงฆ์ อาทิ พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธเจ้าปางเปิดโลก และบ่วงนาคบาศ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนจากทั่วประเทศ หลายคนนำไข่ไก่มาแก้บน หลังเชื่อว่าสมหวังในเรื่องหน้าที่การงาน การเงิน การค้าขาย การขายที่ดิน รวมถึงการหายจากโรคภัยไข้เจ็บ ก่อนถือโอกาสร่วมพิธีขอขมากรรมและทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

ในโอกาสเดียวกัน พระอาจารย์เอกธนัชยังได้ฝากข้อคิดเนื่องในช่วงเข้าพรรษาว่า ขอให้พุทธศาสนิกชนทุกคนตั้งมั่นในการคิดดี พูดดี และทำดี อย่าท้อถอยต่อการสร้างความดี แม้ผลจะยังไม่เกิดขึ้นในทันที แต่หากทำอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลให้ชีวิตพบกับความสำเร็จและความสุขในที่สุด

ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธายังสามารถเดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักสงฆ์พุปะหัง วงษ์วนาราม ได้ทุกวัน ส่วนผู้ที่ประสงค์เข้าพบพระอาจารย์เอกธนัชเพื่อรับการลงอักขระที่มือ สามารถเดินทางมาได้ในช่วงเช้า โดยเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 061-897-9915


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา ร่วม กับ กระทรวงวัฒนธรรม และสภา วัฒนธรรมเขตคลองสามวา จัดประกวดเขียนเรียงความเรื่องพระคุณแม่ ชิงรางวัลโล่เกียรติยศ และเงินสดกว่าแสนบาท จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา ร่วม กับ กระทรวงวัฒนธรรม และสภา วัฒนธรรมเขตคลองสามวา จัดประกวดเขียนเรียงความเรื่องพระคุณแม่ ชิงรางวัลโล่เกียรติยศ และเงินสดกว่าแสนบาท จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ด้วยทางชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดให้มีการประกวดเขียนเรียงความเรื่องเกี่ยวกับพระคุณแม่ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นราชสักการะ แด่องค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ปี พ.ศ.2569 โดยให้ประชาชนทั่วไปได้มีช่องทางได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ น้อมถวายเป็นราชสักการะอีกช่องทางหนึ่ง

โดยกำหนดให้ผู้สมัครแต่งบทเรียงความเกี่ยวกับบุญคุณของแม่ ตามความคิดและจินตนาการของตัวเองอย่างเป็นอิสระ พร้อมตั้งชื่อเรื่อง จำนวนไม่ต่ำกว่า 4 หน้ากระดาษ A4 และไม่เกิน 6 หน้ากระดาษ คนละ 1 เรื่อง โดยใช้ภาษาไทยที่เรียบง่าย ด้วยวิธีการเขียนด้วยปากกา และถูกต้องตามหลักภาษาไทย โดยทางคณะกรรมการจะพิจารณาจาก รายละเอียดของเนื้อหาสาระ กับการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องดีที่สุดเป็นการตัดสินและถือผลการตัดสินของคณะกรรมการเป็นอันที่สุด

โดยแบ่งการประกวดเป็นทั้งหมด 3 ประเภท รับสมัครทั่วประเทศ ดังต่อไปนี้

1.ประเภทนักเรียน,นิสิตนักศึกษา อายุไม่เกิน 15 – 25 ปี รวมชายหญิง มี 4 รางวัลได้แก่
-รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล เงินสด 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 7,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลชมเชยลายมือยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินสด 3,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

2.ประเภทประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดเพศและอายุ จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
-รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล เงินสด 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 7,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลชมเชยลายมือยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินสด 3,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ส่งผลงานการประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2569 ประกาศผลการตัดสินในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2569 ทางเพจเฟสบุ๊ค ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา ผู้ที่ชนะเลิศการประกวดทุกรางวัล เข้ารับรางวัลได้ที่ เวทีมอบรางวัล

ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา เลขที่ 41/88 ซอยเพชรเจริญ ถนนหทัยราษฎร์ 39 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 ในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2569 เริ่มลงทะเบียน เวลา 13.00 น. เริ่มพิธีมอบรางวัลตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
ถ่ายทอดสดโดย สถานีวิทยุโทรทัศน์ศูนย์ข่าวทีวีประชาชนออนไลน์ psctv news

ส่งผลงานเป็นไฟล์ PDF – Word ได้ที่ อีเมล chatmahachon@gmail.com หรือส่ง EMS ที่สถานที่จัดการประกวด ส่งถึง คณะกรรมการประกวดฯ ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา 41/88 ซอยเพชรเจริญ ถนนหทัยราษฎร์ 39 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร – ไลน์ 0889518304

ไม่รับพิจารณางานที่ใช้การเขียนด้วย AI


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กลุ่มพันธมิตรจิตอาสาและกลุ่มศิษย์เก่าหลายสถาบัน จัดเลี้ยงอาหารและมอบสิ่งของแก่ บ้านพักคนชราหญิง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

กลุ่มพันธมิตรจิตอาสาและกลุ่มศิษย์เก่าหลายสถาบัน จัดเลี้ยงอาหารและมอบสิ่งของแก่ บ้านพักคนชราหญิง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภัก ดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทีมพันธมิตรจิตอาสาช่างชุ่ย จำนวน 6-10 คน และพันธมิตรจิตอาสาตัวแทนศิษย์เก่าซางตาครู้สคอนแวนท์ ตัวแทนศิษย์เก่าเตรียมอุดมศึกษาและสมาชิกห้องชมรมกอล์ฟ ต.อ. ตัวแทนศิษย์เก่าวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รุ่น 247 ตัว แทนศิษย์เก่าบัญชี ธรรมศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมจิตอาสา เลี้ยงอาหารมื้อกลางวันพร้อมมอบสิ่งของให้กับผู้สูงอายุหญิง ณ ที่ทำการมูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์(บ้านพักคนชราหญิง)ถนนติวานนท์ ปทุมธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา

โดย กลุ่มพันธมิตรจิตอาสาร่วมใจ อาทิ ดร.วราทัศน์ วงศ์สุรไกร คุณศราวุธ วงศ์สุรไกร คุณเนาวรัตน์ ศุภบัณฑิตา และคุณนันทวรรณ โชติวิจิตร ร่วมกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน ข้าวขาหมูแม่กินเชง 80 กล่อง ไอศกรีมไผ่ทอง จำนวน 100 ถ้วย และผลไม้ ส้ม กล้วยน้ำว้า รวมทั้งถั่วเขียวต้มน้ำตาล และน้ำดื่มช่างชุ่ยจำนวน 1,500 ขวด

สำหรับการมอบสิ่งของอุปโภบริโภค ของกินของแห้งของใช้ ประกอบด้วย ข้าวสารหอมมะลิจำนวน 30 กิโลกรัม แพมเพิส size M, L, XL จำนวน 16 ห่อ รวม 4 ลัง นมจิตรลดา 4 ลัง ยาสามัญประจำบ้าน เช่นยาแก้ปวด ยาธาตุน้ำแดง/น้ำขาว เคาเตอร์เพน ยาแก้ไอ พลาสเตอร์ยา และยังมีการร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจการของมูลนิธิฯ รวมไปถึงการมอบเงินให้ผู้สูงอายุหญิงไว้ใช้จ่ายส่วนตัวด้วย

นอกจากนี้ทางคณะจิตอาสายังได้ร่วมกันมอบของที่ระลึก กระเป๋า FN BAG เพื่อเป็นกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ รวม 14 คน ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.facebook.com/womencharityheart/?locale=th_TH


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสม เด็จพระเจ้า อยู่หัวในการทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมายึดถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้ข้าราชบริพารในพระองค์ เป็นผู้มีคุณธรรม มีจิตอาสาและจิตสาธารณะ พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการ มีความเสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ร่วมกันทำ ความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนและไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพื่อให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและประชาชนมีความสุข

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องอเนกประสงค์ อาคารศาลาลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง
พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ เป็นประธานในการบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 (เป็นวันที่สาม) โดยในวันนี้มีข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ จากสำนักพระ ราชวัง สำนักงานองคมนตรี กองบัญชาการ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และนักศึกษาจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) เข้าร่วมบริจาคโลหิตด้วยความพร้อมเพรียง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ซึ่งวันนี้โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ สาขาบริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยบริการมารับบริจาคโลหิต โดยมีผู้ผ่านการคัดกรองและร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 110 คน ได้โลหิต รวมจำนวน 49,500 ซีซี

สำหรับการบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2569 โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีผู้ผ่านการคัดกรองและร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 340 คน ได้โลหิตรวมจำนวนทั้งสิ้น 153,000 ซีซี ทั้งนี้ โลหิตที่ได้รับจากการบริจาคจะได้นำไปใช้เป็นโลหิตสำรองสำหรับใช้รักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ ต่อไป

การพร้อมใจร่วมกันบริจาคโลหิตของข้าราชบริพารในพระองค์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นให้ข้าราชบริพารเป็นผู้มีจิตอาสาและจิตสาธารณะ พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันทำความดีเพื่อสังคม ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและการน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว มายึดถือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนสืบไป


กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569 ณ วัดใหม่สุปดิษฐาราม

กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569 ณ วัดใหม่สุปดิษฐาราม

กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569 พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ (พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม (ประธานฝ่ายสงฆ์), นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี
(ประธานฝ่ายฆราวาส) พร้อมด้วย นายปราโมทย์ มลคล้ำสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี, นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกอบต.นครชัยศรี, กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลนครชัยศรี, นางนฤมล โพธิ์ ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมกิจกรรม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ส่องเลขหางประทัดงานสืบสานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ หนึ่งเดียวในสุพรรณ.. คึกคัก!!

สุพรรณบุรี – ส่องเลขหางประทัด งานสืบสานประเพณี อุ้มหลวงพ่อดำ ลงสรงน้ำในแม่น้ำท่าจีน (อุ้มพระดำน้ำ) หนึ่งเดียวในสุพรรณ แจกข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัมและเงิน 100 บาท ให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน

ที่วัดวัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี พระครูพิสุทธิรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย (อ่านว่า เถน พลาย) ร่วมกับคณะกรรมการวัดและชาวบ้านจัดงานสืบสานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เป็นพิธีอุ้มหลวงพ่อดำ ลงสรงน้ำในแม่น้ำท่าจีน (อุ้มพระดำน้ำ)โดยพระครูพิสุทธิรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย ร่วมกับคณะกรรมการวัดและชาวบ้าน จัดงานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น หนึ่งเดียวของจังหวัดสุพรรณบุรี พิธีอุ้มหลวงพ่อดำ ลงสรงแม่น้ำท่าจีน และเชิญเที่ยวงานมนัสการพระบรมสารีริกธาตุ ประจำปี 2569 ไหว้พระ ปิดทอง-ขอพร หลวงพ่อโต หลวงพ่อดำ หลวงพ่อสีชมพู เสริมดวงชะตา เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอโชคลาภ ท้าวเวสสุวรรณปางโชคดี ท้าวเวสสุวรรณปางปลดหนี้

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ก.ค.69 ซึ่งจะอัญเชิญองค์หลวงพ่อดำ ออกจากวิหาร จากนั้นจะมีขบวนนางรำชุดไทยทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่มารำหน้าขบวนแห่อย่างสวยงาม ชาวบ้านตั้งขบวนรอส่งหลวงพ่อดำ ไปถึงท่าน้ำแม่น้ำท่าจีน อัญเชิญหลวงพ่อดำ ลงสรงน้ำในแม่น้ำท่าจีน โดยมีคณะกรรมการวัด 3 คน จะอุ้มหลวงพ่อดำ แล้วดำลงในแม่น้ำท่าจีน 3 ครั้ง เพื่อสรงน้ำหลวงพ่อดำ (อุ้มพระดำน้ำ) ตามประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมายาวนานหลายชั่วอายุคน ผู้ที่ร่วมงานโปรยดอกไม้ ถวายหลวงพ่อดำ ในแม่น้ำท่าจีน

จากนั้นอัญเชิญหลวงพ่อดำ ขึ้นมาจากแม่น้ำท่าจีน ชาวบ้านจะตั้งแถวรอรับองค์หลวงพ่อดำขึ้นประดิษฐาน ณ ศาลเพียงตา วัดเถรพลาย เพื่อให้สาธุชนได้สักการะบูชาช่วงระหว่างงานประจำปี ไหว้พระ ปิดทอง-ขอพร หลวงพ่อโต หลวงพ่อดำ หลวงพ่อสีชมพู ไปถึงวันที่ 29 ก.ค.69 พร้อมกับจุดประทัดเบิกฤกษ์เบิกชัย ปรากฏเลขหางประทัด 37 – 216 ผู้ร่วมพิธีต่างนำเลขหางประทัดเตรียมไปเสี่ยงโชคกันในงวดนี้ และได้แจกข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม เงินคนละ 100 บาท ให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน

สำหรับหลวงพ่อดำ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ สมัยกรุงศรีอยุธยา อายุเก่าแก่กว่า 300 ปี ชาวบ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ยึดถือช่วงก่อนเข้าพรรษา จัดเป็นประเพณีพิธีอุ้มหลวงพ่อดำ ลงสรงแม่น้ำท่าจีน มานานหลายร้อยปี สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เนื่องจากเชื่อว่าพิธีดังกล่าวจะเป็นการนำสิ่งไม่ดีลอยไปกับสายน้ำ และจะทำให้สิ่งที่ดีๆเข้ามาในชีวิตและครอบครัว จะทำให้มีความเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น อยู่เย็นเป็นสุข เกษตรกรที่ทำนา ทำไร่ จะได้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ คิดสิ่งใดจะสมความปรารถนา ฝนตกต้องตามฤดูกาล

ซึ่งงานมนัสการพระบรมสารีริกธาตุ ประจำปี 2569 ไหว้พระ ปิดทอง-ขอพร หลวงพ่อโต หลวงพ่อดำ หลวงพ่อสีชมพู ช่วงกลางคืนจะมีมหรสพให้ชมทุกค่ำคืน 25 กรกฎาคม 69 คอนเสิร์ตต้นข้าวสุปรียาเต็มวง 26 กรกฎาคม: รำวง กิ่งแก้วโคราช 27 กรกฎาคม: มหกรรมซุ้มไก่เก่ง กาญจนบุรี 28 กรกฎาคม: ชมลิเกคณะ ศรราม น้ำเพชร 29 กรกฎาคม: การแสดงจากศิลปิน มินตรา อ๊อดโฟร์เอส (เต็มวง)


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี