จ.นครนายก จัดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชาชน” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569

นครนายก – โครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชาชนจังหวัดนครนายก” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชาชนจังหวัดนครนายก ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อมเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดนครนายก โดยมี นางจิราภรณ์ กิ่งสีดา นายอำเภอบ้านนา กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอบ้านนา เหล่ากา ชาดจังหวัดนครนายก ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ฯ จำนวนมาก

โครงการ ”หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มและความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประชา ชนจังหวัดนครนายก” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569 และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดนครนายก พร้อมส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนชาวตำบลศรีกะอาง พร้อมจัดหน่วยบริการของส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ กว่า 55 หน่วยงาน มาร่วมออกหน่วยให้บริการประชาชนอย่างครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งมีการมอบทุนการศึกษาจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทจังหวัดนครนายก อีกทั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ออกมาให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและทันตกรรม สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครนายก ออกหน่วยบริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

นอกจากนี้เหล่ากาชาดจังหวัดนครนายกได้ร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ป่วย ผู้ยากไร้ และประชาชน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงาน ที่มาร่วมออกบูธให้บริการประชาชน อีกทั้งยังรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบกับปัญหา เพื่อร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาร่วมกัน ให้ประชาชนมีทุกข์น้อยลง มีสุขมากขึ้น ก่อให้เกิดการพัฒนาความก้าวหน้าของตำบลในพื้นที่ให้ยั่งยืนต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

เทศบาลอโยธยา ปรับปรุงถนนอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. ร.ต.ต.ธานี โพธิ์ชีพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมือง อโยธยา พร้อมด้วย จ่าสิบเอกสมบัติ อบรมศิลป์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีฯ, นายสมพร ศิริล้วน นายธีรพงษ์ โพธิ์ชีพันธ์ สมาชิกสภาเทศบาลฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายการโยธากองช่างพร้อมเครื่องจักรกล ดำเนินการดังนี้.

  1. เร่งซ่อมแซมถนนที่ชำรุดทรุดตัวเป็นหลุม เป็นการชั่วคราวเพื่อให้รถสัญจรได้อย่างปลอดภัยในเบื้องต้น เตรียมพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเข้าปรับปรุงโครงสร้างถนนในช่วงที่เสียหายอย่างถาวรบริเวณ, ชุมชนต้นสะตือ
  2. ติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก งานวางท่อระบายน้ำและงานบ่อพักพร้อมฝาบ่อพัก บริเวณ ร่วมใจพัฒนาซอย5
  3. ดำเนินการตัดหญ้าและตัดต้นไม้ตัดแต่งกิ่งไม้ปรับภูมิทัศน์พัฒนาพื้นที่ เก็บขยะสะสม บริเวณ, ซอยไอยรา, ชุมชนคลองปากข้าวสาร, ชุมชนต้นสะตือ, เกาะกลางถนนโรจนะ
  4. ดำเนินการเปลี่ยนโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นโคมไฟ LED บริเวณ, ชุมชนเจ้าพ่อจุ้ย และซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะบริเวณซอยศรีกรุง
  5. ดำเนินการลงหินคลุกไหล่ทางทรุดตัวต่างระดับ บริเวณซอยวัดประดู่ทรงธรรม เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้สะดวก

สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

ทหารรบพิเศษ จัดการแข่งขันทักษะการใช้อากาศยานไร้คนขับทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมาย

จังหวัดลพบุรี – ทหารรบพิเศษจัดการแข่งขันทักษะการใช้อากาศยานไร้คนขับทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมาย

พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะการใช้อากาศยานไร้คนขับ ภายในหน่วยขึ้นตรงกองพลรบพิเศษที่ 1 ประจำปี 2569 ณ สนามกองพลรบพิเศษที่ 1 ค่ายเอราวัณ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะ เพิ่มพูนประสบการณ์ และยกระดับขีดความสามารถของกำลังพลในการนำอากาศยานไร้คนขับมาสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วย

การดำเนินการแข่งขันในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน โดยแบ่งประเภทการแข่งขัน เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ FPV ซึ่งคำนึงถึงความเร็วและความแม่นยำในการทำลายเป้าหมาย ISR ย่อมาจาก Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance คือระบบการข่าวกรอง โดยใช้โดรนในการเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน ภายใต้แนวคิด “เห็นก่อน รู้ก่อน ตัดสินใจก่อน” สื่อถึงความได้เปรียบทางยุทธวิธีในการใช้เทคโนโลยี อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อเก็บข้อมูลและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วกว่าฝ่ายตรงข้าม และการใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับสนับสนุนภารกิจตามสถานการณ์ที่กำหนด ด้วยโดรนทิ้งระเบิด เป็นการใช้อากาศ ยานและอาวุธนำวิถีสมัยใหม่โจมตีเป้าหมายทางทหารเฉพาะเจาะจงจากบนท้องฟ้า เพื่อทำลายขีดความสามารถของศัตรูอย่างแม่นยำตรงจุด ซึ่งได้รับความสนใจและความร่วมมือจากหน่วยขึ้นตรงกองพลรบพิเศษที่ 1 รวม 5 ทีม จากกรมรบพิเศษที่ 1-5 เข้าร่วมทำการแข่งขัน

โดยมี พลตรี เสด็จ อาคะจักร ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 เป็นประธานปิดการแข่งขัน และประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับทางทหาร พร้อมมอบรางวัลแก่ทีมชนะการแข่งขัน ณ สนามยุทธวิธีท่าเดื่อ โดยทีมชนะเลิศ ประเภท โดรน FPV เป็นของ กรมรบพิเศษที่ 1 ประเภท ISR หรือ โดรนตรวจการ ตกเป็นของกรมรบพิเศษที่ 3 และประเภท โดรนทิ้งระเบิด ตกเป็นของ กรมรบพิเศษที่ 2

ซึ่งผลจากการแข่งขันในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ทราบถึงระดับขีดความสามารถของกำลังพลและหน่วยแล้ว ยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการฝึกและการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะการบูรณาการอากาศยานไร้คนขับเข้ากับการปฏิบัติการพิเศษในลักษณะของ “การปฏิบัติการหลายมิติ” หรือ “การปฏิบัติการหลายโดเมน” ภายใต้แนวคิดทางทหารสมัยใหม่ ในการบูรณาการและประสานงานกำลังรบ ตลอดจนเทคโน โลยีจากทุกสภาพแวดล้อม เพื่อเอาชนะภัยคุกคามที่ซับซ้อน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร การเฝ้าตรวจ การลาดตระเวน และการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เชียงใหม่ ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ นักท่องเที่ยวประสบเหตุน้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกแม่สา เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในแหล่งท่องเที่ยว

เชียงใหม่ ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ นักท่องเที่ยวประสบเหตุน้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกแม่สา เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในแหล่งท่องเที่ยว

วันนี้ (19 ส.ค. 69) เวลา 13.00 น. นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอแม่ริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกต การณ์การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ กรณีนักท่องเที่ยวประสบเหตุน้ำป่าไหลหลาก บริเวณน้ำตกแม่สา ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ -ปุย

การฝึกซ้อมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงทดสอบระบบการแจ้งเตือนภัย การประสานงาน การเข้าช่วยเหลือและอพยพนักท่องเที่ยว ตลอดจนการบูรณาการกำลังและทรัพยากรของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวด เร็วและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวและประชา ชน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ และแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ภัยพิบัติ


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 10,000,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 10,000,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

จากกรณี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 02.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ กองบังคับการควบคุมสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 3 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด บริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าขันทอง หมู่ 3 ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ต่อมาเมื่อ เวลา 03.40 นาฬิกา ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 4 – 5 ราย ขณะกำลังลำเลียงกระสอบต้องสงสัยบรรทุกใส่ท้ายรถยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ปาเจโร สีขาว จธ 4647 เชียงใหม่ ซึ่งจอดอยู่บริเวณถนนริมฝั่งแม่น้ำโขง หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่ ได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไป

จากการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ตรวจพบกระสอบฟางสีรุ้ง ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 34 กระสอบ (กระสอบละประมาณ 300,000 เม็ด จำนวน 32 กระสอบ และกระสอบละประมาณ 200,000 เม็ด จำนวน 2 กระสอบ) รวมทั้งสิ้นประมาณ 10,000,000 เม็ด

และเมื่อเวลา 17.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พลตรี สุชาติ พุ่มสุวรรณ ที่ปรึกษากองกำลังผาเมือง และคณะ ได้เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ณ กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมี พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และ พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำนำโขง เป็นประธานในการแถลงข่าว ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 491 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 473 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 290,919,143 เม็ด, เฮโรอีน 20 กิโลกรัม, ไอซ์ 7,358.3 กิโลกรัม, ฝิ่น 378 กิโลกรัม และ คีตามีน 1,129.5 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 65 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 50 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 52,164 ล้านบาท (52,164,678,391 บาท)


นที มีเดช รายงาน

ศบภ.มทบ.38 ระดมกำลังจิตอาสาภัยพิบัติ จากกองพันทหารม้าที่ 10 และกรมทหารพรานที่ 32 เร่งช่วยเหลือประชาชน จากน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 ระดมกำลังจิตอาสาภัยพิบัติ จากกองพันทหารม้าที่ 10 และกรมทหารพรานที่ 32 เร่งช่วยเหลือประชาชน อำเภอท่าวังผา และอำเภอปัว จังหวัดน่าน จากน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ จาก กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 ลงพื้นที่ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

สืบเนื่องจากในพื้นที่จังหวัดน่านมีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นตลิ่งและไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน รวมถึงเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในบางจุด

ในการนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 ได้จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเน้นการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนติดตามระดับน้ำและสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติ ลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากสถานการณ์ อุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน โดยกำลังพล กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอปัว และ กรมทหารพรานที่ 32 จัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ บ้านเฮี้ย ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจติดตามการพัฒนาและฟื้นฟู แหล่งน้ำ “บึงสีไฟ” จ.พิจิตร

แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ตรวจติดตามการพัฒนาและฟื้นฟู แหล่งน้ำ “บึงสีไฟ” จังหวัดพิจิตร

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 และคณะ ตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟ ณ บริเวณด้านข้างศูนย์อำนวยการบึงสีไฟ (อาคารชุ่มน้ำบึงสีไฟ) อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาและฟื้นฟูบึงสีไฟ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของจังหวัดพิจิตร ทั้งในมิติการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดพิจิตรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยพันเอกสัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนากุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร (ฝ่ายทหาร) พันเอก ทรงสิทธิ์ รอดสการ นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

โดยรับฟังการบรรยายสรุปแผนการพัฒนาแหล่งน้ำบึงสีไฟ จาก สำนักงานจังหวัดพิจิตร, สำนัก งานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิจิตร, องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร และสำนักงานชลประทานจังหวัดพิจิตร

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมคณะฯ ได้เยี่ยมชมพื้นที่โดยรอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบึงสีไฟ บริเวณอาคารชุ่มน้ำบึงสีไฟ สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข และ อุทยานบัว

และในเวลา 17.00 น. แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และชมรมคนปั่นจักรยานในพื้นที ได้ร่วมปั่นจักรยาน เยี่ยมชมทัศนียภาพพื้นที่โดยรอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบึงสีไฟ ตามเส้นทางปั่นจักรยาน 10.28 กิโลเมตร ที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นเส้นทางปั่นจักรยานของคนรักสุขภาพ


นที มีเดช รายงาน

ยศชนัน-สุริยะ-เจเศรษฐ์ ลงพื้นที่เมืองน่าน กลางดึก สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วม ปักหลักเฝ้าระวังในพื้นที่ตลอด 24 ชม.

“ยศชนัน-สุริยะ-เจเศรษฐ์“ ลงพื้นที่เมืองน่าน กลางดึก สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน ปักหลักเฝ้าระวังในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 19.40 น. ระดับน้ำน่าน ณ สถานีวัดระดับน้ำ N1 อำเภอเมืองน่าน อยูที่ระดับ 8.29 เมตร โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. ยศนันท์ วงค์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ นาย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณดังกล่าวด้วย

ต่อมา เวลา 20.00 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีฯ และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ณ สถานีวัดน้ำ N.1 อ.เมือง จ.น่าน อย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้ตั้งศูนย์สั่งการจุดเดียว (Single Command) เพื่อบัญชาการเหตุการณ์และปักหลักเฝ้าระวังในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสาน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เร่งระดมกำลังพลเข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนหน้างานอย่างเต็มกำลัง

ในระหว่างลงพื้นที่ ในเวลา 20.00 น. โดยประมาณ ได้มีการแจ้ง Cell Broadcast ดังสนั่น ข้อความโดยสรุปคือ น้ำจะเข้าประมาณ 02.00 น. แจ้งเตือนชาวบ้านเตรียมตัว-ขนย้าย-อพยพ

จากการประเมินสถานการณ์ คาดว่ามวลน้ำจะทำให้ระดับน้ำในเขตเทศบาลเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 50-60 เซนติเมตร รองนายกรัฐมนตรี จึงเน้นย้ำว่า “ชีวิตสำคัญที่สุด” โดยขอให้แจ้งเตือนประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นอันดับแรก และเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างน้อย 60 เซนติเมตร นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง เตรียมแผนดำเนินงานล่วงหน้า เพื่อให้พร้อมเข้าสู่ระยะการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ทันทีที่สถานการณ์น้ำคลี่คลาย

นอกจากนี้ ทีมงานของ GISTDA เข้ามาช่วยซัพพอร์ต ใช้ดาวเทียมเกาะติดสภาวะอากาศ-น้ำ วิเคราะห์แล้วส่ง Data ให้หน่วยหน้าทันที และนอกจาก Cell Broadcast ยังมีแอป “เช็คน้ำ” เพื่อติดตามดูพื้นที่เสี่ยงด้วยตัวเอง มีระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงในแอปให้ด้วย

จากนั้น ” รองนายกรัฐมนตรี ” กลับมาที่ศูนย์บัญชาการของจังหวัดน่าน อีกครั้ง เพื่อติดตามสถานการณ์หน้างานต่อเนื่อง โดยเดินทางไปปฏิบัติงาน ระหว่างศูนย์บัญชาการ-หน้างาน เพื่อวางแผนดูแลพี่น้องประชาชนและแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมอุทกภัยในครั้งนี้ลดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด


นที มีเดช รายงาน

ศบภ.มทบ.34 ระดมกำลังพลช่วยประชาชนพื้นที่ อ.ปง จ.พะเยา

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 34 ระดมกำลังพลช่วยประชาชนขนย้ายสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย และลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อำเภอปง จังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34 พร้อมด้วย หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 34 และกำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติมณฑลทหารบกที่ 34 ลง พื้นที่ติดตามการช่วยเหลือประชาชน บ้านแบ่ง ตำบลงิม อำเภอปง จังหวัดพะเยาโดยมี ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 17 เข้าช่วยเหลือ ประชาชนออกจากบ้านเรือนที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกับขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และทำความสะอาด ฟื้นฟู หมู่บ้านดังกล่าว

พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ตำบลปง และตำบลนาปรัง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ร่วมกับ คณะของ จังหวัดพะเยา โดยมี นายสมศักดิ์ แก้วเสนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ร่วมติดตาม และประสานงานในการช่วยเหลือประชาชน ขนย้ายสิ่งของ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ปัจจุบันในพื้นที่ อำเภอปง จังหวัดพะเยา ยังคงมีฝนตกเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้สั่งการให้ ที่ทำการปกครองอำเภอปง จังหวัดพะเยา เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ติดตามโครงการบูรณาการความมั่นคงเฉลิมพระเกียรติฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน

นครนายก – แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ติดตามโครงการบูรณาการความมั่นคงเฉลิมพระเกียรติฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 12.30 น. พลโทวรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงาน “โครงการบูรณาการความมั่นคงเฉลิมพระเกียรติฯ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน โดยกลไกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ระดับจังหวัด) จังหวัดนครนายก” ณ แปลงนาสาธิตของโรงเรียนทหารการสัตว์ ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

ในการนี้ ร้อยตำรวจตรีสัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คุณน้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

สำหรับโครงการดังกล่าว มีการจัดตั้งคณะทำงานตั้งแต่เดือนเมษายน–พฤษภาคม 2569 และเริ่มดำเนินการฝึกอบรมบุคลากรและกระบือในเดือนมิถุนายน 2569 โดยมุ่งขับเคลื่อนแนว ทางเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระดับชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์กระบือไทย ตลอดจนส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะด้านการเกษตรแก่ประชาชน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครนายก ได้จัดฝึกอบรมประชาชนผู้สนใจด้านการบังคับกระบือ จำนวน 25 นาย โดยมีกระบือเข้ารับการฝึก จำนวน 8 ตัว ผลการฝึกอบรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

โอกาสนี้ พลโทวรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภาย ในภาค 1 ได้ร่วมกิจกรรมไถนาด้วยกระบือและดำนาด้วยวิธีการดั้งเดิม ณ แปลงนาสาธิต ร่วมสืบสานวิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมและการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมกันนี้ได้มอบไข่ไก่ให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 200 แพ็ก เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงกระบือ รวมถึงนิทรรศการด้านการเกษตรและปศุสัตว์ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์กระบือไทย และการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน