ลพบุรี จัดกิจกรรมจิตอาสาวันพระราชสมภพพระราชชนนีพันปีหลวง

จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่ วัดสามัคคีพัฒนาราม ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยมี จิตอาสาพระราชทาน ทหารจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน ร่วมกันบำรุงต้นไทรนิโครธ ต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงปลูก เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2522 ปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาด บำเพ็ญประโยชน์ บริเวณโดยรอบวัดสามัคคีพัฒนาราม และทาสีอาคารพลับพลา ที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงประทับเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2527 ให้เกิดความเรียบร้อยสวยงาม จากนั้นได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาและกุ้งจำนวน 120,000 ตัว ลงสู่สระกักเก็บน้ำฝนตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

การจัดกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ นับเป็นการรวมพลังความสามัคคีของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดจนแสดงออกถึงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงเป็นมิ่งขวัญและศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งตลอดระยะเวลาอันยาวนาน พระองค์ได้อุทิศพระวรกาย พระปัญญาและพระราชทรัพย์ ปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา โดยได้พระราชทานความช่วยเหลือพสกนิกรผู้ยากไร้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านต่างๆได้อย่างมั่นคงยั่งยืน ครอบคลุมทั้งในด้านการสังคมสงเคราะห์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ และน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา ที่ทรงมีต่อปวงประชาประดุจดัง “แม่ของแผ่นดิน” เป็นที่ประจักษ์ ประทับอยู่ในใจของพสกนิกร ที่ปวงชนชาวไทยจะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตลอดกาล


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

อบจ.ลพบุรี เปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนมนต์เสน่ห์ทะเลน้ำจืด

จังหวัดลพบุรี – องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนา การท่องเที่ยวชุมชนในจังหวัดลพบุรี เพื่อ ”เปิดประตูวิถีชุมชน สู่มนต์เสน่ห์ทะเลน้ำจืดมะนาวหวาน” สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนอุดหนุนสินค้าท้องถิ่น

นางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในการเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในจังหวัดลพบุรี ภายใต้ชื่องาน “เปิดประตูวิถีชุมชน สู่มนต์เสน่ห์ทะเลน้ำจืด มะนาวหวาน” ณ แหล่งท่องเที่ยวทะเลน้ำจืด ตำบลมะนาวหวาน อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายอำเภอพัฒนานิคม พัฒนาการอำเภอพัฒนานิคม นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมในพิธีเปิดโครงการในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือในการจัดงานที่มีสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพัฒนานิคม องค์การบริหารส่วนตำบลมะนาวหวาน วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวทะเลน้ำจืดตำบลมะนาวหวาน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดงาน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชนที่ในพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่จะมีเพียงมรดกทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าเท่านั้น แต่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่นและอัตลักษณ์ของชุมชนที่งดงาม ซึ่งล้วนเป็นเสน่ห์ที่สามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน โดยเฉพาะที่เป็นจุดเด่นและเป็นจุดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวก็คือ “ทะเลน้ำจืดตำบลมะนาวหวาน” ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ โดดเด่นในเรื่องของความงดงามของธรรมชาติ รวมทั้งยังเป็นสถานที่ที่มีความสงบร่มรื่น และมีวิถีชีวิตชุมชนที่คงเอกลักษณ์อย่างงดงาม

ทั้งนี้เชื่อว่าการจัดโครงการในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนอย่างใกล้ชิด โดยผ่านกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น อาทิการล่องเรือชมธรรมชาติ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน การชิมอาหารพื้นบ้าน และการแสดงศิลปวัฒนธรรม สำหรับกิจกรรมเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น ซึ่งการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนเชื่อว่าเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง แต่ทั้งหมดจะต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคไม่ว่าจะเป็นประชาชนในพื้นที่และผู้ได้รับประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นให้คงอยู่ โดยเชื่อว่าผู้ที่มาร่วมงานในครั้งนี้จะได้รับความสุข ความประทับใจ และได้เห็นถึงศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน พร้อมกันนี้ก็ขอเชิญชวนให้ทุกคนได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวทะเลน้ำจืดตำบลมะนาวหวาน ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เพื่อก้าวสู่การเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ผบ.ทบ เข้าเฝ้าถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน เสริมความปลอดภัยชายแดนไทย–กัมพูชา

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ผู้บัญ ชาการทหารบกเข้าเฝ้าถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน เสริมความปลอดภัยชายแดนไทย–กัมพูชา

วันนี้ (10 สิงหาคม 2569) เวลา 14.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้แทนกองทัพบก เข้าเฝ้าถวายรายงานผลการดำเนินโครงการก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนและหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพลตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ภายใต้โครงการสนับสนุน “กอง ทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ณ ห้อง Convention Hall ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล รองประธานกรรมการบริหารกองทุนหทัยทิพย์ กราบทูลรายงานผลการดำเนินงานของกองทุนฯ และกราบทูลเบิกผู้บัญชาการทหารบกเข้าเฝ้าถวายรายงานผลการดำเนินโครงการ

ผู้บัญชาการทหารบกได้กราบทูลถวายรายงานผลการดำเนินโครงการ โดยกองทัพบกดำเนินการก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน จำนวน 10 แห่ง และหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพล จำนวน 328 แห่ง แล้วเสร็จตามแผนเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 พร้อมนำเสนอวีดิทัศน์สรุปผลการดำเนินงานประกอบการถวายรายงาน

โครงการดังกล่าวสืบเนื่องจากพระกรุณาธิคุณและความห่วงใยที่ทรงมีต่อประชาชนและกำลังพลตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยทรงมีพระดำริจัดตั้ง “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ และเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบกจัดสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนและหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพล โดยได้รับงบประมาณสนับ สนุน 51,813,600 บาท ครอบคลุมพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา 5 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

หลุมหลบภัยและหลุมบุคคลคู่ที่กองทัพบกดำเนินการก่อสร้างมีโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรง และได้ถูกนำมาใช้งานจริงในช่วงสถานการณ์การปะทะที่ผ่านมา โดยหลุมหลบภัยใช้รองรับประชาชนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะที่หลุมบุคคลคู่เป็นที่กำบังสำหรับกำลังพลระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ช่วยลดความเสี่ยงและเสริมความปลอดภัย

จากการดำเนินโครงการฯ กองทัพบกได้น้อมนำพระนโยบายสู่การปฏิบัติจนเกิดผลเป็นรูปธรรม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลตามแนวชายแดนได้อย่างแท้จริง

กองทัพบกขอน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงมีพระเมตตาและทรงห่วงใยความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน รวมถึงกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน และจะดำเนินงานสนองพระนโยบาย เพื่อดูแลประชาชน เสริมสร้างความพร้อมและความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในการจัดกิจกรรมจิตอาสา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 กำลังพลจิตอาสาพระราชทานหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 39 นักศึกษาวิชาทหาร นักเรียนจิตอาสาพระราชทาน ตลอดจนชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและความสามัคคีของทุกภาคส่วนในการร่วมกันทำความดีเพื่อสังคม

สำหรับกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมทั้งน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงมีพระราชกรณียกิจนานัปการในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมจิตอาสายังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้กำลังพล นักศึกษาวิชาทหาร นักเรียน และประชาชน มีความเสียสละ มีจิตสาธารณะ และตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันดูแลสถานศึกษาและชุมชนให้มีสภาพแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบ และเอื้อต่อการเรียนรู้ของเยาวชน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะสานต่อกิจกรรมจิตอาสาและการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน เสียสละ และเกื้อกูล อันจะนำไปสู่การสร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี

กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและประเทศชาติ ณ บริเวณสโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ภายในพิธีมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 กำลังพล ตลอดจนข้าราชการและครอบครัว เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสง่างาม ความสมัครสมานสามัคคี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สะท้อนถึงความจงรักภักดีและความผูกพันของกำลังพลกองทัพภาคที่ 3 ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย

กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกิจกรรมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล ตามโครงการ “จิตอาสาบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 10 ปี 10 ล้านหยด ทศวรรษทศมินทร์” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของกำลังพลกองทัพภาคที่ 3 ที่พร้อมน้อมนำพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และยึดมั่นในประโยชน์ของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ด้วยการเทิดทูนบทบาทของ “แม่” ผู้เป็นรากฐานสำคัญของครอบครัวและสังคม เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569


นที มีเดช รายงาน

ลพบุรีขับเคลื่อนส่งเสริมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจในโครงการ 1 อำเภอ 1ลานสร้างสรรค์

จังหวัดลพบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจฐานราก จัดงานโครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ พื้นที่วัดชัยมงคลวนาราม ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ ภายใต้แนวคิด“สระโบสถ์ร่มเย็น สืบสานภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทุนวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์”

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ วัดชัยมงคลวนาราม ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี” ภายใต้แนวคิด“สระโบสถ์ร่มเย็น สืบสานภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทุนวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์” โดยมี พระครูชัยมงคลสราภิรักษ์ เจ้าคณะตำบลนิยมชัย เจ้าอาวาสวัดชัยมงคลวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นายเพิ่มศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ นายอำเภอสระโบสถ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสระโบสถ์ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธี

โครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี” เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งขับเคลื่อนให้เกิด “ลานวัฒนธรรม UNSEEN THAI THAI” เพื่อพัฒนาพื้นที่วัฒนธรรมให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรม การสืบสานภูมิปัญ ญาท้องถิ่น ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน ภายใต้แนว คิด “พื้นที่วัฒนธรรมมีชีวิต” ที่ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับอำเภอสระโบสถ์ พื้นที่วัดชัยมงคลวนาราม ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกพื้นที่ 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ โดยดำเนินโครงการภายใต้แนวคิด “สระโบสถ์ร่มเย็น สืบสาน ภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทุนวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์”เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ศาสนา ประเพณี และภูมิปัญญาของคนในชุมชน อีกทั้งอำเภอสระโบสถ์ยังมีทุนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์และได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งวิถีชุมชนไทยเบิ้ง ประเพณีแห่นาคหมู่สวมชฎา ผ้าทอพื้นบ้าน งานจักสาน ภูมิปัญญาด้านอาหารพื้นถิ่น ตลอดจนผลิตภัณฑ์และงานหัตถกรรมของชุมชน ซึ่งล้วนสะท้อนรากเหง้า อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาของคนสระโบสถ์ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นพื้นที่วัฒนธรรมที่มีชีวิต เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นพื้นที่สร้าง สรรค์สำหรับคนทุกช่วงวัยตลอดจนสามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมการเดินเรียนรู้ลานสร้างสรรค์”นำชมฐานกิจกรรมเชิงประสบการณ์ บริเวณรอบรอบลานสร้างสรรค์ 7 ฐาน ได้แก่

  • ฐานที่ 1 นิทรรศการบ้านจำลองของชาวสระโบสถ์ในอดีต เพื่อถ่ายทอดรูปแบบที่อยู่อาศัย การละเล่นพื้นบ้าน และวิถีชีวิตของชุมชน
  • ฐานที่ 2 เรียนรู้ประเพณีท้องถิ่น มรดกวัฒนธรรมแห่งอำเภอสระโบสถ์การทำชฎา
  • ฐานที่ 3 ผ้าทอสระโบสถ์ ภูมิปัญญา วิวัฒนาการและเส้นสายแห่งกาลเวลา
  • ฐานที่ 4 งานหัตถกรรมจักสาน และกรงนก วิถีครัวเรือน สู่งานหัตถศิลป์ชุมชน
  • ฐานที่ 5 วิถีอาหารพื้นถิ่นการสาธิตการทำขนมข้าวโปงงา และแกงอีเหียว
  • ฐานที่ 6 เยี่ยมชมร้านค้าผลิตภัณฑ์ OTOP อำเภอสระโบสถ์ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
  • ฐานที่7 : กิจกรรมตุ๊บทรายหรือการก่อกองทรายตามวิถีประเพณีของชุมชน กิจกรรม เวทีเสวนาเกี่ยวกับรากเหง้า ทุนทางวัฒนธรรม ประเพณี และภาษาพื้นถิ่นของชาวสระโบสถ์ ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

โครงการฯ นี้ ฯ จึงเป็นการเปลี่ยน “ทุนทางวัฒนธรรม” ให้เป็น “พลังในการพัฒนาพื้นที่” ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้วัฒนธรรมมิได้เป็นเพียงสิ่งที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เท่า นั้น แต่สามารถนำมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าและมูลค่า ควบคู่กับการรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น พร้อมส่งต่อภูมิปัญญาของชาวสระโบสถ์จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นต่อไป และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนบนฐานวัฒนธรรมที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ลพบุรี แถลงข่าวจัดการแข่งขัน “Bike Rally-Tour of Lopburi 2026” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

จังหวัดลพบุรี – แถลงข่าวจัดการแข่งขัน “Bike Rally-Tour of Lopburi 2026” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดฯ

ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายมหิทธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี, นายสมชาย อ่อนบาง ผู้ปก ครองนิคมสร้างตนเองจังหวัดลพบุรี และนางสาวภาวิณี เนียมแสง รองผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ร่วมกันแถลงข่าว การจัดการแข่ง ขัน “Bike Rally-Tour of Lopburi 2026” โดยมีผู้บริหารส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน สื่อมวลชน นักกีฬาปั่นจักรยานและประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก

การจัดการแข่งขัน “Bike Rally-Tour of Lopburi 2026” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของจังหวัดด้าน การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมจังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดที่มีความพร้อมและมีศักยภาพรอบด้าน ทั้งในมิติของประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัฒนธรรมที่เป็นเอก ลักษณ์ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติที่มีความงดงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการรองรับการจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่โดดเด่น เป็นพื้นที่เปิดกว้าง มีทัศนียภาพที่สวยงาม รายล้อมด้วยธรรมชาติ ทั้งภูเขา ป่าไม้ และแหล่งน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ จุดเด่นสำคัญของพื้นที่แห่งนี้คือการมีเส้นทางที่หลากหลาย เหมาะสมสำหรับการจัดกิจกรรมจักรยานในหลายระดับ ทั้งระยะสั้นและระยะไกล อีกทั้งยังมีความท้าทายในเชิงภูมิประเทศ ที่สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักปั่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ พื้นที่ยังมีความพร้อมในด้านการบริหารจัดการ สามารถรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก มีระบบการเข้าถึงที่สะดวก มีพื้นที่รองรับกิจกรรมส่วนกลาง จุดบริการนักปั่นและพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กันไป

กิจกรรม“Bike Rally-Tour of Lopburi 2026” ในครั้งนี้ ได้มีออกแบบให้เป็นมากกว่าการแข่งขันจักรยาน โดยเน้นการสร้าง “ประสบการณ์ครบวงจร” ให้กับผู้เข้าร่วม ทั้งในด้านกีฬา การท่องเที่ยว และวิถีชุมชนภายในงานประกอบด้วย การแข่งขันจักรยาน 2 ระยะ ได้แก่ Rally 40 กม. และ การแข่งขัน 80 กม. โซนส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ในวันที่ 13 กันยายน ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก จังหวัดลพบุรี อีกทั้งยังมี โซนส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน เช่น สินค้า OTOP และอาหารท้องถิ่นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และจุดถ่ายภาพ Landmark การมอบเหรียญที่ระลึก และของที่ระลึก อีกทั้งนักกีฬายังได้ร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวพิเศษ จุดชมวิวภูซับเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออันดับต้น ๆ ของจังหวัดลพบุรี

โดยการจัดงานในครั้งนี้ คาดว่าจะมีนักปั่น ไม่น้อยกว่า 1,000 คน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมมากกว่า 3,000 คน จะส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งในด้านที่พัก ร้านอาหาร การคมนาคม และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของจังหวัดลพบุรี อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะ เมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพ ดังนั้นการแข่งขันในครั้งนี้จะไม่เพียงเป็นกิจกรรมกีฬาเท่านั้น แต่จะเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า ที่ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสทั้งความงดงามของธรรม ชาติ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของลพบุรีอีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพร่วมภาคเอกชน มอบแพมเพิสให้ผู้ป่วยติดเตียง 110 ราย

จังหวัดลพบุรี – โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลร่วมกับภาคเอกชนรับมอบผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพื่อมอบต่อให้ผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ในการดูแลกว่าร้อยชีวิตช่วยลดรายจ่าย และเป็นการดูแลรับผิดชอบต่อสังคม

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นาง นุชจรีย์ วาสุกรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิคมสร้างสร้างตนเอง และ อสม. ได้ร่วมกับรับมอบแพมเพิส หรือผ้าอ้อมสำเร็จรูปจาก นายชัยวัฒน์ ชัยวรรณจินดา ผู้จัดการฝ่ายการจัดการความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยงบริษัทเอ็นเอ็มบี – มินีแบ ไทยจำกัดและคณะ ณ ลานข้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลนิคมสร้างต นเอง อำเภอเมืองลพบุรี กว่า 50 แพ็ค เพื่อที่จะได้ส่งมอบต่อให้กับผู้ป่วยที่ติดเตียงอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิคมสร้างตนเองจำนวน 110 ราย ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดรายจ่ายให้กับผู้ป่วยที่บางรายมีงบประมาณในการจัดซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป โดยทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิคมสร้างตนเองสามารถจัดให้ได้เพียงรายละ 3 ชิ้นต่อวันเท่านั้น

ซึ่งรพ.สต.นิคมสร้างตนเอง พบว่าผู้ป่วยบางรายมีความยากลำบาก ผู้ป่วยหลายรายมีความจำเป็นที่จะต้องใช้วันละมากกว่า 3 แผ่น ในการจัดมอบผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้กับทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิคมสร้างตนเองในครั้งนี้ เนื่องจากทางบริษัทเอ็นเอ็มบี – มินีแบไทย จำกัด (โรงงานลพบุรี) นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี ในเรื่องของความรับผิดชอบ และการดูแลประชาชนบริเวณรอบโรงงานนั้น ก็เป็นนโยบายหนึ่งของทางบริษัทที่ดำเนินการมาโดยตลอด ซึ่งจะมีการตรวจสอบว่าในแต่ละช่วง ประชาชนรอบโรงงานมีความต้องการอะไร ทางบริษัทจะได้มีการจัดหาให้ตรงตามความต้องการ จากนั้นได้ร่วมกันเดินทางนำผ้าอ้อมสำเร็จรูปไปมอบให้กับตัวแทนผู้ป่วยติดเตียงถึงที่บ้านพัก พร้อมกับได้ให้กำลังใจกับทางครอบครัวของผู้ป่วยติดเตียงในครั้งนี้ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับทางครอบครัวของผู้ป่วยที่ต้องดูแลรักษาอยู่ที่บ้านด้วยอย่างดี

ขณะเดียวกันก็ได้มีการชี้แจงกับทางตัวแทนสื่อมวลชนเกี่ยวกับในเรื่องของการดำเนินเกี่ยวกับการติดตั้งในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งจะมีการนำพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานสะอาดมาใช้ในโรงงานที่เป็นการลดการสร้างมลพิษให้กับโลก รวมทั้งลดการใช้พลังงานในการผลิตไฟฟ้าที่ทางรัฐบาลจะต้องซื้อพลังงานจากต่างประเทศเข้ามาใช้ สำหรับในการดำเนินการดังกล่าวได้มีการสร้างความเข้าใจและสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่พักอาศัยอยู่รอบโรงงานแล้ว ทั้งในเรื่องของความเข้าใจในเรื่องของความร้อนที่จะเพิ่มขึ้นและผลกระทบในเรื่องอื่น ๆ

นอกจากนี้ในการดำเนินการการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ยังเป็นความร่วมมือกันระหว่างประเทศ ญี่ปุ่นกับรัฐบาลไทย ในเรื่องของการลดต้นทุนและลดสภาวะโลกร้อน ซึ่งใช้พื้นที่ในการก่อสร้างติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ในพื้นที่ประมาณ 250 ไร่สามารถเปิดใช้งานพลังงานไฟฟ้าเฉพาะในบริษัทเอ็นเอ็มบี – มินีแบ ไทย จำกัด (โรงงานลพบุรี) เท่านั้น เนื่องจากในเดือนหนึ่งทางบริษัทต้องเสียค่าไฟฟ้าประมาณเดือนละประมาณ 200 ล้านบาท หากใช้พลังงานแสงอาทิตย์ก็จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าลงและช่วยในการลดสภาวะโลกร้อนได้ดีอีกทางหนึ่งด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ธนกฤต ผนึกกำลัง ตำรวจ–DSI–ป.ป.ส. รื้อคดี “ผู้ใหญ่ไก่” ถูกลอบสังหาร 19 ปีก่อน ลั่น! เดินหน้าล้างบางห้วยใหญ่ สู่พื้นที่สีขาว

ธนกฤต ผนึกกำลัง ตำรวจ–DSI–ป.ป.ส. รื้อคดี “ผู้ใหญ่ไก่” ถูกลอบสังหาร 19 ปีก่อน ลั่น! เดินหน้าล้างบางห้วยใหญ่ สู่พื้นที่สีขาว

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 14:00 น นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตำรวจสืบสวนภาค 2 และสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2 ลงพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับเรื่องร้องทุกข์จาก นางสมศรี อินทรสิงห์ อดีตกำนันตำบลห้วยใหญ่ กรณีคดีลอบสังหารสามี นายอานนท์ อินทรสิงห์ หรือ “ผู้ใหญ่ไก่” อดีตนายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549

คดีดังกล่าวตั้งประเด็นสังหารไว้ทั้ง ปมการเมืองท้องถิ่น และความขัดแย้งเกี่ยวกับยาเสพติด หลังผู้ใหญ่ไก่เคยประกาศเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังในพื้นที่ การหารือครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง โดยนางสมศรีได้มอบ รายชื่อบุคคลต้องสงสัยและเอกสารสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับคดี เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการสืบสวนรื้อฟื้นคดี ขณะที่คดีใกล้ครบกำหนดอายุความ เหลือเวลาอีกประมาณ 3 เดือน

ด้านนายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า จะบูรณาการกำลังระหว่าง DSI–ตำรวจสืบสวนภาค 2–ป.ป.ส.ภาค 2 เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ขยายผลเครือข่ายยาเสพติด ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่อาจเกี่ยวข้อง พร้อมประกาศเดินหน้าปฏิบัติการ “รื้อรังโจร” ในพื้นที่ห้วยใหญ่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมและยาเสพติดว่า เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ขณะที่ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดผ่านสายด่วน 1386 โดยข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ

ขณะที่นายวรพงศ์ มีคุณเอี่ยม รองผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม DSI กล่าวว่า แม้คดีจะมีเวลาจำกัด แต่ DSI จะเร่งสืบสวนอย่างเต็มที่ และมีแผนลงพื้นที่ดำเนินการภายในสัปดาห์นี้ พร้อมแสดงความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของกำนันสมศรี เนื่องจากคดีอาจเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

ด้าน นายสุรเดช ละเต๊ะซัน ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส.ภาค 2 ระบุว่า ป.ป.ส. จะร่วมบูรณาการปิดล้อมแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติด พร้อมสืบสวนขยายผลใช้กฎหมายเอา ผิดผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง และขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสปัญหายาเสพติดในพื้นที่

หลังจากนั้น นายกองตรี ดร.ธนกฤต พร้อมเจ้าหน้าที่ ยังลงพื้นที่จุดหนึ่งใน ต.ห้วยใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ซอยยาบ้า” เพื่อรับฟังข้อมูลจากประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ โดยข้อมูลทั้งหมดจะนำไปประกอบการวางแผนกวาดล้างต่อไป

“วันนี้ฟ้าเปิดแล้ว ผู้ใหญ่ไก่คงยิ้มได้” พร้อมยืนยันว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีจะถูกตรวจสอบตามกระบวนการกฎหมาย และเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าทำให้ ห้วยใหญ่เป็นพื้นที่ปลอดอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ใหญ่ไก่ #ห้วยใหญ่ #ธนกฤต #DSI #ปปส #ตำรวจภาค2 #รื้อคดี #ยาเสพติด #ล้างบางห้วยใหญ่ #พื้นที่สีขาว


ข้อมูลภาพข่าวจาก สัตหีบ นิวส์

นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

ขอแสดงความยินดีกับหมายเลข 7 ‘ปุยนุ่น’ คว้ามงกุฎ “ธิดาลำไยลำพูน ” ประจำปี 2569

ขอแสดงความยินดีกับหมายเลข 7 นางสาว ฉัตร์ชญา คำมี ‘ปุยนุ่น’ อายุ 23 ปี คว้ามงกุฎ พร้อมเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท สายสะพาย และโล่เกียรติยศ ในตำแหน่ง “ธิดาลำไยลำพูน ” ผู้สนับสนุนส่งเข้าประกวดโดย ณิชาการ์เด้น..

ค่ำคืน วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 22:00 น. ณ ลานพื้นที่เอกชนบ้าน แม่สารป่าแดด เวียงยอง อ.เมืองลำพูน กับกิจกรรมภายในงาน “เทศกาลลำไยและหอการค้าแฟร์ เกษตรแฟร์ จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569 และงานครบรอบ 40 ปี หอการค้าจังหวัดลำพูน” นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนร่วมเป็นประธานภายในงาน พร้อมขึ้นสวมมงกุฏ สายสะพาย มอบเงินรางวัลฯ ให้ผู้คว้าตำแหน่ง “ธิดาลำไยลำพูน” ประจำปี2569..

ด้วยหอการค้าจังหวัดลำพูนกำหนดจัดงาน “เทศกาลลำไยและหอการค้าแฟร์ เกษตรแฟร์ จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 18 ประจำปี2569 และงานครบรอบ 40 ปี หอการค้าจังหวัดลำพูน” ในระหว่างวันที่ 1-12 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลา 12 วัน ณ บริเวณบ้านแม่สารป่าแดด ถนนลำพูน-ดอยติ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนช่องทางการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะลำไย, สินค้าและผลิตภัณฑ์ของดีจังหวัดลำพูน การจัดแสดง การทางการเกษตร – นวัตกรรมการเกษตร เพื่อเป็นการอัพเกรดมุ่งสู่เกษตรมูลค่าสูง และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยด้านการค้า การลงทุน ตลอดทั้ง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดลำพูน.

ทั้งนี้หอการค้าจังหวัดลำพูนได้ร่วมกับYEC ลำพูนและภาคีเครือข่ายได้จัดกิจกรรมการประกวด”ธิดาชาวสวนลำไยลำพูน ประจำปี 2569″โดยผู้ได้รับตำแหน่ง “ธิดาชาวสวนลำไยลำพูน ประจำปี 2569” จะได้รับการพัฒนาให้เป็น “ทูตวัฒนธรรม” ทำหน้าที่ในการเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับอัตลักษณ์ของลำพูนผ่านเวทีต่างๆ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและในอนาคตอาจถึงระดับนานาชาติต่อไป และขอแสดงความยินดีกับ

  • รองอันดับที่ 1 ได้แก่ (น้องฟ้าจิณณ์ ) หมายเลข 28 นางสาวจิณณ์พัชญ์ชา กนกรัตนาธรรม อายุ 27 ปี รับเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท สายสะพายประจำตำแหน่งและโล่เกียรติยศ พร้อมกับได้รับตำแหน่ง พิเศษ..ธิดา Social media และตำแหน่งขวัญใจมหาชน
  • รองอันดับที่ 2 ได้แก่ (น้องฟ้า) หมายเลข 3 นางสาวกนกพร พยุงวงษ์ อายุ 26 ปี รับเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท สายสะพายประจำตำแหน่งและโล่เกียรติยศ พร้อมได้รับตำแหน่งพิเศษ แต่งกายสวยงาม.
  • รองอันดับที่ 3 ได้แก่ หมายเลข 11 (น้องโสดา) นางสาวโสดารัตน์ ราตรี อายุ 22 ปี รับเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท สายสะพายประจำตำแหน่งและโล่เกียรติยศ พร้อมได้รับตำแหน่ง “ขวัญใจสื่อมวลชนจังหวัดลำพูน”
  • รองอันดับที่ 4 ได้แก่ หมายเลข 20 (น้องวิคกี้) นางสาวสุพิชชา วิคตอเรีย อายุ 18 ปี รับเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท สายสะพายประจำตำแหน่งและโล่เกียรติยศ
  • รองอันดับที่ 5 ได้แก่ หมายเลข 4 (น้องมายด์) นางสาวจิรนันท์ สังฆะกาโร อายุ 18 ปีทรับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท สายสะพายประจำตำแหน่งและโล่เกียรติยศ
  • รองอันดับที่ 6 ได้แก่ หมายเลข 27 (น้องปาย) นางสาวปนัสยา แก้วหนัก อายุ 18 ปี รับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท สายสะพายประจำตำแหน่งและโล่เกียรติยศ.
  • รวมถึงตำแหน่งพิเศษขอแสดงความยินดีกับ (น้องคีม) หมายเลข 13 นางสาวชัญญา สิงห์กันทา อายุ 25 ปี ได้รับตำแหน่ง “ขวัญใจหอการค้าลำพูน”

นที มีเดช รายงาน