มหัศจรรย์พระอาทิตย์ทรงกลดเหนือสำนักสงฆ์พุปะหังฯ พุทธศาสนิกชนนับพัน ร่วมพิธีขอขมากรรมและแห่เทียนพรรษา ก่อนวันพระใหญ่

ราชบุรี – พุทธศาสนิกชนนับพันจากทั่วสารทิศ เดินทางมายังสำนักสงฆ์พุปะหัง วงษ์วนาราม ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อร่วมพิธีขอขมากรรม แห่เทียนพรรษา ถวายสังฆทาน เจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา และทอดผ้าป่าสามัคคี เนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสศรัทธา โดยระหว่างประกอบพิธีได้เกิดปรากฏการณ์ “พระอาทิตย์ทรงกลด” พร้อมลมพัดแรงเหนือบริเวณสำนักสงฆ์ สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นนิมิตหมายอันเป็นสิริมงคล

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เจ้าสำนักสงฆ์พุปะหัง วงษ์วนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการประกอบพิธีขอขมากรรม พร้อมนำพุทธศาสนิกชนร่วมประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยมีประชาชนจากหลายจังหวัดเดินทางมาร่วมงานทั้งแบบหมู่คณะและครอบครัว ทั้งรถบัส รถตู้ และรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อนำบายศรีมงคลเข้าร่วมพิธีตามความเชื่อ ด้วยความหวังให้ชีวิตพบแต่ความเป็นสิริมงคล ครอบครัวร่มเย็น หน้าที่การงานก้าวหน้า การเงินคล่องตัว และมีความเจริญรุ่งเรือง

บรรยากาศภายในพิธีเต็มไปด้วยความสงบและความศรัทธา ผู้เข้าร่วมพิธีต่างตั้งจิตอธิษฐานและร่วมประกอบพิธีอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ระหว่างประกอบพิธีได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดเหนือท้องฟ้า ประกอบกับกระแสลมที่พัดแรง ทำให้ผู้ร่วมงานจำนวนมากต่างยกมือสาธุและบันทึกภาพไว้ด้วยความประทับใจ โดยเชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์อันเป็นมงคลที่เกิดขึ้นในวันประกอบพิธีบุญใหญ่

พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม กล่าวว่า การขอขมากรรมไม่ใช่การแก้กรรม แต่เป็นการขออโหสิกรรมต่อสิ่งที่เคยล่วงเกินไว้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในอดีตหรือปัจจุบัน แม้บางเรื่องจะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ แต่หากผู้ปฏิบัติมีความสำนึกผิดจากใจจริง ย่อมช่วยให้จิตใจเบาสบาย คลายความทุกข์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยในพิธีพระอาจารย์จะนำประกอบพิธีผ่านบายศรีที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย เพื่อร่วมอธิษฐานและขออโหสิกรรมตามความเชื่อ

พระอาจารย์กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของการจัดพิธีคือการช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญความทุกข์ ให้มีที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ โดยไม่ได้เรียกร้องสิ่งตอบแทนใด ๆ พิธีขอขมากรรมจะจัดเป็นประจำเดือนละหนึ่งครั้ง รวมปีละเก้าครั้ง และจะเว้นการจัดพิธีในช่วงเข้าพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อมุ่งเน้นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและนำพุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรม

ภายในงานยังมีพิธีถวายเทียนพรรษาและทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำปัจจัยสมทบการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมและหอระฆัง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อเป็นถาวรวัตถุสำหรับพระพุทธศาสนาและเป็นประโยชน์แก่ชุมชนในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักสงฆ์ อาทิ พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธเจ้าปางเปิดโลก และบ่วงนาคบาศ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนจากทั่วประเทศ หลายคนนำไข่ไก่มาแก้บน หลังเชื่อว่าสมหวังในเรื่องหน้าที่การงาน การเงิน การค้าขาย การขายที่ดิน รวมถึงการหายจากโรคภัยไข้เจ็บ ก่อนถือโอกาสร่วมพิธีขอขมากรรมและทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

ในโอกาสเดียวกัน พระอาจารย์เอกธนัชยังได้ฝากข้อคิดเนื่องในช่วงเข้าพรรษาว่า ขอให้พุทธศาสนิกชนทุกคนตั้งมั่นในการคิดดี พูดดี และทำดี อย่าท้อถอยต่อการสร้างความดี แม้ผลจะยังไม่เกิดขึ้นในทันที แต่หากทำอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลให้ชีวิตพบกับความสำเร็จและความสุขในที่สุด

ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธายังสามารถเดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักสงฆ์พุปะหัง วงษ์วนาราม ได้ทุกวัน ส่วนผู้ที่ประสงค์เข้าพบพระอาจารย์เอกธนัชเพื่อรับการลงอักขระที่มือ สามารถเดินทางมาได้ในช่วงเช้า โดยเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 061-897-9915


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา ร่วม กับ กระทรวงวัฒนธรรม และสภา วัฒนธรรมเขตคลองสามวา จัดประกวดเขียนเรียงความเรื่องพระคุณแม่ ชิงรางวัลโล่เกียรติยศ และเงินสดกว่าแสนบาท จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา ร่วม กับ กระทรวงวัฒนธรรม และสภา วัฒนธรรมเขตคลองสามวา จัดประกวดเขียนเรียงความเรื่องพระคุณแม่ ชิงรางวัลโล่เกียรติยศ และเงินสดกว่าแสนบาท จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ด้วยทางชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดให้มีการประกวดเขียนเรียงความเรื่องเกี่ยวกับพระคุณแม่ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นราชสักการะ แด่องค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ปี พ.ศ.2569 โดยให้ประชาชนทั่วไปได้มีช่องทางได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ น้อมถวายเป็นราชสักการะอีกช่องทางหนึ่ง

โดยกำหนดให้ผู้สมัครแต่งบทเรียงความเกี่ยวกับบุญคุณของแม่ ตามความคิดและจินตนาการของตัวเองอย่างเป็นอิสระ พร้อมตั้งชื่อเรื่อง จำนวนไม่ต่ำกว่า 4 หน้ากระดาษ A4 และไม่เกิน 6 หน้ากระดาษ คนละ 1 เรื่อง โดยใช้ภาษาไทยที่เรียบง่าย ด้วยวิธีการเขียนด้วยปากกา และถูกต้องตามหลักภาษาไทย โดยทางคณะกรรมการจะพิจารณาจาก รายละเอียดของเนื้อหาสาระ กับการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องดีที่สุดเป็นการตัดสินและถือผลการตัดสินของคณะกรรมการเป็นอันที่สุด

โดยแบ่งการประกวดเป็นทั้งหมด 3 ประเภท รับสมัครทั่วประเทศ ดังต่อไปนี้

1.ประเภทนักเรียน,นิสิตนักศึกษา อายุไม่เกิน 15 – 25 ปี รวมชายหญิง มี 4 รางวัลได้แก่
-รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล เงินสด 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 7,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลชมเชยลายมือยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินสด 3,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

2.ประเภทประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดเพศและอายุ จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
-รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล เงินสด 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 7,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
-รางวัลชมเชยลายมือยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินสด 3,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ส่งผลงานการประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2569 ประกาศผลการตัดสินในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2569 ทางเพจเฟสบุ๊ค ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา ผู้ที่ชนะเลิศการประกวดทุกรางวัล เข้ารับรางวัลได้ที่ เวทีมอบรางวัล

ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา เลขที่ 41/88 ซอยเพชรเจริญ ถนนหทัยราษฎร์ 39 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 ในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2569 เริ่มลงทะเบียน เวลา 13.00 น. เริ่มพิธีมอบรางวัลตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
ถ่ายทอดสดโดย สถานีวิทยุโทรทัศน์ศูนย์ข่าวทีวีประชาชนออนไลน์ psctv news

ส่งผลงานเป็นไฟล์ PDF – Word ได้ที่ อีเมล chatmahachon@gmail.com หรือส่ง EMS ที่สถานที่จัดการประกวด ส่งถึง คณะกรรมการประกวดฯ ชมรมสื่อศิลป์จิตอาสา 41/88 ซอยเพชรเจริญ ถนนหทัยราษฎร์ 39 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร – ไลน์ 0889518304

ไม่รับพิจารณางานที่ใช้การเขียนด้วย AI


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กลุ่มพันธมิตรจิตอาสาและกลุ่มศิษย์เก่าหลายสถาบัน จัดเลี้ยงอาหารและมอบสิ่งของแก่ บ้านพักคนชราหญิง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

กลุ่มพันธมิตรจิตอาสาและกลุ่มศิษย์เก่าหลายสถาบัน จัดเลี้ยงอาหารและมอบสิ่งของแก่ บ้านพักคนชราหญิง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภัก ดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทีมพันธมิตรจิตอาสาช่างชุ่ย จำนวน 6-10 คน และพันธมิตรจิตอาสาตัวแทนศิษย์เก่าซางตาครู้สคอนแวนท์ ตัวแทนศิษย์เก่าเตรียมอุดมศึกษาและสมาชิกห้องชมรมกอล์ฟ ต.อ. ตัวแทนศิษย์เก่าวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รุ่น 247 ตัว แทนศิษย์เก่าบัญชี ธรรมศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมจิตอาสา เลี้ยงอาหารมื้อกลางวันพร้อมมอบสิ่งของให้กับผู้สูงอายุหญิง ณ ที่ทำการมูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์(บ้านพักคนชราหญิง)ถนนติวานนท์ ปทุมธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา

โดย กลุ่มพันธมิตรจิตอาสาร่วมใจ อาทิ ดร.วราทัศน์ วงศ์สุรไกร คุณศราวุธ วงศ์สุรไกร คุณเนาวรัตน์ ศุภบัณฑิตา และคุณนันทวรรณ โชติวิจิตร ร่วมกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน ข้าวขาหมูแม่กินเชง 80 กล่อง ไอศกรีมไผ่ทอง จำนวน 100 ถ้วย และผลไม้ ส้ม กล้วยน้ำว้า รวมทั้งถั่วเขียวต้มน้ำตาล และน้ำดื่มช่างชุ่ยจำนวน 1,500 ขวด

สำหรับการมอบสิ่งของอุปโภบริโภค ของกินของแห้งของใช้ ประกอบด้วย ข้าวสารหอมมะลิจำนวน 30 กิโลกรัม แพมเพิส size M, L, XL จำนวน 16 ห่อ รวม 4 ลัง นมจิตรลดา 4 ลัง ยาสามัญประจำบ้าน เช่นยาแก้ปวด ยาธาตุน้ำแดง/น้ำขาว เคาเตอร์เพน ยาแก้ไอ พลาสเตอร์ยา และยังมีการร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจการของมูลนิธิฯ รวมไปถึงการมอบเงินให้ผู้สูงอายุหญิงไว้ใช้จ่ายส่วนตัวด้วย

นอกจากนี้ทางคณะจิตอาสายังได้ร่วมกันมอบของที่ระลึก กระเป๋า FN BAG เพื่อเป็นกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ รวม 14 คน ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.facebook.com/womencharityheart/?locale=th_TH


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสม เด็จพระเจ้า อยู่หัวในการทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมายึดถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้ข้าราชบริพารในพระองค์ เป็นผู้มีคุณธรรม มีจิตอาสาและจิตสาธารณะ พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการ มีความเสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ร่วมกันทำ ความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนและไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพื่อให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและประชาชนมีความสุข

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องอเนกประสงค์ อาคารศาลาลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง
พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ เป็นประธานในการบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 (เป็นวันที่สาม) โดยในวันนี้มีข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ จากสำนักพระ ราชวัง สำนักงานองคมนตรี กองบัญชาการ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และนักศึกษาจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) เข้าร่วมบริจาคโลหิตด้วยความพร้อมเพรียง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ซึ่งวันนี้โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ สาขาบริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยบริการมารับบริจาคโลหิต โดยมีผู้ผ่านการคัดกรองและร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 110 คน ได้โลหิต รวมจำนวน 49,500 ซีซี

สำหรับการบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2569 โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีผู้ผ่านการคัดกรองและร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 340 คน ได้โลหิตรวมจำนวนทั้งสิ้น 153,000 ซีซี ทั้งนี้ โลหิตที่ได้รับจากการบริจาคจะได้นำไปใช้เป็นโลหิตสำรองสำหรับใช้รักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ ต่อไป

การพร้อมใจร่วมกันบริจาคโลหิตของข้าราชบริพารในพระองค์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นให้ข้าราชบริพารเป็นผู้มีจิตอาสาและจิตสาธารณะ พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันทำความดีเพื่อสังคม ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและการน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว มายึดถือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนสืบไป


กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569 ณ วัดใหม่สุปดิษฐาราม

กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569 ณ วัดใหม่สุปดิษฐาราม

กิจกรรมแห่เทียนพรรษา และร่วมถวายเทียน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569 พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ (พระอาจารย์เต่า) เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม (ประธานฝ่ายสงฆ์), นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี
(ประธานฝ่ายฆราวาส) พร้อมด้วย นายปราโมทย์ มลคล้ำสาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี, นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกอบต.นครชัยศรี, กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลนครชัยศรี, นางนฤมล โพธิ์ ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมกิจกรรม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ส่องเลขหางประทัดงานสืบสานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ หนึ่งเดียวในสุพรรณ.. คึกคัก!!

สุพรรณบุรี – ส่องเลขหางประทัด งานสืบสานประเพณี อุ้มหลวงพ่อดำ ลงสรงน้ำในแม่น้ำท่าจีน (อุ้มพระดำน้ำ) หนึ่งเดียวในสุพรรณ แจกข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัมและเงิน 100 บาท ให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน

ที่วัดวัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี พระครูพิสุทธิรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย (อ่านว่า เถน พลาย) ร่วมกับคณะกรรมการวัดและชาวบ้านจัดงานสืบสานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เป็นพิธีอุ้มหลวงพ่อดำ ลงสรงน้ำในแม่น้ำท่าจีน (อุ้มพระดำน้ำ)โดยพระครูพิสุทธิรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย ร่วมกับคณะกรรมการวัดและชาวบ้าน จัดงานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น หนึ่งเดียวของจังหวัดสุพรรณบุรี พิธีอุ้มหลวงพ่อดำ ลงสรงแม่น้ำท่าจีน และเชิญเที่ยวงานมนัสการพระบรมสารีริกธาตุ ประจำปี 2569 ไหว้พระ ปิดทอง-ขอพร หลวงพ่อโต หลวงพ่อดำ หลวงพ่อสีชมพู เสริมดวงชะตา เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอโชคลาภ ท้าวเวสสุวรรณปางโชคดี ท้าวเวสสุวรรณปางปลดหนี้

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ก.ค.69 ซึ่งจะอัญเชิญองค์หลวงพ่อดำ ออกจากวิหาร จากนั้นจะมีขบวนนางรำชุดไทยทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่มารำหน้าขบวนแห่อย่างสวยงาม ชาวบ้านตั้งขบวนรอส่งหลวงพ่อดำ ไปถึงท่าน้ำแม่น้ำท่าจีน อัญเชิญหลวงพ่อดำ ลงสรงน้ำในแม่น้ำท่าจีน โดยมีคณะกรรมการวัด 3 คน จะอุ้มหลวงพ่อดำ แล้วดำลงในแม่น้ำท่าจีน 3 ครั้ง เพื่อสรงน้ำหลวงพ่อดำ (อุ้มพระดำน้ำ) ตามประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมายาวนานหลายชั่วอายุคน ผู้ที่ร่วมงานโปรยดอกไม้ ถวายหลวงพ่อดำ ในแม่น้ำท่าจีน

จากนั้นอัญเชิญหลวงพ่อดำ ขึ้นมาจากแม่น้ำท่าจีน ชาวบ้านจะตั้งแถวรอรับองค์หลวงพ่อดำขึ้นประดิษฐาน ณ ศาลเพียงตา วัดเถรพลาย เพื่อให้สาธุชนได้สักการะบูชาช่วงระหว่างงานประจำปี ไหว้พระ ปิดทอง-ขอพร หลวงพ่อโต หลวงพ่อดำ หลวงพ่อสีชมพู ไปถึงวันที่ 29 ก.ค.69 พร้อมกับจุดประทัดเบิกฤกษ์เบิกชัย ปรากฏเลขหางประทัด 37 – 216 ผู้ร่วมพิธีต่างนำเลขหางประทัดเตรียมไปเสี่ยงโชคกันในงวดนี้ และได้แจกข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม เงินคนละ 100 บาท ให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน

สำหรับหลวงพ่อดำ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ สมัยกรุงศรีอยุธยา อายุเก่าแก่กว่า 300 ปี ชาวบ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ยึดถือช่วงก่อนเข้าพรรษา จัดเป็นประเพณีพิธีอุ้มหลวงพ่อดำ ลงสรงแม่น้ำท่าจีน มานานหลายร้อยปี สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เนื่องจากเชื่อว่าพิธีดังกล่าวจะเป็นการนำสิ่งไม่ดีลอยไปกับสายน้ำ และจะทำให้สิ่งที่ดีๆเข้ามาในชีวิตและครอบครัว จะทำให้มีความเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น อยู่เย็นเป็นสุข เกษตรกรที่ทำนา ทำไร่ จะได้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ คิดสิ่งใดจะสมความปรารถนา ฝนตกต้องตามฤดูกาล

ซึ่งงานมนัสการพระบรมสารีริกธาตุ ประจำปี 2569 ไหว้พระ ปิดทอง-ขอพร หลวงพ่อโต หลวงพ่อดำ หลวงพ่อสีชมพู ช่วงกลางคืนจะมีมหรสพให้ชมทุกค่ำคืน 25 กรกฎาคม 69 คอนเสิร์ตต้นข้าวสุปรียาเต็มวง 26 กรกฎาคม: รำวง กิ่งแก้วโคราช 27 กรกฎาคม: มหกรรมซุ้มไก่เก่ง กาญจนบุรี 28 กรกฎาคม: ชมลิเกคณะ ศรราม น้ำเพชร 29 กรกฎาคม: การแสดงจากศิลปิน มินตรา อ๊อดโฟร์เอส (เต็มวง)


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี มอบประกาศนียบัตรและปิดการอบรมพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬาจักรยานอาชีพประเภทถนน ระดับนานาชาติ Level 2

สุพรรณบุรี – มอบประกาศนียบัตรและปิดการอบรมพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬาจักรยานอาชีพประเภทถนน ระดับนานาชาติ Level 2

พลเอก เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานพิธีมอบใบประกาศนียบัตรและพิธีปิดโครงการจัดอบรมพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬาจักรยานอาชีพ ประเภทถนน ระดับนานาชาติ Level 2 โดยมีนายขัตติยะ ศรีโสดา เจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวรายงาน

สำหรับการอบรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทยกับสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ การอบรมระยะเวลา 5 วัน ณ โรงแรมวาสิฏฐีชิตี้ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี MR. HERBER JR ROBERT MAKALINTAL (มิสเตอร์ โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์) วิทยากรชาวฟิลิปปินส์/อเมริกัน มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ในการอบรม เพื่อเป็นการพัฒนาผู้ฝึกสอนให้มีความรู้ และความสามารถ เพื่อนำไปใช้ในการฝึกสอน และผู้ที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรนี้ สามารถนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้ ไปอบรมในระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้

โดยการอบรมครั้งนี้มีผู้ที่เข้าร่วมอบรม จำนวนทั้งสิ้น 15 คน ประกอบด้วย 1. นายธนกร เข็มแก้ว 2.นายโอภาส ทวีลาภพูนผล 3. นายวินัย ทรรทรานนท์ 4. นายจตุภูภูมิ เลขวัต 5. นายอัฐพงษ์ สุขแก้ว 6. นายพัตธนา ไวทยานนท์ 7. นายณฤทธิ์ กลิ่นโกสุม 8. นายซี กีออง โล 9. นายวิทยา เกิดสมจิตต์ 10. นายกฤษณะ ฤกษ์ปรีดี 11. นายจักรพงษ์ เนาวมุกดา 12. นายพงศกร โมงขุนทด 13. นายธีรวุฒิ หลงหว่ง 14. นายคมสันต์ อินทร์ทอง และ15. นายทศพล ศรัทธานนท์

พลเอก เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่าต้องขอชื่นชมในความตั้งใจของพวกท่านทั้งหลายในการใช้ห้วงเวลาของการอบรมตักตวงความรู้และประสบการณ์เพื่อไปใช้ในการเพิ่มศักยภาพของพวกท่านในการเป็นผู้ฝึก สอนกีฬาจักรยานทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นแนวนโยบายของผมและยุทธศาสตร์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่จะพัฒนากีฬาจักรยานของประเทศในทุกมิติ เพื่อให้มีความทัดเทียมกับชาติอื่นๆ โดยหวังว่าการอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบจะนำความรู้ไปใช้ได้จริง เพื่อเป็นการพัฒนาผู้ฝึกสอนให้มี ความรู้และความสามารถ ผู้ที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรนี้สามารถนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้ไปอบรมไปต่อยอด รวมถึงพัฒนาไปสู่การอบรมในระดับที่สูงขึ้นต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

อำเภอทับสะแก รณรงค์แต่งผ้าไทย ร่วมประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2569 อย่างคึกคัก

ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอทับสะแก รณรงค์แต่งผ้าไทย ร่วมประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2569 อย่างคึกคัก

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาววันชัยนาอ์ วัฒนาวงศาน วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปี 2569

โดยมี นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย, นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก, น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก, นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกอบต.ห้วยยาง, นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน, นายโชติ เงินแท่ง นายกอบต.ทับสะแก, นายภัทรดนัย สมศรี นายกอบต.แสงอรุณ, นางสาวทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกอบต.นาหูกวาง, นางสาวชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ, นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก, นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก พร้อม คณะผู้บริหารท้องถิ่น, คณะผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชกา,ร สมาชิกสภาท้องถิ่น, พนักงาน อปท., ผู้นำชุมชน, นักเรียน และประชาชนชาวทับสะแก ร่วมเดินขบวนประเพณีแห่เทียนดังกล่าว

นางอวยพร คีรีวิเชียร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทับสะแก กล่าวว่า สำหรับ วัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และสืบทอดประเพณีแห่เทียนพรรษา ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา พร้อมยกระดับให้เป็น Soft Power ของไทยที่สามารถสื่อสารถึงสากล เพื่อยกระดับเทศกาลประเพณีท้องถิ่น ให้เป็นงานวัฒนธรรมที่มีศักยภาพรองรับการพัฒนาในระดับจังหวัด ระดับชาติและต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ ตามนโยบายที่เน้นของกระ ทรวงวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น และร่วมเป็นพลังในการสืบสาน และสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานรากของอำเภอทับสะแก โดยในปีนี้ได้เพิ่มจุดเด่นใหม่ คือ การนำเสนอหลากหลายทางวัฒนธรรมด้านอาหาร จากทุกตำบลในอำเภอ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นผ่านมิติอาหาร ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย เพื่อสร้างความรัก ความผูกพัน และความสามัคคีในชุมชน เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของประชาชนทุกกลุ่มในอำเภอทับสะแก การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากคณะสงฆ์อำเภอทับสะแก และงบประมาณจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบ รวมทั้งได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหน่วยงาน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาวัฒนธรรมทุกตำบล ตลอดจนภาคเอกชนและชาวทับสะแกอย่างดียิ่ง

จากนั้น นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก พร้อม นางอวยพร คีรีวิเชียร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทับสะแก และ นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้านได้มอบต้นเทียนประจำพรรษาให้กับนายโชติ เงินแท่ง นายก อบต.ทับสะแก เพื่อเตรียมนำไปเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมที่ตำบลทับสะแก ในปี 2570 ต่อไป.


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน 0623644468

มทบ.26 รับ-ส่งร่างวีรบุรุษทหารพรานกลับภูมิลำเนาจังหวัดสุรินทร์

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.00 พลตรี ชัยภัทร เงินดีเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 เป็นประธานในพิธีรับและส่งร่าง อาสาสมัครทหารพราน วิมล ดาบทอง สังกัด หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 45 วีรบุรุษทหารกล้าเสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายโจมตีฐานปฏิบัติการของหน่วยทหารพรานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับสู่ภูมิลำเนา ซึ่งเคลื่อนย้ายร่างจากจังหวัดยะลา โดยเครื่องบินมายังท่าอากาศยานบุรีรัมย์และเคลื่อนย้ายต่อไปยังภูมิลำเนาอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

โดยมี นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์,ทหาร ตำรวจ, ญาติผู้เสียชีวิต, ส่วนราชการ, กองทหารเกียรติยศ ร่วมพิธีเพื่อร่วมแสดงความอาลัย และสดุดีในความเสียสละของผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ณ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์

#สดุดีผู้เสียสละเพื่อชาติ #สดุดีทหารกล้า #มณฑลทหารบกที่26 #กองทัพบก #สมาคมแม่บ้านทหารบก #ArmyThailand


นที มีเดช รายงาน

ทบ. จัดพิธี “วันรำลึกวีรกรรมและสดุดีวีรชน ยุทธการยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ” ครบรอบ 1 ปี

ทบ. จัดพิธี“วันรำลึกวีรกรรมและสดุดีวีรชน ยุทธการยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ” ครบรอบ 1 ปี

วันนี้ (25 กรกฎาคม 2569) เวลา 08.00 น. ณ สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กองทัพภาคที่ 2 จัดพิธีวันรำลึกวีรกรรมและสดุดีวีรชน ยุทธการ ยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ ครบรอบ 1 ปี โดยมี พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2, ผศ.ดร.มณฑิชา รักศิลป์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ตลอดจนกำลังพล ครอบครัวของวีรชนผู้เสียชีวิต ผู้สนับสนุน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสดุดีและรำลึกถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของทหารกล้า ผู้พิทักษ์อธิปไตยของชาติจากกรณีพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ปี 2568

ภายในพิธีฯ ประกอบด้วย

  • พิธีช่วงเช้า (07.30 น.) เริ่มต้นด้วยพิธีมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจำนวน 8 ราย ณ ห้องพิธีการ บก.ทภ.2 จากนั้น พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีบวงสรวงบูชาเทพยดา ณ สโมสรร่วมเริงไชย เพื่อความเป็นสิริมงคล ต่อด้วยพิธีสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่กำลังพลผู้ล่วงลับ โดยมี พลเอก ณพล บุญทับ เป็นประธานในพิธี ณ อาคารพุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี
    • พิธีเชิดชูเกียรติกำลังพลที่เสียชีวิตจากการสู้รบ โดยมีการประดับแผ่นป้ายจารึกบนแท่นประดับ เพื่อจารึกเกียรติประวัติแห่งความกล้าหาญ การเป่าแตรนอน และการยิงสลุตเพื่อแสดงความเคารพสูงสุด โดยมี พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี ณ อนุสาวรีย์วีรไทย
  • พิธีช่วงบ่าย (13.00 น.) พิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบ พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุนยุทธการยุทธบดินทร์-ศตวรรษ
    • พิธีพุทธาภิเษกเหรียญวัตถุมงคล “เหรียญยุทธบดินทร์ – ศตวรรษ” รุ่น “หนุมานแผลงฤทธิ์ รวยรวย ล้านล้าน” โดยมี พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และได้รับความเมตตาจาก เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานจุดเทียนชัย พร้อมพระเกจิเถราจารย์แห่งยุคร่วมสวดพระคาถา นั่งปรกอธิษฐานจิต

กองทัพบกได้มุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งอธิปไตย และปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศชาติ แม้ในการวางแผนการปฏิบัติทางทหารจะตั้งอยู่บนความรอบคอบ รัดกุม ครอบคลุมทุกมิติ โดยยึดหลักสำคัญ 2 ประการ คือ ภารกิจต้องบรรลุเป้าหมาย และลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด ภายหลังการปฏิบัติภารกิจ กำลังพลได้รับบาดเจ็บและเกิดความสูญเสีย การจากไปของวีรบุรุษผู้เสียสละทั้ง 46 นาย ได้นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจอันหาที่สุดมิได้ นับเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของชาติบ้านเมือง แต่ความกล้าหาญและความอุทิศตนของทุกท่าน ได้ทำให้ผืนแผ่นดินไทยยังคงไว้ซึ่งความสงบสุข ขอให้ดวงวิญญาณของวีรชนทหารกล้าจงไปสู่สุคติ ขอให้คุณงามความดีของท่านเป็นแสงสว่างนำทาง และขอส่งพลังใจอันเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวของวีรชนทุกท่านให้ได้ภาคภูมิใจในเกียรติยศอันยิ่งใหญ่นี้ กองทัพบก และประชาชนชาวไทย ขอคำนับสดุดีทหารกล้าทุกนาย วีรกรรมของพวกท่านจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำและหัวใจของคนไทยตลอดไป


นที มีเดช รายงาน