เริ่มแล้วงาน “เทศกาลลำไยและหอการค้าแฟร์ เกษตรแฟร์ จ.ลำพูน ครั้งที่ 18” ฉลองครบรอบ 40 ปี หอการค้า จ.ลำพูน กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว

เริ่มแล้วงาน “เทศกาลลำไยและหอการค้าแฟร์ เกษตรแฟร์ จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 18” ฉลองครบรอบ 40 ปี หอการค้าจังหวัดลำพูน กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว

ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 19:00 น. ณ บริเวณบ้านแม่สารป่าแดด ถนนลำพูน–ดอยติ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดงานร่วมกับ นางสาวเบญวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนและ นางณัษฐพร ชูวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด/ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ในงาน “เทศกาลลำไยและหอการค้าแฟร์ เกษตรแฟร์ จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569 และงานครบรอบ 40 ปี หอการค้าจังหวัดลำพูน” ซึ่งหอการค้าจังหวัดลำพูนจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–12 สิงหาคม 2569 รวม 12 วัน เพื่อส่งเสริมการตลาดลำไยและสินค้าเกษตร ยกระดับเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในจังหวัด

นาย นพดา อธิกากัมพู ประธานหอการค้าจังหวัดลำพูน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อส่งเสริมการจำหน่ายลำไยและสินค้าเกษตรของจังหวัด เพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตร กรและผู้ประกอบการ พร้อมเผยแพร่สินค้าและผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัด รวมถึงนำเสนอ นวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านการเกษตร เพื่อยกระดับสู่เกษตรมูลค่าสูง สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำพูนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การจัดงานในปีนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปีของหอการค้าจังหวัดลำพูน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดลำพูนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการประชาสัมพันธ์คุณภาพลำไยลำพูน ตลอดจนส่งเสริมสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของดีจังหวัดลำพูนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมได้แสดงความยินดีกับหอการค้าจังหวัดลำพูนในโอกาสครบรอบ 40 ปี พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนการจัดงาน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตร การแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร การออกร้านจำหน่ายลำไย ผลผลิตทางการเกษตร สินค้า OTOP และสินค้าจากผู้ประกอบการ พิธีมอบรางวัลประกวดสายพันธ์ลำไย ประมูลลำ ไย กิจกรรม CSR การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรี และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดตลอดระยะเวลาการจัดงานและขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวชมงาน ระหว่างวันที่ 1–12 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณบ้านแม่สารป่าแดด ถนนลำพูน–ดอยติ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เพื่อร่วมอุดหนุนผลผลิตลำไยคุณภาพ สินค้าเกษตร และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูนให้เติบโตอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

“เร่งซ่อม เร่งเปิดทาง” แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมเส้นทางขาด เพื่อสนับสนุนภารกิจกำลังพล

“เร่งซ่อม เร่งเปิดทาง” แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมแซมเส้นทางขาด เพื่อสนับสนุนภารกิจกำลังพล

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจติดตามและอำนวยการแก้ไขปัญหาเส้นทางที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งส่งผลให้กำลังพลไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรและปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ โดยได้ติดตามสถานการณ์และประเมินความเสียหายด้วยตนเอง พร้อมกำชับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการฟื้นฟูเส้นทางอย่างเต็มกำลัง ให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของโครงสร้าง ความปลอดภัยในการใช้งาน และประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ เพื่อให้สามารถเปิดใช้เส้นทางได้โดยเร็วที่สุด พร้อมลดความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การดำเนินงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากกองทัพ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน ที่ร่วมบูรณาการกำลังและทรัพยากรในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ เพื่อคืนเส้นทางให้สามารถใช้งานได้โดยเร็ว และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง มั่นคง และปลอดภัย

#กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 2 จัดกิจกรรมฝึกทบทวน จิตอาสา 904 รุ่น 1-6 มุ่งเสริมทักษะ ถักทอเครือข่ายเข้มแข็ง พร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกวิกฤต

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 2 จัดกิจกรรมฝึกทบทวน จิตอาสา 904 รุ่น 1-6 มุ่งเสริมทักษะ ถักทอเครือข่ายเข้มแข็ง พร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกวิกฤต

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 2 จัดกิจกรรมการฝึกทบทวนงานด้านจิตอาสา ของจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 2) รุ่นที่ 1 ถึง รุ่นที่ 6 เพื่อทบทวนองค์ความรู้ ยกระดับทักษะการปฏิบัติงานจริง และเสริมสร้างเครือข่ายการประสานงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความพร้อมในการสนับสนุนภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ณ สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระ ราชทาน ภาค 2 เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวพบปะกำลังพลจิตอาสา 904 โดยได้กล่าวแสดงความชื่นชมและขอบคุณจิตอาสาทุกนายที่ได้ทำหน้าที่เป็นแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนงานจิตอาสาพระราชทานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่สำเร็จการศึกษาจากศูนย์ฝึกจิตอาสา ภาค 2 ค่ายกฤษณ์สีวะรา จังหวัดสกลนคร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่ประชาชนต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และสาธารณภัยต่างๆ จิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทาน ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการดูแลประชาชน ทั้งการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว การบรรเทาความเดือดร้อน และการเยียวยาฟื้นฟูจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที นับเป็นประจักษ์พยานแห่งความเสียสละและนำความอุ่นใจมาสู่ประชาชนในยามวิกฤตอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ ประธานในพิธีได้มอบแนวทางการปฏิบัติงานให้แก่จิตอาสา 904 ยึดถือร่วมกัน 3 ประการ ได้แก่:

  1. การรักษามาตรฐานและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง: นำความรู้ที่ได้รับการทบทวนไปฝึกฝน เพื่อพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่
  2. การถักทอเครือข่ายให้เหนียวแน่น: สานสัมพันธ์และประสานการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนงานจิตอาสาเพื่อส่วนรวม
  3. การน้อมนำศาสตร์พระราชาไปสร้างประโยชน์อย่างแท้จริง: น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวพระราชดำริไปขยายผล พัฒนาชุมชนให้เกิดความยั่งยืนและความร่มเย็นเป็นสุข

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 2 ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของจิตอาสา 904 อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานพระราชปณิธาน ปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และเป็นที่พึ่งของประชาชนสืบไป

#จิตอาสา #จิตอาสา904 #จิตอาสาพระราชทาน


พรพิพัฒน์ รายงาน

จังหวัดลพบุรี ปล่อยพันธุ์กุ้งล้านตัวลงเขื่อนของพ่อ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง

จังหวัดลพบุรี – พสกนิกรชาวจังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ กุ้งของสมเด็จแม่จำนวน 1 ล้านตัว ปล่อยลงเขื่อนของพ่อเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแค่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในการประกอบพิธีจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ กุ้งของสมเด็จแม่ โดยปล่อยลงเขื่อนของพ่อเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแค่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ อาคารเนกประสงค์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี พร้อมกับได้นำเหล่าพสกนิกรร่วมถวายราชสักการะต่อหน้าพระบรมฉายา ลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ และพระฉายาลักษณ์ของพระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราธินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นได้กล่าวน้องรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทั้งหมดมีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 94 พรรษา

ทั้งนี้ทางจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกับทาง สำนักงานประมงจังหวัดลพบุรี ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ สถานศึกษา ประชาชน จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อถวายความจงรักภักดี และสนองพระราชเสาวนีย์การเพิ่มปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ กุ้งแม่น้ำจำนวน 1 ล้านตัว ลงในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้คงความอุดมสมบูรณ์ โดยการฟื้นฟูพันธุ์สัตว์น้ำ กุ้งน้ำจืดเป็นการเพิ่มแหล่งอาหาร แหล่งรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่จะได้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ยังคาดว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะสามารถเพิ่มพูนผลผลิตสัตว์น้ำให้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นประชาชนมีแหล่งอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำสำหรับการบริโภคและจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ในการประกอบอาชีพ ช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับครัวเรือน และชุมชน สืบ สานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำให้ยั่งยืน

นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและเครื่องมือการประมงที่นำมาจัดแสดง ซึ่งการทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาในครั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริที่พระราชทานไปปฏิบัติหน้าที่และดำรงตน เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติสืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ททท. สำนักงานนครนายก แถลงข่าว แข่งขันวิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่ 7 ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นครนายก – ททท. สำนักงานนครนายก จัดแถลงข่าวจัดการแข่งขันวิ่งขุนด่านมารา ธอน ครั้งที่ 7 ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมต้นคูณ 4 ชลพฤกษ์รีสอร์ท ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดแถลงข่าวการจัดการแข่งขันวิ่งขุนด่านมาราธอน 2569 ครั้งที่ 7 (Khun Dan Marathon 2026 Season 7) ชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสม เด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้สโลแกน “Every Step Has A Story ทุกก้าวมีความหมาย” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยมี นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในการแถลงข่าวจัดการแข่งขันฯ นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนัก งานนครนายก กล่าววัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมวิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่ 7 พร้อมรับชมวีดีทัศน์ภาพการแข่งขันในปีที่ผ่านมา และการเดินโชว์ชุดเสื้อแข่งขัน เสื้อฟินิสเซอร์จากนายแบบ-นางแบบ และอินฟลูเอนเซอร์รับเชิญ

ด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก ร่วมกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขุนด่านปราการชล สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดนครนายก สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนครนายก และบริษัท เรคเรซ สปอร์ต จำกัด โดยการสนับสนุนของจังหวัดนครนายก กำหนดจัดการแข่งขันวิ่งขุนด่านมาราธอน 2569 ครั้งที่ (Khun Dan Marathon 2026 Season 7) ชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ภายใต้สโลแกน “Every Step Has A Story ทุกก้าวมีความหมาย” ในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เกิดการพักค้าง พร้อมกับขยายวันพักค้างในพื้นที่จังหวัดนครนายก ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าแปลกใหม่บนพื้นฐานของอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายผ่านกิจกรรม Outdoor Activities โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Marathon ระยะทาง 4.195 กิโลเมตร, Half Marathon ระยะทาง 21.10 กิโลเมตร และ Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร กิจกรรมครั้งนี้ จัดต่อเนื่องประจำทุกปี

ซึ่งทางจังหวัดนครนายก ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมส่งเสริมกระตุ้นการเดินทางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่ทุกคนสามารถมาร่วมบันทึกชื่อบนเส้นทางถนนสายนี้ด้วยกัน ร่วมผลักดันก่อเกิดสนามแข่งที่ได้มาตรฐานด้วยกัน เรียกได้ว่า ทุกคนมีส่วนช่วย มีส่วนสนับสนุนให้ “ขุนด่านมาราธอน” ติดอันดับรายชื่อสนามที่ดีของประเทศไทย ภายใต้ สโลแกน Every Step Has A Story ทุกก้าวมีความหมาย-ทุกคนมีส่วนร่วม-ทุกระยะคือแรงผลักดัน -สนามที่มีธรรมชาติและอากาศที่บริสุทธิ์ – สนามที่เตรียมก้าวเข้าสู่มาตรฐานสากล


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

สมาคมผู้ปกครองและครูฯ รร.จักรคำคณาทร มอบทุน “เพชรจักรคำ” ประจำปี 2569 ส่งเสริมเยาวชนเรียนดี มีคุณธรรม เป็นแบบอย่างแก่สังคม

สมาคมผู้ปกครองและครูฯ โรงเรียนจักรคำคณาทร มอบทุน “เพชรจักรคำ” ประจำปี 2569 ส่งเสริมเยาวชนเรียนดี มีคุณธรรม เป็นแบบอย่างแก่สังคม #ลูกจักรคำฯเป็นผู้นำสร้างสรรค์สังคม

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ ห้องประชุมดาราดิเรก โรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน นายธำรงค์ หน่อเรือง ผู้อำนวยการโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนายธนารักษ์ วงศ์ษา นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน คณะกรรมการสมาคมฯ คณะผู้บริหาร และคณะครูร่วมกันมอบทุนการศึกษา “โครงการเพชรจักรคำ” ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนความมุ่งมั่นของเยาวชน จึงได้มอบงบประมาณสำหรับเป็นทุนการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 360,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพไปสู่ความเป็นเลิศในระดับที่สูงขึ้น โอกาสนี้ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนัก เรียนระดับชั้น ม.1 จำนวน 30 ทุน และระดับชั้น ม.4 จำนวน 30 ทุน รวมทั้งหมด 60 ทุนๆ ละ 6,000 บาท

นายธำรงค์ หน่อเรือง ผู้อำนวยการโรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน ประธานในพิธีได้กล่าวแสดงความชื่นชมและร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนที่ได้รับทุนการศึกษา ซึ่งความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่น อดทน และความอุตสาหะในการทบทวนตำราเรียน พร้อมกันนี้ ได้มอบโอวาทและกำลังใจ โดยขอให้นักเรียนทุนเพชรจักรคำทุกคนรักษามาตรฐานผลการเรียนและความดีงามนี้ไว้ ขอให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มกำลังความสามารถ หมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และนำวิชาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมต่อไป

สำหรับ “ทุนการศึกษาเพชรจักรคำ” นับเป็นโครงการสำคัญที่ทางโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง ส่งเสริม และสนับสนุนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับยอดเยี่ยม มีความประพฤติเรียบ ร้อย และเป็นแบบอย่างที่ดี โครงการนี้มีกระบวนการเฟ้นหานักเรียนทุน เป็นไปอย่างเข้มข้นและมีมาตรฐานระดับสูง โดยนักเรียนที่มีสิทธิ์รับทุนจะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม และต้องผ่านกระบวนการสอบแข่งขันวัดความรู้ทางวิชาการ ซึ่งผู้ที่ผ่านการพิจารณาคือผู้ที่สามารถทำคะแนนสอบคัดเลือกได้ในลำดับสูงสุดของแต่ละระดับชั้น ตลอดจนผ่านการประเมินคุณสมบัติรอบด้านจากคณะกรรมการ เพื่อให้ได้มาซึ่งนักเรียนที่เป็นดั่ง “เพชร” อันทรงคุณค่าของโรงเรียนอย่างแท้จริง


นที มีเดช รายงาน

เรือนจำกลางลพบุรี จัดกิจกรรมยุติธรรมรวมใจเทิดพระเกียรติองค์ภาฯ

จังหวัดลพบุรี – เรือนจำกลางลพบุรี จัดโครงการ “ยุติธรรมรวมใจ สืบสานพระปณิธาน น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เชิญชวนข้าราชการ ประชาชน ร่วมบริจาคโลหิตเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารหนุมาน เรือนจำกลางลพบุรี นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ “ยุติธรรมรวมใจ สืบสานพระปณิธาน น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ภายใต้กิจกรรมการบริจาคโลหิต การให้บริการประชาชนและการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

โดยมี นายวินัย หมวกมณี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม มณฑลทหารบกที่ 13 ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี และประชาชน เข้าร่วมพิธี โดยได้รับความร่วมมือจากภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 2 จังหวัดลพบุรีดำเนินการรับบริจาคโลหิตกิจกรรมสำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การถวายความอาลัย การบริจาคโลหิต นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ. การให้บริการประชาชน กิจกรรมออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องราชทัณฑ์

นายประยูร ศิริวรรณ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและการหลอมรวมพลังของทุกภาคส่วนในจังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระกุศล ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงอุทิศพระองค์ ในการปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและพัฒนาระบบงานยุติธรรมของไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหยิบยื่นโอกาสการพัฒนาทักษะอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ก้าวพลาดที่กระทรวงยุติธรรมรับผิดชอบดูแล

ซึ่งพระกรณียกิจ ที่ทรงสืบสานและยังเป็นประโยชน์สุขแก่พสกนิกรไทยที่สำคัญ ได้แก่ มูล นิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย โครงการกำลังใจ ที่ทรงก่อตั้งโครงการขึ้นใน ปี พ.ศ. 2549 เพื่อให้ความช่วยเหลือและมอบโอกาสแก่ผู้ต้องขังหญิง โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมการฝึกทักษะอาชีพ เพื่อสร้างโอกาสในการกลับเข้าสู่สังคมหลังพ้นโทษ และ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์จากพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องขังหรือประชาชนทั่วไป ให้มีสิทธิในการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ร่วมส่ง ต่อโอกาสในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ อันเป็นการสืบสานพระปณิธานด้านความยุติธรรมและมนุษยธรรมที่ทรง มุ่งมั่นตลอดมา


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ขนส่ง จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดประมูลหมายเลขทะเบียน ครั้งที่ 19

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 8.30 น. ขบวนแห่ประชาสัมพันธ์ประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครั้งที่ 19 โดยนายปริญญา ผอ. ขน ส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่หลายๆ หน่วยงาน ร่วมแห่ขบวนการประมูลหมายเลขสวยๆ เช่น รถเก๋งรถมอเตอร์ไซค์ตอง 9 และอักษร ข.ง คุ้มทรัพย์เศรษฐีเงินทองยิ่งทวีคูณ เศรษฐีอยุธยา ขบวนแห่รอบเกาะเมืองอยุธยา ขบวนจะมาที่ขนส่งจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาพร้อมแจกอาหารข้าวกล่องกับขบวนแห่รถตุ๊กๆสามล้อกว่า 10 คัน


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

“แม่ทัพภาคที่ 2” ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วยหลายระดับ (ระดับกองพัน) ประปี 2569

“แม่ทัพภาคที่ 2” ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน่วยหลายระดับ (ระดับกองพัน) ประปี 2569

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและติดตามผลการฝึกเป็นหน่วยหลายระดับ (ระดับกองพัน) ประจำปี 2569 ของ กองพันทหารราบที่ 2 กองพลทหารราบที่ 3 ณ ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธี กองทัพบก จังหวัดลพบุรี โดยได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการฝึก แผนยุทธการ ตลอดจนแนวทางการดำเนินกลยุทธ์ และเข้าชมการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (LFX) ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์การรบเสมือนจริงเพื่อทดสอบขีดความสามารถ ความเด็ดขาด และการประสานสอดคล้องของกำลังพลในระดับกองพันผสม

ในการนี้แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุยเพื่อมอบแนวทางและให้คำแนะนำแก่กำลังพลเน้นย้ำถึง การพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญ: ยกระดับขีดความสามารถของกำลังพลให้มีความพร้อมรบระดับสูงสุด เพื่อรองรับภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น รวมถึงมาตรการความปลอดภัยในการฝึก โดยกำชับให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามระเบียบและมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด (Strict Safety) โดยให้ถือว่าความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทุกขั้นตอนการฝึก

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #ฝึกเพื่อพร้อมรบ #ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

ช่วงเย็นวันนี้ อุทกภัยฝนตกหนักเกิดดินสไลด์ดินโคลนไหลถล่มปิดทับเส้นทาง หลวงหมายเลข 1256 บริเวณบ้านน้ำดั้น อุทยานแห่งชาติดอยภูคา –อำเภอบ่อเกลือ

น่าน – ช่วงเย็นวันนี้ 31 ก.ค. 69 เกิดอุทกภัยฝนตกหนักทำให้ดินสไลด็ลงปิดทับผิวทาง ทางหลวงหมายเลข 1256 บริเวณบ้านน้ำดั้น ช่วงอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ไปอำเภอบ่อเกลือ เมื่อเวลา 18.30 น. สามารถเปิดการจราจรให้รถทุกชนิดสัญจรได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว

31 ก.ค. 69 ณ ห้องปฏิบัติการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา Doi Phu Kha Nation Park นายรณกฤต จักร์เงิน. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13(แพร่) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ด่วน จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 17.00 น. เกิดอุทกภัยฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดดินสไลด็ จากไหล่เขาได้ไหลลงมาปิดทับผิวทาง พร้อมเศษต้นไม้และกิ่งไม้จำนวนมากกีดขวางเส้นทาง ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ บนทางหลวงหมายเลข 1256 ที่กม.26+000 บริเวณ บ้านน้ำดั้น ตำบลภูคา อ.ปัว จ.น่าน ช่วง อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือ

ได้ส่งทีม เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา 1 ชุด ลงพื้นที่ ร่วมกับ นายลักษ์ อินปา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา พร้อมเจ้าหน้าที่ และแขวงทางหลวงน่านที่ 2 ได้นำกำลังและเครื่องจักรเข้าเร่งเคลียร์ดินและสิ่งกีดขวางออกจากผิวการจราจรอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งในเวลา 18.30 น. สามารถเปิดการจราจรให้รถทุกชนิดสัญจรได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว ได้รับรายงานเหตุการณ์ ดินสไลด์ปิดทับผิวทาง บนทางหลวงหมายเลข 1256 (ตอน ปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือ) บริเวณ กม.26+000 ส่งผลให้รถโรงพยาบาลบ่อเกลือที่กำลังใช้เส้นทางดังกล่าว ถูกดินไหลปิดเส้นทางไม่สามารถผ่านได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

นายรณกฤต จักร์เงิน. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา กล่าวว่า ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางดังกล่าว โปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์เพิ่มเติมได้

ผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง โปรดติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่อง อาจเกิดดินสไลด์หรือหินร่วงเพิ่มเติมได้ ขอความร่วมมือทุกท่านวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัย ครับ


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN