“หมูแดง” ฮิปโปแคระสวนสัตว์โคราช ฟันธง เลือก “สเปน” คว้าแชมป์โลก ดวลคำทำนาย “หมูเด้ง” สร้างสีสันก่อนเกมนัดชิง

“หมูแดง” ฮิปโปแคระสวนสัตว์โคราช ฟันธง เลือก “สเปน” คว้าแชมป์โลก ดวลคำทำนาย “หมูเด้ง” สร้างสีสันก่อนเกมนัดชิง

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์จัดแสดงฮิปโปแคระ สวนสัตว์นครราชสีมา นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา จัดกิจกรรมสร้างสีสันก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ คู่ระหว่างทีมชาติสเปน พบ ทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งจะแข่งขันในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. โดยให้ “หมูแดง” ฮิปโปแคระเพศเมีย ร่วมทายผลการแข่งขัน ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมชมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ภายในกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมอาหารจำนวน 2 ถาด โดยปักธงชาติสเปนและธงชาติอาร์เจนตินาไว้ในแต่ละถาด อาหารทั้งสองชุดมีชนิดและปริมาณใกล้เคียงกัน ประกอบด้วยหญ้าสำหรับสัตว์ ฟักทอง แครอท มะละกอ และผักบุ้ง ซึ่งเป็นอาหารแบบผสมที่นักโภชนา การสัตว์จัดเตรียมไว้เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ก่อนปล่อยให้ “หมูแดง” เลือกถาดอาหารตามธรรมชาติ ผลปรากฏว่า “หมูแดง” เดินตรงไปเลือกถาดอาหารที่ปักธงชาติสเปน ส่งผลให้การทำนายครั้งนี้ชี้ว่า ทีมชาติสเปนจะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก สร้างความคึกคักและเสียงเชียร์จากผู้ที่มาร่วมชมกิจกรรม

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า กิจกรรมให้ “หมูแดง” ทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นเพื่อสร้างสีสันและความสุขให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยหมูแดงมีอายุประมาณ 3 ปี เป็นสัตว์ที่มีพฤติ กรรมเป็นธรรมชาติ การควบคุมการเลือกหรือการเคลื่อนไหวทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นผลการเลือกจึงเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณของสัตว์

ที่ผ่านมา หมูแดงเคยร่วมทายผลการแข่งขันกีฬาหลายครั้ง มีทั้งทายถูกและทายผิด ซึ่งถือเป็นกิจกรรมเพื่อความบันเทิงและสร้างรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวเท่านั้น ทางสวนสัตว์ไม่มีเจตนาสนับสนุนหรือส่งเสริมการพนันแต่อย่างใด ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นเช่นไร ก็ขอแสดงความยินดีกับทีมผู้ชนะ และขอเป็นกำลังใจให้ทีมที่พ่ายแพ้ พร้อมหวังว่าประชาชนชาวไทยจะมีความสุขกับการรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้

นายธนชนกล่าวเพิ่มเติมว่า การทายผลครั้งนี้ยังเป็นการประชันคำทำนายกับ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระชื่อดัง ซึ่งเลือกทีมชาติอาร์เจนตินา ทำให้ทั้งสองตัวเลือกทีมตรงข้ามกัน เพิ่มความสนุกและสีสันให้แฟนฟุตบอลได้ร่วมลุ้นว่า ระหว่างหมูแดงกับหมูเด้ง ใครจะทายผลได้แม่นยำกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าหมูเด้งทายผลผิดมาแล้ว 2 นัด ทำให้หลายคนจับตาว่า การทำ นายของหมูแดงในครั้งนี้จะสามารถทายผลได้ถูกต้องและพลิกสถานการณ์กลับมาได้หรือไม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความสุข ความบันเทิง และส่งเสริมการท่องเที่ยวของสวนสัตว์นครราชสีมาในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดงานใหญ่ระดับประเทศ

แม่ทัพภาคที่ 3 เปิด “การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 และการสัมมนาทางวิชา การ สันนิบาตสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก”

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569 มีไฮไลต์ภารกิจสุดปังของ โดย พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ ทัพภาคที่ 3 ในฐานะประธานสันนิบาตสหกรณ์ กองทัพภาคที่ 3 ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด “การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 และการสัมมนาทางวิชาการ สันนิบาตสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก” ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 4 สำนักวิทยบริการ อาคารหอสมุด มหา วิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกโดยมี ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม กล่าวต้อนรับ ,ดร.ประภาส งามสงวน ประ ธานกรรมการ สันนิบาตสหกรณ์ จังหวัดพิษณุโลก กล่าวรายงาน มี คณะกรรมการสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมการสัมมนาและประชุมฯ

โดยหลังจากที่พิธีเปิดเสร็จสิ้น ได้มีการมอบของที่ระลึก ดร.ประภาส งามสงวน ผู้แทนจากสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย มอบเงินสนับสนุนให้กับผู้แทนจากสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก

ต่อมา คุณพิชสิณีย์ สว่างโรจน์ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก บรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทางการพัฒนาสหกรณ์ไทยในทศวรรษหน้า” ต่อจากนั้น ดร.กนกธรรม นำเลิศสิน ผู้อำนวยการจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2570 ได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับ งานสหกรณ์ และการเชื่อมโยงด้านการศึกษารวมถึงการเตรียมงาน 111 ปีสหกรณ์ไทย และการดำเนินการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกตามวาระการประชุมต่อไป

พลังสหกรณ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อความยั่งยืน บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ

โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมมือกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานของสหกรณ์ในจังหวัดพิษณุ โลกให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และนำนวัตกรรมใหม่ๆ มายกระดับศักยภาพผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แถมยังเป็นการเตรียมความพร้อมมุ่งสู่การจัดงาน วันสหกรณ์แห่งชาติ ครบรอบ 111 ปี สหกรณ์ไทย ในปี พ.ศ. 2570 อีกด้วยนะ!


นที มีเดช รายงาน

ผบ.พล.ร.4 ตรวจเยี่ยมการฝึกชุดปฏิบัติการหน่วยทหารทรหด ร.4 พัน.1 เสริมสร้างความพร้อมรบอย่างมีประสิทธิภาพ

ผบ.พล.ร.4 ตรวจเยี่ยมการฝึกชุดปฏิบัติการหน่วยทหารทรหด ร.4 พัน.1 เสริมสร้างความพร้อมรบอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 พลตรี ประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกของชุดปฏิบัติการหน่วยทหารทรหด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 ณ ค่ายจิรประวัติ จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 4 และผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ได้รับฟังการบรรยายสรุปแผนการฝึกและการเตรียมความพร้อมของกำลังพล พร้อมตรวจเยี่ยมการฝึกการกวาดล้างคูติดต่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจสำคัญของการปฏิบัติการรบ

ทั้งนี้ ได้ให้ข้อเสนอแนะ และแนวทางในการพัฒนาการฝึก โดยเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายมีความเข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติ สามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ ตลอดจนได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่ชุดปฏิบัติการหน่วยทหารทรหด พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการฝึกต่อไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” พลิกฟื้นพื้นที่ห่างไกลสู่ความยั่งยืน

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” พลิกฟื้นพื้นที่ห่างไกลสู่ความยั่งยืน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญ ชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จิตอาสาพระราชทาน และภาคประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ในโอกาสนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้นำกำลังพลกองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 3 รด.จิตอาสา ประสานความร่วมมือกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน ขับเคลื่อนภารกิจและอำนวยความสะดวกในการพัฒนาพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการบำ บัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อดีตสมรภูมิรบ ให้กลายเป็น “หมู่บ้านแห่งความยั่งยืน”

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและการพัฒนาพื้นที่ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลกกสะทอน มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียสละ นายวิตชิณ คำนิมิตว์ เยี่ยมชมการให้บริการทางการแพทย์ การแจกแว่นสายตา ตลอดจนร่วมกับ กองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และส่วนราชการพลเรือนแก่ประชาชน และการมอบอุปกรณ์การศึกษา ได้แก่ เครื่องฉายภาพระบบดิจิทัล ดิจิ ทัลทีวี อุปกรณ์กีฬา คอมพิวเตอร์ เครื่องผลิตออกซิเจน และแทงค์น้ำแก่โรงเรียนบ้านห้วยมุ่น โรงเรียนเย็นศิระบ้านหมากแข้ง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหมันขาว พร้อมถุงยังชีพแก่ประชาชนในพื้นที่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง และบ้านหมันขาว เพื่อส่งเสริมคุณ ภาพชีวิตและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ส่งมอบอาคารประวัติศาสตร์ ห้องสุขา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ รวมถึงส่งมอบ “ถนนเฉลิมพระเกียรติบ้านหมากแข้ง-บ้านหมันขาว” เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคมแก่ประชาชน

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญ ชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม แม่ทัพภาคที่ 2 และ แม่ทัพภาคที่ 3 เดินทางไปยังอุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง เพื่อร่วมประกอบพิธีทักษิณานุปทานอุทิศส่วนกุศลเพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละ พร้อมเยี่ยมชมอุทยานเทิดพระเกียรติฯ โดยมีมัคคุเทศก์น้อยเป็นผู้นำชม และรับฟัง “เรื่องเล่าพระบารมี” จากเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ (นปพ.ตร.) ผู้เคยถวายอารักขาอย่างใกล้ชิดแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว (รัชกาลที่ 10) เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่บ้านหมากแข้ง เพื่อทรงเยี่ยมเยียน พระราชทานขวัญกำลังใจแก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ หลังจากนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชา การทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีหล่อพระ พุทธรูปองค์ที่ 74 ณ ภูพระ บ้านหมากแข้ง

ในโอกาสเดียวกัน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม แม่ทัพภาคที่ 2 และ แม่ทัพภาคที่ 3 เดินทางไปยังโรงเรียนเย็นศิระบ้านหมากแข้ง ร่วมรับฟังการบรรยายอาคารประวัติศาสตร์ และเยี่ยมชมการปรับปรุงห้องสุขา พร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษาและถุงยังชีพ เยี่ยมชมการให้บริการทางการแพทย์ แจกแว่นสายตาแก่ประชาชน และเยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าเย็นศิระตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมกระทำพิธีส่งมอบถนนเฉลิมพระเกียรติบ้านหมากแข้ง-บ้านหมันขาว ต่อจากนั้นเดินทางไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหมันขาว พร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษาและถุงยังชีพ เยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การให้บริการทางการแพทย์ และการปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

กองทัพไทย บูรณาการความร่วมมือกับเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนราชการ หน่วยงานในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” โดยมี พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียง ณ ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งสืบสานพระราชปณิธาน ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง และยั่งยืน

อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสถานที่สำคัญที่บันทึกเรื่องราวแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะทรงดำรงพระยศเป็นร้อยเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร) ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่แห่งนี้ด้วยพระองค์เอง เพื่อทรงเยี่ยมเยียน พระราชทานกำลังใจแก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ อันแสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่และความผาสุกของพสกนิกรในทุกพื้นที่ของประเทศ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พื้นที่บ้านหมากแข้ง ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนก้าวสู่การเป็นชุมชนต้นแบบที่ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับการยกย่องให้เป็น “บ้านหมากแข้ง หมู่บ้านแห่งความยั่งยืน” อันเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ปัจจุบัน อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้งมิได้เป็นเพียงแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หากยังเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้พระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน อีกทั้งเป็นสถานที่ที่ปลูกฝังให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะเยาวชนได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคง ความผาสุก และการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศชาติต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก รวมพลังนศท.จัดกิจกรรม “เติมโลหิตเพื่อชาติ 10 ล้านซีซี” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กค. 2569

กองทัพบก รวมพลังนักศึกษาวิชาทหาร จัดกิจกรรม “เติมโลหิตเพื่อชาติ 10 ล้านซีซี” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

วันนี้ (20 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เติมโลหิตเพื่อชาติ 10 ล้านซีซี” ณ โดมวรรณสมิต ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรวมพลังนักศึกษาวิชาทหารบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 โดยมี พลโท นฤดล สุขมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นพร้อมกัน ณ ศูนย์การฝึกและหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารทั้ง 35 แห่งทั่วประเทศ โดยมีนักศึกษาวิชาทหารเข้าร่วมกว่า 300,000 นาย

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้นำกำลังพล พร้อมด้วยนักศึกษาวิชาทหารในพื้นที่ส่วนกลางกว่า 2,000 นาย ประกอบพิธีถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวคำถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล ก่อนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดฯ ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมคณะผู้บังคับบัญชาได้รับชมการถ่าย ทอดสดการจัดกิจกรรมจากศูนย์การฝึกและหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารทั้ง 35 แห่ง ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้กำลังใจผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ อันสะท้อนถึงพลังและความเสียสละของนักศึกษาวิชาทหารในการร่วมสร้างประโยชน์แก่สังคมผ่านการบริจาคโลหิตในครั้งนี้

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บริจาคแก่โลหิต พร้อมประดับเข็มที่ระลึกการบริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย เพื่อเป็นเกียรติแก่นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงาน ณ บริเวณโดมวรรณสมิต โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ สถาบันพยาธิวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเจริญ กรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลโรคทรวงอก และโรงพยา บาลศิริราช

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) โรงเรียนหอวัง และโรงเรียนลาซาล ให้แก่ผู้แทนกองกำลังบูรพาและกองกำลังสุรนารี เพื่อนำไปมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม “เติมโลหิตเพื่อชาติ 10 ล้านซีซี” จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ควบคู่กับการสนับสนุนการสำรองโลหิตของประเทศเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในยามวิกฤต โดยหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนตั้งเป้ารวบรวมโลหิตให้ได้รวมทั้งสิ้น 10 ล้านซีซี เพื่อนำส่งสภากาชาดไทยและโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมปลูกฝังจิตสาธารณะ ความเสียสละ และความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่นักศึกษาวิชาทหารและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ อันสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีวินัย และพร้อมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมและประเทศชาติต่อไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 บริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. 69

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. 69

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 69 เวลา 09.00 น. พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 นำกำลังพล ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37, โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช และ นศท.จิตอาสา บริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. 69 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนร่วมสำรองโลหิตสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ประสบเหตุฉุกเฉินในพื้นที่

ในการนี้ ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 ได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลจิตอาสา รวมทั้ง นศท.จิตอาสา ที่เข้าร่วมบริจาคโลหิตในกิจกรรม “เติมโลหิตเพื่อชาติ 10 ล้าน ซีซี” ตามนโยบายของ นรด. ซึ่งเป็นการส่งเสริมจิตสำนึกด้านการเสียสละและการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อส่วนรวม พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดหาโลหิตสำรองให้เพียงพอต่อการรักษาพยาบาล รวมบริจาคโลหิตได้จำนวน 18,200 ซีซี ณ ศูนย์รับบริจาคโลหิต รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.


เกิดเหตุระเบิดในปั๊มNGV บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เสียชีวิต 1 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น .วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ เหมือนพันธ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ่อวิน รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดภายในปั๊มแก๊ส NGV ตั้งอยู่ท้องที่หมู่ที่ 3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรายงานเหตุดังกล่าว ให้ผู้บังคับบัญชา ทราบตามลำดับชั้น จากนั้นพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมบ้านบึง-จุดบ่อวิน นำรถแอมบูแลนซ์กู้ชีพฉุกเฉิน และรถดับเพลิงขององค์การบริหาร ส่วนตำบลบ่อวิน รุดไปสถานที่เกิดเหตุพบว่าปั๊ม NGV ดังกล่าว ตั้งอยู่หน้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะบ่อวิน ติดถนนสาย331 ถนนสายยุทธศาสตร์ที่ถูกสร้างเมื่อครั้งสงคราม เชื่อมระหว่างเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา กับอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้ลำเลียงอาวุธยุทธโธปกรณ์จากสนามบินอู่ตะเภา ไปยังฐานทัพทหารอเมริกัน ที่นครราชสีมา

ในจุดเกิดเหตุ พบสภาพอาคารชั้นเดียว ปลูกสร้างลักษณะยาว ใช้เป็นโรงควบคุมระบบก๊าซNGVภายในปั๊มพังถล่มลงมา มีซากแผ่นซีเมนต์และโครงเหล็กของตัวอาคารทับกองอยู่ที่พื้น ตรงด้านหน้าอาคารพบรถยนต์กระบะสีขาว ถูกแผ่นปูนและคานเหล็กหล่นใส่ตัวกระบะและด้านหน้าพังยับ

เบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีช่างกำลังทำงานอยู่ และยังติดในซากปรักหักพัง แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปค้นหาได้ เนื่องจากมีสายไฟฟ้าขาดห้อยระโยงระยาง เกรงว่าอาจถูกไฟฟ้าดูดได้ ต่อมา ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า เข้าตัดระบบกระแสไฟฟ้า ออกหมดแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมฯ-จุดบ่อวิน จึงค้นหาผู้บาดเจ็บในกองซากอาคาร พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกแผ่นปูนขนาดใหญ่ทับ ตรวจพบบัตรประจำตัวประชาชน ระบุชื่อนายสันติ ดวงศรี อายุ 40 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 10 ตำบลบุแกรง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ทำงานในตำแหน่ง เป็นผู้ปฎิบัติงาน สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ กระทรวงพลังงานและสิ่งแวดล้อม

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบถามจากเพื่อนร่วมงาน ได้ความว่า ผู้ตายได้เข้าไปตรวจสอบระบบก๊าซ NGVภายในห้อง พอเข้าไปได้สักครู่ใหญ่ก็เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้อาคารควบคุมก๊าซพังถล่มลงมาทับร่างนอกจากนี้ยังมีรถยนต์ที่จอดอยู่ 2 คัน ถูกซากปูนหล่นใส่ได้รับความเสียหาย ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรฯที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง จากนั้นถึงจะนำส่งไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพฯ ตรวจอย่างละเอียดต่อไป

สำหรับพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ขึงสายเทป ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก รอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภาค 2 เข้าไปดำเนินการเก็บพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบที่มาของการระเบิดในครั้งนี้ ว่าเกิดจากสาเหตุใด ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังไม่สามารถประเมินได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องรอสอบสวนปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป


โยธิน พรมแตง รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ นางศศิร์อร อ่อนคง แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568

แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ นางศศิร์อร อ่อนคง แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2569 เวลา 19.15 น. ที่วัดบ้านหนองยาว ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดช อุดม จังหวัดอุบลราชธานี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ นางศศิร์อร อ่อนคง แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประเภทแม่ผู้เป็นเกษตรกร ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568

บุคคลต้นแบบของแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ ทำเกษตรผสมผสานและทำนา ด้วยวิธีทางธรรมชาติ จากกรมส่งเสริมการเกษตร ประเภทแม่ผู้เป็นเกษตรกร ประจำปี 2568 ที่ทั้งชีวิตใช้แรงกาย แรงปัญญาในการทำเพื่อผืนแผ่นดินไทย เพื่อเป็นต้นแบบให้กับพี่น้องประชาชนและลูกหลานเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นผู้ปิดทองหลังพระทำความดีเพื่อแผ่นดินในทุกๆวันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นภรรยา นายวรพันธุ์ อ่อนคง ที่ปรึกษากองอำนวยความมั่นคงภายในภาค 2 ที่ผ่านมาได้ช่วยงานปิดทองหลังพระให้กับกองทัพภาคที่ 2 อย่างมากมาย

ซึ่งในวันนี้ทางด้าน พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร (ตท.21) อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีตที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก เดินทางมาร่วมไว้อาลัย และแสดงความเสียใจ พร้อมทั้งได้กล่าวให้กำลังใจกับครอบครัวอ่อนคงอีกด้วย

โดยในพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ พันโท อภิรักษ์ มหามณี ผู้บังคับกองพันทหาราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 8 นำกำลังพลของหน่วย พร้อมทั้งข้าราชการ หน่วยงานต่าง และญาติพี่น้อง ประชาชนที่เดินทางมาร่วมไว้อาลัย ในพิธีอย่างพร้อมเพรียง พร้อมทั้งรับมอบเงินช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งกำลังพลและครอบครัวของหน่วยขอแสดงความเสียใจกับการจากไปในครั้งนี้อย่างสุดซึ้ง


พรพิพัฒน์ รายงาน

สนุกสนานงานสืบสานประเพณีแข่งเรือยาว 12 ฝีพายของดีบ้านหมี่

จังหวัดลพบุรี – ปิดฉากแล้ว อย่างสนุกสุดมันส์ สำหรับการแข่งขันเรือยาวประเพณี 12 ฝีพาย เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีงานแข่งเรือยาว ของดี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี

ตามที่ องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ 21 ตำบล ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณี 12 ฝีพาย ประจำปี 2569 เพื่ออนุรักษ์สายน้ำ และสืบสานประเพณีงานแข่งเรือยาว ของดี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพื่อชิงถ้วยพร้อมเงินรางวัล ซึ่งเป็นกีฬาพื้นบ้าน มรดกวัฒนธรรม ที่ควบคู่กับสายน้ำ ตลอดจนเพื่อเป็นการอนุรักษ์วิถีแห่ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นชาวอำเภอบ้านหมี่ ให้คงอยู่คู่ชุมชนตลอดไป อันก่อให้เกิดความรักความสามัคคี และมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รวมถึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น ณ บริเวณสะพานบ้านกล้วย คลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งปีนี้ มีหมู่ บ้าน ตำบลต่างๆ ส่งเรือเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 16 ลำ และ ได้รับความสนใจจากประชา ชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

โดยได้รับเกียรติจาก นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ เป็นประธานปิดการแข่งขัน บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสุดมันส์ ตลอดทั้ง 2 วัน ได้รับความสนใจจากบรรดากองเชียร์ และ นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งนักกีฬานอกจากจะเป็นฝีพายมืออาชีพ แล้วยังมีเยาวชนรุ่นใหม่เข้าร่วมแข่งขันด้วย สู่ศึกกันอย่างดุเดือดไปจนจบเกณ์การแข่งขัน

หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน ได้มีการมอบถ้วยรางวัลให้แก่ทีมเรือที่ชนะการแข่งขันในแต่ละประเภท โดย 12 พาย ในการเป็นเจ้าแห่งสายน้ำ ประเภท Open เรือยาว 12 ฝีพาย ประเภทถ้วย ก. ซึ่งเป็นการพบกันเองระหว่างเรือเจ้าถิ่น เรือหนุมาน 88 ทีม A กับ เรือหนุมาน 88 ทีม B จากเทศบาลเมืองบ้านหมี่ ปรากฏว่า เรือหนุมาน 88 ทีม A มีความเร็วมากกว่า เอาชนะไปได้อย่างสนุกสุดมัน ได้ถ้วยรางวัล จาก พระโสภณพัฒนคุณ (เจ้าคุณทิน) เจ้าคณะอำเภอหนองม่วง เจ้าอาวาสวัดพุน้อย ไปครอง พร้อมเงินรางวัล สำหรับประเภทถ้วย ข. เรือยาว 12 ฝีพาย ผลการแข่งขัน อันดับ 1 ตกเป็นของเรือพรพระปรา การ อันดับ 2 เรือแม่จำปาสัก และอันดับ 3 เจ้าแม่ทรายทอง

สำหรับการแข่งขันเรือยาว เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่มีมาตั้งแต่อดีตมาหลายยุคหลายสมัย สำหรับประเพณีการแข่งขันเรือยาว ของอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เคยเริ่มมาประมาณปี 2533 แต่ก็ได้ห่างหายไป จนกระทั้งถึง ปี พ.ศ. 2557 อำเภอบ้านหมี่ ร่วมกับพระโสภณพัฒนคุณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดพุน้อย องค์กรปกครองท้องถิ่น และประชาชนในเขตออำเภอบ้านหมี่ ได้ร่วมกันพื้นพื้นฟูจัดประเพณีแข่งขันเรือยาวและเทศกาลของดีบ้านหมี่ ขึ้น และได้สืบทอดมาเป็นประเพณีสำคัญของอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี จนถึงทุกวันนี้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ตำรวจไล่ล่า พ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซิ่งรถกระบะ ชนรถเจ้าหน้าที่เสียหาย 3 คัน สุดท้าย ไม่รอด

ตำรวจไล่ล่า พ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซิ่งรถกระบะ หนีไกลนับสิบกิโลเมตร ชนรถเจ้าหน้าที่เสียหาย 3 คัน แต่สุดท้าย ไม่รอด เสียหลักตกลงคูข้างทางเอง

ภาพเหตุการณ์ช่วงกลางดึก วันที่ 17 ต่อเนื่องวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ตำรวจกองกำกับการ 2 บก. ปส.4 และตำรวจตระเวนชายแดน 424 เปิดปฏิบัติการบนบนถนนสายปากนคร ตำบลปากนคร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไล่ล่าจับกุม นายนัฐพล หรือ อาร์ต โกเตง อายุ 36 ปี ชาวตำบลวัดประดู่ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายสำคัญ มีหมายจับติดตัวถึง 4 หมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีและศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช คดีเกี่ยวกับยาเสพติด มีรางวัลนำจับสูงถึง 300,000 บาท ที่กำลังขับรถกระบะ สีดำ หลบหนีเจ้าหน้าที่

ซึ่งระหว่างที่หลบหนีนับสิบกิโลเมตร นายนัฐพล ขับรถอย่างน่าหวาดเสียว และยังพุ่งชนรถ เจ้าหน้าที่เสียหาย 3 คัน แต่สุดท้าย ก็ขับรถหนีเสียหลักตกลงคูข้างทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้

หลัง นายนัฐพล ถูกควบคุมตัวได้ เจ้าหน้าที่นำตัวไปสอบสวนขยายผล พร้อมประสานพนักงานสอบสวนท้องที่ในตำรวจภูธรจังหวัดสุราฎร์ธานี มารับตัว และอายัดตัวดำเนินคดีไปตามลำดับทุกหมายจับ​ของทุกท้องที่ต่อไป ซึ่งการจับกุม นายนัฐพล เป็นการจับผู้สมคบค้ายาเสพติด เบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน