รองเสนาธิการทหารบก รับการเยี่ยมคำนับจากผู้ช่วยทูตทหารสเปนประจำประเทศไทย ในโอกาสอำลาเมื่อครบวาระการปฏิบัติหน้าที่

รองเสนาธิการทหารบก รับการเยี่ยมคำนับจากผู้ช่วยทูตทหารสเปนประจำประเทศ ไทย ในโอกาสอำลาเมื่อครบวาระการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. พลโท ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล รองเสนาธิการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ นาวาเอก เออร์เนสโต ซาร์โก ฮิล (Captain Ernestro Zarco Gil) ผู้ช่วยทูตทหารสเปนประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับเพื่ออำลาอย่างเป็นทางการ ณ ห้อง จปร. ชั้น 2 อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ภายในกองบัญชาการกองทัพบก

ในโอกาสนี้ รองเสนาธิการทหารบก ได้ชื่นชมผู้ช่วยทูตทหารสเปนประจำประเทศไทยที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของทั้งประเทศมีความแน่นแฟ้นมากขึ้น และได้กล่าวถึงความร่วมมือทางทวิภาคีและความร่วมมือทางทหารระหว่างทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานแน่นแฟ้น อีกทั้งได้กล่าวถึงศักยภาพด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสเปนที่มีขีดความสามารถและมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งกองทัพบกพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกับกองทัพสเปนในด้าน การวิจัย การพัฒนายุทโธปกรณ์ การแลกเปลี่ยนบุคลากร ตลอดจนการขยายและเสริมสร้างความร่วมมือ ด้านการฝึกศึกษาและพัฒนากำลังพล ซึ่งที่ผ่านมากองทัพบกได้รับการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนที่นั่งในหลักสูตรต่างๆ อาทิ หลักสูตรโรงเรียนนายร้อย หลัก สูตรเสนาธิการทหารบก รวมทั้งหลักสูตรอบรมระยะสั้นและหลักสูตรเฉพาะทาง เป็นต้น นอกจากนี้ได้มีการหารือเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือด้านการข่าวกรอง การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย การแก้ไขปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการบรรเทาสาธารณภัย

ทั้งนี้ ราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรสเปนมีความสัมพันธ์แบบทวิภาคีมาอย่างแน่น แฟ้นเป็นเวลากว่า 156 ปี ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ตั้งแต่ พ.ศ. 2413 เป็นต้นมา และปัจจุบันยังคงมีความร่วมมือในหลายด้านครอบคลุมในทุกมิติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

เชียงใหม่ ประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสงสัยการถือครองที่ดินแทนคนต่าง ด้าว ย้ำดำเนินการตามกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

เชียงใหม่ประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสงสัยการถือครองที่ดินแทนคนต่าง ด้าว ย้ำดำเนินการตามกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

วันนี้ (13 กค. 69) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมแม่น้ำปิง สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีมีเหตุสงสัยว่ามีการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมพิจารณาข้อมูล ข้อเท็จจริง และแนวทางการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในการประชุม ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางและมาตรการป้องกันการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งร่วมพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบและถูกต้อง

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และเป็นธรรม พร้อมทั้งป้องกันการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว และสร้างความเชื่อมั่นว่าการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปตามหลักนิติธรรม

ทั้งนี้ การประชุมและการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยคณะทำงานจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


นที มีเดช รายงาน

เชียงใหม่ เปิดพื้นที่ศิลปะย่านช้างม่อย หนุนศิลปินสร้างสรรค์ผลงาน ฟื้นย่านประวัติศาสตร์สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

จังหวัดเชียงใหม่จับมือเทศบาลนครเชียงใหม่ เปิดพื้นที่ศิลปะย่านช้างม่อย หนุนศิลปินสร้างสรรค์ผลงาน ฟื้นย่านประวัติศาสตร์สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ เทศบาลนครเชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาย่านช้างม่อยให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ด้านศิลปะและวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ศิลปิน นักสร้างสรรค์ และเยาวชน ได้แสดงผลงานผ่านกิจกรรมสตรีทอาร์ตบนพื้นที่สาธารณะ เพื่อฟื้นฟูย่านประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิตชีวา พร้อมสร้างความประทับใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ภายใต้แนวคิด “ช้างม่อย คลองใส ถนนสวย”

ถนนช้างม่อยถือเป็นถนนสายประวัติศาสตร์ที่เคยรุ่งเรืองในฐานะย่านการค้าสำคัญของจัง หวัดเชียงใหม่ เป็นเส้นทางเชื่อมโยงใจกลางเมืองกับกาดหลวง และเป็นพื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเรื่องราวของชาวเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน การพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จึงมุ่งรักษาอัตลักษณ์เดิมควบคู่กับการสร้างสีสันใหม่ผ่านงานศิลปะร่วมสมัย

โครงการดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ศิลปินท้องถิ่นได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านผลงานสร้างสรรค์ และสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศิลปิน ชุมชน และผู้มาเยือน ขณะเดียวกันยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าหัตถกรรม ร้านกาแฟ และธุรกิจสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ให้เติบโตไปพร้อมกับการอนุรักษ์คุณค่าของย่านเมืองเก่า

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จะช่วยผลักดันให้ถนนช้างม่อยกลับมาเป็นแลนด์มาร์กด้านศิลปะของเชียงใหม่ เป็นถนนสายสตรีทอาร์ตที่มีเอกลักษณ์ สะท้อนเสน่ห์ของเมือง และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

จังหวัดเชียงใหม่จึงขอเชิญชวนศิลปิน นักสร้างสรรค์ เยาวชน และประชาชนผู้สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มสีสันให้กับพื้นที่สาธารณะ และร่วมกันพัฒนาย่านช้างม่อยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา พร้อมส่งต่อความงดงามของเชียงใหม่สู่สายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการหรือต้องการนำเสนอผลงาน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและประสานการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ เทศบาลนครเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

ผบช.กองกำลังผาเมือง รับมอบโล่เชิดชูบุคคลและองค์กรดีเด่นด้านยาเสพติด ประจำปี 2569

ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง รับมอบโล่เชิดชูบุคคลและองค์กรดีเด่นด้านยาเสพติด ประจำปี 2569 รัฐบาลไทย ยกย่องผู้เสียสละขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2569 โดยมีพันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พลตำรวจโท อาชวันต์ โชติกเสถียร ผู้แทนมูลนิธิ พลตำรวจเอก เภา สารสิน คณะผู้บริหาร ผู้ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ตลอดจนทายาทและครอบครัวผู้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ เข้าร่วมพิธี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร

โอกาสนี้ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะผู้ร่วมงานยืนสงบนิ่ง เพื่อถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ในส่วนกองทัพภาคที่ 3 พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เข้าร่วมพิธีรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กร ที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่ทุ่มเทเสียสละในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก เพื่อให้ทุกประเทศตระหนักถึงภัยคุกคามจากยาเสพติดและร่วมกันรณรงค์ต่อต้านปัญหาดังกล่าวที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนมาอย่างยาวนาน โดยประเทศไทยยึดมั่นในเจตนารมณ์ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครอบคลุมในทุกมิติอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี ซึ่งการจัดงานฯ นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคลและองค์ กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของประเทศ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทน นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ โดยระบุว่า โล่ประกาศเกียรติคุณดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นคุณูปการสำคัญและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เยี่ยมชมนิทรรศการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งจัดแสดงบริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี เพื่อรับชมผลการดำเนินงานและนวัตกรรมที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมกันพัฒนาขึ้นในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ

สำหรับพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณฯ เป็นกิจกรรมสำคัญในห้วงวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำ นักงาน ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม และมูลนิธิ พลตำรวจเอก เภา สารสิน โดยดำเนินการร่วมกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 จนถึงปัจจุบัน เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคลและองค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยในปีนี้ได้มีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณฯ ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 108 ราย ประกอบด้วย

  1. ผู้ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณระดับยอดเยี่ยม จำนวน 6 ราย
  2. ผู้ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณระดับดีเด่น แบ่งเป็น 6 ด้าน จำนวน 64 ราย ได้แก่
    1. ด้านการป้องกันยาเสพติด
    2. ด้านการปราบปรามยาเสพติด
    3. ด้านการยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด
    4. ด้านการแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด
    5. ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ
    6. ด้านการบริหารจัดการ
  3. หมู่บ้าน/ชุมชนต้นแบบ จำนวน 11 ราย
  4. ผู้มีอิทธิพลบนสื่อ สื่อมวลชน และรายการโทรทัศน์ จำนวน 10 ราย
  5. ผู้ได้รับโล่เชิดชูเกียรติในการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จำนวน 17 ราย

นอกจากนี้ ยังมีผู้มีอิทธิพลบนสื่อที่เป็นทั้งกระบอกเสียงและกำลังสำคัญในการรวมพลังต่อต้านยาเสพติด มาร่วมพิธีฯ และเข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณฯ ด้วย


นที มีเดช รายงาน

มทบ.34 จัดพิธีถวายพระพรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 69 เวลา 0730 พ.อ. โรมรัน ชูก้าน รอง ผบ.มทบ.34(1)/รอง ผอ.รมน. จังหวัดพะเยา(ท.) พร้อมด้วย กำลังพล มทบ.34 ร่วมพิธีถวายพระพรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 13 ก.ค. 69 ของ จว.พ.ย. ณ ศาลาประชาคม จังหวัดพะเยา ประกอบด้วย พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล, พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล, พิธีถวายแจกันดอกไม้
โดยมี นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้แทนหน่วยงาน และข้าราชการในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมฯ ในครั้งนี้

#มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก #ทรงพระเจริญ


นที มีเดช รายงาน

รพ. ค่ายจิรประวัติ ร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เนื่องในวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2569

รพ. ค่ายจิรประวัติ ร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน ร่วมสร้างพลังสำคัญในการดูแลโลก ดูแลสุขภาพ และดูแลสังคม เนื่องในวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ประ จำปี 2569

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2569 พร้อมด้วยกำลังพลโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 ซึ่งวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ตรงกับวันที่ 4 กรกฎาคมของทุกปี จัดขึ้นเพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพของประชา ชนอย่างยั่งยืน ณ โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

ภายในงานได้จัดกิจกรรมรณรงค์ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เริ่มจาก การจัดทำคลิปวิดีโอรณรงค์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการลดปริมาณขยะ การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และการร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่กำลังพลและประชาชน

นอกจากนี้ ได้จัดกิจกรรม ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ภายในพื้นที่โรงพยาบาล เพื่อเพิ่มความร่มรื่น ลดมลภาวะทางอากาศ และช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อสุขภาพของผู้ป่วย บุคลากร และประชาชนผู้มาใช้บริการ พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรม “ขยะรีไซเคิลแลกไข่” เปิดโอกาสให้กำลังพลและประชาชนร่วมคัดแยกขยะรีไซเคิล อาทิ ขวดพลาสติก กระดาษ กระป๋องอะลูมิ เนียม และวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เพื่อนำมาแลกไข่ไก่ เป็นการสร้างแรงจูงใจในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รวมไปถึงการแจกป้ายรณรงค์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นให้กำลังพล รวมถึงประชาชน ร่วมกันรักษาความสะอาด ลดการสร้างขยะ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และเอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 ในการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดูแลสุขภาพของกำลังพล ครอบครัว และประชาชน ตามเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการร่วมสร้างสังคมที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสืบไป


นที มีเดช รายงาน

อบจ.เร่งแก้ไขปัญหาเส้นทาง

ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตภัย อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม อบจ.แม่ฮ่องสอน แก้ไขปัญหาดินสไลด์ทับเส้นทาง แยกบ้านแกงหอม-บ้านห้วยปูเลย รถผ่านได้แล้ว 1 ช่องทาง

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 นายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ทาง อบจ.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดินสไลด์ทับเส้นทาง แยกบ้านแกงหอม-บ้านห้วยปูเลย รถผ่านได้แล้ว 1 ช่องทางได้ดำเนินการขุดตักและไถดินที่กีดขวางเส้นทางสัญจรดังกล่าวออกแล้ว โดยรถสามารถสัญจรผ่านได้ 1 ช่องทาง จึงแจ้งมาเพื่อทราบ และขอให้ใช้เส้นทางด้วยความระมัดระวัง

ก่อนหน้านั้นศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตภัย อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม อบจ.แม่ฮ่องสอน ภายใต้การอำนวยการของ นายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำเครื่องจักรกล และพนักงานขับ เข้าแก้ไขปัญหาดินสไลด์ทับเส้นทางถนน อบจ. แม่ฮ่องสอน ที่ดอยยาว ระหว่างสามแยกบ้านแกงหอม – บ้านห้วยปูเลย ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไป – มา ได้

ทั้งนี้ หากประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ หากประสบเหตุภัยธรรมชาติ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือจาก “ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตภัย อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน” ได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-5361-1385 ต่อ 504 , 0-5361-1181


ภานุเดช ไชยสกูล/ แม่ฮ่องสอน

ชาวบ้านลุย !! เปิดถนนกันเอง

อนาถชาวบ้านชาวกองมูเดอ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ต้องร่วมแรงร่วมใจขุดเปิดถนนเส้นทางสายบ้านกองมูเดอ – ทะเลหมอกสองแผ่นดิน กลอเซโล เพื่อให้สามารถใช้การผ่านไปมาได้ชั่วคราว ด้านนายกอบต.แม่สามแลบตัดพ้อมีความจำเป็นด้านโครง สร้างพื้นฐานของท้องถิ่นชายขอบ แต่ไม่เข้าเงื่อนไขโครงการเงินกู้ฯ ของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกอบต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า วันนี้ ขอขอบพระคุณชาวบ้านกลอเซโล ที่ได้ช่วยกันร่วมแรง ร่วมใจกัน ช่วยเปิดเส้นทางกอมูเดอ – กลอเซโล ทะเลหมอกสองแผ่นดิน เพื่อเปิดเส้นทางในการสัญจรได้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากฝนตกต่อเนื่องไม่สามารถใช้เครื่องจักรได้ จึงจำเป็นที่ต้องใช้แรงงานคนเท่าที่ได้ เป็นการชั่วคราว หากไม่เร่งดำเนินการช่วยเหลือตัวเอง ชาวบ้านจะไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ทั้งนี้สิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องอาศัยเส้นทางคมนาคมในการลำเลียงสิ่งของเครื่องอุปโภคและบริโภคมาเพื่อประทังชีวิต ของช่าวบ้านเอง รวมไปถึงส่วนราชการในพื้นที่ ก็ต้องการเช่นกัน

นายกอบต.แม่สามแลบ กล่าวต่อไปว่า ราษฎรในพื้นที่คนชายขอบ ยังคงต้องมีมีความจำเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐานของท้องถิ่นชายขอบ แต่ไม่เข้าเงื่อนไขโครงการเงินกู้ฯ ของรัฐบาล ส่งผลให้ขาดการลงทุนพัฒนาเพื่อประชาชน ย่อมส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศชาติและพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ชายขอบที่ต้องผจญกับความยากลำบากมาอย่างต่อเนื่องยาวนานและมองไม่เห็นอนาคตข้างหน้าที่จะได้ลืมตาอ้าปากเหมือนคนเมืองใหญ่ที่เจริญแล้ว



นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน

ประธานสันนิบาตเทศบาลโคราช เตือน “พ่อทิพย์” อาจลามเป็นเครือข่าย จี้อุดช่องโหว่ทะเบียน-เชื่อมข้อมูลต้นทาง สกัดสวมสิทธิคนไทย

ประธานสันนิบาตเทศบาลโคราช เตือน “พ่อทิพย์” อาจลามเป็นเครือข่าย จี้อุดช่องโหว่ทะเบียน-เชื่อมข้อมูลต้นทาง สกัดสวมสิทธิคนไทย

ดร.กิตติพงษ์ พงศ์สุรเวท ประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีปัญหา “พ่อทิพย์” และขบวนการสวมสิทธิทางทะเบียน หลังมีการตรวจพบและจับกุมผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าขบวนการดังกล่าวอาจมีการขยายเครือข่ายออกไปในวงกว้าง พร้อมขอบคุณกรมการปกครองและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่เร่งขยายผลติดตามดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าตราบใดที่ยังไม่มีมาตรการเพิ่มเติมเพื่ออุดช่องโหว่ของระบบ ปัญหาในลักษณะดังกล่าวยังมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำ โดยเฉพาะขั้นตอนงานทะเบียนที่อาจอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่เพียงบางระดับ

ดร.กิตติพงษ์ ระบุว่า กรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าว หรือการแจ้งเกิดโดยมีบุคคลแอบอ้างเป็นบิดา หรือที่เรียกว่า “พ่อทิพย์” ควรกำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นได้รับรายงานและมีส่วนร่วมในการพิจารณาตรวจสอบ เพื่อเพิ่มกลไกกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

นอกจากนี้ การยืนยันตัวบุคคล รวมถึงผลตรวจดีเอ็นเอ ควรมีข้อมูลครบถ้วนและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยระบบคอมพิวเตอร์ด้านทะเบียนควรมีมาตรการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล หากเอกสารหรือข้อมูลสำคัญไม่ครบถ้วน ระบบต้องไม่อนุญาตให้ดำเนินการหรือบันทึกข้อมูลเข้าสู่ฐานทะเบียน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานส่วนกลางควรเร่งปรับปรุง

ประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบบุคคลต่างชาติและบุคคลต่างด้าวมากขึ้น โดยกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญ เนื่องจากบุคคลสัญชาติไทยโดยทั่วไปจะมีข้อมูลและตัวตนอยู่ในระบบ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ แต่กรณีบุคคลต่างด้าวจำเป็นต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม

โดยเฉพาะเอกสารหรือหลักฐานจากโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ไม่ควรตรวจสอบเพียงเอกสารที่ผู้ยื่นคำร้องนำมาแสดงเท่านั้น เพราะอาจไม่สามารถยืนยันได้ทันทีว่าเป็นเอกสารจริงหรือมีข้อมูลถูกต้องเพียงใด จึงควรพัฒนาระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูล เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบกับโรงพยาบาลหรือหน่วยงานต้นทางได้โดยตรง

สำหรับมาตรการป้องกันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกระทำนอกกรอบหรือถูกผลประโยชน์จูงใจ ขณะนี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในจุดปฏิบัติงาน ซึ่งสามารถบันทึกเสียงได้ เพื่อใช้เฝ้าระวังและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมีหนังสือสั่งการว่า หากเป็นกรณีเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าว จะต้องรายงานผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารให้รับทราบก่อนดำเนินการและตัดสินใจรับเรื่อง เพื่อเพิ่มความรอบคอบในการตรวจสอบ

ส่วนปัญหาการเสียบบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ค้างไว้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเปิดช่องให้บุคคลอื่นเข้าถึงระบบทะเบียนนั้น ได้กำชับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยหลังกรณีดังกล่าวกลายเป็นข่าวใหญ่ พบว่าผู้ปฏิบัติงานมีความตื่นตัวและเพิ่มความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยของระบบมากขึ้น

ดร.กิตติพงษ์ กล่าวอีกว่า ในฐานะประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา ได้นำกรณีดังกล่าวเข้าสู่การหารือในการประชุมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดนครราชสีมาครั้งที่ผ่านมา เพื่อถอดบทเรียนและเสนอให้แต่ละเทศบาลกำหนดแนวทางป้องกันและเฝ้าระวัง พร้อมนำประเด็นดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เพื่อแจ้งเตือนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศให้เพิ่มความเข้มงวด

ที่ผ่านมา ผู้บริหารท้องถิ่นจำนวนมากอาจไม่เคยรับทราบปัญหาในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากงานทะเบียนเป็นงานเฉพาะที่อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ทะเบียน ทำให้ผู้บริหารบางแห่งไม่มีข้อมูลหรือไม่ทราบถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น แต่หลังมีการนำกรณีนี้เข้าสู่ที่ประชุม ทุกฝ่ายเริ่มตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการตรวจสอบมากขึ้น

ดร.กิตติพงษ์ ฝากถึงประชาชนว่า ขอให้ยังคงเชื่อมั่นในระบบราชการ เนื่องจากการดำเนินงานส่วนใหญ่ยังเป็นไปอย่างถูกต้อง แต่หากพบความผิดปกติหรือพบเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ขอให้รีบแจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

ขณะเดียวกัน ฝากถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เนื่องจากการทุจริตหรือดำเนินการโดยมิชอบในระบบทะเบียน อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิและกระทบต่อสิทธิของประชาชนคนไทยโดยตรง ถือเป็นการกระทำที่ไม่สมควรและไม่สอดคล้องกับการเป็นข้าราชการที่ดี
พร้อมเสนอให้กรมการปกครองเร่งปรับปรุงและพัฒนาระบบทะเบียนให้มีความเข้มแข็ง เพิ่มกลไกตรวจสอบและอุดช่องโหว่ของระบบอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และไม่ให้ขบวนการสวมสิทธิทางทะเบียนเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต


ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเรือใบ ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ

เวลา 10.36 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงจุดปล่อยตัว บริเวณหน้าทางเข้าประตูกุ้ยหลิน (เมืองไทย) เขื่อนรัชชประภา ต่อจากนั้น ประทับเรือยนต์พระที่นั่ง ๓๕๘ เสด็จพระราชดำเนินไปยังเรือใบ THA 48 เพื่อทรงเรือใบดังกล่าว ร่วมในกิจกรรมการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ จากนั้น ทรงกดแตรลมปล่อยตัวนัก กีฬาที่เรือใบ THA 48 ซึ่งเป็นนักกีฬาเรือใบเยาวชน จากโครงการ “เยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น” จำนวน ๖๘ ลำ ประกอบด้วย เรือใบประเภท Optimist กับประเภท ILCA 4 และ ILCA 6

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงทำหน้าที่บังคับหางเสือเรือ ควบคุมทิศ ทางเรือใบด้วยพระองค์เอง ร่วมไปกับขบวนนักกีฬาเรือใบเยาวชนดังกล่าว ทรงใส่พระราชหฤทัยและทอดพระเนตรการแล่นเรือใบของนักกีฬาเรือใบเยาวชนอย่างใกล้ชิด มีรูปแบบการแล่นเรือใบเป็นเส้นตรงมีเรือใบผู้นำอยู่ด้านหน้า แล้วเรือใบทุกลำแล่นตาม ตลอดเส้นทางไปจนถึงจุดหมายปลายทางที่แนวสันเขื่อนรัชชประภา ต่อจากนั้น ขบวนเรือใบทั้ง ๖๘ ลำ จัดขบวนเรือเป็นเส้นตรง ที่ด้านหน้าแนวสันเขื่อนและแปรขบวนเรือเป็นสัญลักษณ์ “อินฟินิตี้” (Infinity) มีความหมายขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่และประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ โบกธงชาติ และธงอักษรพระนา มาภิไธย สท ร่วมชื่นชมพระบารมีเป็นจำนวนมาก เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับเรือนรับรองพิเศษ เขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โครงการ “เยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น” เป็นโครงการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่ทรงสนับสนุนการพัฒนานักกีฬาเรือใบรุ่นใหม่ สืบสานแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระปรีชาสามารถด้านกีฬาเรือใบและการต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง และนักกีฬานักกีฬาเรือใบเยาวชนจากโครงการ ฯ ทั้ง ๖๘ ลำที่ร่วมในการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติ ฯ ครั้งนี้ เป็นเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่รอบเขื่อนรัชชประภา อายุระหว่าง ๗ – ๑๕ ปี ที่เข้าร่วมโครงการและมีโอกาสเรียนรู้ถึงกีฬาเรือใบ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิตทั้งด้านระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหา พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นนักกีฬาเรือใบระดับชาติและนานาชาติในอนาคตได้อีกด้วย