กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 นำน้องทหารใหม่ ร่วมเดินทางไกลและพักแรม ผลัดที่ 2/68

กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 นำน้องทหารใหม่ ร่วม “การเดินทางไกลและการพักแรมของทหารใหม่ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ผลัดที่ 2/68 “

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 นำน้องทหารใหม่ผลัดที่ 2/68 เดินทางไกลเพื่อฝึกการลาดตระเวน การพักแรม และการดำรงชีพในป่า เพื่อให้ทหารใหม่ มีความรู้และทักษะในการลาดตระเวน การดำรงชีพและเอาตัวรอดในป่า ซึ่งมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันสัตว์ร้าย การหาน้ำดื่มจากแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงการประกอบอาหาร ทั้งนี้เพื่อให้ทหารใหม่สามารถนำความรู้ที่ได้ นำไปประยุกต์ใช้ในการเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ และเสริมสร้างความอดทน ความสามัคคีในหมู่คณะ ความเสียสละต่อส่วนรวม ณ สนามยุทธวิธี กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ค่ายพระศรีพนมมาศ ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

3BootCamp68 #น้องคนเล็ก #ค่ายพระศรีพนมมาศ #กองพันทหารปืนใหญ่ที่20 #กรมทหารปืนใหญ่ที่21 #กองพลทหารม้าที่1 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานวันพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ประจำปี 2568


จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่ริม จัดงานวันพระราชชายาเจ้าดารารัศมี และงานสืบสานประเพณีของดีแม่ริม ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูพระเกียรติพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ขัตติยนารี ผู้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการอันเป็นคุณูปการต่อดินแดนล้านนา

วันนี้ (9 ธ.ค. 68) ที่พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานรำลึกวันพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และอำเภอแม่ริม ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีที่ทรงมีต่อชาวเชียงใหม่

กิจกรรมช่วงเช้าผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน วางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระอนุสาวรีย์พระราชชายาเจ้าดารารัศมี เนื่องในงานวันพระราชชายาเจ้าดารารัศมี จากนั้นขบวนเชิญเครื่องสักการะแบบพื้นเมืองล้านนา ประกอบด้วยหมากสุ่ม หมากเบ็ง ต้นผึ้ง ต้นเทียน สุ่มดอก เคลื่อนเข้ามายังลานพิธีเพื่อนำมาวางถวายสักการะแด่พระราชชายาเจ้าดารารัศมี พร้อมทั้งช่างฟ้อนจากชมรมลูกเสือชาวบ้านกว่า 200 คน มาร่วมกันฟ้อนเล็บเพื่อเทิดพระเกียรติและถวายสักการะ

ในวันเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีของดีแม่ริม ประจำปี 2568 โดยอำเภอแม่ริม ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ชาวอำเภอแม่ริมได้นำผลิตภัณฑ์ สินค้าของดีต่างๆ มาจัดจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่ด้วย ภายในงานประกอบด้วย การจัดนิทรรศการขององค์การต่าง ๆ การแสดงและจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ กิจกรรมกาดหมั้วครัวฮอม กิจกรรมเครือข่ายหมอเมืองเชียงใหม่ การแสดงละครซอพื้นเมือง การตีกลองสะบัดชัยและเครื่องสักการะแบบล้านนา การแสดงนาฏศิลป์ดนตรีพื้นเมือง และการแสดงของนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดทั้งวัน


นที มีเดช รายงาน

กองพันส่งกำลังและบริการที่ 23 ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านฯ มอบเงินรางวัลการจัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2568 การประกวดภาพถ่ายภายใต้แนวคิด “ถ่ายรูปคู่พ่อ” ของกำลังพล

กองพันส่งกำลัง และบริการที่ 23 ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันส่งกำลัง และบริการที่ 23 มอบเงินรางวัลการจัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2568 การประกวดแข่งขันภาพถ่ายภายใต้แนวคิด “ถ่ายรูปคู่พ่อ” ของกำลังพล

เมื่อวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 พันเอก ธีระพงษ์ จิระโภคิน ผู้บังคับกองพันส่งกำลัง และบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มอบเงินรางวัลการจัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2568 ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันส่งกำลัง และบริการที่ 23 กองบัญชา การช่วยรบที่ 3 ในการประกวดแข่งขันภาพถ่ายภายใต้แนวคิด “ถ่ายรูปคู่พ่อ” มีวัตถุประสงค์ เพื่อเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ” ในฐานะพ่อของแผ่นดิน ซึ่งกำลังพลภายในหน่วย มีส่วนร่วม และแสดงออกในวันสำคัญดังกล่าว ณ กองบังคับการกองพันส่งกำลัง และบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

มี ห้วงดำเนินการจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึง 5 ธันวาคม 2568 โดยภาพผู้ที่มียอดถูกใจ (Like) มากที่สุดจะได้รับรางวัล จำนวน 500 บาท 2 รางวัล ผู้ที่ได้รับรางวัลมีรายชื่อดังนี้

  • ลำดับที่ 1. พันตรี ธวัช ภุมมาพันธ์ มียอดถูกใจ 323 (Like)
  • ลำดับที่ 2 จ่าสิบโท ประสพโชค ม้วนทอง มียอดถูกใจ 255 (Like)

นที มีเดช รายงาน

โรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 รับการตรวจ กระบวนการผลิต และการเก็บรักษาตามโครงการทหารพันธุ์ดี

โรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 รับการตรวจ กระบวนการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาผักตามโครงการทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3

เมื่อวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 โรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งดำ เนินการโดย กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 รับการตรวจจาก นายสุรเดช ด่านชลวิจิตร ตำแหน่ง เภสัชกรชำนาญการพิเศษ และ รองหัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สาธารณสุข จังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจ กระบวนการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาผักตามโครงการทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3

โดย สรุปผลการตรวจ โรงคัด บรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งดำเนินการโดย กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ผ่านเกณฑ์ ได้คะแนนทุกหัวข้อ 138 คะแนน รวม 100 % เต็ม ผลที่ได้รับ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในมาตรฐานความสะอาด คุณภาพที่ดีที่ผู้บริโภคผลผลิตทาง การเกษตรจาก โรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 โดย กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 จะได้รับต่อไป. ณ โรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท กองกำลังนเรศวร นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาว อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ขับเคลื่อนโครงการ “1 เดือน 1 รอยยิ้ม” สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท กองกำลังนเรศวร นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวดูแลสุขภาพประชาชนกลุ่มเปราะบางอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขับเคลื่อนโครงการ “1 เดือน 1 รอยยิ้ม” สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน

เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 308 กองกำลังนเรศวร, ชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3109 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 จิตอาสา และ ชุด สทส.ที่ 33 ร่วมกับ ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข ขับเคลื่อนโครงการ “1 เดือน 1 รอยยิ้ม” เข้าเยี่ยมเยือนประชาชนกลุ่มผู้เปราะบาง เพื่อร่วมให้กำลังใจ และสอบถามปัญหาต่างๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และร่วมกันหาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค, ผ้าห่มกันหนาว แล เจ้าหน้าที่เสนารักษ์ตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับประชาชนกลุ่มผู้เปราะบาง จำนวน 5 ราย ในพื้นที่ บ้านแอโก๋ – แสนคำลือ ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน


นที มีเดช รายงาน

เสธ.ทบ. ลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ดูแลประชาชน เยี่ยมทหารบาดเจ็บ พร้อมย้ำไทยยืนหยัดปกป้องแผ่นดิน

เสธ.ทบ. ลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ดูแลประชาชน เยี่ยมทหารบาดเจ็บ พร้อมย้ำไทยยืนหยัดปกป้องแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 68 พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เดินทางตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพล รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง ณ ศูนย์พักพิงผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ที่ว่าการอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้มอบสิ่งของจำเป็นเพื่อสนับสนุนการดู แลประชาชนในศูนย์พักพิง พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และจิตอาสาทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจดูแลประชาชนด้วยความทุ่มเท

จากนั้น คณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบล ราชธานี พร้อมกล่าวขอบใจในความเสียสละของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอย่างสุดความสามารถ และพบปะให้กำลังใจครอบครัวผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด

กองทัพบกจะยืนหยัดปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง พร้อมดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน กองทัพบกจะเดินหน้าประสานทุกภาคส่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ


แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ทหารใหม่กองพันทหารสื่อสารที่ 4 เรียนรู้ประวัติศาสตร์กองทัพภาคที่ 3

ทหารใหม่กองพันทหารสื่อสารที่ 4 เรียนรู้ประวัติศาสตร์กองทัพภาคที่ 3 พระมหา กรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และบูรพมหากษัตริย์ทุกพระองค์ บทบาทภารกิจของหน่วยทหารในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมศึกษาประวัติศาสตร์รากเหง้าของแผ่นดินเมืองสองแควที่อุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์

หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารสื่อสารที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 ได้นำทหารใหม่ กองพันทหารสื่อสารที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 ผลัดที่ 2/68 เข้าศึกษาและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทหารกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และ ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ทหารใหม่เรียนรู้ ประวัติความเป็นมากองทัพภาคที่ 3 บทบาทภารกิจของกองทัพไทย พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในการปฏิบัติราชการสนาม, ประวัติศาสตร์เมืองพิษณุโลกและพระราชวังจันทน์ และ พระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตลอดจนบูรพพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ที่ทรงมีคุณูปปราการ ต่อแผ่นดินไทยมาอย่างช้านาน

ทั้งนี้ เพื่อให้ทหารใหม่มีความภาคภูมิใจในวีรกรรมบรรพชน เข้าใจหลักการเสียสละ ความกล้าหาญ และความจงรักภักดี พร้อมปลูกฝังให้รัก หวงแหน และยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ


นที มีเดช รายงาน

นักท่องเที่ยวคึกคัก !! แห่ชมทุ่งทานตะวันกำลังผลิบาน เหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง

จังหวัดลพบุรี – นักท่องเที่ยวคึกคักแห่ชมทุ่งทานตะวันกำลังผลิบานเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง

ดอกทานตะวัน ที่ไร่จำรัส จ.ลพบุรี ผลิบานเต็มพื้นที่แล้ว พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเช็กอิน ถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ มีฉากหลังเป็นเขาจีนแล-เขาโด่ สวยสะดุดตาวันหยุด เทศกาลวันปีใหม่ไปเที่ยวที่ไหนดี เปิดจุดเช็กอินถ่ายรูปสวย “ทุ่งดอกทานตะวัน” ไร่จำรัส จ.ลพบุรี ที่ขณะนี้เริ่มผลิบานเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง ท่ามกลางลมหนาวพัดผ่านทั้งวัน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเยือน

นักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อน มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ในช่วงวันหยุด และเทศกาลวันปีใหม่ ต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชม ดอกทานตะวันภายในทุ่งทานตะวัน ไร่จำรัสใน จ.ลพบุรี ที่กำลังออกดอก ชูช่อรอรับแสงแดดยามเช้า ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติกลางหุบเขาจีนแล หรือเขาโด่ บ้านหนองขาม ต.นิคมสร้างตนเอง ลพบุรี เรียกได้ว่าเป็นทุ่งทานตะวันยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่เฝ้ารอถ่ายรูปคู่กับดอกทานตะวันทุกปีทุ่งทานตะวันแห่งนี้ถือเป็นทุ่งทาน ตะวันที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย มีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอย่างมากมายท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ โลเคชั่นฉากหลังทานตะวันเป็นรูปเขาโด่ และทิวเขาเรียงรายลดหลั่น ที่แปลก สวยสะดุดตาไม่เหมือนใคร

สำหรับ ทุ่งทานตะวัน ไร่จำรัส ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 7 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมืองลพบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 160 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองลพบุรี ประมาณ 14 กิโลเมตร มีพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งทุ่งทานตะวันแห่งนี้จะอยู่ใกล้ๆ กับสถานที่ท่องเที่ยว วัดเวฬุวัน (วัดเขาจีนแล) ซึ่งมีพระพุทธรูปใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา และอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ วังนารายณ์ราชนิเวศน์ และศาลพระกาฬ

ทุ่งทานตะวันแห่งนี้ถือเป็นทุ่งทานตะวันที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย มีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอย่างมากมายท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ โลเคชั่นฉากหลังทานตะวันเป็นรูปเขาจีนแล(เขาโด่) และทิวเขาเรียงรายลดหลั่น ที่แปลกไม่เหมือนใคร ในปีนี้เจ้าของไร่ได้ จัดเตรียมสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมีมุมให้นักท่องเที่ยวได้เลือกถ่ายภาพสวยงามได้หลายมุม อีกทั้งสร้างหอคอยมุมสูงให้เห็นทุ่งทานตะวันรอบรอบตัว ซึ่งทานตะวันแปลงนี้จะเบ่งบานไปจนถึงวีนที่ 17-18 ธ.ค.

ทานตะวันจังหวัดลพบุรี นอกจากจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรเลือกปลูกเสริมแล้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำเงินให้กับเกษตรกรได้อย่างมาก โดยดอกทานตะวันนอกจากจะนำไปสกัดน้ำมันทำอาหาร อบแห้งเป็นอาหารทานเล่น นอกจากนี้ยังนำไปทำอาหารสัตว์ ดอกสามารถนำมาจัดดอกไม้ภายในงานพิธีต่างๆ ได้อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

รู้จัก “แม่ทัพเติ่ง” พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน

รู้จัก “แม่ทัพเติ่ง” พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน

“แม่ทัพเติ่ง” เป็นนักรบลูกอีสานขนานแท้ เกิดที่ บ้านยางกู่ ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ศิษย์เก่าโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย รุ่นที่ 74 ต่อมาเข้าศึกษาเตรียมทหาร รุ่นที่ 26
และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ (ผบ.ทบ.) และ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และ ที่ปรึกษา ผบ.ทบ. ในปัจจุบัน

เส้นทางชีวิตราชการก้าวมาอย่างมั่นคง
จากผู้หมวดเล็ก ๆ ที่ค่ายชายแดน → ผู้บังคับกองร้อย → ผู้พัน → ผบ.ร.16 ยโสธร จนถึงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ก่อนขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 2 และในที่สุด… 1 ตุลาคม 2568 ขึ้นสู่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 อย่างสมบูรณ์

จากลูกชาวนาเมืองร้อยเอ็ด สู่ขุนศึกใหญ่แห่งแดนอีสานใต้ ชายแดนไทย–กัมพูชา จึงอยู่ในมือของนักรบที่ทั้งรู้พื้นที่ รู้คน และซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน

หลังถูก “ด้อยค่า” “ขนาดลวดหนามยังรักษาไม่ได้จะรักษาประเทศชาติได้อย่างไร” วันนี้ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เรียกศักดิ์ศรี “แม่ทัพ” กลับมาอย่างสมบูรณ์แบบ
ที่ยอมอดทน อดกลั้น ไม่หวั่นไหวต่อคำด่า คำเสียดสี ทั้งหมดทั้งมวล ก็เพราะ “รอเวลา” เวลาที่ “ฮุน เซน” พลาด! เปิดก่อนใน วันที่ 7 ธันวาคม เพราะคิดว่าไทยไม่กล้า จึงขอความเห็นชอบที่จะตอบโต้เต็มรูปแบบกับกัมพูชา

เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ผบ.ทบ.และ ผบ.เหล่าทัพไฟเขียว การตอบโต้จึงเกิดขึ้นอย่างรุนแรง สาสม! จะทำให้จบและสั่งสอนกัมพูชาให้เข็ดหลาบไปตลอดชีวิต

เปิดภาพ “แม่ทัพเติ่ง” บัญชาการรบ สั่งยกระดับใช้กำลัง ลั่นไทยต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป

โดยเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568 พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ร่วมบัญชาการการรบในวอร์รูมอย่างใกล้ชิด ภายหลังเหตุปะทะระหว่างกองกำลังฝ่ายไทยและกัมพูชา
โดยสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เข้าสู่โหมด “รบทุกมิติ” เพื่อเฝ้าระวังและปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และมีคำสั่งชัดเจนว่า ให้ดำเนินการตอบโต้ภายใต้กรอบยุทธวิธีอย่างเป็นระบบ มุ่งปกป้องแผ่นดินไทย ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

“แผ่นดินไทยนี้ต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป ไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเล มีเพียงหน้าที่ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ


ช่วงหยุดยาววันพ่อ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองเทศบาลเมืองน่านรับนักท่องเที่ยวแน่นขนัดเงินสะพัดเกือบ 10 ล้านบาท

น่าน – ช่วงวันหยุดยาววันพ่อ 5 – 7 ธ.ค.68 ห้องรับแขกเทศบาลเมืองน่าน เปิดถนนคนเดินกาดข่วงเมืองและลานขันโตกเทศบาลเมืองน่านสุดชิลล์ ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยทั่วทุกภาคและชาวต่างชาติรับลมหนาวแน่นขนัด ที่พักเต็มหมดอากาศเย็นสบาย ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดเกือบ 10 ล้านบาท เป็นจำนวนมาก เป็นโอกาสดีสำหรับพ่อค้าแม่ขาย และสร้างสีสันให้กับเมืองน่าน.เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ออกมาถ่ายภาพ ที่ซุ้ม (อุโมงค์) ลีลาวดี สัมผัสเสน่ห์น่านยามค่ำคืน กับไฟประดับหลากสี ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 เทศบาลเมืองน่าน โดย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่านพร้อมผู้บริหาร ร่วมกับ กลุ่ม อปพร.เทศบาลเมืองน่าน เปิดห้องรับแขกเทศบาลเมืองน่าน จัด “ถนนคนเดิน กาดข่วงเมืองน่านและลานขันโตก” ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว วันพ่อ 5 ธันวาคม 2568 วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันพ่อแห่งชาติ วันชาติไทยและวันดินโลก ระหว่าง 5 – 7 ธ.ค.68 กาดข่วงเมืองน่าน มีทั้งของกิน ของฝาก เสื้อผ้าพื้นเมือง และการแสดงวัฒนธรรมดนตรีสด มีขันโตกให้ทาน และเป็นแหล่งรวมสินค้า OTOP ของจังหวัดน่าน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น ถนนคนเดินข่วงเมืองน่านถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตของชาวเมืองน่านอย่างแท้จริง

ถนนคนเดินนี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง และสวนสาธารณะศรีเมืองที่ปรับปรุงใหม่ เหลือแต่ รูปปั้นมังกรและพญานาค บริเวณป้ายสวนสาธารณะศรีเมือง เพื่อร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ และร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่ปี พ.ศ.2568 เป็นวาระ ครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างประเทศ ไทย กับ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประโยชน์สาธารณะ สร้างความสวยงาม รวมถึงเป็นแหล่งเรียบรู้ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้รับบริการที่สะดวกสบาย มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อร่วมขับเคลื่อนเมืองน่านสู่การเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO น่านได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทย ในการยื่นใบสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งทานอาหารเย็น และเดินออกกำลังกายย่อยอาหาร ได้ร่วมกิจกรรม “ดนตรีในสวน ณ สวนศรีเมือง” เพื่อส่งเสริมการพักผ่อนและสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว ในช่วงเย็นของวันสุดสัปดาห์ “ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์” “มติใหม่อีกรูปแบบ”

“ถนนคนเดิน กาดข่วงเมืองน่านและลานขันโตก” นักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารมานั่งรับประทานที่ลานหน้าวัดภูมินทร์และข่วงเล็กศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน โดยมีบริการที่นั่งแบบขันโตก ให้บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ ปกติโดยจัดเป็นประจำทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 17.00-22.00 น. บนถนนผากอง (ข้างวัดภูมินทร์)
ก่อนจะเดินชมถนนคนเดิน ซื้อของที่ระลึก และอาหารไปนั่งรับทาน ณ ลานขันโตก ฟังเพลง “เข้าไปไหว้พระขอพรพระประธาน 4 องค์:นั่งหันหลังชนกัน (เรียกว่า พระประธานจตุรทิศ) มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ ประทับบนฐานเดียวกันหันพระพักตร์ไป 4 ทิศ สื่อถึงพระพุทธเจ้าที่เสด็จมาแล้ว คือ พระกกุสันธพุทธเจ้า, พระโกนาคมนพุทธเจ้า, พระกัสสปพุทธเจ้า และพระโคตมพุทธเจ้า ที่ได้มาประกาศพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ในภัทรกัป และพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา). สร้างจากปูนปั้นลงรักปิดทอง รูปแบบศิลปะสมัยล้านนา สกุลช่างเมืองน่าน แต่ละองค์มีขนาดหน้าตักกว้าง 2 เมตร 70 เซนติเมตร ใน ช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา วัดภูมินทร์ มีการบูรณะพระประธานจัตุรมุข หลังเหตุแผ่นดินไหวหลายครั้งและความชื้น พระประธาน 4 องค์) กำลังอยู่ในช่วง “บ่มพื้นรัก” เพื่อเตรียม “ปิดทอง” ซึ่งเป็นงานบูรณะศิลปะล้านนา โดยพระพุทธรูปนี้จะถูกลงรักสีดำจากต้นรักก่อน เมื่อรักแห้งแล้วจึงจะปิดทองคำเปลว ซึ่งนักท่องเที่ยว ได้เข้าวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน เพื่อไหว้พระขอพร และชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน” หรือ “กระซิบรักบันลือโลก” อันโด่งดัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่าน โดยเฉพาะคู่รักที่นิยมไปขอพรให้รักสมหวังและยืนยาว โดยต้องลอดซุ้มพญานาคคู่ขวัญหน้าอุโบสถก่อน แล้วค่อยไปกระซิบคำรักกับคนรักตรงหน้าภาพปู่ม่านย่าม่านในอุโบสถ ลานขันโตกข่วงเมืองน่าน หน้าวัดภูมินทร์ เน้นอาหารพื้นเมือง สินค้า OTOP และการจัดการสิ่งแวดล้อม (ปลอดโฟม 100%) มีการแสดงดนตรี ทั้งลานข่วงเมืองหน้าวัดภูมินทร์ และข่วงเล็กวัฒนธรรม สร้างสีสัน

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปีม้าทอง เทศบาลเมืองน่านเตรียมจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ ปีใหม่ 2569 ปีม้าทอง อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการขยายเวลาเปิด “ถนนคนเดิน กาดข่วงเมืองน่าน” เป็น 10 วันต่อเนื่อง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าจะมีผู้คนหลั่งไหลมาเยอะมากจนที่พักอาจไม่พอ จึงแนะนำให้นักท่องเที่ยวเตรียมเต็นท์มาด้วย เทศบาลเมืองน่านพร้อมทั้งขยายพื้นที่และกิจกรรมเสริม บรรยากาศคึกคัก จัดกิจกรรม COUNTDOWN 2026 เทศกาลเคาท์ดาวน์ “นันทบุรี 2569” & ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน เทศบาลเมืองน่านจัด “ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน” ฉลองปีใหม่ 2569 (เทศกาลนันทบุรี 2569) ขยายเวลาเป็น 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 บริเวณสี่แยกข่วงเมือง-สามแยกถนนจัทรประโชติ เยื้องหน้าวัดภูมินทร์ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่านปกติจะเปิดเฉพาะ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ แต่ช่วงปีใหม่จะขยายเวลาเป็นพิเศษ. 10 วัน ขอเชิญนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองน่าน ร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จังหวัดน่าน

นักท่องเที่ยวจะได้ชมพลุ” งานเทศกาล “น่านThe Legacy of love ศรีนคราฟื้นฟ้า สิเนหาสถิตในแผ่นดิน ถิ่นแห่งพระมหากรุณาธิคุณนิรันดร์” เพื่อประกอบการแสดงโดรนเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจแห่งความรัก ความศรัทธา และความงดงามของเมืองน่าน สร้างชื่อเสียง เศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นครั้งแรกที่มีการจุดพลุและการแสดงโดรนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN