พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในการพระราชพิธีสงกรานต์ พุทธศักราช 2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในการพระราชพิธีสงกรานต์ พุทธศักราช 2568

วันนี้ 15 เมษายน 2568 เวลา 09.03 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลราชกุมาร ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในการพระราชพิธีสงกรานต์ ณ หอพระสุราลัยพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ หอพระธาตุมณ เฑียร และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงหอพระสุราลัยพิมาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่ายสรงพระพุทธรูปสำคัญต่าง ๆ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ และทรงสรงพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระสยามเทวาธิราช ทรงกราบ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังหอพระธาตุมณเฑียร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศถวายราชสักการะ ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ ทรงสรงน้ำพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ ทั่วทุกพระโกศ ทรงกราบที่พระแท่นหน้าเครื่องราชสักการะ เสร็จแล้ว

เสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำ พระชนมวาร รัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ จากนั้น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีลและถวายพรพระ จบแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียน ที่พนมข้าวบิณฑ์หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนปิ่นโตภัตตาหารแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะ ปิ่นโตภัตตาหารนอกนั้น

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทรงประเคน และประเคนแด่พระสงฆ์จนครบ 77 รูป ตามลำดับ เสร็จแล้ว เจ้าพนักงานเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ และพระโกศพระอัฐิ ออกประดิษฐานบนพระราชบัลลังก์ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และบนพระที่นั่งกง พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่น พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ

แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าคู่ถวายพระสงฆ์ จำนวน ๔ เที่ยว เที่ยวละ 18 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบพระบรมอัฐิ และพระอัฐิที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จพระราชดำเนินออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ


ตม.นครพนม รวบหนุ่มต่างด้าวหนีหมายจับ.. คาด่าน

ตม.นครพนม รวบคาด่านหนุ่มต่างด้าวหนีหมายจับยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติชาวเวียดนาม อ้างสามารถพาทำงานในไทยได้

วันที่ 16 เม.ย.68 เวลา 14.30 น.พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) แถลงการจับกุมหนุ่มใหญ่ชาวเวียดนาม MR.NGUYEN หรือ นายเหงียน สัญชาติเวียดนาม อายุ 47 ปี ได้เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 เม.ย.เวลา 07.00 น. ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน)

ภายใต้นโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 มอบนโยบายให้ตรวจสอบพฤติกรรมกลุ่มคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุหรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรร ผกก.ตม.จว.นครพนม, พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.จว.นครพรม และ พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม

พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย ผ่านกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งข้อมูลผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม MR.NGUYEN หรือ นายเหงียน สัญชาติเวียดนาม อายุ 47 ปี ซึ่งมีหมายจับของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และมีหมายแดง INTERPOL หรือ ตำรวจสากล (RED NOTICE) แล้วได้หลบหนีมาอยู่ในราชอาณาจักรไทย พบว่า MR. NGUYEN หรือ นายเหงียน สัญชาติเวียดนาม อายุ 47 ปี พบว่าใช้เอกสารหนังสือเดินทาง (Passport) มีวีซ่าแรงงาน(NON-LA) ในการยื่นแสดงตัวเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยัง สปป.ลาว เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 12(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยมีการประสานจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นบุคคลต้องการตัวของตำรวจอำเภอทัญเจือง จังหวัดเหงะอาน และ มีประกาศของตำรวจสากลต้องการตัว ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงได้ทำการเพิกถอนวีซ่าของผู้ต้องหาไปตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2568 ส่งผลให้ผู้ต้องหาไม่มีสิทธิ์อยู่ในราชอาณาจักรไทยและเจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนติดตามจับกุมตัวจนพบผู้ต้องหาได้พยายามที่เดินทางออกไป สปป.ลาว ผ่านทางจังหวัดนครพนม

พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม กล่าวเพิ่มเติมว่า นายเหงียน มีข้อหาในการกระทำความผิด คือการยักยอกทรัพย์โดยการฉ้อโกง ซึ่งผู้ต้องหาได้ล่อลวงคนว่างงานสัญชาติเดียวกันมาทำงานในไทย มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อตามหมายมากกว่า 11 ราย พฤติกรรมการกระทำผิดของ MR.NGUYEN หรือ นายเหงียน ได้ล่อลวงเพื่อนร่วมชาติเวียดนามว่าตัวเขาสามารถหางานถูกกฎหมายในประเทศไทยได้ โดยอ้างจะได้ค่าแรงไม่น้อยกว่า 2.5 ล้านดองต่อเดือน เป็นเงินไทยราวสามพันกว่าบาท แต่ต้องเสียค่าดำเนินการเอกสารเป็นเงิน 9 ล้านดองต่อคนหรือราวหมื่นกว่าบาทไทย ผู้เสียหาย 11 ราย ที่ถูกล่อลวงมาได้สิทธิ์ตามวีซ่าเป็นเพียงนักท่องเที่ยว ได้ถูกจับกุมในไทยเนื่องจากทำงานผิดกฎหมายและถูกเนรเทศกลับไปเวียดนาม เป็นเหตุให้ทางการเวียดนามต้องการตัวกลับไปดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา ข้อหา “เป็นคนต่างด้าว (เวียดนาม) อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร” นำส่งต่อกองบังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน รายงาน

หนุ่มใหญ่กับเพื่อนชวนกันไปเก็บรังผึ้ง โดนผึ้งรุมต่อยร่วงตกต้นไม้เสียชีวิต

ลำปาง – หนุ่มใหญ่กับเพื่อนชวนกันไปเก็บรังผึ้ง โดนผึ้งรุมต่อยร่วงตกต้นไม้เสียชีวิต

วันพุธที่ 16 เมษายน 2568 เวลา 13:40 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบตามรับแจ้งมีคนตกต้นไม้เสียชีวิตในบริเวณบ่อพักขยะของเทศบาลนครลำปาง บริเวณด้านหลังของสุสานร่องสามดวง ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง

ที่เกิดเหตุ สมาคมกู้ภัยลำปางได้ออกตรวจสอบ พร้อมด้วยร้อยเวร สภ.เมืองลำปาง และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลลำปาง พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย1ราย อยู่บริเวณใต้ต้นไม้ บนต้นไม้ยังพบกลุ่มผึ้งหลวงเกาะกลุ่มกันอยู่ด้านบนของต้นไม้ และพบรังผึ้งจำนวนหนึ่งตกอยู่บนพื้นห่างจากร่างของผู้เสียชีวิตประมาณ 2 เมตร พบมีดและคบไฟที่ใช้ไล่ผึ้งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกับเจ้าหน้าที่แพทย์เวรและร้อยเวร สภ.ลำปาง ร่วมตรวจสอบร่างกายผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นายประยูร วงค์คำลือ อาศัยอยู่บ้านเลขที่235 หมู่ที่4 ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง จากการตรวจสอบพบร่องรอยการถูกผึ้งต่อยตามร่างกายหลายจุด และมีเหล็กในของผึ้งติดอยู่ตามผิวหนังของผู้เสียชีวิต

สอบถามจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า ได้ชวนกันมาเก็บรังผึ้งในพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ผู้เสียชีวิตได้ขึ้นไปเก็บรังผึ้งบนต้นไม้ ทางเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้ไล่สุนัขที่เห่าอยู่อีกจุดไม่ไกลกันเท่าไหร่ ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายสิ่งของร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง จึงได้ตามหาผู้เสียชีวิต พบเห็นผู้เสียชีวิตนอนอยู่ใต้ต้นไม้พบเห็นว่าผู้เสียชีวิตแน่นิ่งไป จึงไปขอความช่วยเหลือจากคนแถวนั้นและได้โทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือ จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาตรวจสอบพบว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว


ศรัญญู วังกาวี ผู้สื่อข่าวลำปาง รายงาน

ศอ.จอส.ภัยพิบัติภาค 3 ติดตามสถานการณ์พายุฤดูร้อนและน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 ติดตามสถานการณ์พายุฤดูร้อนและน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 ติดตามสถานการณ์พายุฤดูร้อนและน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดย เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 เวลา 08.30 น. นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มอบหมายให้ นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย นางพิชญาภา วิไลศิลป์ นายกกิ่งกาชาดอำเภอศรีสัชนาลัย และเครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชนจังหวัดสุโขทัย ลงพื้นที่สำรวจความเสียของบ้านเรือนที่ได้รับกระทบจากฝนตกหนักเมื่อคืนวันที่ 14 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 00.30 น. ส่งผลให้น้ำขังบ้านเรือนรอการระบายในพื้นที่ หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 8 ตำบลท่าชัย รวมทั้งพื้นที่การเกษตร และสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหาย ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจ พร้อมนี้นายอำเภอศรีสัชนาลัย และนายกกิ่งกาชาดอำเภอศรีสัชนาลัย ได้มอบถุงยังชีพของกิ่งกาชาดอำเภอศรีสัชนาลัย ให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัย พร้อมทั้งให้กำลังใจ และมอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงอำเภอศรีสัชนาลัย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอศรีสัชนาลัยที่ 6 กำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลท่าชัย ช่วยเหลือประชาชนที่รับความเดือดร้อน และได้ประสานทางเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย เร่งสูบน้ำเพื่อระบายน้ำขังเพื่อให้บ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ณ บ้านท่าชัย หมู่ที่ 4 และบ้านหมอนสูง หมู่ที่ 8 ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย

ต่อมา เวลา 11.00 น. นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มอบหมายให้ นายคณิตธวัช บำรุงรัตน์ นายอำเภอบ้านด่านลานหอย พร้อมด้วย นางสุภาภรณ์ บำรุงรัตน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยอำเภอบ้านด่านลานหอย, นายสราวุธ ประดิษฐ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน และเครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชนจังหวัดสุโขทัย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของราษฎร เนื่องจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ต่อเนื่องตลอดทั้งคืน โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจำนวน 4 ตำบล 9 หมู่บ้าน ราษฎร 81 ครัวเรือน ได้แก่

1) ตำบลตลิ่งชัน หมู่ที่ 4, 6, 9 ได้รับผลกระทบ จำนวน 28 ครัวเรือน
2) ตำบลวังน้ำขาว หมู่ที่ 5, 9, 16, 17 ได้รับผลกระทบ 47 ครัวเรือน
3) ตำบลลานหอย หมู่ที่ 1 จำนวน 2 ครัวเรือน
4) ตำบลวังตะคร้อ หมู่ที่ 3 จำนวน 4 ครัวเรือน

ทั้งนี้ อำเภอบ้านด่านลานหอย ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสาภาคประชาชน ได้เร่งให้ความช่วยเหลือในการเร่งระบายน้ำ บรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น ช่วยฟื้นฟูสภาพที่อยู่อาศัย และสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป คาดการณ์ว่าหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติในช่วงเย็นวันนี้

และ เวลา 11.30 น. นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มอบหมายให้ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยเครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชน ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก โดยมี ผู้แทนนายอำเภอสวรรคโลก หัวหน้าส่วนราชการ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลย่านยาว ร่วมลงพื้นที่ติดตามในครั้งนี้ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้นายกองค์การบริหารส่วนตําบลย่านยาวระดมเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำทยอยลดลงอย่างต่อเนื่องและให้เฝ้าระวังและติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด


กกล.ผาเมือง/กอ.รมน.ภาค.3 สย.2 จัดพิธีประดับยศให้แก่กำลังพล, มอบเครื่องแต่งกาย และสรงน้ำพระตามประเพณีสงกราน ประจำปี 2568

กกล.ผาเมือง/กอ.รมน.ภาค.3 สย.2 จัดพิธีประดับยศให้แก่กำลังพล,มอบเครื่องแต่งกาย และ สรงน้ำพระตามประเพณีสงกราน ประจำปี 2568 สุขสันต์วันพญาวัน เนื่องในประเพณีปี๋ใหม่เมือง ณ บก.กกล.ผาเมือง/กอ.รมน.ภาค.3 สย.2

วันอังคารที่ 15 เม.ย. 68 เวลา 0830 พล.ต.กิดากร จันทรา ผบ.กกล.ผาเมือง/ผอ.รมน.ภาค.3 สย.2 พร้อมด้วยคณะ ผู้บังคับบัญชา, ฝสธ. และ กำลังพล น. ส. ภายใน บก.กกล.ผาเมือง/กอ.รมน.ภาค.3 สย.2 จัดพิธีประดับยศให้แก่กำลังพลที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้นและให้โอวาทเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน

พร้อมทั้งมอบเครื่องแต่งกายให้กับกำลังพลที่ปฎิบัติงาน ใน บก.กกล.ผาเมือง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฎิบัติงาน และได้จัดพิธีสรงน้ำพระ รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายใน บก.กกล.ผาเมือง เพื่อขอขมาและขอพรเนื่องในประเพณีสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการสืบสานรักษาวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ หมายรวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บังคับบัญชากับกำลังพล รวมทั้ง การจัดอาหารพิเศษเลี้ยงกำลังพล ณ บก.กกล.ผาเมือง ต.ช้างเผือก อ.เมือง จว.ช.ม.


รองผอ.รมน.จ.ลำพูน(ฝ่ายทหาร) ติดตามสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 วันที่ 4

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูน(ฝ่ายทหาร) ติดตามสถาน การณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 วันที่ 4 กำชับให้ระมัด ระวังการขับขี่ช่วงพายุฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ และเฝ้าระวังความปลอด ภัยทุกด้านในเทศกาลสงกรานต์อำเภอป่าซางที่จัดขึ้นในวันนี้

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน พันเอก ยุทธพงษ์ กลันทะกะสุวรรณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูน(ฝ่ายทหาร) เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 จังหวัดลำพูน นายอำเภอ ทั้ง 8 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงานและติดตามสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุ และพิจารณาแก้ไขปัญที่เกิดขึ้นในแต่ละวันอย่างทันท่วงที

โดยสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ของจังหวัดลำพูน ประจำวันที่ 14 เมษายน 2568 เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 4 ครั้ง (อำเภอลี้ จำนวน 1 ครั้ง อำเภอป่าซาง 1 ครั้ง อำเภอบ้านโฮ่ง 1 ครั้ง อำเภอแม่ทา 1 ครั้ง ) มีผู้บาดเจ็บจำนวน 4 ราย (ชาย 3 คน หญิง 1 คน) รวมสะสม 4 วัน (11-14 เมษายน 2568) เกิดอุบัติเหตุทางถนน 24 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 31 คน ผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดลำพูน ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว โดยในช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 โดยการบังคับใช้กฎหมายตาม “มาตรการ 10 ข้อหาหลัก” อย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ (Zoning) สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุและอุบัติภัยต่างๆ รวมถึงในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน ยังคงเพิ่มความเข้มข้น “ด่านชุมชน” “ด่านครอบครัว” เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจตรา และป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ โดยเน้นการให้คำแนะนำและตักเตือนก่อนเกิดเหตุอันตราย อาทิ การดื่มแล้วขับ การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย การขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีสภาพไม่ปลอดภัย การบรรทุกท้ายกระบะที่ไม่ปลอดภัย การขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น รวมถึงการตรวจสอบความพร้อมสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมดูแลสถานบริการ และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงเวลาห้ามจำหน่าย การจำหน่ายให้กับบุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี และการส่งเสริมพฤติกรรมเสี่ยงในสถานบริการ มีการลงพื้นที่สำรวจจุดเสี่ยง จุดเกิดเหตุซ้ำซาก ทางร่วมทางแยกและจุดกลับรถ มีการปรับปรุงและแก้ไขสภาพทางกายภาพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงปรับปรุงเครื่องหมายและเส้นจราจรให้มีความชัดเจน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้เส้นทางสัญจรของประชาชน รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ ขอให้ผู้ขับขี่ประเมินความพร้อมของสภาพร่างกายก่อนขับรถ หากรู้สึกอ่อนเพลีย ง่วง หรือไม่พร้อม ควรหยุดพักหรือหลีกเลี่ยงการขับขี่ ขณะเดียวกันขอให้ผู้โดยสารช่วยกันสังเกต หากพบว่าผู้ขับขี่ไม่อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ควรตักเตือนและให้หยุดพักหรือเปลี่ยนผู้ขับขี่ทันที

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างวันที่ 15 – 17 เมษายน 2568 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนบริเวณภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ให้จังหวัดกำกับดูแลและแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากทัศนวิสัยอาจไม่ดี พื้นถนนลื่นและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงพิจารณาติดตั้งสัญญานเตือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเฝ้าระวังความปลอดภัยทุกด้านในงานเทศกาลสงกรานต์อำเภอป่าซางที่จัดขึ้นในวันนี้


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก สรุปผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน ประจำปี 2568

กองทัพบกสรุปผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน ประจำปี 2568 ยอดสมัครใจเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการสูงกว่าร้อยละ 57 สะท้อนความตระหนักในหน้าที่และความสนใจสู่อาชีพทหารในอนาคต

กองทัพบกได้ดำเนินการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 1–12 เมษายน 2568 (เว้นวันที่ 6 เมษายน) โดยภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะจากทหารกองเกินที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะชายไทย ด้วยความพร้อมเพรียงและมีวินัย

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน พร้อมสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับลงพื้นที่กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดตั้งกองอำนวยการประสานงาน เพื่อให้คำแนะนำและสนับสนุนการดำเนินงานในทุกพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดระบบบริการพิเศษ (FAST LANE) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทหารกองเกินที่มีความจำเป็น อาทิ ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย ผู้ถือบัตรประจำตัวผู้พิการ ผู้สมัครใจร้องขอ หรือผู้ที่ยื่นคำขอผ่อนผัน ครอบคลุมทุกขั้นตอนการดำเนินงาน พร้อมทั้งจัดตั้งจุดประชาสัมพันธ์ ณ สถานที่ตรวจเลือก เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของทหารกองประจำการอย่างครบถ้วน อันเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการตรวจเลือกและการฝึกทหารใหม่

สำหรับสถิติการตรวจเลือกทหารในปี 2568 ทั่วประเทศมีทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือกจำนวน 429,175 คน ในส่วนของกองทัพบก มียอดความต้องการทหารกองประจำการจำนวน 68,166 นาย โดยมีผู้สมัครใจเข้ารับราชการจำนวน 19,981 นาย เมื่อรวมกับจำนวนทหารกองประจำการที่เลื่อนการปลดประจำการจำนวน 5,207 นาย และผู้สมัครผ่านระบบออนไลน์อีก 14,201 นาย ทำให้มียอดสมัครใจเข้าประจำการรวมทั้งสิ้น 39,389 นาย คิดเป็นร้อยละ 57.78 ของยอดความต้องการ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความตระหนักในบทบาทหน้าที่ การมีส่วนร่วมในการปกป้องประเทศชาติ และความสนใจของชายไทยในการพัฒนาตนเองต่อยอดสู่อาชีพทหารในอนาคต

กองทัพบกขอขอบคุณทหารกองเกินทุกคนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ชายไทยอย่างสมบูรณ์ ด้วยความสมัครใจและมีวินัยในการเข้ารับการตรวจเลือก พร้อมขอให้เชื่อมั่นว่าทหารกองประจำการทุกนายจะได้รับการฝึกอบรมและการดูแลตามมาตรฐานอย่างเข้มข้น ปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีในฐานะทหารของชาติ


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ จุดบริการประชาชน ห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และจิตอาสา ดูแลประชาชนวันหยุดยาว

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ จุดบริการประชาชน ห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และจิตอาสา ดูแลประชาชนวันหยุดยาว

วันอังคารที่ 15 เมษายน 2568 เวลา 13.00 น. พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เดินทางมาตรวจเยี่ยมจุดอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และบริการประชาชน ห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ณ จุดบริการประชาชนทางหลวงเมืองพะเยา อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา

โดยมีพลตำรวจตรี พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา, รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ผู้กำกับการ หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดพะเยา จิตอาสาพระราชทาน และหน่วยงานบูรณาการร่วม ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจเหตุการณ์ทั่วไปปกติ จึงได้กำชับการปฎิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และ ตำรวจ และข้อห่วงใย ของ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบการแต่งกาย อุปกรณ์ และเครื่องมือ ของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจให้มีความพร้อมปฏิบัติ ทั้งนี้ ได้มอบเงินสนับสนุนการทำงาน รวมทั้งสิ่งของบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ในการปฎิบัติหน้าที่ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ศอ.ปกป.ภาค 3 (ทภ.3) ร่วมกับ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรสนับสนุนอากาศยาน ปฏิบัติภารกิจบรรเทาหมอกควันและสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

วันที่ 15 เมษายน 2568 เวลา 10.15-15.08 น. ศอ.ปกป.ภาค 3 (ทภ.3) ร่วมกับ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยหน่วยดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแพร่ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุดรธานี สนับสนุนอากาศยาน ปฏิบัติภารกิจบรรเทาหมอกควันและสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ให้กับ ศอ.ปกป.ภาค 3 ในพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) บริเวณพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พื้นที่ภาคเหนือตอนบน (จ.เชียงใหม่ จ.พะเยา จ.เชียงราย จ.ลำปาง) พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง (จ.เพชรบูรณ์ จ.ตาก และ จ.กำแพงเพชร) และ พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนกิ่วลม เขื่อนแม่กวงอุดมธารา และเขื่อนแม่มอก

โดยใช้เครื่องบินเกษตร CASA จำนวน 7 ลำ (รวม 11 เที่ยวบิน) โดยมีการปฏิบัติ

  • ปฏิบัติการบินที่ 1 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 700 กก. และสูตร 6 จำนวน 300 กก. ความสูง 7,500 ฟุต บริเวณ อ.เถิน จ.ลำปาง
  • ปฏิบัติการบินที่ 2 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 1,000 กก. ความสูง 8,500 ฟุต บริเวณ อ.แม่ออน – อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
  • ปฏิบัติการบินที่ 3 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 1,000 กก. ความสูง 8,000 ฟุต บริเวณ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา – อ.พาน จ.เชียงราย
  • ปฏิบัติการบินที่ 4 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 1,000 กก. ความสูง 7,500 ฟุต บริเวณ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ – อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง
  • ปฏิบัติการบินที่ 5 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 1,000 กก. ความสูง 8,000 ฟุต บริเวณ อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร – อ.เมืองตาก จ.ตาก
  • ปฏิบัติการบินที่ 6 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 1,000 กก. ความสูง 7,000 ฟุต บริเวณ อ.น้ำหนาว – อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
  • ปฏิบัติการบินที่ 7 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 1,000 กก. ความสูง 7,500 ฟุต บริเวณ อ.หนองไผ่ – อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์
  • ปฏิบัติการบินที่ 8 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 500 กก. และสูตร 4 จำนวน 500 กก. ความสูง 8,000/7,000 ฟุต บริเวณ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
  • ปฏิบัติการบินที่ 9 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 2 ลำ รวม 2 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 1,000 กก. และสูตร 4 จำนวน 1,000 กก. ความสูง 8,500/7,500 ฟุต บริเวณ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง
  • ปฏิบัติการบินที่ 10 โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ รวม 1 เที่ยวบิน โดยสารฝนหลวงสูตร 1(4/2) จำนวน 500 กก. และสูตร 6 จำนวน 500 กก. ความสูง 8,000 ฟุต บริเวณ อ.เถิน จ.ลำปาง

ผลปฏิบัติการ : พบว่าค่า PM2.5 ในสถานีเป้าหมายมีแนวโน้มทรงตัว


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังนเรศวร บูรณาการร่วมตั้งจุดบริการประชาชนห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ในพื้นที่จ.ตาก และจ.แม่ฮ่องสอน

กองกำลังนเรศวร บูรณาการร่วมกับ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชน หน่วยทหาร ตั้งจุดบริการประชาชนห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู เดินทางตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2568 เพื่อมอบสิ่งของเป็นขวัญกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามจุดบริการประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ณ จุดบริการประชาชน บ.ห้วยหินฝน ต.แม่ปะ, จุดบริการประชาชน บ.ห้วยยะอุ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด, จุดบริการประชาชน บ.ห้วยนกแล ต.ช่องแคบ อ.พบพระ และจุดบริการประชาชน บ.พะละ ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ต่อมา หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 303 กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ ผู้นำชุมชน อาสาสมัครรักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และอาสาสมัครกิจการพลเรือนวังตะเคียน อำนวยความสะดวกจุดบริการประชาชน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 เพื่อให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงสงกรานต์ระมัดระวังในการขับขี่ และเคารพกฎจราจรเพื่อป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนให้มากที่สุด บริเวณ จุดบริการประชาชน บ.วังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

ขณะที่ กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย หน่วยเฉพาะราชมนู, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ,หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 ,ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองกำลังนเรศวร และชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 บูรณาการร่วมกับจังหวัดตาก, ตำรวจภูธรจังหวัดตาก, ปกครองจังหวัดตาก, สาธารณสุขจังหวัดตาก, หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดตาก และประชาชนจิตอาสา ร่วมตั้งจุดบริการประชาชน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่สัญจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ณ บริเวณจุดบริการประชาชน จำนวน 16 จุดบริการ ของ 5 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดตาก

ด้าน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 304 กองกำลังนเรศวร ชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3104 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 ร่วมกับ สภ.แม่ระมาด, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่ระมาดน้อย, ผู้นำหมู่บ้าน, อาสาสมัครกิจการพลเรือนตำบลขะเนจื้อ และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู และคณะฯ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจบ้านพะละ ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

จากนั้น ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ จุดตรวจ/จุดบริการประชาชน บ.ห้วยนกแล ซึ่งเป็นการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ห้วงตั้งแต่ 11 – 17 เม.ย. 68 ทั้งนี้ ได้มอบแนวทางในการปฏิบัติงานตามแผนบูรณาการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมทั้งได้มอบของ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจ/จุดบริการประชาชน บ.ห้วยนกแล ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก

ต่อจากนั้น หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 301 กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ สภ.อุ้มผาง, ฝ่ายปกครอง อ.อุ้มผาง และ ชรบ. อำนวยความสะดวกจุดบริการประชาชน ในการสัญจรเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 (ห้วง 11 – 17 เม.ย. 68) เพื่อป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน บริเวณ ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน บ.กล้อทอ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก

ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ให้การช่วยเหลือประชาชน ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักตกข้างทาง บนทางหลวงหมายเลข 108 อ.แม่สะเรียง – อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน หน่วยจึงได้อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และประสานรถฉุกเฉิน อบต.บ้านกาศ เพื่อนำตัวผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษา ณ รพ.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ต่อไป

และ กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36, ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองกำลังนเรศวร และชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 บูรณาการร่วมกับ จังหวัดแม่ฮ่องสอน, ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอน, สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน, หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และประชาชนจิตอาสา ร่วมตั้งจุดบริการประชาชน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่สัญจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ณ บริเวณจุดบริการประชาชน จำนวน 10 จุดบริการ ของ 7 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน


นที มีเดช รายงาน