“บิ๊กเผือก” ผบช.ทท. ลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยเตรียมความพร้อม ช่วงวันไหลสงกรานต์ 2568

“บิ๊กเผือก” ผบช.ทท. ลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยเตรียมความพร้อม ช่วงวันไหลสงกรานต์2568

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2568 เวลา 17.00 น. : พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ตรวจเยี่ยมความพร้อม ณ พัทยาและบางแสน จ.ชลบุรี ชมการสาธิตโดรนดูแลความปลอดภัย, ประชา สัมพันธ์แอป Thailand Tourist Police และสายด่วน 1155, มอบประกาศณียบัตรแก่ พนง.รปภ. ผู้แจ้งเบาะแสเหตุอนาจารในที่สาธารณะ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการดูแลนักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ตำรวจท่องเที่ยว #ThailandTouristPolice 1155 #สงกรานต์2568 #พัทยา #บางแสน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วัดหัวเวียงใต้ สืบสานประเวณีปี๋ใหม่เมือง ทำบุญตักบาตร ตานเจดีย์ทรายตานตุง เผาเทียนค่าคิง ด้ายสีสายค่าคิง สะเดาะเคราะห์ รับโจคไจยปี๋ใหม่เมือง 2568

น่าน – เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ สุขสะหรี ปี๋ใหม่เมือง 2568 มาหื้อมีโจคไจย-ไปหื้อมีโจคลาภ วัดหัวเวียงหัวเวียงใต้ อายุ 289 ปี สืบสานประเวณีทำบุญตักบาตร ตานเจดีย์ทรายตานตุง ถวายเป็นพุทธบูชา เผาเทียนค่าคิง ด้ายสีสายค่าคิง สะเดาะเคราะห์ให้สิ้นไปกับปี๋เก่า รับโจคไจยปี๋ใหม่เมือง 2568

16 เม.ย. 68 ที่วัดหัวเวียงใต้ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน วันนี้เป็นวันปากปี วันพุธที่ 16 เมษายน ของทุกปี วันที่สี่ของประเวณีปี๋ใหม่เมือง จัดว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในเทศกาลปี๋ใหม่เมือง ถือเป็นวันแรกของปี วันนี้ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ จะมารวมตัวกันเพื่อสืบสานประเวณีทำบุญตักบาตร ตานเจดีย์ทรายตานตุง ถวายเป็นพุทธบูชา เผาเทียนค่าคิง ด้ายสีสายค่าคิง สะเดาะเคราะห์ให้สิ้นไปกับปี๋เก่า รับโจคไจยปี๋ใหม่เมือง 2568 เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ครอบครัว โดยพระครูนิเทศนันทกิจ เจ้าอาวาสวัดหัวเวียงใต้ /เจ้าคณะตำบลผาสิงห์ ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายจักรพันธ์ เทพสุคนธ์ ประธานคณะกรรมการชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ นายสุพจน์ รัตนอนันต์ ไวยาวัจกร วัดหัวเวียงใต้ นายนิคม บริบูรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขต 1 อสม.บ้านหัวเวียงใต้ คณะศรัทธาบ้านหัวเวียงใต้กว่า 100 คน ร่วมพิธี

พิธีเริ่มตั้งแต่เย็นวานนี้วันที่ 15 เม.ย. ซึ่งเป็นวันพญาวัน เยาวชน ผู้สูงอายุบ้านหัวเวียงใต้ เริ่มขนทรายแม่น้ำน่านเข้าวัด มาก่อเจดีย์ทรายเฐานป็นรูปแบบสี่เหลี่ยม จะประดับประดาปักตุงชัยมงคล ตุง 12 ราศี ไม้ค้ำสลี เพื่อเป็นสิริมงคลตามประเพณีปี๋ใหม่เมืองชาวนันทบุรีศรีนครน่านนคร ตลอดทั้งคืน จนถึง รุ่งช้าวันนี้ 16 เม.ย. 06.00 น. มีฝนเทลงมาทำให้มีอากาศเย็นชุ่มฉ่ำ ชาวบ้านหัวเวียงใต้ ร่วมกับวัดหัวเวียงใต้ ทำบุญตักบาตร ตานเจดีย์ทรายตานตุง 12 ราศี ไม้ค้ำสลี และเผาเทียนค่าคิง เผาด้ายสีสายค่าคิงสะเดาะเคราะห์เพื่อ ปิดท้ายงานเทศกาล สงกรานต์ “ปี๋ใหม่เมือง” 2568 ที่เริ่มมาตั้งแต่วัน ที่ 12 เม.ย.68 วัดหัวเวียงใต้จัดพิธีสรงน้ำพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองวัดหัวเวียงใต้ อายุ 110 ปี วันที่ 13 เมษายน 2568 ถือว่าเป็นวันล่องหรือสังขารล่อง มีพิธีส่งเคราะห์ให้ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ทั้ง 4 ค้อบ้าน และจัดพิธี สูมาคารวะรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป 30 คน วันที่ 14 เม.ย.เป็นวันเนา หรือ เน่า ถือว่าไม่ดี วันที่ 15 เม.ย.เป็นวันพญาวัน ส่งเสริมการทำมงคล ไปขนทรายจากลำน้ำน่านเข้าวัด

วันนี้วันพุธที่ 16 เม.ย. เป็นวันปากปี วัดชุมชนจัดพิธี ตานเจดีย์ทราย ตานตุง วันปากปี และเผาเทียนค่าคิง สีสายค่าคิงสะเดาะเคราะห์เพื่อ ปิดท้ายเทศกาลสงกรานต์ตานเจดีย์ทราย ตานตุง และเผาเทียนค่าคิง เผาด้าย สีสายค่าคิง สะเดาะเคราะห์ให้ชุมชน ปิดท้ายเทศกาลสงกรานต์ปี๋ใหม่เมือง ชุมชนบ้านกาดบ้านเก่าหัวเวียงใต้ได้อนุรักษ์สืบทอดประเพณีนี้นี้มาเป็นเวลายาวนานทุกปี

พระครูนิเทศนันทกิจ เจ้าอาวาสวัดหัวเวียงใต้ กล่าวเจริญพรว่า พิธีเผาเทียนค่าคิง ทำจากเทียนขี้ผึ้งมีใส้เป็นด้ายสายสิญจน์ 9 เส้น ความยาวเท่าความสูงของเจ้าของเทียน สีสายค่าคิง ใช้ด้ายสายสิญจน์ 9 เส้น นำมาวัดรอบศีรษะ 1 เส้น วัดความยาวเท่าวาแขนตัวเอง 1 เส้น และความยาวเท่าความสูง 1เส้น นำไปชุบน้ำมันพืชเพื่อให้ติดไฟง่าย ตุงค่าคิงเป็น ธงกระดาษเป็นรูป 1 2นักษัตร ผูกติดไม้ค้ำสะหลี หรือไม้ค้ำโพธิ์ ก้านยาว เท่าคิง คือเจ้าชาตา ไม้ค้ำสะหลี มีง่ามเหมือนไม้ง่ามลูกเสือ ความยาวเท่าเจ้าของชะตาแต่ละคน เพื่อเป็นการ สะเดาะเคราะห์, ปล่อยเคราะห์ ให้มอดไหม้ไปกับเปลวไฟ ทั้งผู้ที่อยู่ในเมืองน่าน และผู้ที่ไปศึกษาต่อ ทำงานต่างจังหวัดมา รับโจคไจยในวันปี๋ใหม่เมือง รับความเป็นสิริมงคล กลับไปหื้อมีโจคลาภ

หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ ญาติโยมที่เอาเสื้อผ้ามาร่วมพิธี ที่นำไปวางไว้ในบริเวณเจดีย์ทราย ก็นำเสื้อผ้าที่มาร่วมพิธีไปสะบัดให้สิ่งอัปมงคลออกจากเจ้าของเสื้อผ้าไว้ที่พระธาตุเจดีย์ สะเดาะเคราะห์ให้สิ้นไปกับปี๋เก่า รับโจคไจยปี๋ใหม่เมือง 2568 นำสิ่งที่เป็นมงคล โชคลาภ ติดเสื้อผ้า “ปิ๊กบ้าน” หมายถึง “กลับบ้าน”

“น้องวิน” นักท่องเที่ยวเดินทางจาก จ.นนทบุรี บอกกับผู้สื่อข่าวเนชั่นว่า มาจังหวัดน่านร่วมเล่นน้ำเทศกาลเทศกาลสงกรานต์ สุขสะหรี ปี๋ใหม่เมือง 2568 ปีนี้ เป็นปีแรกที่ได้มาเที่ยว จังหวัดน่านมีความสุขมาก จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีวัฒนธรรม การเล่นสงกรานต์งดงามมากเลย อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกคนให้มาเที่ยวจังหวัดน่าน จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่ดีมาก


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

ผบ.ตร. ส่งกำลังใจให้ตำรวจดูแลประชาชนช่วงสงกรานต์ พอใจภาพรวมเป็นไปด้วยดี อุบัติเหตุลดลง

ผบ.ตร. ส่งกำลังใจให้ตำรวจดูแลประชาชนช่วงสงกรานต์ พอใจภาพรวมเป็นไปด้วยดี อุบัติเหตุลดลง วันนี้คาดเดินทางกลับสูงสุด กำชับเตรียมช่องทางพิเศษรองรับ โครงการฝากบ้านกว่า 7,500 ราย ยังไร้เหตุ

วันนี้ (16 เมษายน 2568) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกการเดินทางของพี่น้องประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า วันนี้ถือเป็นวันเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครของพี่น้องประชาชน รวมถึงยังมีบางพื้นที่จัดงานสงกรานต์ ซึ่งภาพรวมของมาตรการดูแลความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ การอำนวยความสะดวกจราจร การป้องกันลดอุบัติเหตุ โครงการ “ร่วมใจยกระดับความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0)” ในช่วงวันที่ 11-15 เมษา ยน 2568 ถือว่าเป็นไปด้วยดี

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พอใจการทำงานของตำรวจในการดูแลพี่น้องประชาชนในทุกมิติ เช่น การป้องกันและลดอุบัติเหตุ มีการตั้งจุดตรวจ 2,514 แห่งทั่วประเทศ จับกุมกว่า 361,342 ราย โดยเฉพาะข้อหาเมาแล้วขับ และขับรถเร็ว ทำให้ภาพรวมสถิติอุบัติเหตุลดลง สะสม 5 วัน เกิด 1,216 ครั้ง ลดลง 22.89% เสียชีวิต 171 ราย ลดลงกว่า 24.67%

สำหรับการอำนวยความสะดวกการจราจรพี่น้องประชาชน ผบ.ตร.กำชับตำรวจทางหลวงร่วมกับแขวงการทาง และตำรวจท้องที่ จัดการจราจร เปิดช่องทางพิเศษ เร่งระบายตามแยกสัญญาไฟ ซึ่งเมื่อวานนี้ (15 เมษายน 2568) สามารถส่งพี่น้องกลับเข้ากรุงเทพมหานคร 521,913 คัน การจราจรมีความคล่องตัวดี คาดว่าวันนี้จะมีการเดินทางมากที่สุด โดยตำรวจได้มีการเตรียมการวางแผนไว้แล้ว

โครงการฝากบ้าน 4.0 มีพี่น้องประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการ 7,514 หลัง ส่งคืนไปแล้ว 100 หลัง ยังไม่พบการรายงานเหตุ ทุกหลังมีความปลอดภัยดี

การดูแลความปลอดภัยการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ที่ผ่านมาพบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะจุดที่มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 5 หมื่นราย เช่น ถนนข้าวสาร สนามหลวง และสีลม สร้างความประทับใจให้ประชาชน นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ โฆษก ตร. กล่าวว่า ผบ.ตร.ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักในการดูแลประชาชน และขอชื่นชมในห้วงที่ผ่านมา ทุกท่านได้ทำหน้าที่ได้อย่างดี แต่ภารกิจยังไม่จบสิ้น วันนี้ยังมีการเดินทางกลับ มีการจัดงานสงกรานต์ ที่ตำรวจยังคงต้องทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะงานจราจรที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับมากที่สุด

ผบ.ตร.ได้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ในการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ขอให้เอื้ออาทรในการใช้รถใช้ถนนต่อกัน ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขับรถเร็ว ไม่เมาแล้วขับ ง่วงจอดแวะพัก ขอให้เดินทางถึงที่หมายด้วยความปลอดภัย

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลจราจรสามารถติดต่อตำรวจทางหลวงที่หมายเลข 1193 หรือติดตามที่เพจ “ตำรวจทางหลวง” ที่จะมีการไลฟ์สดจุดที่มีการจราจรติดขัด หรือหากต้องการแจ้งเหตุด่วน ขอความช่วยเหลือ ติดต่อได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดลำพูน รายงานสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

จังหวัดลำพูน รายงานสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 กำชับเพิ่มความเข้มข้น “ด่านชุมชน” “ด่านครอบครัว” เฝ้าระวัง ตรวจตรา และป้องปรามของประชาชนและนักท่องเที่ยว ในช่วงการเดินทางกลับภูมิลำเนา

วันนี้ (วันพุธที่ 16 เมษายน 2568 ) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 จังหวัดลำพูน โดยมีนายอำเภอ ทั้ง 8 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงานและติดตามสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุ และพิจารณาแก้ไขปัญที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที

โดยสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ของจังหวัดลำพูน ประจำวันที่ 15 เมษายน 2568 เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 5 ครั้ง (อำเภอลี้ จำนวน 3 ครั้ง อำเภอบ้านโฮ่ง 1 ครั้ง และอำเภอทุ่งหัวช้าง 1 ครั้ง), มีผู้บาดเจ็บจำนวน 5 ราย (ชาย 3 คน หญิง 2 คน) ไม่มีผุ้เสียชีวิต รวมสถิติสะสม 5 วัน (11-15 เมษายน 2568) เกิดอุบัติเหตุทางถนน 29 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 36 คน ผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย สำหรับสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอันดับแรกเกิดจากเมาแล้วขับ 66.67% ขับรถเร็วเกินกำหนด 16.67% และหลับใน 16.66% ตามลำดับ

ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดลำพูน ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว โดยในช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 และในช่วงท้ายนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหารและข้าราชการพลเรือน รวมทั้งภาคีเครือข่าย อาสาสมัครภาคประชาชน บูรณาการร่วมกัน และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง และเน้นการจัดตั้งด่านตรวจ ควบคุมการปฎิบัติตามกฎจาราจร และให้ด่านชุมชนกวดขันผู้ใช้รถใช้ถนนในหมู่บ้านที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเมาไม่ขับ รวมถึงในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน ยังคงเพิ่มความเข้มข้น “ด่านชุมชน” “ด่านครอบครัว” เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจตรา และป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ โดยเน้นการให้คำแนะนำและตักเตือนก่อนเกิดเหตุอันตราย อาทิ การดื่มแล้วขับ การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย การขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีสภาพไม่ปลอดภัย การบรรทุกท้ายกระบะที่ไม่ปลอดภัย การขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น รวมถึงการตรวจสอบความพร้อมสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมดูแลสถานบริการ และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ให้พิจารณาตั้งจุดตรวจที่อาจจะต้องมีการปรับแผนให้มีความเหมาะสมในช่วงการเดินทางกลับ ของประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วย

ด้านการพยาการณ์อากาศในห้วงนี้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง อาจมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ 10-30% จึงขอให้จังหวัดกำกับดูแลและแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากทัศนวิสัยอาจไม่ดี พื้นถนนลื่นและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงพิจารณาติดตั้งสัญญานเตือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ตร. สั่งเด็ดขาด คดีรถ BMW ชนลุงป้าบาดเจ็บบนทางหลวง ให้ดำเนินคดีทุกข้อหาอย่างตรงไปตรงมา

ผบ.ตร. สั่งเด็ดขาดคดีรถ BMW ชนลุงป้าบาดเจ็บบนทางหลวง ให้ดำเนินคดีทุกข้อหาอย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นพฤติกรรมที่ขาดวุฒิภาวะ ขาดวินัยจราจร ขาดสำนึกความรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น ให้ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ประสานกับตำรวจทางหลวงเร่งดำเนินการเด็ดขาด เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง ยืนยันคดีนี้ไม่มีการช่วยเหลือกัน

วันนี้ (17 เมษายน 2568) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีถึงเหตุการณ์ที่ปรากฏภาพคลิปลงในโซเชียล รถหรู BMW ปาดเบียดรถกระบะคันหนึ่งเป็นเหตุทำให้เสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ลุงกับป้าที่เป็นผู้ขับและผู้โดยสารภายในรถได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น

ตำรวจทางหลวงได้รายงานเหตุเบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2568 เวลา 08.32 น. บริเวณบนถนนกาญจนาภิเษก ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 ช่วง กม.23+400 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพื้นที่รับผิดชอบได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที แต่ขณะนั้นพบว่าเป็นเหตุอุบัติเหตุรถชนกันจำนวน 2 คัน เป็นรถกระบะ อีซูซุ สีดำ ทะเบียนลำปาง โดยมี นายประจักษ์ฯ อายุ 65 ปี เป็นผู้ขับขี่ และนางสาว สมศรีฯ อายุ 64 ปี เป็นผู้โดยสาร ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ และรถเก๋ง BMW สีขาว ทะเบียนป้ายแดง โดยมีนายสมิทธิพัฒน์ฯ อายุ 28 ปี เป็นผู้ขับขี่ ตำรวจได้นำส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางปะกอกรังสิต 2 แล้วได้นำรถทั้งสองคันไปเก็บรักษาไว้ยังหน่วยสอบสวนตำรวจทางหลวงลำลูกกา เพื่อตรวจสภาพรถ พร้อมตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ นายสมิทธิพัฒน์ฯ ผู้ขับขี่รถ BMW ไม่พบปริมาณแอลกอฮอลล์ในกระแสเลือด ซึ่งนายสมิทธิพัฒน์ฯ ได้แจ้งว่าขับรถปาดหน้ากัน จึงสอบสวนปากคำไว้

ต่อมาวันนี้ตำรวจทางหลวงได้รับคลิปพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากกล้องหน้ารถของประชาชน ทำให้ทราบว่าอาจจะไม่ได้เป็นการเฉี่ยวชนแบบธรรมดา อาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งตำรวจทางหลวงจะไม่ได้รับผิดชอบ จะรับเพียงคดีจราจรบนทางหลวงเท่านั้น ส่วนคดีอาญาทาง สภ.ลำลูกกา จะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รับทราบรายงานแล้ว และได้ดูคลิปภาพในสื่อโซเชียลแล้ว ยืน ยันว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องเป็นญาติกัน ถือเป็นพฤติกรรมที่ขาดวุฒิภาวะ ขาดวินัยจราจร ขาดความสำนึก ขาดความรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่มีบุคคลทำพฤติกรรมการขับรถยนต์เช่นนี้บนถนน หากรถคันที่เสียหายมีเด็กเล็กอยู่ในรถจะเป็นอย่างไร แบบนี้อยู่ในสังคมยาก โดยการใช้รถใช้ถนนนั้น ผบ.ตร เคยพูดก่อนสงกรานต์แล้วว่า ขอให้ทุกคนมีสติและเอื้ออาทรในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน จะได้ไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นจนบานปลาย เป็นเรื่องใหญ่โต เรื่องนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทำให้สังคมรับไม่ได้ ดังนั้น ต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกข้อหาที่เกี่ยวข้อง ผู้กระทำผิดนอกจากกระทำผิดแล้วยังไม่สำนึกผิด ยังแอบอ้างโอ้อวดไปทั่ว เช่นนี้ถือว่าเป็นผู้ไม่มีวุฒิภาวะ หรือจิตสำนึกที่ดี

นอกจากนี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า “แม้หากเป็นลูกชายแท้ๆ ถ้าทำผิดอะไร ก็ต้องรับผิด จะไม่มีช่วยเหลือ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ทำให้สังคมเป็นระเบียบเรียบร้อย มิใช่ทำตัวใหญ่กร่างอวดอ้างไปเรื่อยๆ เช่นนี้”

ทั้งนี้ เนื่องจากเหตุเกิดบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เบื้องต้นคดีนี้เป็นคดีจราจร ที่สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ต้องรับผิดชอบ ทำการสอบสวนก่อน และหากเป็นอาญาตำรวจพื้นที่ คือ สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จะรับผิดชอบ ซึ่ง ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำไปทางตำรวจทางหลวงและตำรวจพื้นที่ใน จ.ปทุมธานี แล้วว่าการดำเนินคดีต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา จะไม่มีการช่วยเหลือใครเด็ดขาดเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคม


นที มีเดช รายงาน

มทบ. 37 ร่วมให้การต้อนรับ และติดตาม คณะเจ้ากรมกิจการพลเรือนกองทัพบก ติดตามการดำเนินงานตามแผนการตรวจมาตรฐานการดำเนินโครงการปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งน้ำแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2568

มณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมให้การต้อนรับ และติดตาม คณะเจ้ากรมกิจการพลเรือนกองทัพบก ติดตามการดำเนินงานตามแผนการตรวจมาตรฐานการดำเนินโครงการปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งน้ำแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 68 เวลา 08.00 น. พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมให้การต้อนรับ พล.ท. จินตมัย ชีกว้าง เจ้ากรมกิจการพลเรือนกองทัพบก ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จว.ช.ร. และร่วมติดตามคณะเจ้ากรมกิจการพลเรือนกองทัพบก ติด ตามการดำเนินงานตามแผนการตรวจมาตรฐานการดำเนินโครงการปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งน้ำแม่สาย ประจำปี 2568 ณ สะพานจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมี เจ้ากรมการทหารช่าง ปลัดอำเภอแม่สาย หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ พล.ท.สิรภพ ศุภวานิช เจ้ากรมการทหารช่างและส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำ ดินโคลนหลาก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยการดำเนินการ ก่อสร้างแนวป้องกันใหม่ /การเสริมความมั่นคงแนวป้องกันที่มีอยู่เดิม/การผสมผสานแนวป้องกัน เข้ากับโครงสร้างอาคารบ้านเรือนและแนวป้องกันใหม่ เสริมแนวป้องกันเดิม ผสมผลาน กับโครงสร้างอาคารบ้านเรือน


นที มีเดช รายงาน

วัดมหาวงษ์ ร่วมกับครอบครัวพาณิชย์พิศาล สรงน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ ร่วมสืบสานประเพณีไทย

สมุทรปราการ – วัดมหาวงษ์ ร่วมกับ ครอบครัวพาณิชย์พิศาล สรงน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ ร่วมสืบสานประเพณีไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 เมษายน 2568 ณ วัดมหาวงษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ คณะสงฆ์วัดมหาวงษ์ได้ประกอบพิธีสวดมาติกาบังสุกุล และร่วมให้ประชาชนได้สรงน้ำขอพรพระภิกษุสงฆ์เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย ประจำปี 2568

โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ประธานฝ่ายฆราวาส นำโดยนายอัครนันท์-นางธัญยธรณ์ และนางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ครอบครัวเศรษฐีผู้ใจบุญที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือและช่วยพัฒนาวัดมหาวงษ์แห่งนี้มาโดยตลอด ตลอดจนคณะศิษย์ยานุศิษย์ คณะเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ และประชาชนชาวสมุทรปราการร่วมในพิธีครั้งนี้

โดยคณะสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่พระครูสุนทรธรรมวงศ์ อดีตเจ้าคณะตำบลปากน้ำ อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ และบรรพบุรุษ บุรพาจารย์ผู้ที่เคยสร้างคุณประโยชน์ให้แก่วัดมหาวงษ์ โดยได้รับความเมตตาจากพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จากวัดต่างๆ ร่วมประกอบพิธีและพิจารณาผ้าบังสุกุล

นอกจากนี้ ยังมีการรำถวายขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณเพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงการถวายกุฎิสงฆ์และกุฎิสงฆ์ที่ซ่อมแซมแล้วเสร็จ โดยทางครอบครัวพาณิชย์พิศาลเป็นประธานดำเนินการ จากนั้นได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ทั้งนี้ ทางวัดมหาวงษ์ยังได้รับความเมตตาจาก พระธรรมวชิราจารย์ รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดสุวรรณรามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำคณะสงฆ์ร่วมประกอบพิธี โดยมี พระครูปลัดจริยวัฒน์ หลวงพี่ตุ๋ย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ เป็นประธานดำเนินงาน นำพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถาและเจริญพระพุทธมนต์ฉลองกุฏิหลังใหม่

จากนั้น คณะศิษย์ยานุศิษย์วัดมหาวงษ์และคณะเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้ร่วมกันรดน้ำขอพรครอบครัวพาณิชย์พิศาล นำโดย ครอบครัววรัณวงศ์เจริญ นายธนิตพงษ์-นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ และนางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮบฯ นำเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ร่วมรดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ประจำปี 2568


ธนวัต นาคขำสมุทรปราการ รายงาน

อบต.ต้นตาล แจกข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช ให้ผู้สูงอายุเทศกาลสงกรานต์

สุพรรณบุรี – อบต.ต้นตาล จัดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย สรงน้ำพระ และรดน้ำขอพร ผู้สูงอายุ แจกข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช ให้ผู้สูงอายุ เลี้ยงอาหารโต๊ะจีน เครื่องดื่มฟรีตลอดงาน

นายภูวนารถ จารุภูมิก อบต.ต้นตาล อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสมาชิกสภา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ อบต.ต้นตาล ร่วมกันจัดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตำบลต้นตาล เทศกาลสงกรานต์ สรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ณ วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีนายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.กลุ่มผู้นำชุมชน ผู้สูงอายุ พี่น้องประชาชนชาวตำบลต้นตาล ร่วมงานจำนวนมาก

โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย อบต.ต้นตาล ได้จัดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจัดให้มีกิจกรรมสรงน้ำพระ และรดน้ำขอพร ผู้สูงอายุ เป็นประเพณีอันดีงาม เนื่องในวันสงกรานต์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้สูงอายุ พร้อมทั้งส่งเสริมให้คนในครอบครัวและชุมชน ได้ร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้มแข็งให้กับชุมชน เป็นประจำทุกปีเสมอมา พร้อมกับมอบในประกาศเกียรติคุณ ให้กับผู้สูงอายุตัวอย่างแต่ละชุมชน

ซึ่งภายในงานได้จัดอาหารโต๊ะจีน เครื่องดื่ม มาให้ผู้สูงอายุ ผู้ที่มาร่วมงานรับประทานฟรีตลอดงาน นอกจากนี้ได้แจกเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช และเสื้อยืด ให้ผู้สูงอายุกว่า 300 ชุด ผู้สูงอายุบางรายถึงกับถือของแจกกลับบ้านไม่ไหว ต้องให้ลูกหลานมาช่วยถือของกลับบ้าน เนื่องจากมีของมาแจกให้หลายอย่าง และยังได้แจกเงินให้ผู้สูงอายุกับ อสม.คนละ 100 บาท เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้สูงอายุ และเป็นของขวัญเทศกาลสงกรานต์ วันปีใหม่ไทย ซึ่งทาง อบต.ต้นตาล ได้ตระหนักและเล็งเห็น ความสำคัญกับผู้สูงอายุและสถาบันครอบครัว โดยได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการดูแล สุขภาพอนามัยให้กับผู้สูงอายุในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับจัดดนตรี นักร้องมาขับร้องเพลงให้ฟัง มีผู้สูงอายุและ อสม.ออกมารำ มาเต้นอย่างสนุกสนาน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พายุฤดูร้อนถล่มอำเภอศรีประจันต์ หลายตำบล บ้านเรือนเสียกว่า 300 หลัง

สุพรรณบุรี – พายุฤดูร้อนถล่มอำเภอศรีประจันต์หลายตำบลบ้านเรือนเสียกว่า 300 หลัง

เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายตำบล ลงพื้นที่สำรวจความเสียหลังจากเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มช่วงเวลาประมาณ 20.15 น. สิ้นสุด 22.00 น. ของวันที่ 16 เมษายน 2568 ที่ผ่านมาเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชน พื้นที่อำเภอศรีประจันต์ รวม 5 ตำบล บ้านเรือนถูกลมพัดและต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับ พังเสียหายกว่า 300 หลังชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 600 ชีวิต

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ดูความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่ถูกพายุพัดได้รับความเสียหาย พบว่าที่บ้านยางขาคีม เลขที่ 166 ของคุณยายชุ้น ยางขาคีม อายุ 89 ปี ซึ่งเป็นบ้านไม้ต่อเติมเป็นบ้านสองชั้นอายุกว่า 50 ปีถูกลมพัดหลังคาพังเสียหายเกือบทั้งหลัง คุณยายเล่าทั้งน้ำตาว่ายายอยู่บ้านคนเดียวส่วนลูกก็แยกไปมีครอบครัว ขณะเกิดเหตุยายานอนอยู่ห้องด้านล่างได้ยินเสียงลมพัดดังแรงมาก จากนั้นไม่นานก็มีเสียงดังโครมครามและเสียงฟ้าร้อง แต่ยายไม่กล้าออกมาดู ได้แต่นั่งร้องไห้สวดมนต์ภาวนาอยู่หน้าโต๊ะบูชาพระพุทธรูปขอให้ช่วย ลมหยุดพัดฝนหยุดตก ระหว่างนั้นลูกชายซึ่งบ้านใกล้กันมาพายายไปหลบภัยที่บ้านจนรุ่งเช้าจึงออกมาดูก็พบบ้านพังเสียหาย ตั้งแต่เกิดมาจนอายุป่านนี้ยังไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ดูข่าวเห็นทางภาคอิสาน ถูกลมพัดบ้านพังก็สงสารเขา ไม่คิดว่าจะมาโดนด้วยตั้วเอง

ส่วนที่บ้านเลขที่ 208 หมู่ 2 ตำบลบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์ ถูกกิ่งต้นกร่างอายุกว่า 50 ปีซึ่งเป็นกิ่งกาฝากอาศัยกับต้นมะขามยักษ์อายุกว่า 100 ปี เป็นที่ตั้งศาลพ่อปู่จอมทองแม่นางทิพย์ประกายเกศ ที่อยู่ข้างบ้านหักลงมาทับหลังคาบ้านพังเสียหายโชคดีที่กิ่งไม้ไม่เลยไปถึงห้องนอนเจ้าของบ้าน นายอธิกุล วิเชษฐ์สกุล เจ้าของบ้านซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาล

และอาสากู้ภัยเล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนดูทีวีอยู่ในห้องนอนกับลูกชาย ระหว่างนั้นมีเสียงลมพายุค่อยๆ พัดก่อนจะแรงขึ้นเรื่อยๆ และตนได้ยินเสียงกิ่งไม้ตีหลังคาบ้านก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมกิ่งไม้ตำจังแปร๊บเดียว กิ่งต้นกร่างขนาดใหญ่ก็หักลงใหลังบ้านอย่างแรงลูกชายตกใจกระโดดหนีตายออกหน้าต่างส่วนตนวิ่งหนีออกหลังบ้าน เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับตนเป็นอย่างมากเพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่มีเหตุการณ์พายุพัดแรงขนาดนี้มาก่อน แต่ก็นับว่าโชคดีที่กิ่งไม้ไม่ตกใส่ห้องนอนไม่เช่นนั้นแล้วตนและลูกอาจได้รับบาดเจ็บและตนเชื่อว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะพ่อปูจอมทอง และแม่นางทิพย์ประกายช่วยไม่ให้ได้รับอันตราย

ทางด้านยายสวาท สมจิต อายุ 69 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 207 หมู่ 2 ตำบลบ้านกร่าง เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตอนเกิดเหตุตนนอนอยู่บนบ้านส่วนสามีนอนอยู่ด้านล่าง จู่ได้ยินเสียงฮึ่มๆๆของฟ้าแล้วมีลมหมุนที่หลังคาบ้านตนจึงรีบลุกขึ้นมายืนดูก็เห็นสังกะสีกระพือ ตนก็ได้ยืนมองแต่ไม่ยอมวิ่งหนี แต่สวดมนต์ขอพรหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ พระศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสุพรรณบุรี ขอให้ช่วยปัดเป่าลมฝนขอให้เหตุการณ์สงบ สักพักเหตุการณ์ก็สงบ แต่ข้าวของบนบ้านถูกน้ำฝนเปียกเสียหาย ตนตั้งสติได้รับวิ่งไปยกคัตเอาท์ไฟฟ้าลง เพื่อป้องกันไฟฟ้าช็อต ตนยอมรับว่าตกใจกลัวมากเพราะไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

สำหรับพื้นที่ที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มได้รับความเสียหายประกอบด้วย หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 2, หมู่ที่ 3 /ตำบลบ้านกร่าง หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 5 /ตำบลบางงาม หมู่ที่ 4, หมู่ที่ 5 /ตำบลวังหว้า หมู่ที่ 5 /ตำบลปลายนา หมู่ที่, 3 หมู่ที่ 5, หมู่ที่ 6 ตำบลมดแดง รวมจำนวนกว่า 300 หลังคาเรือน ได้รับความเสียหายบริเวณที่พักอาศัย ตัวบ้าน ผู้ได้รับผลกระทบจำนวนกว่า 600 ชีวิต ซึ่งทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

นครนายกคึกคัก!! ส่งท้ายวันไหล เงาะป่าผิวขาวโผล่เล่นน้ำสงกรานต์

นครนายก – คึกคัก ส่งท้ายวันไหล เงาะป่าผิวขาวโผล่เล่นน้ำสงกรานต์

ส่งท้ายวันไหลนครนายก 16 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 24 .00 น. บนถนนหลวง 3239 ตั้งแต่สี่แยกวัดอุดมธานีจนถึงสี่แยกศรีนาวา ระยะทางกว่า 2 กม. มีบรรดานักท่องเที่ยวและประชาชนในจังหวัดนครนายกและจังหวัดใกล้เคียง เดินทางมาเล่นน้ำในวันไหลสงกรานต์วัดดมอย่างสนุกสนาน ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 สำหรับวันไหลวัดอุดมครั้งนี้ ทุกคนต่างสาดน้ำกันสนุกสนานสุดมันส์ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากออกมาเล่นน้ำ มีการแต่งตัวหลากหลายรูปแบบออกมาเล่นน้ำเป็นการสร้างสีสันที่แปลกตาในวันไหลสงกรานต์

จากนั้นผู้สื่อข่าวก็สะดุดตากับเด็กวัยรุ่น 1 คน ชื่อว่า น้องนนท์ ที่ใช้ดินสอพองพอกตัวจนเป็นสีขาวทั้งตัว และใช้เม็ดดินสอพองแต่งเป็นทรงผมคล้ายเงาะป่า ซึ่งดูแปลกตาและเป็นสีสันในวันไหลวัดอุดมเป็นอย่างมาก

จากสอบถาม น้องนนท์ บอกว่าพี่ชายที่มาด้วยกันเป็นคนทำ เพื่อให้เป็นที่สะดุดตาของนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำบริเวณนี้โดยไม่มีความเขินอาย ซึ่งขณะเดินเล่นน้ำนั้นก็มีบรรดานักท่องเที่ยวเล่นน้ำสาดมาที่ตัวน้องนนท์ก็ต้องตกแต่งให้คงอยู่ทรงอย่างนี้ 2 ครั้ง ครั้งนี้ก็เลยตกแต่งเป็นหนามทุเรียนซ่ะเลย แต่ก็คงอยู่ไม่นานพอโดนสาดน้ำดินสอพองมันก็ละลายแล้วครับ ถือว่าเป็นบรรยากาศเล่นน้ำอีก 1 จุดในจังหวัดนครนายกบริเวณถนนสายวัดอุดม-ศรีนาวา และจะมีการจัดวันไหลทุกวันที่ 16 เมษายน ของทุกปี


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน