กรมวิทย์ฯ บริการ หารือ GISTDA เร่งสร้างความร่วมมือการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและยกระดับขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบด้านอวกาศ

กรมวิทย์ฯ บริการ หารือ GISTDA เร่งสร้างความร่วมมือการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและยกระดับขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบด้านอวกาศ

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.จิตตกานต์ อินเที่ยง ผู้อำนวยการศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงการสอบเทียบ สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ และคณะ เข้าร่วมประชุมหา รือความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA โดยมี ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ให้การต้อนรับ ณ สำนักพัฒนาเทคโนโลยีกิจการอวกาศ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรี ราชา จ.ชลบุรี

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและยกระดับขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบด้านอวกาศของประเทศ โดยเน้นการบูรณาการความเชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่ายเพื่อรองรับการพัฒนาเทคโน โลยีอวกาศของไทยสู่ระดับสากล โดยหนึ่งในแนวทางความร่วมมือที่สำคัญ คือ (วศ.) จะสนับ สนุนการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการทดสอบของ GISTDA ในด้านการสอบเทียบเครื่องมือวัด ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรวิทยา เพื่อยกระดับความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของห้องปฏิบัติการทดสอบด้านอวกาศของประเทศไทย

โอกาสนี้ คณะจากกรมวิทย์ฯ บริการได้เยี่ยมชมศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (National Assembly Integration and Test: AIT) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ ภาพรวมการปฏิบัติการดาวเทียม การควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียม ระบบความมั่นคงและปลอดภัยในการใช้พื้นที่อวกาศ และรับชมความสำเร็จในการพัฒนาดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2A ที่เตรียมพร้อมขึ้นปฏิบัติภารกิจอวกาศ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการอวกาศไทย

การหารือและเยี่ยมชมครั้งนี้ช่วยให้ศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงการสอบเทียบ สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ สามารถกำหนดวิธีและแนวทางการสนับสนุนการสอบเทียบเครื่องมือวัดให้กับห้องปฏิบัติการทดสอบของ GISTDA ได้อย่างชัดเจน และถือเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทยต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สภ.โชคชัย รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ ป้องกันเหตุอาชญากรรม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

สภ.โชคชัย รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ ป้องกันเหตุอาชญากรรม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 18.00น. ณ ปั๊ม ปตท. ต.กอโจทย์ ถ.24 อ.โชคชัย จ.นคร ราชสีมา ภายใต้การอำนวยของพ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัยได้มอบหมายให้พ.ต.ต.คุณากร วรเมธานนท์ พร้อมชุดชุมชนสัมพันธ์ รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎจราจร เมาไม่ขับ การป้องกันและระมัดระวังเหตุอาชญากรรมในช่วงเทศการสงกรานต์ และอำนวยความสะดวกจราจร และมีประชาชนร่วมมอบอาหารและเครื่องดื่มเป็นกำลังใจให้กับชุดชุมชนสัมพันธ์ ณ ปั๊มปตท. อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

พล.ต.ท. ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาปฏิเสธ กรณีอุบัติเหตุ BMW ป้ายแดงกับรถกระบะ

พล.ต.ท. ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาปฏิเสธ กรณีอุบัติเหตุ BMW ป้ายแดงกับรถกระบะ โดยชี้คู่กรณีเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และอย่าโยงว่า เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยนั้น

พล.ต.ท.ปิยะฯ กล่าวว่า “ประชาชน และสังคมไม่ได้ให้ความสำคัญว่า คู่กรณี สังกัด พรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะว่าจะสังกัดพรรคเพื่อไทย หรือไม่ได้สังกัด ก็ไม่เกิดประโยชน์กับสังคมแต่อย่างใด แต่ที่สำคัญที่ประชาชนและสังคมเป็นห่วง ว่าคู่กรณีมีความสนิทสนมกับ ท่านนายกรัฐมนตรี และพ่อท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจอาจจะมีผลต่อการแทรกแซง หรือเกิดความเกรงใจ ทำให้คดีไม่ตรงไปตรงมาได้“

พล.ต.ท.ปิยะฯ กล่าวว่า ”ท่านนายกฯ คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าเป็นเรื่องบังเอิญ เพราะในวันนั้น ทั้งท่านนายกฯ และ พ่อท่านนายกฯ ตั้งใจเดินทางไปเป็นประธานในงานบวชคู่กรณีดังกล่าว ถึงปทุมธานี เรื่องนี้ท่านโฆษกพรรคเพื่อไทย คงปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน เพราะ ”ภาพมันฟ้อง“ ทั้งภาพและคลิปว่อนอยู่ในโซเชียลมีเดีย และในข่าวต่างๆ อยู่เป็นพันๆรูปพี่น้องประชาชนและสังคมทั่วไปเห็นกันหมด มันปกปิดไม่ได้ และเบี่ยงเบนเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ด้วยเช่นกัน เพราะการที่ ท่านนายกฯและพ่อท่าน ไปร่วมงานเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 หลังจากที่นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด ได้ตรวจพิจารณาสำนวน และมีคำสั่งคดีเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2567 โดยสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาตรา 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ต.ค. 2519 ข้อ 1 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3 มาตรา 14 (3) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรา 8 และนัดหมายให้มารายงานตัวที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ถ.รัชดาภิเษก ช่วงเช้าวันที่ 29 พ.ค.2567 ตามนัดหมายของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 เพื่อให้ไปรับฟังคำสั่งคดี แต่นายทักษิณฯ ทำหนังสือถึงอัยการแจ้งขอเลื่อนการฟังคำสั่งคดีออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า “ติดโควิด-19” พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ประกอบ โดยแพทย์ให้หยุดพักเพื่อสังเกตอาการ และไม่มารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ ตามกำหนดนัดแต่อย่างใด“

ท่านอาจปฏิเสธได้ว่า ไม่สนิทสนมกันมาก แต่ถ้าไม่สนิทสนมกันมาก ก็คงจะไม่ไปทั้งพ่อลูก และไปทั้งๆที่เพิ่งหาย จากป่วยโรคโควิดแท้ๆ ยังอุตส่าห์ไปขึ้นเวที และเป็นประธาน ให้ พี่น้องประชาชนตัดสินใจได้ชัดเจนว่า เรื่องไหนสำคัญกว่ากันระหว่างการรายงานตัวตามคำสั่งในคดี ม.112 กับ การเป็นประธานฯงานบวช“ พล.ต.ท.ปิยะฯ กล่าว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สคทช. จับมือ สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีรับรองพื้นที่ปลอดการตัดไม้ รองรับกฎ EUDR ดันแพลตฟอร์มตรวจสินค้าโภคภัณฑ์ก่อนส่งออก EU

สคทช. จับมือ สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีรับรองพื้นที่ปลอดการตัดไม้ รองรับกฎ EUDR ดันแพลตฟอร์มตรวจสินค้าโภคภัณฑ์ก่อนส่งออก EU

วันที่ 17 เมษายน 2568 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโล ยีแห่งชาติ อาคารวิจัยโยธี ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือสำหรับตรวจสอบ และรับรองพื้นที่ตามระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า หรือ EUDR (EU Regulation on Deforestation-free Products)” ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในโอกาสนี้ได้นำแพลตฟอร์มให้บริการตรวจสอบสินค้าที่ปราศจากการทำลายป่า (Deforestation-free Analysis Service Platform) มาแสดงการใช้งานอีกด้วย

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการ (สคทช.) กล่าวว่า สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนด้านการวิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมการแบ่งปันข้อมูล แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ระหว่างหน่วยงานและบุคลากรทั้งสองฝ่าย และร่วมกันเพื่อพัฒนาเครื่องมือสำหรับตรวจสอบและรับรองพื้นที่เพาะปลูกที่เป็นแหล่งผลิต ตามระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า หรือ EUDR (EU Regulation on Deforestation-free Products) เพื่อตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของผลผลิตและมีข้อมูลที่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ก่อให้เกิดการทำลายป่า และเครื่องมือสำหรับรองรับกระบวนการตรวจสอบเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศภายใต้ข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรป ซึ่งเน้นการป้องกันการทำลายทรัพยากรป่าไม้ในห่วงโซ่อุปทาน ตามกฎระเบียบระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม และยกระดับความน่าเชื่อถือของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ (สวทช.) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองหน่วยงาน ในการนำเอาความรู้ ความสามารถ และทรัพยากรที่มีอยู่มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือและสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) สำหรับการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปราศจากการทำลายป่า ตามกฎระเบียบ EUDR บทบาทภายใต้ MOU นี้ ของ สวทช. โดย เนคเทค ได้นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้กับการตรวจสอบพิกัดทางภูมิศาสตร์ (Geolocation) ของที่ดินที่ใช้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ภายใต้ข้อกำหนดตรวจสอบย้อนกลับ (EUDR traceability requirement) ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่จำเป็นต้องแสดงว่าสถานที่นั้นปลอดการทำลายป่า โดยได้พัฒนา แพลตฟอร์มให้บริการตรวจสอบสินค้าที่ปราศจากการทำลายป่า (Deforestation-free Analysis Service Platform) เพื่อตอบสนองต่อกฎระเบียบ EUDR และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และ เอ็มเทค สวทช. ได้มาช่วยขับเคลื่อนการขยายผลแพลตฟอร์มสู่การใช้งานจริงโดยผู้ประกอบการในเครือข่าย ซึ่งการพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าวนี้ จะไม่เกิดขึ้น และไม่สัมฤทธิ์ผล หากขาดพันธมิตรหลัก คือ (สคทช.)

ข้อมูลเพิ่มเติม
EUDR: EU Regulation on Deforestation-free products เป็นกฎระเบียบของสหภาพยุโรป มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าและการเสื่อม โทรมของป่าเข้าสู่สหภาพยุโรป กฎระเบียบนี้ครอบคลุมสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่ วัว, น้ำมัน, ปาล์ม, ถั่วเหลือง, ไม้, กาแฟ, ยางพาราโกโก้ และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสิ่งเหล่านี้ผู้ประกอบการต้องดำเนินการตรวจสอบสถานะเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าไม่ได้มาจากพื้นที่ที่ถูกตัดไม้ทำลายป่าหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องรู้และให้ข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์ของแผนที่ดินที่ใช้ผลิตสินค้าทุกคนสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการบันทึกข้อมูลพิกัด GPS ของพื้นที่การผลิตได้อย่างง่ายดายเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบของ EUDR ผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าโภคภัณฑ์ไปยังสหภาพยุโรปต้องแสดงหลักฐานพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่ดินที่ใช้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์และรายงานการตรวจสอบสถานะสินค้าทั้งนี้ในการตรวจสอบพิกัดทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่เพาะปลูก ได้พบปัญหาดังนี้

  1. ข้อมูลมีความซับซ้อนการวิเคราะห์พื้นที่ต้องใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น ข้อมูลต้นไม้ ข้อมูลพื้นที่อนุญาตและข้อมูลการเพาะปลูก
  2. การแปลงและการประมวลผลข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ มีรูปแบบโครงสร้างและระบบพิกัดที่แตกต่างกันทำให้ต้องมีขั้นตอนการปรับแต่งข้อมูลให้สอดคล้องกัน
  3. การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องผู้ใช้งานต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้อย่างสะดวกและสามารถตรวจสอบพื้นที่ของตนเองได้โดยง่ายมีการรับรองความถูกต้องที่สามารถนำมาใช้ประกอบการส่งต่อข้อมูลได้
  4. รองรับการตรวจสอบจำนวนมากองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการตรวจสอบพื้นที่หลายแปลงพร้อมกันจำเป็นต้องใช้ระบบที่สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. รองรับ Geolocation ได้ตามมาตรฐานที่ EUDR กำหนด (GeoJSON spec 1.4) พร้อม export ไปใช้ในระบบ EU-Information System

จากปัญหาดังกล่าว (สวทช.) โดย เนคเทค จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Deforestation-free analysis ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ EUDR


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อว. สรุปเหตุการณ์แผ่นดินไหว จ.กระบี่ 14 เมษายน 2568 พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH : Earthquake Research Center of Thailand) ร่วมให้ข้อมูลสรุปเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 เวลา 14.27 น. ขนาด 3.5 ณ จังหวัดกระบี่ ใกล้รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า (อว.) ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะแผ่นดินไหว โดย (อว.) ได้มุ่งมั่นผลักดันนโยบายด้านการเฝ้าระวังและเตือนภัย ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้จากนักวิจัย นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญในสังกัดสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการประเมินความเสี่ยง การเตือนภัย และการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ จังหวัดกระบี่ ใกล้รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ซึ่งเป็นหนึ่งในรอยเลื่อนที่ถูกจัดว่าเป็นรอยเลื่อนที่มีพลัง แม้แผ่นดินไหวในภาคใต้จะมีความถี่ต่ำเมื่อเทียบกับภาคเหนือและภาคตะวันตก แต่ก็สะท้อนถึงความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องไม่ประมาท ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้ เช่น กรมทรัพยากรธรณี และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ต่อไป

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ภายใต้ (อว.) ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมและสนับสนุนทุนวิจัย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติให้กับประชาชน โดยเฉพาะเหตุ การณ์แผ่นดินไหว ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง จึงได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนทุนวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการเตรียมพร้อมในการเผชิญเหตุ รวมถึงการลดความเสี่ยงและผลกระทบในระยะยาว โดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ ภายใต้การสนับสนุนของ (วช.) ได้จัดทำและสนับสนุนผลงานวิจัยที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดนโยบายและการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศ นอกจากนี้ (วช.) ยังได้สนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัยในหลากหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การศึกษารูปแบบและลักษณะการเกิดแผ่นดินไหว การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบในเชิงโครงสร้าง การเสริมสร้างความตระหนักรู้และการเตรียมความพร้อมของชุมชน และการพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ กล่าวถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวในวันที่ 14 เมษายน 2568 ใกล้รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ซึ่งเป็นหนึ่งในรอยเลื่อนมีพลังของประเทศไทย กรมทรัพยากรธรณีได้จัดให้เป็นหนึ่งใน 16 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลังที่ควรเฝ้าระวัง โดยมีความยาวประมาณ 150 กิโลเมตร พาดผ่านพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต ถึงแม้ว่ารอยเลื่อนคลองมะรุ่ยจะจัดเป็นรอยเลื่อนมีพลัง แต่จากข้อมูลทางวิชาการและสถิติการเกิดแผ่นดินไหว พบว่ารอยเลื่อนในภาคใต้มีความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหวในระดับต่ำกว่ารอยเลื่อนในภาคเหนือและภาคตะวันตก โดยส่วนใหญ่ตรวจพบเพียงแผ่นดินไหวขนาดเล็กในระดับประมาณ 3.0 รอยเลื่อนคลองมะรุ่ยจึงมีความน่าจะเป็นในการก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับรอยเลื่อนมีพลังอื่น แต่การเตรียมความพร้อมและการออกแบบอาคารให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ ยังคงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้กำหนดให้มีมาตรฐานการออกแบบอาคารที่แตกต่างกันไปตามระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ประชาชนที่พบความเสียหายของอาคาร ซึ่งโดยทั่วไปควรเป็นเพียงความเสียหายทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น ควรปรึกษาหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเสียหายและประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกและรับฟังข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานทางการที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัย และการเตรียมความพร้อมที่ถูกต้องตามหลักในการรับมือกับภัยแผ่นดินไหว โดย (วช.) จะดำเนินการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยใช้ชุดข้อมูลจากงานวิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความสามารถของประเทศในการประเมินความเสี่ยง และเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 1 ล้านบาท ลงพื้นที่ “สร้างสุข ใส่ใจ ผู้สูงวัย” ในสถานสงเคราะห์ พร้อมแจกจ่าย “ชุดของขวัญคลายร้อน” แก่ประขาชนที่สัญจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 1 ล้านบาท ลงพื้นที่ “สร้างสุข ใส่ใจ ผู้สูงวัย” ในสถานสงเคราะห์ พร้อมแจกจ่าย “ชุดของขวัญคลายร้อน” แก่ประขาชนที่สัญจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ระหว่างวันที่ 9-11 เมษายน พ.ศ.2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข ห่วงใยประชาชนที่สัญจร เดินทางกลับภูมิ ลำเนา-ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นการเดินทางในช่วงสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน-ร้อนมาก รวมถึง ใส่ใจผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์ ฯลฯ จึงมอบหมายให้คณะกรรมการ นำโดย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิกฯ, นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการฯ, นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการฯ, นายชูเดช เตชะไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการฯ และนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ฯ จัดทีมแผนกสาธารณภัย แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และแผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ แผนกอาสาสมัคร, ฝ่ายปฏิบัติการ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ และ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ

ลงพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) สถานีรถไฟนครปฐม และสถานีขนส่งผู้โดยสารเอกมัย แจกจ่ายชุดของขวัญคลายร้อน ประกอบด้วย สเปรย์เย็น, แป้งเย็น, ยาดม, หน้ากากอนามัย, พัดสปริงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และน้ำดื่มตรามูลนิธิฯ บรรจุถุงพลาสติก PVC รวมจำนวน 2,000 ชุด ให้แก่ประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 339,000 บาท (สามแสนสามหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) ในโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง คลายร้อน” ครั้งที่ 3 โดยมี อาสาสมัครศิลปิน นำโดย นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา), นายภัทรพล แก้วสกุณี (เค-ภัทรพล), นางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล (แพรว-พัชรมัย), นายขวัญชัย เย็นพายัพ (เจี๊ยวจ๊าว เชิญยิ้ม), นางสาวพิมพ์ลภัส เทียนรุ่งเรือง (นุ้ย), นายกวิน ชาตะวนิช (วิน) ร่วมสร้างความสุขให้กับประชาชน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น

พร้อมกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ในโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สร้างสุข ใส่ใจ ผู้สูงวัย” ประจำปี 2568 ประกอบด้วย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป,แผ่นรองซับ,น้ำยาฆ่าเชื้อโรค,ผงซักฟอก และปิโตรเลียม เจลลี่ (สำหรับผู้ป่วยติดเตียง) ให้แก่ผู้สูงวัยในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี จ.นนทบุรี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุปทุมธานี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จ.ปทุมธานี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ จ.พระนครศรีอยุธยา สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ (วัดม่วง) และสถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ (โพธิ์กลาง) จ.นครราชสีมา สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อลำใยอุปถัมภ์) จ.กาญจนบุรี และสถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) จ.นครปฐม รวม 10 แห่ง รวมมูลค่าทั้งสิ้น 749,520 บาท (เจ็ดแสนสี่หมื่นเก้าพันห้าร้อยยี่สิบบาทถ้วน) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้สูงอายุ เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2568

รวมมูลค่าการดำเนินการโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง คลายร้อน” และ โครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สร้างสุข ใส่ใจ ผู้สูงวัย” เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 เป็นเงินทั้งสิ้น 1,088,520 บาท (หนึ่งล้านแปดหมื่นแปดพันห้าร้อยยี่สิบบาทถ้วน)

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอให้ทุกท่านเดินทางขับขี่ปลอดภัย ท่องเที่ยวโดยสวัสดิภาพตลอดช่วงเทศกาล ทั้งนี้ หากท่านพบ ประสบเหตุฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนและแอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418 ทุกที่ ทั่วประเทศ ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ววันนี้ ทั้งในระบบ Play Store และ App Store

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ” นำทีมจัดงานโบว์ลิ่งการกุศลชิงถ้วย พระราชทาน ระดมทุนสำเร็จเกินคาด! พร้อมสานต่อปีหน้า

“คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ” นำทีมจัดงานโบว์ลิ่งการกุศลชิงถ้วย พระราชทาน ระดมทุนสำเร็จเกินคาด! พร้อมสานต่อปีหน้า

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 งาน “โบว์ลิ่งการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ณ Blu-O Rhythm & Bowl ศูนย์การค้าเมกา บางนา โดยสมาคมนักธุรกิจรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (สนช.75) ยังคงเป็นที่กล่าวขานถึงความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ

คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ ประธานอำนวยการจัดงาน เปิดเผยความรู้สึกกับผู้สื่อข่าวในวันที่ 12 เมษายน 2568 ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า “รู้สึกซาบซึ้งและปลาบปลื้มใจมากที่เห็นทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันจนงานออกมาสำเร็จอย่างงดงามเกินคาด การที่เราได้เห็นรอยยิ้มและความตั้งใจของทุกท่านที่มาร่วมงาน นับเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเรา”

“ดิฉันขอขอบคุณจากใจจริงถึงทุกหน่วยงานที่สนับสนุน และผู้ร่วมแข่งขันทุกท่านที่มาร่วมสร้างความประทับใจในครั้งนี้” คุณนภัคกล่าวต่อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ เรามีความตั้งใจที่จะพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป เพื่อตอบแทนสังคมไทยที่ให้โอกาสเรามาโดยตลอด”

งานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากคณะผู้จัดงานหลักประกอบด้วย พ.ต.อ.ดร.ณรัฐช์พงศ์ อุดมศรี ในฐานะประธานจัดงาน และ คุณอันนา เตชะอัครเกษม นายกสมาคม สนช.75 ผู้ทำหน้าที่ประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยมี พลเรือเอกเชษฐา ใจเอี่ยม และ พลตรีอำนาจ จันทรมินะ ผู้ทรงคุณวุฒิให้เกียรติร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังได้รับความสนใจจากเหล่าคนดังวงการบันเทิง โดยเฉพาะ คุณบอย ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล ดารานักแสดงชื่อดังผู้มีผลงานโดดเด่น และ คุณพิมญาดา บุตรเสน นักแสดงสาวดาวรุ่งน้องใหม่ที่กำลังมาแรง ซึ่งทั้งคู่ได้ร่วมสร้างสีสันและความคึกคักให้กับงานเป็นอย่างมาก

นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งคณะผู้จัดงาน บุคคลสำคัญ และผู้มีชื่อเสียง ที่ร่วมกันสร้างประโยชน์แก่สังคมไทยอย่างแท้จริง

“สำหรับรายได้ทั้งหมดจากการจัดงานในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ทั้งในด้านการพัฒนากีฬา การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม และการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อสังคมไทยต่อไป

สนช75 #โบว์ลิ่งการกุศล #โบว์ลิ่งการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตม.จ.ปทุมธานี จับกุมบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

ตม.จ.ปทุมธานี จับกุมบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 68 เวลา 17.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ดุสิต จิตรขุนทด ผกก.ตม.จังหวัดปทุมธาน,พ.ต.ท.จิรัฏฐวัฒน์ กาญจนวรางกูร รองผกก.ตม.จ.ปทุมธานี, พ.ต.ท.หญิง สุภางค์กาญจน์ มนตรีพิศาล สว.ตม.จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยชุดสืบสวน ได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา 4 รายดังนี้

  1. Mr.ADANE GETANEH HAYLEMARIAM อายุ 30 ปี สัญชาติเอธิโอเปีย (ไม่มีหนังสือเดินทาง)
  2. Mr.MIKIAS TESFAYE ATBANKR อายุ 26 ปี สัญชาติเอธิโอเปีย หนังสือเดินทางเลขที่EP 5893853
  3. Miss.SENAYIT BIYADLIGN อายุ 28 ปี สัญชาติเอธิโอเปีย หนังสือเดินทางเลขที่ EP6772448
  4. Miss.MERON GIRMA DEME อายุ 29 ปี สัญชาติเอธิโอเปีย หนังสือเดินทางเลขที่ EP6744261

โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” สถานที่จับกุมภายในคอนโดเลขที่ 369/11 ซิตี้คอนโดห้องพัก 9 และห้องพัก 11 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมวิทย์ฯ บริการ คว้า 3 รางวัล จากเวทีนานาชาติ “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

กรมวิทย์ฯ บริการ คว้า 3 รางวัล จากเวทีนานาชาติ “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยทุกท่านที่คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโล ยีและประสบการณ์กับนักประดิษฐ์และนักวิจัยจากนานาประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ผลงานและแสดงศักยภาพในการประดิษฐ์คิดค้นของคนไทยต่อสายตาชาวโลก

โอกาสนี้ กรมวิทย์ฯบริการขอชื่นชม และร่วมภาคภูมิใจกับ นางสาวพรรัตน์ ไชยมงคล นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ สถาบันยุทธศาสตร์และแผนวิทยาศาสตร์บริการ สามารถคว้ารางวัลจากการประกวดจากเวที ” The 50th International Exhibition of Inventions Geneva ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส จำนวน 3 รางวัลจากผลงาน “นวัตกรรมระบบ ออกซิ เดชันขั้นสูงสำหรับฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในรถพยาบาลแบบอัตโนมัติ (Advanced Oxidation Process System for Automated Disinfection in Ambulance)” ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ได้แก่

  1. รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง (Gold Medal Award)
  2. รางวัล Special Prize จากราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
  3. Honorable Mention Award for Excellent Invention จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ภายในงานฯ ได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดม ศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ท่านอุศณา พีรานนท์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา และท่านพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เข้าเยี่ยมชมบูธและให้กำลังใจกับนักวิจัยจากกรมวิทย์ฯ บริการอีกด้วย

ทั้งนี้งานดังกล่าวฯ มีการนำเสนอผลงานระหว่างวันที่ 9–13 เมษายน 2568 ถือเป็นงานประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอันดับ 1 ของโลก จัดขึ้นโดย PALEXPO SA ร่วมกับ International Federation of Inventors’ Associations (IFIA) สหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์นานาชาติ ภายใต้การสนับสนุนของเมืองเจนีวา รัฐบาลสวิส และ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือWorld Intellectual Property Organization (WIPO) โดยในปี 2025 นี้ มีผลงานมากกว่า 1,000 ผลงาน จาก 42 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการประกวด ถือเป็นเวทีที่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยจะได้ใช้โอกาสในการเรียนรู้และสร้างมาตรฐานของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม อีกทั้งสร้างโอกาสในการพัฒนา ต่อยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ทั้งในการพัฒนาประสิทธิภาพและการผลักดันสู่เชิงพาณิชย์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อว.นำคณะนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยคว้ารางวัลระดับนานาชาติ จากงาน “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

อว.นำคณะนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยคว้ารางวัลระดับนานาชาติ จากงาน “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำนักประดิษฐ์นักวิจัยไทย คว้ารางวัลจากการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ในงาน “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9–13 เมษายน 2568 พร้อมกล่าวแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทย ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และมอบรางวัลแก่ผลงานที่มีความโดดเด่น โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) พร้อมด้วย ผู้บริหารของกระทรวง (อว.) ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ นักประดิษฐ์ และนักวิจัย เข้าร่วมในพิธี โดยในปี 2568 นี้ มีนักประดิษฐ์กว่า 40 ประเทศ นำผลงานเข้าประกวดและจัดแสดงกว่า 1,000 ผลงาน ที่เข้าร่วมการประกวด ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. กล่าวแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทย ที่ได้รับรางวัลในการประกวดครั้งนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่า กระทรวง (อว.) ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศด้วยการพัฒนาศักยภาพของคนในมิติต่างๆ โดยมุ่งหวังที่จะให้บุคลากรที่มีศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการสร้างโอกาสและยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยด้าน ววน. ในเวทีโลก และขอขอบคุณ (วช.) ที่ได้มีกลไกความร่วมมือกับองค์กรด้านการประดิษฐ์ระดับสากล ในการคัดเลือกผลงานจากนักประดิษฐ์ไทยในการเข้าสู่เวทีการประกวดในระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักประดิษฐ์จากทุกภาคส่วนทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจ จะได้ใช้โอกาสจากการประกวดแข่งขันนี้ในการสร้างมาตรฐาน สร้างเครือข่ายการทำงาน และยกระดับศักยภาพผลงานของไทย เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไทยให้เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า จากนโยบายของกระทรวง (อว.) โดย (วช.) ได้รับมอบหมายในการทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางของประเทศไทย ในการนำผลงานของนักประดิษฐ์ไทยเข้าสู่เวทีการประกวดแข่งขันและจัดแสดงในเวทีระดับนานาชาติงาน International Exhibition of Inventions Geneva และในการจัดกิจกรรมครั้งที่ 50 นี้ นับเป็นอีกโอกาสสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทย สามารถแสดงสมรรถนะและขีดความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่มีคุณภาพและศักยภาพในระดับสากล ตลอดจนสร้างโอกาสในการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์และการใช้ประโยชน์ในวงกว้าง ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ โดยในปีนี้ (วช.) ได้สนับสนุนหน่วยงานเครือข่าย ด้านสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เข้าร่วมงาน ซึ่งได้รับการตอบรับจากทัพนักประดิษฐ์ของไทยมากกว่า 300 คน เข้าร่วมงาน ในโอกาสนี้

นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยได้เข้าร่วมการประกวดและจัดแสดงผลงานในเวทีนานาชาติอันทรงเกียรติอย่าง “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva”
ซึ่งผลงานของนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยได้สร้างความประทับใจและคว้ารางวัลเหรียญทอง รวมถึงรางวัลพิเศษอันทรงเกียรติมาครองได้สำเร็จ ดังนี้

  • รางวัลเหรียญทองเกียรติยศ (Gold Medal with Congratulations of Jury) และรางวัลเหรียญทอง รวมจำนวน 25 ผลงาน
  • พร้อมรางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) และรางวัลเหรียญทองแดง (Bronze Medal) อีกเป็นจำนวนมาก

ผลงานที่ได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ (Gold Medal with Congratulations of Jury) และเหรียญทอง ได้แก่

  1. ผลงานเรื่อง นวัตกรรมใยอาหารสำเร็จรูปนวัตกรรมใหม่จากใบไผ่กระเจี๊ยบแดงและหล่อฮังก้วย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปาริยา ณ นคร และคณะ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  2. ผลงานเรื่อง นวัตกรรมโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  3. ผลงานเรื่อง ชุดตรวจคัดกรองโรคทางเดินหายใจอัจฉริยะแบบพกพาด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ พร้อมระบบให้คำแนะนำสุขภาพหลายภาษาสำหรับการแพทย์ทางไกลส่วนบุคคล โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก เสือสีนาค และคณะ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  4. ผลงานเรื่อง การผสมผสานโลหะวิทยาขั้นสูงและงานหัตถศิลป์: นวัตกรรมที่เชื่อมโยงมรดกวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืนในธุรกิจเครื่องประดับ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ขจีพร วงศ์ปรีดี และคณะ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  5. ผลงานเรื่อง อุปกรณ์รัดยางริดสีดวงแบบใหม่ โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ จุมพล วิลาศรัศมี และคณะ จากมหาวิทยาลัยมหิดล
  6. ผลงานเรื่อง เครื่องตรวจการรับรู้ความรู้สึกปลายประสาทโดยใช้เส้นใยโมโนฟิลาเมนต์ เพื่อการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ จุมพล วิลาศรัศมี และคณะ จากมหาวิทยาลัยมหิดล
  7. ผลงานเรื่อง เครื่องดื่มน้ำผลไม้รวมเสริมไลโคปีนเบตากลูแคน โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิตินาถ สุคนเขตร์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
  8. ผลงานเรื่อง เครื่องดื่มให้พลังงานโอลิโกแซคคาไรด์จากข้าวสำหรับนักกีฬาทนทาน โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุคันธา โอศิริพันธุ์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  9. ผลงานเรื่อง ผ้าซัพพอร์ตเข่าและข้อต่อจากเส้นใยกล้วย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนากานต์ เรืองณรงค์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
  10. ผลงานเรื่อง ไอเซดาร์ โบนเอ็กซ์: ระบบความร่วมมือทางการแพทย์แบบหลายชั้นบนคลาวด์ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนแพทย์มือใหม่ในการวินิจฉัยกระดูกสะโพกหักในห้องฉุกเฉินในพื้นที่ชนบท โดย ดร.ทศพร เฟื่องรอด และคณะ จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
  11. ผลงานเรื่อง นูโมน่า™ การปรับปรุงเซลล์ขั้นสูงเพื่อการฟื้นฟูและคืนความอ่อนเยาว์ โดย นางสาวดวงศิริ หลายกิจรุ่ง และคณะ จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
  12. ผลงานเรื่อง เครื่องมือปลด-เชื่อม PG Clamp โดยวิธีไม่ดับกระแสไฟฟ้า โดย นายพิทักษ์ สุนันต๊ะ และคณะ จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  13. ผลงานเรื่อง เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรงแบบมีการเสริมแรง โดย นายไอศูรย์ เพชรวงษ์สกุล และคณะ จากการไฟฟ้านครหลวง
  14. ผลงานเรื่อง เอ็มดีคอนท์: นวัตกรรมน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูง ด้วยอนุภาคเงินนาโนชีวสังเคราะห์จากกระชายขาว สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล และคณะ จากสมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย
  15. ผลงานเรื่อง โปรทริว่า แบล็คซีดส์ น้ำมันงาดำสกัดเย็น เซซามินมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดย นายอนัส ประทีปสุวรรณ บริษัท นิวทริชั่น ไซเอนซ์ แลบบอราทอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด
  16. ผลงานเรื่อง บูสตาร์ เบอร์รี่ แมกซ์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร บุญยืน และคณะ บริษัท 7 ดราก้อน อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
  17. ผลงานเรื่อง AERA: นวัตกรรมเสริมสร้างความแข็งแรงของปอด สำหรับผู้สูงอายุและผู้มีอาการทางระบบหายใจ โดยเทคนิคการหายใจแบบ 4-7-8 โดย นายกฤตพล กีรติเรืองรอง และคณะ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
  18. ผลงานเรื่อง IKTO : นวัตกรรมกระเบื้องมวลเบาซูเปอร์ไฮโดรโฟบิกรักษ์โลกประสิทธิภาพสูงสำหรับปูพื้นห้องน้ำเพื่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม โดย นายวุฒิภัทร ดิเรกรุ่งเรือง และคณะ จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ปทุมธานี
  19. ผลงานเรื่อง กระบวนการผลิตโกโก้เพื่อเพิ่มมูลค่าโกโก้ไทยและการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ดุสิต อธินุวัฒน์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  20. ผลงานเรื่อง เครื่องดื่มโพรไบโอติกส์จากผงมะพร้าวเสริมไฟเบอร์ โดย ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ ดร. โกสุม จันทร์ศิริ และคณะ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  21. ผลงานเรื่อง นาโนสเปรย์จากสารสกัดเปลือกกระเชาเพื่อรักษาโรคเรื้อน การอักเสบ และบาดแผลของสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. หทัยชนก ปันดิษฐ์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  22. ผลงานเรื่อง สารออกฤทธิ์ทุติยภูมิจากเห็ดหลินจือแดงสำหรับบรรเทาอาการของโรคไต : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตราเบต้าไลฟ์ โดย นางสาวอุบล ฤกษ์อ่ำและคณะ จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
  23. ผลงานเรื่อง โดรนเพื่อการแสดงพลุไฟ โดย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล และคณะ จากสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ
  24. ผลงานเรื่อง นวัตกรรมระบบออกซิเดชันขั้นสูงสำหรับฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคแบบในรถพยาบาลแบบอัตโนมัติ โดย นางสาวพรรัตน์ ไชยมงคล และคณะ จากบริษัท คิวจีนิค จำกัด
  25. ผลงานเรื่อง กลู-เอ็กซ์ ปุ๋ยน้ำกลูต้าเมต คีเลตเสริมธาตุอาหารสำหรับพืช โดย นายธรณ์ โกศลพัฒนดุรงค์ และคณะ จากบริษัท แอคคอร์ดอินเตอร์เทรด จำกัด

รางวัล Special Prizes on stage จากองค์กรนานาชาติ ดังนี้

  1. รางวัลจาก Saudi Arabia (Outstanding Innovation Award) ผลงานเรื่อง “ชุดตรวจคัดกรองโรคทางเดินหายใจอัจฉริยะแบบพกพาด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ พร้อมระบบให้คำแนะนำสุขภาพหลายภาษาสำหรับการแพทย์ทางไกลส่วนบุคคล” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก เสือสีนาค และคณะ จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  2. รางวัลจาก Hong Kong Delegation (Invention Award) ผลงานเรื่อง “เอ็มดีคอนท์: นวัตกรรมน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูง ด้วยอนุภาคเงินนาโนชีวสังเคราะห์จากกระชายขาว สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์” โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล และคณะ จากสมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย
  3. รางวัลจาก China Association of Inventions (CAI Award) ผลงานเรื่อง “ไอเซดาร์ โบนเอ็กซ์: ระบบความร่วมมือทางการแพทย์แบบหลายชั้นบนคลาวด์ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนแพทย์มือใหม่ในการวินิจฉัยกระดูกสะโพกหักในห้องฉุกเฉินในพื้นที่ชนบท” โดย ดร.ทศพร เฟื่องรอด และคณะ จาก วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ความสำเร็จของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถอันโดดเด่นของคนไทย ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลล้วนมีคุณภาพ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ กระทรวง อว. ยังคงส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้ของประเทศต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน