ยุติข้อพิพาท ระหว่างมูลนิธิลพบุรีสามัคคีสงเคราะห์ และวัดนิคมสามัคคีชัย

จังหวัดลพบุรี – ประธานมูลนิธิลพบุรีสามัคคีสงเคราะห์นำคณะกรรมการแถลงข่าวกรณีล่วงเกินที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลพบุรีฝ่ายธรรมยุต จากที่ดินตั้งสุสานมูลนิธิลพบุรีสามัคคีสงเคราะห์ไปตั้งอยู่ในพื้นที่วัด

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 68 นายสุวัฒน์ เอนกศักยพงศ์ ประธานมูลนิธิลพบุรีสามัคคีสงเคราะห์และ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ณ ศาลาการเปรียญวัดนิคมสามัคคีชัย(วัดบ่อ 6) ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี พร้อมกับได้นิมนต์ พระภาวนาวชิรญาณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลพบุรีฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดนิคมสามัคคีชัย และคณะสงฆ์ รวมทั้งเชิญ พลตรีวิชัย สาคำภีร์ ประธานคณะกรรม การวัดนิคมสามัคคีชัยและคณะกรรมการวัด ร่วมในการแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่ทางมูลนิธิลพบุรีสามัคคีสงเคราะห์ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้เข้าไปดำเนินการสร้างสุสานตั้งบนพื้นที่ของทางวัดนิคมสามัคคีชัย ซึ่งต่อมาทางวัดได้แจ้งมายังทางมูลนิธิฯให้ทำเรื่องกับทางวัดให้ถูกต้อง แต่ทางมูลนิธิฯ มั่นใจว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของทางมูลนิธิฯ ที่ดำเนินการมาเป็นเวลานาน ทำให้มีการจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมาทำให้เกิดความเสียหายต่อวงการสงฆ์และเสียหายต่อทางวัด จนได้มีการฟ้องร้องและมีการพิสูจน์ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของทางวัด โดยทางมูลนิธิฯ ได้น้อมรับในความผิดพลาดครั้งนี้ จึงได้จัดแถลงข่าวนี้เพื่อแสดงออกซึ่งความจริงใจและรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้กระทำ เนื่องจากคณะกรรมการมูลนิธิฯชุดปัจจุบันได้รับการคัดเลือกขึ้นมาเพื่อให้มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินและกิจการต่างๆ ของมูลนิธิฯเป็นกรรมการสมัยที่ 29

จากเรื่องราวที่เล่ากันต่อๆ มากว่า 60 ปีมาแล้วว่ามีคนจีนที่มาจากเมืองจีนมาอาศัยอยู่ในจังหวัดลพบุรี ได้รวบรวมเงินซื้อที่ดินเพื่อจะเอาไว้ฝังศพชาวจีนที่เสียชีวิต แต่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้เนื่องจากในสมัยนั้นกฎหมายไม่อนุญาตให้คนจีนมีสิทธิ์ครอบครองที่ดิน จึงได้มอบที่ดินนั้นให้สร้างวัดโดยเป็นเรื่องที่รู้กันกับเจ้าอาวาสวัดรูปแรกได้กลายเป็นความเชื่อที่มีสืบต่อกันมาในมูลนิธิจนถึงปัจจุบันด้วยเหตุดังกล่าวจึงนำมาซึ่งการตัดสินใจที่ผิดพลาด สำหรับพื้นที่แปลงที่มูลนิธิฯเข้าใจว่าบรรพบุรุษชาวจีนซื้อเอาไว้จำนวน 8 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา โดยปัจจุบันทางมูลนิธิฯได้คืนพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างให้กับทางวัดและยกเลิกในการดำเนินการเกี่ยวกับสุสานเก็บศพไร้ญาติแล้ว

ขณะที่ทาง พลตรีวิชัย สาคำภีร์ ประธานคณะกรรมการวัดนิคมสามัคคีชัย ได้เปิดเผยว่ากรณีที่มีข้อพิพาทนั้น ทางมูลนิธิฯได้ดำเนินการตามข้อเสนอของทางวัดเป็นที่พอใจแล้วก็จะขอยก เลิกกรณีพิพาทกับทางมูลนิธิฯและสื่อมวลชนบางแขนงด้วย รวมทั้งพอใจในการดำเนินการในการแสดงความรับผิดชอบของทางมูลนิธิฯ ส่วนญาติของผู้ที่ฝังอยู่ที่ฮวงซุ้ยในเขตของทางวัดก็ยังคงมาปฏิบัติได้ตามประเพณีที่ทำมาแต่โบราณไม่ได้มีการห้ามแต่อย่างใด สำหรับในอนาคตทางวัดจะใช้พื้นที่ดังกล่าวในการสร้างฌาปนสถานให้กับญาติประชาชนที่เสียชีวิตเพราะอันเดิมมีสภาพเก่าทรุดโทรม


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สลด !! ลุง 59 ปี ควบจยย.เสียหลักแหกโค้งชนเสารั้ว ดับ

นครนายก – สลดลุง 59 ปี ควบ จยย. เสียหลักแหกโค้งชนเสารั้วดับ

เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 22 เม.ย.68 พ.ต.ท.สุรินทร์ สมบุตร์ ร้อยเวร สภ.เมืองนครนายก ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุรถจักรยานยนต์ชนเสาประตูรั้วบ้านเสียชีวิต จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกู้ภัยสว่างอริยะและแพทย์เวร ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 13 หมู่ 4 ตำบลวังกระโจมอำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีบีอาร์ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน กธน 884 นครนายก สภาพหน้ารถพังเสียหายยับ ห่างกันเล็กน้อยพบร่างนายสุเทพ สันติเลขวงษ์ อายุ 59 ปี สวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้น นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถสภาพศพศรีษะแตกมีเลือดออกที่ศีรษะจำนวนมาก ท่ามกลางญาติร่ำไห้ด้วยความเสียใจ

จากการสอบถามหลานของผู้เสียชีวิตที่อยู่บ้านเดียวกันเล่าให้ฟังว่า ปู่เขาจะมางานครบ 100 วันญาติเขา และเขาเป็นคนกินเหล้าเวลาเขากินเขาจะกินเยอะ และเขาก็จะขับรถเร็วและเมื่อช่วงเช้าก็เอาเด็กน้อย 2 คน ติดรถมาด้วยแต่ย่ามารับกลับไปก่อน รู้สึกเสียใจมากที่ปู่ต้องมาเสียชีวิตแบบนี้

ส่วนทางด้านป้านิดภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าให้ฟังว่าเมื่อช่วงเช้าไม่มีลางสังหรณ์ว่าสามีของตนจะเสียชีวิต ก่อนจะออกจากบ้านก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน เขาบอกว่าจะมางาน 100 วันพี่ชายเขา เขาเป็นคนสนุกเฮฮาชอบดื่มเหล้าแล้วชอบสนุกกับพี่ๆ น้องๆ และเขาก็เอาหลานมา 2 คน เราก็มาตามเอาหลานกลับแล้วก็ปล่อยให้เขาอยู่กับพี่ๆ น้องๆ ของเขา จนกระทั่งมา ทราบข่าวว่าสามีของตนนั้นขี่รถชนรั้วเสียชีวิต และไม่ได้ติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้และจะนำร่างของสามีไปชันสูตรศพและบำเพ็ญกุศลต่อไป

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจในบริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนสวนทางและมีโค้งหักศอกคาดว่าผู้เสียชีวิตนั้นน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วจนเสียหลักแหกโค้งไปชนกับเสารั้ว เพราะที่เสารั้วมีเส้นผมติดอยู่ คาดว่าศีรษะผู้ตายน่าจะไปชนเหลี่ยมเสา เลยทำให้เสียชีวิตในครั้งนี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก//รายงาน

ฮือฮา แบ็กโฮขุดบ่อ พบต้นตะเคียนยักษ์อายุกว่า 1,000 ปี ชาวบ้านทราบข่าว แห่ไปไหว้ขอเลขเด็ดกันอย่างคึกคัก

เพชรบูรณ์ – ฮือฮา แบ็กโฮขุดบ่อ พบต้นตะเคียนยักษ์อายุกว่า 1,000 ปี ชาวบ้านทราบข่าวแห่ไปไหว้ขอเลขเด็ดกันอย่างคึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 11 บ้านไร่ฝาย ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ว่าได้ขุดพบต้นตะเคียนยักษ์ใต้พื้นดินที่ประปาส่วนภูมิภาคอำเภอวังโป่งกำลังขุดขยายอ่างน้ำขนาดใหญ่เพื่อให้กับชาวอำเภอวังโป่งได้ใช้น้ำโดยไม่ขาดแคลนช่วงหน้าแล้ง จึงรุดไปถึงพื้นที่ดังกล่าวพบชาวบ้าน จำนวนมากทยอยเดินทางมาไหว้ขอโชคลาภ พร้อมนำแต่งขันธ์ห้า ธูปเทียน ดอกไม้ ผลไม้ 9 อย่าง น้ำแดง พวงมาลัยสีเหลืองมาเซ่นไหว้ โดยมีร่างทรงได้ทำพิธีอัญเชิญขึ้นไปอยู่ที่วัดไร่ฝาย หลังชาวบ้านทราบข่าวจึงพากันแตกตื่น พร้อมนำแป้งไปลูบขูดหาเลขเด็ดกันตามความเชื่ออย่างคึกคัก

ขณะเดียวกันร่างทรงได้ทำพิธีเชิญขึ้นโดยมีอาการร้องโฮเหมือนกับดีใจโดยมีเสียงพูดออกมาว่านี่แหละใหญ่สุดแล้วโดยพูดออกมาว่า ชื่อเจ้าแม่งามทองอายุ 1,000 ปี โดยการประปาส่วนภูมิภาควังโป่งได้นำรถแบ็กโฮของผู้รับเหมามาขุดบ่อขยายเพิ่ม ที่บริเวณ พื้นที่บ้านไร่ฝาย หมู่ 11 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำ ขณะที่คนขับรถแบ็กโฮขุดลึกลงไปใต้ผิวดิน 5-6 เมตร ได้พบเจอตอไม้ขนาดใหญ่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ เส้นรอบวงกว้าง 4 เมตร 80 เซนติเมตร ยาว 27 เมตร 80 เซนติเมตร โดยใช้รถเครนขนาดใหญ่ยกขึ้นใช้เวลา 5 ชั่วโมงจึงยกขึ้น

นายเดชา จันบุญศรี ผู้ใหญ่บ้านบ้านไร่ฝาย หมู่ 11 เล่าว่า ได้ขุดลอกอ่างน้ำประปาภูมิภาควังโป่ง ทางนายช่างประปาได้ไปแจ้งผมว่าให้มาดูขอนตะเคียนใหญ่ว่าขนย้ายออก ตนก็เลยได้ไปปรึกษาเจ้าอาวาสเจ้าอาวาสบอกว่าให้เอามาไว้ที่วัดไร่ฝายของเรา ซึงต่อตะเคียนใหญ่วัดมาได้ 27 เมตร 80 เซนติเมตร ก่อนหน้านั้นชาวบ้านมีเห็นคือลุงดำเห็นตั้งแต่สมัยหนุ่มตอนนี้ตอนนี้แกอายุจะ 90 แล้ว ตอนนี้ 86 ปี แกเห็นตั้งแต่อายุประมาณ 15 ปี ที่ลุงเห็นตั้งแต่ยืนต้นอยู่เลย จนมันล้มน่าจะ 70 ปีแล้ว ตอนนี้หน่วยงานทางประปาก็ได้นำรถเครนรถแม็คโครเพื่อจะนำเอาขึ้นไปไว้ที่วัดไร่ฝาย แต่ถ้าไม่เอาขึ้นก็จะทำอ่างน้ำไม่ได้ โดยเฉพาะวันนี้ชาวบ้านฮือฮามากโดยเฉพาะตัวเลขเจ้าแม่ตะเคียนแม่งามทอง

ทั้งนี้ หลังจากทำพิธีเสร็จแล้ว รถเครนได้ยกขึ้นมาวางไว้เพื่อจะนำขึ้นเทเลอร์ ไม่พลาดคอหวยและชาวบ้านพร้อมนำแป้งไปลูบขูดหาเลขเด็ด ต่างเพ่งมองและใช้โทรศัพท์ถ่ายเห็นเลขเด็ดพบเลข 542, 54 ซึ่งตรงกันกับเลขธูปที่ร่างทรงจุดไว้ ส่วนบางคนก็นำเลขทะเบียนรถเครนที่มายก แล้วนำไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่ที่พ่อค้ามาขายตรงเลย


เดชา มลามาตย์

กองกำลังผาเมืองและกอ.รมน.ภาค 3 ส่วนแยก 2 ร่วมให้การต้อนรับ คณะสำรวจ และเก็บตย.น้ำในพื้นที่ แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

กองกำลังผาเมืองและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ร่วมให้การต้อนรับ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร อธิบดีกรมอนามัย และคณะ สำรวจ และเก็บตัวอย่างน้ำอุปโภค/บริโภคในครัวเรือนที่พักอาศัยใกล้กับแม่น้ำกก พร้อมเก็บตัวอย่างจากประชาชน 3 กลุ่ม ในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2568 กองกำลังผาเมือง และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 มอบหมายให้ ชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3204 ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข, กรมอนามัย, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่อาย, ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านร่มไทย ร่วมให้การต้อนรับ นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, พลโท ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร, แพทย์หญิง อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย และคณะ เนื่องด้วยเดินทางมาสำรวจ และเก็บตัวอย่างน้ำอุปโภค/บริโภคในครัวเรือนที่พักอาศัยใกล้กับแม่น้ำกก จำนวน 5 หลังคาเรือน และตัวอย่างปัสสาวะประชาชนที่พักอาศัยใกล้กับแม่น้ำกก

โดยนำตัวอย่างจากประชาชน 3 กลุ่ม 1.เด็กอายุ 1-10 ปี จำนวน 2 คน, 2.สตรีมีครรภ์ จำนวน 1 คน และ 3.ผู้สูงอายุ จำนวน 2 คน เพื่อนำไปตรวจหาสารปนเปื้อน เนื่องจากกรณีพบสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ณ บ้านร่มไทย (แก่งทรายมูล) หมู่ที่ 14 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ผลการตรวจโดยละเอียดจะทราบผลใช้ระยะเวลาโดยประมาณ 15 วัน


ระดมกำลัง “ช้างกู้ภัย” พลายวาเลนไทน์-พลายแสนแชมป์ พร้อมควาญและเจ้าหน้าที่ลุยเคลียร์พื้นที่หลังพายุฤดูร้อนถล่มแม่ริม

เชียงใหม่ – ระดมกำลัง “ช้างกู้ภัย” พลายวาเลนไทน์-พลายแสนแชมป์ พร้อมควาญและเจ้าหน้าที่ลุยเคลียร์พื้นที่หลังพายุฤดูร้อนถล่มแม่ริม

จากกรณีพายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวานนี้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ อายุกว่า 100 ปี หักโค่นทับร้านค้าและบ้านเรือนของชาวบ้าน เเละ ขัดขวางเส้นทางสัญจรและสร้างอันตรายให้กับชุมชนในหลายตำบล ล่าสุดวันนี้ (19 เมษายน2568 ) มีการระดมกำลังช้างกู้ภัยร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่และควาญช้าง ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเคลียร์พื้นที่ เพื่อเร่งฟื้นฟูและคืนสภาพความปลอดภัยให้ชุมชนโดยเร็ว

ช้างกู้ภัย 2 เชือกจากบ้านช้างตระกูลแสน ณ ดูช้างดูดอย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของท่านพระครูอ๊อดวัดเจดีย์หลวงจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ “พลายวาเลน ไทน์” และ “พลายแสนแชมป์” ได้เข้าร่วมภารกิจสำคัญในครั้งนี้ โดยทั้ง 2 เชือกผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรเฉพาะด้านกู้ภัย ทั้งในสภาพภูเขา น้ำ และพื้นที่สูง สามารถทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีควาญช้างคอยประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด
ช้างสามารถช่วยยกและเคลื่อนย้ายกิ่งไม้ขนาดใหญ่ รวมทั้งท่อนซุงที่ล้มทับเส้นทางและบ้านเรือนได้อย่างรวดเร็ว ทำงานร่วมกับเครื่องจักร เช่น รถแบ็กโฮและรถเครน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระและเวลาในการฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างเห็นได้ชัด

พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่ง ได้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เได้มื่อวานนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ช้างจากบ้านช้างตระกูลแสน ถือเป็นกำลังสำคัญที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจช่วยเหลือภัยพิบัติทุกรูปแบบ อาตมาเห็นกับตาว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบหนักมาก พอมีช้างมาช่วยก็เหมือนเพิ่มพลังให้กับทีมกู้ภัยอย่างมาก” ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมายังได้มีการระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมสนับสนุนเครื่องดื่มชูกำลังจาก ครูอ๊อดวัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่ให้กับทีมงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตลอดทั้งคืน ซึ่งภารกิจคืนวานสามารถดำเนินการได้เพียง 40% เท่านั้น

การเข้ามาของช้างกู้ภัยจึงเป็นอีกแรงสำคัญที่ช่วยเร่งเคลียร์พื้นที่ได้รวดเร็วขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงการนำศักยภาพของช้างไทยมาใช้ในมิติใหม่ที่สร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถตอบโต้ภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

ทหารช่างกองทัพภาคที่ 3 สนับสนุน บูรณาการร่วม เดินหน้าขุดลอกแม่น้ำรวก-แม่น้ำสาย พร้อมสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม รับมือฤดูน้ำหลาก

ทหารช่างกองทัพภาคที่ 3 สนับสนุนบูรณาการร่วม เดินหน้าขุดลอกแม่น้ำรวก-แม่น้ำสาย พร้อมสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม รับมือฤดูน้ำหลาก

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามการขุดลอกแม่น้ำรวกและแม่น้ำสาย รองรับฤดูน้ำหลากฤดูฝน โดย อำเภอแม่สาย รายงานความคืบหน้าการขุดลอกแม่น้ำรวกและแม่น้ำสาย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยทหารช่าง จาก กอง ทัพภาคที่ 3 และทางการเมียนมาร์ โดยได้เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2568 และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูน้ำหลากที่กำลังจะมาถึง

การขุดลอกครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำตลอดแนวแม่น้ำรวมระยะทางกว่า 44.8 กิโลเมตร โดย กองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบพื้นที่ในเขตแม่น้ำรวก เป็นระยะทาง 14 กิโลเมตร ขณะที่กรมการทหารช่างดำเนินการต่อรวมระยะทาง 18 กิโลเมตร ส่วนทางการเมียนมาร์จะรับผิดชอบการขุดลอกแม่น้ำสาย ระยะทาง 12.8 กิโลเมตร

นอกจากภารกิจขุดลอกแล้ว ยังมีการดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจของอำเภอแม่สาย ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าและดินโคลนหลากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยแนวป้องกันดังกล่าวมีระยะทางรวมประมาณ 3,600 เมตร มีเนื้องานจริง 2,193 เมตร เริ่มต้นจากจุดแนวเขตแดนไทย-เมียนมาร์ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์แห่งที่ 1 ไปจนถึงบริเวณประตูน้ำชลประทาน

ซึ่งการออกแบบแนวป้องกันนี้ เน้นให้สามารถป้องกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแนวชั่ว คราวที่สามารถพัฒนาเป็นแนวถาวรในอนาคต และสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วให้ทันฤดูน้ำหลาก โดยใช้โครงสร้างหลากหลายรูปแบบผสมผสานกันตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งด้วยเข็มไอและแผ่นคอนกรีตหล่อสำเร็จ การก่อสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมฐานราก การเสริมความมั่นคงให้แนวคันดินเดิมด้วยถุง Big Bag รวมถึงการดัดแปลงแนวป้องกันให้เชื่อมโยงกับตัวอาคารบ้านเรือนริมน้ำ ด้วยการติดตั้งแผ่นเหล็กปิดช่องน้ำเข้าและกำแพงป้องกันแบบประกอบแผ่นคอนกรีตสำเร็จ

ทั้งนี้งานขุดลอกและแนวป้องกันน้ำท่วมคาดจะแล้วเสร็จภายในกลางเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้ทันก่อนฤดูฝน พร้อมเสริมความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่แม่สาย ที่จะสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


นที มีเดช รายงาน

เจ้าหน้าที่ไทย ดูแลผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา ตามหลักมนุษยธรรม

จากสถานการณ์ ห้วง 18 – 19 เม.ย. 68 มีการสู้รับระหว่างกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมากับทหารเมียนมา ในพื้นที่ บ.มอพาซู อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สมม. ด้านตรงข้าม บ.ห้วยปลากอง ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก ห่างจากแนวชายแดน ประมาณ 2 กม. จึงทำให้ประชาชนชาวเมียนมา บ.เลก่อ ฝั่งเมียนมา เกิดความกังวัลใจจะได้รับผลกระทบจากการสู้รบ จึงประสานขออพยพข้ามแนวชายแดนมายังฝั่งประเทศไทยในพื้นที่ บ.ห้วยปลากอง ต.ขะเน จื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก จำนวน 247 คน

ปัจจุบัน พ.อ. ณัฐกร เรือนติ๊บ ผบ.ฉก.ราชมนู, พ.อ. องอาจ สัมพันธ์ ผบ.ฉก.ทพ.35 ร่วมกับ นายปริญญา สายโรจน์ นายอำเภอแม่ระมาด และ สภ.แม่ระมาด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และ ดำเนินการตามแนวทางของ สำนักงานสภาความั่นคงแห่งชาติและศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.ตาก ในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวสำนักสงฆ์บ้านห้วยปลากอง เพื่อดูแลผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาดังกล่าวตามหลักมนุษยธรรม

กองกำลังนเรศวร #จังหวัดตาก หน่วยเฉพาะกิจราชมนู #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่35 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่34 #พิทักษ์ชายแดนตาก


นที มีเดช รายงาน

ทบ.เสียใจ เหตุกำลังพลเสียชีวิต พร้อมดูแลช่วยเหลือครอบครัว ประสานเจ้าพนักงานเร่งสอบสวนคดีโดยเร็ว

ทบ. เสียใจเหตุกำลังพลเสียชีวิต พร้อมดูแลช่วยเหลือครอบครัว ประสานเจ้าพนักงานเร่งสอบสวนคดีโดยเร็ว

กองทัพบกได้รับแจ้งเหตุกำลังพลประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทราบชื่อคือ พันเอก พิฆราช สุริยะ รองหัวหน้ากองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 11 /ผู้อำนวยการ ศูนย์บัญชาการภัยพิบัติ กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในกำลังพลจิตอาสาพระราชทานกองทัพบกที่เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม ตั้งแต่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน โดยเหตุเกิดวานนี้ (18 เม.ย.68) ขณะกำลังพลได้เดินทางไปประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวัน ณ กองอำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ส่วนหน้า (จตุจักร) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า JJ Mall ซึ่งจากภาพกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ กำลังพลได้หักหลบรถจักรยานยนต์ที่เปลี่ยนเลนกะทันหัน ทำให้เสียหลักเข้าชนฟุตบาทจนเสียชีวิต

จากเหตุดังกล่าวนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพบก ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของกำลังพล ที่สูญเสียบุคคลสำคัญในครอบครัว ซึ่งเป็นบุคลากรดีเด่น ร่วมปฏิบัติงานในภารกิจต่างๆ ของกองทัพบก เพื่อประชาชนและประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 11 ประสานและอำนวยความสะดวกครอบครัวในการเดินทางมารับศพ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี และกระทำพิธีทางศาสนา รวมทั้งเร่งดำเนินการในเรื่องสิทธิและสวัสดิการต่างๆ ของกำลังพลโดยเร็ว เพื่อดูแลช่วยเหลือครอบครัวให้ได้รับตามสิทธิอย่างดีที่สุด

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้นายทหารพระธรรมนูญของหน่วยร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ในการสอบสวนและดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายกับคู่กรณี โดยกองทัพบกพร้อมเป็นตัวแทนครอบครัวในการประสานงานและดำเนินการต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อยุติของคดี และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัวโดยเร็ว



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

รพ.พญาไท 3 ปรับโฉมศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ ภายใต้แนวคิด “UNLEASH YOUR BEST MOVE” กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างที่เคย ตอบโจทย์การรักษาทุกช่วงวัย

โรงพยาบาลพญาไท 3 ปรับโฉมศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ ภายใต้แนวคิด ” UNLEASH YOUR BEST MOVE ” กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างที่เคย ตอบโจทย์การรักษาทุกช่วงวัย ตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมาศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อโรงพยาบาลพญาไท3 ได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยในการเข้ารับการผ่าตัดรักษาเปลี่ยนข้อเข่าเทียมกว่า 10,000 ราย ถือเป็น การตอกย้ำการสร้างภาพจำด้านการผ่าตัดรักษาเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้อย่างดี

นอกจากการดูแลรักษาด้านข้อเข่าและการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้ว ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อยังตอบโจทย์ผู้รับบริการในทุกช่วงวัย ด้วยความหลากหลายของการดูแลที่ครบและครอบคลุมในทุกมิติ อาทิเช่น ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา (Sports Medicine Center) ศูนย์กระดูกสันหลัง (Spine Center), ศูนย์เท้าและข้อเท้า (Foot and Ankle Center), ศูนย์โรคทางมือ (Hand and Microsurgery Center), ศูนย์ระงับปวด (Pain Management Center), ศูนย์รักษาเนื้องอกกระดูก (Bone Tumor Center), ศูนย์กระดูกหักและข้อเคลื่อน (Trauma Center), ศูนย์ศัลยกรรมโรคกระดูกและข้อเด็ก (Children’s OrthopaedicCenter)

ซึ่งจากทุกความชำนาญ ของทีมแพทย์เฉพาะทางดังกล่าวผสานความใส่ใจดูแล ทั้งก่อนและหลังการรักษาทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไวและกลับไปให้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างที่เคย ถือเป็นการสร้างจุดยืนตอกย้ำบริการที่เป็นเลิศด้านการรักษาด้านกล้ามเนื้อกระดูกและข้อได้อย่างดี และเพื่อเป็นการตอบแทนในทุกความไว้วางใจที่ดีเสมอมา ทางโรงพยาบาลพญาไท 3 จึงยกระดับด้านการบริการให้ดียิ่งขึ้น โดยการใส่ใจสภาพแวดล้อมของผู้เข้ารับบริการ ทุ่มงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ปรับรูปโฉมใหม่เพื่อรองรับการเข้ารับบริการของกลุ่มลูกค้าที่มีเพิ่มมากขึ้นในทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยการออกแบบเน้นความสบายตาด้วยโทนสีเบจและสีเขียวที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเครือโรงพยาบาลพญาไท ผสมผสานด้วยสีทองที่เข้ามาเพิ่มความหรูหราได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังคำนึงถึงพื้นที่ ที่กว้างขวาง โปร่งโล่ง เพิ่มพื้นที่ห้องเข้ารับการตรวจ ห้องให้คำปรึกษาที่เป็นสัดส่วน เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้รับบริการได้อย่างลงตัว

ด้าน นพ.อภิชัย โตวณะบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการแพทย์โรงพยาบาลพญาไท3 ได้กล่าวถึงการลุกขึ้นมาปรับปรุงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า ที่ผ่านมาเราได้ฟังเสียงของผู้ป่วยถึงปัญหาของพื้นที่ในการเข้ารับการตรวจที่มีพื้นที่พักคอย และห้องเข้ารับบริการให้คำปรึกษาที่ไม่เพียงพอและไม่ได้รับความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีจำนวนผู้เข้ามารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้รับความสะดวก สบายในการรอรับบริการ จากข้อมูลดังกล่าวทางทีมงานก็เร่งเดินหน้าวางแผนปรับปรุงขยายพื้นที่เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อการเข้ารับบริการของผู้ป่วยให้มากยิ่งขึ้น ในครั้งเราทุ่มงบในการรีโนเวทพื้นที่กว่า 10 ล้านบาท ปรับทั้งในส่วนของทั้งระบบเทคโนโลยีภายในเพื่อให้สะดวกต่อการเชื่อมต่อข้อมูลทางการแพทย์ส่งผลการรักษาได้อย่างฉับไวและภาพลักษณ์พื้นที่ภายนอกที่กว้างขวางเป็นสัดส่วนสวยงามมากยิ่งขึ้น

ด้าน ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าศูนย์และแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อโรงพยาบาลพญาไท3 ยังได้กล่าวถึงความพร้อม ของทีมแพทย์ของศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ ที่สามารถรองรับผู้เข้าใช้บริการที่ประสบปัญหาความเจ็บป่วยทางโรคกล้ามเนื้อกระดูกและข้อ เช่น ปัญหา โรคกระดูกในเด็ก ผู้สูงอายุ และที่สำคัญช่วงนี้ เทรนด์การรักสุขภาพทำให้มีผู้ที่บาดเจ็บจากการออกกำลังกายการเล่นกีฬามากขึ้น โดยเรามีทีมแพทย์เฉพาะทาง ด้านเวชศาสตร์การกีฬา คอยให้การปรึกษาวางแผนในการรักษาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และที่สำคัญยังมีทีมพยาบาลและนักกายภาพบำบัดที่จะให้การดูแลทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะฟื้นตัวได้ไว สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้มีความสุขได้อย่างที่เคยถือเป็นการตอบโจทย์สำหรับกลุ่ม Generation ใหม่ในการรักษาด้านกล้ามเนื้อกระดูกและข้อ

ทั้งหมดนี้ถือเป็นการพลิกโฉมของศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อของโรงพยาบาลพญาไท3 ที่ตอกย้ำภาพจำการเป็นผู้นำด้านการรักษาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่ได้รับความไว้วางใจ และยังสร้างภาพจำในการรักษาที่หลากหลาย เพิ่มการยกระดับพื้นที่ในการเข้ารับบริการที่สะดวกสบายสวยงาม พร้อมดูแลผู้ป่วยที่ตอบโจทย์ในทุกช่วงวัยให้กลับไปใช้ชีวิตได้มีความสุขอย่างที่เคย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตร.ชะอำ โชว์ฟอร์ม รวบคู่รักขณะยื่นรอส่งยาบ้าให้ลูกค้า ยึดของกลางกว่า 6,059 เม็ด

ตร.ชะอำโชว์ฟอร์ม รวบคู่รักขณะยื่นรอส่งยาบ้าให้ลูกค้า ยึดของกลางกว่า 6,059 เม็ด สารภาพได้รับค่าจ้าง

วันที่ 20 เมย. 68 ที่สถานีตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ. ชะอำ จ.เพชรบุรี, พ.ต.ท.ธีรพงษ์ รักษาเวียง รอง ผกก., พ.ต.ต.ไชยชนม์ อรุณโรจน์รังษี สวป., ร.ต.อ.สนทยา แสนดี รอง สวป. พร้อมด้วย สายตรวจรถยนต์ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ร่วมกันจับกุมตัว นายเจตฎาพร อายุ 23 ปี ชาวอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี และ น.ส. ป อายุ 32 ปี แฟนสาวชาวอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พร้อมยึดของกลาง เป็นยาบ้าบรรจุในถุง มีโลโก้รูปจานบิน ตัวอักษร UFO 999 จำนวน 3 มัด ร่วมทั้งสิ้น 6,059 เม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน 2070 จ.เพชรบุรี ขณะจอดรถรอส่งยาบ้าให้ลูกค้าบริเวณริมถนนคันคลองชลประทาน แถวๆ โรงแรมฝันดี ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จนท.ได้นำตัวทั้ง 2 ราย ไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายที่ รพ.ชะอำ พบสารเสพติดในปัสสาวะของทั้ง 2 ราย ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรชะอำ

จากการสอบสวนนายเจษฎาพร ทราบว่า ได้มีมีคนชื่อบอยได้ติดต่อว่าจ้าง ให้ไปรับยา ที่บริเวณเสาไฟฟ้าหน้าปั๊ม PT ถนนบายพาสชะอำปรานบุรี ขาล่องใต้ ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แล้วให้นำยาบ้ามาวางบริเวณถนนคันคลองชลประทานโรงแรมฝันดี ซึ่งห่างจากปั๊ม PT ประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกลุ่มได้ดังกล่าว เบื้องต้น น.ส.ป. ยังให้การภาคเสธเรื่องยาเสพติด และสารภาพว่าเสพยามาจริง จนท.จึงแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า) โดยการมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


///////บรรณรต จ.เพชรบุรี