การฝึกเป็นหน่วยกรมเป้าหมาย (กรม ร.ฉก.ทภ.3) ประจำปี 2568

การฝึกเป็นหน่วยกรมเป้าหมาย (กรม ร.ฉก.ทภ.3) ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 5 – 9 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 3 ณ อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย โดย กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้หน่วย กรมทหารราบที่ 14 กองพลทหารราบที่ 4 พร้อมด้วยหน่วยประกอบกำลัง จัดกำลังพลในส่วนของการฝึกฯ ในครั้งนี้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความพร้อมรบในภาพรวม ทั้งในด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การควบคุมบังคับบัญชา และระบบปฏิบัติการในสนามรบ ทั้งนี้เพื่อทดสอบความสามารถของหน่วยในการเคลื่อนย้ายกำลังเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนประเมินความพร้อมของหน่วยสนับสนุนในการส่งกำลังให้สอดคล้องกับแผนการยุทธ์ ตามแผนการฝึกเตรียมความพร้อมการใช้กำลังตามแผนป้องกันประเทศ ประจำปี 2568

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 มอบหมายให้ พลตรี ณรงค์ฤทธิ ปาณิกบุตร รองแม่ทัพภาคที่ 3 ได้ตรวจเยี่ยมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (LFX) ของหน่วยกรมเป้าหมาย (กรม.ร.ฉก.ทภ.3) ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 3 อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งหน่วยได้ดำเนินการสาธิตการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง โดยมีการปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานจากกองทัพอากาศ และกองทับก รวมถึงการปฏิบัติตามแนวความคิดการรบแบบผสมเหล่าด้วย

ทั้งนี้จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 ได้ทำการฝึกฯ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์ทางทหาร เพื่อที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ และพี่น้องประชาชนชาวไทยสืบไป


คุณยาย อายุ 86 ปี คน จ.นครราชสีมา ออกตลาดขายขนม ช่วยเบาภาระครอบครัว

คุณยาย อายุ 86 ปี คนจังหวัดนครราชสีมา ออกตลาดขายขนม ช่วยเบาภาระครอบ ครัว

คุณยายมีชื่อว่า นางฝ่าย หลุนกระโทก อายุ 86 ปี อีกสี่เดือนจะครบ 87 ปี มีสัมมะโนครัวที่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน คุณยายไม่มีบ้าน ได้ เช่าห้องอยู่ที่ ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา อยู่กับ ลูกสาว 2 คน หลานชาย 1 คน ลูกสาวอายุ 40 กว่าชื่อนาง(ก)นามสมมุติ และอีกคนอายุ 50 กว่าชื่อนาง(ข)นามสมมุติ ส่วนหลานชาย อีก 1 คน อายุ 26 ปี ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีอาชีพติดตัว จึงหาเงินได้น้อย คุณยายเล่าว่า ลูกสาวทำงานเป็นแม่บ้านที่ รพ.มหาราช ลูกสาวอีกคน ช่วยทำขนมที่บ้าน ลูกสาวทั้งสองคนเลิกกับสามีนานแล้ว และลูกสาวทั้งสองคนป่วยด้วยโรคกระดูกทับเส้น ทำงานได้ไม่เต็มร้อย รายได้จึงไม่เพียงพอ

คุณยาย หู ไม่ค่อยได้ยิน และ จะปวดขาบ่อยๆ เพราะเดินมาก บางวันปวดมากทนไม่ไหว ก็นอนลงไปตรงที่นั่งขายของ คุณยายเล่าต่อไปว่า ตัวเองนั้น สมัยยังสาว ทำงานเป็นลูกจ้างที่ กทม. หลังจากนั้น กลับมาอยู่ โคราช เมื่ออายุได้ 30กว่า จากนั้นจึงขายขนมเรื่อยมา จนถึงวันนี้ คุณยายได้ขายขนมมาเป็นเวลา 50 กว่าปีแล้ว ขนมที่คุณยายขายคือ ขนมไทย ใส่ไส้ห่อใบตอง ขนมกล้วย ขนม ตาล สมัยนั้นคุณยายจะเอาขนมใส่ตะกร้าใบใหญ่และหิ้วสองมือ ปัจจุบันใส่ตะกร้าใบเล็กขาย ขนมที่คุณยายขาย จะเป็นขนมที่ทำสำเร็จมาแล้ว เช่น บ๊วย ท๊อฟฟี่ ขนมปังกรอบสอดไส้ ขนมเหล่านี้ หลานสาวคุณยายซึ่งเป็นลูกของนาง(ก)จัดหามาให้ คุณยายได้ขายทุกวันนี้

สถานที่คุณยายขายมีสองที่ คือ ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย (ที่อยู่ปัจจุบัน)และในตัวอำเภอเมืองนครราชสีมา คุณยายเล่าต่อไปว่า ได้นั่งรถประทาง สาย โชคชัย – นครราชสีมา เข้าไปขายในเมือง บริเวณ กรมที่ดิน เดินต่อไป ธ.ออมสิน เดินต่อไป ศาลากลางจังหวัด และ รพ.มหาราช อาจจะนั่งรถเมย์บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเดิน เพราะได้ขายไปด้วย หากวันไหนขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย(ที่อยู่ปัจจุบัน) คุณยายจะนั่งวินไปขาย บางวันก็เดินไป ระยะทางประมาณ เกือบครึ่งกิโลเมตร จากที่พัก ไปยัง ตลาดไนท์กระโทก ขายขนมเสร็จ เวลา 20.00 น.หากคุณยายไม่มีรถกลับบ้าน หาวินมอไซค์ไม่ได้ ก็จะมีแม่ค้าใจบุญที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย ขับรถมอไซค์พ่วงมาส่งยังที่พัก

ส่วนรายได้จากการขายขนม คุณยายเล่าว่า ขายในเมืองนครราชสีมาโดยเฉลี่ย ได้วันละ 1000 บาท หักค่ารถ และต้นทุน เหลือกำไรวันละ ร้อยกว่า ถึง สองร้อยกว่าบาท หากขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย รายได้โดยเฉลี่ย วันละ 200 บ.รวมต้นทุน


กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

จัดใหญ่ !! เปิดฉากการแข่งขันกีฬานักเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ชิงถ้วยพระราชทานฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ช้างศึกน้อยเกมส์ ครั้งที่11

จัดใหญ่ !! เปิดฉากการแข่งขันกีฬานักเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ชิงถ้วยพระราชทานฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ช้างศึกน้อยเกมส์ ครั้งที่11

วันที่ 23 เมษ. นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานกล่าวเปิดจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ช้างน้อยเกมส์ ครั้งที่11 ที่จัดขึ้นระหว่าง 22-25 เม.ย. โดยมี พ.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้บังคับการตำรวจตระแวนชายแดนภาค1, นางวัญเพ็ง มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย, นายอำเภอชะอำ, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี, ผู้บังคับบัญชากองบัญชาการตำรวจตแวนชายแดน, ข้าราชการตำรวจ, คณะครูและรักเรียน โรงเรียนในสังกัดตำรวจตระแวนชายแดน เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ ณ สนามกีฬาราชนิเวศน์กรีฑาสถาน กองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 11 ชิงถ้วยพระราชทานฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ รักการออกกำลังกาย เล่นกีฬา ฝึกการมีน้ำใจนักกีฬา และค้นหาตัวแทนนักกีฬาใหม่ในอนาคต ภายใต้คำขวัญ“ ใต้ฟ้าเดียวกัน สุขสันต์เริงร่า เกมส์กีฬาแห่งความสามัคคี4ภาค” โดยมีการชิงชัย 7 ชนิดกีฬาสากล คือ กรีฑา, แชร์บอล, เซปักตะกร้อ, เปตอง, ฟุตบอล 7 คน, วอลเลย์บอล และสแต็ค รวมถึงกีฬาพื้นบ้าน มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 1,400 คน จาก 222 โรงเรียน ในสังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจากทั่วประเทศ ทั้ง4ภาค เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้

พ.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กล่าวว่า สำหรับนักกีฬาที่เป็นตัวแทนของกองบังคับการตำรวจตระแวนชายแดน ภาคที่1-4 ขอให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รุ้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีความรักความสามารถคีในหมู่คณะ กีฬาเรื่องแพ้เรื่องชนะ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ความสามัคคีคือ คือความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งกันและกัน การได้เพื่อนใหม่ๆคือสิ่งที่ดี จะทำให้เรามีอนาคตแลบะวิสัยทัศที่กว้างไกลขึ้นต่อไปในอนาคต


/// บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

ผู้นำชุมชน และ อสม. ร่วมจัดกิจกรรมมอบผ้าอ้อมให้ผู้ใหญ่ผู้มีภาวะพึ่งพิง

ผู้นำชุมชน และ อสม. ร่วมจัดกิจกรรมมอบผ้าอ้อมให้ผู้ใหญ่ผู้มีภาวะพึ่งพิง

วันอังคารที่ 22 เมษายน 2568 เวลา 09.00-12.00 น. องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงแสน โดยนายกธงชัย โชคดำรงสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงแสน พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ผู้นำชุมชน และ อสม. ร่วมกิจกรรมมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้มีภาวะพึ่งพิง โดยได้รับการงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงแสน ตามโครงการสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่สำหรับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้(ระยะที่2) พื้นที่ หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 7 หมู่ที่8 หมู่ที่10 และหมู่ที่ 11 รวมจำนวนทั้งสิ้น 13 ราย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ประจวบฯ รวบผู้ต้องหากระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ประจวบคีรีขันธ์ – คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ประจวบฯ รวบผู้ต้องหากระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันที่ 21 เมษายน 2568 สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ นายปิยชาติ ไฮ้คง พนักงานคุมประพฤติชำนาญการ พร้อมด้วยนายวรวุฒิ ใบแย้ม พนัก งานขับรถยนต์ ได้บูรณาการประสานความร่วมมือกับกองกำกับการตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบ คีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.ท.อธิธัช นิยมดี รอง ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.ท.มานิตย์ ปลอดโปร่ง สว.สส.ภ.จว.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ร.ต.อ.สุเทพ เขียวประชุม, ร.ต.อ.ณรงค์ บุญตามทัณฑ์ รอง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.ส.ต.รัชตะ กรุดจันทร์ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ประจวบฯ

ได้ประสานความร่วมมือ นำหมายค้นของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ค.134/2568 ลงวันที่ 19 เมษายน 2568 เพื่อค้นบ้านเลขที่ 80/3 หมู่ 9 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีบุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบ นายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง อายุ 35 ปี เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงหมายค้นและหมายจับ ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และได้แสดงหมายจับให้บุคคลดังกล่าวดู ซึ่งรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกลุ่มในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบว่า

โดยการจับกุมได้ดำเนินจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 314/2567 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 คดีอาญาหมายเลขดำที่ ย 449/2566 คดีอาญาหมายเลขแดง ที่ ย 495/2566 ในความผิดเรื่องต้องหาว่ากระทำผิดฐานมีไว้ในความครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีน โดยฝ่าฝืนตามกฎหมาย ซึ่งนายพลกฤษณ์ หรือเอฟ คอนกำลัง ผู้ถูกจับกุม ได้กระทำความผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ จึงมีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นได้นำตัวผู้ถูกจับกุมส่ง สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ประกวดสาวงามสามชุก งาน 131 ปี ของดีอำเภอสามชุก คึกคัก!!

สุพรรณบุรี – ประกวดสาวงามสามชุก งาน 131 ปี ของดีอำเภอสามชุก คึกคัก

นายสุระบัณฑิต กันยานะ นายอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันจัดประกวด “สาวงามสามชุก” ภายในงาน “131 ปี ของดีอำเภอสามชุก” งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-27 เมษายน 2568 ณ บริเวณถนนริมคลองชลประทาน หน้าโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม และบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบเงินให้เป็นรางวัล 20,000 บาท ซึ่งมีนายภูวฤณ ภูริธรจินดา สจ.เขต อ.สามชุก นายสุธี โค้วอุดมประเสริฐ สจ.อ.หนองหญ้าไซ นายสุวัฒน์ ปานเพชร นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก และประชาชนร่วมงานกันอย่างคึกคัก

โดยมีสาวงามที่มาสมัครเข้าประกวดทั้ง 7 ตำบล เป็นลูกหลานชาวอำเภอสามชุก ไม่เคยผ่านเวทีการประกวดมาก่อน สมัครเข้าประกวดชิงตำแหน่ง “สาวงามสามชุก” รวม 19 คน ในการประกวดรอบแรก “ชุดกี่เพ้า” และรอบตัดสิน “ชุดไทยพื้นบ้าน” ชิงเงินรางวัล พร้อมมงกุฎและสายสะพาย และมีรางวัล ตำแหน่ง “ขวัญใจมหาชนคนสามชุก” กติกาจะตัดสินจากการนับคะแนนจากดอกไม้ช่อละ 100 บาท จะได้ 100 คะแนน สาวงามคนไหนได้รับดอกไม้จากกองเชียร์มากที่สุด จะได้ตำแหน่ง “ขวัญใจมหาชนคนสามชุก” แต่ละรอบการประกวด มีกองเชียร์แห่ซื้อดอกไม้ช่อละ 100 บาท 500 บาท ป้ายคะแนนละ 1,000 บาท 2,000 บาท และ 5,000 บาท นำไปมอบให้กำลังใจสาวงาม ที่ตัวเองเชียร์กันอย่างคึกคัก และรอบตัดสิน ชุดไทยพื้นบ้าน คณะกรรมการจะคัดเลือกเข้ารอบตัดสิน 7 คน สุดท้าย สาวงามจะต้องตอบคำถาม ทด สอบวิสัยทัศและปฏิภาณไหวพริบ เพื่อเอาชนะใจคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 5 ท่าน

ปรากฏว่า สาวงาม หมายเลข 2 นางสาวกัญญลักษณ์ ตรงดี อบต.หนองผักนาก ส่งเข้าประกวด ชนะเลิศ คว้าตำแหน่ง “สาวงามสามชุก” ไปครอง ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมมงกุฎและสายสะพาย โดยมีนางดวงรัตน์ กันยานะ ภรรยานายอำเภอสามชุก เป็นผู้สวมมงกุฎ มอบเงินรางวัลและสายสะพาย, ส่วนรองชนะเลิศอับดับ 1 หมายเลข 11 นางสาวกมลชนก พิมพ์ทอง อบต.กระเสียว ส่งเข้าประกวด รับเงินรางวัล 7,000 บาท พร้อมสายสะพาย, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 หมายเลข 4 นางสาวอฐิติกานต์ โพธิกุล อบต.หนองผักนาก ส่งเข้าประกวด รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย และรางวัลขวัญใจมหาชนคนสาม ชุก หลายเลข 18 นางสาวชลธิชา ชาญวงษ์ อบต.วังลึก ส่งเข้าประกวด มีกองเชียร์ มอบช่อดอกไม้ให้มากที่สุดรวม 16,300 คะแนน ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท พร้อมสายสะพาย

ภายในงานจะได้ชมนิทรรศการ 131 ปี อำเภอสามชุก ที่ได้นำประวัติของคนดังบ้านเกิดอยู่อำเภอสามชุก ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้มาศึกษาเรียนรู้ประวัติของคนดังอำเภอสามชุก

นอกจากนี้งยังจะได้ชิมอาหารอร่อย พร้อมช็อป สินค้า OTOP ของดีอำเภอสามชุกมากมายและยังมีจุดถ่ายรูปภายในงานหลากหลายสไตล์ ให้นักท่องเที่ยวได้ แชะ แชท แชร์ เช็คอิน ซึ่งทุกค่ำคืนจะได้ชมคอนเสิร์ตจัดเต็มสนุกสนาน ณ เวทีการจัดงานบริเวณด้านข้าง สำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

นครปฐม จัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ

นครปฐม – จัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ

จังหวัดนครปฐม โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ร่วมกับโรงพยาบาลนครปฐม และมูลนิธิกาญจนบารมี จัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส 4 หน่วย 4 ภาค ทั่วประเทศ เฉลิมพระ เกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567

ที่เรือนจำกลางนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส 4 หน่วย 4 ภาค ทั่วประเทศ เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 โดยตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูกให้กับผู้ต้องขังหญิง จำนวน 174 คน ซึ่งมีนายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม นายขวัญไชย สันติภราภพ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม นายแพทย์ผดุงสิทธิ์ ละมัยเกศ ผู้แทนมูลนิธิกาญจนบารมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมโครงการในครั้งนี้

นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การจัดโครงการในครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา 28 กรกฎา คม 2567 รวมถึงกระตุ้นเตือนให้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง อาการของโรคมะเร็ง สอนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และเอกซเรย์เต้านม ให้กับสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส โดยได้รับความร่วมมือจาก เรือนจำกลางนครปฐม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนครปฐม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โรงพยาบาลทั้ง 9 แห่ง ในจังหวัดนครปฐม

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย การอบรมให้ความรู้ในเรื่องโรคมะเร็งเต้านม การสาธิตและฝึกปฏิบัติการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง การตรวจเต้านมโดยบุคลากรทางการแพทย์ การตรวจเต้านมด้วยเครื่องทำอัลตราซาวว์ในกรณีที่คลำพบก้อน การตรวจเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ และการส่งต่อในรายที่ผิดปกติ กรณีที่ต้องรักษาต่อโดยแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยการทำอัลตราซาวว์และส่องกล้อง เพื่อตรวจมดลูกและรังไข่ ให้กับกลุ่มเป้าหมายทั้ง 7 อำเภอ


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

แจ้งจับ เล่ห์เหลี่ยมวังชมภู ลักเครื่องจักรเจาะบ่อบาดาล พร้อมอุปกรณ์ ความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท

แจ้งจับ เล่ห์เหลี่ยมวังชมภู ลักเครื่องจักรเจาะบ่อบาดาล พร้อมอุปกรณ์ ความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 เมษายน 2568 พ.ต.อ ศุภกิจ แสงนวกิจ ผ.กก ส.ภ เขาคิชฌกูฏ ร.ต.อ สง่า สุทธิชัย พนักงานสอบสวน ส.ภ เขาคิชฌกูฏ จ. จันทบุรี ได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหา จะนำของกลางมาคืนพร้อมวัตถุพยาน มาให้การเพิ่มเติม เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้ต้องหาเดินทางมาพร้อมกับพยาน แต่ไม่นำของกลางมา สอบถามอ้างว่าทะแนะ ไม่เห็นด้วยที่จะนำของกลางมาให้เก็บไว้ที่บ้านก่อน งงทั้งโรงพัก

คดีนี้ได้รับการแจ้งความร้องทุกข์ไว้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 โดยมีนาย กมล วัฒนากุล อายุ 41 ปี ผู้เสียหาย ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.สายฝน อายุ 45 ปี และ นายกาลไกล อายุ 45 ปี 2 สามีภรรยา ! เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน “ลักทรัพย์” ที่เกิดเหตุในล้งทุเรียนห่างจากโรงพักเขาคิชฌกูฏ 3 กิโลเมตร ของกลางที่หายไป เป็นรถเจาะบ่อบาดาล ตีนตะขาบ พร้อมอุปกรณ์ ก้านเจาะ บ่อบาดาล จำนวน 100 ก้าน, ตู้ลมเป่าบ่อ บาดาล, ปั๊มแรงดันน้ำสูง ติดเครื่องยนต์ 2 เครื่อง, หัวปั๊มโคลน, ดอกเจาะบ่อบาดาล, หัวขุดเจาะบ่อบาดาล และอีกหลายรายการที่ลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวน ความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท เรื่องอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้ต้องหา ขยายผลจับกุมผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง

รายงาน

“ดร.เอ้ สุชัชวีร์” เดินลงพื้นที่ เขต 8 เมืองคอน หนุน “ชินวรณ์ เบอร์ 2” คนเก่ง คนดี นครศรีธรรมราช

“ดร.เอ้ สุชัชวีร์” เดินลงพื้นที่ เขต 8 เมืองคอน หนุน “ชินวรณ์ เบอร์ 2” คนเก่ง คนดี นครศรีธรรมราช

วันที่ 22 เมษายน 3568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช ยังคงเหลือเวลาอีก 5 วัน ทุกพรรคต่างระดมสรรพกำลังลงมาช่วยเหลือผู้สมัครอย่างเต็มที่ ทำให้ในพื้นที่มีผูัสมัครแวะเวียนเข้ามาหาเสียงกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้)  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินหน้าลง พื้นที่ตลาดในอำเภอฉวาง และอำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมขึ้นเวทีปราศรัยที่หน้าเทศบาลตำบลพิปูน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ผู้สมัคร สส. เบอร์ 2 จากพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งซ่อม สส. เขต 8 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 เมษายน 2568

ในการปราศรัยครั้งนี้ ดร.เอ้ กล่าวถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจ การเกษตร การศึกษา และปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมตั้งคำถามว่า “ทำไมประเทศไทยจะดีกว่านี้ไม่ได้?” เขาเชิญชวนประชาชนให้ร่วมเปลี่ยนแปลงประเทศ ด้วยการเลือกผู้สมัครที่มีความสามารถ เข้าใจปัญหาในพื้นที่ และพร้อมทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ดร.เอ้ เน้นย้ำถึงประสบการณ์และความทุ่มเทของนายชินวรณ์ ผู้สมัคร สส. เบอร์ 2 จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานการเมืองยาวนานกว่า 35 ปี โดยชี้ว่า นายชินวรณ์ เป็นตัวแทนที่รู้ปัญหาในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง และมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดร.เอ้ กล่าวปิดท้ายด้วยการอ้อนขอคะแนนเสียงจากประชาชน พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อประเทศไทยและอนาคตของประชาชนทุกคน
“ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 27 เมษายนนี้ เพื่อเลือกคนดีที่พร้อมทำงานอย่างแท้จริง นั่นคือ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เบอร์ 2 พรรคประชาธิปัตย์ พวกเราจะไม่ผิดหวัง และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น” ดร.เอ้ กล่าว

ขณะที่นายชวน หลีกภัย ที่ปรึกษาพรรค ปชป. ได้เดินเท้าลงพื้นที่เขต 8 เป็นวันที่ 2 โดยพบว่า ชาวบ้านยังคงชื่นชมและรักนายชวน เนื่องจากนายชวน เป็นต้นแบบของการทำการเมืองแบบสุจริต นอกจากนี้นายชวนยังได้มีการพูดถึงวิถีการดำรงชีวิตในปัจจุบันท่ามกลางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน การเลือกผู้สมัคร สส.ควรเลือกที่ความตั้งใจ และมีเหตุผลว่า เขาต้องช่วยชาติพัฒนา ทำให้บ้านเมืองเจริญขึ้น ไม่ใช่เข้าไปตักตวง อยากเห็นคนในพื้นที่กล้าเลือกและตัดสินใจ ตนมาเพื่อบอกว่า “ชินวรณ์” เป็นคนดี ช่วยชวนช่วยชินวรณ์ เบอร์ 2  ขอฝากความหวังไว้กับพี่น้อง เขต 8


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

ชาวบ้านพบช้างป่าถูกยิง เป็นแผลติดเชื้อรุนแรง เข้าแจ้งอุทยานฯ ก่อนสิ้นใจตายในแอ่งน้ำ

ชาวบ้านพบช้างป่าถูกยิง เป็นแผลติดเชื้อรุนแรง เข้าแจ้งอุทยานฯ ก่อนสิ้นใจตายในแอ่งน้ำ

22 เม.ย.68 มีรายงานจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ผลการผ่าพิสูจน์ช้างป่าเสียชีวิตในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เหตุเกิดที่หมู่ 7 บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จากการรายงานผลทราบว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.68 มีชาวบ้านที่เข้าไปหาอึ่งแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า  ใด้พบเห็นช้างป่าติดหล่มในแอ่งน้ำ ไม่สามารถขึ้นมาได้ จากการสอบถาม ผู้แจ้งให้ข้อมูลว่า ช้างป่ายังมีชีวิตอยู่ในลักษณะนอนตะแครง ระดับน้ำครึ่งตัวช้าง จากพฤติกรรมช้างพยายามตะเกียกตะกาย ชูงวง แต่ไม่สามารถลุกขึ้นได้

หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบ และเข้าค้นหา ด้วยอากาศยานไร้คนขับ แต่ไม่พบเนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย (ฝนตก) จึงได้ยกเลิกภารกิจ และทำการค้นหาในวันถัดไป

ต่อมาวันที่ 20 เม.ย.68 เวลา 08.00 น. คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ใช้อากาศยานไร้คนขับบินสำรวจอีกครั้ง  พบช้างป่า บริเวณไทรเอน ท้องที่ หมู่ 7 บ้านรวมไทย ในสภาพ นอนตะแครงในแอ่งน้ำ หู ขา และง่วง ยังมีการขยับ จึงได้ประสาน สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 3 สาขาเพชรบุรี มาประเมินอาการและทำการรักษา ปรากฎว่า ในเวลา 16.30 น. ช้างป่าตัวดังกล่าว ได้เสียชีวิตลง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันถัดไป เนื่องจากเป็นเวลาใกล้ค่ำ และพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่ารกทึบ เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากสัตว์ป่า

ต่อมาวันที่ 21 เม.ย.68 เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี พร้อมทีมสัตวแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อร่วมกันตรวจสอบโดยละเอียด ผลการชันสูตรพบว่า เป็นช้างป่าเพศเมีย อายุประมาณ  50-60 ปี น้ำหนักประมาณ 3,000 – 3,500 กิโลกรัม ลักษณะนอนตายตะแคงด้านซ้าย พบร่องรอยบาดแผล เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติ เมตร บริเวณขาหลังด้านขวา จึงทำการผ่าเปิดแผล พบหัวกระสุนลักษณะเกลียวยาว 1 ชั้น ฝังอยู่บริเวณขาหลัง และเม็ดโลหะ ทรงกลม 1 ชั้นบริเวณก้นขวา และพบก้อนหนองขนาดใหญ่ใกล้กระดูกข้อต่อหัวเข่า ภายในเต็มไปด้วยหนองเหลว ลักษณะเนื้อเยื้อ และผิวหนัง มีสีซีดเหลือง เชื่อได้ว่าเป็นภาวะติดเชื้อรุ่นแรงจากบาดแผลของหัวกระสุน ที่ฝังอยู่นานกว่า 1 ปี เนื่องจากหัวกระสุนเป็นสนิมผุกร่อน หลังดำเนินการผ่าพิสูจน์เป็นที่เรียบร้อย จึงนำซากช้างป่าทำการฝังกลบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค พร้อมนำหลักฐานหัวกระสุนที่พบขณะทำการผ่าพิสูจน์ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันเพื่อตรวจสอบชนิดของอาวุธปืนหาผู้กระทำการมาดำเนินคดีต่อไป


นัครินทร์/รายงานข่าว