รถม้านำเที่ยวเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ กลางเมืองลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ลำปาง – รถม้านำเที่ยวเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์กลางเมืองลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 17:30 น. ผู้สื่อข่าวออกตรวจสอบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถม้านำเที่ยว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จุดเกิดเหตุบริเวณสามแยกก่อนถึงสำนักงานไปรษณีย์ลำปางและสะพานรัษฏา ข้างวัดคะตึกเชียงมั่น ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าดรีม สีเปลือกมังคุด หมายเลขทะเบียน ว-5981 ลำปาง มีร่องรอยการเฉี่ยวชนได้รับเสียหายบางส่วน คู่กรณีเป็นรถม้าสำหรับพานักท่องเที่ยวขับชมเมือง พบผู้ได้รับบาดเจ็บหญิง 1ราย (ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์) กู้ชีพจากโรงพยาบาลลำปางให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลในจุดเกิดเหตุร่วมกับกู้ภัยสว่างนครลำปาง ระหว่างการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บสารถีผู้ควบคุมรถม้าได้เฝ้าดูอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บและยกมือไหว้ขอโทษต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ จากนั้นรถกู้ชีพจากโรงพยาบาลลำปางได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลลำปางต่อไป


-ศรัญญู วังกาวี ผู้สื่อข่าวลำปาง รายงาน

เครือข่าย Food Waste Platform* วช. คพ. และ Dow จับมือ 29 หน่วยงาน สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ FoodWasteHub.com

เครือข่าย Food Waste Platform วช. คพ. และ Dow จับมือ 29 หน่วยงาน สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ FoodWasteHub.com

วันที่ 24 เมษายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) จัดการแถลงข่าวความร่วมมือการจัดการขยะอาหาร ด้วยแฟลตฟอร์มออนไลน์บนเว็บไซต์ FoodWasteHub.com ผนึกเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา รวม 29 หน่วยงาน เผยแพร่ความรู้และแนวทางการจัดการด้านขยะอาหาร โดยมีนายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในพิธี ซึ่งมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ, นายเอกสิทธิ์ ลัคนานิธิพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจร่วมทุน กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และ ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ที่ปรึกษาในสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมในงานแถลงความร่วมมือฯ ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช กรมควบคุมมลพิษ

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาขยะอาหารมิได้เป็นเพียงประเด็นด้านของเสีย หากแต่สะท้อนถึงการสูญเสียทรัพยากรที่มีคุณค่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคส่วนต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุน เวียน การลดของเสีย และการสร้างสังคมที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้เชื่อว่า Food Waste Platform จะมีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนแปลงขยะอาหารจากภาระให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า งานวิจัยเป็นกุญแจ สำคัญในการแก้ปัญหาขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน (วช.) มุ่งสนับสนุนการพัฒนาความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ การจัดการขยะอาหารต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และแพลตฟอร์มนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการข้อมูล งานวิจัย และแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้สาธารณชนสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการลดขยะอาหาร และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรอาหารของประเทศ งานวิจัยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ด้าน นางสาวปรียาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ปัญหาขยะอาหารเป็นความ ท้าทายสำคัญที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน กรมควบคุมมลพิษจึงมุ่งเน้นการผลักดัน แนวทางการจัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การป้องกันและลดปริมาณขยะจากต้นทาง การนำกลับมาใช้ประโยชน์ ตลอดจนถึงการกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนางานวิจัย ฐานข้อมูล และแนวทาง ปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถนำไปปรับใช้และช่วยกันลดปริมาณขยะอาหาร ของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายเอกสิทธิ์ ลัคนานิธิพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจร่วมทุน กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มบริษัท ดาว มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การเปลี่ยนของเสียให้เป็นผลิตภัณฑ์ และการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการรีไซเคิล ดังนั้น บริษัทฯ จึงให้การสนับสนุนการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและนวัตกรรมด้านการจัดการขยะอาหาร ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์ทางอ้อมต่อกระบวนการรีไซเคิล เนื่องจากเมื่อมีการแยกขยะอาหารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์โดยเฉพาะ จะช่วยลดการปนเปื้อนระหว่างเศษอาหารกับวัสดุรีไซเคิล ทำให้กระบวนการรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรเพิ่มมากขึ้น และหวังว่าเว็บไซต์ดังกล่าวจะสามารถเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในวงกว้าง

ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ที่ปรึกษาในสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและแนวทาง BCG ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวจะเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ ซึ่งสามารถสนับสนุนภาคธุรกิจในการนำข้อมูลและงานวิจัยไปต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เช่น การแปรรูปขยะอาหารให้เป็นพลังงานทางเลือกหรือผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ตลอดจนเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายที่ขับเคลื่อนประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ลดความสูญเปล่า และสร้างความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาว

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มการเผยแพร่นวัตกรรมการจัดการขยะอาหาร หรือ Food Waste Platform เป็นศูนย์กลางให้ความรู้และแนวทางการจัดการขยะอาหารอย่างยั่งยืนโดยมีข้อมูลทั้งภาษาไทยและอังกฤษ มีผู้เข้าชมแล้วกว่า 24,000 ครั้ง จากทั้งคนไทยและต่างชาติจากกว่า 10 ประเทศ โดยเครือข่ายแพลตฟอร์มเผยแพร่นวัตกรรมการจัดการขยะอาหาร ประกอบด้วยหน่วยงานและองค์กรจำนวน 29 หน่วยงาน ได้แก่

1)สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, 2)กรมควบคุมมลพิษ, 3)กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow), 4)บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, 5)บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), 6)บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน), 7)การไฟฟ้านครหลวง, 8)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 9)ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ, 10)บริษัท บุณยาพาณิชย์ จำกัด, 11) สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, 12) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 13) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 14) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 15) มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 16) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 17) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 18) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 19) คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 20) คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากร ธรรม ชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา, 21) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ,22) คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 23) คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 24) คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 25) สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 26) สำนักวิจัยและพัฒนา มหา วิทยาลัยสงขลานครินทร์, 27) สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 28) สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวท.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม เกล้าธนบุรี, 29) สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

Food Waste Platform มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ความรู้และแนวทางการจัดการด้านขยะอาหาร โดยงานวิจัยฝีมือคนไทยและกรณีศึกษาเพื่อการนำขยะอาหารกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนและนโยบาย BCG อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับแผนการจัดการขยะอาหารของประเทศไทย (พ.ศ.2566-2573) และแผนปฏิบัติด้านการจัด การขยะอาหาร ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566-2570) ด้วยแนวทางการจัดการที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง หวังลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดขยะ และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลของประเทศ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อมตะ วีเอ็น จัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 โชว์ผลงานเด่น เคาะจ่ายปันผล 0.05 บาทต่อหุ้น

อมตะ วีเอ็น จัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 โชว์ผลงานเด่น เคาะจ่ายปันผล 0.05 บาทต่อหุ้น

บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV ได้จัดประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ณ อาคารกรมดิษฐ์ กรุงเทพฯ โดยมี ดร.อภิชาติ ชินวรรโณ ประธานกรรมการ ให้เกียรติเป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วย นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะกรรมการและคณะผู้บริหารเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นางสมหะทัยฯ กล่าวว่า ที่ประชุม ได้มีการนำเสนอผลการดำเนินงานในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของบริษัทในหลากหลายโครงการในประเทศเวียดนาม โดยเฉพาะด้านนิคมอุตสาหกรรม การบริการสาธารณูปโภค และโครงการด้านพลังงานทดแทน พร้อมกันนี้ยังได้วางแนวทางธุรกิจสำหรับปี 2568 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2567 ในอัตรา 0.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล 26.4% ซึ่งยังคงเป็นไปตามนโยบายการจ่ายปันผลของบริษัท ที่เน้นการสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและการลงทุนเพื่ออนาคต

อมตะ วีเอ็น ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนิคมอุตสาห กรรมในภูมิภาค พร้อมครบรอบ 30 ปีของการดำเนินงานในประเทศเวียดนาม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชพด. ร่วมเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

ชพด. ร่วมเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

เนื่องในวันที่ 3 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทางชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.) นำโดยนางมนัสวี พยัคฆนันทน์ ประธาน ชพด. และนางสาวขจรจันทรน์ ค้าข้าว ประธานฝ่ายปฏิคมและประสานงาน นำคณะกรรมการบริหาร ชพด. ได้แก่ พลโทชุมพร อินทร์ทองน้อย, นางสาวอภิวาร และนางสาวจินตนา ชี้แจง, ผศ.อรศรี จารุไพบูลย์, นายสถิตย์ ชารีเลิศ, นายสมชาย สง่างาม, นายสุรพล สารสังข์, นางสาวนาริสา แสนใจวุฒิ, นางบรรจง ภิญโญ, นายนิมิตร กิตติบริรักษ์, นายนิมิตร อยู่สวัสดิ์, นายสถิตย์ สืบชมพู, พ.ต.วันดี และนางชุติมา ขาวโอภาส, นางเพ็ญพิชชา เอื้อสัจจผล และนางสุทธิกานต์ อุปพงศ์ ร่วมเทิดพระเกียรติ และบันทึกเทปถวายพระพรพระบรมราชินีสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 ในเวลา 13.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 สนามเป้า เมื่อวันพุธที่ 23 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา

โครงการ “เทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ของชมรมฯ เพื่อให้สมาชิกชมรมฯ ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในกิจกรรมน้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล แสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อให้สมาชิกส่งเสริมสนับสนุน ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ในเทศกาลต่างๆ ตามกาลเวลาและโอกาสที่เหมาะสม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เครื่องบินตำรวจตก ขณะปฏิบัติภารกิจทดสอบการบิน ฝึกกระโดดร่ม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 1 นาย

เครื่องบินตำรวจตก ขณะปฏิบัติภารกิจทดสอบการบิน ฝึกกระโดดร่ม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 1 นาย

วันที่ 25 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 08.00 น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เกิดเหตุเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตกระหว่างการปฏิบัติภารกิจทดสอบการบิน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกกระโดดร่ม ณ พื้นที่ อ.หัว หิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเครื่องบินจำนวน 6 นาย คือ

  1. พ.ต.อ.ประธาน เขียวขำ นักบิน เสียชีวิต
  2. พ.ต.ท.ปานเทพ มณิวชิรางกูร นักบิน เสียชีวิต
  3. ร.ต.อ.จตุรงค์ วัฒนไพรสาณฑ์ นักบิน ได้รับบาดเจ็บ นำส่งรพ.หัวหิน
  4. ร.ต.ท.ธนวรรษ เมฆประเสริฐสุข วิศวกร เสียชีวิต
  5. จ.ส.ต.ประวัติ พลหงษ์สา ช่างเครื่อง เสียชีวิต
  6. ส.ต.ต.จิราวัฒน์ มากสาขา ช่างเครื่อง เสียชีวิต

ต่อมา พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแจ้งความคืบหน้าเพิ่มเติม กรณีเหตุเครื่องบินตก นักบินอยู่ในเครื่องบินจำนวน 1 ราย คือ ร.ต.อ.จตุรงค์ วัฒนไพรสาณฑ์ นักบิน ยังคงมีสัญญาณชีพ และอยู่ระหว่างการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาล

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยจะมีการเก็บข้อมูลจากซากเครื่องบิน กล่องบันทึกการบิน (Black Box) และพยานแวดล้อมทางเทคนิค พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านอากาศยานเข้าตรวจสอบร่วมกันอย่างละเอียด

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด และจัดพิธีอย่างสมเกียรติ พร้อมกำชับให้เร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำในอนาคต สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เสียสละจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ผบ.ตร.ลงพื้นที่เหตุเครื่องบินตกที่ อ.หัวหิน สดุดีทุกคนที่อยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว บังคับเครื่องตกลงทะเลเพื่อไม่ให้ตกในเขตบ้านเรือนประชาชน

ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุเครื่องบินของกองบินตำรวจตกบริเวณทะเลใกล้กับสนามบินบ่อฝ้าย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรี ขันธ์ ทันทีที่ได้รับรายงาน พร้อมด้วย นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์, พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, พล.ต.ต.ศิริกุล บุญอิ้ง ผู้บังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้แทนหน่วยต่างๆ ได้แก่ การท่าอากาศยานหัวหิน, หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ, พิสูจน์หลักฐานตำรวจ

ทั้งนี้ เมื่อถึงพื้นที่ ผบ.ตร. แสดงความเคารพร่างตำรวจผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยกย่องสดุดีนักบิน วิศวกร และช่างเครื่องทุกคน เพราะจากการตรวจสอบเบื้องต้นในขณะเกิดเหตุเครื่องบินจะเสียหลักทิศทางมุ่งไปยังบ้านเรือนประชาชน แต่นักบินบังคับเครื่องให้มาทางทะเลเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียกับพี่น้องประชาชน นับเป็นความสูญเสียบุคลากรที่มากความสามารถทั้ง 5 นาย และบาดเจ็บอีก 1 นาย ที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหิน

ผบ.ตร.ได้สั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการและทีมสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนการเก็บกู้มอบหมายให้กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจน้ำ ร่วมกับกองบินตำรวจ ดำเนินการนำเครื่องบินดังกล่าวขึ้นมาจากทะเล คาดว่าใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพยานหลักฐานต่างๆ และกำชับดูแลการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตเพื่อชันสูตร ประสานญาติเพื่อนำร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และจัดพิธีอย่างสมเกียรติ ดูแลสวัสดิการอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับให้เร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำในอนาคต ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย สมเกียรติ

จากนั้น ผบ.ตร. และคณะ ได้เดินทางไป เพื่อเยี่ยมอาการ “ร้อยตำรวจเอก จตุรงค์ วัฒนไพรสาณฑ์” นักบินที่รอดชีวิต ซึ่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหิน ล่าสุดมีอาการกระดูกใบหน้าหัก เจาะปอดใส่ท่อระบายของเสียออกจากทรวงอก ไม่พบว่าได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองแต่อย่างใด ล่าสุดได้ประสานกับทางโรงพยาบาลตำรวจ หากต้องมีการเคลื่อนย้ายไปรักษา ยืนยันดูแลรักษาอย่างเต็มที่


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวสาร

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา แถลงการณ์ ประณามการก่อเหตุกราดยิงพระภิกษุและสามเณรที่ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

แถลงการณ์คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภาเรื่อง ขอประณามการก่อเหตุกราดยิงพระภิกษุและสามเณรที่ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

ตามที่ปรากฏเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงรถกระบะของร้อยตำรวจโท วัฒนา ชูมาปาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสะบ้าย้อย ในขณะที่นำพระภิกษุ สามเณรจากวัดกุหร่าไปบิณฑบาตเป็นเหตุให้สามเณร วงศกร ชูมาปาน มรณภาพ ส่วนพระภิกษุสามเณรรูปอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บในนามของคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์อันน่าสลดที่เกิดขึ้น และขอแสดงความอาลัยต่อการมรณภาพของสามเณรวงศกร ชูมาปาน รวมทั้งขอแสดงความห่วงใยต่อพระภิกษุ สามเณรที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงในครั้งนี้

คณะกรรมาธิการ ขอประณามการใช้ความรุนแรงอย่างป่าเถื่อนต่อพระภิกษุสามเณรในครั้งนี้ ตลอดจนเหตุรุนแรงอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าจะต่อไทยพุทธหรือมุสลิม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชน หรือพระภิกษุสามเณร ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ทุกการกระทำอันโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมคณะกรรมาธิการ ขอเรียกร้องให้สังคมทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป ผู้นำศาสนา สื่อมวลชน ฯลฯ ร่วมกันประณามขบวนการผู้ก่อความรุนแรงให้ยุติการกระทำอันป่าเถื่อน ทารุณ ไร้ความเป็นมนุษย์ทุกรูปแบบ มิให้เกิดขึ้นอีกต่อไปขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สิ้นสุดลงโดยเร็วที่สุด 

รวมทั้ง ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษอย่างเด็ดขาดตามกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมโดยเร็วที่สุดคณะกรรมาธิการ ขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของสามเณร วงศกร ชูมาปาน และขอนมัสการส่งกำลังใจไปยังพระภิกษุ สามเณร ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงในครั้งนี้คณะกรรมาธิการเชื่อมั่นหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เคารพในศาสนา และสังคมพหุวัฒนธรรมที่สงบสุข

และขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ รวมถึงร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญาเพื่อนำมาซึ่งสันติภาพและความสงบสุขร่มเย็นร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไปด้วยความเคารพและห่วงใยพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ในนามของคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา  25 เมษายน 2568


แถลงการณ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันยุติความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

แถลงการณ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เรื่อง ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันยุติความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตามที่ได้ปรากฏเหตุการณ์คนร้ายมุ่งทำลายสถานที่ราชการ รวมถึงทำร้ายพี่น้องประชาชน
ผู้นำศาสนา พระภิกษุ สามเณร และเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยไม่คำนึง
ถึงผลกระทบและสวัสดิภาพรวมทั้งวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ได้สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่างไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว ที่มุ่งหวังยั่วยุให้แตกความสามัคคีและเกิดความหวาดระแวงในสังคม

ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค ๔ สน.)ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน ได้โปรดใช้วิจารณญาณไตร่ตรองถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเป้าหมายจากการปลุกปั่นของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่มุ่งทำลายสังคม
พหุวัฒนธรรม และต้องการให้เกิดความแตกแยกในสังคม สำหรับการติดตามตัวคนร้าย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนกำลังเร่งรัดสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด มาลงโทษตามกฎหมายให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมต่อไป รวมทั้งขอเรียนแก่ทุกท่านว่า “ไม่ว่าท่านจะเป็นใครก็ตามหากอยากร่วมกันสร้างบ้านเมืองนี้ต้องเริ่มจากการปกป้องคนในพื้นที่ ไม่ใช่การทำร้าย เพราะรัฐบาลเดินหน้าพัฒนาอย่างเต็มที่ แต่ความรุนแรงยังคงฉุดรั้งเรา ถึงเวลาหยุดวงจรนี้แล้วเดินไปด้วยกัน สู่สันติสุข”


อุทยานสวรรค์มีเฮ !! นายก สนตอ. เชิญชวนครอบครัวปิ่นหทัย จังหวัดรอบๆนครสวรรค์ มาร่วมสนุกใน “ปิ่นหทัยรัน City Run” ครั้งแรกของ สนตอ.

อุทยานสวรรค์มีเฮ !! นายก สนตอ. เชิญชวนครอบครัวปิ่นหทัย จังหวัดรอบๆนครสวรรค์ มาร่วมสนุกใน “ปิ่นหทัยรัน City Run” ครั้งแรกของ สนตอ. ที่ไปทำกิจกรรมกับพี่น้องนักเรียนเก่าเตรียมอุดมฯนครสวรรค์  วันอาทิตย์นี้ ตี5 ไม่อยากให้พลาด สมัครวันงานได้เลย!

รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย นายกสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “งานวิ่งครั้งแรกที่ออกมาจัดที่ต่างจังหวัดนี้ มุ่งหวังที่จะสร้างความสามัคคี สนับสนุนการออกกำลัง สร้างสุขภาพแข็งแรง และCONNECT เติมเต็มมิตรภาพนักเรียนเก่าในภูมิภาคต่างๆ พร้อมยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์”

งาน “ปิ่นหทัยรัน City Run” ระยะทาง 5 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสความงามของอุทยานสวรรค์ ขณะเดียวกันจะมีนักวิ่งระดับวีไอพีมาร่วมงานและสร้างสีสันตลอดเส้นทาง วิ่ง (พา)สาน สุข(ภาพ) … ปลุกสายสัมพันธ์ชาวปิ่นหทัยภูมิภาค   ยกพลชาวเตรียมอุดมฯ บุกอุทยานสวรรค์  สานไมตรีให้แน่นปึ้ก เริ่มต้นวันใหม่ด้วยใจเดียวกัน 

“เพื่อนเก่า… พลังใจใหม่… นครสวรรค์คือจุดหมายของการรวมกัน”

“วิ่งด้วยกัน… ผูกพันด้วยใจ… เตรียมอุดมฯ ไม่ว่าไกลแค่ไหนก็คือบ้าน”

“5K… ไม่ใช่แค่เลข… แต่คือพลังแห่งมิตรภาพที่กำลังจะเบ่งบาน”

งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เหงื่อ แต่มี “ใจ” ที่พร้อม Connect ทุกรุ่น ทุกภาคส่วน เชิญพบกันที่อุทยานสวรรค์ สูดอากาศบริสุทธิ์ เติมพลังกายใจ แล้วมาสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน

ใครพร้อม… เจอกัน! อาทิตย์ 27 เมษายน นี้ ที่อุทยานสวรรค์ นครสวรรค์ ตั้งแต่ตีห้าเป็นต้นไป สนใจสอบถามที่ไลน์ @dektriam

#ปิ่นหทัยรันCityRun #เตรียมอุดม #นครสวรรค์ #วิ่งสานสัมพันธ์ #เพื่อนเราไม่เก่าเลย


ขอบพระคุณที่ให้ความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของ สนตอ.
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สนตอ.

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถี สร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่นบางสะพานน้อย

ประจวบคีรีขันธ์ – รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถี สร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่นบางสะพานน้อย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์ บ้านทุ่งสะท้อน ม.6 ต.ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์, น.ส. กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ, นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำในพื้นที่, ฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม

นายปรีดา สุขใจ รอง ผวจ.ประจวบฯ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน กิจกรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) ที่จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน มุ่งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศได้ รวมถึงส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน โดยนําเอาจุดเด่น อัตลักษณ์ และความน่าสนใจของชุมชนมาเป็นจุดขายนําเสนอสู่ภายนอก ให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ ส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว สินค้า และบริการที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป

นายสถาพร สมจิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย กล่าวว่า กิจกรรมในงานมี นิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน (Champ) ตามแนวทาง D – HOPE โดยให้นักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จำนวน 10 โปรแกรม ได้แก่ 1.ดอกไม้แห่งความหวัง ไหว้พระวัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์, 2.ไม้กวาดก้านมะพร้าว, 3.ข้าวเหนียวกวนแก้ว, 4.อาหารพื้นถิ่นแกงเหมงมะพร้าวหมูย่าง, 5. ขนมโก๋โบราณสูตรคุณย่า, 6.สบู่น้ำมันมะพร้าว, 7.ทองม้วนแป้งมะพร้าว, 8.กล้วยฉาบหลากรส ส่วนการออกบูธของผู้ผลิต ผู้ประกอบการชุมชน (OTOP) จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1.ผ้ามัดย้อมฝั่งแดง ต.ทรายทอง, 2.กลุ่มโกโก้บ้านหินปิด ต.ช้างแรก 3.กลุ่มแปรรูปอาหารทะเลบ้านปากคลอง ต.บางสะพาน 4.วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเห็ดเศรษฐกิจบ้านธรรมรัตน์ ต.ช้างแรก และ 5.สมบัติไหมไทย ต.ช้างแรก


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

อำเภอทับสะแก “เปิดยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด ได้ยาบ้า กว่า 3,000 เม็ด อาวุธปืน 3 กระบอก กระสุน 56 นัด

ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอทับสะแก “เปิดยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด ได้ยาบ้า กว่า 3,000 เม็ด อาวุธปืน 3 กระบอก กระสุน 56 นัด

วันที่ 26 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ได้สั่งการให้นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง (ป.อาวุโส) นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ อส. สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอทับสะแกที่ 6 นาย อรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง และนายสุพจน์ ทองมี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง

โดยขยายผลจากการจับกุมผู้กระทำผิด สามารถตรวจค้นเป้าหมาย เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ที่จับกุมผู้กระทำได้ 2 ราย และของกลางยาเสพติดให้โทษประเกท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,331 เม็ด อาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 56 นัด สามารถตรวจค้นได้ที่บ้านพัก

อีกราย ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ออกตรวจสอบการลักลอบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลนาหูกวาง พบเห็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องยาเสพติดริมทางสาธารณะในหมู่บ้าน และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้โยนสิ่งของบางอย่างทิ้งข้างทางและได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้มด้านหนึ่งมีผิวเรียบอีกด้านหนึ่งปรากฏอักษร WY บรรจุอุยู่ในถุงพลาสติกสีขาวใสชนิดแบบกดปิดดึงเปิดได้ จำนวน 98 เม็ด ณ บริเวณข้างทางสาธารณะ หมู่ที่ 9 บ้านหนองกางดง

โดยทราบชื่อผู้หลบหนีภายหลัง คือ นายกฤษดาหรือบอย อายุ 38 ปี อยู่หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง และนางสาวสุนารี หรือสองอายุ 37 ปี อยู่หมู่ที่ 2 ตำบลบางบอน อำเภอเมืองระนอง เจ้าพนักงานตามรายชื่อผู้ตรวจยึด จึงได้ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของกลางและมาจัดทำบันทึกการตรวจยึด ณ ที่ว่าการอำเภอทับสะแก และต่อมาได้นำของกลางพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อจะได้ดำเนินการรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหาทั้งสองชุด เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มเดียวกันในพื้นที่ ได้ส่งตัวพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.ทับสะแก ต่อไป



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน