“เคนโด้” นำผู้เสียหายร้องเรียน เรื่อง ทุจริตเงินโรงเรียนตั้งคณะกรรมการเบิกเงินมาใช้ส่วนตัว ต่อผู้บริหาร สพฐ.

“เคนโด้” นำผู้เสียหายร้องเรียน เรื่อง ทุจริตเงินโรงเรียนตั้งคณะกรรมการเบิกเงินมาใช้ส่วนตัว ต่อผู้บริหาร สพฐ.

ช่วงเช้าวันที่ 30 เมษายน 2568 : “เคนโด้ช่วยด้วย” โดยนายเคนโด้ เกรียงไกรมาศ เจ้าของเพจเคนโด้ช่วยด้วย ได้นำผู้เสียหายจากกรณีการทุจริตเงินโรงเรียนที่จังหวัดนครราชสีมา เข้าร้องเรียนต่อผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดยนางชนานุช เข็มทอง ผู้เสียหายได้กล่าวให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ช่วงเช้าข้าพเจ้าได้นำเงินสดจำนวนสี่แสนกว่าบาทไปที่ โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ 2 จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากเงินของทางโรงเรียน ถูกเบิกถอนมาใช้ส่วนตัว ผู้กระทำซึ่งเป็นครู ตั้งคณะกรรมการเพื่อเบิกเงินโรงเรียนมาใช้ส่วนตัว จึงเกรงกลัวความผิดวางแผนยิมเงินชาวบ้านเพื่อนำเข้าบัญชีโรงเรียน

หนึ่งในคณะกรรมการครูเป็นหลานสาวแท้ๆ ของข้าพเจ้า มาขอความช่วยเหลือเพราะกลัวติดคุกช่วงที่อยู่ที่โรงเรียน ข้าพเจ้านั่งรออยู่ด้านนอกห้องประชุม ส่วนคณะกรรมการครูทั้ง 7 คนอยู่ในห้องประชุมหลังจากประชุมเสร็จแล้วครูที่เป็นหลานมาเรียกให้เข้าในห้องแล้วบอกให้เอาเงินมาวางไว้บนโต๊ะหลังจากนั้นคณะครูเขาก็คุยกันเพื่อวางแผนให้เอาเงินจำนวนนี้ไปเข้าบัญชีของโรงเรียน โดยแบ่งเข้าแต่ละบัญชีเพื่อไม่ให้สำนักงานเขตจับพิรุจได้และบอกว่าให้เขียนสมุดเบิกถอนเงินของโรงเรียน ขึ้นมาใหม่เพราะสมุดชุดเก่ามันสกปรกเดี๋ยวจะโดนจับได้ หลังจากนั้นครูผู้ชายท่านหนึ่งพูดขึ้นว่าเอาเงินมาคืนแล้วก็ให้แล้วกันไปและขอบคุณผู้เสียหายที่เอาเงินมาคืน ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้แสดงถึงการรับรู้การนำเงินออกจากระบบ การหาเงินด้วยการยืมชาวบ้านมาเข้าระบบ ข้าพเจ้าเห็นว่าคณะกรรมการทั้ง 7 คน มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการนำเงินโรงเรียนออกมาใช้ส่วนตัว

สาเหตุที่ข้าพเจ้าช่วยเขาเพราะต้องการเงินที่หลานเอาไปก่อนหน้าคืนเพราะเขาอ้างว่าถ้าได้เงินก้อนนี้จะคืนเงินเก่าที่เคยยืมไป และหลังจากสำนักงานเขตตรวจสอบเรียบร้อย สัญญาจะคืนเงินข้าพเจ้าแต่ก็ไม่คืนจึงทำให้ข้าพเจ้าเดือดร้อนอย่างหนักเพราะเงินจำนวนนี้ข้าพเจ้าได้กู้ยืมมาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์หรือ ธกส.

ข้าพเจ้า ได้ส่งเรื่องไปที่สำนักงานเขตนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 และส่งไปที่ สพฐ. ช่วงเดือนสิงหาคม 2567 แต่เรื่องยังเงียบ ข้าพเจ้าตามเรื่องไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า จึงขอร้องเรียนมาที่ เพจเคนโด้ช่วยด้วย และ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น ให้ช่วยดำเนินการ และ บูรณาการเรื่องนี้ให้ด้วย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“พล.อ.ต.ณัฏอรรถ” นายกสมาคมชาวอีสาน แถลงข่าว ครบ 99 ปี สร้างวัตถุมงคล “องค์พระธาตุพนม” ปีสิริมงคล หนุนสาธารณะประโยชน์

“พล.อ.ต.ณัฏอรรถ ถวิลหวัง” นายกสมาคมชาวอีสาน แถลงข่าว ครบ 99 ปี สร้างวัตถุมงคล”องค์พระธาตุพนม” ปีสิริมงคล หนุนสาธารณะประโยชน์

“สมาคมชาวอีสาน” ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มนานาวิชาชีพ โดย “พล.อ.ต.ณัฏอรรถ ถวิลหวัง” นายกสมาคม ได้จัดแถลงข่าว เมื่ออังคารที่ 29 เมษายน 2568 ณ สโมสรสนามกอล์ฟกองทัพบก รามอินทรา ถึงวาระครบรอบ 99 ปีของสมาคมฯ เพื่อเป็นสิริมงคลของพุทธศาสนิกชน คณะกรรมการจึงได้จัดสร้างวัตถุมงคล องค์พระธาตุ พนมขึ้น ได้ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก เข้มขลัง ครั้งยิ่งใหญ่ โดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง หลากหลาย ซึ่งล้วน เป็นพระเกจิเถราจารย์ ผู้มี ปฏิปทาจริยาวัตร ทรงคุณ ด้านวิชชาอาคมฯ ในวันจันทร์ที่ 7กรกฏาคม 2568 ณลานพุทธมณฑล วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อสมทบทุน นำรายได้ สนับสนุน กิจการสาธารณะประโยชน์ และทำบุญใหญ่ให้ประเทศไทย พร้อมอุทิศส่วนกุศล ให้บรรพบุรุษ ตลอดจนผู้ล่วงลับ จากภัยพิบัติต่างๆ

ในการนี้ “สมาคมชาวอีสาน” ได้จัดสร้างวัตถุมงคล องค์พระธาตุพนม เป็นพระผง มวลสารมหาคุณ (พระปิดตาจินดามณี) และเหรียญนวโลหะ (พญาศรีสัตตนาคราช) รุ่น” ดวงเศรษฐี” และพระมหาบารมี มหาเศรษฐี โดยเกจิอาจารย์ ภาคอีสาน 7 รูป ได้แก่ พระราชวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา),พระครูวินัยธรคีบ (หลวงปู่คีบ),พระครูโสภณวินัยวัฒน์ (หลวงปู่เวินฯ),พระธรรมวชิรโสภณ (หลวงปู่สำลี) พระครูโสภณธรรมคุณาภรณ์ (หลวงปู่ประเสริฐ) พระราชวัชราวิทยาคม (หลวงพ่อต้อม) และพระราชวชิรปัญญาภรณ์ (หลวงพ่อสุริยันต์)

พล.อ.ต.ณัฏอรรถ ถวิลหวัง นายกสมาคมชาวอีสาน กล่าวว่า ทั้งนี้ พระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ ได้เกษียณหนังสือ”อนุญาติ” ให้สมาคมชาวอีสาน จัดสร้างวัตถุมงคล ให้ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสะพานบุญ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไว้เรียบร้อยแล้ว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สตช.ญี่ปุ่น (NPA) เข้าเยี่ยมคารวะผู้บริหาร DSI และติดตามความคืบหน้าการสืบสวน คดีนางสาวโทโมโกะ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น (NPA) เข้าเยี่ยมคารวะผู้บริหาร DSI และติดตามความคืบหน้าการสืบสวนคดีนางสาวโทโมโกะ

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย นายสุวพิชญ์ มโนภาส รองผู้อำนวยการกองคดีความมั่นคง นายสมฤกษ์ ตั้งคารวคุณ รองผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับนายอะริจิกะ เอกุจิ ผู้บัญชาการอาวุโส กองบังคับการปราบปรามองค์กรอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น (National Police Agency : NPA) และคณะเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ในโอกาสเยือนกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อเยี่ยมคารวะผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษและติดตามความคืบหน้าการสืบสวน คดีฆาตกรรมนางสาวโทโมโกะ ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

ในการเยือนกรมสอบสวนคดีพิเศษในครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ได้แสดงความประสงค์ที่จะได้รับข้อมูลสารพันธุกรรม (DNA) ในคดีดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อที่จะนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูล DNA ที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไปเป็นระยะ ทั้งนี้ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี คณะพนักงานสืบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการตรวจ DNA ใหม่ รวมถึงดำเนินการสืบสวนและหาข่าวในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคล สิ่งของ สถานที่ ที่มีการตั้งข้อสันนิษฐานใหม่ และหากมีข้อมูลอื่นใดที่ต้องการเพิ่มเติมจะได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นต่อไป

การพบปะหารือในวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมืออย่างใกล้ชิด อันจะนำไปสู่การคลี่คลายและความสำเร็จในการอำนวยความยุติธรรมและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ต.อ.อัคราเดช ร่วมประชุมกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณวุฒิสภา

พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ร่วมประชุมกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณวุฒิสภา

วันที่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 406-407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา พล.ต.อ. อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. /ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณวุฒิสภา ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ครั้งที่ 17/2568 โดยมี นายอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการเป็นประธานที่ประชุม

ซึ่งการประชุมครั้งนี้ มีการพิจารณากรณีปัญหาการประมาณการค่าใช้จ่ายและจำนวนนักเรียนคลาดเคลื่อนกว่าความเป็นจริง รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยเชิญปลัดกระทรวงศึกษา ธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีว ศึกษา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจ้งต่อคณะกรรมาธิการฯ รายงานการรับเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียน การใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่า และหนังสือร้องทุกข์/ร้องเรียน ความเดือดร้อน จากการบริหารจัดการงบประมาณหลังจากหน่วยงานของรัฐ /ประชาชน รวมทั้งรายงานผลการดำเนินงานและผลการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตามการ ทั้ง 3 คณะ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมศุลกากร ส่งมอบช่อดอกกัญชา ให้แก่กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก

กรมศุลกากรส่งมอบช่อดอกกัญชาภายใต้การปฏิบัติงานระหว่างกรมศุลกากรและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร ให้แก่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

วันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานในการส่งมอบช่อดอกกัญชาภายใต้การปฏิบัติงานระหว่างกรมศุลกากรและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักร ให้แก่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมด้วย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี, นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร, นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร, นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีฯ, นายดิเรก คชารักษ์ รองอธิบดีฯ, นายคณิต มีปิด รองอธิบดีฯ, นายภาคภูมิ เลิศวัฒนารักษ์ ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปรามฯ, นายวิศณุ วัชราวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมด้วย David Thomas – Deputy head of mission ผู้แทนจากสหราชอาณาจักร และนายอภิศักดิ์ เย็นประโคน ผู้อำนวยการส่วนศูนย์รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้แทนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีนายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องโถงอาคาร 1 ชั้น 1 กรมศุลกากร

นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “กัญชา” ได้ถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติดของประเทศไทยแล้ว แต่ “ช่อดอกกัญชา” ยังคงเป็นสมุนไพรควบคุมของไทยโดยผู้ใดประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ประกอบประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ลงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565

อย่างไรก็ดี “กัญชา” ยังคงเป็นยาเสพติด ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามของหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีการลักลอบช่อดอกกัญชาออกนอกราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่สูงขึ้น กรมศุลกากรได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร (Home Office International Operation (HOIO) British Embassy) เข้าร่วมปฏิบัติการสกัดกั้นการลักลอบนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นมา โดยสหราชอาณาจักรได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเข้าร่วมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Cannabis Awareness Raising) รวมถึงโทษที่อาจได้รับหากลักลอบนำกัญชาออกจากราชอาณาจักรไทยไปยังสหราชอาณาจักรให้กับผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศ นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังส่งเจ้าหน้าที่และสุนัขตรวจค้น (K–9) เข้าร่วมปฏิบัติการฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักรตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติการอีกด้วย ภายหลังสิ้นสุดการปฏิบัติงานฯ ตรวจพบช่อดอกกัญชาที่ผู้โดยสารสละการครอบครอง ปริมาณกว่า 2.1 ตัน กรมศุลกากรจึงส่งมอบช่อดอกกัญชาดังกล่าว ให้แก่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ต่อไป

ทั้งนี้ ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 ผู้ใดประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ตุลาคม 2567–27 เมษายน 2568) กรมศุลกากรตรวจพบความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้า-ส่งออกกัญชา รวม 994 คดี ปริมาณกว่า 10,036 กิโลกรัม

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวอีกว่า กรมศุลกากรขอแจ้งเตือนภัยประชาชน ระวังถูกหลอกให้รับ จ้างฝากของ หรือรับจ้างขนของโดยอ้างว่าเป็นพัสดุทั่วไป แต่แท้จริงแล้วอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งผู้รับของอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รมว.ยุติธรรม และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมราชการ ณ ที่ว่าการ อ.พังโคน จ.สกลนคร

รมว.ยุติธรรม และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมราชการตามโครงการติดตามผลการดำเนินงานและสร้างการรับรู้ การป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ ที่ว่าการอำเภอพังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 เวลา 14.00 น. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมราชการตามโครงการติดตามผลการดำเนินงานและสร้างการรับรู้ การป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม, นายยู่สิน จินตภากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม, นางธารินี แสงสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม, พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส., นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 4 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ ที่ว่าการอำเภอพังโคน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร

ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รับฟังการบรรยายในหัวข้อการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย โดยอาจารย์มนศักดิ์ โซ่เจริญธรรม รวมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ “สกลนครโมเดล” โดยมี นายวิชาญ ดาทุมมา นายอำเภอพังโคน เป็นผู้กล่าวรายงาน

จากนั้นได้รับชมวิดีทัศน์สรุปผลการดำเนินงาน “โครงการตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ เป้าหมายบ้านฝั่งแดง หมู่ 7 และบ้านฝั่งแดง หมู่ 17 ตำบลไฮหย่อง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร” รวมถึงการดำเนินงานบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดของมินิธัญญารักษ์ สาขาโรงพยาบาลพังโคน และการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินในพื้นที่อำเภอพังโคน รวมทั้งได้รับฟังการบรรยายให้ความรู้กับประชาชน ในหัวข้อ “การแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน” โดยนายศราวุธ คงยืน ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสกลนคร นางสาวสุภาพร แก้วมุงคุณ ปลัดอำเภอพังโคน และผู้แทนจากสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสกลนคร ตลอดจนบทเรียนการเอาชนะยาเสพติด โดย นายอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง และรับฟังการแสดงความคิดเห็นจากภาคประชาชนในการแลกเปลี่ยนปัญหาและข้อเสนอแนะในพื้นที่

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรม โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า ภัยที่ทำลายความเป็นมนุษย์ คือ ภัยจากยาเสพติดและภัยจากปัญหาหนี้สิน รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับประชาชน ซึ่งการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำที่ดีที่สุด ต้องแก้ด้วยการศึกษาและต้องทำให้คนมีความรู้

สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดภาระหนี้สินให้กับประชาชน ซึ่งจังหวัดสกลนครมีผู้ที่เป็นหนี้จากการศึกษา คือ หนี้ กยศ. จำนวนประมาณ 6 หมื่นราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้มีการจัดมหกรรมแก้หนี้ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลแก้ไขเร่งด่วน คือปัญหายาเสพติด ซึ่งยาเสพติดคือศัตรูที่อยู่ในบ้าน ทั้งนี้ ยาเสพติดกลัวแม่ที่รักลูก กลัวครอบครัวที่อบอุ่น และกลัวชุมชนที่เข้มแข็ง ทำอย่างไรให้ลูกหลานที่ติดยาเสพติดกลับมาเป็นคนที่มีคุณค่าและมีคุณภาพ เป็นหน้าที่ที่เราต้องมาร่วมกันรับผิดชอบ โดย คุณสมบัติสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด คือ ผู้นำต้องไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวและยึดการดำเนินงานตามหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด และต้องไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย รวมทั้งทำอย่างไรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นได้มีเครื่องมือและมองวาระยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องมาช่วยกันแก้ไข โดยอยากให้ 1 อำเภอ มี 1 ศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด และต้องสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้การแก้ไข ป้องกัน ปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการของหน่วยงานและภาคประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งรับชมการแสดงจากผู้ก้าวพลาดจากเรือนจำสว่างดินแดน และได้พบปะและให้กำลังใจแก่ผู้ก้าวพลาดและครอบครัว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สืบสวนห้วยขวาง ตะครุบหนุ่มแดนมังกร ซิ่งอัลพาดท่องราตรี ค้นรถเจอปืน-ยาเสพติด หลัง น.1 สั่งระดมปราบกลุ่มมาเฟีย

สืบสวนห้วยขวาง ตะครุบหนุ่มแดนมังกร ซิ่งอัลพาดท่องราตรี ค้นรถเจอปืน-ยาเสพติด หลัง น.1 สั่งระดมปราบกลุ่มมาเฟีย

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 เวลา 20.00 น. พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.รุจิภาส ถิระอมรบุญ รอง ผกก.สส.ฯ, พ.ต.ท.ชนภัทร สุขสวัสดิ์ สว.สส. และฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ร่วมกันจับกุม นายฉี ปิ่งถวน อายุ 27 ปี สัญชาติจีน พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบรูดเปิด-กดปิด น้ำหนัก 23.80 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายข้าง, ยาบ้าชนิดเม็ดสีส้ม จำนวน 250 เม็ด, ยาเคน้ำหนัก 90.35 กรัม, อาวุธปืนชนิดกึ่งออโตเมติก สีดำ (ไทยประดิษฐ์) ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองบรรจุกระสุน, แม็กกาซีนจำนวน 1 อัน ซุกซ่อนอยู่บนช่องหลังคา รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาด สีดำทะเบียน สห 437 กทม.

ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์,ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า หรือเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในชุมชน และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน)ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎ หมาย และเป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎ หมาย และมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยจับกุมได้บริเวณท้ายซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 4-9 (อยู่เจริญ 19) แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้สืบเนื่องจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้สถานีตำรวจในนครบาลระดมกวาดล้างช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ให้ทำการขยายผลกลุ่มมาเฟียชาวจีน ย่านห้วยขวาง ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย จึงทราบเบาะแสและข้อมูล นำมาซึ่งการจับกุมดังกล่าว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“รองนายกฯ พีระพันธุ์” มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ ตำรวจต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์-นักข่าวภาคสนามดีเด่น-ผู้ประกาศข่าวดีเด่น

”รองนายกฯ พีระพันธุ์“ มอบรางวัลเชิดชูเกียรติตำรวจต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์-นักข่าวภาคสนามดีเด่น-ผู้ประกาศข่าวดีเด่น

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารประชารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ถนนพหลโยธิน กทม. : นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ 16 นายตำรวจ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” และ “นักข่าวภาคสนาม-ผู้ประกาศข่าวดีเด่น” และมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดาผู้สื่อข่าว โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ, นายสมชาย จรรยา อุปนายก ฯ, นายสุรชัย นิโครธานนท์ อุปนายกฯ, นายธนากร ริตุ ประชา สัมพันธ์สมาคมฯ, น.ส.ขนิษฐา อมรเมศวรินทร์ ประชาสัมพันธ์สมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และคณะสื่อมวลชน-ตำรวจผู้รับมอบรางวัล และบุตร-ธิดาผู้สื่อข่าว

นายไพโรจน์ฯ ได้กล่าวว่า ทุกองค์กรย่อมมีคนดีและคนไม่ดี ทางสมาคมฯ มีวัตถุประสงค์สนับ สนุนผู้ที่ทำดีเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละท่านและเชิดชูให้กับบุคคลที่ทำคุณงามความดีเพื่อสังคม โดยเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวพร้อมด้วยตัวแทนจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ได้มีการประชุมคัดเลือกและพิจารณามอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาต่างๆ ให้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลงานดีเด่นจนเป็นที่ยอมรับของสังคม และมีสื่อมวลชนได้เสนอชื่อข้าราชการตำรวจเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการคัดเลือกและลงมติเหลือเพียง 16 รางวัล ส่วนรางวัล “นักข่าวภาคสนามดีเด่น” 8 รางวัล และรางวัลผู้ประกาศข่าวดีเด่น 5 รางวัล

สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาต่างๆ

  1. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาปราบปรามอาชญากรรม ดีเด่น
  2. พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาสืบสวนและปราบปราม ดีเด่น เจ้าของวลีที่ว่า “ทำงานเหนื่อยเพื่อตัวเอง อยู่แค่สิ้นลม แต่ทำงานเพื่อสังคม มันอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย”
  3. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาสืบสวนและปราบปราม ดีเด่น
  4. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาปราบปรามอาชญากรรม ดีเด่น
  5. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาปราบปรามองค์กรอาชญากรรม ดีเด่น
  6. พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาปราบปรามยาเสพติด ดีเด่น
  7. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ ดีเด่น
  8. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบชายแดนใต้ ดีเด่น
  9. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาสืบสวนและปราบปราม ดีเด่น
  10. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาปราบปรามคอร์รัปชัน ดีเด่น
  11. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาสืบสวน ดีเด่น
  12. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาสืบสวน ดีเด่น
  13. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาสอบสวน ดีเด่น
  14. ร.ต.อ.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ รองสารวัตรตำรวจทางหลวงนครปฐม รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดีเด่น
  15. จ.ส.ต.เมธาวุฒิ เพ็ชรศรี ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองขอนแก่น รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดีเด่น
  16. จ.ส.ต.วรวิทย์ ณะรัตตะ ผบ.หมู่ ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาวีรบุรุษชายแดนใต้

สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติผู้สื่อข่าวภาคสนามดีเด่น และผู้ประกาศข่าวดีเด่น ที่ทำหน้าที่เป็น กระบอกเสียงของประชาชนและเป็นกระจกเงาสะท้อนสังคม ได้แก่ น.ส.ดารินทิพย์ วิมลพัฒน์ จากช่อง 7, นายสุวรรณ เพ็งอ้น จากช่อง 3, น.ส.ทัศนีย์ ดำมุณี จากช่อง 9, นายกฤษฎากร ภูกาบเงิน จากช่อง 8, นายสุธิวัฒน์ ครุฑสุธา ผู้สื่อข่าวอาชญากรรม เดลินิวส์, นายณเดช โรจนประดิษฐ์ ผู้สื่อข่าวอาชญากรรม ข่าวสดออนไลน์, น.ส.ปิยะธิดา เพชรดี ผู้สื่อข่าว อัมรินทร์ออนไลน์ และนายนเรศ หมีเทพ ผู้สื่อข่าวอาชญากรรม ไทยรัฐ

ส่วนรางวัลเชิดชูเกียรติผู้ประกาศข่าวดีเด่น คือ น.ส.อรชพร ชลาดล ผู้ประกาศข่าวไทยรัฐทีวี, น.ส.เปรมสุดา สันติวัฒนา ผู้ประกาศข่าวช่อง 7, น.ส.ปรินดา คุ้มธรรมพินิจ ผู้ประกาศข่าวช่อง 3, นายณัฐธีร์ โกศลพิสิษฐ์ ผู้ประกาศข่าว โมโน 29 และนายภาณุพงศ์ กรรณาธิกรณ์ ผู้ประกาศข่าว ททบ.5


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อว.เพื่อประชาชน เปิดศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร สู่ชุมชนยั่งยืน ในกิจกรรม ครม.สัญจร ณ วิทยาลัยการอาชีพนาแก จ.นครพนม

อว.เพื่อประชาชน เปิดศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร สู่ชุมชนยั่งยืน ในกิจกรรม ครม.สัญจร ณ วิทยาลัยการอาชีพนาแก จ.นครพนม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในการเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร ที่จัดตั้งขึ้น ณ วิทยาลัยการอาชีพนาแก จังหวัดนครพนม โดยมี นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรี อว., ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงอว., ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, ว่าที่ร้อยตรีพงษ์อนัน เปลี่ยนเอก ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพนาแก และ นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อมด้วย ผู้บริหารในพื้นที่ จ.นครพนม ผู้ทรงคุณวุฒิของ (วช.) ผู้นำเกษตรกรในพื้นที่ คณาจารย์และนักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพนาแก ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมกิจกรรม

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตรมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เทคโนโลยีโดรนสามารถช่วยยกระดับการทำการเกษตรของเกษตรกรไทย ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในในการสร้างโอกาสและความยั่งยืน กระทรวง (อว.) มุ่งมั่นสนับสนุนการวิจัยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการเกษตรและเพิ่มความมั่นคงทางการเกษตรในหลายมิติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่ากิจกรรมในครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้โครงการ “พัฒนาสมรรถนะบุคลากรและเสริมศักยภาพของพื้นที่โดยศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรน” ซึ่ง (วช.) มุ่งหวังให้ศูนย์ที่จัดตั้งขึ้น เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้และเสริมสร้างทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร นักศึกษาและบุคลากรในพื้นที่ ที่ช่วยส่งเสริมภาคการเกษตร เพื่อช่วยยกระดับการเกษตรของไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยการใช้โดรนเป็นนวัตกรรมในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างความมั่นคงทางการเกษตร รวมถึงสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร

ว่าที่ร้อยตรีพงษ์อนัน เปลี่ยนเอก ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพนาแก กล่าวว่า ในนามของพี่น้องประชาชน จังหวัดนครพนม ขอขอบคุณ กระทรวง อว.โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เป็นอย่างสูง ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ ศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตรแห่งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมนลรนลและเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะการใช้เทคโนโลยีในภาคการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การจัดทำหลักสูตรอบรมการใช้งานโดรนเพื่อการเกษตรในพื้นที่ต้นแบบ พร้อมการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก วช. เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้โดรนในการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต โดยการฝึกอบรมครอบคลุมทั้งการประกอบและการบินโดรนในพื้นที่จริง ทำให้เทคโนโลยีโดรนเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่

โครงการดังกล่าว แสดงถึงความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย และการสร้างความมั่นคงทางการเกษตร ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างฐานความรู้และเสริมสร้างทักษะให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องให้เป็นระบบและมีความยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ประจำปี 2568 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และรับประทานสาคูสิริมงคล ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ระหว่างวันที่ 4-9 พฤษภาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊)
โดยมูลนิธิฯ จัดเตรียมบริการเฉพาะบรรจุถุงให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับบ้านเท่านั้น

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมงานสาธารณกุศลของศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมถึงงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##สายด่วนและแอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน