แพทย์ทหารเตือน กินเห็ดป่าหรือเห็ดขึ้นเองตามธรรมชาติ ต้องระวัง “อาจเป็นเห็ดพิษ เสี่ยงเสียชีวิตได้”

แพทย์ทหารเตือน กินเห็ดป่าหรือเห็ดขึ้นเองตามธรรมชาติ ต้องระวัง “อาจเป็นเห็ดพิษ เสี่ยงเสียชีวิตได้”

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากช่วงนี้หลายพื้นที่เริ่มมีฝนตก ทำให้หลายพื้นที่เริ่มมีเห็ดป่า หรือเห็ดขึ้นเองตามธรรมชาติหลากหลายชนิด ทั้งเห็ดกินได้และเห็ดพิษ โดยเฉพาะเห็ดในระยะดอกตูม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันจนไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่าหากไม่มีความรู้ความชำนาญ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และนำเห็ดพิษมาปรุงประกอบอาหารจนเกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้

เห็ดพิษที่เป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตที่พบบ่อย คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไข่ตายซาก เห็ดพิษชนิดนี้มีลักษณะคล้ายกับเห็ดระโงกขาว หรือเห็ดไข่ห่านซึ่งเป็นเห็ดกินได้ แตกต่างกันที่เห็ดระโงกขาวกินได้จะมีรอยขีดสั้นๆ เหมือนกับซี่หวีที่ผิวรอบขอบหมวก เมื่อผ่าก้านจะเห็นว่าก้านกลวง เห็ดระโงกพบมากช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม มักพบในป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ หรือป่าที่มีลักษณะค่อนข้างโปร่ง มีแสงแดดส่องถึงพื้นล่าง และที่สำคัญคือมีไม้วงศ์ยางนา เช่น ยางนา ตะเคียน กระบาก รัง พะยอม หลังกินเห็ดระโงกพิษมักไม่เกิดอาการทันทีแต่จะมีอาการหลัง 4 – 6 ชั่วโมงไปแล้ว ควรรีบไปพบแพทย์แม้อาการจะดีขึ้นในช่วงแรกก็ตาม เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที พิษอาจทำลายตับและทำให้เสียชีวิตได้แม้กินเพียงดอกเดียว เห็ดถ่านเลือด ดอกจะมีขนาดใหญ่และหนา หลังดอกมีสีดำเล็กน้อย เมื่อหักก้านเนื้อสีขาว จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง หรือสีแดงชาวบ้านจึงเรียกว่าเห็ดถ่านเลือด มีลักษณะคล้ายเห็ดถ่านใหญ่และเห็ดถ่านเล็ก พบมากช่วงเดือนกรกฎาคมมักขึ้นใต้ต้นเหียง (ซาด) และต้นพะยอม หากรับประทานเข้าไปภายใน 2 ชั่วโมง จะเกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร หลังจาก 6 ชั่วโมง จะมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อเกิดภาวะกล้ามเนื้อสลาย จนกระทั่งตับ ไตวาย และเสียชีวิตได้

อาการหลังกินเห็ดพิษมีตั้งแต่เล็กน้อย ได้แก่ วิงเวียน อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลวจนถึงอาการรุนแรง ไตวาย ตับวาย และเสียชีวิต การปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากที่บ้านมีผงถ่านกัมมันต์หรือผงคาร์บอนให้รีบกินเพื่อดูดซับพิษและจิบน้ำเพื่อชดเชยของเหลวที่เสียไป ที่สำคัญควรรีบไปสถานพยาบาลใกล้บ้านให้เร็วที่สุด พร้อมแจ้งประวัติการกินเห็ดและนำตัวอย่างเห็ดที่เหลือหรือภาพถ่ายเห็ดไปด้วย ไม่ควรกระตุ้นให้อาเจียน เช่น การล้วงคอหรือกินไข่ขาวดิบเพราะอาจทำให้สำลัก เกิดการติดเชื้อ เกิดแผลในคอและช่องปาก ความดันต่ำหรือระดับเกลือแร่ผิดปกติจากการอาเจียนที่มากเกินไป เนื่องจากพิษจากเห็ดทำให้อาเจียนมากอยู่แล้ว

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร มีความห่วงใยจากภัยดังกล่าว ต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอให้หลีกเลี่ยงการเก็บและกินเห็ดป่า เห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติที่ไม่รู้จักหรือไม่แน่ใจว่ากินได้ ไม่เก็บเห็ดบริเวณที่มีการใช้สารเคมีเนื่องจากเห็ดจะดูดซับพิษจากสารเคมีมาไว้ในดอกเห็ด ไม่กินเห็ดดิบ เช่น เห็ดน้ำหมาก หรือกินเห็ดร่วมกับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น เห็ดหิ่งห้อย เห็ดน้ำหมึก หรือเห็ดถั่วที่ขึ้นตามธรรมชาติ เพราะจะทำให้เกิดพิษได้ พึงระลึกเสมอว่าเห็ดพิษทุกชนิดแม้ทำให้สุกด้วยความร้อนก็ไม่สามารถทำลายพิษได้ และที่สำคัญ คือ “เห็ด ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน” ซึ่งหากมีอาการเจ็บป่วยดังกล่าว ขอให้รีบไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อคัดกรอง วินิจฉัย และเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส


กองพลทหารราบที่ 4 จัดทำโครงการ “เยาวชนจิตอาสา เพื่อพัฒนาสังคม Youth Leaders Next Gen 2025”

กองพลทหารราบที่ 4 จัดทำโครงการ “เยาวชนจิตอาสา เพื่อพัฒนาสังคม Youth Leaders Next Gen 2025”

ตามที่ กองทัพบก ริเริ่มให้มีการจัดทำโครงการ Army Youth Leaders Next Gen ผ่านเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อเสริมสร้างเยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และอุดมศึกษา ให้มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความเป็นผู้นำที่มีคุณธรรมกล้าคิด กล้าแสดงออกในการทำประโยชน์ต่อสังคม และมีความเข้าใจในหลักศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั้น

ในการนี้ กองทัพภาคที่ 3 โดย กองพลทหารราบที่ 4 ร่วมกับ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก จึงได้ริเริ่มในการจัดทำโครงการ “เยาวชนจิตอาสา เพื่อพัฒนาสังคม Youth Leaders Next Gen 2025” ผ่านกิจกรรม “พี่มี แบ่งน้อง พี่น้องร่วมมือ เพื่อสังคมดียั่งยืน” ได้แก่ การมอบสิ่งของอุปกรณ์การเรียน, อุปกรณ์กีฬา, จัดห้องสมุด, ทาสีอาคาร สนามเด็กเล่น และการเสริมสร้างความรู้หลักศาสตร์พระราชา หลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นการช่วยเหลือและพัฒนาชุมชน แก่เด็กนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ณ โรงเรียนบ้านแก่งทุ่ง ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนกำลังพล ครอบครัว และพี่น้องประชาชนที่มีจิตเป็นกุศล ร่วมบริจาคสิ่งของ เช่น เสื้อผ้า, ชุดนักเรียน, รองเท้า, อุปกรณ์การเรียน/กีฬา, หนังสือ หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน เพื่อที่จะได้นำไปมอบแก่โรงเรียนและนักเรียน ได้ที่ ฝ่ายกิจการพลเรือน กองพลทหารราบที่ 4 อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หรือติดต่อโดยตรงได้ที่ ร้อยตรี อิทธิณัฐ อ่อนเหลือ หมายเลขโทรศัพท์ 095-9076562

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหาร รวมทั้งบูรณาการศักยภาพทางการทหารในทุกๆ ด้านของกองทัพบก เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เกิดความมั่นคง และยั่งยืน ตลอดไป


ยอดสมัครใจเข้ารับราชการ เป็นทหารกองประจำการของกองทัพบก ประจำปี 2568 สูงกว่าร้อยละ 57

ยอดสมัครใจเข้ารับราชการ เป็นทหารกองประจำการของกองทัพบก ประจำปี 2568 สูงกว่าร้อยละ 57

ตามที่กองทัพบกได้ดำเนินการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 1 – 12 เมษายน 2568 (เว้นวันที่ 6 เมษายน) โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะจากทหารกองเกินที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะชายไทย ด้วยความพร้อมเพรียงและมีวินัย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารบก ที่เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน พร้อมสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับลงพื้นที่กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดตั้งกองอำนวยการประสานงาน เพื่อให้คำแนะนำและสนับสนุนการดำเนินงานในทุกพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดระบบบริการพิเศษ (FAST LANE) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทหารกองเกินที่มีความจำเป็น อาทิ ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย ผู้ถือบัตรประจำตัวผู้พิการ ผู้สมัครใจร้องขอ หรือผู้ที่ยื่นคำขอผ่อนผัน ครอบคลุมทุกขั้นตอนการดำเนินงาน พร้อมทั้งจัดตั้งจุดประชาสัมพันธ์ ณ สถานที่ตรวจเลือก เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของทหารกองประจำการอย่างครบถ้วน อันเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการตรวจเลือกและการฝึกทหารใหม่

สำหรับสถิติการตรวจเลือกทหารในปี 2568 ทั่วประเทศ (รวมทั้ง 3 เหล่าทัพ) มีทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือกจำนวน 429,175 คน โดยมียอดความต้องการทหารกองประจำการ จำนวน 88,255 นาย ซึ่งปีนี้มียอดผู้สมัครใจร้องขอเข้ารับราชการในวันตรวจเลือกฯ จำนวน 26,190 นาย เมื่อรวมกับจำนวนทหารกองประจำการที่สมัครใจเลื่อนปลดประจำการจำนวน 5,207 นาย และผู้สมัครใจผ่านโครงการ “พลทหารออนไลน์” จำนวน 15,226 นาย ทำให้มียอดผู้สมัครใจเข้ากองประจำการรวมทั้งสิ้น 46,623 นาย คิดเป็น ร้อยละ 52.83 ของยอดความต้องการ

ในส่วนของกองทัพบก มียอดความต้องการทหารกองประจำการจำนวน 68,166 นาย โดยมีผู้สมัครใจเข้ารับราชการจำนวน 19,981 นาย เมื่อรวมกับจำนวนทหารกองประจำการที่เลื่อนการปลดประจำการจำนวน 5,207 นาย และผู้สมัครผ่านระบบออนไลน์อีก 14,201 นาย ทำให้มียอดสมัครใจเข้าประจำการ รวมทั้งสิ้น 39,389 นาย คิดเป็นร้อยละ 57.78 ของยอดความต้องการ (สำหรับในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 มีผู้สมัครใจเข้ากองประจำการ กว่าร้อยละ 41.91) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความตระหนักในบทบาทหน้าที่ การมีส่วนร่วมในการปกป้องประเทศชาติ และความสนใจของชายไทยในการพัฒนาตนเองต่อยอดสู่อาชีพทหารในอนาคต

ในการนี้ กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 3 ขอขอบคุณทหารกองเกินทุกท่าน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ชายไทยอย่างสมบูรณ์ ด้วยความสมัครใจและมีวินัยในการเข้ารับการตรวจเลือก พร้อมขอให้เชื่อมั่นว่าทหารกองประจำการทุกนายจะได้รับการฝึกอบรมและการดูแลตามมาตรฐานอย่างเข้มข้น ปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติอย่างมีเกียรติ และศักดิ์ศรีในฐานะทหารของชาติ


ผึ้งป่าทำเงิน !! พลิกสวนยางเลี้ยงผึ้งโพรง เสริมรายได้ ปีละนับแสน

อุทัยธานี – ผึ้งป่าทำเงิน!!พลิกสวนยางเลี้ยงผึ้งโพรงเสริมรายได้ ปีละนับแสน

ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านชุมทหารต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ได้พบกับนายผ่านศึก วิเศษวงษา วัย 50 ปี ใช้สวนยางพารา 40 ไร่ เลี้ยง ผึ้งโพรงป่า เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ปีละกว่า 120,000 บาท

นายผ่านศึก เปิดเผยว่า จากจุดเริ่มต้นเพียง 4-5 กล่อง เลี้ยงผึ้งในสวนยาง ปัจจุบันขยายเป็น 60 กล่อง ทั้งในพื้นที่ของตนเอง และฝากเลี้ยงกับสมาชิกในกลุ่มเลี้ยงผึ้ง เริ่มจากการสร้างกล่องไม้แบบพิเศษ นำไขผึ้งทาภายใน เพื่อล่อฝูงผึ้งให้มาอยู่อาศัย กลายเป็นบ้านใหม่ของนางพญาผึ้ง และผึ้งงาน ที่จะช่วยกันสร้างรวงน้ำผึ้งจากเกสรไม้ผล และดอกไม้ป่าตามฤดูกาล จากนั้นนำไปตั้งในสวนยางพาราและสวนผลไม้ โดยที่ฐานของกล่องเลี้ยงผึ้งจะติดตั้งถาดน้ำไว้สำหรับกันมดเข้าไปรบกวน

ส่วนผึ้งงาน จะบินหาเกสรจากดอกไม้หลากชนิดตามป่าธรรมชาติ ส่วนปีหนึ่ง จะได้น้ำผึ้งเดือนห้า ซึ่งจะเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งช่วงกลางเดือน เมษายน-พฤษภาคม น้ำผึ้งจะมีความเข้มข้นสูง เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ขายได้ราคา ถึงขวดละ 350-400 บาท โดยในแต่ละปีสามารถเก็บน้ำผึ้งได้ถึง 300 กิโลกรัม หรือน้ำผึ้งราว 300 ขวด ในการเก็บน้ำผึ้งแต่ละครั้งจะมีวิธีการย้ายนางพญาผึ้ง ตัวอ่อน และผึ้งงาน ไปไว้ยังกล่องใบใหม่ จากนั้นจึงลงมือเก็บน้ำผึ้งจากกล่องเดิมจนเสร็จ พร้อมทำความสะอาดก่อนนำไปติดตั้งในที่แห่งใหม่ ซึ่งนับเป็นการขยายแหล่งที่อยู่ของผึ้งไปในตัว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

อยุธยาซิตี้พาร์ค รับมอบตราสัญลักษณ์ TMVS ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานสถานที่จัดงาน

อยุธยาซิตี้พาร์ค รับมอบตราสัญลักษณ์ TMVS ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานสถานที่จัดงาน

คุณปภาวี ด่านชัยวิโรจน์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมพิธีรับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standard) ประเภทสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ Special Event จากผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ประธานในพิธี ในงาน MICE Standards Day 2025 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพค เมืองทองธานี

นอกจากนี้ทางอยุธยาซิตี้พาร์ค ยังได้รับการรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standard-TMVS) ประเภท Exhibition, Meeting Room, สถานที่จัดงานประเทศไทยและอาเซียน (Thailand and ASEAN MICE Venue Standard), เกณฑ์ประเมินด้านสุขอนามัยสำหรับสถานที่จัดงาน (Hygiene) และเกณฑ์ประเมินด้านการจัดงานแบบไฮบริดสำหรับสถานที่จัดงาน (Hybrid) และมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Sustainable Event Management Standard) จากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB มาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีว่า อยุธยาซิตี้พาร์คเป็นสถานที่จัดงานที่มีคุณภาพ พร้อมรองรับงานระดับนานาชาติ เพิ่มความมั่นใจในการรองรับกิจกรรมต่างๆ ตอบรับการเป็น MICE Destination ของประเทศไทยอีกหนึ่งแห่ง


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

สายมูแน่น แห่สักการะ “หลวงพ่อสนิท” อาบน้ำรูปปั้นจระเข้ ไม่พลาดขอเลขเสี่ยงโชค

นครนายก – สายมูแน่น แห่สักการะ “หลวงพ่อสนิท” อาบน้ำรูปปั้นจระเข้ ไม่พลาดขอเลขเสี่ยงโชค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่วัดลำบัวลอย ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อมากราบไหว้ สักการะขอพร “หลวงพ่อสนิท ยสินทโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดลำบัวลอย และอดีตพระเกจิชื่อดัง เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอความสำเร็จ หน้าที่การงาน ค้าขายร่ำรวย เมื่อสำเร็จสมปรารถนาก็จะนำสิ่งของต่างๆ มาแก้บนกันตลอดทั้งวัน และจุดที่สายมูให้ความสนใจมารอต่อแถวยาวเหยียด คือการได้มาอาบน้ำทำความสะอาดรูปปั้นจระเข้ ที่หลวงพ่อสนิท ท่านได้สร้างและอธิษฐานจิตปลุกเสกไว้ก่อนมรณภาพ มี 2 ตัว ประดิษฐานหน้ามณฑป ด้านซ้าย-ขวา เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก หากใครได้มาทำความสะอาด อาบน้ำให้กับรูปปั้นจระเข้คู่นี้ก็จะมีโชค หรือมีปัญหาทางการเงิน เป็นหนี้เยอะ สภาพการเงินฝืด ทำอะไรก็ติดๆ ขัดๆ ก็ให้มาอธิษฐานและทำความสะอาดอาบน้ำจระเข้ แล้วปัญหาอุปสรรคต่างๆ จะผ่านไปอย่างราบรื่น

ด้านนักท่องเที่ยวหญิงรายหนึ่งทราบชื่อ นางสาวสรัลพร ช่วยเจริญ ประกอบธุรกิจส่วนตัว เดินทางมากับเพื่อน 3 คน จากจังหวัดปราจีนบุรีมาเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเธอบอกว่าเป็นสายมูโดยตรง ชอบในการเสี่ยงโชค มาครั้งแรกก็ได้โชคกลับไปก็เลยอยากมาไหว้ขอพรหลวงพ่อสนิทและอาบน้ำรูปปั้นจระเข้อีก เผื่อจะได้โชคก้อนใหญ่ จากนั้นก็ได้อธิฐาน ขอโชคลาภหลวงพ่อสนิท โดยการล้วงไหได้เลข 695 และก็ยังจุดธูปขอเลขได้เลข 845 และนำเลขที่ได้ไปหาซื้อลอตเตอรี่ทันที เผื่อจะได้โชคถูกรางวัลใหญ่ในงวดที่จะถึงนี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก//รายงาน

สายบุญหลั่งไหล แห่ขอพร หลวงพ่อปากแดง ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

นครนายก – สายบุญหลั่งไหล แห่ขอพร หลวงพ่อปากแดง ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดหลวงพ่อปากแดง ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้ สักการะ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ขอความสำเร็จในหน้าที่การงาน กิจการค้าขายร่ำรวย เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย และขอโชคลาภ

หลวงพ่อปากแดง เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ที่มีอายุกว่า 121 ปี เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา กราบไหว้ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ ขอสิ่งใดก็มักสำเร็จสมปรารถนาจนเป็นที่ประจักษ์ต่อผู้ที่มากราบไหว้จากทั่วทุกสารทิศ ซึ่งการเข้ากราบไหว้ สักการะ ขอพร หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์ ก็จะต้องนำเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชา

ภายในอุโบสถก็ยังมีให้ปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง รอยพระพุทธบาทจำลอง เสี่ยงเซียมซี และพรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล และที่พลาดไม่ได้คือส่องเลขน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ซึ่งเห็นเป็นเลข 508 บางส่วนเจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นมาวางไว้ในพาน ให้ผู้ที่ชื่นชอบในการเสี่ยงโชคได้ดูกันชัดๆ และถ่ายรูปนำกลับไปเสี่ยงโชค ซึ่งเลขที่เห็นก็จะมีเลข 458, 92 หรือตามแต่จะมองแล้วตีเป็นเลขกัน ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีให้ลอดท้องช้างเสริมสิริมงคล และขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่บรรดาสายมูต่างก็มาขอความสำเร็จสมหวัง และก็ได้โชคกันมาแล้วนับไม่ถ้วน และจุดพักผ่อนหย่อนใจเพลิดเพลินให้อาหารปลาในคลองธรรมชาติ ก่อนกลับก็แวะพรมน้ำมนต์ เจิมหน้าผาก เจิมฝ่ามือเปิดดวงเศรษฐี ให้ดวงชะตาสว่างไสว มีโชค มีชัย เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ เป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสติต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก//รายงาน

พล.ต.อ.ธนายุตม์ ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ 2 ราย

วันนี้(วันศุกร์ที่ 2 พ.ค.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(สส) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ระวีพรรษ อมรมุนีพงศ์ รอง ผบช.ภ.6 รรท.ผบก.ภ.จว.ตาก, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด ​บก.สส.ภ.6 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ รวม 2 ราย ได้แก่

  1. นายสมชัย แสนดี อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ที่ จ.69/2568 ลงวันที่ 28 เม.ย.68
  2. นางสาวอารยา แก้วปานวล อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ที่ จ.72/2568 ลงวันที่ 30 เม.ย.68

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหน้า หรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” พร้อมของกลางจำนวน ได้แก่

  1. สร้อยคอทองคำ พร้อมพระเลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น
  2. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ หมายเลขทะเบียน กต 1864 ตาก จำนวน 1 คัน
  3. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ หมายเลขทะเบียน บท 670 ตาก จำนวน 1 คัน
  4. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟิโน่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน
  5. เสื้อคลุมแขนยาวของพนักงานส่งของไลน์แมน จำนวน 1 ตัว
  6. หน้ากากกันลม (ซึ่งถูกถอดจากหมวกกันน๊อคสวมใส่ในวันก่อเหตุ) จำนวน 1 ชิ้น
  7. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อแอปเปิ้ล รุ่นไอโฟน 15 จำนวน 1 เครื่อง
  8. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อออปโป้ สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง
  9. สร้อยคอทองคำ รวมจำนวน 21 เส้น (ถูกตรวจยึดในพื้นที่ จ.เชียงใหม่)
  10. ตู้เซฟนิรภัย ยี่ห้อ TAIYO จำนวน 1 ตู้(ถูกตรวจยึดในพื้นที่ จ.เชียงใหม่)

พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 2 มี.ค.68 เวลาประมาณ 19.12 น. สภ.แม่สอดรับแจ้งมีเหตุคนร้ายสวมเสื้อคลุมไลน์แมนสวมหมวกกันน็อค แบบเต็มใบสีดำ ใช้อาวุธปืนพกลั้น แบบออโต้เมติก สีดำ ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทององอรสา 5 สาขาโลตัสแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ได้สร้อยคอทองคำรูปพรรณ จำนวน 23 เส้น และสร้อยคอคอเพชร จำนวน 1 เส้น จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และเร่งรัดเข้าตรวจจสอบที่เกิดเหตุ ทราบว่ามีคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่เข้ามาก่อเหตุ แล้วหลบหนีไป ต่อมาวันที่ 17 เม.ย. 68 พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางมาประชุมกำชับการปฏิบัติ และเร่งรัด ติด ตามความคืบหน้าเหตุดังกล่าว

จากการสืบสวนต่อมาพบว่าคนร้าย ร่วมก่อเหตุจำนวน 2 ราย มีการวางแผนสับเปลี่ยนยานพาหนะรถยนต์กระบะ เพื่อปิดบังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางจาก อ.เมืองตาก มายัง อ.แม่สอด โดยมาส่งผู้ต้องหาที่ลงมือก่อเหตุ เพื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติดหมายเลขทะเบียน อำพรางใบหน้าเข้าไปก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองดังกล่าว และหลังจากก่อเหตุขับขี่รถจักรยาน ยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหลบหนี มาพบผู้ร่วมก่อเหตุเพื่อเปลี่ยนยานพาหนะหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนเรื่อยมากระทั่งเชื่อว่าผู้ร่วมที่ลงมือก่อเหตุ คือนายสมชัย แสนดี และนางสาวอารยา แก้วปานวล จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดแม่สอดออกหมายจับ ซึ่งศาลจังหวัดแม่สอด อนุมัติหมายจับที่ จ.69/2568 ลงวันที่ 28 เม.ย.68 และ จ.72/1568 ลงวันที่ 30 เม.ย.68 ตามลำดับ ต่อมาวันที่ 30 เม.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บูรณาการสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายสมชัย แสนดี และนางสาวอารยา แก้วปานวล ได้พร้อมของกลาง นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” และได้บูรณาการเป็นทีม เป็นแบบอย่างได้เป็นอย่างดี จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชน

ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ฝากถึงผู้เสียหาย ว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย และขอชมเชยพร้อมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป ณ สภ.แม่สอด ถ.อินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก


รพ.พญาไท 3 จับมือ สถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม อบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR แก่ข้าราชการตำรวจ…..

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 โรงพยาบาลพญาไท3 จัดอบรมการช่วยเหลือชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ อภิชัย โตวณะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์โรงพยาบาลพญาไท3 และ พ.ต.อ.ดร. ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษมให้เกียรติกล่าวต้อนรับ
การเข้าอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนี้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ภายในงานมีการสอนวิธีช่วยเหลือชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้ผู้ร่วมเข้ารับการอบรมได้ปฏิบัติจริงทำให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น โดยได้วิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พว.ดวงพร แหล่งหล้า พยาบาลชำนาญการ และทีมพยาบาลชำนาญการ รพ.พญาไท3 เป็นผู้ให้ความรู้ในครั้งนี้ เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

โรงพยาบาลพญาไท3 มีความยินดีอย่างยิ่งที่ไว้วางใจให้เราได้ดูแล และหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านจะได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดูแลประชาชน ช่วยเหลือสังคมต่อไป


พล.ต.อ.ธนายุตม์ และคุณนภัสนันท์ เป็นประธานในพิธี “พระราชทานเพลิงศพ จ.ส.ต.ประวัติ พลหงสา ผบ.หมู่ กลุ่มงานช่างอากาศ ยาน บ.ตร. ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุเครื่องบิน ขัดข้อง

วันนี้ (วันพุธที่ 30 เม.ย.68) เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.(บร) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และคุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เดินทางมาเป็นประธานในพิธี “พระราชทานเพลิงศพ จ.ส.ต.ประวัติ พลหงสา ผบ.หมู่ กลุ่มงานช่างอากาศ ยาน บ.ตร. ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุเครื่องบิน บ.ทวินออตเตอร์ หมายเลข 36964 ขัดข้อง เมื่อวันที่ 25 เม.ย.68 เวลา 08.15“

พร้อมด้วย พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐ์พงษ์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี รอง ผบช.ภ.4,
พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.วิชิต มักการุณ ผบ.มทบ.27, พล.ต.ต. เดโช ภูศรี นักบิน (สบ.6) บ.ตร., พล.ต.ต.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด, นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวผู้วายชนม์ เข้าร่วมพิธี โดยมีพระเทพวชิรคุณาธาร เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

โดยในการนี้ได้มอบเงินกองทุนสวัสดิการ ตร. จำนวน 250,000 บาท และเงินส่วนตัวจำนวน 10,000 บาท ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับครอบครัวต่อไป

ในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมสั่งการผู้บังคับบัญชาให้ดูแลสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ณ วัดราชวารี ต.โคกล่าม อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด