ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมกองกำลังนเรศวร และหน่วยฝึกทหารใหม่ จ.ตาก เน้นย้ำมาตรฐานการฝึกอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมกองกำลังนเรศวร และหน่วยฝึกทหารใหม่ จ.ตาก เน้นย้ำมาตรฐานการฝึกอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (2 พ.ค.68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ ยังคงลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 อย่างต่อเนื่อง โดยมี พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ โดยในช่วงเช้าผู้บัญชาการทหารบกเดินทางไปยัง กองบัญชาการกองกำลังนเรศวร อ.เมืองตาก จ.ตาก เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานสำคัญของกองกำลังนเรศวร ตามพันธกิจ 5 ประการ ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก

จากนั้นผู้บัญชาการทหารบกได้เดินทางไปยัง กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14
ค่ายวชิรปราการเพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1/68 ที่มีการรายงานตัวเข้าหน่วยเมื่อวานนี้ซึ่งปัจจุบันกองทัพบกมีการจัดการฝึกในรูปแบบจากเบาไปหาหนัก ใช้ตารางฝึกที่มีความอ่อนตัว สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะแวดล้อม เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากความร้อนควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย รวมทั้งยังมีการฝึกศิลปะมวยไทยให้กับทหารใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ในการตรวจเยี่ยม ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะให้กำลังใจทหารใหม่และเยี่ยมชมสภาพแวดล้อมในหน่วยฝึกพร้อมเน้นย้ำให้รักษามาตรฐานการฝึกตามที่กองทัพบกกำหนด โดยเฉพาะเรื่องการลงทัณฑ์ จะต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้เยี่ยมชม โครงการทหารพันธุ์ดีของ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 ประกอบไปด้วยพื้นที่สวนสมุนไพรจตุผลา แปลงขยายพันธ์ุหญ้าแฝก แปลงปลูกหญ้าเลี้ยงม้า และคอกม้าค่ายวชิรปราการ และพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการปศุสัตว์ และการประมง ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชน หน่วยงานราชการ นักเรียน นักศึกษาและผู้ที่สนใจ เข้ามาศึกษาดูงาน ในส่วนของผลผลิตจากโครงการได้มีการนำไปประกอบอาหารให้กับทหารกองประจำการและแจกจ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัว เพื่อช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือนอีกด้วย



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ศอ.จอส.พระราชทาน จ.อุทัยธานี จัดกิจกรรมจิตอสาพัฒนา ปลูกต้นไม้ เนื่องในวันสำคัญของชาติไทย วันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดอุทัยธานี จัดกิจกรรมจิตอสาพัฒนา ปลูกต้นไม้ เนื่องในวันสำคัญของชาติไทย วันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 2568 เวลา 08.30 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดอุทัยธานี มอบหมายให้ นายสิทธิชัย เทพภูษา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานพิธีปล่อยแถวกิจกรรมจิตอาสาลูกต้นไม้ เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568 พร้อมด้วยหัวน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรม โดยมีว่าที่ร้อยตรี บำรุงเกียรติ วินัยพานิช ปลัดจังหวัดอุทัยธานี/เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดอุทัยธานี, นายจงโปรด เขตกรณ์ จิตอาสา 904 , นายครรชิต ขอนทอง จิตอาสา 904, นางสาวอทิตยา เยาว์พฤกษ์ชัย จิตอาสา 904, นางสาวทรงศร อิสสรมาลา จิตอาสา 904, นางสาวพิมพ์ณัฐชะญา ทรงรัตน์ จิตอาสา 904 พร้อมด้วย ส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่อำเภอหนองฉาง จำนวน 285 คน

ร่วมกันปลูกต้นสัก ต้นพยุง ต้นสะเดา และต้นหว้า ณ บริเวณที่สาธารณประโยชน์ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองนางนวล อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในโอกาสวันสำคัญของชาติและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานโครงการจิตอาสา ให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันนำมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น ด้วยความสมัครสมานสามัคคี อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน และทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญในการรักษาความสะอาด สร้างความเป็นระเบียบ ตลอดจนสร้างความรัก ความผูกพัน ความเสียสละ และความรับผิดชอบในการที่จะร่วมกันพัฒนาพื้นที่

วันฉัตรมงคล เป็นพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร ซึ่งตรงกับวันบรมราชาภิเษก เป็นวันที่ระลึกครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์หลังจากรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ทางคณะรัฐมนตรีได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ยกเลิกวันฉัตรมงคล 5 พฤษภาคมของทุกปี และมีมติเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 กำหนดให้วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นวันฉัตรมงคลแทน เพื่อรำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีและราชอาณาจักรไทย โดยเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า “เราจะสืบสาน รักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”


ม.แม่โจ้ ทูลเกล้าฯ ถวายเมล็ดพันธุ์ข้าว แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ม.แม่โจ้ ทูลเกล้าฯ ถวายเมล็ดพันธุ์ข้าว แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราช ทานพระราชวโรกาส ให้รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวาย เมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวหอม “กข-แม่โจ้ 2 “จำนวน 5,000 กิโลกรัม เมล็ดพันธุ์ ข้าวเหนียวหอม “หอมแม่โจ้ 90 ปี” จำนวน 5,000 กิโลกรัม และข้าวสารข้าวเหนียวหอม “หอมแม่โจ้ 90 ปี” จำนวน 1,000 กิโลกรัม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน 2568 เพื่อพระราชทานไว้ใช้ในกิจกรรมโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ณ วังสระปทุม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา

  • ข้าวเหนียวหอม “กข-แม่โจ้ 2” เป็นข้าวเหนียว มีกลิ่นหอมอ่อน เมล็ดเรียวยาว ปรับปรุงพันธุ์ให้มีลำต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง ให้ผลผลิตสูง ทำให้ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น ประจำปี 2555 จากสภาวิจัยแห่งชาติ และได้รับการรับรองพันธุ ์ จากกรมการข้าว เมื่อวันที่8 เมษายน 2558
  • ข้าวเหนียวหอม “หอมแม่โจ้ 90 ปี” ปรับปรุงพันธุ ์ให้มีลักษณะต้นตี้ย ต้านทานการหักล้ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งฤดูนาปี และนาปรังให้ผลผลิตสูง เป็นข้าวเหนียว นุุ่ม มีกลิ่นหอม ซึ่งได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ จากกรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 และได้รับรางวัล Gold Award งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566

นที มีเดช รายงาน

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ผนึกกำลังร่วม กองทัพภาคที่ 3 และกอ.รมน.ภาค 3 จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เตรียมพร้อมกำลังพล รับมือกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ผนึกกำลังร่วม กองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เตรียมพร้อมกำลังพล รับมือกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 และ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ร่วมจัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ของ กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการสถาน การณ์น้ำ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์บูรณาการน้ำและป่าต้นน้ำ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ณ ห้องประชุมคชรัตน์ 1-2 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดยที่ผ่านมา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ได้สนับสนุนเทคโนโลยี นวัตกรรม และสาร สนเทศด้านน้ำ ให้กับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกองทัพบก ใช้ประกอบการฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำเชิงพื้นที่ เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ของประชาชน ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา รวมทั้งได้สนับสนุนการปฏิบัติงานตามภารกิจของ กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เกี่ยวกับการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ มาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2567 เพื่อให้ กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 สามารถเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ และสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ กองทัพภาคที่ 3/ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และเตรียมพร้อมในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำระดับภาค ภายใต้การทำงานของศูนย์บูรณาการน้ำและป่าต้นน้ำ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ให้สามารถคาดการณ์และชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภัย ทำให้เกิดการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยด้านน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหาย และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยการจัดอบรมครั้งนี้ มีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เข้าร่วมกว่า 100 คน


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค3 ร่วมผนึกกำลัง นำร่องพื้นที่ภาคเหนือ เสริมแกร่งบุคลากรท้องถิ่น พร้อมเดินหน้าขยายผลสู่ทั่วประเทศ

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3. – กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผนึกกำลัง นำร่องพื้นที่ภาคเหนือ เสริมแกร่งบุคลากรท้องถิ่น “ติดอาวุธข้อมูล-เทคโนโลยีเพื่อเฝ้าระวังและรับมือภัยแล้ง-อุทกภัย” พร้อมเดินหน้าขยายผลสู่ทั่วประเทศ

“เพชรดาว” ที่ปรึกษา รมว.อว. เปิด “โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเฝ้าระวังและรับมือภัยแล้ง-อุทกภัย ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ” มุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีและนวัตก รรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมรับมืออย่างทันท่วงที

ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดโครงการ “ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเฝ้าระวังและรับมือภัยแล้ง–อุทกภัย ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ” จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาด ไทย และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสถาบันสาร สนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. และ มหาวิทยาลัยนเรศวร หรือ มน. ได้ร่วมจัดการอบรมครั้งนี้ขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 โดยมี แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานพิธีเปิดฯ มี ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) นายธนากร ทองประไพ ผู้แทนคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำชุมชนนครป่าหมาก เจ้าหน้าที่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ พร้อมผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน ประกอบด้วย เครือข่ายจังหวัด จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสา 904 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด เครือข่าย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ส่วนหน้า เครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย และชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือ

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ในการร่วมขับเคลื่อน “แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 -2570” ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ให้คำปรึกษา และให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสารสนเทศ เช่น ข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ ข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการปฏิบัติงานระงับเหตุสาธารณภัยทางนิวเคลียร์และรังสี เป็นต้น

สำหรับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวง อว. ในการบรรเทาปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรภาครัฐในระดับพื้นที่ให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสาร สนเทศในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะภัยแล้งและอุทกภัย ทั้งในด้านการวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจเชิงรุก พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างบูรณาการ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะมีการจัดอบรมให้ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยการเริ่มต้นที่ภาคเหนือในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่ระดับชุมชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทยในระยะยาว

สำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเฝ้าระวังและรับมือภัยแล้ง-อุทกภัย มีกำหนดจัดให้บุคลากรจากกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 834 คน จาก 76 จังหวัด กระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ จำนวน 6 ครั้ง ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ วันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก
  • ครั้งที่ 2 ภาคกลาง วันที่ 6 – 7 พฤษภาคม 2568 ณ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรุงเทพฯ
  • ครั้งที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
  • ครั้งที่ 4 ภาคตะวันออก วันที่ 18 – 19 มิถุนายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี
  • ครั้งที่ 5 ภาคตะวันตก วันที่ 23 – 24 มิถุนายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และ
  • ครั้งที่ 6 ภาคใต้ วันที่ 1 – 2 กันยายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้ก่อเหตุรุนแรง ไร้มนุษยธรรม กราดยิงชาวบ้านอย่างเลือดเย็น เด็กน้อยวัย 9 ขวบ เสียชีวิต

ผู้ก่อเหตุรุนแรงไร้มนุษยธรรม กราดยิงชาวบ้านอย่างเลือดเย็น เด็กน้อยวัย 9 ขวบ เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน เป็นพาหนะ แล้วใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดกราดยิงเข้าไปบริเวณ บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ที่ 5 ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิต 3 ราย หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กน้อยวัย 9 ขวบ ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้กระทำอย่างไร้ความปราณี ทราบชื่อดังนี้

  • นายดำ จันทร์คง อายุ 46 ปี เสียชีวิต
  • เด็กหญิงสสิดา จันทร์คง อายุ 9 ปี เสียชีวิต
  • นายแดง ตุนาสุข อายุ 58 ปี เสียชีวิต
  • นายภาคีไนย รังเสาร์ อายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บ
  • นายเชาว์ จันทร์คง อายุ 44 ปี ได้รับบาดเจ็บ

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บได้นำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลตากใบ จังหวัดนราธิวาส หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป โดยในวันเดียวกันเวลา 15.30 น. กลุ่มคนร้ายยังได้ลอบยิงประชาชน ซึ่งเป็นหญิงชราตาบอด จนเสียชีวิต ในพื้นที่บ้านไอร์บือตอ หมู่ที่ 4 กับ บ้านไอรโชร์ หมู่ที่ 5 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ที่เหตุขึ้นได้สะเทือนขวัญ สะเทือนใจต่อผู้รับรู้ข่าวสาร ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ และรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานต่าง ๆ ในพื้นที่เกิดเหตุ

ภายหลังเกิดเหตุ พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่เกิดเหตุทั้งสองจุดทันที พร้อมประกาศประณามการกระทำอันโหดเหี้ยมว่า “เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ป่าเถื่อน และไร้ความเป็นมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ที่สามารถลั่นไกใส่ผู้บริสุทธิ์ซึ่งไม่มีทางสู้ได้ลงคอ”

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2568 เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เริ่มจากการลอบยิงผู้นำศาสนา โดยมีกลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามบิดเบือนว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้เกิดการตอบโต้รุนแรงหลายครั้ง เช่น การยิงที่สถานีตำรวจโคกเคียน, การยิงประชาชนไทยพุทธที่อำเภอแว้ง และเหตุยิงพระสงฆ์ และสามเณรขณะบิณฑบาต รวมถึงเหตุยิงซ้ำอีกสองครั้งในคืนวันที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และได้สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ทั้งระงับการลาของเจ้าหน้าที่ เน้นการทำงานร่วมกันของผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนา กำชับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบและเสริมกำลังในจุดที่มีกำลังไม่เพียงพอ โดยเน้นการป้องกันช่วงเวลาละหมาดค่ำ (19.00 น. – 20:.00 น.) ซึ่งมักถูกใช้เป็นจังหวะในการก่อเหตุ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้กระทำผิดโดยมีเบาะแสและร่องรอยแล้ว พร้อมขอให้ประชาชนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมร่วมมือและมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยที่กำลังดำเนินการอยู่

ทางด้านนาย แวร์ดือราแม มะมิงจิ ในฐานะผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ได้ร้องขอให้ทุกฝ่าย ใช้แนวทางสันติ และขออย่าใช้ความรุนแรงต่อกัน โดยเฉพาะอิสลามมิกชน ขอให้ยึดถือตามที่จุฬาราชมนตรี ได้ให้คำแนะนำ คือดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ดินแดนสงคราม รวมทั้งขอให้องค์กรรัฐและเอกชนทุกภาคส่วน ร่วมกันหาวิธีแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ต่อไป

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น และขอประณามการกระทำของกลุ่มคนร้ายซึ่งเป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม กระทำต่อหญิงชราตาบอด ชายชรา และเด็กน้องไร้เดียงสา พร้อมทั้งขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในครั้งนี้ และร่วมกันต่อต้านการใช้ความรุนแรงอันเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม ผิดต่อกฎหมายและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่ง ซึ่งสร้างความเศร้าสลดใจแก่ผู้พบเห็นและต่อสังคมโดยรวม

ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนร่วมเป็นหูเห็นตาให้แก่เจ้าหน้าที่ในการสังเกตและแจ้งข่าวสาร บุคคล และวัตถุต้องสงสัย โดยแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และขอให้พี่น้องประชาชนกรุณาตรวจสอบ และโปรดใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสาร อย่าหลงเชื่อ ไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลต่อ ในข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ หรือยืนยันจากหน่วยงานที่เป็นทางการ ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่หวังสร้างความแตกแยกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

#แม่ทัพภาคที่4 #แม่ทัพไพศาล #ศูนย์ประชาสัมพันธ์ #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 41 “ตุมปังเกมส์” อย่างยิ่งใหญ่

นครศรีธรรมราช – พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 41 “ตุมปังเกมส์” อย่างยิ่งใหญ่

วันที่ 3 พ.ค. 2568 น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 41 “ตุมปังเกมส์” โดยมีนายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์ ประธานคณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (กกมท.), รองศาสตราจารย์ ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ ประธานอนุกรรมการฝ่ายส่งเสริมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กกมท., มีทัพนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ จาก 59 สถาบันทั่วประเทศ เข้าร่วมพิธี ณ สนามกีฬากลางตุมปัง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเจ้าภาพจัดแสดงโชว์ แสง สี เสียง อย่างสวยงามตระการตา

น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานเปิด การแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41“ตุมปังเกมส์” ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ยอม รับกันโดยทั่วไปแล้วว่า กีฬา คือ สื่อในการสืบสานสายสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจอันดี สร้างความสามัคคีกลมเกลียวให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ ดังนั้นกระทรวงอว.จึงให้การสนับสนุนการจัด การแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ส่งเสริมให้บุคลากรมีความสมบูรณ์พร้อมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ก่อให้เกิดความรัก สามัคคี และสัมพันธภาพอันดีระหว่างบุคลากรของสถาบันอุดม ศึกษาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังได้ฝากให้นักกีฬาได้ตระหนักว่าในการแข่งขันย่อมมีบุคคลที่สมหวังและพลาดหวัง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จึงขอให้นักกีฬาแสดงออกซึ่งน้ำใจของนักกีฬาที่งดงาม จงใช้กีฬาเป็นเครื่องกระชับมิตรไมตรี อย่าให้กีฬามาเป็นเครื่องทำลายความสามัคคี จงมีน้ำใจเป็นนักกีฬารู้แพ้ รู้ชนะ และรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก ปี พ.ศ.2549 และครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2555 และในปี 2568 เป็นครั้งที่ 3 ในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาบุคลากรฯ ครั้งที่ 41 “ตุมปังเกมส์” ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านสนามมาโดยตลอด มีสนามกีฬาและอาคารกีฬาเพียงพอ เป็นไปตามมาตรฐาน ที่สำคัญยังมีการวางแผนการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความร่วมมือในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่ามีความพร้อมในระดับสูงมาก

สำหรับพิธีเปิดการแข่งขัน “ตุมปังเกมส์” ตั้งแต่เวลา 15.00 – 18.30 น. ณ สนามกีฬากลางตุมปัง โดยก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการได้มีการวิ่งอัญเชิญไฟคบเพลิง เริ่มต้นจากหน้าที่ว่าการอำเภอท่าศาลามายังสนามกีฬากลางตุมปัง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีอธิการบดีม.วลัยลักษณ์ นายอำเภอท่าศาลา นายกองค์การบริหารองค์การส่วนตำบล ผู้นำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริหารและนักกีฬาของม.วลัยลักษณ์ ร่วมในขบวนวิ่ง ก่อนจะส่งต่อไฟการจุดคบเพลิงให้แก่ นายภราดร จีนชาวนา พนักงานของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อดีตนักกีฬาเทนนิสทีมชาติไทย ไปจุดยังกระถางคบเพลิง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นการแข่งขันอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้เจ้าภาพยังจัดให้มีการแสดงพร้อม แสง สี เสียง ภายใต้ชุด “ตุมปังรากนคราวลัย” ซึ่งต้องการสื่อให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของชุมชนที่เก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งโบราณ เป็นการระลึกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตอันเป็นรากฐานการพัฒนาของมหาวิทยาลัยมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับการแข่งขันกีฬาฯ ดังกล่าวจะมีนักกีฬากว่า 7,000 คน เข้าร่วมชิงชัยจำนวน 426 เหรียญทอง ใน 17 ชนิดกีฬา ผู้สนใจสามารถเข้าชมชิดขอบสนามได้ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หรือติดตามการแข่งขันได้


ธีรศักดิ์ อักษรกุล รายงาน

โค้งสุดท้าย !!! กำนันเก่งนำทีม นั่งเรือแท็กซี่ลุยหาเสียง อ้อนชาวสองฝั่งคลอง โกยคะแนนชิงนายกเล็กบ้านบางม่วง

โค้งสุดท้าย !!! กำนันเก่งนำทีม นั่งเรือแท็กซี่ลุยหาเสียงอ้อนชาวสองฝั่งคลอง โกยคะแนนชิงนายกเล็กบ้านบางม่วง

เวลา 18.00 น. วันที่ 3 พ.ค.68 นายณัฐวัฒน์ เอี่ยมเเย้ม หรือกำนันเก่ง อดีตกำนันตำบลบางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง เบอร์ 1 พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง (สท.) ในนาม “ทีมกำนันเก่ง”ครบทั้ง 3 เขต โดยเขต1 ตั้งแต่เบอร์ 4-9 เขต2 เบอร์ 7-12 เขต3 เบอร์ 3-8 ลงเรือแท็กซี่เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งคลอง และขอคะแนนเสียงช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในวันเสาร์ที่ 11 พ.ค.ที่จะถึงนี้

นายณัฐวัฒน์ เอี่ยมเเย้ม ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง เบอร์ 1 กล่าวว่า วันนี้ในฐานะหัวหน้าทีม “กำนันเก่ง” ได้นำทีมงานผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง (สท.) ทั้ง 3 เขต ลงเรือพบปะพูดคุยกับพี่น้องชาวบ้านสองฝั่งคลอง เริ่มตั้งแต่คลองบางกอก น้อย คลองบางใหญ่ และคลองบางม่วง ซึ่งประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 500 หลังคาเรือน ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งในระหว่างที่ลงเรือหาเสียงอยู่นั้นพบว่าภายในคลองดังกล่าวมีผักตบชวาลอยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุกับผูัที่ใช้เรือสัญจรไปมาได้

ซึ่งเรื่องผักตบชวานั้น ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเช่นกัน โดยนโยบายหลักทั้ง 12 ข้อ ที่หาเสียงเอาไว้ เราจะเร่งดำเนินการทันที โดยจะเน้นย้ำและให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ไขปัญรถติดภายในซอยวัดพระเงิน และ ซอยกันตนา ถือว่าเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลบางม่วง เป็นอย่างมาก ยิ่งในเวลาชั่วโมงเร่งด่วน มีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ทั้งรถรับส่งนักเรียน และรถที่วิ่งสัญจรไปมา การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนคือ เพิ่มจุดรับรองเพื่อรับส่งนักเรียน, เพิ่มเส้นทางลัด, เพิ่มเจ้าหน้าที่ดูแลด้านการจราจรทั้งเช้าและเย็น เรามีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา

วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะเข้ามาบริหารตำบลบางม่วงให้มีความเจริญก้าวหน้า วันที่ 11 พ.ค.ที่จะถึงนี้ หากท่านอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง โปรดเลือกนายกเทศบาลเมืองบ้านบางม่วงเบอร์1 และ ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง (สท.)ให้ครบทั้ง 3 เขต ในฐานะเป็นคนตำบลบางม่วงโดยกำเนิด ขอโอกาสให้เราได้เข้าไปรับใช้และพัฒนาบ้านเกิดให้มีความเจริญ เราสัญญาว่าจะนำความรู้ความสามารถที่มีทั้งหมดไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตำบลของเราให้มากที่สุด


เข้าวังฟังธรรม ชมหนังใหญ่เนื่องในวันฉัตรมงคล

จังหวัดลพบุรี – เข้าวังฟังธรรม ชมหนังใหญ่เนื่องในวันฉัตรมงคล

ลพบุรี จัดงาน “ เทิดทูนสถาบัน สร้างสรรค์วิถีไทย เข้าวังฟังธรรม ชมหนังใหญ่ ” เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี พุทธศักราช 2568 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ร่วมกับจังหวัดลพบุรี จัดงาน “เทิดทูนสถาบัน สร้างสรรค์วิถีไทย ร่วมใจเข้าวังฟังธรรม” ครั้งที่ 2 พร้อม การแสดงหนังใหญ่ มรดกศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี พุทธศักราช 2568 ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เทิดทูนสถาบัน สร้างสรรค์วิถีไทย ร่วมใจเข้าวังฟังธรรม” ครั้งที่ 2 เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี พุทธศักราช 2568 โดยมี นางสาวประภาพรรณ ศรีสุข ผู้อำนวยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัยลราชสมบัติและทรงประกอบการบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 จึงนับเป็นโอกาสมหามงคลที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจะร่วมกันเทิดพระเกียรติพระองค์ให้สมกับพระราชกรณียกิจที่ทรงคุณประโยชน์มหาศาล ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลัก ที่ค้ำจุนประเทศไทยมาอย่างยาว นาน สร้างการรับรู้เรื่องราวในอดีตผ่านการเปิดพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สร้างโอกาสให้กับเด็ก เยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรม อันจะเป็นการส่งเสริม สนับสนุน การท่องเที่ยวแหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรม ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมในเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ สนองต่อนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ที่ต้องการส่งเสริมมรดกศิลปวัฒนธรรมของประเทศ ไทยในฐานะ Soft Power ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อนานาประเทศ

กิจกรรมภายในงาน “เทิดทูนสถาบัน สร้างสรรค์วิถีไทย ร่วมใจเข้าวังฟังธรรม” ครั้งที่ 2 ประกอบไปด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์พระปริตร (รามัญ) บริเวณโบราณสถานตึกพระเจ้าเหา อันเป็นพิธีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การออกร้านจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และการแสดงหนังใหญ่จากคณะหนังใหญ่ วัดสว่าง อารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี โดยการแสดงนี้มักจะแสดงในพิธีสำคัญ และเชื่อว่ามีมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ต่อมาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหาราชครูได้แต่งเรื่อง สมุทรโฆษคำฉันท์ เพื่อใช้เป็นบทพากย์เพิ่มเติมสำหรับการแสดงหนังใหญ่ นอกจากนี้ วรรณ คดี เรื่อง บุณโณวาทคำฉันท์ ยังกล่าวถึงการแสดงหนังใหญ่ในงานสมโภชรอยพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งจัดในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศด้วย

สำหรับ ในการจัดงาน “เทิดทูนสถาบัน สร้างสรรค์วิถีไทย ร่วมใจเข้าวังฟังธรรม” ครั้งต่อไป ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ได้กำหนดให้จัดขึ้นเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในวันที่ 6-7 มิถุนายน 2568 สามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ : King Narai National Museum ได้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ใกล้เปิดเทอม !! เจ้าของร้านจัดหนัก ซื้อชุดนักเรียนแถมปักชื่อ-สุกล ฟรี

อุทัยธานี – ใกล้เปิดเทอม!! เจ้าของร้านจัดหนัก ซื้อชุดนักเรียนปลักชื่อนามสุกลตราโรงเรียนให้ฟรีไม่คิดตังเพิ่ม บางรายถึงขั้นเลือกไซต์ใหญ่เผื่อใช้หลายปี เน้นประหยัดเท่าที่จำเป็น

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 03 พ.ค.68 ใกล้จะเปิดเทอมภาคเรียน ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการซื้อขายชุดนักเรียน ที่ร้านโชคนำชัยตลาดลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้มีเหล่าบรรดาผู้ปกครอง ต่างพาลูกหลานมาซื้อชุดนักเรียนอุปกรณ์การเรียน ได้พบกับเจ้าของร้านสามีภรรยา ชื่อนายโอเล่ อายุ 54 ปี และนางนงนาถ อายุ 51 ปี เปิดร้านขายชุดนักเรียนอุปกรณ์การเรียนมากว่า30-40 ปี ได้เปิดเผยว่าทางร้านได้ขายเสื้อ กางเกง กระโปรง และอุปกรณ์การเรียน โดยมีทั้งแบบซื้อเป็นชุดและแยกชิ้น โดยเสื้อนักเรียนเริ่มต้นที่ 170-180 บาท ส่วนกางเกงและกระโปรงเริ่มต้นที่ 150 บาท หรือขนาดตามไซส์ของตัวเด็ก แต่หากซื้อเสื้อนักเรียนที่ร้าน ทางร้านเราก็จะปักชื่อนามสกุล และชื่อสถาบันการศึกษาโรงเรียนให้ฟรี โดยทางร้านไม่คิดเงินเพิ่ม และยิ่งใกล้เปิดเทอมกลางเดือน พ.ค.2568 นี้ ลูกค้าก็จะทยอยเดินทางมาเลือกซื้อชุดนักเรียนลองชุดที่ร้าน ยิ่งวันหยุดเสาร์อาทิตย์ลูกค้าจะเยอะ

ส่วนบรรยากาศการซื้อขาย ผู้ปกครอง ต่างพาลูกพาหลาน ลองสวมเสื้อ สวมกางเกง วัดขนาดว่าขนาดใส่ได้หรือไม่ บางคนถึงขั้นเลือกซื้อชุดขนาดใหญ่ไว้เผื่อใช้ในภาคเรียนเทอมต่อไป เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายลง ส่วนมาก ลูกค้าประจำก็จะมาเลือกมาซื้อร้านนี้ เนื่องจากราคาย่อมเยา แถมยังปักชื่อนามสกุล ตราโรงเรียนให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน