วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ ๔ พฤษภาคม ของทุกปี วันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ ๔ พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชา ภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นระหว่างวันที่ ๔ – ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ และทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

#ทรงพระเจริญ#สืบสานรักษาต่อยอด#วันฉัตรมงคล


พระลาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

วันนี้ (วันเสาร์ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘) เวลา ๑๗.๑๒ น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปในการพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๗ และรัชกาลที่ ๙ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงศีล พระราชาคณะถวายศีล จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาเทวดาที่รักษาพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เครื่องราชกกุธภัณฑ์ ทรงคม

พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีฉัตรมงคล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๗ และรัชกาลที่ ๙ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ

#ทรงพระเจริญ#สืบสานรักษาต่อยอด


พระลาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช 2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช 2568

วันนี้ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 17.11 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทักษิณานุปทาน ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช 2568 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรมหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารีเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารคู่พระบรมอัฐิ และพระอัฐิ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย, สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า สมเด็จพระศรีสุลาลัย (พระบรมราชชนนีในรัชกาลที่ 3) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เสร็จแล้ว พระสงฆ์ 27 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ นางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิทรงธรรม ทรงศีล พระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง อปริหานิยธรรมกถา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ แล้วทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ และถวายพระธรรมเทศนา จำนวน 2 เที่ยว เที่ยวละ 14 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ และพระอัฐิ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิ โณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว ทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวารคู่พระบรมอัฐิ และพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ต่อจากนั้น ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ และพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


ผู้ว่าฯ พิษณุโลก พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัด นำคณะลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ ต.บ้านกร่าง

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก นำคณะลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ตำบลบ้านกร่าง

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.20 น. ณ บ้านเลขที่ 175/15 หมู่ 3 ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย พร้อมด้วย นางวราภรณ์ เสริมภักดีกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก, นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก, หัวหน้าส่วนราชการ, หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก, สมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกร่าง, ผู้แทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก, กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน, จิตอาสาภาคประชาชน และสมาชิกอาสาสมัครสาธารณสุข เข้าร่วมในกิจกรรม

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 03.50 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยในพื้นที่ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมืองพิษณุโลก จำนวน 2 หลังคาเรือน ได้แก่
บ้านเลขที่ 175/15 หมู่ 3 ตำบลบ้านกร่าง ของนางสาวมาลิกา สิงโต ได้รับความเสียหายทั้งหลังบ้านเลขที่ 175/14 หมู่ 3 ตำบลบ้านกร่าง ได้รับความเสียหายบางส่วน จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 7 ราย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยมูล ค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการประมาณการ

ในการนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก ได้มอบถุงธารน้ำใจและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งมีองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกร่าง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ชมรมกำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลบ้านกร่าง และสมาชิก อสม. ร่วมสนับสนุนสิ่งของในการดำรงชีพเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัย


นที มีเดช รายงาน

คณะนักศึกษาหลักสูตร SIMD 1-2 ร่วมจัดกิจกรรมตอบแทนสังคม ในพื้นที่ จังหวัดตรัง

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 คณะนักศึกษาหลักสูตร ผู้บริหารระดับสูงด้านบูรณาการพัฒนากรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน (SIMD 1-2) รุ่นที่ 1, รุ่นที่ 2 วพน.12 พอช.1 และ ISAB 8 พร้อมด้วยหน่วยราชการ, กองทัพอากาศ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บช.ตชด., ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นำโดยคุณพินิจ จารุสมบัติ ประธานรุ่น วพน.12 พอช.1, พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ประธานรุ่น SIMD 1, พลเอกรุจ กสิวุฒิ พลเรือเอกชัยโรจน์ เพชร์รัตน์, พล.ต.ต.พินิจ มณีรัตน์, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล, คุณวัฒน์ชชัย มงคลศรีสวัสด์, นาวาอากาศเอก พิเศษ อรกูลนาวาอากาศเอก(หญิง), จิรายุ ด้วงนุ้ย ผู้แทนกองทัพอากาศ, คุณศรัณร์กษ์ ประสานพรรณ ผู้แทน SIMD 2, คุณอณุษา โย้จิ้ว ผู้แทน ISAB 8 และพล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผบก.ภ. จว.ตรัง

ได้ร่วมกันเป็นจิตอาสาจัดกิจกรรมตอบแทนสังคม (CSR) โดยได้มอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬาพร้อมทุนการศึกษาให้กับน้องๆ โรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดน ภายในจังหวัดตรัง 2 โรงเรียน เด็กนักเรียน 200 คน และโรงเรียนบ้านคลองย่าหนัด ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ พร้อมมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค ปันน้ำใจให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่ยากไร้ ในพื้นที่ จังหวัดตรัง จำนวน 100 ครอบครัว ถุงยังชีพ 100 ชุด


ศอ.จอส.พระราชทานเชียงราย จัดกิจกรรม จิตอาสาต้านภัยแล้ง และจิตอาสาสาพัฒนา เนื่องในวันฉัตรมงคล

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดเชียงราย จัดจัดกิจกรรมจิตอาสาต้านภัยแล้ง และจิตอาสาสาพัฒนา เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงราย การจัดกิจกรรมจิตอาสาต้านภัยแล้ง และจิตอาสาสาพัฒนา เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568 โดย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย/หัวหน้าจิตอาสา 904 จังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ องค์กรภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ลานกิจกรรมหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ แม่ปืมที่ 2(ห้วยพญาเก๊า) และร่วมทำกิจกรรมปลูกต้นไม้และจัดทำฝายชะลอน้ำในพื้นที่ลำห้วยพญาเก๊า บ้านโป่งฮึ้ง หมู่ที่ 2 ตำบลหัวยสัก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 1 แห่ง ณ ลำห้วยพญาเก๊า รวมทั้งปลูกต้นสักและต้นมะค่าโมง จำนวน 300 ต้นในพื้นที่บริเวณรอบ การดำเนินการเป็นไปได้ความเรียบร้อย


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทาน จ.ตาก จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันฉัตรมงคล (4 พฤษภาคม 2568)

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดตาก จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันฉัตรมงคล (4 พฤษภาคม 2568)

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.30 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดตาก ตำบลหนองหลวง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันฉัตรมงคล (4 พฤษภาคม 2568) ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา จำนวน 300 คน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กิจกรรมประกอบด้วย การตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดหญ้า ปรับปรุงภูมิทัศน์ และทำความสะอาดบริเวณรอบศาลากลางจังหวัด และประดับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์บริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดตาก

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดตาก พร้อมด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตาก และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านกลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ ต.หนองหลวง อ.เมืองตาก จำนวน 2 ราย โดยนางปทิตตา อินทรจันทร์ อายุ 48 ปี เป็นหัวหน้าครอบครัว มีภาระต้องดูแลหลาน และครอบครัวมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย และนางมาลีรัตน์ กลีบบัว อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและผู้พิการทางการเคลื่อนไหว มีภาวะเจ็บป่วยทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดตาก ได้มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการวางแผนดูแล และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางดังกล่าว


นที มีเดช รายงาน

รมว.สาธารณสุข เปิดโครงการ “บริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใยจากกระทรวงสาธารณสุข” ภาคเหนือ เขตสุขภาพที่ 1 จังหวัดลำพูน

รมว.สาธารณสุข เปิด “โครงการบริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใยจากกระทรวงสาธารณสุข ภาคเหนือ เขตสุขภาพที่ 1 จังหวัดลำพูน” เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เสริมสร้างสุขภาพของตนเองและครอบครัว

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ โรงพยาบาลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิด “โครงการบริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใยจากกระทรวงสาธารณสุข ภาคเหนือ เขตสุขภาพที่ 1 จังหวัดลำพูน” โดยมีนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงาน และนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวต้อนรับว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมาจังหวัดลำพูน ได้ขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางสุขภาพอย่างเท่าเทียม ตลอดจนบำบัดทุกข์และบำรุงสุขของประชาชน อาทิ การขับเคลื่อนนโยบายการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ผ่านกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล โดยมีเครือข่าย อสม. ลำพูน ที่มีความเข้มแข็ง และ มีศักยภาพ เป็นกลไกสำคัญ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ท้องที่ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามแนวคิด “ลำพูนไม่ลำพัง รวมพลังเพื่อลำพูน”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้กล่าวมอบนโยบายการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) แนะนำ อสม. เกี่ยวกับการลดโรค NCDs การนับคาร์บ(คาร์โบไฮเดรต) โดยกล่าวว่า โครงการบริการทุกช่วงวัยฯ เป็นการบูรณาการงานสาธารณสุขที่ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เท่าเทียมและทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงลดระยะเวลารอคอยการรับบริการ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน สำหรับบุคลากรของสาธารณสุข อสม. กระทรวงสาธารณสุขยังมีนโยบายที่จะสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เช่น การแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร การเพิ่มค่าตอบแทน (OT) การส่งเสริมสวัสดิการ รวมถึงการผลักดันร่างกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในขั้นตอนถัดไป

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้การมอบเครื่องช่วยฟัง จำนวน 10 เครื่อง มอบเกียรติบัตรให้แก่บุคคลต้นแบบ จำนวน 10 คน จากนั้นได้เยี่ยมชมนิทรรศการและกิจกรรมการให้บริการประชาชนภายในโรงพยาบาลป่าซางด้วย

โครงการบริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใยจากกระทรวงสาธารณสุข มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ดูแลรักษา และฟื้นฟูสภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการของประชาชน ส่งผลทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถทำงานและปฏิบัติภารกิจประจำวันได้ตามปกติและลดระยะเวลาการมารับบริการรวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน

สำหรับกิจกรรมในโครงการนี้ประกอบด้วย การให้บริการประชาชน 10 คลินิก ได้แก่

  1. คลินิกโรคอ้วน
  2. คลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
  3. คลินิกโรคไต
  4. คลินิกโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ
  5. คลินิกต้อกระจกและจอประสาทตา
  6. คลินิกมะเร็งปากมดลูก และฉีดวัคซีน HPV
  7. คลินิกผ่าตัดวันเดียวกลับ (ODS : One Day Surgery)
  8. คลินิกตรวจการได้ยินและมอบเครื่องช่วยฟัง
  9. คลินิกผ่าตัดนิ้วล็อค
  10. คลินิกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

นอกจากนี้จังหวัดลำพูนยังได้เพิ่มบริการ 2 คลินิก คือคลินิกทันตกรรมและคลินิกสุขภาพจิต โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทาง ทันตแพทย์ร่วมกับทีมพยาบาลและบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่โดยจังหวัดลำพูนได้ร่วมดำเนินการจัดบริการ รูปแบบกิจกรรมของแต่ละคลินิก เริ่มตั้งแต่การคัดกรอง การให้ความรู้กลุ่มเสี่ยง การรักษากลุ่มเป้าหมาย และการส่งต่อ นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์จากบุคคลต้นแบบที่สามารถใช้กลไก การนับคาร์บมาปรับใช้รวมถึงการสร้างเสริมสุขภาพของตนเองและครอบครัว เพื่อลดการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจเชียงใหม่ รวบชายวัย 43 ปีทันควัน หลังวิ่งราวทรัพย์สาวโรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่

ตำรวจเชียงใหม่ รวบชายวัย 43 ปีทันควัน หลังวิ่งราวทรัพย์สาวโรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่ อ้างตกงาน-พิการ ใช้เงินซ่อมรถหนี ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ย้ำ!! เชียงใหม่เมืองปลอดภัย

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว. เชียง ใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมนายปกรณ์ (ปกปิดนามสกุล) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ หลังจากก่อเหตุชิงกระเป๋าสตางค์จากหญิงสาวในพื้นที่ช้างคลาน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง อ้างไม่มีอาชีพเพราะพิการ ต้องขอเงินพ่อใช้ชีวิต และนำเงินที่ได้จากการก่อเหตุไปซ่อมรถจักรยานยนต์

โดยมี พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ. ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่, พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าว ณ สภ.เมืองเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 07.00 น. บริเวณถนนระแกง ซอย 2 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ น.ส.พัชรินทร์ อายุ 46 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ แจ้งว่า ขณะกำลังเดินไปซื้อกับข้าว ถูกชายสวมเสื้อดำ กางเกงดำ ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กระชากกระเป๋าแล้วหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนสามารถติดตามเส้นทางหลบหนี และตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายปกรณ์ ซึ่งเคยต้องโทษ ในคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยใช้วิธีเปลี่ยนเสื้อผ้าและขับรถวนหลบซ่อนตัวในพื้นที่ อ.แม่ริม ก่อนจะถูกจับกุมได้ในวันที่ 2 พฤษภาคม เวลาประมาณ 13.30 น. บริเวณบ้านแม่สาใหม่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ” และนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่” ขอเน้นย้ำ เตือนถึงผู้ที่คิดจะกระทำความผิดให้หยุดพฤติกรรมเสียแต่ตอนนี้ เพราะทุกการกระทำผิดกฎหมายจะถูกติดตามและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมย้ำชัดว่า ‘เชียงใหม่เมืองปลอดภัย’ จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความสงบสุขของประชาชนเด็ดขาด

ตำรวจเชียงใหม่ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย


นที มีเดช รายงาน

ฉก.ราชมนู จับกุมต่างด้าวชาวเมียนมา ลักลอบข้ามแดนยามดึก

ฉก.ราชมนู จับกุมต่างด้าวชาวเมียนมา ลักลอบข้ามแดนยามดึกรับสารภาพจ่าย 15,000 บาท หวังไปทำงาน กทม.

เมื่อ 1 พ.ค. 68 เวลา 23.00 ฉก.ราชมนู โดย ร้อย.ร.421 ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจ ในพื้นที่ดอยเกี๊ยะ บ.ห้วยน้ำนัก ม.4 ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ผลการปฏิบัติ ตรวจพบ จับกุม แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 29 คน พร้อม ผู้นำพาชาวไทย 2 คน และ รถยนต์ปิ๊กอัพ 2 คัน โดยดำเนินคดี ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต กับแรงงานต่างด้าวทั้ง 29 คน และดำเนินคดีในข้อหา นำพา ช่่วยเหลือซ่อนเร้น บุคคลต่างด้าวกับบุคคลสัญชาติไทย จำนวน 2 คน พร้อมตรวจยึดรถยนต์จำนวน 2 คัน ได้แก่

1.นาย ทำนุรัฐ แซ่ว่าง อายุ 24 ปี หมู่ที่ 9 บ้านรวมไทยพัฒนา ต.รวมไทย อ.พบพระ จ.ตาก รถกะบะสี่ประตู ยี่ห้อ โตโยต้า ไฮลักรีโว่ สีบอน เลขทะเบียน 5 ขผ 3332 กทม.

2.นาย ภากร เเซ่ม้า อายุ 25 ปี หมู่ที่ 12 บ้านห้วยไผ่ ต.คีรีราษฏ อ.พบพระ จ.ตาก รถกะบะตอนเดียว ยี่ห้อ อีซูซุดีเเม็ก สีบอน เลขทะเบียน บน 5342 ตาก

โดยบุคคลต่างด้าวทั้งหมด รับสารภาพว่า ได้เดินทางมาจาก จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา โดยจ่ายค่านายหน้าเป็นเงินจำนวน 15,000 บาท/คน ในการช่วยเหลือให้ลักลอบเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศไทย หน่วยจึงได้ควบคุมตัวส่ง จนท.ตร.สภ.พบพระ เพื่อดำเนินการตามกฏหมายตามกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน