“ป.21 พัน.20” ให้การต้อนรับ ผบ.พล.ม.1 ในโอกาสตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1/68

“ป.21 พัน.20” ให้การต้อนรับ ผบ.พล.ม.1 เนื่องโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1/68

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 กองพลทหารม้าที่ 1 โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21ให้การต้อนรับ พลตรี กิดากร จันทรา ผู้บังคับบัญชากองพลทหารม้าที่ 1 และคณะฯ เนื่องในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 1 ของหน่วย ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชากองพลทหารม้าที่ 1 ได้กล่าวให้โอวาท พบปะพูดคุย ให้กำลังใจกับทหารใหม่ และให้แนวทางการฝึกทหารใหม่ ตามมาตรการ ที่ ทบ.กำหนด ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตลอดห้วงการฝึกฯ ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ค่ายพระศรีพนมมาศ ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์


ลพบุรี สืบสานงานประเพณีชักพระศรีอาริยเมตไตรย์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

จังหวัดลพบุรี – เตรียมจัดงานบุญใหญ่ สืบสานงานประเพณีแห่พระศรีอาริยเมตไตรย์ วัดไลย์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ ที่ สืบทอดกันมายาวนานกว่า 100 ปี

ที่บริเวณด้านหน้าวิหารพระศรีอาริยเมตไตรย์ วัดไลย์ ตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จัง หวัดลพบุรี พระครูสมุห์พรเทพ จันทโชโต รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไลย์, นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี, นางกฤษณา สิทธิราช วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี, นายสรณต ณ ศรีโต นายอำเภอท่าวุ้ง, นางจันทิมา เกรียงไกรเพ็ชร์ รองปลัดเทศบาล รักษาราชการแทนปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลท่าโขลง, นายเกษม ประภากร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาสมอคอน และนายกิตติศักดิ์ ศุภพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านชี ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงานสืบสานงานประเพณีแห่พระศรีอาริยเมตไตรย์ วัดไลย์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ ของจังหวัดลพบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนได้ศึกษา และเรียนรู้ วัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดลพบุรีเกิดความรัก และหวงแหนวัฒนธรรมของตนเองเกิดการอนุรักษ์ ส่งเสริมการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ และต่างพื้นที่ การนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ชุมชน สังคมต่างๆ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางศาสนา และวัฒนธรรมของจังหวัดลพบุรี ประชาสัมพันธ์เฉลิมฉลอง ยกย่องวัดไลย์ ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากกระทรวง วัฒนธรรม ให้ประเพณีแห่พระศรีอริยเมตไตรย์วัดไลย์ เป็นมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2566 และเป็นการสร้างรายได้ให้กับจังหวัดลพบุรี และสร้างรายได้ในภาพรวมของประเทศ เป็นการหนุน Soft power ของจังหวัดลพบุรีอีกด้วย

“วัดไลย์” เป็นที่ประดิษฐานของ “พระศรีอาริยเมตไตรย์” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่พุทธศานิกชนชาวจังหวัดลพบุรี ให้ความเลื่อมใสเคารพศรัทธามาแต่โบราณ ในทุกๆปี จะมีการจัดงานประเพณีชักพระศรีอาริยเมตไตรย์ ขึ้นปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 และครั้งที่ 2 แรม 4 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งถือเป็นประเพณี ที่พุทธศานิกชนถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2568 โดยมีพิธีแห่พระศรีอาริยเมตไตรย์ ในวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โดยในงานยังจัดให้มี กิจกรรมมากมาย อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่อง ซึ่งเป็นภาพเก่าหาชมได้ยากเกี่ยวกับ พุทธประวัติ “พระศรีอาริยเมตไตรย์” ของวัดไลย์ การสาธิตภูมิปัญญาชาวบ้าน การทำขนมไทยโบราณ ขนมต้มญวน , การรำถวาย“พระศรีอาริยเมตไตรย์” ด้วยเหล่านางรำ 150 คน

สำหรับ ในพิธีชักพระ ทางวัดจะอัญเชิญรูปหล่อพระศรีอาริยเมตไตรย์ ประดิษฐานบนแท่นเหนือตะเฆ่ทรง ชนิดไม่มีล้อ ทำเป็นบุษบกมีหลังคา เป็นฉัตรกั้น แล้วนำเชือกขนาดใหญ่ 2 เส้นผูกตะเฆ่เป็น 2 แถว ให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่มาร่วมงานช่วยกันชักลากไปตามเส้นทางที่กำหนด โดยออกจากวัดไลย์ อำเภอท่าวุ้ง ไปตามเส้นทางของหมู่บ้าน ถนนสาย บางงา-บ้านหมี่ โดยขบวนจะสิ้นสุดที่ โรงเรียนวัดท้องคุ้ง อำเภอบ้านหมี่ จากนั้น อัญเชิญพระศรีอาริยเมตไตรย์ กลับมาประดิษฐานที่วัดไลย์ดังเดิม รวมระยะทางไปกลับกว่า 10 กิโลเมตร ตลอดทางที่ชักพระผ่าน จะมีประชาชนตั้งโรงทาน และมีจุดหยุดให้ประชาชนได้สรงน้ำ และกราบนมัสการปิดทอง ซึ่งพิธีแห่พระศรีอาริยเมตไตรย์ เป็นการอนุรักษ์ส่งเสริมและสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอันดีงามของท้องถิ่น สร้างความรักความสามัคคี และเชื่อกันว่า.. ผู้ร่วมขบวนแห่ พระศรีอริยเมตไตรย์ จะมีความร่มเย็นเป็นสุข ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ชาวบ้านสุดทน !! รวมตัววางแผนดักซุ่ม จับ 2 หนุ่มทาสยาบ้า ขโมยยางพารา นับครั้งไม่ถ้วน หวิดรุมทืบ ก่อนรอส่งตำรวจ

นครพนม – ชาวบ้านสุดทน รวมตัววางแผนดักซุ่ม จับ 2 หนุ่มทาสยาบ้า ขโมยยางพารา นับครั้งไม่ถ้วน วิดลุมตึบ ก่อนรอส่งตำรวจ

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 เวลา 06.30 น. นายบรรจบ คุ้มท่วม ผู้ใหญ่บ้า น บ้านอุ่มไผ่ และนายสัญลักษณ์ คำสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านอุ่มไผ่ ตำบลนาคำ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ได้ร่วมกันจับนายหลิว (ขอสงวนสกุล) อายุ 34 ปี และนายยศ (ขอสวนสกุล) อายุ 25 ปี ขณะขับรถซาเล้งพ่วงข้างตระเวนลักขโมยยางพาราของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมของกลางขี้ยางพารา 3 กระสอบ หลังชาวบ้านทราบข่าวได้มีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนยางพารากว่า 10 คน มามุงดูหน้าคนร้าย

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ผ่านมากว่า 10 ปี ชาวเกษตรกรผู้ปลูกสวนยางพารากว่า 100 ไร่ ต้องประสบปัญหาจากโจรลักขโมยขี้ยางฯแทบทุกวันนานหลายเดือน สร้างความเดือนร้อนกันไปทั่ว ผู้เสียหายหลายรายไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสงคราม หลายครั้งแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้

กระทั่ง ช่วงกลางดึกวันที่ 4 พ.ค.68 ที่ผ่านมา ได้มีนายกง อายุ 45 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ได้ไปดักแมลงจินูนภายในป่าสวนยางฯ ได้พบกระสอบปุ๋ยสีขาวจำนวน 3 กระสอบ ตกอยู่บริเวณด้านหลังของป่าช้า คาดว่าน่าจะเป็นกระสอบปุ๋ยบรรจุขี้ยางพารา ที่คนร้ายขโมยมาจากสวนข้างเคียง จึงนำเรื่องไปแจ้งกับนายพรสวรรค์ โคตรคำ อายุ 45 ปี น้องชายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านอุ่มไผ่

ต่อมานายพรสวรรค์ จึงไปแจ้งนายบรรจบ ผู้ใหญ่บ้าน และนายสัญลักษณ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมวางแผนกันจับกุมคนร้าย กระทั่งเวลา 06.30 น.วันดังกล่าว ขณะดักซุ่ม 3-4 คนได้พบคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ ทะเบียน 1 กด 7630 นครพนม พ่วงข้างเข้ามาบริเวณใกล้จุดที่พบกระสอบปุ๋ย 3 กระสอบ จึงเข้าชาร์จและจับกุมคนร้ายได้ในที่สุด

ต่อมาจึงแจ้งให้ พ.ต.ท.เพ็ชร กิจพฤกษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ศรีสงคราม นำกำลังตำรวจมาจับกุมตัวคนร้ายคือนายหลิว และนายยศ ไปสอบสวนที่ สภ.ศรีสงคราม พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ และกระสอบปุ๋ยบรรจุขี้ยางพาราจำนวน 3 กระสอบ ภายในบรรจุขี้ยางฯก้อนละ 1 กิโลกรัมเศษ ตกกระสอบละ 40 กิโลกรัม รวม 120 กิโลกรัม สอบสวนเบื้องต้น นายหลิวและนายยศ ผู้ต้องหาทั้งสองคน รับสารภาพว่า ได้ขโมยขี้ยางของนายพรสวรรค์ ซึ่งเป็นญาติของนายสัญลักษณ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านอุ่มไผ่จริง โอยอ้างเพิ่งขโมยครั้งเดียว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปดำเนินคดีต่อไป

นายสัญลักษณ์ คำสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ในพื้นที่บ้านอุ้มไผ่ ตำบลนาคำ อำเภอศรีสงคราม ได้มีวัยรุ่นติดยาเสพติดจำนวนมาก เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน และสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางฯได้รับความเดือดร้อน ที่ผ่านมาตนและชาวบ้านได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอดส่องดูแลที่บ้านอุ้มไผ่เป็นกรณีพิเศษด้วย เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้มีเกษตรกรชาวสวนยางที่ปลูกยางพารามากกว่า 1,000 ไร่ และได้รับความเสียหายจากโจรลักขี้ยางฯมาอย่างยาวนานหลายปี กระทั่งจับกุมได้

ด้านนายคอง อายุ 62 ปี พ่อเลี้ยงนายหลิว 1 ในผู้ต้องหา กล่าวว่า ลูกเลี้ยงคนนี้มีอาชีพกรีดยาง แต่ไม่กรีดยาง เพราะติดยาเสพติดงอมแงมมานานหลายปี จึงอยากให้ภาครัฐลงมาแก้ไขปัญหา และนำตัวไปบำบัดรักษา ตนอยากให้เอาตัวไปนานแล้ว กระทั่งมาถูกฝ่ายปกครองวางแผนจับกุม


เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหว้ดนครพนม รายงาน

มูลนิธิต้นบุญ วิสาขา ร่วมเดลิมิเร่อร์ มอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือวัดพระบาทน้ำพุ สนับสนุนภารกิจดูแลผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาส

มูลนิธิต้นบุญ วิสาขา ร่วมเดลิมิเร่อร์ มอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือวัดพระบาทน้ำพุ สนับสนุนภารกิจดูแลผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาส

มูลนิธิต้นบุญ วิสาขา ร่วมกับสำนักข่าวเดลิมิเร่อร์ นำโดย คุณนภัค บุญนัชนิธินาถ ประธานอำนวยการ และ คุณเชษฐา พี.เซียวตง ผู้อำนวยการสำนักข่าวเดลิมิเร่อร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้เดินทางไปยังวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี เพื่อมอบสิ่งของจำเป็นและเงินสนับสนุนในการดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ เด็กกำพร้า และผู้ด้อยโอกาสในสังคม

สิ่งของที่นำไปมอบในครั้งนี้ ประกอบด้วย รถวีลแชร์ 5 คัน,ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม, แพมเพิสผู้ใหญ่ สิ่งของเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด รวมถึงยอดเงินบริจาค 88,500 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยและเด็กกำพร้าอยู่ในความดูแลกว่า 2,000 คน

สำหรับเงินบริจาคที่นำไปมอบในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากรายได้กิจกรรม “ผ้าไทย เอกลักษณ์ไทย เทิดไท้พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ย้อนวันวาน ณ วังพญาไท” และโครงการประกาศเกียรติคุณมอบรางวัล “พญาราชสีห์” ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งมูลนิธิต้นบุญ วิสาขา เป็นผู้จัดขึ้น

ทั้งนี้ คุณเชษฐา พี.เซียวตง เปิดเผยว่า วัดพระบาทน้ำพุยังคงเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก โดยแต่ละเดือนต้องใช้งบประมาณกว่า 4 ล้านบาท เพื่อดูแลด้านอาหาร ยารักษาโรค การบริหารจัดการ รวมถึงค่าพิธีกรรมสำหรับผู้เสียชีวิต

ปัจจุบันวัดได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐเดือนละ 100,000 บาท ส่วนที่เหลือยังคงต้องพึ่งพาการบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ขณะที่ยาต้านไวรัสเอดส์และอาสาสมัครบางส่วนได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ

วัดพระบาทน้ำพุเริ่มให้การดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 โดยมีภารกิจหลัก 2 ด้าน ได้แก่ การรักษาและพักฟื้นผู้ป่วยโรคเอดส์จากทั่วประเทศ และการอุปการะเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าว ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ

ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนภารกิจของวัดพระบาทน้ำพุได้โดยตรง ผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี: วัดพระบาทน้ำพุ เลขที่บัญชี : 174-239-0000

มูลนิธิต้นบุญวิสาขา #เดลิมิเร่อร์ #วัดพระบาทน้ำพุ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมฝึกการพูด แห่งประเทศไทย “The Speech Training Association of Thailand”

สมาคมฝึกการพูด แห่งประเทศไทย “The Speech Training Association of Thailand”

พ.อ.พิเศษ เกษม รัตนปราณี (นายกสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย) ชวนมาฝึกทักษะ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง ด้วยการฝึกพูดที่สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย!

วัตถุประสงค์และจุดเด่น :
-พัฒนาทักษะการพูด ให้ตรงประเด็น กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ
-พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ และปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
-ควบคุมความประหม่า และความตื่นเต้นขณะพูด
-ปรับปรุงบุคลิกภาพ สร้างความมั่นใจในการแสดงความคิดเห็น
-มีไหวพริบในการโต้ตอบ พร้อมรับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

สถานที่ฝึกอบรม :
-สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย ทุกวันเสาร์ (1pm–5pm)
ณ อาคารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (ถนนสุขุมวิท ซอยทองหล่อ 25) กรุงเทพฯ

เริ่มต้นพัฒนาตัวเองได้แล้ววันนี้!

เพิ่มมูลค่าให้ตัวคุณ ด้วยทักษะการพูดอย่างมืออาชีพ !

สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย,
(อาคารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล,
(สุขุมวิท ซอยทองหล่อ 25) กรุงเทพฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มทบ. 37 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาต้านภัยแล้ง เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

มณฑลทหารบกที่ 37 /ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาต้านภัยแล้ง เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์(จัก-ระ-วี-เส-นีย-วอ-ระ-ยุท) ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 มอบหมายให้ พ.อ. ภาณุมาส จีนานุรักษ์ รองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมด้วยกำลังพล จิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาต้านภัยแล้ง ดำเนินการปลูกป่า สร้างฝาย เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568 โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รอง ผวจ.ช.ร./รอง ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน จว.ช.ร. ป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจิตอาสาพระราชทาน เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ “จิตอาสาพัฒนาต้านภัยแล้ง” เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568 ณ พื้นที่บ้านโป่งฮึ้ง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันฉัตรมงคล ซึ่งเป็นวันที่ระลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวาระครบรอบ 6 ปี แห่งการเถลิงถวัลยราชสมบัติ พระองค์ได้ทรงปกครองแผ่นดินด้วยพระบรมราโชบายที่มุ่งหวังให้ประเทศชาติและประชาชนมีความวัฒนาถาวร ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ และพระราชหฤทัยที่มุ่งมั่นต่อความผาสุกของพสกนิกร

ในการนี้ จังหวัดเชียงรายได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ภายใต้โครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นและต้านภัยแล้ง โดยมีการทำฝายชะลอน้ำ และปลูกต้นไม้จำนวน 300 ต้น บริเวณลำห้วยพญาเก๊า บ้านโป่งฮึ้ง เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความสามัคคีและจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง


กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมถวายความจงรักภักดี เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมถวายความจงรักภักดี เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 นาฬิกา พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และคณะผู้บังคับบัญชา กำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และ สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมกิจกรรมถวายความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568 โดย แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้นำถวายราชสักการะ และกล่าวคำถวายราชสดุดี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ ศาสนสถานกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ทั้งนี้วันฉัตรมงคลเป็นวันที่ระลึก ในการครบรอบพระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสมโภชพระมหาเศวตฉัตร เครื่องราชูปโภค ฉลองสิริราชสมบัติ เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชาภิเษก ของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชวงศ์จักรี เป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์

ทั้งนี้ วันฉัตรมงคล ถือเป็นวันที่รำลึกการครบรอบพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งเป็นพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสมโภชพระมหาเศวตฉัตร เพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชวงศ์จักรี ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี และทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ความว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”


นที มีเดช รายงาน

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะวิธีวางแผนเดินทางวันหยุดยาว ลดปัญหารถติดสะสม

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะวิธีวางแผนเดินทางวันหยุดยาว ลดปัญหารถติดสะสม

วันนี้ (4 พฤษภาคม 2568) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา และหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์จราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ มีวันหยุดยาว ได้แก่ วันที่ 3-5 พฤษภาคม และ 9-12 พฤษภาคม ซึ่งคาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางไปทำบุญ กลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวตามจังหวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้ติดขัดหนาแน่นในบางเส้นทางได้ ทั้งในช่วงขาไปและขากลับ เช่นในวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา รับรายงานว่ามีการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในถนนเส้นทางสายหลัก อาทิ มอเตอร์เวย์ สาย 7 ซึ่งมักมีจุดพักรถขนาดใหญ่ มีปริมาณรถเข้าใช้บริการจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการจราจรชะลอตัวบริเวณทางเบี่ยงเข้าจุดพักรถ มีท้ายแถวสะสมทำให้รถชะลอตัวและเกิดปัญหาการจราจรติดขัดหลายกิโลเมตร หรือบริเวณหน้าด่านเก็บเงินที่มีปริมาณรถหนาแน่น ทำให้การจราจรชะลอตัวเป็นระยะทางยาว

พล.ต.ท.นิธิธรฯ แนะนำให้ประชาชนวางแผนก่อนการเดินทาง โดยเลือกใช้จุดพักรถหรือสถานที่ใกล้เคียงแทน จะได้ลดความแออัดและรักษาความต่อเนื่องในการเดินทาง สำหรับผู้ที่ใช้เส้นทางที่มีจุดเก็บค่าผ่านทาง แนะนำทางเลือกในการใช้บริการ M-Flow โดยลงทะเบียนใช้บริการล่วงหน้า เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดการจอดรอชำระค่าผ่านทาง ลดปัญหาการจราจรติดขัดได้ และในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ขอเน้นย้ำให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าวางแผนการชาร์จพลังงานให้ดี โดยศึกษาจุดชาร์จไฟฟ้าบนเส้นทางล่วงหน้า เลือกช่วงเวลาและสถานที่ที่ไม่แออัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการจราจรสะสมหรือแถวรอชาร์จที่ยาวนาน และการเสียเวลาเดินทางโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนี้มีฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ ส่งผลให้อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางเส้นทาง ทำให้กระทบกับการใช้รถใช้ถนน เกิดการชะลอตัว ตัดขัด จึงขอฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ ตรวจสอบสภาพรถและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจบนท้องถนน และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อช่วยกันลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางช่วงวันหยุดยาวนี้

หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง พบเหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือกรณีเกิดอุบัติเหตุ รถเสียบนท้องถนน สามารถติดต่อสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


นที มีเดช รายงาน

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568

กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568 โดยทำการยิงพร้อมกันทั้ง 3 เหล่าทัพ เวลา 12.00 น. ณ ท้องสนามหลวง โดยจัด 1 กองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุต ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร จำนวน 4 กระบอก ทำการยิงตามจังหวะของเพลงสรรเสริญพระบารมี จำนวน 21 นัด จังหวะ 5 วินาที ทีละกระบอก นับรอบจากขวาไปซ้าย ใช้เวลายิงทั้งหมด 1 นาที 40 วินาที

สำหรับการยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติหรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ ในปัจจุบันประเทศไทยยึดตามหลักเกณฑ์ ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา, พระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินี หรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์หรือประมุขแห่งรัฐ จะทำการยิงสลุตจำนวน 21 นัด เพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

1 ปีมีครั้งเดียว อัญเชิญ “พระคำตัน ทองคำ” สมบัติล้ำค่า ให้ชาวบ้านได้สรงน้ำ สักการะ ขอพร

นครนายก – 1 ปีมีครั้งเดียว อัญเชิญ “พระคำตัน ทองคำ” สมบัติล้ำค่า ให้ชาวบ้านได้สรงน้ำ สักการะ ขอพร

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ที่วัดศรีมงคล (วัดคลองคล้า) ตำบลหนองเเสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก พระครูประคุณธรรมประโชติ เจ้าอาวาสวัดศรีมงคล พร้อมกับคณะกรรมการวัด และชาวบ้านไทยพวน ร่วมสืบสานประเพณีสรงน้ำพระคำตัน ประจำปี 2568 อัญเชิญพระคำตันทองคำ ศักดิ์สิทธิ์ อายุกว่า 200 ปี ที่ชาวบ้านไทยพวนบ้านคลองคล้าศรัทธาเลื่อมใส เป็นสมบัติล้ำค่าที่ถูกขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรให้เป็นสมบัติของชาติเป็นที่เรียบร้อย และจะอัญเชิญให้ชาวบ้านยลโฉมสักการะแค่ปีละครั้ง โดยได้รับเกียรติจาก นายสรรเสริญ คำทอง นายอำเภอปากพลี เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระคำตัน พร้อมด้วย ผู้นำชุมชนและชาวบ้านคลองคล้าร่วมพิธีจำนวนมาก

”พระคำตัน“ องค์เล็กทำจากทองคำแท้ องค์ใหญ่ทำจากนอแรด ส่วนบางองค์เป็นเนื้อผสม เงิน ทอง สำริด การสรงน้ำพระคำตันนั้น ชาวบ้านจะเตรียมขันใส่น้ำหรือแก้วน้ำโรยด้วยดอก ไม้ต่างๆ แล้วใช้ใบต้นแก้วพรมน้ำสรงน้ำพระคำตัน ซึ่งชาวบ้านถือปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา และจะปลูกฝังให้กับลูกหลานได้มีส่วนร่วมสืบสานอนุรักษ์ประเพณีของชุมชน เพราะ 1 ปี มีแค่ครั้งเดียวที่จะได้มีโอกาสขอพร ขอความเป็นสิริมงคลและเป็นบุญที่ได้เห็นพระคำตัน และที่สำคัญที่ชาวบ้านตั้งตารอก็คือ น้ำที่อยู่ในถาดพระคำตันเปรียบเสมือนน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านจะนำกลับไปประพรมในบ้านเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและคนในครอบครัว

ด้าน ร้อยตรีวันชัย เมืองยม อายุ 69 ปี ชาวบ้านคลองคล้า เล่าให้ฟังว่า “พระคำตัน” 1 ปี จะนำออกมาให้ชาวบ้านยลโฉมครั้งเดียว ชาวบ้านจะหึงหวงเป็นอย่างมากไม่ค่อยให้ใครเข้าใกล้ เป็นพระเก่าแก่อายุ 200 กว่าปี เจ้าอาวาสเก็บดูแลรักษาเป็นอย่างดี จึงเป็นที่เคารพศัทธาของชาวบ้านเป็นอย่างมาก 1 ปีจะเอาออกมาสรงน้ำครั้งเดียวแค่นั้นแหล่ะ ความเชื่อของชาวบ้านคือการเอาน้ำมนต์ที่รดท่าน เอากลับไปรดบ้านเป็นสิริมงคล และขอพรให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ได้พืชผลทางการเกษตรที่ต้องการ ชาวไร่ ชาวสวน จะได้ทำไร่ไถนา เชื่อพิธีสรงน้ำพระคำตันนั้น มีความศักดิ์สิทธิ์จริงๆ จากนั้นชาวบ้านได้ไปไหว้และสรงน้ำศาลปู่ตา เสมียนทอง เพราะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ไม่ว่าจะจัดงานอะไร ชาวบ้านก็ต้องมาจุดธูปไหว้บอกศาลปู่ตา เพื่อให้ปกปักรักษาคุ้มครองชาวบ้านคลองคล้าทุกคน

ตามประวัติพระคำตันทองคำ มีอายุกว่า 200 ปี ชาวไทยพวนในจังหวัดนครนายก เชื่อกันว่าอพยพเข้ามาในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีประมาณปี พ.ศ.2322 เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุง ธนบุรีทรงโปรดเกล้าฯให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทร์และหัวเมืองต่างๆ ชาวพวนได้ถูกต้อนมาอยู่ในไทย คือเมือง สระบุรี ลพบุรี ฉะเชิงเทรา และนคร นายก ซึ่งจังหวัดนครนายกจะมีชาวไทยพวน แบ่งออกเป็นชุมชนและที่วัดคลองคล้าแห่งนี้ ก็จะมีกลุ่มไทยพวนมากพอสมควรที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานกันที่นี่ เชื่อว่าพระคำตันทองคำได้ติดตัวชาวพวนที่อพยพมา เป็นพระที่ถูกใจและเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยพวน ซึ่งทุกปีช่วงหลังสงกรานต์แล้วจะมีการสรงน้ำ “พระคำตัน” ขอพรในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะตรงกับเดือนหกของไทยและจะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูการ ซึ่งพระคำตันทองมีเพียงแค่ 10 องค์ และเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่ชุมชนไทยพวนบ้านคลองคล้าศรัทธานับถือ เป็นพระคู่บ้าน คู่เมือง ของชาวไทยพวนบ้านคลองคล้า ที่ถูกเก็บรักษาและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก//รายงาน