BITEC BURI ทุ่ม 2 พันล้าน พลิกโฉมพื้นที่ 169 ไร่ ปั้น ธุรกิจ LIVE & PLAY

BITEC BURI ทุ่ม 2 พันล้าน พลิกโฉมพื้นที่ 169 ไร่ ปั้น ธุรกิจ LIVE & PLAY เจาะกลุ่ม B2C เปิดตัวโครงการน้องใหม่ “SAMA Garden” พื้นที่สีเขียวฮีลใจคนเมือง Green Lifestyle Centre ครบจบในที่เดียวแห่งแรกในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 BITEC BURI (ไบเทค บุรี) ภายใต้การบริหารงานโดย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภิรัชบุรีกรุ๊ป นายปิติภัทร บุรี เป็นประธานเปิด Green Lifestyle Centre เเห่งใหม่ย่านบางนา ภายใต้ชื่อ SAMA Garden (สมาการ์เด้น) ซึ่งเป็น Green Lifestyle Centre เเห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 11,000 ตร.ม. ตั้งอยู่ในบริเวณไบเทคบุรี โดยจุดมุ่งหมายของโครงการนี้ คือ ต้องการเพิ่มพื้นที่ให้คนกรุงได้มีพื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เเละเป็นพื้นที่ที่สามารถเติมพลังชีวิตให้กับคนทุกเพศทุกวัย เหมือนได้มารีชาร์จชีวิตจากความวุ่นวายในเมือง พร้อมเติมพลังความสุขกลับไปต่อยอด สร้างเเรงบันดาลใจในการดำรงชีวิตประจำวันต่อไป ซึ่งทุกคนสามารถเข้ามาเลือกซื้อต้นไม้กลับไปปลูกที่บ้าน สร้างสวน 0 นาทีของตนเอง นั่งชิลล์รับประทานอาหารใน SAMA Garden เเละพบกับกิจกรรม เวิร์กชอปที่เป็นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำเเละทุกคนสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้จริง

โดยนายปิติภัทร บุรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภิรัชบุรีกรุ๊ป เผยว่า “จุดประสงค์ของ ภิรัชบุรีกรุ๊ป คือต้องการสร้างความยั่งยืนให้กับผู้คนเเละเมือง เราจึงมุ่งมั่นในการสร้างพื้นที่สีเขียวเชื่อมคนเมือง กับธรรมชาติเพื่อตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบันที่เริ่มมองหาสิ่งที่จับต้องได้ พื้นที่สีเขียวที่เปิดให้ใจได้พัก เข้าถึงง่าย สัมผัสได้จริง อย่างยั่งยืน และจริงๆเราเล็งเห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป ตั้งเเต่ตอนโควิด จากวันที่ต้องอยู่เเต่ในห้อง ชีวิตล้วนอยู่เเต่ในโลกออนไลน์ จนผู้คนเริ่มโหยหาธรรมชาติ SAMA Garden เเห่งนี้เราจึงมองว่าเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจะได้เติมเต็มชีวิตได้ครบทุกมิติ เช่น ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เดินเลือกซื้อต้นไม้กลับไปปลูกที่บ้าน พาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่น ทานอาหารสไตล์โฮมเมด เรียนรู้เรื่องการใช้ชีวิตแบบ Green Living ที่ง่าย สนุกและเข้าถึงได้บนพื้นที่เดียว ที่ที่รีชาร์จชีวิต แล้วพาพลังความสุขกลับไปต่อยอดที่บ้านได้ซึ่งพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ ทั้งหมดนี้ที่ SAMA Garden, Green Lifestyle Centre”

พื้นที่สีเขียวภายใต้ชื่อ “SAMA Garden” เเห่งนี้ มีที่มาจากคำว่า “สมาคม” ที่หมายถึงสถานที่ที่ผู้คนมารวมตัว พบปะ และเชื่อมโยงกัน ซึ่งสะท้อนถึงเป้าหมายของโครงการได้อย่างชัดเจนที่ ภิรัชบุรีกรุ๊ป ต้องการเปิดพื้นที่ให้คนกรุงได้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ให้ผู้คนได้มาผ่อนคลาย ได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพ ภายใน SAMA Garden เเบ่งออกเป็น 12 โซน ประกอบไปด้วย

  1. House of Plants สวรรค์ของคนรักต้นไม้ที่รวมต้นไม้ไว้กว่า 1,000 ชนิด ให้ทุกคนสามารถเดินเพลินๆชมต้นไม้หรือเลือกซื้อต้นไม้กลับไปปลูกที่บ้านก็ทำได้
  2. Lifestyle Hall คือโซนไลฟ์สไตล์ที่รวบรวมแบรนด์ไทยคุณภาพ ซึ่งเน้นงานคราฟต์ ดีไซน์ ความยั่งยืน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ โดยผสมผสานธรรมชาติเข้ากับประสบการณ์ช้อปปิ้งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนใช้ชีวิตแบบกรีนได้อย่างง่ายดายและมีสไตล์
  3. Workshop Zone พื้นที่สำหรับ Workshop สร้างสรรค์ที่ให้ผู้เยี่ยมชมได้เรียนรู้หรือทำกิจกรรมร่วมกัน
  4. Outdoor Lifestyle Zone พื้นที่ต้นไม้เเละเฟอร์นิเจอร์กลางเเจ้งต่างๆ เหมาะสำหรับคนรักชีวิตกลางเเจ้งทุกไลฟ์สไตล์
  5. Kids Zone โซนสินค้าสำหรับเด็กที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้น้องๆ พร้อมทั้งต่อยอดเเนวคิดความรักธรรมชาติให้กับเด็กๆอีกด้วย
  6. Library Zone มุมหนังสือน่าอ่าน ของที่ระลึก เเละสินค้าสุดครีเอทีฟจากธรรมชาติที่หาไม่ได้จากที่ไหน พร้อมบรรยากาศสบายๆเเละสงบที่ทุกคนสามารถมานั่งอ่านหนังสือชิลๆได้
  7. Pets Zone สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเเบบจัดเต็ม ที่คนรักน้องหมาน้องเเมวต้องชอบ
  8. Garden Gadgets Zone โซนจำหน่ายเครื่องมือเเละอุปกรณ์ดูเเลต้นไม้ที่ผลิตจากทั้งในประเทศเเละต่างประเทศ
  9. SOS: Plants Service Counter ทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมช่วยวินิจฉัย อธิบาย เเละเเนะนำการดูเเล เพื่อให้ต้นไม้กลับมาเขียวสวยงดงามได้อีกครั้ง
  10. GAYA Restaurant & Bar ร้านอาหารฟิวชั่นที่ฮีลสุขภาพกายเเละสุขภาพใจ
  11. GAYA Tea Room คาเฟ่ในเรือนกระจกที่เสิรฟ์ชาและกาแฟและในบรรยกาศท่ามกลางธรรมชาติ
  12. Event Space พื้นที่จัดงานใจกลางธรรมชาติ รองรับทั้งงานแต่ง, ปาร์ตี้, เปิดตัวสินค้า หรืออีเวนต์องค์กร สามารถปรับแต่งตามธีม พร้อมทีมงานมืออาชีพ

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโครงการ SAMA Garden คือการผลักดันและส่งเสริมผลิตภัณฑ์งานฝีมือคุณภาพสูงที่มาพร้อมดีไซน์ร่วมสมัยจากผู้ประกอบการที่มีความตั้งใจและใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ โดยภายในพื้นที่ของ SAMA Garden ได้รวบรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์จากแบรนด์มากกว่า 70 ราย ให้ผู้มาเยือนได้เลือกสรรตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง

ภิรัชบุรีกรุ๊ป ในฐานะผู้พัฒนาโครงการ เล็งเห็นถึงศักยภาพและความสามารถของผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงผู้ประกอบการที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจเพื่อสังคม จึงตั้งใจสร้าง SAMA Garden ให้เป็นเวทีแห่งโอกาส ที่ช่วยเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค พร้อมเป็นแรงสนับสนุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืนผ่านการบริโภคที่มีความหมาย

ปัจจุบัน SAMA Garden ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยและพร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการภายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 นี้โดยเปิดต้อนรับคนทุกกลุ่ม ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่อยากหลบหนีความวุ่นวายมาเติมพลังใจ เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่อยากพาน้องๆ มาเดินเล่น คนรักต้นไม้ทั้งสายสะสมเเละมือใหม่ที่อยากเริ่มปลูก คนรักสุขภาพที่มองหากิจกรรมดีๆ เเละครอบครัวที่อยากพาเด็กๆ มาเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ เรียกได้ว่า SAMA Garden คือพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน ที่ทุกคนไม่ควรพลาด

การเดินทางมายัง SAMA Garden ก็สะดวกสบายเช่นเดียวกับแนวคิดของโครงการ ที่ผู้ใช้รถยนต์สามารถเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวจอดรถชั้นใต้ดิน อาคารไบเทคบุรี เเละสามารถใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีบางนา ทางออก 1 และเดินตามทางเชื่อมเข้าสู่ SAMA Garden

เกี่ยวกับ SAMA Garden : SAMA Garden คือพื้นที่ไลฟ์สไตล์สีเขียวแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การใช้ชีวิตแบบ Green Living กลายเป็นเรื่องธรรมชาติ ด้วยพื้นที่สีเขียวที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ดีทั้งคุณภาพและดีไซน์ พร้อมสนับสนุนงานฝีมือที่สะท้อนวิถีชีวิตสีเขียวอย่างแท้จริง ทานอาหารไสตล์โฮมเมด เข้าร่วมเวิร์กช็อปเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตสีเขียว และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ SAMA Garden ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือการขับเคลื่อนแนวคิดเพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นและยั่งยืนไปด้วยกัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

‘แปลงใหญ่มะม่วงส่งออกหนองแซง’ จ.กาฬสินธุ์ ส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพ สร้างรายได้กลุ่มปีละ 4 ล้านบาท

‘แปลงใหญ่มะม่วงส่งออกหนองแซง’ จ.กาฬสินธุ์ ส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพ สร้างรายได้กลุ่มปีละ 4 ล้านบาท

นายนพดล ศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 ขอนแก่น (สศท.4) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะม่วงส่งออกหนองแซง หมู่ที่ 9 ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ นับเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการผลิตและแปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เพื่อการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งแปรรูปตามมาตรฐาน GMP และได้รับมาตรฐาน อย. ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ค้าและผู้บริโภคได้ว่าผลผลิตได้มาตรฐานและมีคุณภาพ อีกทั้งได้มีการนำเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ในการผลิตและการแปรรูป สร้างรายได้กว่า 4,000,000 บาท/ปี

จากการติดตาม พบว่า กลุ่มแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะม่วงส่งออกหนองแซง เริ่มจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน เมื่อปี 2558 และเข้าร่วมโครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ระหว่างปี 2565 ภายใต้การสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 300 ไร่ มีสมาชิก 31 ราย ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ทุกราย โดยมีนางสุดจรัส พันกุล เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งกลุ่มได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ และการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยการผลิตน้ำหมักและปุ๋ยชีวภาพเพื่อทดแทนการใช้สารเคมี การใช้นวัตกรรม เช่น ระบบน้ำแบบมินิสปริงเกอร์ร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์ การใช้ตู้อบลมร้อน เครื่องกวน เครื่องอัดกระป๋อง เครื่องซีลบรรจุภัณฑ์แบบกึ่งอัตโนมัติ สามารถพิมพ์ตัวเลขระบุวันผลิตและวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์พร้อมซีลในขั้นตอนเดียว เพื่อทำให้ผลิต ภัณฑ์แปรรูปสามารถเก็บรักษาได้นาน มีคุณภาพ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค การบริหารจัดการด้านตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรสู่ Smart Farmer และการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจเกษตร

ด้านสถานการณ์การผลิตของกลุ่ม พบว่า มะม่วงที่เกษตรกรปลูกมีหลายสายพันธุ์ ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เขียวเสวย โชคอนันต์ และแก้วลืมรัง พันธุ์ที่กลุ่มนิยมปลูกมากที่สุดสำหรับการส่งออกต่างประเทศ คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง นิยมปลูกช่วงปลายเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม เริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 5 และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะยาว ซึ่งมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในฤดูจะออกสู่ตลาดช่วงเดือน เมษายน–พฤษภาคม และบางส่วนเก็บเกี่ยวนอกฤดูช่วงเดือน พฤศจิกายน–มีนาคม โดยในปี 2567 ให้ผลผลิตทั้งในฤดูและนอกฤดูรวม 400 ตัน/ปี ผลผลิตเฉลี่ย 2,000-2,500 กิโลกรัม/ไร่/ปี สำหรับในปี 2568 ขณะนี้เป็นช่วงที่ผลผลิตมะม่วงน้ำทองไม้สีทองในฤดูออกสู่ตลาดแล้ว ร้อยละ 60 ราคาขาย ณ วันที่ 30 เมษายน 2568 แบ่งเป็น ราคารับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อส่งออกในฤดู เกรดส่งออก (ขนาด 380 กรัมขึ้นไป) ราคา 48 บาท/กิโลกรัม ราคารับซื้อเพื่อจำหน่ายตลาดภายในประเทศ ได้แก่ เกรดขนาดใหญ่ (ขนาด 380 กรัมขึ้นไป) ราคา 8–10 บาท/กิโลกรัม เกรดขนาดกลาง) (ขนาด 300 กรัมขึ้นไป) ราคา 7 บาท/กิโลกรัม และเกรดขนาดเล็ก ราคา 4 บาท/กิโลกรัม นอกจากการจำหน่ายมะม่วงสดแล้ว กลุ่มยังมีการแปรรูปมะม่วงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ มะม่วงกวน (ปริมาณ 150 กรัม) ราคา 50 บาท/กล่อง ราคาขายส่ง (10 กิโลกรัมขึ้นไป) 170 บาท/กิโลกรัม ราคาขายปลีก 250 บาท/กิโลกรัม วุ้นกรอบมะม่วง (ปริมาณ 130 กรัม) 50 บาท/กระปุก แบบบรรจุถุงฟอยล์ซิปล็อค (ปริมาณ 300 กรัม) ราคา 100 บาท/ถุง ราคาขายส่ง (10 กิโลกรัมขึ้นไป) ราคา 250 บาท/กิโลกรัม และเยลลี่กัมมี่มะม่วง (ปริมาณ 50 กรัม) ราคา 45 บาท/ซอง ทั้งนี้ จากการจำหน่ายผลสดและแปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สามารถสร้างรายได้ไห้กลุ่ม 4,000,000 บาท/ปี หรือ คิดเป็นกำไร 2,000,000 บาท/ปี

ด้านสถานการณ์ตลาด ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ร้อยละ 50 จำหน่ายในประเทศ โดยมีพ่อค้าคนกลาง ทั้งในและนอกจังหวัดกาฬสินธุ์มารับซื้อที่สวน เพื่อส่งขายต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง ส่วนผลผลิตอีกร้อยละ 50 ส่งออกตลาดต่างประเทศ ได้แก่ เกาหลี และญี่ปุ่น โดยผ่านบริษัทผู้ส่งออก 2 บริษัท (บริษัท ซี.พี.สตาร์เลนส์ จำกัด และบริษัท โซโนะริกุ (ไทยแลนด์) จำกัด) และแปรรูปมะม่วงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยใช้มะม่วงส่วนที่ตกเกรดส่งออกแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดสู่ผู้บริโภค ให้หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ ยังจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ Facebook Line ของเกษตรกร และมีการออกบูธงานจัดแสดงสินค้าต่างๆ เช่น งานประจำจังหวัด งานวันเกษตรภาคอีสาน และยังสามารถสร้างรายได้ จากการเพาะพันธุ์มะม่วงให้กับเกษตรกรสมาชิกอีกด้วย โดยราคาขายต้นพันธุ์เสียบยอดอยู่ที่ 50 – 60 บาท/ต้น

ทั้งนี้ ในระยะต่อไปกลุ่มแปลงใหญ่มีเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาแปลงใหญ่ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออก และพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อการส่งออก พัฒนาสมาชิกเกษตรกรทุกรายให้เป็น Smart Farmer และพัฒนาต่อเนื่องไปสู่การเป็นผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจเกษตร นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการค้าผ่านระบบ e-commerce ให้มากขึ้น รวมไปถึงการแปรรูปผลผลิตเป็นสินค้าอื่นๆ เช่น มะม่วงอบแห้ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตอีกด้วย ซึ่งกลุ่มแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะม่วงส่งออกหนองแซง ถือเป็นตัวอย่างของการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อพัฒนาการผลิตและการตลาดอย่างยั่งยืน โดยการนำเทคโนโลยีและมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ในการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนผลผลิต เพื่อเป็นกำลังใจให้เกษตรกรได้ผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่มีคุณภาพต่อไป

หากท่านใดสนใจข้อมูลการผลิตและการตลาดของกลุ่มแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะม่วงส่งออกหนองแซง หมู่ที่ 9 ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ สามารถติดต่อได้ที่ นางสุดจรัส พันกุล ประธานกลุ่ม โทร 09 9931 9508 ซึ่งยินดีที่จะให้คำปรึกษาแก่ทุกท่าน หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.4 โทร.043 261 513 หรือ zone4@oae.go.th


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์/ข้อมูล : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 ขอนแก่น

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พิธีเปิดประชุมโครงการ “พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการบริหารกองทุนแม่ของแผ่นดินและหมู่บ้านป้องกันแก้ไขยาเสพติด”

พิธีเปิดประชุมโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการบริหารกองทุนแม่ของแผ่นดินและหมู่บ้านป้องกันแก้ไขยาเสพติด

วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานพิธีเปิดประชุมโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการบริหารกองทุนแม่ของแผ่นดินและหมู่บ้านปัองกันและแก้ไขยาเสพติดฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ดำเนินการจัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกำแพงแสน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้หมู่บ้านเป้าหมายสามารถยกระดับเป็นหมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดินและพัฒนาองค์ความรู้และทักษะของผู้นำชุมชนให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายได้แก่ คณะกรรมการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินและทำการหมู่บ้านป้องกันและแก้ไขยาเสพติดในพื้นที่อำเภอกำแพงแสนจำนวน ๒๐๔ หมู่บ้าน ใน ๑๕ ตำบล กำหนดการดำเนินโครงการฯ ระหว่างวันที่ ๗ – ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ณ หอประชุมอำเภอกำแพงแสน

ในการนี้ นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นางปาริชาติ มายืนยง พัฒนาการอำเภอกำแพงแสน นายวิชัย มรกฎจินดา ท้องถิ่นอำเภอกำแพงแสน หัวหน้าส่วนราชการอำเภอกำแพงแสน ปลัดอำเภอกำแพงแสน พัฒนากร พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีเปิดด้วย


การนำเสนอผลการศึกษาภาคสนาม รพ.นครปฐม โครงการพัฒนารองผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.ศูนย์ /รพ.ทั่วไปฯ รุ่นที่ 19 ประจำปี 2568

การนำเสนอผลการศึกษาภาคสนามโรงพยาบาลนครปฐม โครงการพัฒนารองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไปฯ รุ่นที่ 19 ประจำปี 2568

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม และคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล รับฟังผลการศึกษาภาคสนาม โรงพยาบาลนครปฐม ในโครงการพัฒนารองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ฯ รุ่นที่ 19 ประจำปี 2568 เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลนครปฐมใน ด้านการพัฒนาคุณภาพบริการและบริหารสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาด้านต่างๆ จากผลการศึกษาของผู้เข้ารับการอบรม ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

อดีตนายกเล็กบ้านบางม่วง ลุยหาเสียงป้องกันแชมป์เก่า เจอ 2 คู่แข่ง แข็งโป๊ก ทั้ง พรรคปชน. อดีต.กำนันดัง

อดีตนายกเล็กบ้านบางม่วง ลุยหาเสียงป้องกันแชมป์เก่า เจอ 2 คู่แข่ง แข็งโป๊ก ทั้ง พรรคปชน. อดีต.กำนันดัง

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.68 นายประถมการ อ่วมอ่อง ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านบางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เบอร์ 2 อดีตนายกเทศมนตรีบ้านบางม่วง ลงพื้นที่หาเสียงหวังป้องกันแชมป์เก่า โดยใช้สโลแกนพัฒนา ต่อยอด อย่างต่อเนื่อง และทำงานสานต่อได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุขที่จะประกอบไปด้วยศูนย์ฟอกไต ศูนย์ทำฟันและศูนย์กายภาพเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่เพื่อความสะดวกในการเดินทาง พัฒนาเรื่องการให้บริการระบบ TELEMEDICINE ที่สามารถพบแพทย์ผ่านช่องทางออน์ไลน์ปรึกษาอาการเจ็บป่วยกับแพทย์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลสำหรับผู้สูงหรือผู้ป่วยติดเตียง ต่อยอดเรื่องการดูแลชุมชนด้วยกล้องวงจรปิดที่เป็นระบบ AI เพื่อง่ายต่อการประมวลผลในการติดตามสืบค้น สนามกีฬาในร่มที่เตรียมออกแบบและก่อสร้าง เรื่องของสำนักงานทะเบียนราษฎรก็อยู่ระหว่างการหาผู้รับจ้างในการกำเนินการก่อสร้างห้องสำนักทะเบียนนี้ และนโยบายอื่นๆที่เป็นประโยชน์กับชุมชนอีกหลายนโยบายซึ่งสามารถติดตามและศึกษานโยบายของทีมนี้ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ“ทีมประถมการ”

เทศบาลบ้านบางม่วง มีผู้สมัคร นายกฯทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วยนายประถมการ อ่วมอ่อง , นายณัฐวัฒน์ เอี่ยมเเย้ม หรือกำนันเก่ง หมายเลข 1 อดีตกำนันตำบลบางม่วง ทีมกำนันเก่ง และนายสรศักดิ์ พึ่งฉิม ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีบ้านบางม่วง เบอร์3 จากพรรคประชาชนโดยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ที่จะถึงนี้


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองอ.โพนสวรรค์ จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า

นครพนม – ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอโพนสวรรค์ จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์(ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์) มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง(จพง. ป.ป.ส.)นำกำลังสมาชิก อส., ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7(ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์ ) ดำเนินการจับกุม เป้าหมายด้านยาเสพติดในพื้นที่ จากการดำเนินการครั้งนี้ ได้จับกุม ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำนวน 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 30 ปี และชายไทยอีกคน อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 100 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาในการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดพร้อมบันทึกจับกุม นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป


เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

ชาวบ้านนครพนม จัดประเพณีไทญ้อเลี้ยงหอผีปู่ตาบุญเดือน 6 คึกคัก!!

นครพนม – ชาวบ้านจัดประเพณีไทญ้อเลี้ยงหอผีปู่ตาบุญเดือน 6 คึกคัก รำจุดบั้งไฟหมื่นนำรถแห่มาเปิดถวาย หลังผู้มาบนบาน สัมฤทธิ์ผลได้ดั่งใจหมาย ค้าขายร่ำรวย ร่างทรงเผยน้ำเยอะระวังพายุ

วันที่ 6 พ.ค.2568 ที่ศาลปู่ตา บ้านตาลปากน้ำ หมู่ 11 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ได้มีชาวบ้าน 2 หมู่บ้านคือ บ้านตาลปากน้ำ หมู่ 11 และบ้านตาลปากน้ำ หมู่ 2 เดินทางนำเครื่องเซ่นไหว้ อาทิ นำเขียว น้ำแดง คนละ 3 ขวด บุหรี่ เหล้าขาว เหล้ารีเจนซี่ และดอกไม้ โดยเฉพาะดอกดาวเรือง มาร่วมพิธีเลี้ยงศาลปู่ตา หรือ ชาวบ้านเรียก “หอผี” เชื่อว่ามีวิญญาณเจ้าพ่อน้ำผาแดง เจ้าพ่อน้ำย้อย เจ้าพ่อเฒ่า (เจ้าพ่อขี้กาก) สิงสถิตอยู่ที่ศาลแห่งนี้ เป็นบุญเดือน 6 ที่ชาวบ้านภาคอีสาน จัดประเพณีเลี้ยงหอผีมาแต่ครั้งบรรพบุรุษปู่ย่าตายาย เชื่อว่าผู้ที่มาร่วมงานส่วนใหญ่ มาบนบานศาลกล่าวในเรื่องหน้าที่การงาน ไปทำงาน ทำมาค้าขาย แคล้วคลาดปลอดภัย และเรื่องโชคลาภ ผู้ที่สัมฤทธิ์ผลแล้ว ก็จะนำเครื่องเซ่นชุดใหญ่มาถวาย เช่น หัวหมู ปลานิลเผา 4 ตัว ไก่ต้ม 4 ตัว และจุดบั้งไฟถวายเจ้าพ่อทั้งสาม ที่ชาวบ้านเคารพนับถือกราบไหว้มาช้านาน

พิธีเริ่มจากชาวบ้านร่วม 100 ชีวิต ต่างทยอยนำเครื่องเซ่น มาให้คุณยายตา คุณยายวารี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจิ๋ม ผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งเป็นร่างสวมใส่ชุดแดงและโพกผ้าสีแดงที่ศีรษะ ทรงสมมุติตนเป็นเจ้าพ่อผาแดง เจ้าพ่อน้ำย้อย และเจ้าพ่อเฒ่า โดยเฉพาะคุณยายตา ร่างทรงเจ้าพ่อเฒ่า หรือ เจ้าพ่อขี้กาก ที่ชาวบ้านตั้งสมญานามให้เพราะมักจะเกาที่คัน รับสิ่งของเซ่นไหว้ ก็จะสูบบุรี่ กินเหล้า และกินน้ำเขียว น้ำแดงของชาวบ้านทุกรายที่นำมาถวาย ก่อนจะเข้าทรง และมีพิธีรำจากนางรำเผ่าไทญ้อ ของหมู่บ้าน พร้อมจุดบั้งไฟหมื่น 7-8 บั้ง และรถแห่เปิดเพลงถวาย

นายเพชร สมวงค์ อายุ 62 ปี กวนจ้ำ หรือ ผู้สื่อสารกับร่างทรง เปิดเผยว่า ลูกหลานชาวบ้านในพื้นที่ต่างนำเครื่องเซ่นมาถวายให้ร่างทรง ซึ่งร่างทรงแต่ละคนเวลาทรงเจ้าก็จะไม่รู้ตัวว่าทำอะไร ไม่เคยสูบบุหรี่ก็สูบ ไม่เคยกินเหล้าก็กิน เป็นเรื่องแปลกกินเหล้ามากเท่าไหร่ก็ไม่เมา ร่างทรงก็จะนำสายสินญจ์ผูกข้อต่อแขนให้ชาวบ้านซึ่งเป็นลูกหลานที่มาหาทุกราย พร้อมทั้งอวยพรให้อยู่ดีมีแฮง ทำมาค้าขายคล่อง เป็นต้น

นายสุรพล บุญญศรี วัย 65 ปี กวนจ้ำใหญ่ กล่าวว่า เครื่องเซ่นที่มีคนมาบนบานศาลกล่าวและแก้บน ตนจะต้องเป็นคนมาทำพิธี ถ้าสัมฤทธิ์ผลต้องมาเลี้ยง ถ้าไม่สมปรารถนาเจ้าพ่อที่สิงสถิตที่ศาลปู่ตาแห่งนี้ ท่านก็จะไม่เรียกอะไรเลย ถ้ามาบนบานครั้งแรกต้องแต่งขันธ์ห้า น้ำส้ม 3 ขวด บุหรี่ 3 มวน ธูป 3 ดอก หลังจากบนและสัมฤทธิ์ผลแล้ว ต้องมาแก้บนด้วยหัวหมู ถ้าไม่มีขอให้เป็นไก่ต้ม 4 ตัวและปลานิล 4 ตัวถือเป็นชุดใหญ่ เคยมีลูกหลานไปค้าขายทำเขียงหมูที่ จ.นครปฐม ทีแรกค้าขายไม่ดี ตนแนะนำให้มาบนบานศาลกล่าว ปรากฏว่าเขียงหมูหนุ่มรายนี้ ขายดีเทน้ำเทท่า ยิ่งขอยิ่งได้เยอะ จนร่ำรวยแล้วทุกวันนี้

ด้านคุณยายตา ร่างทรงเจ้าพ่อเฒ่า หรือ เจ้าพ่อขี้กาก กล่าวว่า บ้านเราปีนี้ระวังไว้ พายุหลายน้ำหลาย ผู้คนจะล้มตาย เศรษฐกิจไม่ดี บ้านเมืองทุกวันนี้เดือดร้อน ไปทางรถทางเรือขอให้ระวัง ปกป้องรักษา ถ้าลูกหลานจะเดินทางไปไหน ชาวบ้านจะเรียกหาเจ้าพ่อขี้กาก แล้วปู่จะไปช่วยทันที ปู่ปกป้องได้แค่ครอบครัวของบ้านเรา ทางอื่นเป็นแบบไหนไม่รู้


เทพข่าวร้อน&เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

เคลียร์ใจ ! นายกกู้ภัยเมืองแกลงนัดถกสื่อ หลังอาสาสาวปะทะเดือดนักข่าว

เคลียร์ใจ! นายกกู้ภัยเมืองแกลงนัดถกสื่อ หลังอาสาสาวปะทะเดือดนักข่าว

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 พ.ค. 68 ที่ร้านกาแฟอินทนิล (ปั๊มไต๋ปิโตรเลี่ยม) ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง นายวิเชียร แสงวงศ์กิจ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดระยอง/นายกสมาคมมูลนิธิกู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์เมืองแกลง พร้อมนายวีรวิขญ์ วิทยวรพัฒน์ หัวหน้ามูลนิธิฯ ได้เชิญตัวแทนสื่อมวลชนระยอง อาทิ นายนพดล แสงวิลัย ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ/ประธานชมรมสื่อมวลชนระยอง, นายธนชาย ผิวงาม ผู้สื่อข่าวช่อง 7 สี, นายจรินทร์ สุขกันหลง ผู้สื่อข่าวช่อง 9, นายสมชาติ กอบชัยพร ผู้สื่อข่าวช่อง 3, นายมาโนช สนองสุข ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ และนายนราธิป เจริญมี ผู้สื่อข่าวอัมรินทร์ มานั่งเคลียร์ใจกรณีอาสากู้ภัยหญิงมีปากเสียงด่าทอนักข่าว ขณะลงพื้นที่ทำข่าวอุบัติเหตุเมื่อคืนวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา บนถนนสาย 3648 ม.10 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง

นายวิเชียรเผยว่า หลังเกิดเรื่องคลิปปะทะเดือดถูกแชร์ว่อนโซเชียล ทำให้สังคมเข้าใจผิดและเกิดความเสียหาย จึงนัดเคลียร์ใจทุกฝ่าย ย้ำไม่อยากชี้ผิดถูก เพราะต่างคนต่างทำงานเพื่อสังคม พร้อมสั่งให้ลูกข่ายกู้ภัยหยุดแชร์-หยุดโพสต์คลิปดังกล่าว พร้อมฝากขอโทษสื่อมวลชนที่อาจเข้าใจผิด

ด้านนายนพดล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ เผยว่า หลังพูดคุยกันแล้วเข้าใจกันดี ไม่มีปัญหากับตัวมูลนิธิหรืออาสาคนดังกล่าว แต่ไม่ขอปล่อยผ่านเพจโซเชียลที่เอาคลิปไปโพสต์โจมตีตนและต้นสังกัดจนเสียหาย ล่าสุดได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านกร่ำ เพื่อดำเนินคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่มีการยอมความแน่นอน


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐระยอง โร่แจ้งความ เพจดัง โพสต์คลิปโต้เถียงกู้ภัย ทำเสียชื่อเสียง

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐระยองโร่แจ้งความ! เพจดังโพสต์คลิปโต้เถียงกู้ภัย ทำเสียชื่อเสียง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พ.ค. 68 พ.ต.ท.สามารถ รักอภัย สว.(สอบสวน) สภ.บ้านกร่ำ จ.ระยอง รับแจ้งความจาก นายนพดล แสงวิลัย อายุ 63 ปี ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำอำเภอแกลง และประธานชมรมสื่อมวลชนระยอง หลังถูกเพจเฟซบุ๊ก เพจหนึ่งโพสต์คลิปตัดต่อ ขณะโต้เถียงกับอาสากู้ภัยหญิง ระหว่างทำข่าวอุบัติเหตุ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เข้ามาคอมเมนต์โจมตี เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างหนัก

นายนพดล เปิดเผยว่า เหตุเกิดตอนกลางดึกบริเวณจุดก่อสร้างถนนสาย 3648 ม.10 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง ระหว่างกำลังถ่ายภาพทำข่าวอุบัติเหตุ ได้มีอาสากู้ภัยหญิงจากมูลนิธิพุทธศาสตร์เข้ามาต่อว่าห้ามถ่ายภาพ และด่าทอตนเอง ซึ่งคลิปต้นฉบับที่เพจ “ซูมระยอง” ถ่ายทอดสดไว้ชัดเจน แต่ต่อมาเพจดังกล่าวนำบางช่วงมาตัดและเผยแพร่เฉพาะตอนที่ตนมีปากเสียงกับกู้ภัย และเปิดให้คนเข้ามาคอมเม้นต์โจมตีเพียงด้านเดียว ทำให้ตนเสียหายและเสียชื่อเสียงอย่างมาก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่สภ.บ้านกร่ำ เพื่อดำเนินคดี

เบื้องต้น พ.ต.ท.สามารถ ได้สอบปากคำผู้เสียหาย และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน รายชื่อแอดมินเพจ และผู้เข้ามาคอมเม้นต์ทั้งหมด เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อไป โดยมีสื่อมวลชนหลายสำนักในระยองเข้ามาให้กำลังใจนายนพดลอย่างคับคั่ง


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

พุทธศาสนิกชน ประกอบพิธีเททองรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังสี)

จังหวัดลพบุรี – พุทธศาสนิกชนประกอบพิธีเททองรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังสี)

ผู้ว่าราชการจังหวัด เหล่าพุทธศาสนิกชนร่วมในการประกอบพิธีเททองรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี โดยมีเกจิอาจารย์ดังนั่งปรกอธิฐานจิตในพิธีเททองหล่อรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ฯ โดยมีเหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชน ประชาชนร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก ต่างจับจองรูปเหมือนเช่าไปบูชาที่บ้าน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
พระพรหมวชิรานุวัตร วัดบพิตรพิมุข กรุงเทพมหานคร ประธานฝ่ายสงฆ์ นายอำพล อังคภากรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานฝ่ายฆารวาส ในการประกอบพิธีเททองรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ณ มณฑลพิธีวัดพรหมรังษี ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ เหล่าพุทธศาสนิกชน ในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและใกล้เคียงมาร่วมในพิธีครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ในการประกอบพิธีได้มีเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาร่วมนั่งปรกอธิฐานจิต ในการประกอบพิธี โดยมีพระภาวนาวชิรมงคล วิ รองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรีเป็นเจ้าในการประกอบพิธี พระครูอาภากรวิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพรหมรังษี นำคณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดได้ให้การต้อนรับ หลังจากที่ได้เสร็จจากการประกอบพิธีได้เปิดให้ผู้ร่วมพิธีได้เช่าบูชารูปเหมือน และเหรียญ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นำไปไว้บูชาที่บ้าน ที่สำนักงาน หรือใส่สร้อยสวมขึ้นคอเพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต การงาน

สำหรับในการประกอบพิธีดังกล่าวทางวัดจะนำรายได้ไปพัฒนา และปฏิสังขรณ์วัดให้เจริญ ไว้เป็นที่ประกอบกิจการต่าง ๆ ทางศาสนา สำหรับวัดพรหมรังษี ในอดีตนั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี) ได้เดินธุดงค์และได้หยุดพักปักกลด ณ ที่แห่งนี้ จนต่อมาผู้ที่มีศรัทธาในพุทธศาสนาได้ร่วมใจกันสร้างวัดและศาสนสถานต่างๆ อย่างมากมายใหญ่โต นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม อันเป็นที่นิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถวายนามนี้เป็นอนุสรณ์ โดยวัดนี้มีพระอุโบสถทรงจตุรมุข พระเจดีย์ทรงระฆังคล้ายพระบรมธาตุที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีความสวยงาม รอบๆ บริเวณมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยสะอาด ซึ่ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้เข้าฝันนายสุรพงษ์ นางอุบล ตรีรัตน์ ให้ไปเรียนพระธรรมปัญญาจารย์ (ทิม อุฑาฒิโม) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ให้ช่วยกันสร้างวัด ซึ่งในตอนแรกท่านไม่เชื่อจนเกิดอัศจรรย์ในนิมิต จากนั้นได้รวบรวมผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างวัดจนสำเร็จอย่างที่เห็นในปัจจุบัน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090