จังหวัดลำพูน จัดกิจกรรม “จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ” การทำแนวป้องกันไฟเปียก (Wet Fire Break) เพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญและสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่า

จังหวัดลำพูน จัดกิจกรรม “จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ” การทำแนวป้องกันไฟเปียก (Wet Fire Break) เพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญและสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่า ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานพิธีเปิด และร่วมกิจกรรม “จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ” การทำแนวป้องกันไฟเปียก (Wet Fire Break) เพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญและสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่าและกิจกรรมจิตอาสาสนับสนุนการสร้าง “ป่าเปียก” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ส่วนราชการอำเภอป่าซาง ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนจิตอาสาชาวจังหวัดลำพูนร่วมกิจกรรม

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนทุนอุดหนุนกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อดำเนินโครงการวิจัย เรื่อง “การลดจุดความร้อนอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ป่า โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” ภายใต้แผนงานที่ 3 มิตินโยบายและสื่อสารเชิงรุก เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพ นวัตกรรมและการสื่อสารเชิงรุกในแผนนโยบายระดับจังหวัด เพี่อจัดการฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือตอนบน

โดยกำหนดจัดกิจกรรม “จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ” การทำแนวป้องกันไฟเปียก (Wet Fire Breal) เพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญ และสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่า และกิจกรรมจิตอาสาสาสนับสนุนการสร้าง “ป่าเปียก” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งที่1 จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 23 เมษายน 2568 ณ วัดดอยขะม้อ ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และครั้งที่2 ในวันนี้ วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568 ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อเป็นการสนับสนุนการจัดกิจกรรม “การลดจุดความร้อนอย่างยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ป่า โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” ในพื้นที่จังหวัดลำพูน


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ในพื้นที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ในพื้นที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ย้ำการฝึกเป็นไปตามกฎระเบียบของกองทัพบก ความปลอดภัย ดูแลสุขภาพน้องทหารป้องกันโรคลมร้อน

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 พลโท กิตติพงษ์​ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 เดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ของหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4, มณฑลทหารบกที่ 39 และกองพันทหารสื่อสารที่ 4 กรมพลทหารราบที่ 4 สำหรับวันนี้เป็นวันที่ 6​ ของการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2568 หลังจากที่ทหารใหม่เข้ามารายงานตัว ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งในห้วงแรกเป็นการดำเนินการเรื่องธุระการและให้น้องๆ ทหารใหม่ได้มีโอกาสปรับตัวหลังจากเข้ามารายงานตัวในหน่วยต่างๆ

ซึ่งห้วงแรกนี้เป็นการฝึกบุคคลท่าเบื้องต้น บุคคลท่ามือเปล่า ซึ่งเป็นการปรับตัวของน้องๆ ทหารใหม่จากบุคคลพลเรือนมาเป็นทหารใหม่ สำหรับการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2568 จะทำการฝึก จำนวน 6 สัปดาห์ และทำการฝึกเฉพาะหน้าที่ จำนวน 3 สัปดาห์ เมื่อการฝึกเสร็จสิ้นก็จะมีกิจกรรม Open house เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและญาติ มาชมการแสดงและดูการเปลี่ยนแปลงของน้องๆ ทหารใหม่ ก่อนที่จะปล่อยน้องทหารใหม่ไปพักบ้านหลังจากผ่านการฝึกมาแล้ว จำนวน 9 สัปดาห์

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 เน้นย้ำ การฝึกทหารใหม่ ขอให้ปฏิบัติตามข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นในการฝึกทหารใหม่อย่างเคร่งครัด เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องโรคลมร้อน (Heat Stroke) ให้หน่วยฝึกมีมาตราการควบคุมและฝึกซ้อมการส่งป่วย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น และครูฝึกจะต้องอยู่กับทหารใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยกำกับดูแลทหารใหม่ให้เหมือนญาติพี่น้องและ บุคคลภายในครอบครัว


มทบ.32 จัดงานวันกำลังสำรอง ประจำปี 2568 พร้อมร่วมใจทำความดีด้วยหัวใจ

มทบ.32 จัดงานวันกำลังสำรอง ประจำปี 2568 พร้อมร่วมใจทำความดีด้วยหัวใจ

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. พลตรี วิชาญ ศรีภัทรรางกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธานในกิจกรรมเนื่องใน “วันกำลังสำรอง ประจำปี 2568” ณ สโมสรนายทหารค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา จิตอาสา 904 กำลังพลจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 และเครือข่ายฯ ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้ประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระราชทานกำเนิดกองเสือป่าอันเป็นรากฐานของกิจการกำลังสำรอง และให้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของกำลังสำรอง ที่พร้อมสนับสนุนในทุกภารกิจของกองทัพ และนำกำลังสำรองกล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อเป็นกำลังสำรองที่ดี มีวินัย จงรักภักดี และพร้อมรับใช้ประเทศชาติ

กิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง, รด.จิตอาสา โดยศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 32, ชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย จังหวัดลำปาง, สมาคมทหารกองหนุนจังหวัดลำปาง, กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองลำปาง และสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลำปาง พร้อมเครือข่ายทหารผ่านศึกจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดลำปาง ร่วมใจกันบำเพ็ญประโยชน์ ปรับภูมิทัศน์ เก็บกวาดใบไม้และกิ่งไม้ บริเวณหน้าค่ายสุรศักดิ์มนตรี เพื่อเสริมสร้างความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงามน่ามอง สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจของกำลังพล กำลังสำรอง และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้แสดงพลังแห่งความจงรักภักดี และเจตนารมณ์ในการเป็นกำลังสำรองที่เข้มแข็งทั้งยังจะช่วยแก้ปัญหาให้แก่ ประเทศชาติ ทั้งในยามสงบ และยามสงคราม


นที มีเดช รายงาน

ผช.ผบ.ทบ.(1) เป็นประธานวันกำลังสำรอง ประจำปี 2568 น้อมรำลึกล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดกองเสือป่า มุ่งเสริมกำลังประชาชนสนับสนุนกองทัพ

ผช.ผบ.ทบ.(1) เป็นประธานวันกำลังสำรอง ประจำปี 2568 น้อมรำลึกล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดกองเสือป่า มุ่งเสริมกำลังประชาชนสนับสนุนกองทัพ

วันนี้ (6 พ.ค.68) ณ กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน พล.อ. วสุ เจียมสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานวันกำลังสำรอง ประจำปี 2568 จัดขึ้นโดยหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงาน/องค์กรกำลังสำรอง จำนวน 24 หน่วย รวมจำนวนทั้งสิ้น 701 คน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระราชทานกำเนิดกองเสือป่าอันเป็นรากฐานของกิจการกำลังสำรอง และให้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของกำลังสำรอง ที่พร้อมสนับสนุนในทุกภารกิจของกองทัพ

โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้ประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะเบื้องหน้า พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 พระบิดาแห่งกิจการกำลังสำรองของไทย, อ่านสารวันกำลังสำรอง ประจำปี 2568 ของ รมว.กห., เยี่ยมชมนิทรรศการแนะนำหน่วยงานกำลังสำรอง พร้อมทั้งชมการแสดงการตรวจความพร้อมรบและการแสดงการปฏิบัติทางทหารของกำลังพลสำรอง

ปัจจุบัน นับเป็นปีที่ 114 ที่กิจการกำลังสำรองได้เติบโตและพัฒนา อีกทั้งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ กำลังสำรองถือเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพและประเทศชาติในการสนับสนุนภารกิจต่างๆ อาทิ การสนับสนุนด้านการข่าว การให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาประเทศ และการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ซึ่งวันกำลังสำรอง ประจำปี 2568 ได้กำหนดให้มีการจัดในทุกภูมิภาคอย่างพร้อมเพรียง ณ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายกำลังพลสำรองเพื่อความมั่งคงประจำพื้นที่มณฑลทหารบก จำนวน ๒๓ แห่ง พร้อมกันทั่วประเทศ



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก 

ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อม ผอ.การศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ตรวจติดตาม ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน พื้นที่ภาคเหนือ

ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อม ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ตรวจติดตาม ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือ และการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี ในพื้นที่จังหวัดลำปาง จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดน่าน

พลเอก วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา และ นายประวิทย์ มีบุญ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ เดินทางไปติดตามการดำเนินงานศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ส่วนแยกน่าน เพื่อรับทราบถึงปัญหาและให้แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ให้กับผู้ปฏิบัติได้ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ได้มอบแผนการดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์รอบที่ 2 ประจำปี 2568 ต่อไป ณ โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ฐานปฏิบัติการแสงเพ็ญ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยมี รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมด้วย ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 ,กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 , กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 และเจ้าหน้าที่โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ร่วมให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ พันเอก สาธิต ไวยนนท์ รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 เป็นผู้แทน ร่วมให้ การต้อนรับ นายประวิทย์ บุญมี ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาพันธ์ุพืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ และคณะ ในโอกาสเดินทางมาติดตามความคืบหน้า โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายพ่อขุนผาเมือง กองพลทหารม้าที่ 1 และมอบแนวทางในการดำเนินงานให้กับ จนท.รับผิดชอบ แหล่งผลิตเมล็ดพันธ์ุพืชพระราชทาน ณ โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายพ่อขุนผาเมือง กองพลทหารม้าที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

สำหรับ โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ได้นำผลผลิตจำหน่ายบริเวณ ร้านค้าสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 38 และโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ด้าน ศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์ปีกพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือตอนบน กองพลทหารราบที่ 7 ได้ ดำเนินการลดต้นทุนค่าอาหารเป็ด โดยใช้ ต้นกล้วยสับ, หญ้าหวานอิสราเอล, เศษอาหาร มาผสมอาหารให้เป็ดกิน ปล่อยเป็ดลงน้ำเพื่อหากินตามธรรมชาติ ทำความสะอาดตู้ฟักไข่ รื้อหลังคาโรงเรือนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ชำรุดเพื่อดำเนินการปรับปรุง และ นำลูกเป็ดเข้าเลี้ยงยังโรงเรือนอนุบาลลูกเป็ด

ที่ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี มณฑลทหารบกที่ 32 ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี นำผลผลิตออกจัดจำหน่ายบริเวณ ร้านค้าผักปลอด ภัย โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี แบะ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อจำหน่ายสินค้าในราคาถูกพืชผักปลอดสารพิษให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง และนักท่องเที่ยว ได้จับจ่ายใช้สอยนำไป บริโภค และเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน อีกทางหนึ่งด้วย


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. เป็นประธานวันสถาปนากรมจเรทหารบก ครบรอบปีที่ 122

ผบ.ทบ. เป็นประธานวันสถาปนากรมจเรทหารบก ครบรอบปีที่ 122 มุ่งตรวจราชการของกองทัพ ให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใสและเป็นธรรม

วันนี้ (6 พ.ค.68) ณ กรมจเรทหารบก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานวันสถาปนากรมจเรทหารบก ครบรอบปีที่ 122 โดยได้ถวายสักการะพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.6 ทรงเป็นต้นกำเนิดของกิจการจเรและกรมจเรทหารบก และได้นำคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลของกรมจเรทหารบก ประกอบพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลของหน่วย และอุทิศกุศลแก่ผู้ที่ก่อตั้งหน่วยตลอดจนกำลังพลที่ล่วงลับไปแล้ว

กิจการจเรทหารบก เริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดตั้งจเรทัพบกขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2446 และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นจเรทัพบกพระองค์แรก ทรงทำหน้าที่ตรวจราชการทหารทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง จนเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปีพุทธศักราช 2453 นับว่าพระองค์ทรงเป็นต้นกำเนิดของกิจการจเรและกรมจเรทหารบกสืบมาตราบจนทุกวันนี้

กรมจเรทหารบกจึงได้ถือ วันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย มีหน้าที่ตรวจราชการ สืบสวนสอบสวน ในเรื่องเกี่ยวกับประสิทธิภาพและตรวจราชการของหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบก รวมถึงการสอบสวนและพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ การร้องเรียนที่เกี่ยวกับราชการหรือข้าราชการ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดแก่กองทัพบกและประเทศชาติ โดยปัจจุบัน มี พล.ต.นฤดล สุขมา เป็นเจ้ากรมจเรทหารบก



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

กทม. นำสื่อมวลชน ชมภารกิจการรื้อถอน และค้นหาผู้ติดค้างในอาคาร สตง. พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนการทำงานมาจนถึงวันนี้

กทม. นำสื่อมวลชนชมภารกิจการรื้อถอน และค้นหาผู้ติดค้างในอาคาร สตง. พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนการทำงานมาจนถึงวันนี้

(6 พ.ค.68) เวลา 10.45 น. : นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุง เทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสุริยชัย ระวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. นำคณะสื่อมวลชนฯ ร่วมติดตามลงพื้นที่บริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เขตจตุจักร ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลการปฏิบัติงานตลอด 40 วันที่ผ่านมา หลังประเมินแล้วว่าในจุดที่นำคณะสื่อมวลชนเข้าไปนั้น มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้ว

โดยมี นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. เป็นผู้รายงานผลการดำเนินงานในจุดต่าง ๆ โดยระบุว่า ลักษณะของอาคารที่ถล่มเป็นอาคารสูง 30 ชั้น มีพื้นที่รวม 40×40 เมตร หรือประมาณ 50,000 ตารางเมตร มีลิฟท์ 10 ตัว และหลังจากเกิดเหตุการณ์ถล่มแล้ว โครงสร้างอาคารมีการลาดเอียงไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับอาคารจอดรถ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าช่วงระหว่างที่ถล่มนั้นอาจมีคนวิ่งเข้ามาในส่วนของอาคารจอดรถด้วย จึงยังคงต้องมีการค้นหาในบริเวณนี้ต่อจนกว่าจะเคลียร์พื้นที่ได้แบบแล้วเสร็จ 100% ซึ่งจากการจำลองการหนีของคนส่วนใหญ่ของทุกชั้นจะวิ่งมาหาบันไดหนีไฟ ซึ่งเป็นจุดเดียวของอาคารที่เชื่อมระหว่างอาคาร 30 ชั้นกับอาคารจอดรถยนต์ จึงอาจมีผู้ติดค้างติดอยู่บริเวณเศษซากอาคารที่ถล่มลงมาในบริเวณจุดเชื่อมได้ ซึ่งสมมุติฐานดังกล่าวยังสอดคล้องกับ ข้อเท็จจริงที่พื้นที่ที่พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน C ตรงจุดที่คาดว่าเป็นช่วงบันไดหนีไฟ จึงคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วันจะค้นหาบริเวณชั้นใต้ดแล้วเสร็จ และภายใน 4-5 วัน จึงจะแล้วเสร็จภารกิจ โดยในเบื้องต้นจะพยายามให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ “อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า กทม. ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานในการกู้ซากอาคาร แต่ยืนยันว่าจะทำงานด้วยความพยายามและระมัดระวัง เพื่อค้นหาและนำผู้ติดค้างออกมาให้ได้ครบถ้วนที่สุด” นายไทวุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ กทม. ขอขอบคุณการสนับสนุนเครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากทุกหน่วยงานภาคี ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่เข้ามาช่วยดำเนินการตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ซึ่งทุกคนมาด้วยใจและช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่ จนภารกิจในครั้งนี้มีเครื่องจักรร่วมสนับสนุนการดำเนินการทั้งหมดกว่า 80 เครื่อง แม้การดำเนินงานในแต่ละวันค่อนข้างมีอุปสรรค มีการวางแผนงานการประชุม 9 โมงเช้าและ 6 โมงเย็นทุกวัน และหน้างานมีการมีปัญหา ที่ต้องวางแผนแก้ปัญหาในแต่ละวันที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนที่เข้ามาก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้สูญหาย และตลอดเวลาที่ผ่านมาเครื่องจักรต่างๆ มีการทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะเร่งกู้ร่างของผู้ที่ติดอยู่ในซากตึก ซึ่งการทำงานของเครื่องจักรทุกคันในวันนี้จะเน้นไปที่การทำงานบริเวณชั้นใต้ดินทั้งหมด


วิวาห์หวาน บุตร นายอารี-ธิดา ไกรนรา ณ ห้องเจ้าพระ(ชั้น 2)

วิวาห์หวาน เมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 2568 ที่ผานมาช่วงเช้า( เวลา 09.09 น.) นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธีมงคลสมรส ระหว่าง นางสาวจิดาภา พฤฒิวรกุล บุตรี นายวรวิทย์ พฤฒิวรกุล-นางสาวปริศนา ศรีประสารน์ กับ นายธนาสิทธิ์ ไกรนรา บุตร นายอารี-ธิดา ไกรนรา ณ ห้องเจ้าพระ(ชั้น 2)

ต่อมาในช่วงเวลา( 10.09 น.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์พร้อมกล่าวอวยพรให้คู่บ่าว-สาว สร้างความประทับใจตราตรึงอยู่ในหัวใจ -ความทรงจำของบ่าว-สาว…ไม่มีวันลืม โดยมีบรรดาญาติ-มิตรหลากหลายสาขาอาชีพต่างทยอยมา “เพื่อร้อยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว”ร่วมแสดงความยินดีกันอย่างแน่นขนัด-ล้นหลาม ณ ห้องเจ้าพระ(ชั้น 2)หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ กรุงเทพฯ ในบรรยากาศที่อบอุ่น


พล.ต.อ.ธนายุตม์ เป็นประธานในพิธีเปิด “การแข่งขันโดดร่มกองทัพไทยและสตช.” ครั้งที่ 55 ประจำปี 2568

วันนี้(วันจันทร์ที่ 5 พ.ค.68) เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.(บร) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางมาเป็นประธานในพิธี “พิธีเปิดการแข่งขันโดดร่มกองทัพไทยและสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 55 ประจำปี 2568“ ซึ่งก่อนพิธีเปิดได้ทำการยืนไว้อาลัยแด่ตำรวจผู้กล้าทั้ง 6 นาย ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุเครื่องบิน บ.ทวินออตเตอร์ หมาย เลข 36964 ขัดข้อง เมื่อวันที่ 25 เม.ย.68 เวลา 08.15 น.

โดยมี พล.ต.ต.ศิริกุล บุญอิ้ง ผบก.สอ., พล.ต.พรเทพ ยังรักษา ผบ.ศสพ., น.อ.นฤมิต ศุขสมิติ ร.น., นปก.ประจำ กพ.ทร. ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 1 สย.3 (2), น.ท.ณรงค์เดช เหมือนประสาท รอง เสธ.กรม ปพ.อย. ผู้ควบคุมทีมและนักกีฬาโดดร่ม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ณ อาคารอบรมศูนย์ฝึกจิตอาสา ภาค1 ค่ายพระราม6 อ.ชะอำ จว.เพชรบุรี


ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานอาเซียน ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 35

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานอาเซียน ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพโลก

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงข่าวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมคณะทำงานอาเซียน ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 35 (ASEAN Working Group on Nature Conservation and Biodiversity : AWGNCB) และการประชุมคณะกรรมการอุทยานมรดกอาเซียน ครั้งที่ 12 (ASEAN Heritage Park Committee: AHP Committee) ซึ่งประเทศ จะเป็นเจ้าภาพในรอบ 10 ปี โดยเรียงตามลำดับตัวอักษร กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรม Hilton Bangkok Grande Asoke กรุงเทพมหานคร

ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (สผ.) แถลงข่าวการจัดประชุม AWGNCB ครั้งที่ 35 เปิดเผยว่า สผ. เป็นหน่วยงานหลัก ของประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพหลักและทำหน้าที่รองประธานการประชุมในปีนี้ ในฐานะประเทศเจ้าภาพ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ASEAN Power for Sustainable Biodiversity” หรือ “พลังอาเซียนเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาคในการอนุรักษ์และใช้ประ โยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพของโลกให้บรรลุเป้าหมายภายในปี พ.ศ.2573 ซึ่งการประชุม AWGNCB ครั้งที่ 35 และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมฮิลตัน กรุงเทพ แกรนด์ อโศก กรุงเทพ มหานคร โดยมีผู้แทนระดับเจ้าหน้าที่จากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และ ติมอร์-เลสเต ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 100 ราย

สำหรับกิจกรรมภายในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย การประชุมคณะกรรมการอุทยานมรดกอาเซียน ครั้งที่ 12 จัดโดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 การศึกษาดูงาน สำหรับผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่27 พฤษภาคม 2568 ณ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด และสวนพฤกษ ศาสตร์ระยอง

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อหารือความก้าวหน้าของแผนความหลากหลายทางชีวภาพอาเซียน เพื่อสานต่อกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 โดยศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (ACB) เป็นเจ้าภาพ การประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 35 ในวันที่ 29–30 พฤษภาคม 2568

ด้านนายสมวรรฒน์ ปัญญานุกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุม 12th AHP Committee และการจัดการศึกษาดูงาน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ รวมถึงแสดงศักยภาพของประเทศไทยด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ทั้งนี้จะมีการจัด นิทรรศการคู่ขนาน ในหัวข้อ “อุทยานมรดกอาเซียน” และ “การอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ” ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2568 โดยความร่วมมือจาก 8 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรน้ำ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจ จากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) องค์การสวนพฤกษศาสตร์องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และเครือข่าย เยาวชนระดับโลก เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำประเทศไทย

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะแสดงบทบาทนำในการขับเคลื่อนประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพในระดับภูมิภาค และเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ แนวทาง และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน