รฟท. สำรวจทางยกระดับที่ยาวที่สุดในประเทศไทย แลนด์มาร์คสุดปัง

จังหวัดลพบุรี – เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยตรวจเส้นทางยกระดับที่ยาวที่สุดในประเทศไทยที่สวยงามถือเป็นแลนด์มาร์คบนทางรถไฟสายเลี่ยงเมืองลพบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้ประชาชนใช้เป็นของขวัญปีใหม่ปลายปีนี้

นายเฉลิมยศ ภูยอดยิ่ง วิศวกรที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างทางคู่สายเหนือ ลพบุรี-ปากน้ำโพ พร้อมด้วยนายเชิดสกุล บัวขาว ตำแหน่ง วิศวกรกำกับการกองแบบแผนรถจักร, นายวิรัตน์ สมีแจ่ม หัวหน้ากองจัดการเดินรถเขต 3, นายดำรงเกียรติ สุมาจักร์ นายสถานีรถไฟลพบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่นั่งรถไฟขบวนพิเศษที่ 1361 / 1362 เพื่อทดลองตรวจสอบเขตโครงสร้าง (Structural Gauge)ในเส้นทางสายเหนือ ในโครงการทางคู่เลี่ยงเมืองช่วง บ้านกลับ – โคกกะเทียม ซึ่งเส้นทางดังกล่าวมีระยะทางยาวประมาณ 29 กิโลเมตร

ในการทดลองในครั้งนี้ใช้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากการทดลองในครั้งนี้ได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดตลอดเส้นทาง รวมทั้งที่สถานีรถไฟลพบุรี 2 ที่มีความยิ่งใหญ่ทันสมัย พื้นที่กว้างขวาง อีกทั้งยังได้ตรวจสอบบริเวณชานชลา ขึ้น-ลง สำหรับผู้โดย สาร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทุกมิติ ในการเดินทางของประชาชนที่มาใช้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย หากพบว่าจุดใดต้องมีการปรับปรุงแก้ไขก็จะมีการจอดรถไฟลงไปตรวจสอบให้ชัดเจนทันที

ซึ่งหลังจากที่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว วิศวกรที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างทางคู่สายเหนือ ลพบุรี-ปากน้ำโพ ได้เปิดเผยว่ามีความเรียบร้อยกว่า 90 % โดยคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนได้ใช้ในช่วงปลายปีนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาบนรางรถไฟที่สวยงาม

ทางวิศวกร กล่าวว่าจากที่ยังไม่สามารถเปิดให้ใช้ได้ในช่วงนี้เนื่องจากต้องรอความเรียบร้อยในเรื่องของระบบสัญญาณ การควบคุมการเดินรถ นอกจากนี้ยังต้องรอในเรื่องระบบต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนเพราะเส้นทางนี้ถ้าเกิดความผิดพลาดก็จะดูแลลำบากเพราะไกลจากตัวเมือง แต่ยอมรับว่าเส้นทางช่วงนี้เป็นเส้นทางที่สวยงามมาก เพราะเป็นทางยกระดับที่ยาวที่สุดในประเทสไทย และเชื่อว่าในอนาคตจะมีประชาชนมาขึ้นรถไฟสายนี้มากขึ้น เนื่องจากถือว่าเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งของการรถไฟที่ภาคภูมิใจ ไม่ต่างจากเส้นทางรถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยผู้ที่นั่งรถไฟสายนี้จะเห็นความสวยงามของธรรมชาติ เช่นทุ่งนา ชุมชน วัด ภูเขา ถนนลอดผ่านทางรถไฟ ในบรรยากาศรับลม เย็นสบาย ทั้งนี้ทางการรถไฟขอให้รอในเรื่องของความพร้อมเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ในการบริการให้กับประชาชนได้ประทับใจในปลายปีนี้แน่นอน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

จิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

อุตรดิตถ์ – จิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 กองพลทหารม้าที่ 1 โดยพันโท วานิช เงินดวง ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสาของหน่วย ร่วมกับส่วนราชการอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาศาสนสถานเนื่องในวันฉัตรมงคล เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี โดยมี นายสุรวุธ จันทร์งาม นายอำเภอลับแล เป็นประธานฯ ณ วัดโพธิ์ล้อม ตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์


ปกครอง อ.โพนสวรรค์ และอ.ท่าอุเทน ร่วมทหารพราน บูรณาการปราบยานรก อย่างต่อเนื่อง

นครพนม – ฝ่ายปกครองอำเภอโพนสวรรค์ กับอำเภอท่าอุเทน ร่วมทหารพราน บูรณาการปราบยานรก อย่างต่อเนื่อง

ภายใต้การอำนวยการของ นายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์, นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน สั่งการชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอฯ ร่วมทหารพรานกวาดล้างผู้เสพ ผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง(จพง. ป.ป.ส.) นำกำลังสมาชิก อส. ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7 ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง อ.ท่าอุเทน , ทหารพราน โดยร้อย.ทพ.ที่ 2103 ดำเนินการจับกุมบุคคลเป้าหมาย ด้านยาเสพติดในพื้นที่ ดังนี้

1.ชายไทย อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง “ยาบ้า” จำนวน 2 เม็ด (ผู้ซื้อ), 2.ชายไทย อายุ 24 ปี (ผู้ค้า) ซึ่งทั้งสองคน เป็นราษฏร บ.ห้วยพระ ม.14 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ตรวจค้นเพิ่มเติมพบของกลางยาบ้าอีก จำนวน 122 เม็ด โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทั้งสองทราบ จากนั้น ได้ทำบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป


เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

สีสันโค้งสุดท้าย เลือกตั้งท้องถิ่น ผู้สมัครสุดแหวกแนวใช้เรือไดร์หมึก ล่องอ่าวประจวบฯ สร้างสีสันเรียกคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน

ประจวบคีรีขันธ์ – สีสันโค้งสุดท้าย เลือกตั้งท้องถิ่น! ผู้สมัครสุดแหวกแนวใช้เรือไดร์หมึกล่องอ่าวประจวบฯ สร้างสีสันเรียกคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน

7 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่กำลังคึกคักและเต็มไปด้วยกลยุทธ์แปลกใหม่เพื่อดึงดูดความสนใจจากประชาชน โดยเฉพาะทีมผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์และสมาชิกสภาเทศบาลจากกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกได้ว่าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการเมืองท้องถิ่น ด้วยการใช้ “เรือไดร์หมึก” ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านของชาวทะเลในพื้นที่ มาปรับเปลี่ยนเป็นเรือหาเสียงลอยลำไปตามแนวชายฝั่งทะเลอ่าวประจวบฯ อย่างไม่เคยมีใครทำมาก่อน
โดยมีการประดับเรือไดร์หมึกด้วยป้ายหาเสียงขนาดใหญ่ที่มีภาพผู้สมัครและสโลแกนนโยบายอย่างชัดเจน พร้อมเปิดเครื่องขยายเสียงประกาศแนะนำตัวผู้สมัครและนโยบายพัฒนาท้องถิ่น ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมอาชีพประมงพื้นบ้าน สร้างความสนใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเดินพักผ่อนบริเวณชายหาดอย่างเห็นได้ชัด หลายคนถึงกับหยุดถ่ายภาพและวิดีโอแชร์ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมให้กำลังใจด้วยการโบกมือและปรบมือให้

ขณะที่บรรยากาศในช่วงเย็นริมชายหาดอ่าวประจวบฯ เต็มไปด้วยหลายครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาเดินเล่นตามชายหาดต่างแสดงความประทับใจในแนวคิดสร้างสรรค์ การนำกลยุทธ์การหาเสียงบนเรือไดร์หมึกในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่สร้างสีสันและเรียกรอยยิ้ม แต่ยังสะท้อนถึงการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการเมืองท้องถิ่นอย่างลงตัว ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการรณรงค์เลือกตั้งเชิงสร้างสรรค์ที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง และทีมผู้สมัครถือโอกาสรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตื่นตัวออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยย้ำว่าการใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นหน้าที่ของประชาชนในการกำหนดอนาคตของท้องถิ่น และทุกคะแนนเสียงมีความหมาย



นัครินทร์/รายงานข่าว

ปากพลี จัดโครงการ “อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ประจำปีงบประมาณ 2568

นครนายก – อำเภอปากพลี จัดโครงการ “อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ประจำปีงบประมาณ 2568

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่โดมเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก นายสรรเสริญ คำทอง นายอำเภอปากพลี เป็นประธานเปิด โครงการ “อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมีนางสาวณัฐภัทรา รามาตย์ ปลัดอำเภอปากพลี หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมโครงการฯ

ภายในกิจกรรมโครงการ “อำเภอยิ้มเคลื่อนที่” บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ได้มีการมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ การออกหน่วยให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน บริการตรวจและแนะนำเรื่องสุขภาพ บริการนวดแผนไทย ห้องสมุดเคลื่อนที่ แจกเวชภัณฑ์สำหรับกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ แจกพันธุ์สัตว์น้ำ ปลานิลและกบ แนะ นำการเลี้ยงกบในขวดน้ำ ประหยัดพื้นที่ ต้นทุนต่ำ เลี้ยงง่ายสร้างรายได้เสริม ซึ่งมีประชา ชนสนใจเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ การจัดโครงการอำเภอยิ้ม เคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อให้ส่วนราชการนำหน่วยบริการด้านต่างๆ ลงถึงพื้นที่ หมู่บ้าน/ชุมชน สามารถเข้าถึงการบริการและข้อมูลข่าวสารของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง และเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ที่จะต้องเดินทางมาติด ต่อราชการยังที่ว่าการอำเภอ รวมถึงเพื่อรับทราบปัญหา ความเดือดร้อนและความต้องการที่ แท้จริงของประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ รวมถึงได้นำข้อมูลมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

อบจ.ลพบุรี ส่งเสริมการทำเกษตรแบบยั่งยืนลดเผาตอ ซัง ในนาข้าว

จังหวัดลพบุรี – องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี จัดโครงการส่งเสริมการทำเกษตรแบบยั่งยืน เพื่อลดรายจ่ายให้เกษตรกรที่ทำนาและงดการเผาตอ ซัง ในนาข้าว รวมทั้งยังเพิ่มผลผลิต ลด PM. 2.5

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2568 นางอรพิน จิระพันธ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ได้มอบหมายให้ นายพจน์ แก้วสวรรค์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในการเปิดโครงการ “ส่งเสริมการทำเกษตรแบบยังยืน” ณ อาคารอเนกประสงค์วัดบ้านโคก ตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยผู้นำองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ตัวแทนเกษตรกรที่ทำนา เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้

ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดลพบุรีมีพื้นที่ด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรรมดินมีความอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำบางขามไหลผ่าน นอกจากนี้ยังมีระบบการชลประทานที่ดี สำหรับพืชที่นิยมเพาะปลูกมากได้แก่ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย แต่เกษตรกรประสบปัญหาหลายด้านที่ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง

โดยในสถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลต้องการสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจสามารถแข่งขันและยกระดับคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ได้เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวที่สอดคล้องกับนโยบายของทางรัฐบาลและยังหาแนว ทางในเรื่องของการลดค่าฝุ่น PM.2.5 รวมทั้งเป็นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้พัฒนาสู่การทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นที่จะให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการทำเกษตรแบบปลอดภัย ยั่งยืนด้วยการพึ่งตนเองและทำการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมทั้งให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและหาทางแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวของเกษตรกรเอง ขณะเดียวกันจะได้นำความรู้ที่ได้รับจากการร่วมโครงการนี้ไปเผยแพร่ให้กับเกษตรกรคนอื่น ๆ

ทั้งนี้เชื่อว่าในอนาคตจะสามารถช่วยลดรายจ่ายให้กับเกษตรกรและทำให้เกษตรกรได้มีผลผลิตที่ดีขึ้น จากการที่ลดการเผาตอ ซัง ในนาข้าว เปลี่ยนมาใช้เป็นปุ๋ยแทนด้วยการทำให้เกิดการย่อยสลายลงไปในนาข้าวที่จะกลายเป็นปุ๋ย รวมทั้งยังช่วยลดในการสร้ายฝุ่นละอองที่เกิดจากการเผาที่จะไม่ให้มีค่าPM 2.5 เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้ มากด้วยประสบการณ์ มาแนะนำให้กับเกษตรกรที่ทำนาได้นำไปปรับใช้และเผยแพร่ขยายผลต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ชาวบ้านเฮ !! หลวงพ่อได้รับตราตั้งเจ้าอาวาส ถือวันดี จัดงานบุญพิธียกเสาเอกศาลาการเปรียญหลังใหม่

อุทัยธานี – ชาวบ้านเฮ !! หลวงพ่อได้รับตราตั้งเจ้าอาวาส ถือวันดี จัดงานบุญพิธียกเสาเอกศาลาการเปรียญหลังใหม่

วันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดปรักมะม่วง หมู่ 7 ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ได้มีชาวบ้านในพื้นที่และต่างพื้นที่ ได้เดินทางมาร่วมทำบุญที่วัด โดยมีนายเจริญ ลีล้อม อายุ 66 ปี ได้มาเป็นประธานฆราวาสในงานบุญ พร้อมกับหน่วยงานข้าราชการในพื้นที่ เนื่องจากวันนี้ เป็นวันดี ที่ทางวัดได้จัดพิธียกเสาเอก เสาโท ที่ศาลาเอนกประสงค์ โดยที่วัดนั้นได้สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ขึ้นเพื่อทดแทนหลังเก่าที่ทรุดโทรมและคับแคบ โดยมีพระเดชพระคุณพระราชอุทัยโสภณ เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี มาเป็นประธานในพิธียกเสาเอก เสาโท พร้อมกับพระสงฆ์มาร่วมงานบุญในพิธี

ภายในงาน พระเดชพระคุณพระราชอุทัยโสภณ เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ได้มอบตราตั้งเจ้าอาวาส ให้กับพระเชิดศักดิ์ ฉายา สุปภาโส อายุ 47 พรรษา 14 วิทยฐานะ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสที่วัดปรักมะม่วง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเจ้าอาวาสองค์ก่อนได้มรณภาพลง พระเชิดศักดิ์ ได้รักษาการแทนมา 2 ปี และได้มารับเกียรติ ให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส หลังจากเสร็จพิธีได้มีการปะพรมน้ำมนต์ให้กับผู้ที่มาร่วมงาน

และภายในงานยังมีโรงทาน อาหารคาวหวาน ให้กับชาวบ้านที่มาร่วมงาน ทั้งนี้ ทางวัดนั้นยังขาดแคลนปัจจัยอยู่มาก หากผู้ใจบุญอยากจะร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ให้กับชาวบ้าน ไว้ทำพิธีในงานบุญ สามารถเดินทางมาร่วมทำบุญได้ที่วัดปรักมะม่วง ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ตชด.235 ธาตุพนม สกัดจับยาไอซ์ 298 กก.ซุกท้ายกระบะ สาววัย 36

นครพนม – ตชด.235 ธาตุพนม สกัดจับยาไอซ์ 298 กิโลกรัม ซุกท้ายกระบะ สาววัย 36 ทีมลำเลียง 3 คน ค้นเจอปืนสั้นแนบเอวกระสุนรวม 57 นัด

วันที่ 7 พ.ค.2568 ที่กองร้อย ตชด.235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผบก.ภ.จว.นครพนม, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด.23, นายปรีชา มณีสร้อย นายอําเภอธาตุพนม, พ.อ.ศรณัฐ นวลมณี รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 กกล.สุรศักดิ์มนตรี, พ.ต.อ.สมภพ แก้วรุณคํา ผกก.สภ.หลักศิลา, น.ท.รุ่งเรือง มาสุทธิ หน.สน.เรือธาตุพนม และ พ.ต.ท.อุดร สุนนทราช ผบ. ร้อย ตชด.235 และหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง แถลงข่าวจับกุมยาไอซ์น้ำหนัก 298 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 3 คน และรถยนต์ 2 คัน โดยจับกุมได้ในพื้นที่ บ.แสนพัน อ.ธาตุพนม

พ.ต.อ.วุทธยา เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเวลา 13.00 น. วันที่ 6 พ.ค.68 เจ้าหน้าที่ชุด ปปส.ตชด.235 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ จึงสืบสวนจนทราบว่าเวลา 20.00 น.กลุ่มผู้ค้าจะทําการลําเลียงยาเสพติดผ่านมาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม เพื่อไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ตอนใน โดยใช้ยานพาหนะรถยนต์ 2 คัน เป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตู และรถยนต์เก๋ง ทะเบียน สระบุรี ทั้ง 2 คัน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชา และประสานหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมวางแผนจับกุม โดยเจ้าหน้าที่แบ่งกําลังออกเฝ้าสังเกตการณ์ และสะกดรอยติดตามรถยนต์ต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้งตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ลําเลียงยาเสพติด

จนกระทั่งเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู และรถยนต์เก๋ง ซึ่งเป็นรถเป้าหมายตรงตามรับแจ้ง ขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 จากนั้น ได้ขับขี่ลัดเลาะไปตามเส้นทางสายรองผ่านใกล้สะพานห้วยเซือม บ.แสนพัน หมู่ 7 ซึ่งเป็นเส้นทางเปลี่ยวมืด เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม ขณะขับขี่ตามกันเป็นขบวน เจ้าหน้าที่เชื่อว่ารถเป้าหมาย อาจจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 2 คัน พบนายโก้ อายุ 30 ปี คนขับ และน.ส.ปุ๋ย อายุ 36 ปี นั่งข้างเบาะคนขับ ทั้งคู่เป็นชาว จ.ลพบุรี ในรถยนต์กระบะ 4 ประตู พร้อมของกลางยาไอซ์กว่า 298 กิโลกรัม บรรทุกอยู่ในกระสอบปุ๋ย 7 กระสอบท้ายกระบะ ตรวจค้นยังอาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อซิกซาวเออร์ พร้อมเครื่องกระสุนปืน 57 นัดที่นายโก้ พกติดตัวไว้ นอกจากนี้ยังพบนายแดง อายุ 58 ปี ชาว จ.ลพบุรี คนขับรถยนต์เก๋ง ซึ่งทำหน้าที่รถนําสํารวจเส้นทาง

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้ง 3 คนไว้ โดยตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันจําหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามินหรือไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจําหน่าย อันเป็นการกระทําเพื่อการค้า โดยมีอาวุธ และความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย คุมตัวสอบสวนขยายผลเครือข่ายที่เหลือ นําส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลักศิลา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองอำเภอนาแก ร่วมบูรณาการกับ สภ.หนองบ่อ นาแก จับกุมยาเสพติดและตรวจยึดทรัพย์ตามมาตราการที่เกี่ยวข้องยาเสพติด..

นครพนม – ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองอำเภอนาแก ร่วมบูรณาการกับ สภ. หนองบ่อ นาแก จับกุมยาเสพติดและตรวจยึดทรัพย์ตามมาตราการที่เกี่ยวข้องยาเสพติด..

เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 07.00 น. โดยการอำนวยการของนายอิศรา โพธิ์เงิน นายอำเภอนาแก และ พ.ต.ท.สง่า อินทร์สาธร สารวัตรใหญ่ สภ.หนองบ่อ มอบหมายให้ มว.ท. คณินทร์ ผมงาม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส.อ.นาแกที่ 10 ร่วมบูรณาการกับชุดสืบสวน สภ.หนองบ่อ สืบทราบจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่านายสำเริงฯ อายุ 36 ปี ราษฎร ม.4 ต.นาหนาด อ.ธาตุพนม จ.นครพนม มีพฤติการจำหน่ายยาเสพติด โดยใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า นูโว ทะเบียน กวว 232 สมุทรสาคร ตระเวนจำหน่ายยาเสพติด บริเวณบ้านดินดำหมากเฟือง ม.7 ต.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม และอาศัยอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง

โดยเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า พบนายสำเริงฯ ได้ขับรถไปบริเวณสวนยางพารา ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านดินดำหมากเฟือง ม. 7 ต.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม เพื่อรอจำหน่ายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่น ชุดจำกุมจึงเดินทางไปยังสวนยางฯ ดังกล่าวเพื่อทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุมนายสำเริงฯ พร้อมของกลาง ดังนี้ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1.ยาบ้า จำนวน 152 เม็ด, 2.รถจักรยาน ยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ทะเบียน กวว 232 สมุทรสาคร จำนวน 1 คัน, 3.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง, 4.สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม, 5.บัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ, 6.สร้อยทองรูปพรรณน้ำหนัก 15.18 กรัม พร้อมจี้พระน้ำหนัก 5.44 กรัม, 7.เงินสดจำนวน 2,380 บาท

โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยที่ร่างกายมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สภ.หนองบ่อ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองบ่อเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

รู้ไว้ก่อน !! เชียงใหม่ เตรียมพร้อมรับการทดสอบระบบเตือนภัยพิบัติฉุกเฉินผ่านมือถือ (Cell Broadcast) ระดับใหญ่

รู้ไว้ก่อน !!! … เชียงใหม่ เตรียมพร้อมรับการทดสอบระบบเตือนภัยพิบัติฉุกเฉินผ่านมือถือ (Cell Broadcast) ระดับใหญ่ ครอบคลุมทั้ง 25 อำเภอ วันที่ 13 พฤษภาคม นี้ บ่ายโมงตรง มือถือดังไม่หยุด อย่าตกใจ!!!

วันนี้ (6 พ.ค. 68) ภายในการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ ของสำนักงานประชาสัม พันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ที่ หอคำพระญามังราย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมี นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการแถลงข่าว นายดุสิต พงศาพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงาน ปภ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย นายกันตภณ บุญลือ โทรคมนาคมจังหวัดเชียงใหม่, นายมนพ ไชยประสิทธิ์ ผอ.ส่วนตรวจสอบเนื้อหาและคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงาน กสทช.ภาค 3, นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ และ นางสุพิน จินดาหลวง ผอ.สวท.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการทดสอบระบบแจ้งเตือนเหตุการณ์ภัยพิบัติผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือ ระบบ Cell Broadcast ซึ่งเป็นระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติฉุกเฉินผ่านระบบโทรศัพท์มือถือที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ในยุคปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ หลีกเลี่ยง และรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที โดยจังหวัดเชียงใหม่จะมีการทดสอบระบบเตือนภัยในวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่จะถึงนี้

การทดสอบระบบ Cell Broadcast เป็นความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเมื่อต้องเผชิญกับภัยพิบัติฉุกเฉิน โดยเฉพาะจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อหาข้อจำกัดต่างๆ นำมาวิเคราะห์ถอดบทเรียน พัฒนา และปรับปรุงแก้ไขระบบให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และพร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิ ภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉินขึ้นจริง ซึ่งจะแบ่งการทดสอบออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับเล็ก ระดับกลาง และระดับใหญ่ โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ได้ถูกกำหนดให้ทำ การทดสอบระบบเตือนภัยระดับใหญ่ ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ทั้ง 25 อำเภอ รวมไปถึงพื้นที่รอบข้าง ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่จะถึงนี้ ในเวลา 13.00 น.

สำหรับรูปแบบของการแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านระบบ Cell Broadcast จะมีข้อความ Pop-up ปรากฏขึ้นบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่อยู่ในพื้นที่ทดสอบ พร้อมกับมีเสียงดังและสั่นเตือนเป็นระยะๆ นานประมาณ 8 วินาที ทั้งที่เป็นระบบ ios และ Android ในโทรศัพท์ทุกเครื่องที่รองรับได้ ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนอย่าตกใจเมื่อได้รับสัญญาณเตือนในครั้งนี้ โดยโทรศัพท์มือถือที่จะรับการแจ้งเตือนนี้ได้จะต้องเปิดเครื่องอยู่และเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่าย 4G/5G พร้อมทั้งอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน คือ Android เวอร์ชั่น 11 ขึ้นไป หรือ ios เวอร์ชั่น 18 ขึ้นไป ส่วนโทรศัพท์มือถือที่ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นต่ำกว่านี้, ปิดเครื่อง, เปิดโหมดเครื่องบิน หรือโทรศัพท์รุ่นเก่าที่เชื่อมต่อสัญญาณเครือข่าย 2G/3G จะไม่ได้รับสัญญาณเตือน แต่จะได้รับเป็นข้อความแจ้งเตือนทาง SMS แทน

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนรับรู้ และไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกเมื่อเริ่มทำการทดสอบระบบ Cell Broadcast โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือผู้สูงอายุ จึงต้องมีการประชา สัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ล่วงหน้า ซึ่งทางหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับรู้ล่วงหน้า ทั้งในรูปแบบข้อมูลข่าวสาร อินโฟกราฟิก คลิปวิดีโอ และสปอตวิทยุ ทั้งที่เป็นภาษาไทย ภาษาต่างชาติ ภาษาชนเผ่า ซึ่งเป็นข้อความที่กระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสารได้ในทุกกลุ่มคน และที่สำคัญในช่วงแบบนี้มักจะมีมิจฉาชีพฉวยโอกาสสร้างข้อความ SMS ปลอมขึ้นมา ซึ่งนำไปสู่การฉ้อโกง ดังนั้น จึงฝากเตือนประชาชนว่า ข้อความจริงที่ส่งไปใน SMS นั้น จะไม่มีลิงค์แนบตามไปแต่อย่างใด ถ้าหากมีลิงค์แนบมาในข้อความ ห้ามกดเด็ดขาด


นที มีเดช รายงาน