อุทัยธานี แถลงข่าวตำรวจปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจับกุมผู้ต้องหายึดทรัพย์กว่า 13 ล้านบาท

อุทัยธานี – แถลงข่าวตำรวจปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจับกุมผู้ต้องหายึดทรัพย์กว่า 13 ล้านบาท

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี โดยนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมพล.ต.ต.ชัยพร จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี และข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้แถลงข่าว เปิดปฏิบัติการบูรณาการปิดล้อม ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จับกุมผู้ต้องหาและยึดทรัพย์รวมกว่า 13 ล้านบาท โดยจังหวัดอุทัยธานี ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 12 จังหวัดนำร่อง ในการแก้ปัญหายาเสพติดตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ภายใต้โครงการ แก้ปัญหายาเสพติด เพื่อให้ประชาชนมีความสุข

ตำรวจภูธรภาค 6 และจังหวัดอุทัยธานี จึงได้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี บูรณาการร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปฏิบัติการเชิงรุก ค้นหาผู้เสพในทุกอำเภอ ทั่วจังหวัดอุทัยธานี

สืบเนื่องจากวันที่ 23 ธ.ค.2567 สถานีตำรวจภูธรเขาบางแกรก จับกุมนางเอ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 1,541 เม็ด และยาไอซ์ 26 กรัม โดยผู้ต้องหาให้การซัดทอดถึงเครือข่ายของนายบี ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายบี ในตำบลเขากวางทอง อำเภอหนอง ฉาง จังหวัดอุทัยธานี ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 พบยาบ้า 891 เม็ด และยาไอซ์จำนวน 61 กรัม การจับกุมดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลไปสู่เครือข่ายรายการย่อยในพื้นที่

ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ภายใต้การบูรณาการของหลายหน่วยงาน ได้แก่ กองบัญชา การตำรวจภูธรภาค 6 ป.ป.ส.ภาค 6 และ 7 ตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สถานีตำรวจต่างๆและฝ่ายปกครอง ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ 8 อำเภอ ของจังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดสุพรรณบุรี เป้าหมายคือการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งหมด 7 ราย และตรวจค้น 15 จุด

ทั้งนี้ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 5 ราย ผู้ต้องหาคดียาเสพติด 6 รายพร้อมของกลางยาบ้า 3,292 เม็ด อาวุธปืน 5 กระบอก และผู้เสพอีก4ราย รวมจับกุมทั้งสิ้น15 ราย และตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ได้แก่โฉนดที่ดิน 44 ไร่ บ้าน 1 หลัง สิ่งปลูกสร้าง 2 รายการ โคพันธุ์ฮินดูบรามัน 50 ตัว รถยนต์ 2 คัน และเงินสดรวมมูลค่ากว่า 13.29 ล้านบาทดังกล่าว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ผบ.ตร. เปิดการแข่งขัน Cops Combat ประจำปี 2568 วางยศ ลดอัตตา ปรับใช้ในการทำงานของตำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเปิดการแข่งขัน Cops Combat ประจำปี 2568 วางยศ ลดอัตตา ปรับใช้ในการทำงานของตำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (6 พฤษภาคม 2568) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาต่อสู้และป้องกันตัว Cops Combat ประจำปี 2568 ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้การต้อนรับ ณ สนามมวยราชดำเนิน ซึ่งการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 6 พฤษภาคม 2568 โดยในวันนี้เป็นรอบชิงชนะเลิศ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบรางวัลชนะเลิศกีฬาต่อสู้และป้องกันตัว Cops Combat ประจำปี 2568 จัดขึ้นเพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้ทบทวนการต่อสู้ป้องกันตัว การต่อสู้ระยะประชิด รวมไปถึงเป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกายของข้าราชการตำรวจไปในตัว โดยปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สำหรับคะแนนรวมทั้งประเภทชายและหญิง 12 รุ่นน้ำหนัก โดยคะแนนรวมมากที่สุดของการแข่งขัน เป็นของกลุ่ม 13 ซึ่งเป็นนักกีฬาจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ในปัจจุบันคนร้ายได้มีการต่อสู้กับตำรวจมากขึ้น ทำให้ตำรวจต้องมีความรู้ในการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยมือเปล่า เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน นักกีฬาทุกคนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า บนสังเวียนแห่งนี้มีแต่มิตรภาพ เพราะเราคือพี่น้องที่หน้าที่เพื่อจุดหมายเดียวกันคือ เพื่อประชาชน พร้อมขอบคุณนักกีฬาตำรวจทุกคน ที่ร่วมแข่งขันกันอย่างมีสปิริตบนเกมกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย วางยศ ลดอัตตา

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า Cops Combat เป็นกีฬาที่มีการผสมผสานระหว่างมวย ไทยและทักษะการต่อสู้ป้องกันตัวจากประเทศอื่น น้องๆ ตำรวจที่มาเป็นนักกีฬา สามารถนำไปปรับใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้ป้องกันตัว ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อาจต้องใช้ความรู้จาก Cops Combat มาใช้ในการป้องกันตนเอง จากผู้คลุ้มคลั่ง หรือจากอาชญากร ที่อาจจะทำ ร้ายเจ้าหน้าที่ถึงชีวิตได้ ดังนั้น กีฬาต่อสู้ป้องกันตัวที่จัดขึ้นโดยกองบัญชาการตำรวจสอบ สวนกลาง มีความจำเป็นกับทุกคน ซึ่งการจัดการแข่งขัน Cops Combat ปีนี้ พบว่ามีนักกีฬาจำนวน 14 กลุ่ม มากกว่า 14 กองบัญชาการ ที่ร่วมส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน และมีนักกีฬาเข้าร่วมจำนวนมากทั้งหญิงและชาย จึงอยากให้ข้าราชการตำรวจและนักกีฬาได้มีการพัฒนาตัวเอง พัฒนากำลังกายและทักษะเป็นประจำและสม่ำเสมอ เพราะตำรวจเรามีความจำเป็นต้องใช้ในภารกิจตำรวจกับชีวิตประจำวัน ขอบคุณนักกีฬาทุกคนที่เข้ามาร่วมการแข่งขัน และคาดหวังว่าในปีต่อๆ ไป จะมีการพัฒนาในการต่อสู่กับฝ่ายตรงข้ามอย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

รอง ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดโครงการ สัมมนาเชิงปฏิบัติการและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

รอง ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

วันนี้ (6 พฤษภาคม 2568) เวลา 08.30 น. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและผู้เข้ารับการฝึกอบรม ร่วมพิธี ที่โรงแรมสามพรานภิรมย์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

สำหรับการจัดโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างความปลอด ภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทั้งระดับผู้บังคับบัญชาและระดับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน เข้าใจสภาพปัญหาสำคัญในการปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบ สามารถวิเคราะห์แนวโน้มการเกิดอาชญากรรม และนำไปสู่การวางแผนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ รวมถึงการแบ่งปันความรู้ เทคนิควิธีปฏิบัติงานใหม่ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอาชญากรรม และปรับปรุงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สอดคล้อง เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ แบ่งการฝึกอบรมออกเป็น 2 หลักสูตร โดยจะมีผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์เป็นพิเศษในงานป้องกันปราบปราบอาชญากรรม รวมถึงบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญกับงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมเป็นวิทยากรในการฝึกอบรม ได้แก่

  1. หลักสูตรการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รวม 72 นาย ประกอบด้วย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ที่รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม พร้อมทีมงานบริหารป้องกันปราบปราม หน่วยละ 6 นาย และหน่วยงานด้านยุทธวิธีและด้านอำนวยการ หน่วยละ 1 นาย ซึ่งมีการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 5-7 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมสามพรานภิรมย์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม
  2. หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามของสถานีตำรวจ (สน./สภ.) ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 อย่างน้อย 1,484 นาย ฝึกอบรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แบ่งการฝึกอบรมออกเป็น 2 รุ่น รุ่นแรกวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2568 มีพิธีเปิดการฝึกอบรมฯ ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนอีกรุ่นฝึกอบรมระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2568

นที มีเดช รายงาน

ตำรวจสืบสวนภาค 5 รวบ “จั๊กจุติ” หลอกขายรถคลาสสิค-ป้ายทะเบียนสวย

ตำรวจสืบสวนภาค 5 รวบ“จั๊กจุติ” เจ้าของเพจหลอกขายรถคลาสสิค-ป้ายทะเบียนสวยเชิดเงินหนีซุกบ้านหรู พบผู้เสียหายกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช. ภ.๕, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่

ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ทำการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่ามีบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ จ580/2568 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2568 ข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั่้งหมดหรือบางส่วนฯ คดี สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และหมายจับของศาลแขวงเชียงใหม่ เลขที่ จ.161/2568 ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2568 ข้อหาฉ้อโกง คดี สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้พักอาศัยอยู่ที่ซอย 8 ม.2 ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ จนกระทั่งวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ตำรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบ นายจุติ (สงวนนาม สกุล) อายุ 39 ปี อยู่บริเวณสถานที่จับกุม จึงได้จับกุมตัวนายจุติ

โดยพฤติการณ์ของนายจุติ คือเริ่มจากใช้บัญชีเฟซบุ๊กปลอม สร้างตัวตนให้ตัวเองเป็นพ่อค้าขายรถยนต์มือสอง จากนั้นได้แฝงตัว เข้าไปยังกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ เช่น กลุ่มซื้อขายรถยนต์มือสอง, กลุ่มซื้อขายแลกเปลี่ยนทะเบียนรถ, กลุ่มซื้อขายอะไหล่รถมือสอง เป็นต้น จากนั้นได้โพสข้อความประกาศในกลุ่มต่างๆ ว่า รับซื้อขายแลกเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถยนต์มือสองพร้อมรูปภาพป้ายทะเบียนประกอบเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ต่อมาเมื่อมีคนสนใจที่จะซื้อสินค้า คนร้ายจะให้เพิ่มเพื่อนบัญชีไลน์เพื่อสนทนาเกี่ยวกับรายละเอียดกันต่อ จากนั้นคนร้ายจะส่งหมายเลขบัญชีธนาคาร ให้เพื่อสำหรับโอนเงินชำระค่าสินค้า

หลังจากผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินแล้ว คนร้ายจะออกอุบายบ่ายเบี่ยงไม่ส่งเอกสารให้และเมื่อผู้เสียหายเรียกเงินคืนก็จะถูกปฏิเสธ หรือบางกรณีคนร้ายจะใช้อุบายว่ารับซื้อขายรถยนต์และอะไหล่รถยนต์มือสอง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินหรือนำรถยนต์พร้อมเอกสารส่งให้คนร้ายจะถูกบล็อคบัญชีไลน์เพื่อให้ไม่สามารถติดต่อกับคนร้ายได้ ภายหลังการจับกุมนาย จุติฯ รับว่าตนเป็นเจ้าของเพจ โดนได้ลงประกาศขายรถยนต์คลาสสิคและป้ายทะเบียนสวยจำนวนมากโดยรถและป้ายทะเบียนที่นำไปขายได้มาจากเจ้าของและคนรู้จัก เมื่อขายได้จะนำเงินไปใช้จ่ายและชำระหนี้สินโดยไม่ได้ส่งเงินให้กับเจ้าของรถหรือเจ้าของป้ายทะเบียนจริงโดยพบผู้เสียหายจำนวนกว่า 50 ราย ได้เงินไปเกือบ 10 ล้านบาท จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ดำเนินการคดีตามกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

เริ่มแล้ว งานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย ประจำปี 2568

เริ่มแล้ว งานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย ประจำปี 2568 งานจัดวันที่ 5 – 11 พฤษภาคม 2568 ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2568) เวลา 18.00 น. ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย ประจำปี 2568 โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน, นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน, หัวหน้าส่วนราชการ, ศาล, ทหาร, ตำรวจ รวมถึงพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดลำพูน นักท่องเที่ยว เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

โดย เวลา 13.00 น. นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้อัญเชิญน้ำสรงพระราชทานและเครื่องสักการะพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้น ในเวลา 17:00 น. ได้อัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว และเครื่องสักการะพระราชทาน จากรถบุษบกขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ขึ้นสู่ราชรถของวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เคลื่อนขบวนจากประตูลี้มาตามถนนอินทยงยศถึงแยกหน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนอัฏฐารส เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนรอบเมืองใน เข้าสู่วัดพระธาตุหริถุญชัย วรมหาวิหาร โดยในพิธีมีคณะฟ้อนเล็บ จากเครือข่ายสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน และช่างฟ้อนจิตอาสา ร่วมฟ้อนถวายต้อนรับอย่างงดงามและสมพระเกียรติฯ

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้อัญเชิญเครื่องราชสักการะขึ้นประดิษฐาน บนโต๊ะหมู่บูชา เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประธานฝ่ายสงฆ์ นำโดยพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ นำคณะสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ เจริญชัยมงคลคาถา และประกอบพิธีเปิดงานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย ประจำปี 2568 จากนั้น ประธานในพิธีนำหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนร่วมแห่ผ้าห่มเวียนรอบองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย 3 รอบแล้วอัญเชิญผ้าขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุ หริภุญชัยฯ เพื่อเป็นการสักการะพระบรมธาตุซึ่งเป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ 1 ใน 8 แห่งของประเทศไทย นับเป็นโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาวลำพูนและพุทธศาสนิกชน

สำหรับงานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย กำหนดจัดขึ้น ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เหนือ หรือที่ชาวเหนือเรียกว่า “วันแปดเป็ง” (ระหว่างเดือนพฤษภาคมซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของภาคกลาง) หรือ “วันวิสาขบูชา” เป็นงานประเพณีที่สำคัญของชาวจังหวัดลำพูน และจังหวัดใกล้เคียงที่มีความศรัทธาในพุทธศาสนา ได้มาร่วมสรงน้ำองค์พระบรมธาตุหริภุญชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว โดยเปิดให้พุทธศาสนิกชน ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว ระหว่างวันที่ 5 – 11 พฤษภาคม 2568


นที มีเดช รายงาน

“พิธีพุทธาภิเษก” วัตถุมงคล “รุ่นเชิงชุมบูรณะพุทธประเพณี”

“พิธีพุทธาภิเษก” วัตถุมงคล “รุ่นเชิงชุมบูรณะพุทธประเพณี”

ท่านผู้ชมเจ้าขายายเมี้ยนขออนุญาตบอกบุญเพื่อร่วม “พิธีพุทธาภิเษก” วัตถุมงคล “รุ่นเชิงชุมบูรณะพุทธประเพณี” ณ พระอุโบสถวัดพระธาตุเชิงชุม ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร โดยมีเกจิอาจารย์ดังๆ แห่งยุคนี้หลายองค์มานั่งปรกอธิฐานจิตให้รุ่นนี้ได้เข้มขลังในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 น. ถึง 11.00 น. ซึ่งจะมีกิจกรรมสร้างตำนานหนึ่งเดียวในโลก สร้างพระพุทธบาท 4 รอยทองคำ” และขอเชิญร่วมบุญทอดผ้าป่าทองคำปฐมฤกษ์ ร่วมบูชาแผ่นทองคำ เพื่อหล่อรอยพระบาท 4 รอยทองคำและร่วมบูชาแผ่นทองคำเปลวปิดรอยพระพุทธบาท 4 รอย (จำลอง) พร้อมทั้งร่วมบูชาสั่งจองวัตถุมงคลรุ่น “เชิงชุมบูรณะพุทธประเพณี” มีให้เลือกสั่งจองตามกำลังศรัทธาได้ทุกเนื้อ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปที่เพจวัดพระธาตุเชิงชุม จ.สุกลนครได้เลยเจ้าค่ะ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ,ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการฯ,นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการญ และเจ้าหน้าที่บริหารฯ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568 โดยมี ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธี ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

โดยระหว่างวันที่ 4-9 พฤษภาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2568 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊) โดยมูลนิธิฯ จัดเตรียมบริการเฉพาะบรรจุถุงให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับบ้านเท่านั้น ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมงานสาธารณกุศลของศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมถึงงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง [ www.facebook.com/atpohtecktung ]

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ฟุตบอลกระชับมิตรสร้างสัมพันธ์ “ผู้นำเมือง–เตรียมทหาร–OV” ณ สนามวชิราวุธวิทยาลัย

ฟุตบอลกระชับมิตรสร้างสัมพันธ์ “ผู้นำเมือง–เตรียมทหาร–OV” ณ สนามวชิราวุธวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ สนามฟุตบอลวชิราวุธวิทยาลัย ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ระหว่าง ทีมผู้นำเมือง รุ่นที่ 10,ทีมเตรียมทหาร รุ่นที่ 25, และ ทีม OV (Old Vajiravudh) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ความสามัคคี และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน

การแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและรอยยิ้ม โดยผู้เข้าร่วมทุกทีมต่างแสดงออกถึงน้ำใจนักกีฬา ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และจิตวิญญาณของความร่วมมือ

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วม และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ยั่งยืนในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมยาบ้า และไอซ์ รายใหญ่ ในพื้นที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมยาบ้า และไอซ์ รายใหญ่ ในพื้นที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

วันพุธที่ 7 พ.ค.2568 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณหน้าอาคารที่ทำการ ตำรวจภูธรภาค 1 น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม, พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ปปส., พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม ยาบ้าประมาณ 8,732,000 เม็ด และ ไอซ์ ประมาณ 720 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลง 10 นโยบายเร่งด่วนต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2567 โดยในนโยบายเร่งด่วนที่ 8 รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร ตั้งแต่ตัด ต้นตอการผลิตและจำหน่ายด้วยการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน สกัดกั้น ควบคุมการลักลอบนำเข้าและ ตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด ปราบปรามและยึดทรัพย์ผู้ค้า รวมทั้งมีระบบติดตามดูแลช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดไม่ให้กลับไปสู่วงจรอีก

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม/ประธานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติด ในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร./ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ และพล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ปปส. ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ตอนในรอบกรุงเทพฯและปริมณฑล รวม 9 จังหวัด เร่งรัดทำการสืบสวนหาข่าวและ X ray พื้นที่ เพื่อปราบปรามทำลายแหล่งพักคอยและรวบรวมยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านตามแนวตะเข็บชายแดน เข้ามายังพื้นที่ตอนในเพื่อรอเตรียมส่งต่อให้กับลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ

ตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ได้เร่งรัดดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2568 ถึงปัจจุบัน ได้ทำการสืบสวนจับกุมยาเสพติดได้รวมจำนวน 7,961 คดี ผู้ต้องหารวม 8,100 คน /ของกลาง ยาบ้ารวม 96 ล้านเม็ดเศษ, ไอซ์รวม 3,496 กก., เคตามีน รวม 42 กก. และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ สามารถตรวจยึดทรัพย์สิน คิดเป็นมูลค่ารวม 389 ล้านบาทเศษ สำหรับผลการจับกุมรายสำคัญ พอสรุปได้ดังนี้

  • เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2568 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด “เจ้าโย วายร้าย 15” ได้ผู้ต้องหารวม 4 คน ตรวจยึดไอซ์ 35 กก. และคีตามีน 34 กก.จับกุมที่บริเวณริมถนนทางหลวงชนบทสาย นย.2024 (สระบุรี-นครนายก) ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก ต่อเนื่องบ้านพัก ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก
  • เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2568 จับกุมทีมโกดังยาเสพติด “เสือเปรม ปชน.” ได้ผู้ต้องหา 1 คน ตรวจยึดไอซ์ 217 กก. ยาบ้า 560,000 เม็ด,ยาอี 3,163 เม็ด และ เคตามีน 88 กรัม จับกุมที่บริเวณลานจอดรถภายในปิยรมณ์อพาร์ทเม้น ซ.งามวงศ์วาน 23 แยก 15 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ต่อเนื่องห้องพักภายในปิยรมณ์อพาร์ทเม้น ซ.งามวงศ์วาน 23 แยก 15 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
  • เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2568 จับกุมแหล่งพักคอย “ทีมโกดังป่างิ้ว อ่างทอง” ได้ผู้ต้องหารวม 5 คน ตรวจยึดยาบ้า 8.4 ล้านเม็ด จับกุมที่โกดังพักยาเสพติด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ป่างิ้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง
  • เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2568 จับกุมยาเสพติด เครือข่าย “แจ็ค หนองไผ่” ได้ผู้ต้องหา 4 คน ตรวจยึดยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด จับกุมที่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ต.โคกลำพาน อ.เมือง จ.ลพบุรี
  • เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2568 ร่วมกับ บช.ปส. สกัดจับรถลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ได้ผู้ต้องหารวม 3 คน ตรวจยึดไอซ์ 2,464 กก. สกัดจับได้ที่จุดสกัดตู้ยาม ต.02 หมู่ 4 ต.ท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
  • เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2568 ตรวจยึดไอซ์ 520 กก. ภายในโกดังไม่มีเลขที่ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
  • เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2568 ตรวจยึดยาบ้า 4.4 ล้านเม็ด ได้ผู้ต้องหารวม 2 คน จับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง พื้นที่หมู่ 7 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
  • เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2568 ตรวจยึดไอซ์ 262 กก. ได้จากรถยนต์กระบะที่ประสบเหตุอุบัติเหตุ ที่บริเวณถนนพหลโยธิน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
  • เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2568 จับกุมรถขนไอซ์จากภาคอีสาน มุ่งหน้าเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ได้ผู้ต้องหา 2 คน ตรวจยึดไอซ์ 200 กก. จับกุมได้ที่ในพื้นที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

ในวันนี้ ขอแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ซี่งเป็นผู้ลำเลียงยาเสพติด นำมาพักคอยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสามารถทำการจับกุมได้ในวันที่ 7 พ.ค.2568 มีรายละเอียดดังนี้

  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรี อยุธยา
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร./ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรวง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.
  • สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส.,นาย ทิพเมษฐ์ สังขวรรณะ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 1 และ ว่าที่ร้อยตรี อากาศ ปานแย้ม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ สำนักงาน ปปส.ภาค 1
  • ตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา,พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รองผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก. สส. ภ.1, พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.พีรพัสส์ ชูช่วย ผกก.สืบสวน ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันจับกุม รถบรรทุกเทรลเล่อร์ขนยาเสพติดในพื้นที่ อ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปพ.บก. สส.ภ.1 ชุดขยายผลฯ, ศอ.ปส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา และ กก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้ทำการสืบสวนขยายผล จนกระทั่งทราบว่า กลุ่มลูกค้าที่เคยรับยาเสพติดจากรถบรรทุกเทรลเล่อร์คันดังกล่าว ได้นำยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนไว้ภายในบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ต.ราชคราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้เฝ้าติดตามตรวจสอบพฤติกรรมเรื่อยมา จนกระทั่งในวันที่ 7 พ.ค.2568 เวลาประมาณ 06.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.ราชคราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ผลการตรวจค้น พบยาบ้า 40 กระสอบ คิดเป็นจำนวนยาบ้าประมาณ 8,732,000 เม็ด และ ไอซ์ 18 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 720 กิโลกรัม

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ นายแบ็ค (นามสมมติ) อายุ 32 ปี โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็น การกระทำเพื่อการค้า อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้อย่างเร่งด่วนต่อไป

ตำรวจภูธรภาค 1 จะได้เร่งรัดสืบสวนปราบปราม และ X-ray พื้นที่ ไม่ให้เป็นแหล่งพักคอย รวมทั้งจะเข้มงวดกวดขันสกัดกั้น ตัดตอนการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนในอย่างต่อเนื่องต่อไป และใคร่ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากพบบุคคล รถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

“ตำรวจภูธรภาค 1 เป็นหนึ่ง พึ่งได้ ทันสมัย ดูแลความปลอดภัย เพื่อประชาชน”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชาวไร่-ชาวนา แต่งเตรียมดินเตรียมพร้อมเพาะปลูกพืชพันธุ์ “วันพืชมงคล”

จังหวัดลพบุรี – เกษตรกรชาวนา ชาวไร่ นำรถไถออกมาปรับแต่งเตรียมดิน ไว้ก่อนวันพืชมงคล ตามที่ยึดถือปฏิบัติมาแต่โบราณ เพราะปีนี้ฝนมาเร็ว และเชื่อว่าหลังพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีนี้ น้ำท่าจะบริบูรณ์ เนื่องจากฝนมาเร็วกว่าทุกปี

เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ทั้งชาวนา ชาวไร่ ในหลายอำเภอ ต่างนำรถไถเพื่อการเกษตร ในรูปแบบต่างของตนเองออกมาปรับแต่งเตรียมดิน ไว้ก่อนเป็นการล่วงหน้า ก่อนถึงวันพืชมงคล ในวันที่ 9 พฤษภาคม นี้ เนื่องจากเป็นวันประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ทำให้เกษตรกรชาวนาหลายครอบครัว โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีพื้นที่นาในการเพาะปลูกอยู่ในเขตชลประทานของ อำเภอเมือง อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท้าวุ้ง ของจังหวัดลพบุรี ต่างพร้อมใจกันนำเครื่องจักรกลการเกษตร ลงมือไถแปลงนาและตีดินในรอบสุดท้าย เพื่อเตรียมหว่านเมล็ดพันธ์ข้าวลงสู่แปลงนาแปลงแรกในช่วงฤดูกาลทำนาปี โดยจะถือฤกษ์ดีในช่วงวันพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นการเริ่มต้นฤดูกาล ขณะที่เกษตรกรที่ยังไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ภัยแล้ง หากฝนทิ้งช่วง ก็ไถเตรียมดินไว้ก่อน เพื่อเอาฤกษ์เริ่มต้นการทำนา ในวันพืชมงคลที่จะถึงนี้

เช่นเดียวกับเกษตรกรชาวไร่ ทั้งไร่ข้าวโพดอาหารสัตว์ มันสำปะหลัง และเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อป้อนอุสาหกรรมโรงงานน้ำตาล ในพื้นที่ ตำบลโคกตูม อำเมืองลพบุรี หลายราย ต่างก็นำรถไถเพื่อการเกษตร ออกมาปรับแต่งพื้นที่ของตนเองซ้ำอีกครั้ง หลังจากที่ได้ไถดะโดยใช้ผาน 3 ครั้งแรก เพื่อกำจัดวันพืช ไปก่อน ในช่วงที่ดินมีความชื้นพอเหมาะเนื่องจากมีฝนตกลงมาหลายวันก่อนหน้า และไถกลบวัชพืช ซากพืช ตากหน้าดินไปก่อนแล้ว ในช่วย 1-2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา เพื่อให้ธาตุอาหารที่มีอยู่ในเศษเหลือกลับคืนสู่ดิน โดยได้พากันนำรถไถ มาปรับเปลี่ยน เป็นผาน 6 และผาน 7 เพื่อไถเตรียมดินในรอบสุดท้าย และทำการไถปรับแต่งพรวนดินยกล่องรอไว้เป็นการล่วงหน้า ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสม และเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ปฏิบัติ เพื่อเป็นการเตรี่ยมพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกพร้อมกันในวันพืชมงคล ในวันที่ 9 พฤษภาคม นี้ ซึ่งถือเป็นฤกษ์ดี ตามแบบประเพณีโบราณ ที่ยึดถือกันมาทุกปี เพราะเชื่อว่า..หลังพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จะทำให้ฝนตกต้องฤดูกาล พืชผลผลิตเจริญงอกงามขายได้กำไรดี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090