“สวทช. วช. SCB” ผนึกกำลังพัฒนานักวิทย์รุ่นเยาว์ (YSC) ต่อเนื่อง ส่งเยาวชนไทยแสดงศักยภาพ 3 เวทีวิทยาศาสตร์ระดับโลก

สวทช. วช. SCB ผนึกกำลังพัฒนานักวิทย์รุ่นเยาว์ (YSC) ต่อเนื่อง ส่งเยาวชนไทยแสดงศักยภาพ 3 เวทีวิทยาศาสตร์ระดับโลก

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยีแห่งชาติ อาคาร (สวทช.) ซอยโยธี ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุง เทพฯ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสำนัก งาน การวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) แถลงข่าวความร่วมมือในการสนับสนุนเยาวชนไทยภายใต้โครงการ การประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (Young Scientist Competition : YSC) ให้มีโอกาสเข้าร่วมแสดงศักยภาพในเวทีการแข่งขันและประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมระดับนานาชาติชั้นนำ 3 เวที ได้แก่ Regeneron International Science and Engineering Fair 2025 (Regeneron ISEF 2025), Genius Olympiad 2025 และ The 50th International Exhibition of Inventions Geneva โดยธนาคารไทยพาณิชย์ได้ให้การสนับสนุนโครง การนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ความร่วมมือนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเปิดโอกาสและเสริมสร้างศักยภาพให้เยาวชนไทยให้ก้าวสู่เวทีการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ระดับโลกเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพสูงและเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ (สวทช.) กล่าวว่า (สวทช.) มีภารกิจหลักในการส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เราให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ ผ่านการส่งเสริมให้เยาวชนมีเวทีในการแข่งขันและแสดงศักยภาพ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับนักวิจัยและนวัตกรรุ่นใหม่ในอนาคต การเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปลูกฝังแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อโลกยุคใหม่

“(สวทช.) ได้ริเริ่มโครงการการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (YSC) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเวทีแห่งโอกาสให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และบูรณาการองค์ความรู้สู่การสร้างสรรค์โครงงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาโครงงานในสาขาที่ตนเองสนใจอย่างแท้ จริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาและนักวิจัยพี่เลี้ยงจาก (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเครือข่ายคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมที่อาจต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการนำ วทน. มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

คุณศิรินทร์พร เดียวตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิจัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า “(วช.) ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย การสร้าง สรรค์ผลงานนวัตกรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ เรามุ่งมั่นที่จะสนับ สนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในการสนับสนุนการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ที่จัดโดย (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยศูนย์ประสานงานภูมิภาค นั้น เป็นการต่อยอดการเรียนรู้ นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่มีศักยภาพ พร้อมผลักดันให้เยาวชนไทยสามารถแข่งขันในระดับสากล และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต”

ด้านคุณวรวัจน์ สุวคนธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง บทบาทของ SCB ในการสนับสนุนโครงการ YSC อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ว่า “SCB มีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนเยาวชนไทย ผ่านการเปิดโอกาสให้ได้พัฒนาศักยภาพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ธนาคารเชื่อมั่นว่าการส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนคือการพัฒนาอนาคตของชาติ และเวทีการแข่งขันที่ (สวทช.) และ (วช.) ได้ผลักดันให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในวันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างทักษะด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเปิดมุมมองและสร้างเครือข่ายระดับสากล เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างรอบด้านของเยาวชนไทย”

สำหรับโครงการ YSC ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 27 ในปีนี้ มีโครงงานส่งเข้าประกวดถึง 2,429 โครงงาน จากนักเรียน 6,442 คน และอาจารย์ที่ปรึกษา 1,555 คน ทั่วประเทศ เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นและจะได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน Regeneron ISEF 2025 ณ เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 10–20 พฤษภาคม 2568 ได้แก่ BeeShield: การพัฒนาอุโมงค์ทางเข้าป้องกันไรผึ้งโดยใช้พฤติกรรมการเข้ารังของผึ้งและการตอบสนองของไรต่อกรดฟอร์มิก–โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

  • การสังเคราะห์โมเลกุลเซนเซอร์ฐานสารสีย้อมเคอร์คูมินที่สกัดจากขมิ้นชันสำหรับตรวจวัดแอลดีไฮด์สายยาวซึ่งเป็นสารบ่งชี้โรคมะเร็งปอด-โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
  • การพัฒนาอุปกรณ์เชิงสีสำหรับการตรวจวัดคอร์ติซอลในน้ำลายโดยใช้อนุภาคทองคำนาโนดัดแปรด้วยซิสเทอีน–โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • การพัฒนาอนุภาคนาโนจากสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการงอกใหม่ของ พลานาเรียสายพันธุ์ Dugesia japonica สำหรับการรักษาบาดแผลเพื่อต่อยอดเป็นนวัตกรรมแผ่นปิดบาดแผล–โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ผลของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงมุมในเขื่อนกันคลื่นแยกต่อลักษณะของชายฝั่ง–โรงเรียนกำเนิดวิทย์
  • การศึกษาแบบจำลองสามมิติและแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ของพฤติกรรมการพลิกตัวกลับในกิ้งกือกระสุนพระอินทร์ – โรงเรียนกำเนิดวิทย์

นอกจากนี้ โครงงานการศึกษาผลการใช้ไมโครแคปซูลในฟิล์มหลังคาดูดซับรังสียูวี จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ซึ่งเป็นผลงานจาก YSC 2025 ยังได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน Genius Olympiad 2025 ระหว่างวันที่ 9-13 มิถุนายน 2568 ณ Rochester Institute of Technology (RIT),เมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกด้วย

ทั้งนี้ภายในงานแถลงข่าวฯ ยังมีตัวแทนเยาวชน YSC2024 นายปัณณธร ขุนโหร นายปีระกา พวงทอง และอาจารย์ที่ปรึกษา คือ นายวิเชียร ดอนเเรม จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี ซึ่งได้รับรางวัลจาก The 50th International Exhibition of Inventions Geneva เมื่อเดือนเมษายน 2568 ณ Palexo Geneva, Switzerland จาก โครงการ “การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเพื่อตรวจหาเชื้อไมโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (M. Tuberculosis) จากการตรวจเสมหะด้วยวิธี Acid-Fast Bacillus (AFB) ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และเป็นตัวอย่างความสำเร็จจากการแข่งขัน โดยเยาวชนเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นแบบอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนรุ่นน้อง แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทย ควบคู่ไปกับผลสัมฤทธิ์ของโครงการ YSC ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตรในการสร้างและพัฒนาเยาวชนอันเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

ความร่วมมือระหว่าง (สวทช.),(วช.) และ (SCB) ในครั้งนี้ เป็นการยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพสูง อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและมั่นคงต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อ.ทับสะแก จับมือ อบจ.ประจวบฯ และททท. จัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 3 วันที่ 10-11 พ.ค. 68

ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอทับสะแก จับมือ อบจ.ประจวบฯ และ ททท. จัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 3 วันที่ 10-11 พ.ค. 68 ( KITE FESTIVEL2025 ) เพื่อเป็นสีสันในการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน

ช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ค. 2568 ที่บริเวณลานทรายเขื่อนบ้านทุ่งประดู่ ชายหาดทับสะแก หมู่ที่ 2 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก, นายทวีวิทย์ รัตนวิจิตร ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายวสุ โชคกิจการ, นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขต อำเภอทับสะแก, นายวิบูลย์ เทียนทอง นายกอบต. ทับสะแก, นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก และนายสุทิน ตั้งเขาทอง/ น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์(พิธีกร) พร้อมคณะผู้บริหารท้องถิ่น, ผู้บริหารสถานศึกษา, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.), หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 ( kite festivai 2025 )

โดยภายในงานมีการแข่งขัน ประดิษฐ์ว่าวแฟนตาซี ประชาชนทั่วไปไม่จำกัดอายุ ประเภททีม 3 คน สามารถประดิษฐ์ว่าวมาจากบ้านได้ โดยเป็นว่าวชนิดใดก็ได้แต่ต้องประดิษฐ์ขึ้นจากทีมงาน โดยมีภาพถ่ายยืนยันขณะปฏิบัติการประดิษฐ์ ให้ผู้แข่งขันตั้งชื่อว่าวและอธิบายแนวความคิดให้คณะกรรมการทราบ โครงว่าว ตัวว่าว และวัสดุตกแต่งจะทำจากวัสดุใดๆก็ได้ โดยไม่จำกัดขนาดของว่าวและความยาวของเชือกชัก

นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก ในฐานะคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า ชุมชนบ้านทุ่งประดู่เป็นหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน จากอดีตที่ผ่านมาช่วงฤดูกาลหน้ามรสุม หรือหน้าว่าว ตั้งแต่เดือน ธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ ชาวบ้านก็ต่างออกมาทำว่าวเล่นไม่ว่าจะเป็นว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา ว่าวแฟนตาซีต่างๆ ขึ้นมาเล่นกัน แต่ทุกวันนี้กีฬาชนิดนี้เริ่มสูญ หายไป เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยรู้จักการผลิตว่าว ในฐานะตนเองเป็นประธานกลุ่มรักษ์หาดทับ สะแกได้ตระหนักถึงเรื่องการอนุรักษ์ว่าว อนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ ที่มีมาในอดีต โดยในปีนี้จึงได้จัดเทศกาลว่าวนานาชาติขึ้นมาเป็นครั้งที่ 3 มีการแข่งขันประดิษฐ์ว่าว การวาดภาพระดับเยาวชน โดยมีถ้วยรางวัล งานจะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 10-11 พ.ค. 68 เวลา 11.00 น.- 23.00 น. ส่วนภาคกลางคืนจะมีอาหารพื้นบ้านมาจำหน่ายและมีดนตรีให้ชมกันตลอดงาน ( สามารถนำเก้าอี้สนาม แคมป์ปิ้ง มานั่งได้เลย )


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ประเพณีกวนข้าวทิพย์ ถวายเป็นพุทธบูชา “วันเข้าพรรษา”

จังหวัดลพบุรี – สืบสานประเพณีโบราณ กวนข้าว มธุปายาส หรือ ข้าวทิพย์ ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2568

ที่วัดนิคมสามัคคีชัย หรือ วัดบ่อ 6 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี พระภาวนาวชิรญาณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี (ธ) เจ้าอาวาสวัดนิคมสามัคคีชัย ให้ความเมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในประเพณีกวนข้าวทิพย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก

“วันวิสาขบูชา” ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งตรงกับวันประสูติวันตรัสรู้ และวันปรินิพพาน ของสมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยในปี พ.ศ.2568 นี้ ตรงกับ วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2568 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง) ตามประเพณีของคนไทยชาวพุทธ ซึ่งได้สืบทอดกันมาแต่โบราณ ก็จะมีการกวนข้าวทิพย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาใน “วันวิสาขบูชา” ด้วยมีความเชื่อและศรัทธาที่ว่าเป็นอาหารทิพย์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยแล้ว ได้บรรลุ อนุตร สัมมา โพธิญาณ ตรัสรู้อริยสัจสี่ (ทุกข์ สมุห์ทัย นิโรธ มรรค) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นการตรัสรู้อันยอดเยี่ยมไม่มีผู้เสมอเหมือน หลังจากที่ได้เสวยข้าวมธุปายาสหรือข้าวทิพย์ ที่นางสุดชาดาธิดาของเศรษฐีหมู่บ้านเสนานิคม ได้นำมาถวายก่อนที่พระพุทธองค์จะตรัสรู้ 1 วัน

ทั้งนี้ วัดนิคมสามัคคีชัย (บ่อ 6) ได้มีการจัดประเพณีกวนข้าวทิพย์ สืบเนื่องกันมากว่า 60 ปีแล้ว โดยใช้กระทะใบบัวขนาดใหญ่ ร่วม 11 ใบ กวย กวนข้าว มธุปายาส หรือ ข้าวทิพย์ บนเตาฟืน โดยนำ น้ำกะทิ, ถั่ว, งา, นม, น้ำตาล, น้ำผึ้ง, เนย ข้าวตอก, ข้าวเม่า, ธัญพืชต่าง ๆ ที่คั่วสุก มากวนรวมกันให้แห้ง เพื่อถวายแด่พระสงฆ์ และใช้แจกจ่ายให้แก่ผู้มาทำบุญกับทางวัดในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา เพื่อสืบสาน ประเพณีอันทรงคุณค่านี้ไว้ ให้เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลานไทยสืบไป และส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

อุทัยธานี คึกคัก!! หน่วยเลือกตั้ง เตรียมพร้อมเลือกตั้งเทศบาล 14 แห่ง

อุทัยธานี – คึกคัก!! หน่วยเลือกตั้ง เตรียมพร้อมเลือกตั้งเทศบาล 14 แห่ง

เมื่อช่วงสาย วันที่ 10 พ.ค.68 คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งของเทศบาลเมืองอุทัยธานี จำนวน 18 หน่วยเลือกตั้ง กำลังเร่งตรวจสอบ บัตรเลือกตั้ง หีบบัตร คูหา บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และวัสดุที่ใช้ในการเลือกตั้ง เพื่อเตรียมนำกลับไปจัดหน่วยเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอุทัยธานี ในวันพรุ่งนี้ 11 พฤษภาคม 2568 ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งในเทศบาลเมืองอุทัยธานี 3 เขตเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ใช้สิทธิเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ที่ครบวาระฯโดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล 14 แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลเมือง 1 แห่ง เทศบาลตำบล 13 แห่ง ภาย ใน 7 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอหนองขาหย่าง อำเภอหนองฉาง อำเภอทัพทัน อำเภอสว่างอารมณ์ อำเภอลานสัก และอำเภอบ้านไร่

นางสุธาทิพย์ ชคทานนท์ ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดอุทัยธานี เผยภาพบรรยากาศโดยรวมการรณรงค์หาเสียงแสวงหาคะแนนนิยม ของผู้สมัครของเทศบาลทั้ง 14 แห่ง ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับการป้องกันการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ส่งผู้ตรวจการเลือกตั้ง 5 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานของเจ้าพนัก งานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง และผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ดำเนินการ หรือปฏิบัติให้เป็นไปตามกฏหมาย เพื่อให้ผลการเลือกตั้งโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม เป็นไปตามกฏหมาย และเป็นที่ยอม รับของทุกฝ่ายดังกล่าว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

จ่อออกหมายเรียก “นักเลงคีย์บอร์ด” หมิ่นนักข่าวไทยรัฐเมืองแกลง หลังโพสต์ถ้อยคำหยาบ จ่อฟ้องอาญา-แพ่ง ไม่รับคำขอโทษ

ระยอง – จ่อออกหมายเรียก “นักเลงคีย์บอร์ด” หมิ่นนักข่าวไทยรัฐเมืองแกลง หลังโพสต์ถ้อยคำหยาบ จ่อฟ้องอาญา-แพ่ง ไม่รับคำขอโทษ

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 จากกรณีที่นายนพดล แสงวิลัย อายุ 63 ปี หรือ “อี๊ด ไทยรัฐ” ผู้สื่อข่าวไทยรัฐและไทยรัฐทีวีประจำอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.สามารถ รักอภัย สว.(สอบสวน) สภ.บ้านกร่ำ หลังถูกโพสต์และคอมเมนต์หมิ่นประมาทผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ชมรมพนักงานกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดระยอง”

จากกรณี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระหว่างที่นายนพดลลงพื้นที่รายงานข่าวอุบัติเหตุบริเวณจุดก่อสร้างถนนสาย 3648 ม. 10 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง โดยได้มีปากเสียงกับอาสากู้ภัยหญิงรายหนึ่ง ซึ่งถูกนำคลิปบางตอนไปเผยแพร่ในเพจดังกล่าว ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ส่งผลให้ผู้สื่อข่าวได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์

ความรุนแรงของเหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Tanit Korsem” หรือ นายธนิต กอเซ็ม เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย หมิ่นประมาทถึงบุพการีว่า “ไอ้นักข่าว แม่มึงตายวันไหนอ่ะ กูจะไปรุมถ่ายบ้าง” ซึ่งเข้าข่ายดูหมิ่นและแสดงความเกลียดชังอย่างรุนแรง

ล่าสุด พ.ต.ท.สามารถ รักอภัย ได้สอบปากคำนายนพดลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งในส่วนของคดีอาญาและคดีแพ่ง โดยอยู่ระหว่างเตรียมออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

นายนพดลเปิดเผยว่า จะไม่รับคำขอโทษใด ๆ จากผู้ก่อเหตุ พร้อมยืนยันจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปกป้องสิทธิของผู้สื่อข่าวจากการถูกกลั่นแกล้งหรือใช้ถ้อยคำดูหมิ่นในสื่อสังคมออนไลน์ “ผมไม่ได้ทำเพื่อส่วนตัว แต่เพื่อคนทำข่าวทุกคน ที่ต้องยืนอยู่แถวหน้าในเหตุการณ์ต่าง ๆ เราต้องได้รับความเคารพและความเป็นธรรมเช่นกัน” นายนพดลกล่าวอย่างเด็ดขาด


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าว ความมั่นคง รายงาน

ชัยวัฒน์ ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน ปมเจ้าหน้าที่ คทช.บุกตรวจโรงจอดรถ อ้างผิด พ.ร.บ.อาคาร

ชัยวัฒน์ ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน ปมเจ้าหน้าที่ คทช.บุกตรวจโรงจอดรถ อ้างผิด พ.ร.บ.อาคาร จี้ตรวจสอบมีเบื้องหลังการเมืองท้องถิ่นหรือไม่

9 พ.ค.68  นางสาวอรพรรณ นาคดี อายุ 42 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 บ้านคลองเก่า ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานรัฐ หลังเกิดกรณีมีเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พร้อมเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบโรงจอดรถในพื้นที่บ้านของเธอ โดยอ้างว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาต และอาจเข้าข่ายผิดกฎ หมายตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522

นางสาวอรพรรณ เปิดเผยว่า เธอรู้สึกไม่เข้าใจและรู้สึกถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม เพราะโรงจอดรถดังกล่าวเป็นเพียงโครงสร้างชั่วคราว เป็นหลังคาแบบเปิดโล่ง ไม่มีผนังหรือสิ่งปลูกสร้างถาวรใด ๆ มีไว้สำหรับจอดรถเพื่อกันแดดกันฝนเท่านั้น อีกทั้งยังอยู่ในเขตที่ดินที่ตนเองได้สิทธิครอบครอง ไม่ได้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนหรือพื้นที่ของรัฐแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่กลับสั่งให้เธอทำการรื้อถอนโรงจอดรถดังกล่าวโดยทันที มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำให้เธอรู้สึกว่ามีการเลือกปฏิบัติ เพราะในพื้นที่ใกล้เคียงก็มีบางหลังที่มีการก่อสร้างต่อเติมถาวรอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับไม่ได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

จากเหตุการณ์ดังกล่าว นางสาวอรพรรณจึงร้องขอความเป็นธรรมผ่านทางนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเคยมีบทบาทเด่นในการช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่ ให้ช่วยตรวจสอบกรณีนี้ เนื่องจากเธอสงสัยว่าอาจมีเบื้องหลังทาง การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบิดาของเธอเป็นหนึ่งในผู้สมัครลงเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งอาจเป็นเหตุผลให้มีการกลั่นแกล้งหรือสร้างสถาน การณ์เพื่อให้เสียคะแนนเสียงในช่วงใกล้การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่บางรายก็แสดงความเห็น พร้อมตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกันว่าการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อาจมีเบื้องหลังมากกว่าการบังคับใช้กฎหมายธรรมดาหรือไม่

ด้านนายพีรศักด์ จิวรนจนะโรดม นายกเทศมนตรีปากน้ำปราณเปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นอาจมีความคลาดเคลื่อนของข้อมูล เพราะทางเทศบาลไม่ได้มีคำสั่งให้รื้อถอน หรือจับกุมแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงคือ มีการก่อสร้างเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเพิ่งเริ่มก่อสร้างได้ประมาณ  3 เดือนที่ผ่านมา โดยทางเทศบาลได้เข้าไปตรวจสอบว่าอาคารที่ก่อสร้างนั้นมีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าพื้นที่นั้นอยู่ในเขตของรัฐ หรือเป็นการบุกรุกพื้นที่สาธารณะหรือไม่ เนื่องจากมีการก่อสร้างอยู่ใกล้ศาลาหมู่บ้าน และบางส่วนเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ปัจจุบันรัฐบาลกำลังสำรวจและขึ้นทะเบียนพื้นที่ของรัฐ เพื่อแยกแยะระหว่างที่ดินของหลวงและของประชาชน

สำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยว่ามีการกลั่นแกล้งหรือไม่ เพราะมีการตรวจสอบเฉพาะ 2 รายที่อยู่ติดศาลาหมู่บ้านนั้น จากบันทึกของกองช่างและป่าไม้พบว่า ไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติม แต่มีบางกรณีที่ประชาชนเปลี่ยนมือสิทธิ์ครอบครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เทศบาลต้องติดตาม ทั้งนี้ เนื่องจากปากน้ำปราณกำลังมีการพัฒนา และถนนเส้นนี้จะเชื่อมเข้าสู่หัวหิน ราคาที่ดินจึงมีแนวโน้มสูงขึ้น เทศบาลจึงต้องแจ้งประชาชนให้ทราบว่า ห้ามซื้อขายที่ดินในเขต คทช. เพราะเกรงว่าประชาชนจะถูกหลอกขายสิทธิ์โดยผิดกฎหมาย ขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ใด เป็นเพียงการตรวจสอบ โดยต้องรอผลจากภาพถ่ายทางอากาศเพื่อยืนยันแน่ชัดอีกครั้ง นายกเทศมนตรีกล่าว
 

นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า การตรวจสอบแผนที่และข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพื้นที่อยู่อาศัยในป่าชายเลน ต้องพิจารณาจากช่วงเวลาที่ประชาชนเข้าอยู่อาศัย โดยเฉพาะก่อนปี 2557 ซึ่งหากอยู่มาก่อน ก็ถือว่าสามารถทำกินต่อเนื่องได้ จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงนายอำเภอเข้าร่วมชี้แจงกับชาวบ้าน เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน

ทั้งนี้ การขออนุญาตปลูกสร้างบนที่ดินที่ไม่ใช่ที่บุกรุกถือว่าไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่ต้องทำ ให้ถูกต้อง ส่วนพื้นที่ที่มีข้อสงสัย ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากภาพถ่ายและหลักฐาน ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นที่อยู่อาศัยมาแล้วก่อนหน้า ไม่ใช่การบุกรุกใหม่ โดยย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การเอาผิดฝ่ายใด แต่เป็นการสร้างความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้าน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยภายใต้กฎหมาย และขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงการรักษาทรัพยากร ธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน


นัครินทร์/รายงานข่าว

หนุ่มใหญ่ก๊งหนัก หน้ามืด วูบพลัดตกสระ จมน้ำดับ

นครพนม – หนุ่มใหญ่ก๊งหนัก ฮีทสโตรกหน้ามืด วูบพลัดตกสระ หัวทิ่มกลิ้งลงน้ำจมดับ พบกองขวดเหล้าขาวขอบสระ จำนวนมาก

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 9 พ.ค.2568 ร.ต.อ.พะยูง ศรีโฮง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำ บ้านหนองเดิ่น หมู่ 23 ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม หลังรับแจ้งจึงประสานแพทย์เวร รพ.นครพนม พร้อมตำรวจชุดสืบสวน และ รถกู้ชีพ อบต.บ้านผึ้ง รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำกว้าง 15 เมตร ยาว 15 เมตร ความลึก 2 เมตร พบศพนายวรรณรบ ศรีบุตร อายุ 49 ปี ชาวบ้าน บ.หนองเดิ่น ต.บ้านผึ้ง สภาพศพสวมกางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมเสื้อ นอนคว่ำหน้า มีเลือดออกที่ใบหูสองข้างและปาก พบบาดแผลถลอกหน้าแข้งทั้งสองข้าง ใกล้กันพบกระต๊อบปลูกสร้างริมสระซึ่งเป็นของผู้ตาย และยังพบขวดจำนวนมากกองอยู่ริมสระ นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์ของผู้ตายวางอยู่โต๊ะนั่งเล่นริมขอบสระ แพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 12-16 ชั่วโมง

นายศรีไพ ท้าวใจคง อายุ 53 ปี เพื่อน เปิดเผยว่า ตนมากินนอนกับผู้ตายที่ริมสระมานานกว่า 3 เดือนแล้ว ขณะจะนำไม้ฟืนจะเข้าเตา ไม่เจอผู้ตายจึงได้เดินวนหารอบสระ จึงพบร่างนายวรรณรบ นอนคว่ำหน้าริมน้ำภายในสระ จึงได้ตะโกนเรียกว่ามานอนอยู่ที่นี่ทำไหม ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ พบเห็นเลือดออกที่ปากและจมูกและใบหูสองข้าง จึงได้วิ่งไปบอกญาติในหมู่บ้านห่างจากจุดเกิดเหตุราว 1 กิโลเมตร มาดูก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

ขณะที่นางพัชรี นาจาร อายุ 46 ปี ภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ตายเคยมีปากเสียงทะเลาะระหองระแหงกันบ่อยครั้ง สามีจึงมาสร้างกระต๊อบนอนอยู่ที่เถียงนาริมสระน้ำมานานกว่า 1 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน พบสามีครั้งสุดท้ายช่วง 1 ทุ่มของวันที่ 8 พ.ค.68 ปกติสามีจะเข้าไปอาบน้ำในหมู่บ้านทุกวันช่วงเย็น แต่วันนี้ไม่พบญาติมาแจ้งว่าเสียชีวิตแล้ว จึงได้ออกไปดุจุดเกิดเหตุ

ด้าน น.ส.จันทร์จิรา ศรีบุตร อายุ 35 ปี น้องสาวผู้ตาย กล่าวว่า ทีแรกไม่คิดว่าพี่ชายจะจมน้ำตาย เพราะมีเลือดออกที่ปากจมูกและหู เบื้องต้นสงสัยอาจจะถูกฆาตกรรมอำพราง เนื่องจากน้ำที่ผู้ตายจมตื้นเขิน และวันนี้พี่ชายไม่ได้ดื่มเหล้า หลังแพทย์ชันสูตรพลิกศพ บอกสาเหตุการเสียชีวิตว่าอาจจะวูบหกล้มร่างกายกระแทกโขดหินขอบสระ จึงไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต

คาดว่าผู้ตายอาจดื่มเหล้ามากและเกิดฮีทโตรก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด อาจเป็นลมล้มวูบ ไม่มีใครพบเห็นและช่วยเหลือ กระทั่งศีรษะจมน้ำขาดอากาศหายใจ หลังแพทย์ชันสูตรพลิกศพ เสร็จจึงมอบร่างให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


ฟร้อง เทพ โอ๋ นครพนม รายงาน

“อาจารย์เติ้ลตะวัน” หมอดูชื่อดัง บวงสรวง พญาอนันตนาคราชพันเศียร ที่วัดพลายชุมพล คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ด

สุโขทัย – “อาจารย์เติ้ลตะวัน” หมอดูชื่อดัง บวงสรวง พญาอนันตนาคราชพันเศียร” ที่วัดพลายชุมพล คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.09 น. วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 “อาจารย์เติ้ลตะวัน” หมอดูเศรษฐีพันล้าน เจ้าของอุทยานนาควัตร จ.อุบลราชธานี เดินทางทำพิธีบวงสรวงเจ้าปู่ศรีสุทโธ เจ้าย่าศรีปทุมมา และ 9นาคาธิบดี 4 ตระกูล เพื่อเปิดภพภูมิพญานาค เปิดโชคลาภเบิกทรัพย์ ให้แก่บรรดาศิษยานุศิษย์ที่มีความเลื่อมใสศรัทธา ณ ลานองค์พญานาค 1,000 เศียร ริมสระมรกต ภายในวัดพลายชุมพล บ้านหางคลอง หมู่5 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.สุโขทัย โดยมี “หมอเค้ก” Magic stone ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ชื่อดัง แห่งสำนักดลบันดาล จ.อุบล ราชธานี และ ศิษยานุศิษย์ ร่วมในพิธีแน่นขนัด หลังจากนั้น “อาจารย์เติ้ลตะวัน” และ “หมอเค้ก” ได้แจกข้าวสาร ไข่ไก่ และน้ำดื่ม จำนวน 50 ชุด ให้แก่ชาวบ้านหางคลองที่มาร่วมพิธี เพื่อเป็นทานบารมีอีกด้วย

“อาจารย์เติ้ลตะวัน”กล่าวว่า ตนมีความเชื่อและศรัทธาในเจ้าปู่ศรีสุทโธและเจ้าย่าศรีปทุมมา เมื่อทราบว่า ทางวัดพลายชุมพล มีองค์พญานาค 1,000 เศียร ประดิษฐานอยู่ จึงขออนุญาต “พระอาจารย์นาค” หรือ พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ เจ้าอาวาส เพื่อทำพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ และที่พลาดไม่ได้สำหรับคอหวยและนักเสี่ยงโชคคือ เลขเด็ดจากก้านธูปที่จุดในพิธีคือ 270 และ เลขจากปลายประทัดคือ 834 และ 51


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

วันนี้ (9 พ.ค. 2568) เวลา 08.27 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธ ศักราช 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงมณฑลพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนายาตราขบวน พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทอง – เงิน ออกจากโรงพิธีพราหมณ์ เมื่อถึงหน้าพระที่นั่ง พระยาแรก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วออกไปประกอบพิธีแรกนา เจ้าหน้าที่จูงพระโคเทียมแอก พระยาแรกนาเจิมพระโคและคันไถ แล้วจึงไถดะไปโดยรี 3 รอบ โดยขวาง 3 รอบ หว่านธัญพืช โหรหลวงลั่นฆ้องชัย แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เจ้าพนักงาน ปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพีกลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เชิญของกินเสี่ยงทาย 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค

เสร็จแล้ว นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูลถวายคำพยากรณ์การเสี่ยงทายผ้าของพระยาแรกนาสำหรับนุ่งไปประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และการเสี่ยงทาย พระโคกินเลี้ยง การนี้

พระยาแรกนาหยิบเสี่ยงทายผ้านุ่ง 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี การเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง พระโคกินน้ำ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง

ต่อจากนั้น รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูลเบิกผู้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 ประกอบด้วย ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน จำนวน 3 สาขา, เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 16 สาขาอาชีพ, ผู้แทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 12 กลุ่ม และผู้แทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 7 สหกรณ์

เสร็จแล้ว พระยาแรกนายาตราขบวนพร้อมด้วยเทพี ออกจากโรงพิธีพราหมณ์ เมื่อถึงหน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกพลับพลาพิธี ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังแปลงนาสาธิต สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ทอดพระเนตรพระยาแรกนาหว่านข้าวในแปลงนาสาธิต สำหรับปลูกไว้เก็บเมล็ดพันธุ์ เพื่อใช้ในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีต่อ ๆ ไป


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ พระราชพิธีพืชมงคล 2568 ณ วัดพระแก้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง

วันนี้ (วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘) เวลา ๑๘.๑๕ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ
พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางกระทงดอกไม้บนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงศีล พระราชาคณะประธานสงฆ์ถวายศีล จบแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังธรรมาสน์ศิลา ทรงพระสุหร่ายสรงพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๙
พระคันธารราษฎร์องค์ใหญ่ รัชกาลที่ ๑๐ พระคันธารราษฎร์จีนนั่ง รัชกาลที่ ๑๐ พระคันธารราษฎร์จีนยืน รัชกาลที่ ๑๐ พระคันธารราษฎร์บันได รัชกาลที่ ๑๐ พระคันธารราษฎร์รวงข้าว รัชกาลที่ ๑๐ พระบัวเข็ม พระพลเทพ พระโคศุภราช และทรงประพรมพืชต่าง ๆ ทรงโปรยดอกไม้และถวายพวงมาลัยที่พระพุทธรูปทุกองค์

จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระคันธารราษฎร์ ทรงอธิษฐานขอความสมบูรณ์แห่งพืชผลของราชอาณาจักร พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ทรงหลั่งน้ำสังข์ ทรงเจิม และพระราชทานพระธำมรงค์กับพระแสงปฏักแก่นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา จากนั้น ทรงหลั่งน้ำสังข์ และทรงเจิมผู้เป็นเทพีในการแรกนาขวัญ

เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ