เทศกาลงานงิ้วศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศรีประจันต์ ปีที่92 คึกคัก

ที่ศาลเจ้าพ่อศรีประจันต์ ริมแม่น้ำท่าจีน อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลงิ้วปีที่ 92 ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศรีประจันต์ คนจีนเรียก บ่วงกั่ง โปวเจ่ง เจียะปึงเถ่ากง จัดว่าเป็นเทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่น ที่ชาวชุมชนตลาดอำเภอศรีประจันต์รวมเป็นหนึ่ง ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งมีนางมณฑา ฉันทดิลก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวธัญญารัตน์ กาญจนรัตน์ นายอำเภอศรีประจันต์ และชาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมงานกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาเย็นชุ่มฉ่ำ

โดยมีนายอาทิตย์ สุริยะพันธุ์พงศ์ (เฮียหนุ่ม) ประธานศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศรีประจันต์ ร่วมกับคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศรีประจันต์ และชาวไทยเชื้อสายจีน จัดเทศกาลงานงิ้ว ปีที่ 92 ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศรีประจันต์ เพื่อสืบสานประเพณีของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี และให้นักท่องเที่ยวและชาวไทยเชื้อชายจีน มากราบสักการะ ขอพร เจ้าพ่อหลักเมืองศรีประจันต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศรีประจันต์ มีอายุเก่าแก่เกือบ 100 ปี มีความศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถมาสักการะขอพรเจ้าพ่อได้ทั้งเรื่อง การเงิน การงาน ค้าขายและโชคลาภ โดยมีชาวต่างชาติให้ความสนใจมาร่วมงานด้วย

ภายในงานชมการแสดงงิ้ว มังกร 9 เซียน สิงโตผาดโผน มังกรทองพ่นไฟ งิ้วเปลี่ยนหน้ากากพ่นไฟ โชว์การแสดงต่อตัวของคณะสิงโตและการแสดงอีกมากมาย ซึ่งงานงิ้วที่ขาดไม่ได้จะต้องมีร้านขนมโบราณน้ำตาลปั้น สีสันสดสวยมาขาย อิ่มอร่อยกับมหกรรมร้านอาหารอร่อย ทั้งอาหารคาว หวาน ขนมสาลี่เจ้าดังลุงพงษ์ลงพุง ต้มโคล้งปลาย่าง กุนเชียงปลาสลิด ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ผัดไทย หอยทอด ที่เป็นอาหารสูตรโบราณ เก่าแก่ของชุมชน ของดีของเด็ดในตลาดเก่าอำเภอศรีประจันต์ มากมาย พบกับเทศกาลอาหารอร่อย อาหารคาว หวาน สูตรโบราณ รสเด็ด อีกมากมาย ร้านค้ามากกว่า 40 ร้านค้า

ชิม ช็อป รับประทานอาหารอร่อย บรรยากาศริมน้ำท่าจีน ชมการแสดงงิ้ว และการแสดงของเด็กนักเรียนลูกหลานชาวศรีประจันต์ทุกคืน จะมีการประมูลตะเกียงเจ้าพ่อ คืนวันเสร์ที่ 17 พ.ค.2568 สำหรับเทศกาลงานงิ้วปีที่ 92 ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศรีประจันต์ มีไปจนถึงวันที่ 21 พ.ค. 2568


ภัทรพล พรมพัก /สุพรรณบุรี

ผู้การนครปฐมฯ แถลงข่าวจับกุมแอดมินเว็บพนัน ยึดทรัพย์สินมูลค่านับ 10 ล้าน

ผู้การนครปฐมฯ แถลงข่าวจับกุมแอดมินเว็บพนัน ยึดทรัพย์สินมูลค่านับ 10 ล้าน

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม นำทีมแถลงผลการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในคดีเว็บพนันออนไลน์ โดยมีผู้ต้องหาถูกจับกลุ่มหลายราย และสามารถติดตามยึดทรัพย์สินเบื้องต้นได้มูลค่านับ 10 ล้านบาท โดยตรวจสอบพบว่าสองผู้ต้องหาได้มีการนำเซิร์ฟเวอร์มาติดตั้งไว้ที่เขตอำเภอเมืองนครปฐม จึงได้มีการสืบข่าวและติดตามจับกลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีกระแสรายงานว่า ทั้งคู่มีข้าราชการระดับสูงอยู่เบื้องหลัง ซึ่งทางตำรวจจะมีการติดตามขยายผลถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นจริงจะมีการออกหมายจับและติดตามจับต่อไป

ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิลก รองผบก.ภ.จว.นครปฐม แถลงผลการจับกลุ่มเว็บพนันออนไลน์ โดยสามารถจับผู้ต้องหาได้ 7 ราย และยึดทรัพย์สินหลายรายการมูลค่านับ 10 ล้านบาท โดยเป็นกลุ่มแอดมินที่อยู่ในจังหวัดนครปฐม

ซึ่งการจับกลุ่มดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ได้ทำการสืบหาข่าว จนกระทั่งพบว่า นายกรกฏ พบสุข อายุ 30 ปี และนางสาวศศิพร ขนุนทอง อายุ 24 ปี เป็นเจ้าของเว็บพนัน pananthai.com และ play.surinam888.com ซึ่งได้มาตั้งในพื้นที่เขตอำเภอเมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานและออกหมายจับทั้งคู่พร้อมปูพรหมเข้าค้นเป้าหมาย 10 แห่ง แบ่งเป็น จังหวัดนครปฐม 4 แห่ง, จังหวัดชลบุรี 1 แห่ง และกรุงเทพมหานคร 5 แห่ง พร้อมด้วยของกลาง 16 รายการ เช่น รถยนต์เก๋งยี่ห้อฟอร์ดมาแต่งสองประตูสีแดง ทะเบียน 9 กฉ 42 กทม., รถกระบะยี่ห้อฟอร์ดเรนเจอร์ สี่ประตู สีเทา ทะเบียน 9 กล 7422กทม., อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตรหนึ่งกระบอก พร้อมกระสุนปืน 40 นัด, คอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง, โน๊ตบุ๊ก 4 เครื่อง, เราเตอร์ 5 ตัว,โทรศัพท์สองเครื่อง iPad 1 เครื่อง, สมุดบัญชี 17 เล่ม, บัตรเอทีเอ็ม สองใบ, แก้วน้ำ, กระเป๋าเดินทาง, ผ้าห่มและเสื้อสกรีน เว๊บพนัน หลายรายการ

นอกจากนี้ยังมีการติดตามกับกลุ่มผู้ร่วมโครงการอีก 7 คน ประกอบด้วย นายธงชัย อายุ 31 ปี, นายวรรชธร อายุ 30 ปี, นายเจริญ อายุ 28 ปี, นายนรพันธ์ อายุ 25 ปี, นายภุชงค์ อายุ 33 ปี, นายธนากร อายุ 22 ปี, นางสาวณฐมน อายุ 26 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายกรกฏ ในข้อหาไม่แจ้งย้ายทะเบียนกับนายทะเบียน ที่ จ.ชลบุรี และนางสาวศศิพร ตามหมายจับศาลจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งพบว่ามีการตั้งเซิร์ฟเวอร์ไว้ที่จังหวัดนครปฐม ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดจะมีการสอบสวนเพื่อขยายผลและแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป โดยทราบว่ามีข้อมูลที่ต้องตรวจสอบคือเว็บดังกล่าวมีข้าราชการอยู่เบื้องหลัง ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในการตรวจสอบและข้อเท็จจริงแต่จะมีการออกหมายจับและติดตามจำนวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

แพทย์ทหารเตือน เมื่อถูกสุนัข-แมว กัด-ข่วน ต้องรีบล้างแผลแล้วฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

แพทย์ทหารเตือน เมื่อถูกสุนัข-แมว กัด ข่วน ต้องรีบล้างแผลแล้วฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โรคพิษสุนัข ก่อโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สามารถติดต่อมาสู่คนได้ และพบได้ตลอดปี แต่ช่วงอากาศร้อนทำให้สัตว์เลี้ยงมีอาการหงุดหงิดง่าย ผู้ใกล้ชิดสัตว์จึงมีโอกาสเสี่ยงถูกกัดได้บ่อย นอกจากนี้ เมื่อสัตว์หงุดหงิดก็อาจทำให้สัตว์กัดกันเอง จึงเป็นสาเหตุให้สัตว์ที่ปกติมีโอกาสติดเชื้อ และได้รับเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าไปด้วย และเป็นสาเหตุว่าทำไมช่วงหน้าร้อนถึงพบผู้ป่วย หรือสัตว์ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าสูงกว่าฤดูกาลอื่น

โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น สุนัข แมว โค กระบือ หนู กระรอก กระต่าย ลิง ค้างคาว ในประเทศไทยมักพบใน สุนัข แมว โค และกระบือ

ผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าจะมีอาการเบื่ออาหาร เจ็บคอ ปวดเมื่อย มีไข้ อ่อนเพลีย ชา เจ็บ เสียว หรือปวดบริเวณรอยแผลที่ถูกกัด คันอย่างรุนแรงบริเวณบาดแผล ต่อมาจะมีอาการกระสับกระส่าย ไวต่อเสียงดัง เพ้อ กลัวแสง กลัวลม กลัวน้ำ กลืนลำบาก แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ชัก เกร็ง เป็นอัมพาต หมดสติ โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคอันตรายถึงแก่ชีวิต หากติดเชื้อนี้แล้วไม่ไปฉีดวัคซีนป้องกันจะต้องเสียชีวิตทุกราย

ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร มีความห่วงใยจากภัยดังกล่าว ต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงขอให้ป้องกันตนเองจากโรคพิษสุนัขบ้า โดยใช้หลัก “5 ย.” คือ

1) อย่าแหย่ – อย่าแหย่ให้สุนัขโกรธหรือโมโห
2) อย่าเหยียบ – อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้มันตกใจ
3) อย่าแยก – อย่าใช้มือเปล่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกัน
4) อย่าหยิบ – อย่าหยิบชามอาหารของสุนัขขณะกำลังกิน
5) อย่ายุ่ง – อย่ายุ่งกับสุนัขที่ไม่รู้จักหรืออยู่นอกบ้าน รวมถึงสุนัขที่ไม่ทราบประวัติ

นอกจากนี้ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์หรือซากสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า และไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีเชื้อโรคหรือดื่มน้ำนมจากสัตว์ที่ติดโรคนี้ หากประชา ชนถูกสุนัข กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบ “ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ” คือ ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาด เปิดให้ไหลผ่านบาดแผล ถูสบู่อย่างแผ่วเบาให้เข้าถึงรอยลึกของบาดแผล อย่างน้อย 15 นาที ทายาด้วยโพวิโดน-ไอโอดีน รีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบ ตรงตามวันนัด กักสัตว์เพื่อดูอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์ตายให้ส่งสัตว์ตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้ผู้เลี้ยงควรนำสุนัข และแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี ซึ่งจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์อยู่สูงถึงระดับที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ และหากมีอาการเจ็บป่วยดังกล่าว ขอให้รีบไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อคัดกรอง วินิจฉัย และเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชน ในยามวิกฤตทุกโอกาส


กอ.รมน.พิษณุโลก ขอเชิญร่วมประกวดสุนทรพจน์ หัวข้อ “เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎา มหามงคล”

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ขอเชิญชวนร่วมประกวดสุนทรพจน์ หัวข้อ “เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎา มหามงคล”

ด้วยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก จัดกิจกรรมการประกวดสุนทรพจน์ หัวข้อ “เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎา มหามงคล” เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ ตระหนักรู้ถึงความสำคัญ ความภาคภูมิใจ ถึงความเป็นคนไทย รักแผ่นดินไทย รักสถาบันหลักของชาติ อันประกอบด้วย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ด้วยการน้อมนําศาสตร์พระราชา ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งสามารถนําไปประยุกต์ใช้ในการดํารงชีวิต ทําให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการทรงงานเพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

โดยมีคุณสมบัติและรายละเอียดดังนี้.-

  1. คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด : เป็นเยาวชนในสถานศึกษาระดับมัธยม หรือเทียบเท่า ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ที่มีสัญชาติไทย อายุระหว่าง 16 – 18 ปี โรงเรียน/สถาบันการศึกษาละไม่เกิน 2 คน
  2. เงินรางวัล พร้อมโล่และเกียรติบัตร ผลการประกวด
    2.1 ชนะเลิศ 10,000 บาท (ไปต่อการประกวดระดับภาค)
    2.2 รองชนะเลิศ 5,000 บาท
    2.3 ชมเชย 2,000 บาท
  3. สถานที่การประกวด : ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก (หมดเขตรับสมัครวันที่ 5 มิถุนายน 2568)

ในการนี้ กองทัพภาคที่ 3 จึงขอเชิญชวนเยาวชนในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา หรือเทียบเท่า เข้าร่วมการประกวดดังกล่าว เพื่อชิงเงินรางวัล รวมทั้งโล่ และเกียรติบัตร สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ร้อยโท ทรงพล ด้วงภู่ รองหัวหน้าชุดวิทยากรขุนด่าน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก หมายเลขโทรศัพท์ 083-953-6842 และ 055-248-842 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


กองทัพภาคที่ 3 สรุปผลการปราบปราม นำเข้าสินค้าทางการเกษตรผิดกฎหมาย ในพื้นที่ภาคเหนือ ห้วงตุลาคม 2567 – เมษายน 2568

กองทัพภาคที่ 3 – การปราบปรามการนำเข้าสินค้าทางการเกษตรผิดกฎหมายในพื้นที่ภาคเหนือ ห้วงเดือนตุลาคม 2567 – เมษายน 2568

ตามที่รัฐบาล โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้มีนโยบายให้มีการบูรณาการในการดำเนินการ สกัดกั้น ปราบปราม และจับกุมขบวนการการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรผิดกฎหมายอย่างจริงจังนั้น มีผลสรุปการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งมีเหตุการณ์การจับกุมและปราบปราม ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ห้วงเดือนตุลาคม 2567 – เมษายน 2568 รายละเอียดดังนี้.-

  1. กองกำลังนเรศวร (จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน) จับกุมรายการสินค้าผิดกฎหมายได้ จำนวน 4 ครั้ง ดังนี้.-
    1. หัวบุก จำนวน 54 กระสอบ รวม 1,500 กิโลกรัม
    2. เมล็ดข้าวโพด รวม 7,000 กิโลกรัม
    3. ถั่วลิสง จำนวน 240 กระสอบ รวม 11,040 กิโลกรัม
    4. พริกสด จำนวน 55 กระสอบ รวม 1,500 กิโลกรัม
  2. กองกำลังผาเมือง (จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย) จับกุมรายการสินค้าผิดกฎหมายได้ จำนวน 5 ครั้ง ดังนี้.-
    1. ข้าวเปลือก จำนวน 19 กระสอบ รวม 900 กิโลกรัม
    2. เมล็ดยางพารา จำนวน 4 กระสอบ รวม 120 กิโลกรัม
    3. งาแดง จำนวน 79 กระสอบ รวม 3,160 กิโลกรัม
    4. ชิ้นส่วนหมูแช่แข็ง รวม 2,520 กิโลกรัม

ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ในการสกัดกั้นและปราบปราม การลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรผิดกฎหมายไม่ผ่านการเสียภาษี ทำให้ประเทศชาติเสียผลประโยชน์ ไม่มีการตรวจสอบและกักกันโรค รวมทั้งไม่มีการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อพี่น้องประชาชนผู้บริโภคได้

อีกทั้ง หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือมีเบาะแสข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรผิดกฎหมาย ขอความกรุณาได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการปราบปรามและจับกุม อย่างเป็นรูปธรรมตามกฎหมาย และหากพี่น้องประชาชนมีความประสงค์จะส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยตรง ให้กับ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ Applications Line ชื่อ “สายตรงแม่ทัพภาคที่ 3” ID Line : ISOC3 เพื่อรับทราบข้อมูลและนำไปสู่การปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย สร้างความมั่นคงให้สังคมไทยสืบไป


ตร.ชุดสืบแถลงผลการจับกุมโจรอ้วน-ผอม ลักทรัพย์โต๊ะเก้าอี้

นครนายก – ตร.ชุดสืบแถลงผลการจับกุมโจรอ้วน-ผอม ลักทรัพย์โต๊ะเก้าอี้

วันที่ 14 พ.ค. 68 เวลา 16.00 น. ที่บริเวณหน้ากองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จังหวัดนครนายก พล.ต.ต.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.นครนายก, พ.ต.อ.เผ่าภากร รามนุช รอง ผบก.ภ.จว.นครนายก, พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.นครนายก ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์ 2 ราย 1.นายวีรศักดิ์ ไตรโพธิ์ หรือนายเก่ง อายุ 50 ปี อยู่ม.3 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.นครนายก (ตัวผอม), 2.นายยุธชัย สอนพันธ์ หรือนายเจี้ยบ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ ข3-210 ต.นครนายก อ.เมือง จ.นครนายก (ตัวอ้วน) ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ยังใส่กำไลข้อเท้าติดตามตัว ในข้อหายาเสพติดอยู่ด้วย

โดยฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร” พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน, โต๊ะสนามอัลลอยด์ สีขาว 1 ตัว, เก้าอี้สนามอัลลอยด์ สีขาว 2 ตัว ก่อเหตุเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 22.50 น. บริเวณหน้าร้านรับทำบัญชีเลขที่ 278 ม.3 ต.พรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก ซึ่งคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ พ่วงข้าง ก่อเหตุลักทรัพย์ชุดโต๊ะสนามอัลลอยด์ (โต๊ะ 1 ตัว เก้าอี้ 2 ตัว) แล้วหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการสืบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือนายเก่ง บ้านอยู่แถวประตูคลองส่งน้ำ ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.นครนายก จึงได้ดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์ตามข่าวการสืบสวน บริเวณซอยไม่มีชื่อ (ซอยส่วนบุคคล) ม.3 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.นครนายก ได้พบนายเก่ง ทราบชื่อต่อมาคือนายวีรศักดิ์ ไตรโพธิ์ จึงดำเนินการควบคุมตัวนายเก่ง หรือนายวีรศักดิ์ฯ

นายวีรศักดิ์ฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นบุคคลที่ทำการลักทรัพย์โต๊ะสนามอัลลอยด์ ที่เกิดเหตุดังกล่าวจริง โดยหลังจากที่นำโต๊ะที่ได้จากการลักทรัพย์มาแล้ว ได้นำไปฝากนายเจี๊ยบหรือนายยุธชัย สอนพันธ์ ที่บ้านเลขที่ ข3-210 ต.นครนายก อ.เมือง จ.นครนายก เพื่อฝากขาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ได้พบนายยุธชัย และชุดโต๊ะสนาม จึงทำการตรวจยึดไว้ และได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เสื้อ กางเกง และหมวกไหมพรม ที่นายเก่งใช้สวมใส่ในวันที่ก่อเหตุ และจับกุมบุคคลทั้ง 2 คน ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร” และยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายนำหลักฐานเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม ว่าถูกคนคนเดียวกันนี้ก่อเหตุขโมยโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ไปเมื่อปี 67 ซึ่งทางผู้เสียหายได้แจ้งความเอาไว้แล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.เมืองนครนายก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ไอ้เตี้ย ยังแสบพลิกลิ้นได้อีก สารภาพ 2 ครั้งไม่ตรงกัน

ไอ้เตี้ย – ยังแสบพลิ้วพลิกลิ้นได้อีก สารภาพ 2 ครั้งแต่ดันไม่ตรงกัน ตำรวจเร่งสอบสวนก่อนครบ 48 ชม. ยันไม่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช 21.45 น.วันที่ 13 พ.ค.68 ชุดสืบสวนกองบัญชาการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 คุมตัว ไอ้เตี้ย หรือนายเจริญ ศรีจำรัส อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าชิงทรัพย์ยายนิล หรือนางหนูนิล นิจภาพ อายุ 89 ปี กลับมาจากท้องที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังถูกจับกุมตัวได้เมื่อช่วงสาย

หลังจากนั้นนำชี้ร้านทองที่นำทรัพย์สินที่ได้จากยายนิลไปขายและนำเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งซื้อทองรูปพรรณขนาด 2 สลึง รวม 2 เส้นน้ำหนักรวม 1 บาท ซักถามเบื้องต้น จากชุดจับกุมรวมทั้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ท้องที่เกิดเหตุ พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นหลักฐาน

เมื่อมาถึงนายเตี้ยอยู่ในสภาพสวมหมวกกันน็อค สวมเสื้อเกราะ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์มีการป้องกันความปลอดภัยอย่างเต็มที่ จากนั้นได้ถุกคุมตัวไปยังห้องประชุมชั้นสองที่มี พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบช.ภ.8, พ.ต.อ.นัฎฐวุฒิ ทองทิพย์ รองผบก.ภ.นครศรี ธรรมราช, พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก. สภ.เมือง นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รอสอบข้อมูลด้วยตัวเอง

หลังปิดห้องประชุมสอบข้อมูลพักใหญ่ได้เปิดโอกาสให้ สื่อเข้าซักถามนายเจริญ โดยพบเป็นการสารภาพที่มีความคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับคำให้การที่ สภ.เกาะสมุย ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน มีเวลา ใการสอบสวน ก่อนส่งฝากขังต่อไป


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

สายใยแห่งมิตรภาพที่ยั่งยืน บทสรุปความสัมพันธ์ไทย-ภูฏาน และการรักษาสายสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศ

สายใยแห่งมิตรภาพที่ยั่งยืน : บทสรุปความสัมพันธ์ไทย-ภูฏาน และการรักษาสายสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศ

นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหลังจากเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ หรือ State Visit โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี มีกำหนดเสด็จเยือนราชอาณาจักรภูฏาน ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๘ เมษายน ๒๕๖๘ ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน

การเสด็จเยือนภูฏานในครั้งนี้เป็นการยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองราชวงศ์ให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยเสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานที่สำคัญต่างๆ ในราชอาณาจักรภูฏาน ทำให้ทั่วโลกได้เห็นว่าสถาบันกษัตริย์ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนทั้งชาวไทยและภูฏาน ภาพที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนคือภาพที่ประชาชนภูฏานนับแสนคนเดินเท้าขึ้นมาจากกรุงทิมพู เพื่อมารวมตัวกันเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี

ในการเสด็จพระราชดำเนินไปถวายพระบรมสารีริกธาตุ ณ สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดอร์เดนมาพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่เหนือหุบเขาทิมพู ซึ่งอยู่สูงจากกรุงทิมพูซึ่งเป็นเมืองหลวง โดยสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ ๒,๐๐๐ เมตร พร้อมด้วยคณะสงฆ์ไทยและคณะสงฆ์ภูฏานฝ่ายละ ๗๔ รูป ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยตัวเลขประชากรของภูฏานทั้งประเทศอยู่ที่ ๗ แสนคน ภาพที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างสองราชวงศ์ที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนามาอย่างช้านานหากปราศจากแรงศรัทธาย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้

ไทยและภูฏานได้สถาปนาทางการทูตอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ พ.ศ ๒๕๓๒ ทำให้เห็นว่าทั้งสองประเทศมีมิตรภาพที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งสองประเทศได้มีความร่วมมือระหว่างกันจนทำให้ภูฏานมีโครงการที่ต่อยอดให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาทิ โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภูฏานในชื่อโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (One Gewog One Product – OGOP) โครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวง และกระทรวงเกษตรและปศุสัตว์ภูฏานในการพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูงของภูฏาน เป็นต้น

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ได้เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือมูลนิธิโครงการหลวงของไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภูฏานรวมทั้งการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ได้ทรงทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมของภูฏาน ได้แก่ การแสดงศิลปะการยิงธนูกีฬาพื้นบ้าน และงานหัตถกรรมและสิ่งทออีกด้วย

การเจริญสัมพันธไมตรีในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความปิติยินดีและไมตรีจิตของทั้งสองประเทศ ที่เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนการเชื่อมความสัมพันธ์ที่อบอวลด้วยความรัก ความปรารถนาดี ตลอดจนความร่วมมือด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา

#ทรงพระเจริญ#สืบสานรักษาต่อยอด#สายใยมิตรภาพไทยภูฏาน#เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏาน#การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรัชสมัย


พระลาน

งูหลามตัวเขื่อง ลายด่างสลับดำ เลื้อยซุกชั้นวางรองเท้า เด็กหญิงเห็นร้องลั่น ไม่กล้าลงบ้าน

จังหวัดลพบุรี – งูหลามของแท้ ตัวเป็นๆ สีดำสลับด่างหลบอยู่ที่เก็บร้องเท้า เด็กหญิงกำลังจะเดินขึ้นห้องพัก เหลือบไปเห็นร้องลั่นบ้านปิดประตูขังตัวเองไม่กล้าลงมาจากบ้าน กู้ภัยฯ เร่งช่วยจับพบเป็นงูหลามสีสวย หายาก ไม่ดุร้ายเมือนงูเหลือม คาดแอบกินนกพิราบไปหลายตัวจนท้องป่องขอนอนเอาแรงหรือหนีฝนมาหาไออุ่นตู้ร้องเท้า

วันที่ 13 พ.ค. 68 อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งลพบุรี รับแจ้งจากอู่ช่างต่อ เลขที่ 4 หมู่ที่ 11 ต.นิคมสร้างตนเอง เมืองลพบุรี ว่ามีงูไม่ทราบชนิด เข้ามานอนขดอยู่ที่ตู้ใสรองเท้า ขอกู้ภัยฯ ช่วยจับด้วย กู้ภัยฯ ไม่รอช้านำอุปกรณ์จับงูเดินทางไปที่อู่ดังกล่าว พบนายนพพล เมษา อายุ 32 ปี ได้พาทีมกู้ภัยฯชำนาญการ และผู้สื่อข่าวเข้าไปชี้ให้ดูชั้นเก็บรองเท้าวางอยู่หน้าห้องนอน ชั้น 2 ติดห้องนอนของหลานสาว ซึ่งยังได้ยินเสียงร้องให้ด้วยความกลัวอยู่ เจ้าหน้าที่ก้มลงไปดู เห็นว่าเป็นงูหลาม สีดำสลับลาย ซึ่งงูชนิดนี้ไม่ค่อยได้พบ ซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นวางรองเท้าชั้นล่าง จึงนำไม้มาแหย่ให้งูเลื้อยออกมาจากใต้ชั้นวางรองเท้า ซึ่งเป็นสถานที่คับแคบใช้เวลากว่า 20 นาที ก็สามารถจับได้โดยละม่อม พบว่ายาวประมาณ 1 เมตรเศษ ลักษณะท้องป่องคาดกินนกพิราบ ที่บนชั้นสองไปหลายตัวจนอิ่มแปล้ เลื้อยหนีฝนมาขอนอนพักเอาแรง

นายนพพล กล่าวว่าขณะที่หลานสาวกำลังเดินขึ้นห้องพัก ได้ยินเสียงร้องลั่น ก่อนหลานปิดประตูห้องขังตัวเอง ก่อนโทรมาบอกว่ามีงูในตู้ร้องเท้า จึงได้แจ้งกู้ภัยฯ จึงได้แจ้งกู้ภัยฯ ช่วยดังกล่าว คาดว่างูตัวนี้ กินอิ่มเลื้อยหนีฝนลงมาเข้ามาหาที่อบอุ่นที่ตู้รองเท้า และไม่คาดคิดว่างูจะมาถึงตู้รองเท้าชั้น 2 เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ฝากเตือนประชาชนที่มีตู้รองเท้าวางชั้นล่าง หรือชั้นไหนก็ตาม หรือก่อนสวมรองเท้าควรตรวจสอบให้ดี เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากฝนตกหนัก งูจะเลื้อยเข้ามาซุกซ่อนในที่อบอุ่น ทั้งนี้ได้นำงูเหลือมตัวดังกล่าวปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ปกครองนครพนม รวบ 2 นักค้ารายย่อย สั่งยาบ้าในเฟซบุ๊ค เดลิเวอรี่ส่งผู้เสพถึงที่

นครพนม – รวบ 2 นักค้ารายย่อย สั่งยาบ้าในเฟซบุ๊ค เดลิเวอรี่ส่งผู้เสพถึงที่ ฝ่ายปกครองนั่งรอในกระท่อม กว่าไล่จับได้ ผู้ต้องหาวิ่งหนีจนป่าราบ

วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 ที่กองร้อยกองอาสารักษาดินแดนที่ 3 อ.เมืองนครพนม (ร้อย อส. 3ฯ) นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอเมืองนครพนม, นายประชุมศิลป์ พิทักษ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง, นายวุฒิพงษ์ พงษ์วัน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด พร้อมของกลางยา บ้า 8,000 เม็ด และรถจักรยานยนต์ 1 คัน บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน บ้านหนองปลาดุก หมู่ 20 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 15.30 น. นายจักรพล เที่ยงภักดิ์ ปลัดอำเภอเมืองนครพนม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า นายสุบินมีพฤติการณ์เป็นผู้ค้ารายย่อย และบริการส่งยาบ้าให้ลูกค้าที่เป็นผู้เสพในพื้นที่ ต.บ้านผึ้ง รวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียงอยู่เป็นประจำ โดยมีที่จดจำคือนายสุบินเป้าหมายรายนี้ จะใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นยานพาหนะในการส่งยาบ้า และในห้วงเวลาประมาณ 16.00 – 18.00 น. ของวันนี้ (12 พค.) นายสุบินจะนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าบริเวณกระท่อมกลางทุ่งนา บ้านหนองปลาดุก หมู่ 20 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จึงประสานชุดปราบปรามยาเสพติดกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 (ร้อย ตชด.236) กับหน่วยงานความมั่งคงในพื้นที่ ร่วมกันวางแผนเข้าทำการจับกุม

กระทั่งเวลาประมาณ 16.50 น. เจ้าหน้าที่จึงไปนั่งรออยู่ที่กระท่อมจุดนัดส่งยาบ้า เห็นนายสุบินขับรถจักรยานยนต์เข้ามา โดยมีนายอ่อนศรีเป็นคนซ้อนท้าย พอเจอหน้าเจ้าหน้าที่ก็มีท่าทางพิรุธ เพราะไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ทั้งนายสุบินและนายอ่อนศรีเหมือนนัดกันไว้ ต่างใส่เกียร์หมาวิ่งหนีราวแข่ง 4 คูณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงแยกกันวิ่งไล่จับกุมตัว กว่าจะตะครุบได้ก็เล่นจนเหนื่อย จากนั้นจึงดำเนินการตรวจค้นตามขั้นตอน ทั้งนายสุบินและนายอ่อนศรีต่างบอกตรงกันว่า มียาบ้าจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระสอบข้าวสาร ห้อยไว้ที่แฮนด์รถเมื่อเปิดกระสอบออกดู พบยาบ้าจำนวน 4 มัดแยกย่อยอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน 32 ถุง อยู่ในถุงพลาสติกสีชมพูแบบอีก 8 ถุง รวมทั้งหมดจำนวน 40 ถุง รัดด้วยหนังยางสีแดง ห่อด้วยกระดาษสา ประทับตัวอักษรภาษาอังกฤษ A สีเขียว ห่อด้วยถุงพลาสติกใสและห่อด้วยกระดาษไขประทับตัวอักษรภาษาอังกฤษ Y1 สีเขียว รวมทั้งสิ้น 8,000 เม็ด จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ร้อย อส.ที่3 อ.เมืองนครพนม

นายสุบินรับสารภาพว่า สั่งยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจากผู้ใช้เฟชบุ๊คชื่อบัญชี “Noknoy Duangsombud” ในราคาถุงละ 3,700 บาท (ยาบ้า 1 ถุง จำนวน 400 เม็ด) ตกราคาเม็ดละ 9.25 บาท โดยจะมีคนมาส่งให้ตนที่กระท่อม และจะนำไปขายให้ผู้เสพราคาเม็ดละ 50 บาท ส่วนนายอ่อนศรีให้การว่า นายสุบินได้ชวนตนนำยาบ้าไปซุกซ่อนที่กระท่อมนา โดยได้รับค่าจ้างในการใช้กระท่อมเป็นที่ซ่อน เป็นยาบ้าให้เสพ 10 เม็ด และก่อนถูกจับกุมทั้งสองคนเพิ่งได้เสพยาบ้ามา ซึ่งผลการตรวจพบฉี่เป็นสีม่วง

จึงแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนทั่วไป กระทบต่อความมั่นคงของรัฐโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยนายสุบินได้เพิ่มอีก 1 ข้อหาคือเป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมาย

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปในเฟชบุ๊คชื่อ “Noknoy Duangsombud” ที่ผู้ต้องหาซัดทอดว่าได้สั่งยาบ้าในเฟสนี้ พบว่าเจ้าของไหวตัวทันปิดเฟสหนีไปแล้ว แต่จะประสานไปยังผู้ดูแลเฟซบุ๊คในประเทศไทย เพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครว่าใช้อะไรในการสมัครเป็นสมาชิกเฟซบุ๊ค เบื้องต้นทราบข้อมูลแล้วว่าเป็นใคร รอผลการยืนยันอีกครั้ง เพื่อขอหมายจับ หมายค้น ดำเนินการจับกุมและยึดทรัพย์ต่อไป


เทพข่าวร้อน /เพลิงพระกาฬ /ฟร้อง สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน