คุณพระช่วย เหมาแตงโมเกษตรกร 10 ตันจากไร่ แจกชาวบ้าน

สุโขทัย – คุณพระช่วย เหมาแตงโมเกษตรกร 10 ตันจากไร่ แจกชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสถานการณ์ราคาแตงโมในพื้นที่ปลูกของจ.สุโขทัยตกต่ำ หรือที่ภาษาชาวไร่เรียกกันว่า”แตงโมตาย” เหลือเพียงกิโลกรัมละ 3-5 บาท จากที่เคยขายได้ในราคา 8-10 บาท เนื่องจากมีเกษตรกรหันมาปลูกแตงโมกันมาก ประกอบกับช่วงนี้มีผลไม้อื่นๆ เช่น มะม่วง ทุเรียน เงาะ มังคุด กำลังออกสู่ตลาด ประชาชนมีผลไม้หลากหลายชนิดให้เลือกบริโภค จึงส่งผลกระทบทำให้ราคาแตงโมตกต่ำ เกษตรกรต้องยอมขาดทุนย่อยยับขายส่งหน้าไร่ให้พ่อค้าคนกลางเพียงกิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้น

หลังทราบถึงปัญหาของพี่น้องเกษตรกร พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ เจ้าอาวาสวัดพลายชุมพล เจ้าคณะตำบลบ้านกล้วย บ้านหางคลอง หมู่5 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.สุโขทัย ในฐานะ ประธานมูลนิธิพลายชุมพล ในอุปถัมภ์ของ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ได้มีเมตตา เหมาแตงโมจากไร่ในพื้นที่ บ้านหนองไผ่ อ.ศรีสำโรง จำนวน 10 ตัน (10,000 กิโลกรัม) มาแจกจ่ายให้กับประชาชนและชาวบ้านหางคลองตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียง

พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ หรือ “พระอาจารย์นาค” กล่าวว่า ปีนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี อีกทั้งเห็นว่าราคาแตงโมตกต่ำ อยากจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ดีกว่าปล่อยให้แห้งตายคาต้น จึงเหมาแตงลายจำนวน 10 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 5 บาท มาแจกชาวบ้าน ซึ่งนอกจากเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการบำเพ็ญทานบารมีอีกด้วย ท่านผู้มีจิตศรัทธาต้องการร่วมบุญใหญ่ในครั้งนี้ สามารถบริจาคได้ที่ บัญชีมูลนิธิพลายชุมพล เลขที่ 616-0-68526-0 หรือสอบถามได้ที่เบอร์โทร 061-802-6666


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองอ.โพนสวรรค์ จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า กลางทุ่งนา

นครพนม – อำเภอโพนสวรรค์ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองอำเภอโพนสวรรค์จับกุม ผู้ต้องหาพร้อม ของกลางยาบ้ากลางทุ่งนา

เมื่อ 15 พฤษภาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์ (ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์) มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง (จพง.ป.ป.ส.)
นำกำลังสมาชิก อส. ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7 (ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์)ดำเนินการจับกุม เป้าหมายด้านยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ (ชายไทย) อายุ 47 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 164 เม็ด และเศษยาบ้าที่แตกในถุง น้ำหนัก 1.4 กรัม

ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทำบันทึกจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ ฟร้อง สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

กองบิน 5 ดำเนินการฝึกป้องกันภัยทางอากาศประจำปี 2568 เสริมสร้างความพร้อม รับมือภัยคุกคามทางอากาศ

กองบิน 5 ดำเนินการฝึกป้องกันภัยทางอากาศประจำปี 2568 เสริมสร้างความพร้อมรับมือภัยคุกคามทางอากาศ

วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ สนามฝึกยุทธวิธีปืนต่อสู้อากาศยาน กองบิน 5 อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการจัดการฝึกซ้อมวิธีการป้องกันภัยทางอากาศ (การฝึกยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน) ประจำปี 2568 โดยมี พลอากาศโท ขจรฤทธิ์ แก้วอำไพ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เป็นประธานในการตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมชมการฝึก พร้อมด้วยคณะนายทหารจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
การฝึกในครั้งนี้เป็นการซักซ้อมการใช้อาวุธ ด้วยการยิงจรวดต่อต้านอากาศยานแบบ RBS-70 รุ่น MK-2 โดยใช้เครื่องบินเป้าบินพิสัยกลางเป็นเป้าหมาย เพื่อจำลองสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริงมากที่สุด การฝึกมีจุดประสงค์เพื่อทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงานร่วมกับยุทโธปกรณ์จริง เสริมสร้างทักษะและประสบการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยป้องกันภัยทางอากาศ ตลอดจนหน่วยที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังเป็นการทดสอบและประเมินความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งในด้านกำลังพล อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานร่วมกันภายใต้สถานการณ์จำลอง เพื่อให้สามารถตอบโต้ภัยคุกคามทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผลการฝึกเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเจ้าหน้าที่สามารถยิงจรวด RBS-70 รุ่น MK-2 ทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ สะท้อนให้เห็นถึงความชำนาญและความพร้อมในการปฏิบัติงานจริงของกำลังพล

ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึก พลอากาศโท ขจรฤทธิ์ แก้วอำไพ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ยิงจรวดต่อสู้อากาศยานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมอบใบประกาศเกียรติคุณเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งให้โอวาทเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความพร้อมทางยุทธวิธี และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องน่านฟ้าของประเทศอย่างมั่นคง การฝึกในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกองทัพอากาศ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพในการรับมือภัยคุกคามทางอากาศ และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคตอย่างแท้จริง

ด้านพลอากาศโท ขจรฤทธิ์ แก้วอำไพ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธินเปิดเผยว่า สำหรับการฝึกในวันนี้ เป็นการดำเนินการตามวงรอบการฝึกประจำปีของกองทัพอากาศ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่ดำเนินการโดยกรมทหารต่อสู้อากาศยาน หน่วยที่มีหน้าที่หลักในการป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพอากาศ การฝึกในลักษณะนี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อทดสอบสมรรถภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ให้สามารถตอบสนองต่อภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ ผลการฝึกในวันนี้ก็เป็นไปตามแผน ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างแม่นยำและมีความพร้อมเต็มที่ ผมขอยืนยันว่ากองทัพอากาศให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการฝึกซ้อมและการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลากร ยุทโธปกรณ์ หรือการวางแผนยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

สิ่งสำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ผมขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจว่า กองทัพอากาศของเรามีความพร้อม 100% ในการปกป้องน่านฟ้าของชาติ เราใช้ทรัพยากรทุกอย่างอย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ


นัครินทร์/รายงานข่าว

ตชด.237 สนธิกำลังทหาร​ ฝ่ายปกครอง​ รวบยกแก๊งค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า 200,000 เม็ด สกัดทะลักเข้าไทย ตามนโยบาย “Seal Stop Safe”

นครพนม – ปฏิบัติการตามนโยบาย “Seal Stop Safe” ของรัฐบาลในการป้องกัน สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ได้รับผลสำเร็จครั้งสำคัญ! กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง จับกุมยกแก๊งขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 200,000 เม็ด เตรียมลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทย

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท. นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 และ พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังอย่างเข้มข้นเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดที่ทะลักเข้ามาตามแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย คือ นายจิรสินฯ และ นายวิศณุรักษ์ฯ พร้อมของกลางยาบ้าบรรจุในกระสอบปุ๋ยสีฟ้า จำนวน 1 กระสอบ บริเวณใต้สะพานลำห้วยด่านชุม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่ารับจ้างจากชาวลาวให้นำยาบ้ามาวางไว้จุดดังกล่าว

ต่อมา เวลาประมาณ 20.10 น. เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายราตรีฯ ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์มาดูต้นทาง และในเวลา 21.00 น. ได้ขยายผลจับกุม นายอิทธิวัฒน์ฯ ขณะขับรถยนต์มารับยาบ้าของกลาง พร้อมของกลางทั้งหมด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างจากชาวลาวให้นำยาบ้าไปกระจายต่อในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มหาสารคาม และขอนแก่น รวมผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในปฏิบัติการครั้งนี้ทั้งสิ้น 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด รถยนต์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า โดยมีอาวุธ และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดจับ กุมที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง มีการสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง พร้อมย้ำว่าการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย “Seal Stop Safe” ของรัฐบาล และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจตระเวนชายแดน, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ, ฝ่ายปกครอง และตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เล็ดลอดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศต่อไป

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญในการสนองนโยบายรัฐบาล “Seal Stop Safe” ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อปิดช่องทางและสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มงวดตามแนวชายแดน อันจะนำไปสู่ความปลอดภัยและลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติดต่อสังคมไทยในภาพรวม


ฟร้อง เทพ โอ๋ นครพนม

ตชด.437 เข้าปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จนมุมปีนฝ้าเพดานซ่อนตัว

สงขลา – ตชด.437 เจ้าหน้าที่ตชด.เข้าปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนมุมปีนฝ้าเพพานชั้นสองซ่อนตัวคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้สุดท้ายไม่มีทางหนียอมลงมาให้จับโดยดี

เมื่อเวลา 06.30 น. วันนี้(15พ.ค.68) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าวร้อยตชด.437 อ.สะเดา จ.สงขลา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณรงค์ ธนานันทกุล ผบก.ตชด.ภาค 4, พ.ต.อ. เสกสรร อินทรสิทธิ์ รอง ผบก.ตชด.ภาค 4, พ.ต.อ.ยงศักดิ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผกก.ตชด.43, พ.ต.ท.วิษณุ ชนะอักษร รอง ผกก.ตชด.43, ว่าที่ พ.ต.ท.บารเมษฐ์ ยอดแดง ผบ.ร้อย ตชด. 437 และ พ.ต.ท.วิเชษ แห้วขุนทด สว.ขว.กก.ตชด.43 ได้สั่งการให้ ร.ต.อ. พิจิตร รักทอง หน.ชปข.ร้อย ตชด.437, ร.ต.อ.ไกรสร ล่องลอยหน.ชปข.กก.ตชด.43, ร.ต.อ.พิทักษ์ แก่นทอง หน.ชฝต.4303 นำกำลังร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจสุไหงโกลก เข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่4 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อจับกุม นายอภิชาต อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจ.นราธิวาส ซึ่งถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาสที่ 572/2567 ลงวันที่ 11 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2567 ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์)ฯ

แต่ปรากฏว่าเมื่อนายอภิชาต ซึ่งอยู่ในบ้านรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่มาจับกุม ได้ปืนขึ้นไปซ่อนตัวอยู่บนฝ้าเพดานชั้นที่ 2 ของบ้านทีแรกคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้เรียกเท่าไหร่ก็เงียบสนิทไม่ยอมตอบไม่ยอมคุยและไม่ยอมลงมือ จึงให้ญาติช่วยพูดเกลี้ยวกล่อมให้ลงมาเพราะยังไงก็หนีไม่รอด สุด ท้ายก็ยอมปืนลงมาจากฝ้าเพดานชั้น2 เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้และแสดงหมายจับให้ดู และก็ยอมรับสภาพเพราะรู้อยู่ว่าถูกออกหมายจับในคดีจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่จ.นราธิวาส และหนีมากบดานอยู่ที่บ้านหลังนี้กับครัวครัว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งศาลจ.นราธิวาส ซึ่งถูกออกหมายจับไว้เพื่อดำเนินคดีต่อไป


ภาพ-ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

ส่องทิศทางการค้าสินค้าเกษตรไทย สศก.เผย ยังคงเติบโตได้ดีในตลาดอาเซียนและตลาดโลก

ส่องทิศทางการค้าสินค้าเกษตรไทย สศก.เผย ยังคงเติบโตได้ดีในตลาดอาเซียนและตลาดโลก

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยถึง สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร (พิกัดศุลกากร 01-24 รวมยางธรรมชาติ) ของไทยในตลาดโลก พบว่า ไทยมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถรักษาตลาดส่งออกได้ สะท้อนจากมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก ปี 2567 ที่ผ่านมา จำนวน 2,528,839 ล้านบาท จำแนกเป็น มูลค่าส่งออก 1,801,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137,822 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2566 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.28 ในขณะที่มีมูลค่านำเข้า 727,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15,912 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.24 ทั้งนี้ ไทยมีมูลค่าการค้ากับอาเซียน (23%) มากเป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ จีน (21%) สหรัฐอเมริกา (9%) สหภาพยุโรป (9%) และญี่ปุ่น (7%)

สำหรับสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรของไทยในตลาดอาเซียน 9 ประเทศ (บรูไน อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และ เวียดนาม) ของปี 2567 พบว่า สินค้าเกษตรไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2566 ไทยยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับอาเซียน คิดเป็นมูลค่า 229,687 ล้านบาท โดยมีมูลค่าส่งออก 410,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 3.60 ในขณะที่การนำเข้าขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมีมูลค่า 181,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 16.49

สินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ข้าว อาทิ ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ มูลค่า 46,065 ล้านบาท, (2) น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตอื่นๆ อาทิ น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ มูลค่า 38,211 ล้านบาท, (3) น้ำ รวมถึงน้ำแร่ และน้ำอัดลมที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่นๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส มูลค่า 27,577 ล้านบาท, (4) น้ำตาลดิบที่ได้จากอ้อยอื่นๆ มูลค่า 22,434 ล้านบาท และ (5) เครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ นมยูเอสที นมถั่วเหลือง มูลค่า 19,022 ล้านบาท

สินค้าเกษตรนำเข้าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) มันสำปะหลังฝานหรือทำเป็นเพลเลต มูลค่า 21,622 ล้านบาท, (2) ข้าวโพด ไม่ใช้สำหรับเพาะปลูก มูลค่า 19,430 ล้านบาท, (3) อาหารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม มูลค่า 18,764 ล้านบาท, (4) เมล็ดกาแฟ (ไม่คั่ว) ไม่แยกคาเฟอีน มูลค่า 8,614 ล้านบาท และ (5) ผลไม้และลูกนัตอื่นๆ ที่ดิบหรือสุก โดยการนึ่งหรือต้ม แช่แข็ง หรือทำให้หวาน อาทิ สับปะรด ทุเรียน ลำไย มูลค่า 7,382 ล้านบาท

ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย 3 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย มีมูลค่าการส่งออก 77,321 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.82 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำยางธรรมชาติ/ชิ้นเนื้อและเครื่องในที่บริโภคได้ของไก่แช่แข็ง/อาหารสุนัขหรือแมว/ข้าว อาทิ ข้าวเจ้าขาวอื่น 5% ข้าวเจ้าขาว 25% ข้าวเจ้าขาวหอมมะลิไทย 100%/น้ำมันปาล์มดิบ ไม่ดัดแปลงทางเคมี
-รองลงมา คือ อินโดนีเซีย มีมูลค่าการส่งออก 68,428 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.66 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ข้าว อาทิ ข้าวเจ้าขาวอื่น 5% ข้าวเจ้าขาวหอมมะลิไทย 100% ข้าวเจ้าขาวหอมมะลิไทย 5%/น้ำตาลดิบที่ได้จากอ้อยอื่นๆ/สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง/ผลไม้สด อาทิ ลำไย มะขาม ลิ้นจี่/อาหารสุนัขหรือแมว
-อันดับสาม คือ กัมพูชา มีมูลค่าการส่งออก 62,826 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.29 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตอื่นๆ อาทิ น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลละเอียด/เครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ นมยูเอสที เครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่อัดลม นมถั่วเหลือง/น้ำรวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลมที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่นๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส/อาหารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิ ครีมเทียม กะทิสำเร็จรูป/ยางธรรมชาติ

ด้านนางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการ สศก. กล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร และยางพาราธรรมชาติของไทยในตลาดอาเซียน ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา พบว่า มีมูลค่าการค้าเท่ากับ 160,067 ล้านบาท จำแนกเป็น มูลค่าส่งออก 100,491 ล้านบาท มูลค่านำเข้า 59,576 ล้านบาท ไทยยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 40,915 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) น้ำตาลดิบที่ได้จาก อ้อยอื่นๆ มูลค่า 11,656 ล้านบาท (2) น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตอื่นๆ อาทิ น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ มูลค่า 9,910 ล้านบาท (3) น้ำ รวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลมที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่นๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส มูลค่า 6,355 ล้านบาท (4) เครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ นมยูเอสที นมถั่วเหลือง มูลค่า 4,785 ล้านบาท และ (5) อาหารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม มูลค่า 4,309 ล้านบาท และสินค้านำเข้าสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) มันสำปะหลังฝานหรือทำเป็นเพลเลต มูลค่า 15,466 ล้านบาท (2) ข้าวโพด ไม่ใช้สำหรับเพาะปลูก มูลค่า 6,557 ล้านบาท (3) อาหารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม มูลค่า 4,683 ล้านบาท (4) สิ่งสกัด หัวเชื้อ และสิ่งเข้มข้น อาทิ กาแฟสำเร็จรูป มูลค่า 2,744 ล้านบาท และ (5) มะพร้าวอื่นๆ อาทิ มะพร้าวอ่อน มูลค่า 2,230 ล้านบาท

ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย 3 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย มีมูลค่าการส่งออก 17,442 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17.34 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำยางธรรมชาติ/ชิ้นเนื้อและเครื่องในที่บริโภคได้ของไก่แช่แข็ง/อาหารสุนัขหรือแมว/สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง/น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตอื่นๆ อาทิ น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายขาว
-รองลงมา คือ อินโดนีเซีย มีมูลค่าการส่งออก 16,435 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.35 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำตาลดิบที่ได้จากอ้อยอื่นๆ/สตาร์ชทำจาก มันสำปะหลัง/ผลไม้สด อาทิ ลำไย,น้อยหน่า,ชมพู่,ทับทิม/อาหารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิ ครีมเทียม อาหารปรุงแต่งสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก/อาหารสุนัขหรือแมว
-อันดับสาม คือ กัมพูชา มีมูลค่าการส่งออก 16,237 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.16 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตอื่นๆ อาทิ น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายขาว/เครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ นมยูเอสที เครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่อัดลม นมถั่วเหลือง/น้ำรวมถึงน้ำแร่ และน้ำอัดลมที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่นๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส/อาหารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิ ครีมเทียม กะทิสำเร็จรูป/ซอสและของปรุงรสอื่นๆ อาทิ กะปิ น้ำมันหอย ซอสพริก

ทั้งนี้ สศก. ยังได้ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น พบว่า การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยยังคงมีแนวโน้มเป็นบวก ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และอาเซียนยังคงเป็นประเทศคู่ค้าหลักของไทย

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในอนาคต อาทิ การดำเนินนโยบาย Make America Great Again ของสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ รวมถึงไทย ทำให้สินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ มีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งของไทยอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของไทย นอกจากนี้ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน อาจทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกได้เพิ่มขึ้น โดยเข้าไปครองส่วนแบ่งตลาดแทนที่จีน ในขณะเดียวกัน ต้องเฝ้าระวังสินค้าจากจีนที่อาจระบายมายังไทยมากขึ้น หรืออาจระบายไปตลาดอื่นที่เป็นคู่ค้าของไทย ส่งผลให้การแข่งขันกับสินค้าจีนในตลาดนั้นสูงขึ้น ทำให้ไทยอาจสูญเสียตลาดบางส่วนให้จีนได้ ดังนั้น ไทยจึงต้องรักษาและพัฒนามาตรฐานการผลิตสินค้าในระดับสากล เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐอเมริกา ควบคุมการนำเข้าให้เป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับด้านคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อป้องกันการลักลอบการนำเข้าสินค้า รวมถึงปรับกลยุทธ์ทางการค้าและการส่งออก โดยให้ความสำคัญกับการหาพันธมิตรทางการค้าใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการตั้งกำแพงภาษีหรือการประกาศใช้นโยบายใหม่ๆ ของสหรัฐอเมริกา


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์ / ข้อมูล : กองเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

บิ๊กโอ๋ ! ปิดฉาก แข่งขันโดดร่มกีฬากองทัพไทยครั้งที่55 ทัพเรือคว้าถ้วยพระราชทานไปครอง

บิ๊กโอ๋! ปิดฉากแข่งขันโดดร่มกีฬากองทัพไทยครั้งที่55 ทัพเรือคว้าถ้วยพระราชทานไปครอง

วันที่ 15 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันโดดร่มกีฬากองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 55 ประจำปี 2568 ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี พล.ต. อดุลย์ จันทร์มา รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ, นาวาอากาศโท ณรงค์เดช เหมือนประสาท รองเสนาธิการกรมปฏิบัติการพิเศษหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน, พลเรือตรี สันติ ลยางกูร รองเจ้ากรมพลาธิการทหารเรือ, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ พิชิตชัย รอง ผบก.สอ.บช.ตชด.ค่ายนเรศวร ผู้แทนจาก 4 เหล่าทัพ, นักกีฬาโดร่มจาก กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีกว่า 300 นาย ณ ห้องประชุมอาคารอบรมศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 1ค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

สำหรับการแข่งขันโดดร่มกีฬากองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งที่ 55 ปีนี้ ได้ปิดฉากลงแล้ว โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 9 ประเภท ได้แก่ ประเภทโดดร่มหมู่แม่นยำ ชาย -หญิง, ประเภทบุคคลแม่นยำ ชาย-หญิง, ประเภทหมู่แม่นยำ ชาย-หญิง ทีมอุปถัมภ์, ประเภทโดดร่มลงจรงจุดชาย-หญิง และประเภทชิงชนะเลิศกองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ซึ่งในปีนี้ ทีมที่มีคะแนนรวมดีที่สุด ได้แก่ ทีมกองทัพเรือ สามารถคว้าถ้วยรางวัล พระราช ทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการแข่งขันโดดร่มกีฬากองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งที่ 55 ประจำปี 2568 ไปครอง จากนั้นพลตำรวจเอก ธนายุตม์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ประธานในพิธี ได้เป็นประธานในพิธีส่งมอบธงการแข่งขัน ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโดดร่มกีฬากองทัพไทย ในปี2569 ให้แก่ตัวแทนกองทัพเรือเพื่อเป็นเกียรติยศ พร้อมร่วมร้องเพลงมาร์ช 4 เหล่าทัพ โดยมีนักกีฬาจาก 4 เหล่าทัพกว่า 300 นายเข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน


บรรณรต เพชรบุรี

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปลักไม้ลาย ประชุมร่วมผู้ปกครอง เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปลักไม้ลาย ประชุมร่วมผู้ปกครอง เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม 2568 นายสุรศักดิ์ กิตติวิริยะการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการพนักงานส่วนตำบลทุ่งขวาง เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ตำบลทุ่งขวาง และบุคลากรทางการศึกษา จัดการประชุมผู้ปกครอง เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองทำความเข้าใจ รับทราบ นโยบายต่างของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปลักไม้ลาย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ตร.ห้วยยาง เปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568

ประจวบคีรีขันธ์ – ตร.ห้วยยาง เปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568

วันที่ 13 พ.ค. 2568 ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนแสงอรุณ ม.1 บ้านไร่ใน ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบ ฯ มอบหมายให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.อ.สมมาต สังข์ทอง ผกก.(สอบ สวน) ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป สภ.ห้วยยาง, ว่าที่ พ.ต.ท. กฤษฎา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง, ตำรวจชุดปฏิบัติการตำบลยั่งยืน ฯ, ร.อ.สิทธา รุ่งอุดมผล ชุดหน่วย ฉก.จงอางศึก, นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส อ.ทับสะแก, นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณ, นายชาตรี วณิชวรสกุลประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง นายสุกวิน เลาหบุญญานุกูล คณะกรรมาธิการรัฐสภา, นางวิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผอ.สกร. อ.ทับสะแก (กศน.), นายบุญช่วย โพธิ์ทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านไร่ใน ตำบลแสงอรุณ, นาย ทิวา สุขอวบอ่อง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านแสงทอง ตำบลแสงอรุณ, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, อาสาสมัครสาธารณสุข, คณะกรรมการคุ้ม, น.ส.ธาราพันธ์ มีแก้ว พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

พร้อมรับการตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำ ในการดำเนินการโครงการตำบลยั่งยืน ฯ จากวิทยากรต้นแบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วรายุทธ สุขวัฒน์ วิทยากรต้นแบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.7 และดำเนินการบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ( CBTx ) จำนวนผู้กล้า/ผู้บำบัด ในโครงการจำนวน 34 คน

1.การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดผู้กล้า/ผู้บำบัด, 2.อบรมให้ความรู้ ตักเตือน แนะนำเน้นย้ำ ให้ประพฤติตน ในการ ลด/ละ/เลิก ยาเสพติด เมื่อได้เข้าสู่โครงการนี้แล้ว ให้ได้มีผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด และ ปลุกเร้า/ฝึกจิตใจ ให้จิตใจมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในการต่อสู้กับยาเสพติด ด้วยตัวของตนเองอย่างเข้มแข็งต่อไป, 3.วิทยากรต้นแบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำพิธีปลูกต้นชัยพฤกษ์ ต้นไม้ประจำชาติ ไว้ ณ ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนแสงอรุณ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนสืบต่อไป, 4.นำอาหาร/เครื่องดื่ม/ขนมหวาน มาเลี้ยงและร่วมรับประทานด้วยกันทั้งหมด



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จ.นครปฐม จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567

สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จ.นครปฐม จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ (ทุ่งลูกนก) โดยนายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมด้วย นายจักรพันธุ์ จำเล สมาชิกสภาจังหวัดนครปฐม นายจิรายุทธ จำเล กำนันตำบลทุ่งลูกนก ปศุสัตว์อำเภอกำแพงแสน ร่วมงานดังกล่าว

นายกิจจา ศรีสำราญ รองประธานสหกรณ์โคนมอำเภอกำแพงแสน จำกัด กล่าวรายงานผลการดำเนินงานสหกรณ์ฯ ในรอบปี 2567 ในการนี้นายอำเภอกำแพงแสนได้กล่าวแสดงความรู้สึกยินดีกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์โคนมกำแพงแสนเกี่ยวกับผลดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา โดยขอให้การดำเนินการของสหกรณ์โคนมกำแพงแสนดำเนินการไปด้วยความร่วมมือร่วมใจ และช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อให้ผลการดำเนินกิจการได้ประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอำเภอกำแพงแสนทุกท่าน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม