หัวหน้าแก่งกระจาน บุกจับชาวบ้านลอบเดินป่าข้ามเขตหวงห้ามในอุทยาน ฯ

วันที่ 17 พ.ค.68 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนาม ทาง Facebook ว่ามีกลุ่มนำเที่ยวพานักท่องเที่ยวเดินป่าไปท่องเที่ยวที่เขาพระอินทร์ ฝั่งประเทศเมียนมา ในช่วงวันที่ 12 – 16 เม.ย.68 (จำนวน 4 คืน 5 วัน) โดยจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินป่าอยู่ที่บริเวณสันอ่างเก็บน้ำบ้านป่าแดง ไปทางด้านหลังอ่างเก็บน้ำบ้านป่าแดง ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ถึงชายแดนประเทศเมียนมา จากนั้นเดินต่อไปฝั่งประเทศเมียนมาร์อีกระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงเขาพระอินทร์

ต่อมาวันที่ 16 -17 พ.ค.68 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นำโดย นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, นายญาณ อ้วนสิงห์ และ นายฉลอง ทองสงฆ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ, เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจส่วนกลางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอแก่งกระจาน นำโดย นายคณิน ทองก้อน ปลัดอำเภอแก่งกระจาน, เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ทัพพระยาเสือ นำโดย จ.ส.อ. อุกฤษฏ์กานต์ อินต๊ะรัตน์, เจ้าหน้าที่ทหาร กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 1 นำโดย ร.อ.อดิศร นารมย์ และ ร.ท. สิทธิชัย มาลี ได้ร่วมกันตรวจสอบ บริเวณเส้นทางเดินป่าหลังอ่างเก็บน้ำบ้านป่าแดง ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และบันทึกถ้อยคำชาวบ้านที่ได้รับการว่าจ้างให้นำทาง 2 คน ซึ่งเป็นผู้ร่วมเดินนำทางพานักท่องเที่ยวไป ทั้งสองรายให้การรับสารภาพและยินยอมให้คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ปรับทางพินัย ส่วนชาวบ้านกระเหรี่ยงอีกสองราย ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้เดินป่าไปในเขตหวงห้ามจริง แต่ไม่ได้เป็นคนจัดทริปท่องเที่ยวแต่อย่างใด เป็นคนที่ใช้ชีวิตเป็นปกติอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว เป็นคนชำนาญพื้นที่และยินดีช่วยเหลือทางราชการ

คณะเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อนายโตโต้ ซึ่งมีประกาศทาง Facebook ในการรับจัดทริปพานักท่องเที่ยวไปเดินป่าเขาพระอินทร์ ที่ประเทศเมียนมา วันที่ 12–16 เม.ย.68 โดยนายโตโต้ รับสารภาพว่ามีจัดทริปพานักท่องเที่ยวไปเดินป่าเขาพระอินทร์จริง แต่ไม่ได้ไปจริง เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวมาสมัครไม่ถึงยอดที่รับสมัคร จึงได้ยกเลิกทริปการท่องเที่ยวนี้ไป และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบว่า การจัดทริปท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้

อย่างไรก็ตามคณะเจ้าหน้าที่กลับตรวจสอบพบว่า ทริปที่ไปเดินป่าในเขตหวงห้ามนี้ พบว่ามี นายอาลี เป็นคนนำพานักท่องเที่ยว 7 คน ไปเดินป่าเที่ยวเขตหวงห้าม วันที่ 12-16 เม.ย.68 โดยมีรายชื่อนักท่องเที่ยว 8 ราย คณะเจ้าหน้าที่ จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิด 1. พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฐาน มาตรา 19 (6) เข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์ ประกอบมาตรา 44 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 20 บุคคลซึ่งเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด ประกอบมาตรา 47 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ฐาน มาตรา 11 เดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร จะต้องเดินทางเข้ามาหรือออกไปตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท่องที่และตามกําหนดเวลา มาตรา 18 บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องยื่นรายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ของด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำเส้นทางนั้น ประกอบมาตรา 62 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และมาตรา 62 วรรคสอง ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งมีสัญชาติไทย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

ทั้งนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชุดดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา ให้การต่อเจ้าพนักงาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า การจัดทริป นำเที่ยวหาประโยชน์ในเขตอุทยานฯ ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้า และการเดินป่าต้องไม่ใช่เส้นทางหวงห้าม และต้องปฏิบัติตามระเบียบโดรงเคร่งครัด


////บรรณรต จ.เพชรบุรี

คุมประพฤติประจวบฯ มอบทุนสงเคราะห์การศึกษาผู้ถูกคุมพร้อมจับมือ สกร.ยกระดับความรู้ ส่งเสริมต่อยอดจนสำเร็จการศึกษา

คุมประพฤติประจวบฯ มอบทุนสงเคราะห์การศึกษาผู้ถูกคุมพร้อมจับมือ สกร.ยกระดับความรู้ ส่งเสริมต่อยอดจนสำเร็จการศึกษา

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 พ.ค.2568 ที่สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานประพฤติ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นางวิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ระดับอำเภอเมืองประจวบฯ, นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ, คณะครู กศน. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติฯ ร่วมมอบทุนสงเคราะห์ด้านการส่งเสริมการศึกษา เพื่อไปจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนและชุดนักศึกษา รวมเป็นจำนวนเงิน 1,200 บาท ให้แก่ผู้กระทำผิดในคดีในคดีขับรถประมาทหวาดเสียว ซึ่งได้สมัครเรียนในระดับชั้น ม.ต้น ในปีการศึกษา2568

ซึ่งบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ซึ่งผ่านการอบรมการส่งเสริมการศึกษา ที่ทางสำนักงานคุมประพฤติ จ.ประจวบฯได้จัดอบรมให้ความรู้ ให้แก่ผู้กระทำผิดมาตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองประจวบฯ ได้สนับสนุนวิทยากรมาให้ความรู้ดังกล่าวแก่ผู้กระทำผิดด้วย โดยทำให้ผู้กระทำผิดมีความสนใจที่จะสมัครศึกษาต่อในระดับ ม.ต้น ตามที่กรมคุมประพฤติมีนโยบายในการส่งเสริมและยกระดับการศึกษาแก่ผู้กระทำผิด ในระบบบงานคุมประพฤติ

ด้าน นายวสันต์ เภรีวิค ผอ.สนง.คุมประพฤติฯ กล่าวว่า ตามที่กรมคุมประพฤติ มีนโยบายในการส่งเสริมและยกระดับการศึกษา แก่ผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติ โดยได้มีการจัดทำบันทึกตกลงความร่วมมือ ( MOU ) การจัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2557 เพื่อยกระดับการศึกษาให้แก่ผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติ โดยได้ส่งเสริมการศึกษาให้กับผู้กระทำผิดที่เข้ารับการศึกษา ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ซึ่งในวันนี้ ได้มีผู้กระทำผิดในคดีในคดีขับรถประมาท หวาดเสียว ซึ่งได้สมัครเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในปีการศึกษา 2568 ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ซึ่งผ่านการอบรมการส่งเสริมการศึกษาที่ทางสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้จัดอบรมให้ความรู้ ให้แก่ผู้กระทำผิดในวันที่ 10 เมษายน 2568 ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ โดยได้ประสานงานกับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ( สกร.) อำเภอเมืองประจวบฯ ซึ่งได้สนับสนุนวิทยากรมาให้ความรู้ดังกล่าวแก่ผู้กระทำผิด โดยทำให้ผู้กระทำผิดมีความสนใจที่จะสมัครศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยในวันนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยกลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติได้ประสานบูรณาการความร่วมมือ กับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองฯ โดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองฯ ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน และให้คำแนะนำ พร้อมกับให้กำลังใจกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้สงเคราะห์ทุนในการส่งเสริมการศึกษา อุปกรณ์การศึกษาและชุดนักศึกษา ให้กับบุคคลดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ ในการ ส่งเสริมด้านการการศึกษา และให้กำลังใจแก่ผู้กระทำผิดดังกล่าวอีกด้วย


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

“ดร.วีร์สุดา” นายกบางพลีใหญ่ แถลงผลงาน 4 ปี เดินหน้าพัฒนาด้านการศึกษา นำพาชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

สมุทรปราการ – ดร.วีร์สุดา นายกบางพลีใหญ่ แถลงผลงาน 4 ปี เดินหน้าพัฒนาด้านการศึกษา นำพาชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล แถลงผลงาน 4 ปี ที่ผ่านมา ให้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลบางพลีใหญ่ได้รับทราบ โดยได้จัดแถลง ณ ลานเอนกประสงค์โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ภายในงานได้มีการจัดบูธนิทรรศการ ซึ่งเป็นผลงาน 4 ปี แห่งการพัฒนา ของทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ โดยมีประชาชนจำนวนหลายร้อยคนเดินทางมาร่วมรับฟังการแถลงผลงานในครั้งนี้

โดยทางด้าน ดร.วีร์สุดา นายก อบต.บางพลีใหญ่ กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งถือเป็นการกระจายอำนาจการบริหารมาสู่ส่วนท้องถิ่นในระดับต่างๆ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ตระหนักถึงการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญในด้านต่างๆ ไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

  1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
  2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็ง และความปลอดภัยในชุมชน
  3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น
  4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการยกระดับคุณภาพชีวิต การศึกษา และส่งเสริมการกีฬาและนันทนาการ
  5. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการบริหารจัดการที่ดีนับตั้งแต่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในตำบลบางพลีใหญ่ให้ได้มีโอกาสเข้ามารับใช้

นอกจากนี้ คณะสมาชิกสภาเทศบาล คณะผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานส่วนตำบล ลูกจ้าง พนักงานจ้างทุกคน รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้รับใช้พี่น้องชาวตำบลบางพลีใหญ่พร้อมทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ ที่จะผลักดันความเจริญก้าวหน้ามาสู่ท้องถิ่นของเรา ตลอดจนแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความสะดวกสบาย มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในนามของผู้บริหารท้องถิ่น การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ได้นำเอาปัญหาความต้องการของประชาชนในการตอบสนองความต้องการ ผ่านที่ประชุมประชา คม โดยผ่านมติของสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ในการจัดสรรงบประมาณแต่ละหมู่บ้านโดยทั่วถึงกัน

สำหรับในอนาคตองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ จะจัดทำโครงการก่อสร้างโรงเรียนอนุบาล ขององค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ และจัดสร้างศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ข้างเมกาโฮม ถนนบางพลี ตำหรุ โดยได้ดำเนินการจัดสรรที่ดินไว้แล้ว

ทั้งนี้การจะบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดพร้อมๆ กับการแก้ไขปัญหารวมถึงกำหนดแนวทางเพื่อพัฒนาท้องถิ่นเพราะนโยบายสาธารณะระดับท้องถิ่นที่ดีย่อมขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนมิได้ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนตำบลบางพลีใหญ่ ทุกท่าน ที่ได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนกับ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ของเราตลอดเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา



ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

หนุ่มใหญ่ออกหาอึ่ง !! ขากลับถูกช้างทำร้ายร่างกระเด็นตกลงท่อระบายน้ำดับ

อุทัยธานี – หนุ่มใหญ่ออกหาอึ่ง!! ขากลับบ้าน ถูกช้างทำร้ายร่างกระเด็นตกลงท่อระบายน้ำดับ กำนันรุดช่วยเหลือเยียวยา

ผู้สื่อข่าวรายช่วงวาน สถานีตำรวจภูธรลานสัก ได้รับแจ้งเหตุว่ามีชายถูกช้างทำร้ายดับคาท่อระบายน้ำ อยู่บริเวณถนนทางเข้าป่าไปห้วยขาแข้ง หมู่ 10 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ล่าสุด ร.ต.อ.พรไพรสนธ์ กลัดเฟื่อง รองสว.สอบสวนสภ.ลานสัก รีบรุดพื้นที่ไปยังเกิดเหตุ พร้อมประสานไปยังนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ กำนันต.ระบำ ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านและ จนท. ประจำจุดหน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าทุ่งแฝก และจนท.ป่าไม้อน.2 ดูแลประจำพื้นที่จ.อุทัยธานี ประสานไปยังกู้ภัยอุทัยธานีจุดลานสัก พร้อมแพทย์เวรรพ.ลานสัก ให้มายังที่้เกิดเหตุ

ทราบต่อมาว่าผู้ตายชื่อนายฉลอ เกตการ อายุ 59 ปี อยู่ ม.9 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี อยู่ในสภาพนอนหงาย ใกล้กันพบสวิงช้อนอึ่ง บนถนนพบรถจยย.จอดเสียหลักมีรอยขูดถนน ที่ท้ายรถพบกระสอบอึ่ง บริเวณรอบบ่อ ได้มีรอยเล็บเท้าเช้าตะกายลงบ่อน้ำ และมีรอยเหยียบย้ำอยู่ที่บ่อระบายน้ำ บริเวณตามถนนทางเข้าป่า พบรอยขี้ช้าง

จากการสอบถามนางจำเริญ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิตช่วง 2 ทุ่ม ของเมื่อนคืนนี้ ผู้ตายกับตนเองยังได้ซ้อนจยย.ออกมาหาอึ่งด้วยกันอยู่ จนถึงเวลา 5 ทุ่ม ตนเองกับผู้ตายก็กลับบ้านเนื่องจากอึ่งยังไม่ออก ได้อึ่งกลับบ้านมาเพียง 2 ตัว ล่าสุดรอบ2 ช่วงตี 2 ผู้ตายก็ขับรถจยย.ออกจากบ้านมาเพียงคนเดียว มาจับอึ่งอีกรอบ แล้วก็มาทราบล่าสุดช่วงเช้าจากชาวบ้านว่าพบสามีเป็นศพเสียชีวิตแล้ว

จากการพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตพบมีรอยบาดแผลอยู่ที่บริเวณลำคอ สาเหตุเบื้องต้น คาดว่า ผู้ตายน่าจะเจอช้างช่วงกลางคืน เนื้องจากผู้ตายได้สวมใส่ไฟฉายที่หน้าหมวก จึงทำให้ช้างเห็นแสงแล้ววิ่งเข้าใส่ จึงคาดว่าช้างน่าจะเตะรถจยย.จนเสียหลักก่อนลงไปซ้ำร่างผู้ตายจนทำให้ร่างผู้ตายบอบช้ำเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ทางนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ กำนันต.ระบำ ได้ขอซื้ออึ่งของผู้เสียชีวิตที่ได้มาไม่ถึง 10 ตัว แล้วนำไปปล่อยในป่า พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาญาติผู้เสียชีวิต เบื้องต้น 20,000 บาท และจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

เปิดค่ายทหารปืนใหญ่ เติมกำลังใจให้น้องทหารใหม่ “ป.21 พัน.20”

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 กองพลทหารม้าที่ 1 โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 จัดกิจกรรม “เยี่ยมญาติทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 1” เพื่อให้ญาติทหารใหม่ ได้มีโอกาสพบปะพุดคุย สอบถามสภาพความเป็นอยู่ และเป็นการเติมกำลังใจให้น้องทหารใหม่ ที่อยู่ในห้วงการฝึกทหารใหม่ โดยมี พันโท วานิช เงินดวง ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 และ คุณกวิสรา ชโนเมธาภรณ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ได้ร่วมพบปะ พูดคุยตอบข้อสงสัย คลายความกังวลใจให้กับญาติทหารใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหาร และครอบครัวทหารใหม่ ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ค่ายพระศรีพนมมาศ ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

น้ำปลาร้าสร้างบุญ แจกโรงทานวัดพระธาตุหมื่นหิน หลวงปู่ศิลา

น้ำปลาร้าสร้างบุญ แจกโรงทานวัดพระธาตุหมื่นหิน หลวงปู่ศิลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 พ.ค. 68 เวลา 18.09 น. ที่วัดพระธาตุหมื่นหิน ต.กุดปลาค้าว อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ นายอุดมชัย สายธารพรา (เถ้าแก่กี้) บริษัทเถ้าแก่กี้79จำกัด ผู้ผลิตน้ำปลาร้าชื่อดังในจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับ พระครูปลัดสุวัฒนสาธุคุณ เจ้าอาวาสวัดพลายชุมพล ประธานมูลนิธิพลายชุมพล บ้านหางคลอง หมู่5 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.สุโขทัย สร้างแบรนด์ผลิต “น้ำปลาร้าสร้างบุญ” ขนาด 900 ml. จำนวน 1,000 ขวด เพื่อจัดตั้งโรงทานแจกน้ำปลาร้าสร้างบุญ ในงานพิธี “อาบน้ำมนต์ปัญจมหาพุทธาฟ้าสนั่นก้องเวหาเก้าโองการพระคาถาสงเคราะห์บูชาโชค ณ วัดพระธาตุหมื่นหิน โดยมีพระราชวัชรธรรมโสภณ หลวงปู่ศิลา สิริจันโท องค์ประธานทำน้ำมนต์


พงศ์เทพ สาคร

สาววัย 23 ปี เจอรถบรรทุกปาดหน้า เสียหลักพุ่งชนราวสะพาน รถหมุนข้ามเลน.. หวิดดับ !!

สาววัย 23 ปี ขับเก๋งไปเยี่ยมญาติที่ราชบุรี เจอรถบรรทุกปาดหน้า เสียหลักพุ่งชนราวสะพาน รถหมุนข้ามเลนหวิดดับ

วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 16.37 น. เกิดเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งชนเข้ากับราวสะพานบริเวณสี่แยกบ่อนอก ตำบลบ่อนอก อำเภอกุยบุรี ขณะที่เจ้าของรถเก๋งสีขาวกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุหลังเกิดเหตุ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยในพื้นที่เข้าช่วยเหลือ

โดยบริเวณจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Toyota Yaris สีขาว ทะเบียน 6ขค 3252 กรุง เทพมหานคร จอดอยู่ในลักษณะหันหัวกลับทิศบริเวณฝั่งขาล่องใต้ ด้านหน้าฝั่งซ้ายของตัวรถพังเสียหายยับเยิน แรงกระแทกส่งผลให้ตัวถังด้านหน้าฝั่งซ้ายทรุดถึงห้องเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ส่วนราวสะพานและไหล่ทางที่เป็นทรัพย์สินทางหลวงได้รับความเสียหายเช่นกัน

จากการสอบถามผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นหญิงสาว อายุ 23 ปี ทราบชื่อเล่น “น้องฟ้า” ให้การว่า ขณะเกิดเหตุกำลังขับรถเดินทางออกจากพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อมุ่งหน้าไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดราชบุรี โดยใช้เส้นทางเพชรเกษม เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกบ่อนอก ซึ่งเป็นทางแยกเข้าพื้นที่หมู่บ้าน รถของตนเองซึ่งวิ่งอยู่ในเลนขวาตามปกติ จู่ๆ ได้มีรถบรร ทุก ขับมาจากเลนซ้ายแล้วเปลี่ยนเลนอย่างกระชั้นชิด ตัดหน้า โดยไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ด้วยความตกใจ จึงหักพวงมาลัยหลบเบี่ยงกะทันหันทำให้รถเสียหลัก พุ่งชนเข้ากับราวสะพานอย่างแรง รถเกิดการหมุนตัวข้ามเลนก่อนจะหยุดอยู่ในฝั่งขาล่องใต้ โชคดีที่ในขณะนั้นไม่มีรถสวนมาจากทิศทางตรงข้าม จึงไม่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมพื้นที่ พร้อมนำรถตำรวจเข้าปิดการจราจรบริเวณเลนขวาฝั่งล่องใต้ชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ ขณะเดียวกันได้ประสานร้อยเวรเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมถึงสอบสวนพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อติดตามตัวผู้ขับขี่รถบรรทุกที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งอุบัติเหตุในครั้งนี้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณจุดตัด ทางแยก หรือถนนที่มีการใช้ความเร็วสูง เนื่องจากอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากไม่มีความรอบคอบและเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด


นัครินทร์/รายงานข่าว

เจ้าของควายช็อค !! ฟ้าผ่าควายตัวเมีย 4 ตัว เสียหายเหยียบล้าน

อุทัยธานี – ตาเจ้าของควายช็อค!! ฟ้าผ่าควายตัวเมีย 4 ตัว เสียหายเหยียบล้าน

เมื่อเวลา 10:00 น. ของวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านเขาขี้ฝอยระหว่างเขตติดต่อหมู่6 และหมู่3 ต.ทุ่งนาไท อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ได้พบกับเจ้าของควายชื่อนายปราโมทย์ สายเพ็ชร์ อายุ 78 ปี โดยเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ตัวตาเองได้เดินจากบ้านเพื่อจะมาปล่อยควายที่คอกควาย จังหวะนั้นมาเห็นควายนอนตาย 4 ตัว อยู่ตายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เป็นตัวเมียทั้งหมด 4 ตัว อยู่ในสภาพตัวเกร็ง ท้องป่อง อุจจาระคาอยู่รูทวาร สภาพตาควายไม่หลับทุกตัว ใกล้กันบริเวณนั้นพบนกตายอยู่ 1 ตัว จึงคาดว่าฟ้าน่าจะผ่าช่วงประมาณ 6 โมงเย็นวานนี้ เนื่องจากช่วงวานนี้ได้เกิดฝนตกและมีเสียงฟ้าผ่าอย่างแรง แต่จังหวะนั้นตัวตาก็ไม่ได้เอะใจแล้วก็ไม่ได้เดินมาดูที่คอกควาย จนกระทั่งมาถึงช่วงเช้าจังหวะจะมาปล่อยควายจึงเห็นว่าควาย นอนเสียชีวิตแล้ว 4 ตัว โดยควายตัวเมียหนึ่งในนั้น ชื่อเจ้าแบม ราคา 250,000 บาท ส่วนอีก 3 ตัว ก็ราคาหลักแสน รวมๆ แล้วราคาเหยียบล้าน ทั้งนี้หากตัวตาอยู่ด้วยช่วงเย็นเมื่อวานนี้ก็น่าจะไม่รอด

ล่าสุดได้ประสานงานไปยังนายสรายุทธ วรรณสูตร ปศุสัตว์อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ได้เปิดเผยว่า จากการสอบถามเจ้าของควายก็คาดว่าจะฟ้าผ่า แต่ต้องหาสาเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียด อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากต้องเจาะเลือดจากควายไปตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าดูแลความช่วยเหลือเยียวยากับเจ้าของควายที่สูญเสียในครั้งนี้ ส่วนซากควายขอแนะนำให้ฝังกลบดิน และไม่ควรนำไปชำแหละหรือรับประทานเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

พุทธศาสนิกชนชาว จ.ลำพูนและใกล้เคียง ร่วมงานประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระ หลวงปู่ครูบาวงศ์ ครบรอบมรณกาล 25 ปี

พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดลำพูนและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมงานประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระ ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา หรือหลวงปู่ครูบาวงศ์ ครบรอบมรณกาล 25 ปี ซึ่งเปรียบดั่งศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชนพระบาทห้วยต้ม

วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 เวลา 12.30 น. ที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในงานประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาหรือหลวงปู่ครูบาวงศ์ ครบรอบมรณกาล 25 ปี โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, พุทธศาสนิกชน ชาวบ้านปาเกอญอ และศิษยานุศิษย์จากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้าร่วมพิธีสำคัญในการอัญเชิญองค์สรีระทิพย์ของหลวงปู่ครูบาวงศ์เพื่อเปลี่ยนผ้าครอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เพราะตั้งแต่หลวงปู่ล่วงลับไปสังขารของท่านไม่เคยเน่าเปื่อย จนถึงปัจจุบัน ยิ่งทำให้ทุกคนต่างศรัทธาและให้ความเคารพ

หลังจากพิธีเปลี่ยนผ้าครองเสร็จสิ้น องค์สรีระของหลวงปู่ครูบาวงศ์ ที่ห่อหุ้มด้วยทองคำเปลวและผ้าไตรชุดใหม่ ถูกอัญเชิญเพื่อแห่สักการะรอบวิหารรอยพระพุทธบาทและเจดีย์ 84,000 พระธัมมขันธ์ พร้อมกับชาวบ้านที่ร่วมตั้งจิตอธิษฐานรำลึกถึงคุณความดี ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา แต่ก็ไม่สามารถทำลายพลังศรัทธาของทุกคนที่ตั้งใจมาในครั้งนี้ จากนั้นได้อัญเชิญสรีระ ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิหารแก้ว เป็นอันเสร็จพิธี ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้มีจิตศรัทธา ได้มีโอกาสกราบไหว้ บูชา และเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของหลวงปู่ครูบาวงศ์

ครูบาชัยยะวงศาพัฒนามรณะภาพ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2543 ซึ่งเมื่อครบรอบการมรณะภาพจะมีการทำพิธีเปลี่ยนผ้าห่มสรีระ เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้แสดงออกซึ่งความเคารพและศรัทธาต่อหลวงปู่ครูบาฯ ซึ่งครูบาชัยยะวงศาพัฒนา เป็นบุคคลที่ชาวปาเกอะญอให้ความเคารพและศรัทธาเป็นอย่างมาก ซึ่งตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านได้สร้างศาสนวัตถุ ศาสนสถาน เช่น วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เจดีย์ศรีเวียงชัย เพื่อดึงและปลุกจิตศรัทธาให้เกิดในคณะศิษย์และเป็นพระผู้พัฒนาพระบาทห้วยต้ม ให้กลายเป็นดินแดนอันสงบสุขและบริสุทธิ์พร้อมสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกด้วย.


นที มีเดช รายงาน

ลำพูน จัดงานวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย 2568

จังหวัดลำพูน จัดงานวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย 2568 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงสิทธิ หน้าที่ ของการเป็นผู้บริโภค ป้องกันตนเอง มิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ

วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 เวลา 17.00 น. ที่อาคารคุณธรรม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสะพานท่าขาม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานวันคุ้มครองผู้บริโภค 2568 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงสิทธิ หน้าที่ ของการเป็นผู้บริโภค ป้องกันตนเอง มิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่และประชาชนเข้าร่วม

สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้จัดให้มีงาน “วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย” ขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ณ วันที่ 30 เมษายน 2522 ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่ถือได้ว่า ประชาชนผู้บริโภคเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้โดยตรง ดังนั้น คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำจังหวัดลำพูน จึงได้กำหนดจัดงานขึ้นในวันนี้

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การรับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ การให้คำปรึกษา การประชาสัมพันธ์ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดลำพูน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดลำพูน และเทศบาลเมืองลำพูน

ด้าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนผู้บริโภคทุกคน ได้ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้า และบริการ ตระหนักถึงความสำคัญด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เกิดความตื่นตัวที่จะรักษาสิทธิของตนตามที่กฎหมายกำหนดอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้อ่านสารเนื่องในวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย 2568 โดย นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนทุกคน และแสดงความเชื่อมั่นว่า สคบ. จะยืนหยัดเคียงข้างและปกป้องสิทธิของประชาชนผู้บริโภคทุกคน เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน