ประธานองคมนตรี ติดตามผลการดำเนินงานด้านการเรียนการสอน ของ นศ.สถาบันพระบรมราชชนก ที่มีภูมิลำเนาใน จ.แม่ฮ่องสอน

ประธานองคมนตรี ติดตามผลการดำเนินงานด้านการเรียนการสอนของนักศึกษาสถาบันพระบรมราชชนก ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.30 น. ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เดินทางมาติดตามผลการดำเนินงานด้านการเรียนการสอนของนักศึกษาที่มีภูมิลำเนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในสถาบันพระบรมราชชนก โดยมี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งนักศึกษาสถาบันพระบรมราชชนกที่มีภูมิลำเนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะพยาบาลศาสตร์ คณะ สาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ จำนวน 169 คน และนักศึกษาผู้ช่วยพยาบาล ภายใต้โครงการผลิตผู้ช่วยพยาบาล สร้างคน สร้างงาน สู่การสร้างสุข ภาวะชุมชน คนแม่ฮ่องสอน เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราช ชนนีพันปีหลวง ครบรอบ 91 พรรษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ จำนวน 37 คน เข้ามารายงานความก้าวหน้าในการจัดการเรียนการสอน

ทั้งนี้ สถาบันพระบรมราชชนก ดำเนินการจัดการเรียนการสอน ภายใต้โครงการ สบช.สัญจร เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษา สถาบันพระบรมราชชนกได้ MOU ร่วมกันกับกระทรวงศึกษาธิ การ และได้ดำเนินการสัญจร ทั่วประเทศ เพื่อให้โควตาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ พบว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกโครงการ สบช.สัญจร ตั้งแต่ปีการศึกษา 2565 – 2567 จำนวน 96 คน ประกอบด้วย คณะพยาบาลศาสตร์ จำนวน 85 คน, คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ จำนวน 11 คน, นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สบช.สัญจร “บัณฑิตคืนถิ่น รักบ้านเกิด” เทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 มีผลการเรียนระดับเกียรตินิยมอันดับ 1 และ 2 จากคณะพยาบาลศาสตร์ จำนวน 3 ราย คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ จำนวน 3 ราย

สำหรับในปีการศึกษา 2568 มีนักศึกษาสนใจเข้าร่วมโครงการผลิตแพทย์ และทีมนวัตกรรมสุขภาพเพื่อเวชศาสตร์ครอบครัว ตอบสนองต่อระบบสุขภาพ ปฐมภูมิทั่วไทย (๙ หมอ) ซึ่งประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและสหวิชาชีพ รวม 9 สาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์เวชศาสตร์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณ์สุข ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยสาธารณสุข ทันตแพทย์ เภสัชกร นักฉุกเฉินการแพทย์ และ แพทย์แผนไทย ปีการศึกษา 2568 นี้ นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการ ๙ หมอ ที่มี ภูมิลำเนาจาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 10 คน


นที มีเดช รายงาน

ปิคอัพขนไม้เถื่อนเต็มคัน ซิ่งแหกด่าน ยางแตก! พลิกคว่ำกลางถนน

เจ้าหน้าที่ อช.ออบหลวง ตั้งจุดตรวจภายในเขตอุทยานฯ พบกระบะซิ่งหนียางแตก ตรวจสอบพบไม้ประดู่ คนร้ายหนีรอดไปได้

นางสาวนิภาพร ไพศาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบหลวง เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง ได้จัดตั้งเวรยามเพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้มีค่า และล่าสัตว์ป่า ตลอดจนลำเลียงขนไม้ผ่านเขตรับผิดชอบ โดยตั้งจุดสังเกตุการณ์ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบหลวง กระทั่งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถกระบะเสริมโครงเหล็กบรรทุกสิ่งของ มีลักษณะบรรทุกหนักผิดปกติ ขับผ่านบริเวณหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบหลวง มุ่งหน้าไปทางอำเภอฮอด จึงได้ฉายไฟเพื่อให้หยุดตรวจ แต่รถคันดังกล่าวพยายามเร่งเครื่องยนต์ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนกลางกำลังจะขับรถติดตามและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เรียกตรวจสอบรถคันดังกล่าว จนไปถึงจุดเกิดเหตุบริเวณทางโค้งกิโลเมตรที่ 105 ทางหลวงหมายเลข 108 (ฮอด-แม่สะเรียง) ห่างจากหน้าที่ทำการอุทยานฯ เพียง 500 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดของยางรถยนต์ จึงได้เร่งเข้าตรวจสอบพร้อมให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียนจ.เชียงใหม่ พลิกคว่ำอยู่กลางถนน พบยางหลังด้านซ้ายเเตก เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบบริเวณรอบๆ ไม่พบบุคคลใดในรถ จากการตรวจสอบท้ายรถกระบะคันดังกล่าวพบ

  1. ไม้ประดู่ จำนวน 33 แผ่น ปริมาตร 2.917 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าความเสียหาย 204,190 บาท
  2. ตะกล้าโครงหูเหล็ก จำนวน 40 อัน
  3. กระสอบปุ๋ย ภายในบรรจุข้าวเปลือก จำนวน 30 กระสอบ
  4. เชือกดักตาข่าย 1 ผืน
  5. ผ้าใบลายตารางฟ้าขาว 2 ผืน
  6. ผ้าใบสีน้ำเงิน 1 ผืน

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในรถ พบเอกสารรถยนต์ พรบ./ประกันภัยรถยนต์ ชื่อนายทวีวัฒน์ ชาวตำบลกองก๋อย อำเภอสบเมย จังหวัดเเม่ฮ่องสอน ซึ่งในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่อยู่ในขั้นตอนการจัดทำข้อมูลและบันทึกส่งคดีให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ฮอด เพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก ยืนยันสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังปกติ ยึดแนวทางบริหารเดียวกันกับฝ่ายนโยบาย

กองทัพบกยืนยันสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังปกติ ยึดแนวทางบริหารเดียวกันกับฝ่ายนโยบาย พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่โดยอาศัยการเจรจาร่วมกัน

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในปัจจุบันว่า สถานการณ์โดยรวมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีลักษณะใดที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากันด้วยกำลังแต่อย่างใด

ทั้งนี้ จากกรณีที่มีบางความเห็นในสื่อโซเชียล กล่าวถึงแนวทางการจัดระเบียบพื้นที่ของแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ มีลักษณะไม่ตรงกันกับแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะฝ่ายบริหารนั้น ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง โดยยืนยันว่าแนวทางการดำเนินการต่อพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงเป็นไปตามนโยบายของฝ่ายบริหารที่อาศัยข้อมูลองค์ประกอบที่ได้รับจากหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่

ในส่วนของกลไกความร่วมมือ คณะกรรมการชายแดนในทุกระดับยังคงสามารถพูดคุยและดำรงความสัมพันธ์กันได้เป็นอย่างดี ส่วนในระดับพื้นที่หรือระดับท้องถิ่นที่อาจยังไม่เรียบร้อยบ้าง เหลือเพียงส่วนน้อยไม่กี่จุด ซึ่งผู้ปฏิบัติทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาดำเนินการ คาดว่าจะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นในเร็ววัน

สำหรับการจัดระเบียบพื้นที่โดยหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ยังคงเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับฝ่ายบริหาร หรือแนวทางของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ซึ่งได้มีการพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาไว้แล้ว โดยยึดถือแนวปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน และเคยใช้ร่วมกันมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน

สำหรับในพื้นที่ที่ยังไม่มีการจัดทำหลักเขต และต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์นั้น ได้ใช้แนวทางดูแลร่วมกัน โดยแต่ละฝ่ายสามารถจัดกำลังเฝ้าตรวจหรือลาดตระเวนในจำนวนที่เหมาะสมประมาณฝ่ายละ 7 คน ส่วนบางพื้นที่ที่มีการจัดกำลังมากเกินกว่าที่เคยปฏิบัติกันมา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความกังวลระหว่างกัน ก็ได้มีการปรับลดกำลังให้อยู่ในระดับเดิมเพื่อความเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน

กองทัพบกขอยืนยันว่า ทุกการปฏิบัติในพื้นที่ชายแดนยังคงยึดมั่นในหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานของความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ และพร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการดำเนินการทุกด้านอย่างใกล้ชิดต่อไป



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างอาชีพ สร้างชีวิต มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพมูลค่ากว่า 3 แสนบาทในพื้นที่จ.นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างอาชีพ สร้างชีวิต มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพมูลค่ากว่า 3 แสนบาท แก่สตรี แม่เลี้ยงเดี่ยวหรือด้อยโอกาส ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และกรุงเทพมหานคร

เมื่อวันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ, นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ, นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ และ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพฯ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่สตรีที่มีรายได้น้อยมีภาระหน้า ที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพมหานคร รวม 2 แห่ง 20 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 393,570 บาท (สามแสนเก้าหมื่นสามพันห้าร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน)

โดยมี นางสาวราภรณ์ พงศ์พนิตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครอบครัว (ผู้แทนอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว) พร้อมด้วย นางสาวศุภวรรณ ขูดแก้ว ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ,นางสาวพรมณี พุ่มอิ่ม ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง,นางอภิรดี สุสุทธิ ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพมหานคร ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี

นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ เปิดเผยว่า โครงการ “ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว” มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ชลบุรี, สงขลา, สุราษฎร์ธานี, นครราชสีมา, ศรีสะเกษ, ขอนแก่น, ลำพูน, ลำปาง, เชียงราย และพิษณุโลก โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบ ครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปิดงาน “ศิลปะหอศิลป์” อ.จรูญ – จิรโรจน์ ศรียะพันธ์ “ความสัมพันธ์ ของสีจังหวะลีลา”

ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปิดงาน “ศิลปะหอศิลป์” อ.จรูญ – จิรโรจน์ ศรียะพันธ์ “ความสัมพันธ์ ของสีจังหวะลีลา “

เมื่อวันเสาร์ที่ 10 พ.ค.2568 อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา” ฯพณฯ ชวน หลีกภัย” เป็นประธานเปิดงาน นิทรรศการศิลป์นามธรรม ผลงานของ” อ.จรูญ และ ดร.จิรโรจน์ ศรียะพันธ์ สองศิลปินชาวใต้ ณอาคาร นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป์ ถนนเจ้าฟ้า แขวงชนะสงคราม กทม. บรรยากาศในงาน มีบรรดาศิลปิน และแขกผู้มีเกียรติ ให้ความสนใจ งานศิลป มาร่วมงาน ชมนิทรรศการผลงาน อย่างคับคั่ง

โดยอดีต นายกฯ “ชวน หลีกภัย” ผู้ชื่นชมงานศิลปะ ได้กล่าว ชื่นชม ศิลปินชาวใต้ทั้งสอง ที่เพียรพยายาม สร้าง ผลงานด้วยจิตวิญญาน วิริยะ ลึกซึ้งยิ่ง ทั้งนี้ท่านอดีตนายกฯ ชวน เคยหลงไหล ในงานศิลปะ ในอดีต โดยให้ความสนใจศึกษางานศิลป ที่ โรงเรียนช่างศิลป์ (เตรียมฯศิลปากร) มาก่อนลงการเมือง

บรรยากาศเตรียมไปด้วยความอบอุ่นโดยมี อดีตรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ” พิทยา สังฆนาคิน” และ” ปราโมทย์ ทองศรี” ผู้บัญชาการเรือนจำบางขวาง ให้ความสนใจในงานนิทรรศการศิลป์ ดังกล่าวด้วย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. และ อบต.ท่าพระ จ.ขอนแก่น นำนวัตกรรมโดรนแปรอักษรร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์

วช. และ อบต.ท่าพระ จ.ขอนแก่น นำนวัตกรรมโดรนแปรอักษรร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระ จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดการแสดง “บินโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธานในพิธี และนายรังสรรค์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระ กล่าวขอบคุณและให้การต้อนรับ พร้อมผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ (วช.), รองนายก อบต.ท่าพระ, ผู้บริหารเทศบาลตำบลท่าพระ, ผู้นำชุมชน, เจ้าหน้าที่อบต.ท่าพระ และ ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม พร้อมนี้ นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้ควบคุมการจัดแสดงบินโดรนแปรอักษร เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระ จังหวัดขอนแก่น พร้อมสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้ร่วมการจัดแสดงโดรนเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ โดยนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ จัดแสดงโดรนแปรอักษรโดยความสามารถของนักประดิษฐ์ และผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการออกแบบโดรนแปรอักษรที่เป็นเยาวชนของไทย นำความรู้การใช้ซอฟต์แวร์ ออกแบบการแปรอักษรของโดรนบนท้องฟ้า ได้อย่างตระการตา แสดงให้เห็นถึงความสามารถการประดิษฐ์ของคนไทย

นายรังสรรค์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระ กล่าวว่า กิจกรรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ และส่งเสริมการเรียนรู้ในสถานศึกษา” ในครั้งนี้ อบต.ท่าพระ และประชาชนตำบลท่าพระ ได้มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ โดยโดรนจำนวน 500 ลำ ได้แปรอักษรอย่างสวยงาม พร้อมนี้ อบต.ท่าพระ จะได้มีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติอย่างต่อเนื่องในวาระสำคัญต่างๆ อีกด้วย

การแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ประกอบด้วยภาพต่างๆ อาทิ ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ภาพทรงพระเจริญ ภาพเครื่องดนตรีพื้นบ้านแคน ภาพไดโนเสาร์ และภาพสัญลักษณ์ของ กระทรวง (อว.) และ (วช.) โดยการแสดงดังกล่าวสร้างความตื่นตาตื่นใจและประทับใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ร่วมอวยพรวันเกิด “ท่านสุขุม เชิดชื่น” ครบรอบ 71 ปี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความอบอุ่น

ร่วมอวยพรวันเกิด “ท่านสุขุม เชิดชื่น” ครบรอบ 71 ปี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความอบอุ่น

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมอัศวินแกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดี บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากมิตรสหายที่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ท่านสุขุม เชิดชื่น ครบรอบ 71 ปี

งานนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความรักและความผูกพันในแวดวงส่วนตัวของท่านเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนการรวมตัวของบุคคลสำคัญจากทุกวงการ ทั้งการเมือง การทหาร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักธุรกิจ นักกิจกรรม และสื่อมวลชน ที่ต่างมาร่วมอวยพรจากใจ พร้อมถ้อยคำดีๆ ที่แสดงถึงความเคารพและความรักที่มีต่อท่านสุขุมอย่างจริงใจ

ภายในงาน ท่านสุขุมปรากฏตัวมาพร้อมลูกชายทั้ง 2 คน ท่ามกลางรอยยิ้มและความชื่นชมจากแขกในงาน โดยท่านยังได้กล่าวถึงความหวังอย่างจริงใจว่า อยากให้ลูกชายได้มีบทบาทในการทำงานด้านการเมือง เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือประชาชน และขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นในอนาคต

รายชื่อผู้ร่วมงาน อาทิ คุณนภัค บุญนัชนิธินาถ ประธานอำนวยการ สำนักข่าวเดลิมิเร่อร์ออนไลน์, ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม, คุณจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ “เสธหิ”, ท่านวิชิต ปลั่งศรีสกุล, ท่านอุทัย ทัพอาสา อดีต ผบ.เรือนจำพระนครศรีอยุธยา, กัน จอมพลัง, ป๋าแหง็ม ครับเจ้านาย, นายธนะพัฒน์ วัชรฐิติเปรมชัย (ศักดิ์สิทธิ์ อัลลอย), นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, ดร.ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ บอร์ดประกันสังคม และ นายเชษฐา พีเซียวตง ประธานมูลนิธิบรรเทาภัย

ภายในงานมีทั้งช่วงพบปะสังสรรค์อย่างเป็นกันเอง การพูดคุยถึงความทรงจำและการทำงานร่วมกันในอดีต รวมถึงช่วงอวยพรที่หลายคนกล่าวถึงคุณูปการของท่านสุขุมอย่างซาบซึ้ง

คุณนภัค บุญนัชนิธินาถ ประธานอำนวยการ สำนักข่าวเดลิมิเร่อร์ออนไลน์ ได้กล่าวคำอวยพรด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นว่า “ในวาระครบรอบ 71 ปีของท่านสุขุม บุคคลที่มีคุณค่าและเปี่ยมด้วยเมตตา ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจและแรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่รักต่อไป ท่ามกลางความรักและเคารพจากทุกคนรอบตัว… ดิฉันขอร่วมอวยพรด้วยความจริงใจค่ะ”

วันเกิดปีนี้จึงไม่ใช่แค่การฉลองอีกหนึ่งปีที่ผ่านไป แต่เป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของมิตรภาพ ความเคารพ และความงดงามของชีวิตที่เชื่อมโยงกันไว้ด้วยความดี

วันเกิด #สุขุมเชิดชื่น #มิตรภาพ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ วช. จัดอบรมให้ความรู้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ที่จังหวัดชุมพร

ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ วช. จัดอบรมให้ความรู้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ที่จังหวัดชุมพร

เมื่อเร็วๆนี้ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมการอบรมเกษตรกรเรื่อง วิกฤต ทุเรียนไทยในสภาพอากาศแปรปรวน ที่ฉัตรกมลฟาร์ม อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร โดยมีวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ ประกอบด้วย ดร.รุจิรา ดีวัฒนวงศ์,ดร.ประสิทธิ์ ดีวัฒนวงศ์,ผศ.ดร.สุนทร พิพิธแสงจันทร์ และ รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท มีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมอบรม จำนวน 112 คน

การจัดอบรมในครั้งนี้วัตถุประสงค์ เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตทุเรียนภายใต้สภาพอากาศแปรปรวน,การแก้ไขปัญหาการปนเปื้อน และตกค้างของสี BY2 และ แคดเมี่่ยมจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

AMATAV เผยรายได้ไตรมาส 1/68 ลดลงจากเศรษฐกิจชะลอตัว มั่นใจฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง เดินหน้ากลยุทธ์เติบโตต่อเนื่อง

AMATAV รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2568 มีรายได้รวม 863 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจากภาวะเศรษฐกิจเวียดนามที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก พร้อมโชว์ความแข็งแกร่งทางการเงิน เดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงการและติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป หนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2583

นายสุขุม พิทยาพิบูลพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2568 ว่า บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 863 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามที่ชะลอตัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่ผันผวน และอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการตัดสินใจของภาคธุรกิจในประเทศ

สำหรับรายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคในไตรมาสนี้อยู่ที่ 699 ล้านบาท ลดลงจาก 946 ล้านบาท หรือราว 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุมาจากการลดลงของปริมาณการใช้บริการจากลูกค้า อย่างไรก็ตามธุรกิจการขายอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ โดยมีรายได้อยู่ที่ 140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% แม้พื้นที่ขายจะลดลง แต่บริษัทสามารถปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจาก 25% เป็น 47%ได้สำเร็จ โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ลองถั่น ซึ่งบริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์การตั้งราคาที่เหมาะสมและการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพตอบสนองต่อความต้องการของนักลงทุน รวมรายได้อื่นๆ 24 ล้านบาท

“แม้เศรษฐกิจเวียดนามยังคงเผชิญกับภาวะแรงกดดันจากภายนอก บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าสถานะทางการเงินของบริษัทยังคงมีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม อยู่ที่ 14,600 ล้านบาท และมีภาระหนี้สินรวมลดลง สะท้อนถึงประสิทธิ ภาพในการบริหารจัดการทางการเงินอย่างรัดกุม และเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของประเทศ โดยอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ระบุว่า GDP ของเวียดนามในไตรมาสแรกปี 2568 ขยายตัว 6.93% แม้ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังถือว่าแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค” นายสุขุมฯ กล่าว

ปัจจุบัน อมตะ วีเอ็น มีที่ดินรองรับการขายในประเทศเวียดนาม จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ฮาลอง บนพื้นที่รวม 714 เฮกตาร์ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาเฟสที่ 3 เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ลองถั่น บนพื้นที่รวม 410 เฮกตาร์ ซึ่งยังมีศักยภาพในการขยายตัวต่อเนื่องในอนาคต

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนในการดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภายในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมแนวทางการดำเนินธุรกิจตามหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี 2583 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ วช. ร่วมประชุมความร่วมมือด้านเรื่องอนุรักษ์พันธุกรรมพืชไม้ผล

ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ วช. ร่วมประชุมความร่วมมือด้านเรื่องอนุรักษ์พันธุกรรมพืชไม้ผล

ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมประชุมกับผู้บริหารจาก Tropical Crops Genetic Resources Institute (TCGRI),Chinese Academy of Tropical Agricultural Sciences (CATAS) ความร่วมมือด้านเรื่องอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (ไม้ผล)

โดยมี คุณสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นประธานที่ประชุม รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท หัวหน้าโครงการฯ ร่วมประชุม และ ดร.อนุวัฒน์ กำแพงแก้ว กรมวิชาการเกษตร เป็นผู้ประสานงาน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน