เจ้าของเศร้า !! พึ่งไถ่ชีวิตน้องพลอยมา(วัว) หลังตื่นคน มุดคอกหายไป หากใครเจอมีสินน้ำใจให้

อุทัยธานี – เจ้าของเศร้า!! พึ่งไถ่ชีวิตน้องพลอยมา(วัว)หลังตื่นคนมุดคอกหายไป หากใครเจอมีสินน้ำใจให้

เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 20 พ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ตำบลสุขฤทัย อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี ได้พบกับเจ้าของวัวชื่อนายสมศักดิ์ อายุ 44 ปี หมู่ 6 และเป็นสมาชิก อบต. ตำบลสุขฤทัย อ.ห้วยคต ได้ประกาศตามหาน้องวัวเพศเมีย อายุ 4-5 เดือน สีขาวนวลออกน้ำตาล ชื่อน้องพลอย หากใครเจอมีสินน้ำใจให้

โดยนายสมศักดิ์ ได้เปิดเผยว่า ช่วงวานนี้ ตนเองได้ไปซื้อวัวที่ต่างจังหวัดมา เนื่องจากน้องวัว อยู่ในคอกรวมกันเป็นร้อยตัว ตนเองจึงอยากช่วยชีวิตน้องวัวตัวดังกล่าวมา โดยรวมซื้อมาทั้งหมด 4 ตัว เป็นเงินราคาจำนวนหนึ่ง หลังจากที่ทางเจ้าของนำมาส่งที่บ้าน ช่วงเวลาเกือบ 20.26 นาที ระหว่างที่เอาน้องวัวลงในคอกแล้ว ตนเองยังไม่ได้ผูกคอ ก็คิดว่าน้องยังไม่ดื้อมาก แต่จังหวะนั้นน้องวัวน่าจะตื่นคน เนื่องจากน้องวัวเพิ่งจะย้ายมาอยู่ที่ใหม่น่าจะยังไม่ชิน จึงได้มุดคอกวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นตนเองและญาติๆ ก็ได้ออกตามหาน้องวัว จนถึง 22:00 น แต่ก็ยังไม่พบเจอ จึงได้ยุติการค้นหาเนื่องจากมีฝนตกลงมาด้วย และช่วงเช้าวันนี้ตนเองและญาติๆ ก็จะเริ่มค้นหาน้องวัวใหม่

ทั้งนี้ตนเอง พึ่งจะริเริ่มที่อยากจะเลี้ยงวัว เนื่องจากอยากใช้เวลาว่างให้ประโยชน์ แต่หากใครเจอสามารถติดต่อมาได้ที่ตนเอง ตนเองมีสินน้ำใจมอบให้ หากนำวัวมาส่งมอบคืน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

เจ้าของร้านเจ็บใจ!! ลูกค้าเชิดปลากระป๋อง 37 ลัง สูญเงินกว่า 60,000 บาท

อุทัยธานี – เจ้าของร้านเจ็บใจ!! ลูกค้าขับรถกระบะมาซื้อปลากระป๋อง 37 ลัง บรรทุกของเต็มคันรถ อ้างว่าจะไปเติมลมแล้วชิ่งหนี สูญเงินไป 60,000 กว่าบาท

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 19 พ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ร้านนฤมลเวชภัณฑ์ ต.สุขฤทัย อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ได้พบกับเจ้าของร้านชื่อนายประกอบ อายุ 63 ปี พร้อมภรรยานางสาย ได้เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.ห้วยคต ว่ามีชายดังกล่าวได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซุซุ สีขาวจำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ มาจอดบริเวณหน้าร้านและซื้อสินค้าปลากระป๋องจำนวน 37 ลัง ความเสียหายประมาณ 60,730 บาท ได้ใส่หลังรถยนต์กระบะของชายดังกล่าว และบอกกับพนักงานว่าจะไปเติมลมก่อน ยางอ่อน และได้ขับรถออกไปแล้ว ไม่ได้กลับมาจ่ายเงิน ล่าสุดได้โทรไปหาชายดังกล่าวก็ไม่รับสาย

จากการสอบถามนางสาย ภรรยาเจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ชายดังกล่าวเคยเป็นลูกค้า และเคยมาซื้อของที่ร้าน ล่าสุดมาถามหาซื้อปลากระป๋อง 50 ลัง ตนเองเลยบอกมีไม่ถึง แล้วชายดังกล่าวก็เดินไปสั่งลูกน้องที่ร้าน โดยสั่งกันอย่างไรตนเองไม่ทราบ สักพักลูกน้องที่ร้านก็ใส่ของขึ้นท้ายรถของชายดังกล่าวเลย

โดยเกิดเหตุช่วงเช้าเวลาประมาณ 9:15 น. ได้มีชายใส่ชุดขาว สวมแมส ขับรถกระบะไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาซื้อของที่ร้านโดยซื้อปลากระป๋องหลายลัง โดยบรรจุลงในกล่อง บรรทุกเต็มคันรถ แล้วไม่ได้จ่ายเงิน อ้างว่าจะไปเติมลม ล่าสุดได้โทรไปหาก็ติดต่อไม่ได้ โดยยอดทั้งหมด 6 หมื่นกว่าบาท

ล่าสุดตอนนี้ทางร้านเสียหายมาก อยากจะฝากถึงคนร้ายให้นำของมาคืนด้วยตอนนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีแถมยังมาถูกโกงอีก เนื่องจากเป็นเงินมูลค่าค่อนข้างสูง และที่ร้านก็ต้องใช้จ่ายซื้อของที่ร้าน วอนเจ้าหน้าที่ติดตามตัวชายดังกล่าวมาให้ได้


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “โรงพยาบาลทศมินทราธิราช” แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน) เชื่อมโยง “รพ.ภูมิพลอดุลยเดช” พระนาม ร.9 ทอ. ทำหนังสือขอพระราชทานชื่อใหม่ ขึ้นไป

โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “โรงพยาบาลทศมินทราธิราช” แทน รพ.ทหารอากาศ (สีกัน) เชื่อมโยง “รพ.ภูมิพลอดุลยเดช” พระนาม ร.9 ทอ. ทำหนังสือขอพระราชทานชื่อใหม่ ขึ้นไป

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม สำนักพระราชวัง ได้มีหนังสือถึง พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) อ้างถึงหนังสือ กองทัพอากาศ ที่ขอพระราชทานชื่อใหม่ แก่โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) กรมการแพทย์ทหารอากาศ กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชปณิธานในการดูแลสุขภาพให้แก่ประชาชน และเพื่อเป็นสิริมงคล

โรงพยาบาลทหารอากาศ ใช้งบประมาณก่อสร้าง 950 ล้านบาทถ้วนเพื่อให้บริการแก่กำลังพลของกองทัพอากาศและครอบครัวตลอดจนประชาชนทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตอน โดยการให้บริการเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลภูมิพล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักของกองทัพอากาศ เปิดให้บริการเมื่อปี 2562 ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ารับบริการทั้งสิ้น 660,915 คน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชปณิธานในการดูแลสุขภาพให้ประชาชน และเพื่อเป็นสิริมงคล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดเกล้า พระราชทานชื่อใหม่แก่ โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) ว่า “โรงพยาบาลทศมินทราธิราช” อ่านว่า โรง-พะ-ยา-บาน-ทะ -สะ- มิน -ทรา-ทิ – ราด หมายความว่า โรงพยาบาลที่สร้างขึ้น เพื่อ เฉลิม เกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่ (รัชกาลที่10)ขอ


#ทรงพระเจริญ#สืบสานรักษาต่อยอด#โรงพยาบาลทศมินทราธิราช

ขอบคุณข้อมูล : มติชนออนไลน์

พระลาน

ทหารปืนใหญ่ค่ายภูมิพล จัดพิธีต้อนรับทหารใหม่และเปิดการฝึกทหารใหม่ผลัดที่ 1

จังหวัดลพบุรี – ทหารปืนใหญ่ค่ายภูมิพล จัดพิธีต้อนรับทหารใหม่และเปิดการฝึกทหารใหม่ผลัดที่ 1

พลตรี พิศิษฐ ปัญญานะ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ได้เป็นประธานในพิธี กล่าวต้อนรับ และ เปิดการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 1 ภายในศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยมี ทหารกองประจำการ ผลัดใหม่ จากหน่วยขึ้นตรง ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ประกอบด้วย กองพันบริการ กองบริการ ศูนย์การทหารปืนใหญ่, กองพันทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ และ กรมนักเรียน โรงเรียนทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ รวม 283 นาย นายเข้าร่วมพิธี โดยมีห้วยระยะเวลาการฝึกรวม 6 สัปดาห์ เพื่อปรับสภาพทางร่างกายและจิตใจ จากการดำรงชีวิตแบบพลเรือนมาเป็นทหารโดยสมบูรณ์

โอกาสเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ยังได้ให้โอวาทแก่ทหารใหม่ การเป็นทหารที่ดีนั้น จะต้องเป็นผู้มีวินัย ดั่งพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัสว่า “สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นทหาร ก็คือความมีวินัย ทั้งในส่วนบุคคล และในส่วนรวม/กล่าวคือ ในส่วนบุคคล วินัยจะทำให้บุคลสามารถใช้ความรู้ ความสามารถ และประพฤติตนปฏิบัติงานได้ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ในส่วนรวม วินัยนั้น จะทำให้หน่วยงาน สังคม ตลอดจนประเทศชาติ มีความแข็งแกร่งสามารถปฏิบัติงานต่างๆ ร่วมกันได้อย่างเป็นเอกภาพ “

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกย่องและให้เกียรติแก่ทหารใหม่ทุกท่าน และยังเป็นการสร้างความรัก ความผูกพัน ระหว่าง ทหารใหม่กับทหารเก่า และผู้บังคับชา เพื่อให้น้อง ๆ ทหารใหม่ คลายความวิตกกังวล ในการเข้ามารับราชการทหาร โดยถือว่า ทหารใหม่ทุกนาย เป็นบุคคลที่มีความสำคัญในการปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติ แม้ในยามประเทศชาติ ต้องประสบภาวะวิกฤติใดๆ ก็ตาม สถาบันทหารยังเป็นที่พึ่งสำคัญของชาวไทยในทุกโอกาสเสมอมา


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

พิษณุโลก ขับเคลื่อนการจัดโครงการแสงนําใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีใน

จังหวัดพิษณุโลก ขับเคลื่อนการจัดโครงการแสงนําใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้อง กันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีในหัวข้อ“ออกกำลังกายเป็นนิสัยห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE)”

วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้อง ประชุมพระพุทธชินราช (771) ชั้น 7 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ประธานการประ ชุมโครงการแสงนําใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จังหวัดพิษณุโลก

ด้วยจังหวัดพิษณุโลก ได้รับแจ้งจากศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แจ้งว่าได้จัดโครงการแสงนําใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เป็นประจําทุกปี โดยปี พ.ศ. 2568 ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยมีวัตถุ ประสงค์เพื่อ ฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ที่ทรงเป็นดั่งแสงนําใจ และทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทยในการรักษาสุขภาพและการออกกําลังกาย เพื่อสร้างการตระหนักรู้โรคหลอดเลือดสมอง ตลอดจนรณรงค์เชิญชวนคนไทยหันมาออกกําลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง โดยกําหนดจัดกิจกรรมออกกําลังกาย เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยขับเคลื่อนการจัดโครงการฯ ผ่านเขตสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขทั้ง 13 เขตทั่วประเทศ

ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎา คม 2567 จังหวัดพิษณุโลก โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก โครงการแสงนําใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จังหวัดพิษณุโลก หัวข้อออกกำลังกายเป็นนิสัยห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE) โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก การดำเนินโครงการแสงนําใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จังหวัดพิษณุโลก โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เพื่อพิจารณาการจัดโครงการฯ

ทั้งนี้ จังหวัดพิษณุโลกได้ขับเคลื่อนการจัดโครงการฯอย่างต่อเนื่อง โดยทางคณะแพทย ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นําโดยศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช ร่วมกับศิริราชมูลนิธิ ได้จัดโครงการแสงนําใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระ เกียรติ ติดต่อกันเป็นประจําทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้โรคหลอดเลือดสมอง และเน้นย้ําว่าการออกกําลังกายสม่ําเสมอ มีความสําคัญต่อสุขภาพสร้างความตระหนักและให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง ตลอดจนรณรงค์เชิญชวนคนไทยหันมาออกกําลังกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงห่างไกลโรค


นที มีเดช รายงาน

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 มอบเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) ให้โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 มอบเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) จาก สมาคมแม่บ้านทหารบก ให้โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

เมื่อวันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 นาฬิกา พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นผู้แทนสมาคมแม่บ้านทหารบก มอบเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) ให้กับโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งสมาคมแม่บ้านทหารบก ได้บริจาคเงินให้กับ”กองทุนโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” โดยมี พลตรี ปิยลาภ วสุวัต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นผู้รับมอบ ที่ ห้องประชุมชินราชา ชั้น 3 อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการบริจาคเงิน เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) จำนวน 10 เครื่อง แล้วส่งมอบให้กับหน่วยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ที่ยังขาดแคลน สำหรับไว้ใช้เมื่อประสบเหตุฉุกเฉิน เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต จากภาวะหัวใจวายเฉียบพลันต่อไป

ตามที่ สมาคมแม่บ้านทหารบก ได้รับบริจาคเงินให้กับ “กองทุนโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้จัดซื้อเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) จำนวน 10 เครื่อง ส่งมอบให้กับหน่วยฝึกทหารใหม่ที่ยังขาดแคลน ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3

จากนั้น ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ได้รับชมการสาธิตการใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) พร้อมทั้งมอบแนวทางการใช้งาน และการเก็บรักษา ให้กับหน่วยฝึกทหารใหม่


นที มีเดช รายงาน

ลำพูน จัดการฝึกซ้อมแผนรับมือจากภัยแผ่นดินไหว เพื่อเตรียมความพร้อมของแต่ละหน่วยงานให้สามารถรองรับสถานการณ์สาธารณภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จังหวัดลำพูน จัดการฝึกซ้อมแผนรับมือจากภัยแผ่นดินไหวเพื่อเตรียมความพร้อมของแต่ละหน่วยงานและเสริมสร้างขีดความสามารถของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอให้สามารถรองรับสถานการณ์สาธารณภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.30 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองลำพูน ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด/ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ในรูปแบบการฝึกบนโต๊ะ Table-Top Exercise (TTX) ภัยจากแผ่นไหว เพื่อให้การฝึกกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด/ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีนายธนา นวลปลอด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานตามแผนเผชิญเหตุภัยจากแผ่นดินไหวจังหวัดลำพูน เจ้าหน้าที่จากที่ทำการปกครองอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ จิตอาสา องค์กรการกุศล มูลนิธิ เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ลำปาง เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน กล่าวว่าสาธารณภัยและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้นการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาชน ในการรับมือและตอบโต้สถานการณ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และลดความสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุด ภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนีัเครื่องมือที่จะช่วยให้การดำเนินการตามแผนของแต่ละหน่วยงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล มีความปลอดภัยและคุ้มค่าคือการฝึกกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด/ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมให้แต่ละหน่วยงาน กำหนดแนวทางการปฏิบัติให้สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ รวมทั้งทำให้ทราบถึงจุดบกพร่องและช่องว่างในการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแผนให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ทั้งนี้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน ได้เสนอให้มีการฝึกกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด/ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภัยจากแผ่นดินไหว Lpn-Eg-TTX 2025 (Lamphun Earthquake Table-Top Exercise 2025)ขึ้นเพื่อฝึกซ้อมการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด โดยการนำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แผนเผชิญเหตุ และแผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาใช้เป็นเครื่องมือประกอบการฝึกให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง และกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเพื่อเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอให้สามารถรองรับสถานการณ์สาธารณภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการทดสอบความพร้อมของบุคลากร สถานที่ ทรัพยากร การบูรณาการในการประสานงาน การสื่อสาร ตามแนวทางของระบบบัญชาการเหตุการณ์และวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ทบทวน ปรับปรุงแผนเผชิญเหตุ และพัฒนาแผนเผชิญเหตุให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเพื่อจัดทำแนวทางการจัดตั้งและการปฏิบัติงานของศูนย์บัญชาการเหตุการจังหวัด (SOP) ให้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด และเพื่อเป็นการทดสอบขั้นตอนระบบการแจ้งเตือน การเผชิญสถานการณ์ การสื่อสารในภาวะวิกฤต การอพยพประชาชน และการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วชั่วคราวเป็นต้น


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิษณุโลก ร่วมดำเนินการฝึกซ้อมแผนแบบบนโต๊ะ (Table Top Exercise : 1TX) จำลองสถานการณ์อุทกภัยผ่านระบบ Zoom Meeting

กอ.รมน.จังหวัดพิษณุโลก ร่วมดำเนินการฝึกซ้อมแผนแบบบนโต๊ะ (Table Top Exercise : 1TX) จำลองสถานการณ์อุทกภัยผ่านระบบ Zoom Meeting รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมการฝึกซ้อมการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุแบบบนโต๊ะ (Table Top Exercise : 1TX) ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting ณ ห้องประชุมพระศรีศาสดา (POC) ศาลากลางหลังเก่า ชั้น 3 จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน มี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการฝึกซ้อมพร้อมเพรียง

การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการจำลองสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก ครอบคลุมกรณีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยมุ่งเน้นการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

สำหรับคณะทำงานประเมินผลการฝึกฯ ดำเนินงาน ณ ห้องประชุมพระพุทธชินสีห์ ศาลากลางหลังเก่า ชั้น 3 จังหวัดพิษณุโลก โดยมีการประเมินผลในด้านการเผชิญเหตุและด้านการสื่อสาร ตลอดจนสรุปข้อดี/ข้อเสีย ปัญหา/อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการฝึกซ้อมในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแผนและพัฒนาขีดความสามารถของจังหวัดในการรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งแก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมติดตามการขุดลอกแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก

ผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งแก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมติดตามการขุดลอกแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก

วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเขตแดนไทย-เมียนมา และติดตามความคืบหน้าการขุดลอกแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารศูนย์บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ (OSS) อำเภอแม่สาย โดยมี พล.ท.สิรภพ ศุภวานิช เจ้ากรมการทหารช่าง นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ

ในที่ประชุม เจ้ากรมการทหารช่าง ได้รายงานความคืบหน้าของโครงการพัฒนาพื้นที่ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งดำเนินการโดยกรมการทหารช่าง กองทัพบก ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การขุดลอกแม่น้ำรวก ระยะทางรวม 32 กิโลเมตร และ การก่อสร้างแนวป้องกันชั่วคราว-กึ่งถาวร ในเขตเมืองแม่สาย ระยะทาง 3,600 เมตร โดยได้เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2568 ปัจจุบันงานขุดลอกแม่น้ำรวกแล้วเสร็จประมาณ 15% และงานแนวป้องกันดำเนินการไปแล้ว 34% โดยกองทัพบกมีเป้าหมายให้แล้วเสร็จก่อนเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อรองรับฤดูน้ำหลาก

ด้านนางสาวจันทร์สม เป็นตาธรรม ธนารักษ์พื้นที่เชียงราย รายงานว่า มีผู้เช่าที่ราชพัสดุริมแม่น้ำสายในแนวก่อสร้างกำแพงป้องกันน้ำรวม 15 ราย ขณะนี้ได้มีหนังสือแจ้งยกเลิกสัญญาเช่าแล้ว และให้ผู้เช่านำทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย

นายธนชัย จิตนาวณิชย์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 สาขาเชียงราย รายงานเพิ่มเติมว่า มีผู้บุกรุกพื้นที่ป่าในเขตรับผิดชอบจำนวน 4 ราย ซึ่งได้แจ้งให้ดำเนินการย้ายออกแล้ว และหากยังฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือจากประชาชนที่ยังอยู่ในแนวเขตก่อสร้างให้ย้ายออก เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและเสร็จตามกำหนด ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จากภัยพิบัติน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

หลังจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย เจ้ากรมการทหารช่าง และนายอำเภอแม่สาย ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขุดลอกแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก และการก่อสร้างแนวป้องกันในพื้นที่อำเภอแม่สาย


นที มีเดช รายงาน

ประธานองคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาราษฎรชาวไทยภูเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปีงบประมาณ 2568 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ประธานองคมนตรี /ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ ติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาราษฎรชาวไทยภูเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปีงบประมาณ 2568 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมสิงหนาทบำรุง ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พลตรี สมบัติ บุญกอแก้ว เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมประชุมการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาราษฎรชาวไทยภูเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี /ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ เป็นประธานการประชุม และมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานฯ และแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินงาน และการให้คำแนะนำในการดำเนินโครงการฯ โดย ประธานองคมนตรี /ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ

โดยที่ประชุมได้การรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาราษฎรชาวไทยภูเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปีงบประมาณ 2568 ตามประเด็นที่กำหนด ดังนี้ การจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนให้เป็นหมู่บ้านที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ซึ่งดำเนินงานโดยที่ทำการปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอน, การติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการโครงการปรับปรุงเส้นทางคมนาคมในพื้นที่โครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อควานมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งดำเนินงานโดยสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน, การติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานแผนงานขยายเขตระบบไฟฟ้าในพื้นที่โครงการฯ ซึ่งดำเนินงานโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน, การติดตามความก้าวหน้าการปรับปรุงซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำบ้านปางคอง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งดำเนินงานโดยโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน, การดำเนินการและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องโครงการสนับสนุนนักเรียนทุนพยาบาลศาสตร์บัณฑิตของมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งดำเนินงานโดยสำนักงานสาธารณ สุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน, การดำเนินงานโครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งดำเนินงานโดยศูยน์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และความมั่นคง เขตพื้นที่กองพลพัฒนาที่ 3 และการดำเนินโครงการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงเฉพาะพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งดำเนินงานโดยศูนย์อำนวยการประสานโครงการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงเฉพาะพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน


นที มีเดช รายงาน