รัฐมนตรี อว. ร่วมเวทีการประชุมเสวนาระดับโลก Education World Forum 2025 ร่วมกับรัฐมนตรีนานาประเทศ ชี้ประเด็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระกับการศึกษาที่ยั่งยืน

รัฐมนตรี อว. ร่วมเวทีการประชุมเสวนาระดับโลก Education World Forum 2025 ร่วมกับรัฐมนตรีนานาประเทศ ชี้ประเด็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระกับการศึกษาที่ยั่งยืน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมเวทีการประชุมระดับโลก ในการประชุม Education World Forum 2025 ณ Queen Elizabeth II Centre กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยได้ร่วมอภิปรายกับรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงด้านการศึกษาในหลายประเทศในหัวข้อสำคัญ “Technology’s Role in Education: Improving Equity and Quality” ร่วมกับรัฐมนตรีจากฟินแลนด์และคาซัคสถาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของบริษัท HP ประกอบด้วย

  1. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  2. Mr. Anderson Adlercreutz, Ministry of Education, Finland
  3. Mr. Saysat Nurbek, Minister of Science and Higher Eduation, Kazakhstan
  4. Mr. Ian Pratt, Global Head of Security for Personal System, HP โดยมี Mr. Gavin Dykes, EWF Programme Chair เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรี (อว.) กล่าวว่า การเสวนามุ่งเน้นบทบาทของเทคโนโลยีในการยกระดับความเสมอภาคและคุณภาพของระบบการศึกษา โดยได้เน้นย้ำว่าประเทศ ไทยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ และตอบโจทย์อนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่าน นโยบาย “AI เพื่อการศึกษา” และโครงการ “มหาวิทยาลัยปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งกำลังขับเคลื่อนประเทศไปสู่ระบบ Education 6.0

ในการนี้ ประเทศไทยได้มุ่งพัฒนา ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือพื้นที่ชนบท โดยใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่ปรับให้เหมาะกับตนเองได้แบบเรียลไทม์ และรับประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ กระทรวง อว. ยังได้ดำเนินการหลายด้านควบคู่กัน ได้แก่

  • การจัดตั้ง National Credit Bank เพื่อให้ผู้เรียนโอนหน่วยกิตได้ตลอดชีวิต
  • โมเดล Education Sandbox เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นผ่านสถาบันอุดมศึกษา
  • แพลตฟอร์ม Skill Future Thailand ที่จะนำเสนอหลักสูตรแบบแยกส่วน ยืดหยุ่น และตอบโจทย์การพัฒนาทักษะในทุกช่วงวัย

พร้อมนี้ รัฐมนตรี (อว.) กล่าวสรุปว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นสร้างระบบการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนไม่ว่าจะมีพื้นฐานแบบใดได้ประสบความสำเร็จ ด้วยระบบที่ มีจริยธรรม ยืดหยุ่น และพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. ร่วมประชุม Education World Forum 2025 ณ Queen Elizabeth II Centre กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

วช. ร่วมประชุม Education World Forum 2025 ณ Queen Elizabeth II Centre กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมงาน Education World Forum 2025 (EWF) ณ Queen Elizabeth II Centre กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ซึ่งประชุมครั้งนี้จัดขึ้นใน Theme “From stability to growth: Building stronger, bolder, better education together” โดย EWF 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 พฤษภาคม 2568 ณ Queen Elizabeth II Centre กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ในโอกาสนี้ Miss Bridget Phillipson , Secretary of State for education and Minister for woman and equalities, United Kingdom ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน EWF 2025 ในช่วง Official opening and welcome ณ Fleming/ Whittle Hall ณ Queen Elizabeth II Centre กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

การประชุม Education World Forum 2025 (EWF) ถือเป็นเวทีสำคัญระดับโลกที่รวมรัฐมนตรี นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบายด้านการศึกษาและทักษะ จากกว่า 100 ประเทศ มากกว่า 1,000 คน เข้าร่วมงาน โดยเป็นเวทีระดับโลกเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด นโยบาย และประสบการณ์ในการพัฒนาระบบการศึกษา ให้สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) ได้พิจารณาเห็นว่า กระทรวง (อว.)ได้มีนโยบายและทิศทางสำคัญในการสร้างเครือข่ายการศึกษากับสถาบันการศึกษาระดับโลกและนานาชาติ เพื่อเสริมศักยภาพและประสิทธิภาพในเชิงระบบของอุดมศึกษาไทย ซึ่งวช.ได้มองเห็นถึงบทบาทของ (ววน.) ในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการพัฒนานโยบายด้านการศึกษา วิทยศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สอดคล้องกับแนวโน้มและความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับทุนมนุษย์ สร้างความเสมอภาค และใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้

การประชุม EWF 2025 ได้มีการกำหนดประเด็นการประชุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ในหัวข้อสำคัญหลายประเด็น อาทิ

  • การสร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในระบการศึกษา
  • แนวทางยกระดับคุณภาพและความความเสมอภาค
  • การผสานเทคโนโลยีกับการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • การส่งเสริมนวัตกรรมและการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

การประชุมครั้งนี้เน้นการสร้างเสถียรภาพ ความเท่าเทียม คุณภาพ นวัตกรรม และการเติบโตในระบบการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุม และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ (ววน.) ที่ (วช.) มุ่งเน้นคือการยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นกรอบการทำงานในการพัฒนาโจทย์การวิจัยของประเทศได้ในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 174 จ.สุราษฎร์ธานี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 174 จ.สุราษฎร์ธานี

เมื่อวันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2568 : สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานขาเทียมแก่คนพิการขาขาด ของมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ, นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการฯ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่ มอบค่าพาหนะ พร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสำเร็จรูป, อาหารสำเร็จรูป, ขนม, ยาสีฟัน, แปรงสีฟัน, ครีมอาบน้ำ, โลชั่นทากันยุง, ทิชชูเปียก, ทิชชูแห้ง และถุงขยะ บรรจุถุงผ้าดิบ ให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 174 รวมจำนวน 250 คน รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 259,312.50 บาท (สองแสนห้าหมื่นเก้าพันสามร้อยสิบสองบาทห้าสิบสตางค์)

โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้น ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กราบบังคมทูลถวายรายงาน และกราบบังคมทูลเบิกผู้สนับสนุนกิจการมูลนิธิขาเทียมฯ พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ณ หอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

การสนับสนุนโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ให้การสนับสนุน อย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่การดำเนินการครั้งที่ 165 รวม 10 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

บก.น.9 จัดทำโครงการศึกษาดูงาน ศึกษาสภาพภูมิประเทศ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการขนส่งต่างประเทศ

บก.น.9 จัดทำโครงการศึกษาดูงาน ศึกษาสภาพภูมิประเทศ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการขนส่งต่างประเทศ

ประกาศ !!! ด้วย กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 (บก.น.9) ได้มีการจัดทำโครงการศึกษาดูงาน ศึกษาสภาพภูมิประเทศ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการขนส่งต่างประเทศ

เพื่อให้ข้าราชการตำรวจระดับ รอง สว.-ผบ.หมู่ ที่สนใจโครงการดังกล่าว สมัครเข้ารับการคัดเลือกได้ตั้งแต่วันนี้-31 พ.ค.2568

โดยท่านสามารถส่งเอกสาร แบบฟอร์มขอรับการคัดเลือก ได้ที่ สน./กก. ต้นสังกัด ตามลิงก์
https://qr-code.click/i/682ddb31b4283

ฟรี!! ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

หากคณะที่ปรึกษา ผบก.น.9,อนุ กต.ตร.ฯ และ คณะ กต.ตร.สนใจเข้าร่วมในโครงการ ก็สามารถสมัครได้เช่นกัน (สำรองค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง)

โครงการดีๆ แบบนี้
อย่ารอช้า รีบสมัครเลย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“อมตะ วีเอ็น” ขยายพอร์ตเวียดนามเหนือ จับมือรัฐบาลฟู้เถาะ ยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค หนุนพัฒนาเมืองอุตฯ อัจฉริยะยั่งยืน

“อมตะ วีเอ็น” ขยายพอร์ตเวียดนามเหนือ จับมือรัฐบาลฟู้เถาะ ยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค หนุนพัฒนาเมืองอุตฯ อัจฉริยะยั่งยืน

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อมตะ วีเอ็น ลงนาม MOU ความร่วมมือรัฐ-เอกชน วางกลยุทธ์พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ จังหวัดฟู้เถาะ หมุดหมายใหม่ พื้นที่ลงทุนศักยภาพ สู่เมืองอุตสาหกรรมไฮเทค ครบวงจร วางระบบโลจิสติกส์ การค้า การศึกษา ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล สู่เมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะต้นแบบที่ยั่งยืน

นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV และนายบุ่ย วัน กวาง ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดฟู้เถาะ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดฟู้เถาะ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อส่งเสริม ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะและยั่งยืน โดยมีคณะกรรมการประชาชนจังหวัดฟู้เถาะร่วมให้การสนับสนุน

โดยเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง ซึ่งฉบับดังกล่าวได้ถูกนำเสนอต่อสำนักงานรัฐบาล โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย และนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นสักขีพยานในการนำเสนอครั้งนี้ พร้อมด้วยนายเหงียน หม่านห์ เซิน รองประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดฟู้เถาะ ซึ่งเป็นตัวแทนจังหวัดในการดำเนินการ

นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่างอมตะ วีเอ็น และจังหวัดฟู้เถาะ เพื่อส่งเสริมการลงทุนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมดุล ภายใต้พื้นฐานของความเชื่อมั่นและผลประโยชน์ร่วมกัน โดยข้อตกลงดังกล่าว จังหวัดฟู้เถาะจะให้การสนับสนุนแก่โครงการของอมตะ วีเอ็น อย่างรอบด้าน ทั้งในด้านการรวบรวมข้อมูล การลดขั้นตอนทางราชการ การจัดหาที่ดิน รวมถึงการแก้ไขอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินงาน พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และดึงดูดนักลงทุนรายอื่นเข้าสู่พื้นที่

ขณะที่ฝั่งอมตะ วีเอ็น ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมแบบครบวงจรในเวียดนามมากว่า 30 ปี และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ในประเทศไทยทำการศึกษาและพิจารณาการลงทุนในโครงการสำคัญ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจที่ครบวงจร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีมาตรฐานระดับสากล

“เรามุ่งที่จะดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา ‘All Win’ ที่สร้างความสมดุลในสามมิติหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาและสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนสู่พันธมิตร ลูกค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย พร้อมยกระดับจังหวัดฟู้เถาะให้กลายเป็นจุดหมายใหม่ของนักลงทุนจากทั่วโลก ซึ่งการลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ทันที และทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดทำแผนดำเนินงานในลำดับถัดไป พร้อมเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือในด้านอื่นๆ เพื่อผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาในระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ” นางสมหะทัย กล่าว

อมตะ วีเอ็น จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2558 ทำหน้าที่เป็นบริษัทโฮลดิ้งสำหรับการลงทุนในเวียดนาม โดยมีบริษัทแม่ในประเทศไทยเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ปัจจุบันกลุ่มอมตะมีเครือข่ายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน อาทิ ไทย เวียดนาม ลาว และเมียนมา มีโรงงานและศูนย์พาณิชยกรรมในเครือมากกว่า 1,600 แห่ง รวมถึงลูกค้าระดับ Global Fortune 500 ที่เลือกใช้นิคมอุตสาหกรรมของอมตะเป็นฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สำนักงานพาณิชย์ลำพูน จัดประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมหริภุญชัย ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตร กรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นาง สาวจุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม พาณิชย์จังหวัดลำพูน คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรฯ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด จังหวัดลำพูนในวันนี้ มีประเด็นที่สำคัญประกอบด้วย การติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการผลไม้สินค้ามะม่วงและลำไย ปี 2568 เชิงรุกในระดับพื้นที่, สถานการณ์พืชเศรษฐกิจสำคัญทั้งด้านการผลิตและการตลาด มะม่วงและลำไย ปีการผลิต 2568, การประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการรวบรวมรับชื้อผลไม้จากเกษตรกรโครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568, การพิจารณาขอรับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ 2568 สินค้ามะม่วง และกิจกรรมกระตุ้นรณรงค์บริโภคสินค้ามะม่วงทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ปี 2568

ทั้งนี้ เพื่อหาแนวทางกระจายผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัดลำพูน โดยเฉพาะมะม่วงและลำไยให้ไปถึงมือผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด.


นที มีเดช รายงาน

รพ.ค่ายกาวิละ มทบ.33 อบรมให้ความรู้การช่วยชีวิต กับน้องเล็กกองทัพบก เพื่อเพิ่มทักษะพร้อมช่วยเหลือประชาชนได้ทุกสถานการณ์

อบรมให้ความรู้การช่วยชีวิต ให้กับน้องเล็กกองทัพบก เพื่อเพิ่มทักษะ และศักยภาพ พร้อมช่วยเหลือประชาชนได้ทุกสถานการณ์

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 โดยทีมส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน จัดการอบรม และให้ความรู้ “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพ CPR” ให้กับน้องๆ ทหารใหม่ เพื่อเพิ่มทักษะ ความชำนาญ และขีดความสามารถในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ได้ทันท่วงที ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.33 และ พัน.มทบ.33 จังหวัดเชียงใหม่

โดยทีมส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน ได้มีการให้ความรู้ สาธิต ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ป่วยเจ็บ ก่อนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยส่งสถานพยาบาล การสอน และทบทวนวิธีการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยวิธีปั๊มหัวใจ (CPR) ร่วมกับการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) ให้กับน้องๆ ทหารใหม่ มทบ.33 และ พัน.มทบ.33 ทุกนาย ได้รับความรู้ มีความชำนาญในการช่วยเหลือตนเอง หรือเพื่อนร่วมฝึกเมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างการฝึกสามารถช่วยเหลือกันเบื้องต้นได้ และเมื่อเจอประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุจริง สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชน ได้ทันท่วงที เพราะหน่วยทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส และเนื่องจากที่ผ่านมาหากผู้ประสบเหตุไม่ได้รับการช่วยเหลือ และปฐมพยาบาลเป็นการเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล จะมีอัตราเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เพราะการทําให้ผู้บาดเจ็บได้รับ การรักษาโดยเร็วที่สุด ถูกต้องที่สุด เป็นปัจจัยสําคัญที่จะทําให้ผู้บาดเจ็บมีชีวิตรอด

#ปฏิบัติงาน ตามพันธกิจ อนุรักษ์กำลังรบ ของ เหล่าทหารแพทย์ อย่างเต็มความสามารถ


นที มีเดช รายงาน

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 15 พร้อมคณะฯ ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ 2568 รอบ2 ในพื้นที่ จ.ลำพูน

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 15 พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตาม และประชุมการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รอบที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดลำพูน

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมจามเทวี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายพิฆเนศ ต๊ะปวง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต15 เป็นประธานในการประชุมการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รอบที่ 2 พร้อมด้วยนายวันชัย จริยาเศรษฐโชค หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาด ไทย เขต15, นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 15, นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เขต15, คณะผู้ตรวจกระทรวง เขตตรวจราชการที่ 15, ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน, ในส่วนของจังหวัดลำพูน มีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, หัวหน้าส่วนราชการ, เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

โดยก่อนเข้าร่วมการประชุม ที่ห้องรับรอง ชั้น2 ศาลากลางจังหวัดลำพูน ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต15 และคณะฯ ได้เข้าพบนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เพื่อหารือข้อราชการในการขับเคลื่อนและพัฒนาโครงการต่างๆ ตามแผนปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดลำพูนสู่ความยั่งยืน

สำหรับวาระการประชุม ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูนที่เกี่ยวข้อง ในการติดตามงานและโครงการตามแผนการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ประกอบด้วย การตรวจติดตามนโยบายเร่งด่วน และนโยบายสำคัญของรัฐบาล อาทิ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ การขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และบุหรี่ไฟฟ้า

รวมถึงการตรวจติดตามงานตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ประกอบด้วย การตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระ ชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 (โครงการ “หลอมรวมใจมอบน้ำใสสะอาด ให้โรงเรียน”) การตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาศักยภาพของ หมู่บ้านและชุมชน (SML) การตรวจติดตามการขับเคลื่อนนโยบายพักชำระดอกเบี้ย ๓ ปี

จากนั้น ในช่วงบ่าย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะๆ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โครงการ “หลอมรวมใจมอบน้ำใสสะอาดให้โรงเรียน” ณ โรงเรียนเทศบาลสันป่ายางหลวง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งดำเนินการโดยการประปาส่วนภูมิภาคสาขาลำพูน ปัจจุบันได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 ได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำภายในโรงเรียน ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปา(กปภ.) ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

นอกจากนี้ได้ดำเนินโครงการฯ ในพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อให้บริการในส่วนของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาลำพูน และการประปาส่วนภูมิภาค สาขาบ้านโฮ่ง อีกจำนวน 6 โรงเรียน ทั้งนี้นักเรียน ครู และบุคคลภายในโรงเรียน จะได้มีน้ำที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานในการใช้อุปโภคและบริโภคต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ลำพูน ปล่อยแถวขบวนความร่วมมือและปฏิบัติการตรวจร่วมนักเรียนปลอดภัย ห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดประจำปี 2568

ลำพูน ปล่อยแถวขบวนความร่วมมือและปฏิบัติการตรวจร่วมนักเรียนปลอดภัย ห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดประจำปี 2568 “เปิดภาคเรียนอย่างปลอดภัย เด็กไทยต้องห่างไกลยาเสพติด ประจำปี 2568”

วันนี้ (วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ บริเวณศูนย์นักท่องเที่ยวสะพานท่าขาม อ.เมือง จ.ลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดความร่วมมือและปฏิบัติการตรวจร่วมนักเรียนปลอดภัย ห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดประจำปี 2568 “เปิดภาคเรียนอย่างปลอดภัย เด็กไทยต้องห่างไกลยาเสพติด ประจำปี 2568” โดยมี นางสาวณิชา เทียมสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 ตำรวจ ส่วนราชการ บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 กล่าวว่าโครงการความร่วมมือและปฏิบัติการตรวจร่วมนักเรียนปลอดภัย ห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 “เปิดภาคเรียนอย่างปลอดภัย เด็กไทยต้องห่างไกลยาเสพติด ประจำปีการศึกษา 2568” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการยกระดับการเฝ้าระวังเหตุและสร้างความปลอด ภัยให้แก่นักเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเชิงรุก ให้เกิดความปลอดภัย ลดพฤติกรรมความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสมและความรุนแรง สร้างความอุ่นใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองรวมถึงออกตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่องร่วมกับภาคีเครือข่าย เป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันและคุ้มครองดูแลช่วยเหลือความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาในช่วงเปิดภาคการศึกษาให้มีความปลอดภัยในทุกมิติ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทาง การศึกษา สถานศึกษา ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไปและมีสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นในศตวรรษที่ 21

อีกทั้ง เป็นการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ทำหน้าที่คุ้มครอง ดูแล ส่งเสริม ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา นักเรียนและนักศึกษาประพฤติตนไม่เหมาะสม ตลอดจนการปลูกฝัง ป้องปรามและ ช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษา อันสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งให้ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” “ทำดี ทำได้ ทำทันที” “ถูกต้อง รวดเร็ว ประโยชน์ ประหยัด” ภายใต้การทำงาน “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน”

จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้กล่าวเปิดงานและร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 ตำรวจ ส่วนราชการ บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปล่อยแถวขบวนความร่วมมือและปฏิบัติการตรวจร่วมนักเรียนปลอดภัย ห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดประจำปี 2568 “เปิดภาคเรียนอย่างปลอดภัย เด็กไทยต้องห่างไกลยาเสพติด ประจำปี 2568” และเดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนอนุบาลลำพูน และจุดเสี่ยงหลังสนามกีฬาจังหวัดลำพูนด้วย


นที มีเดช รายงาน

มทภ.3 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.37


เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 68 เวลา 15.50 น. พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผบ.มทบ.37/ผู้อำนวยการฝึกฯ พร้อมคณะนายทหาร ให้การต้อนรับ พล.ท. กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.37 ได้รับฟังการบรรยายสรุป มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ โดยเน้นย้ำการฝึกในรูปแบบจากเบาไปหาหนัก ใช้ตารางฝึกที่มีความอ่อนตัว สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะแวดล้อม เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากความร้อน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย ได้พบปะให้กำลังใจทหารใหม่และเยี่ยมชมสภาพแวดล้อมในหน่วยฝึก ให้รักษามาตรฐานการฝึกตามที่กองทัพบกกำหนด โดยเฉพาะเรื่องการลงทัณฑ์ จะต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.

##ผลการปฏิบัติ## สร้างความอบอุ่นและขวัญกำลังใจได้เป็นอย่างดี กองทัพบกดูแลบุตรหลานเยี่ยง “ลูกคนสุดท้อง น้องคนเล็กของกองทัพบก”


นที มีเดช รายงาน